WALK IN DREAM'S on the way to no I
Group Blog
 
All blogs
 
ลงรักปิดทอง-คอร์สบุคคลทั่วไป

ขอชะแว้บมาอัพบล็อกก่อน เดี๋ยวค่อยตามไปตอบคอมเมนท์เพื่อนๆนะค้า~~

ว่างเว้นการอัพซะนาน
เวลาในการอัพน่ะ มีนะคะ แต่ช่วงนี้มันเนือยๆชอบกล ไม่ค่อยอยากทำอะไรเลยค่ะ ไม่รู้ติดเชื้อความหดหู่ที่เกิดจากปัญหาสังคม ปัญหาทางโลกในตอนนี้รึเปล่า

ขอเริ่มด้วยรูปน่ารักๆก่อนค่ะ


(ถ้าน้ำแข็งละลายมากกว่านี้ แม่ลูกคู่นี้คงมีชีวิตที่ลำบากเนอะ)



เอาล่ะ เข้าเรื่องค่ะ ~~~

วันนี้ขอเอารูปลงรักปิดทองที่ทำเองเป็นรูปแรกในชีวิต มาให้ดูค่ะ ใช้มือถือ เลยไม่ชัดเน้อ



^
^


รูปนี้เป็นผลงานที่ได้จากการไปเรียน คอร์ส ลงรักปิดทอง (สำหรับบุคคลทั่วไป) ที่วิทยาลัยช่างศิลป์สุพรรณบุรี ค่ะ
จริงๆก็เรียนจบตั้งกะปีที่แล้วแล้วค่ะ แต่เพิ่งได้แวะกลับไปสุพรรณฯไปเอารูปที่ฝากท่านอาจารย์เข้ากรอบไว้นานโข กลับมา


^
^
โปรดสังเกต ลายไทย กับเทพพนม ของเราเบี้ยวสุดๆค่ะ นี่ขนาดลอกตามแบบแล้วนะเนี่ย



ไปเรียนได้ยังไงเหรอคะ? ต้องบอกว่า เป็นโชคชะตาแท้ๆค่ะ

กำลังนั่งโซ้ยข้าวแกง หยิบนสพ.เดลินิวส์มาอ่าน บังเอิ๊ญ สะดุดตากับข้อความเล็กๆไม่กี่ประโยค แจ้งเรื่องคอร์สเรียนศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไป มีทั้งสีน้ำ ปั้นดิน รวมทั้งลงรักปิดทองด้วย~!!!!
รีบติดต่อไปเรียนทันทีทันใดเลยค่ะ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่า ชีวิตนี้ คนที่ไม่ได้เรียนมาทางศิลป์อย่างเรา จะมีโอกาสได้เรียน"ลงรักปิดทอง" (งานศิลป์สุดไฮโซ ไกลตัวไกลใจมากโข ;ในสายตาของคนนอกวงการอย่างเรา) กะเค้าด้วย!!!

*เป็นคอร์สสำหรับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุ ไม่จำต้องมีพื้นทางศิลป์
เรียนเฉพาะ เสาร์ - อาทิตย์ เป็นเวลา 2 เดือนค่ะ สถานที่เรียนอยู่ที่ "วิทยาลัยช่างศิลป์ สุพรรณบุรี " อยู่ไม่ห่างจากวัดป่าเลไลยก์ทีมีชื่อเสียงของจ.สุพรรณฯ เริ่มเรียนประมาณมิถุนายนค่ะ*

(โชคดีที่walkฯ ทำงานอิสระ ไม่ผูกมัด เลยลางานจากที่เดิม ไปรับ job ที่สุพรรณฯ ทำงานวันจ.-ศ. แล้วก็เรียนลงรักฯ วันส.-อา. ได้ สรุปว่าได้เรียนด้วย ทำงานด้วย ดีจัง)

สิ่งที่walkฯ ชื่นชมมากก็คือ ราคาค่าเรียนถูกมากกกกกกกกกค่ะ (อย่างลงรักปิดทองนี่ 700 บาทเอง แต่ค่าอุปกรณ์ซึ่งค่อนข้างแพงอย่างแผ่นทอง ค่ากรอบ ที่ต้องจ่ายเอง ก็รวมๆแล้วประมาณ 2000 บาท) ก็ถูกมากถ้าเทียบกับในกทม.นะ ถ้าไม่พูดถึงโสยหุ้ยค่าเดินทาง+ที่พัก สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในสุพรรณฯอะนะ

จำนวนผู้เรียนคอร์สลงรักฯ ครั้งนั้น มี 7 คนเองค่ะ ( เรียนๆไปเหลืออยู่แค่ 4 คน ) ...TOT
และ walkฯ เด็กที่สุดในชั้นเรียนค่า~!!! ฮิ้ววววว ดีใจจัง ถ้าไปเรียนคอร์สอื่น อย่างเช่นสีน้ำ นี่อาจเข้าข่ายแก่ที่สุด

แต่ขอบอกนิดนึงถึง"สถานที่เรียน"นะคะ ว่า ถ้าท่านใดชื่นชอบห้องแอร์ โต๊ะเรียนสะอาดเอี่ยม บรรยากาศไฮโซๆ ก็อาจจะไม่ถูกใจนะคะ

แต่ถ้าท่านใดอยากเรียนศิลปะ ท่ามกลางร่มไม้ บรรยากาศเงียบสงบ โต๊ะเรียนเปรอะเปื้อนด้วยกลิ่นสีและกาวแป้ง ( +หยากไย่และฝุ่น )ล่ะก็.. เหมาะโลดดดดดดค่ะ!!! (ดิชั้น... ชอบมากค่ะ~~!! เรียนเสร็จก็เดินเล่นเก็บเมล็ดพิกุลที่ปลูกเต็มวิทยาลัยมาเพาะเล่น)


ท่านใดสนใจอยากไปเรียน หรืออยากรู้รายละเอียดอื่นๆนอกจากนี้ ก็เข้ามาถาม walkฯ ทางเมนท์ หรือ หลังไมค์ หรือสอบถามไปที่วิทยาลัยฯได้นะคะ


อยากเชียร์ให้คนไทยเรียนรู้อะไรไทยๆกันมากๆค่ะ



ปกติ walkฯเอง วาดกิโมโน ได้คล่องกว่าวาดอะไรไทยๆด้วยซ้ำ
เด็กรุ่นใหม่โตมากับสังคมการเรียนรู้ ที่มีแนวโน้มจะทำให้เราชื่นชมต่างชาติมากกว่าวิถีของเราเอง ดูถูกรากเหง้าของชนชาติเราเอง
(ใครจะเถียงว่าไม่จริงคะ ลองถามตัวเองดูสิว่า เวลาได้ยินได้ฟังอะไรที่มันทั้ย.. ไทย แล้ว เราเกิดความรู้สึกที่เคยชินขึ้นมาทันที ว่า โบร้าน...โบราณ ไกลตั๊ว...ไกลตัว บ้านน๊อก...บ้านนอก จริงหรือไม่)

แต่ตอนนี้
อาจจะเป็นเพราะ walkฯ อายุเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว จึงมักตั้งคำถามมากมายกับชีวิต
หนึ่งในคำถามที่ถามตัวเองอยู่บ่อยๆในช่วงนี้ก็คือ
" ทำไมเราถึงได้เกิดเป็นคนไทย? "
" เราจะหาความหมายอันใดในชีวิตที่เกิดมาอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ได้บ้าง? "

พอได้เรียนศิลปะไทยแล้วจะรู้ซึ้งว่า มันน่าทึ่งจริงๆ
ช่างศิลป์สมัยก่อนเก่งมากๆ ที่คิดค้นวิธีการเหล่านี้ขึ้นมาได้
และคนที่มีภูมิปัญญาเยี่ยงนี้ สร้างสรรค์ผลงานที่ละเอียดอ่อนละเมียดละไมได้ขนาดนี้ จะเป็นมนุษย์ที่สวยงามขนาดไหน
มันน่าเสียดาย ถ้าเด็กๆรุ่นใหม่ มองข้ามภูมิปัญญาเหล่านี้

แต่ความเป็นไทย ก็ไม่ได้อยู่ในงานศิลป์เท่านั้นหรอกนะคะ

ตอนนี้ walkฯ เอง กำลัง find the way back in to Thai อยู่ในหลายๆด้านค่ะ

เพราะชีวิตที่ดำเนินในสังคมที่กำลังล่มสลายทุกวันนี้ มันขาดความมั่นคงไปหมดซะทุกทาง จนทำให้เราต้องหันไปหารากเหง้าของตนเอง หันไปค้นหาความแข็งแกร่งที่บรรพบุรุษเราเคยมีมา

walkฯ เชื่อว่า ทุกคนคงมีวิธีของตัวเอง ในการสร้างความมั่นคงทางสังคมและจิตใจอยู่ใช่มั้ยคะ
walkฯ เอง ก็กำลังค้นหาหนทางที่คิดว่ามั่นคงที่สุด เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว (และถ้าสำเร็จ อาจเพื่อคนอื่นๆได้ด้วย) อยู่ทุกๆวัน
ถ้ามันลงตัวเมื่อไหร่ จะขอมาเล่าให้ทุกๆคนฟังในโอกาสหน้านะคะ


------------------------------------------------------------


ข้างล่างนี่ฮาดี เคยเห็นกันรึยังคะ เอามาแปะให้คนทำงานดูเล่นค่ะ












-----------------------------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยบทกวี แต่งโดยเด็กชายผิวดำ
Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an African Kid


When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ

When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่

When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ

When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ

When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ

And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ



And you white fellow : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว

When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู

When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว

When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง

When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน

When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง

When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว

And when you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา

And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??



Create Date : 14 มีนาคม 2551
Last Update : 20 มีนาคม 2551 18:50:04 น. 26 comments
Counter : Pageviews.

 
อยากไปเรียนอะ แต่ไกลบ้าน 55

ส่วนภาพด้านล่างนี่ หัวเราะจนแทบตกเก้าอี้อะค่ะ 5555555


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:17:28:46 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

ช่างหารูปน่ารักๆมาให้ดูจัง..

ขอบคุณมากๆนะค่ะ..ชอบทุกรูปเลยค่ะ..

zwani.com myspace graphic comments
Candy Bar Dolls
ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ


โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:17:35:09 น.  

 
เฉลยๆ

มันคือหนังสือประเภทแฉๆ อะค่ะ ไม่งั้นก็เป็นนิยายที่ไม่มีคุณค่าจรรโลงสังคมเลย เลยใช้คำนี้แทนว่า ต้นไม้ถูกตัดมาทำกระดาษแล้วเสียชีวิตไปเปล่าๆ อย่างไร้คุณค่า

ส่วนนิยาย emo ก็ประเภทที่เขียนได้ 1 ประโยค ใส่ T_T ^0^ หรือ >_< เยอะๆ จนชวนสงสัยว่า คนเขียนไม่มีปัญญาบรรยายหรือพรรณนาด้วยภาษาไทยดีๆ กับเขาหรือไง ฉันซื้อหนังสือมาอ่าน ไม่ได้ซื้อ archive MSN นะยะ (เหอๆๆ ปากจัดไปหรือเปล่านะเรา)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:18:57:41 น.  

 

ซาหวัดดีเพื่อนสาว อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็ทุลักทุเลเหมือนกัน เพราะไปดูงานมาแล้วก็กลับมาชดใช้เวรแบบสบักสะบอม ชีวิตเรากะเก๋คงไม่แตกต่างกันมากเนอะ ทำงานหาเงิน อุดมการณ์ทิ้งไปซะ แต่เราก็ยังอยากลาออกจากงานซะ แต่ก็ขี้เกียจหางานใหม่

รูปลงลักปิดทอง อยากเรียนเหมือนกัน สมัยเรียนมัธยมเราเคยลงเรียนศิลปะ แต่อาจารย์บอกว่าไปไม่รอด ไปเรียนอย่างอื่นเหอะ เราก็เลยเปลี่ยนไปเรียนอย่างอื่นแทน

สำหรับพืชสมุนไพรที่เพื่อนถามหา เราไม่รู้จักต้นมันนะเก๋ แล้วดอกไม้ที่ถ่ายไว้ที่บล็อกบางอันยังไม่รู้จักชื่อเลยนะ หากเก๋รู้จักช่วยตามไปบอกชื่อด้วยนะจ๊ะ



คิดถึงเพื่อนเสมอจ้า


โดย: ammataya วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:19:49:32 น.  

 
อื่ม....
จะว่าไปช่วงปิดเทอมนี้แม่น้องรันน่าจะเปิดคอร์สสอนศิลปะลูกที่บ้านท่าจะดี
ฝีมือไม่ดีหรอก แต่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง สอนลูกแค่นี้น่าจะรอดน่ะ

อื่ม....
รึจะไม่รอด


โดย: แม่น้องรัน (runch ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:12:21:06 น.  

 
อ๊ากกกกก...... งามมากค่ะ ไม่บอกว่าเบี้ยวไม่รู้นะนี่ อิจฉาๆๆๆๆ อยากกลับไปอยู่ตจว.มั่ง งานที่ทำทุกวันนี้หยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้หยุดหรอกค่ะ งานบริการประชาชนก็แบบนี้ ประชาชนต้องมาก่อน !!! ส่วนตัวเองไม่ค่อยคิดว่าห่างจากวิถีไทยนักหรอกค่ะ เพราะม่าม๊าและญาติๆผู้ใหญ่ยังนุ่งผ้าถุงและทำพิธีเลี้ยงผี ฟ้อนผีมดทุกปี เออ... แต่หมดคนรุ่นนี้แล้วเราจะเหลืออะไรที่คิดว่าไท๊ย~~ไทยมั่งนะ ?! ประเพณีบางอย่าง เขาก็ยกเลิก เพราะว่าสิ้นเปลืองและทำให้โลกร้อน อย่างภาคเหนือเนี่ย เวลาเผาศพคนตาย ต้องมีปราสาทวางโลงใช่ไหมคะ ? เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วค่ะ เราแสนเสียดาย ชอบดูโลงศพตั้งอยู่บนปราสาทงามๆ อีกหน่อยงานช่างทำปราสาทใส่ศพของภาคเหนือ คงจะสาปสูญไปด้วย ถึงเวลาเราตาย ลูกหลานคงไม่มีปราสาทให้เราแล้ว ....

ป.ล. นอกเรื่อง คุณ Walkin เห็น Spoil หงสาตอน 247 แล้วหรือยังคะ ? โหย....กรี๊ดแตก.... อ.เฉินท่านให้ลิโป้ช่างมั่นคงกับอาเสี่ยวม่านเหลือเกิน ที่ปิ๊งตอนนั้น (ตั้งแรกเล่มแรกๆ) สงสัยจะปิ๊งจริงๆ อ่า.... ไปเชียร์ลิโป้/เสี่ยวม่าน น่าจะเวิร์คนะคะ แต่สงสารอาหว่อ ...


โดย: Pride วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:13:50:48 น.  

 
หวัดดีเช้าวันทำงานนะจ๊ะเพื่อนสาว เราหยุดทำงานสองวัน ไปเจียงใหม่อีกแระ เดี๋ยวเก็บรูปมาฝากเน้อ


โดย: ammataya วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:9:48:33 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ สบายดีไม๊ค่ะ


โดย: opleee วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:13:58:15 น.  

 
หายไปนานเลยนะคะ คิดถึงค่ะ

อ่า...แต่ความจริงเราก็โดดอัพบล็อคไปตก3เดือนได้เหมือนกัน แหะๆ แอบทักพี่ไม่ได้สินะ

พูดถึงประเพณีไทยๆเรา คงห่างไกลน่าดูแบบว่าเราเชื้อสายจีนอะค่ะ
วันๆคงมีแต่ไหว้เจ้า เชงเม้ง ตรุษจีน แต๊ะเอีย ซะมากกว่า ต้องมานั่งพับใบเงินใบทอง เผากระดาษ หมดรุ่นอาม่าอาสะใภ้กะไม่ทำแล้ว แต่ตัวเราคงทำต่ออะ

แต่พอคิดถึงรุ่นตัวเอง คงไม่มี


ไม่ได้เห็นซะนาน ขอให้สุขภาพแข็งแรงไม่เครียดมากเน้อ


โดย: kisara IP: 58.9.70.70 วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:13:30:53 น.  

 
ถ้าไม่มี ราก ก็จะไม่มี ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ.. เนอะ

อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง "รากนครา"



โดย: กายแก้ว วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:8:56:13 น.  

 
เห็นแล้ว นับถือช่างฝีมือที่เค้าทำลายไทยเลยค่ะ งานละเอียดทุกเม็ด งานลงรักของพีเก๋ก็ละเอียดมากเลยค่ะ ไม่บอกไม่รู้ว่าเบี้ยวจริงๆนะ

เห็นด้วยกับที่ว่าเราซึมซับวัฒนธรรมต่างชาติมากกว่าวัฒนธรรมไทย ไม่ต้องใครหรอก ตัวเองนี่แหละ วาดรูปยังลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่นเลย ไม่มีอะไรเป็นไทยเลยสักกะน้อย ไม่ใช่แค่รุ่นเรา เห็นหลานๆที่บ้านบ้าคลั่งดาราเกาหลี เลียนแบบไลฟ์สไตล์เกาหลีแบบถอดกันมาเต๊ะๆ ก็ยิ่งเป็นห่วงอนาคตเด็กไทยจะเหลือคนที่รู้จักและรักของไทยสักกี่คน

กลายเป็นเม้นต์บ่นประสาป้าแก่ เปลืองที่บล็อกพี่ไปซะแล้วแฮะ

ปล. แอบเห็นสปอยหงสาข้างบน อยากเชียร์ลิโป้/เสียวม่าน (เพราะชอบพี่ลิ) แต่ก็สงสารอาหว่อ ทำใจลำบากจัง


โดย: coolancelot วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:1:38:50 น.  

 
คิดถึงเจ้า


โดย: ammataya วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:8:17:09 น.  

 
การเขียนลายไทยทำให้มีสมาธิจริงๆ ครับ

ผมเขียนตัว "เหงา" (ตัวที่คล้ายปลายใบไม้พริ้วๆ) อย่างเดียว
ยังมีหลายอารมณ์เลยครับ แต่เพลินมาก

(จริงๆ เขียนอย่างอื่นไม่เป็นอ่ะครับ)


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 21 มีนาคม 2551 เวลา:22:12:43 น.  

 
โอ้วววว

น่าสนใจมากๆๆๆครับ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:3:34:23 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: แม่น้องรัน (runch ) วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:11:13:05 น.  

 
อุอุ แม้วอ่านตกเอนทรีนี้ไปแฮะ ^^'
ต้องตามมาเจิม เอ๊ย เขาเจิมไปหมดแล้วนี่นา

ศิลปะไทย แม้วก็ชอบนะ
ครั้งหนึ่งแม้วเรียนเขียนลายไทยด้วยแหละ 5555
(เพราะถูกบังคับน่ะค่ะ ไม่ใช่ความเต็มใจ)
พอเรียนได้เกรดออกมา ทำให้คิดว่าจริงๆ แล้วเราคงจะชอบศิลปะไทยโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้
แม้วก็ว่าจะไปเรียนคอร์สสีน้ำสำหรับพฤกษศาสตร์เหมือนกันจ้ะ (ลืมไปแล้วเรียกว่าอะไร)
.... แต่ไม่รู้เขาจะเปิดอีกเมื่อไหร่ ....งือ


โดย: นีรมาลี วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:18:30:00 น.  

 
เห็นผลงานการลงรักบวกกับคำบรรยายแล้วเกิดแรงบันดารใจมากๆๆเลยคับผมจะต้องทำออกมาเป็นอย่างพี่ให้ได้ เร็วๆนี้ผมจะไปเรียนแล้วจะเอาผลงานมาให้พี่ชมแล้วกันแต่ตอนนี้อยากได้รายละเอียดอ่ะคับ t_hana_2@hotmail.com


โดย: เอกคับ IP: 202.149.24.161 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:48:37 น.  

 
รูปที่ลงรักษ์ปิดทองมาสวยมากคับ งานศิลป์ต่องทำบ่อยๆๆนะ ผมหารับงานอยู่เลย มาเจอคับ บายคับ


โดย: ลักษณ์ IP: 58.9.184.189 วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:07:12 น.  

 
555+เยี่ยมปายเลย


โดย: มาดูCก๊าบ IP: 118.172.178.253 วันที่: 22 มิถุนายน 2551 เวลา:12:50:03 น.  

 
เข้ามาจนได้ค่ะ ได้ยินเรื่องของคุณมานานไม่มีโอกาสมาเยี่ยมสักที

เป็นบล็อกที่น่าชื่นชมมากค่ะ เราเข้ามาแล้วรู้สึกดี เหมือนกับอยู่ในที่ที่อาอาศบริสุทธ์ ชอบมากเลยค่ะโดยเฉพาะNominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an African Kid

แล้วเราจะเข้ามาเยี่ยมอีกนะคะ


โดย: โรส IP: 114.128.211.77 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:02:21 น.  

 
อยากเรียนมากเลยครับ คุณwalkฯขอข้อมูลหน่อยครับหรือใครมีความรู้รบกวนหน่อยครับ bung_2518@hotmail.com


โดย: bung IP: 202.149.25.234 วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:11:07:07 น.  

 
อยากเรียนลงรักปิดทองค่ะ
แต่..ไกลจัง
คุณ walk ไปเรียนมาแล้ว ยังพอจำได้มั้ยคะ พอจะสอนบน blog นี้ได้เปล่า?


โดย: Thanya IP: 81.252.82.4 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:14:46:20 น.  

 
^
^
คุณbung- เราอีเมล์ไปบอกเมื่อนานมานี้แล้วนะคะ ไม่ทราบได้รับมั้ย

คุณ Thanya - ล่าสุดกลางปีที่แล้ว2552 เราโทรไปเช็คที่วิทยาลัยดู เค้ายังคงทำตามระเบียบเดิมคือเปิดสอนปีเว้นปี ปี52 เราก็กะว่าจะไปเรียนอีก (จะได้สมบัติฝีมือตัวเองเก็บไว้อีกซักรูป) แต่สุดท้ายก็ไม่ว่างไป ฮือๆ เราพอจำขั้นตอนได้ค่ะ แต่ไม่รู้จะบรรยายให้เข้าใจได้ยังไงถ้าไม่มีรูปถ่ายประกอบ

คุณThanyaลองเวบนี้ค่ะ ที่เราไปเรียนมาก็ขั้นตอนตามนี้เลย >> http://thaihandiwork.com/changsipmu_j71.php?language=TH

ถ้าพอมีพื้นอยู่บ้างก็คงเข้าใจนะคะ แต่ถ้าไม่มีพื้นเลยอย่างเรา ลองหาโอกาสไปเรียนดูซักครั้งค่ะ อาจารย์ใจดีค่ะ ถ้าไม่สามารไปตามเวลาได้ทุกสัปดาห์ก็ขอร้องอ.ได้ (อ.ชอบบอกว่า ไม่เป็นราย ยังไงขอให้มีงานส่งละกัน เพราะผลงานพวกเราจะถูกเอาไปโชว์ในฐานะผลงานการเรียนการสอนของวิทยาลัย ที่หอสมุดสุพรรณฯอยู่พักนึงค่ะ) ถ้าสนิทกับอาจารย์แล้ว ลองจีบๆท่านเรื่องสอนเป็นรายตัว หรือกลุ่มพิเศษก็น่าจะได้นะ เคยลองถามแล้วค่ะ


โดย: walkin (walkin ) วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:14:33:30 น.  

 
ติดต่อกลับด้วย0842168608ลงรักปิดทอง


โดย: คทาวุธ IP: 180.210.216.68 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:22:23:38 น.  

 
รับ ลงรักติดทองพระพุทธรูปพระจีนพระไทยจำหน่ายแผ่นทองเกรดเอคุณภาพดีราคาเป็นกันเอง โทร0848484455คร๊าบๆ


โดย: รร IP: 117.47.104.82 วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:34:30 น.  

 
:)


โดย: 88 IP: 118.174.56.97 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:44:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
walkin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




walk in dream,always.
Friends' blogs
[Add walkin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.