Everyday is learning
ท่องไปในโลกว้างกับจิตตรา



เปิดโลกกว้างกับน้องหยินฉบับปฐมฤกษ์นี้ ขอเปิดประเด็นแบบเบา ๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางหรือผู้ที่เริ่มจะมีเงินสำหรับการเดินทางเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับตนเอง ฉบับนี้จะเขียนเชิญชวนให้ทุกท่านได้ลองเดินทางท่องเที่ยวกันแบบประหยัด (มากน้อยขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าคุณ สำหรับเสี่ยเงินเยอะก้อใช้จ่ายไปเถอะนะ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียนดี)

ขอเขียนถึงเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งดิฉันเพิ่งมีโอกาสได้เดินทางไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ทั้งนี้เพื่อนอีกหลายท่านก้อได้มีโอกาสเดินทางมามากไม่แพ้กัน ดิฉันขอใช้โอกาสนี้เปิดประเดิมคอร์ลัมภ์ก่อน ในโอกาสต่อ ๆ ไปคงได้อ่านข้อความดี ๆ จากท่านอื่นเหมือนกัน
ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกที่เมืองฮิโรชิมา เกียวโต นารา และโอซาก้า) เมืองฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับที่ 3 ของโลกในการจัดอันดับเมืองน่าอยู่เมื่อหลายปีก่อน ทำให้เมื่อไปถึงฟุกุโอกะ คิดว่าต้องหาให้เจอถึงเหตุผลของความน่าอยู่ของเมืองนี้ หลังจากได้มีโอกาสพักผ่อนแบบท่องเที่ยวแบบประหยัดกับครอบครัว ซึ่งมีเด็กเล็กไปด้วย เป็นเวลา 2 วัน 2 คืนเต็มๆ ออกเดินทางเวลา 00.45 น. ถึงฟุกุโอกะ ประมาณ 8.15 น. เวลาที่ญี่ปุ่น (ซึ่งเดินเร็วกว่าที่เมืองไทย 2 ชั่วโมง) นายสถานีฯ ช่วยเรียกแท็กซี่จากสนามบินเพื่อไปที่โรงแรม Toyoko Inn แถว ฮากาตะ ค่าเท็กซี่ประมาณ 2,000 เยน เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 600 บาท ซึ่งแผนเดิมกะว่าจะขึ้นรถไฟฟ้าประมาณ 700 เยน แต่ไม่เป็นไรดีเหมือนกันมีเด็กเล็กมาด้วยก็สะดวกดี แท็กซี่ที่ญี่ปุ่นเราไม่ต้องปิดประตูเอง เนื่องจากประตูรถจะเปิดให้โดยอัตโนมัติ (แต่อาจจะอัตโนมือจากการกดปุ่มของคนขับรถ) รถแท็กซี่จะมีใบรับเงินให้ด้วยนะ

เรามาถึงโรงแรมสามารถเข้าเช็คอินได้เลยแต่ไม่สามารถเข้าพักในห้องได้ แต่สามารถฝากสัมภาระและไปท่องเที่ยวตามแผนได้ก่อน เวลาเช็คอิน 16.00 น. เวลาเช็คเอ้า 10.00 น. เรียกว่า local time ดจร. ใช้ภาษาประกิตสักหน่อยเผื่อมีใครเผลอพูดขึ้นมาจะได้เข้าใจ) หลังจากนั้นเราทำการท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปที่ฟุกุโอกะทาวเวอร์ ตลอดทางที่ไปนอกจากแผนที่ที่เตรียมมาอย่างดีจาก Internet เรายังต้องใช้สุภาษิต “ทางอยู่ที่ปาก” ตลอดเวลาเหมือนกัน โชคดีว่าเพื่อนข้างใจของดิฉันสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่น

ทำให้เราเดินทางมาถึงฟุกุโอกะทาวเวอร์ได้ ฟุกุโอกะทาวเวอร์สูง 234 เมตร ใช้เวลาเดินทางโดยลิฟล์กระจก 1 นาที ค่าใช้จ่าในการเข้าชม 2 ผู้ใหญ่ 2เด็ก ประมาณ 1,500 เยน ขึ้นไปจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองฯ อย่างชัดเจน สวยงาม หลังจากเสร็จภาระกิจที่ฟุกุโอกะทาวเวอร์ เรานั่งเรือสปีดโบท ที่ท่าเรือบริเวณเดียวกับฟุกุโอกะทาวเวอร์ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ไปที่ มารีนเวิล์ด ค่าใช้จ่ายในการเข้าชม สำหรับ 2ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 5,550 เยน โลกใต้น้ำของที่นี่ใหญ่กว่าที่บ้านเรา เคยได้มีโอกาสไปที่ สิงคโปร์, เซี่ยงไฮ้, วาเลนเซีย ประเทศสเปน ที่ฟุกุโอกะ จัดว่าทำได้ดีกว่าคือเป็นแท๊งค์ใหญ่มาก และมีปลาหลาย ๆ ชนิดอยู่ด้วยกัน แต่ที่อื่นจะทำเป็นแท๊งค์ขนาดย่อมกว่า จัดเป็นส่วน ๆ แยกกัน แต่หากเทียบกับที่สิงคโปร์ ที่สิงคโปร์ก็ทำได้ดีเหมือนกันเคยได้มีโอกาสไปเที่ยวชมเมื่อ 10 กว่าปีเห็นจะได้ ที่นี่เขาทำเป็นอุโมงค์เข้าไป เมื่อเราเริ่มเดินทางนั่นหมายถึงมันเป็นทางเลื่อนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ชมโดยรอบ เราสามารถดูได้โดยรอบเพราะจะมีสัตว์น้ำว่ายไปมารอบตัวเรา ทั้งด้านซ้าย-ขวาและด้านบนศรีษะ แต่หากเราอยากจะชมจุดใดจุดหนึ่งเขาก็จมีบริเวณพื้นที่ที่ไม่ใช่ทางเลื่อน ทำขนานกันไปด้วย (ไม่รู้ปัจจุบันจะทันสมัยกว่านี้หรือเปล่า) แต่ก็ประทับใจ อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ที่สิงคโปร์เหมือนกัน กลับมาที่ หลีงจากเดินชมปลาที่จัดแสดงเป็นที่เรียบร้อย เรามานั่งชมการแสดงของปลาโลมาและสิงโตทะเล ที่นี่เขาฝึกมาเป็นอย่างดี ทำให้สามารถแสดงได้ดีกว่าที่บ้านเรา (หากใครได้มีโอกาสไปดูที่ซาฟารีเวิลด์) แต่หากเทียบกับที่ ซีเวิลด์ที่อเมริกา (ซึ่งเคยมีโอกาสไปดูเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว)

ในแง่ของการแสดงที่ซีเวิล์ดอเมริกาจะทำได้ดีกว่าหน่อยเ และมีสัตว์ที่ทำการแสดงได้มากชนิดกว่า คือเพิ่มสัตว์ แมวน้ำ ที่นั่งชมสามารถจุคนได้จำนวนมากกว่า หลังจากเสร็จภาระกิจที่มารีนเวล์ด เรานั่งเรือโดยสารแบบธรรมดา ใช้เวลาประมาณ 25 นาที เพื่อมาขึ้นรถไฟกลับไปที่บริเวณฮากาตะที่โรงแรมพักอาศัย พนักงานที่ทำการขับเรือโดยสารที่นี่เขาใช้คนในการทำงานในการขับเรือและดูแลคนขึ้นเรือเพียงคนเดียว (เรียกว่าใช้คนทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ น้อยกว่าที่เมืองไทยทำ ซึ่งเคยมีคนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่บ้านเราสงสัยว่าทำไมเราคนไทยจึงใช้คนในการทำงานมาก การเปรียบเทียบในลักษณะการทำงานที่คนญี่ปุ่น 1 คนสามารถทำงานได้มากกว่าคนไทย 1 คน) ทั้งนี้เรือโดยสารที่นี่ออกตรงเวลาและในเรื่องของความปลอดภัยมีการดูแลได้ดีกว่าที่บ้านของเรา เรามาถึงใกล้ ๆ กับบริเวณฮากาตะ เราสามารถซื้ออาหารจากร้าน 7-11 หรือซื้อจากซูเปอร์มาเก็ตเข้าไปรับประทานได้ ที่โรงแรมจะมีบริเวณโต๊ะตรงที่เป็นบุฟเฟ่ อาหารเช้าให้ทาน แต่ก็สามารถนำไปทานที่บนห้องได้ด้วย (หลังจากทานเสร็จควรเก็บให้เรียบร้อย และนำเศษอาหารมาทิ้งที่ถังยะชั้นล่างด้วยจะดีมากค่ะ) ห้องพักอาศัยขนาเล็กมากค่ะ แค่มีเตียงโต๊เครื่องแป้งแบบจัดเรียงชิดกันเท่านั้น มีโต๊ะรีดผ้าพับได้และเตารีดให้ มีไดร์เป่าผมให้ มีทุกอย่างให้เหมือนโรงแรมทั่วไป แต่ไม่มีหมวกคลุมผมให้ (สำหรับสาว ๆ ที่ต้องใช้หมวกคลุมผม ต้องเตรียมไปด้วยนะ แต่สำหรนับโรงแรม 5 ดาวอาจจะมี) ที่ชักโครกที่นี่จะเป็นแบบอัตโนมัติ สามารถเลือกโปรมการการทำความสะอาดตามที่เราต้องการและบางสถานที่เช่นที่โรงแรมหากต้องการซาวเอฟเฟ็ก ก็สามารถเลือกได้เช่นกันโดยส่วนใหญ่จะเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น มีบางสถานที่จะมีภาษาอังกฤษกำกับด้วย แต่สามารถเดาได้บ้างจากรูปภาพที่ประกอบมาให้
ฉบับนี้อาจจะไม่มีสาระมากนัก หากในโอกาสหน้าจะค้นคว้าข้อมูลและเขียนเชิงสาระให้มากขึ้น หากผู้อ่านท่านใดมีข้อเสนอแนะ ดิฉันยินดีน้อมรับเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการปรับปรุงในโอกาสต่อไป แล้วพบกันตอนต่อไปว่าเมืองฟุกุโอกะเป็นเมืองคุณภาพ, เป็นเมือง 2 ชั้นอย่างไร และสนนราคาท่องเที่ยวแบบประหยัดควรมีเงินในกระเป๋ากี่บาทดี บ๊าย บาย ค่ะ


Create Date : 30 ตุลาคม 2550
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2550 9:36:50 น. 2 comments
Counter : 300 Pageviews.

 
แง่บๆ อยากไปบ้างเจงๆ


โดย: null (sanomaru ) วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:9:31:35 น.  

 
เข้ามาอ่านครับ


โดย: กาแล๊คซี่2007 (กาแล๊คซี่2007 ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:29:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dr.yut1409
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ค้นหา
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dr.yut1409's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.