Group Blog
 
All blogs
 

[กระต่าย] รวมเรื่อง กระต่ายตั้งท้อง กระต่ายคลอดลูก

เมื่อไหร่ถึงจะให้กระต่ายมีลูกได้

กระต่ายจะเริ่มติดสัดเมื่ออายุประมาณ 3-4 เดือน ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป ผู้เลี้ยงควรที่จะแยกกระต่ายของตนเองออกจากตัวผู้ และคอยดูแลอย่าให้ผสมพันธุ์กัน (อาจจะปล่อยให้วิ่งเล่นกันคนละเวลา)
ถ้ากระต่ายท้องในระยะเวลานี้ แม่กระต่ายยังโตไม่เต็มที่ อาจจะเป็นอันตรายต่อ แม่กระต่ายและลูกในท้องได้คะ

อายุที่เหมาะจะท้องอยู่ที่ 7-8 เดือนขึ้นไปคะ

ก่อนท้อง 1 เดือนขนถึงหลังท้อง 1 เดือนให้บำรุงแม่กระต่ายด้วย Alfalfa เพื่อเพิ่ม แคลเซี่ยม และ โปรตีนคะ

กระต่ายตั้งท้องนานเท่าไหร่

กระต่ายจะตั้งท้องประมาณ 1 เดือนคะ

จะรู้ได้อย่างไรว่ากระต่ายท้อง

เรื่องสังเกต ยากมากคะ ก้อต้องลุ้นเอาว่าหลังผสมแล้วจะติดมั้ยก้อต้องนับวันเอาคะ
จริงจริงถ้าท้องโตมาก 3 อาทิตย์ จะพอดูออก แต่ ส่วนใหญ่แล้วดูไม่ออก และไม่ควรไปคลำถ้าไม่ชำนาญ นับวันเอาดีกว่าคะ

การดูแลในช่วงตั้งท้อง

แม่กระต่ายที่ได้ แคลเซี่ยมและโปรตีนไม่เพียงพอ จะทำให้คลอดยากคะ และลูกอาจจะติดหรือตายได้คะ อาจจะร้ายแรงถึงตัวแม่กระต่ายเองด้วยคะ

ช่วงใกล้คลอดพยายามอย่าเคลื่อนย้ายคะ เพราะเขาอาจจะเครียดได้คะ ไม่ดีต่อการคลอดคะ

ถ้าพ่อกระต่ายตัวใหญ่กว่าแม่มาก อาจจะต้องเฝ้าอย่างใกล้ชิดในช่วงที่จะคลอดเพราะ ลูกอาจจะติดช่องคลอดคะ

การดูแลในช่วงหลังคลอด

ถ้าคลอดแล้วต้องแยกจากตัวผู้ทันทีคะ เพราะจะติดสัดหลังคลอดมากและท้องต่อได้เลย ซึ่งอันตรายมากคะ
ถ้าคลอดลูกแล้วควรพักท้อง 3 เดือนขึ้นไปคะ ใน 1 ปี ไม่ควรเกิน 2-3 ท้องคะ ไม่งั้นแม่กระต่ายจะอ่อนแอมากมากคะ

หลังคลอดบำรุงน้ำนมด้วย เซอลารี่ (คื่นช่ายฝรั่ง) นะคะ



หลังจากคลอดแล้วก้อคอยดูว่าลูกกระต่ายดูดนมแม่มั้ย หรือ แม่ให้นมมั้ย เขามักจะให้ช่วง ตอนเช้ากับหัวค่ำคะ ดูว่าลูกเขาดูดนมหรือยังก้อดูที่ท้องของลูกกระต่าย จะไม่เหี่ยวคะ

ที่เหลือลองอ่านดูนะคะ

การท้องของแม่กระต่ายและการดูแล


กระต่ายสาวท้องเทียม


คำแนะนำการเตรียมความพร้อมสำหรับกระต่ายใกล้คลอด


กระต่ายพึ่งคลอดทำอย่างไรดี


กระต่ายที่บ้านคลอดลูกต้องทำไงบ้าง


การให้นมและการดูแลลูกกระต่ายที่เป็นแผล


Credit : บ้านโพรงกระต่าย


^-^




 

Create Date : 13 เมษายน 2551    
Last Update : 13 เมษายน 2551 12:35:02 น.
Counter : 34514 Pageviews.  

[กระต่าย] เทคนิกการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

เผอิญอ่านเจอคำถามใน Webboard มาคำถามนึง เรื่อง "การถ่ายรูปกระต่าย"
"คือว่าอยากจะถ่ายรูปเด็กๆมาให้ดูนะคะ แต่ว่าเค้าไม่เคยอยู่นิ่งๆใฟ้ถ่ายเลย วิ่งตลอดอ่ะ แถมเวลาเดินมาชนเรานะกระโดนข้ามขาเลยอ่ะ อย่างกะไม่ใช่กระต่ายแหนะ ..."

นิ่งสุดก้อคงแอบ Zoom เข้าไปถ่ายตอนนอนนะคะ 555



เพื่อนเพื่อนที่มีสัตว์เลี้ยงก้อคงอยากที่จะเก็บภาพเด็กเด็กที่น่ารักน่ารักในอิริยาบถต่างต่างไว้ แต่บางทีก้อมีปัญหาเยอะแยะ ไม่ว่าจะ ซนบ้างหล่ะ หรือ วิ่งหนีกันไม่ยอมถ่ายภาพ
ก้อเลยอยากจะลองเขียนเทกนิกต่างต่างที่เคยใช้กับเด็กเด็กเอาไว้เผื่อจะมีประโยชน์กับเพื่อนเพื่อนคะ ^^"

ขอออกตัวนะคะว่า ไม่ได้คิดว่าถ่ายภาพน้องน้องเขาออกมาดีมากมายอะไร
แต่ก้อมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นภาพของพวกเขา เวลาว่างว่างก้อจะเอากล้องมาถ่ายภาพอิริยาบทของเขาเล่นคะ

เอาเท่าที่ประสบการณ์เจอมานะคะ
พี่เล็ก Lekkypoo เคยแนะนำว่า เวลาถ่ายรูปกระต่าย จะให้เขาอยู่เดิม ก้อต้องใจเย็น คอยจับเขากลับมานั่งที่เดิมจนเขาเบื่อแล้วเขาจะนิ่งเองคะ (อย่าใจร้อนนะคะ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จได้ในวันเดียว กระต่ายไม่ได้ฝึกได้ในวันเดียว)

ต้องระวังเขาเครียดนะคะ (ดูจากการเริ่มกัดฟันนะคะ)



เราฝึกเด็กเด็กตั้งแต่เขายังเล็กคะ ว่างว่างก้อจับมานั่งบนหมอน แล้วพอเขาจะเดินไปก้อจับกลับมา ฝึกทีละตัวนะคะ แล้วก้อพูดว่า นิ่งนะ นิ่งนะ ไม่ได้ ในทีเดียวหรอกคะ 3-4 เดือนนู่นกว่าจะจำกันได้ 555
(ใครไม่เชื่อต้องลองดูนะจ้ะ)





การถ่ายรูปสัตว์ หรือ สัตว์เลี้ยงขออนุญาติแนะนำว่า พยายามอยู่ระดับเดียวกับเขา แล้วจะได้ภาพที่น่ารักน่ารักมาคะ



บางทีต้องคลานหรือ Zoom



หรือ อาจจะแอบเก็บภาพตอนที่เราป้อนอาหารมาก้อได้คะ





ตอนนี้น้องน้องของคุณยังเด็กอยู่เลย
ขออนุญาตแนะนำว่า ลองให้เขาเป็นอิสระ และคอยแอบเอากล้องไปตามเก็บภาพเขาเรื่อยเรื่อย จนเขาชิน ไม่กลัวกล้อง อาจจะยอมเสี่ยง ปิดกล้องปิดเลนส์ แล้วให้เขาดมดูก้อได้คะ 555 (ไม่อยากบอกเลยว่าทำมาแล้ว ^^")








พอเขาเคยชินแล้วต่อไปจะง่ายแล้วคะ





ลองดูภาพเป็นไอเดียก้อได้คะ อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่คิดนะคะ

อัลบัมนี้มีภาพตอนที่พวกเขาเด็กเด็ก เป็นกล้องCompaq คะ
http://dorapanda.multiply.com/photos/album/9

อัลบัมนี้เป็นภาพที่บ้านคะ ใช้กล้องบนโทรศัพ์มือถือถ่ายคะ
http://dorapanda.multiply.com/photos/album/26

อัลบัมนี้เป็นภาพสบายสบายที่คอนโดคะเป็นกล้องCompaqกับกล้องบนโทรศัพ์มือถือคะ
http://dorapanda.multiply.com/photos/album/29

อัลบัมนี้ลองใช้กล้องใหญ่ถ่ายดูคะ
http://dorapanda.multiply.com/photos/album/30



พอเป็นแนวทางนะคะ

^-^




 

Create Date : 12 เมษายน 2551    
Last Update : 12 เมษายน 2551 15:06:58 น.
Counter : 608 Pageviews.  

[กระต่าย] โรค หรือ ลักษณะทางพันธุกรรม

โรคหรือลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างของกระต่าย เราควรที่จะรู้ไว้เพราะอย่างน้อยเราจะได้ดูแลเจ้าตัวเล็กได้อย่างดีที่สุด และไม่นำเขาไปผสมพันธุ์ต่อคะ

โรคหรือลักษณะทางพันธุกรรม บางอย่างสามารถถ่ายทอดไปยังลูกได้ เช่น ลักษณะฟันยื่น

โรคทางพันธุกรรมเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
แต่สามารถช่วยเหลือหรือรักษาได้ตามอาการของกระต่ายที่เป็น เช่น

1. กระต่ายฟันยื่น
ก็สามารถพากระต่ายไปตัดฟันออกให้ฟันสบกันพอที่จะให้กระต่าย ไว้ใช้กัดแทะหรือบดเคี้ยวอาหารได้อย่างสะดวก
2. ส่วนปัญหาคอเอียง หรือขาแป
ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

ปัญหาทางพันธุกรรมหลัก ๆ เกิดจาก

1. การนำกระต่ายที่มีสายเลือดใกล้ชิดกัน เช่น ปู่ ย่า พ่อ แม่ พี่น้อง มาผสมพันธุ์กันเอง
2. เป็นปัญหาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาลักษณะผิดปกติดังเช่นที่ผ่านมาได้เช่นกัน เช่น กระต่ายหน้าสั้น ผสม กับ หน้ายาว ขนาดฟัน กับ ขนาดขากรรไกรอาจจะพัฒนาได้ไม่เท่ากัน ฟันเลยยื่นยาว เป็นต้น

การป้องกันโรค

ทำได้โดยพยายามลดสาเหตุของโรคให้เหลือน้อยที่สุดได้แก่

1 เลือกชื้อกระต่ายที่แข็งแรงและปลอดโรคมาเลี้ยง

2 ดูแลกระต่ายให้อยู่สภาพที่สบาย สะอาด ได้รับอาหารและน้ำเพียงพอ ไม่ร้อนเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก

3 หมั่นตรวจและสังเกตุลักษณะอาการของกระต่ายเป็นประจำ ถ้าพบกระต่ายป่วย ควรแยกไปเลี้ยงในที่เฉพาะและทำการรักษาทันที ถ้าไม่สามารถรักษาได้ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ ส่าหรับกระต่ายตัวอื่นที่ยังไม่ป่วยควรดูแลเป็นพิเศษและทำความสะอาดโรงเรือนให้บ่อยขี้น

4 ไม่ควรใช้ยาเอง ถ้าไม่มีความรู้เพียงพอ ถ้าจะใช้ยาเองควรทำตามคำแนะนำของ สัตวแพทย์ และไม่ควรใช้ยาโดยไม่จำเป็นเพราะจะทำให้เชื้อโรคดื้อยาได้

5. ไม่ควรนำกระต่ายที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ผิดปรกติไปผสมพันธุ์หรือขยายพันธุ์ต่อ

p/s. ข้อมูลได้มาจาก พี่พี่ที่มีประสบการณ์ และ เวบ thairabbitsoceity คะ
ไว้จะมาลงรูปให้ดูนะคะ

ขอบคุณมากมากคะ

Tips : ไม่ควรนำกระต่ายที่มีปัญหาทางพันธุกรรมไปผสมพันธุ์ต่อ และ ไม่ควรผสมกระต่ายข้ามสายพันธุ์

^-^




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 13:08:11 น.
Counter : 723 Pageviews.  

[กระต่าย] โรคก้อนขน ... ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

โรคก้อนขน คือ อะไร ?

โรคก้อนขนคือโรคที่กระต่ายมีขนจำนวนหนึ่งไปอุดตันเป็นก้อนแข็งอยู่ภายในลำไส้ หรือ กระเพาะอาหาร

อาการของกระต่ายหล่ะ ?
กระต่ายจะเริ่มถ่ายเม็ดเล็กลง และ จะเริ่มซึม และ กินน้อย หรือ ไม่กินเลย ... บางรายเมื่อดมที่ท้อง จะเริ่มมีกลิ่นตุตุ เหมือน อาหารบูดเน่า

โอ้ย ~ อย่างนี้จะทำยังไงดีหล่ะ ?
ไม่ต้องตกใจคะ เพราะสาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่ "ขนกระต่าย" แต่อยู่ที่ อาหารและการออกกำลังกายรวมทั้งพฤติกรรมของเจ้าของต่างหากคะ

+ * + * + * + * + * + * + * + * + * +

ความเข้าใจผิดในเรื่องโรคก้อนขน
ส่วนมากมักจะคิดกันว่าเกิดจากการที่กระต่ายกินขนตัวเองเข้าไปเยอะ ... แต่จริงจริงแล้วถ้ากระต่ายมีระบบทางเดินอาหารที่แข็งแรง ร่างกายเขาจะสามารถขับขนออกมาได้เอง

สาเหตุหลักของโรคก้อนขน
1. ระบบทางเดินอาหารผิดปรกติ
และร่างกายไม่สามารถขับขนออกมาได้ เนื่องจาก
1.1 ขนไปแพ็กรวมกับอาหารเม็ดกลายเป็นก้อนแข็ง
1.2 ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่เต็มที่
2. มีขนเข้าสู่ร่างกาย

การป้องกันโรคก้อนขน
จากสาเหตุที่กล่าวมา ... ถ้าเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสาเหตุเหล่านั้นได้ ก้อไม่มีอะไรที่น่ากลัวเกินไป ...

1. วิธีป้องกัน เรื่องระบบทางเดินอาหารผิดปรกติ

1.1 ให้กระต่ายได้ ทาน Fiber ที่เพียงพอ (Fiber เช่น จาก หญ้าขนสด หรือ แห้ง เป็นต้น)
ผู้เลี้ยงกระต่ายนิยมเน้นอาหารเม็ดเป็นหลัก ซึ่ง อาหารเม็ดในเมืองไทย มีปริมาณของ Fiber ที่ไม่เพียงพอ คือ 18% ขึ้นไป (ที่เห็นมากสุดตอนนี้ก้อคือ 15%)
ดังนั้นการให้หญ้าอย่างเพียงพอจะทำให้กระต่ายขับถ่ายอย่างเป็นปรกติ
อาหารเม็ดควรเป็นอาหารเสริม และให้ผักหรือผลไม้ และ หญ้าเป็นอาหารหลัก

ดังนั้นปริมาณที่เหมาะสม อาจจะเป็น
อาหารเม็ด 10% ผัก 30% หญ้า 60%
หรือ อาหารเม็ด 20% ผัก 30% หญ้า 50%
(ประมาณเอาอ่ะนะคะ ... ลองเอาไปปรับกันดูนะคะ)
ขอเน้นว่า หญ้าสำคัญมากมากนะคะ ให้ใส่ไว้ให้เต็มทั้งวัน อาหารกับผักให้เป็นเวลาก้อพอคะ

1.2 การออกกำลังกายที่เพียงพอ
ลองนึกดูนะคะว่าถ้าเป็นคน กิน แล้ว ก้อนอน ระบบภายในคงจะเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว
ข้อนี้ไม่ใช่แค่กระต่ายนะคะ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด การออกกำลังกายอย่างเพียงพอจะทำให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรง ระบบทางเดินอาหาร และ ระบบของการขับถ่ายก้อจะทำงานเป็นปรกติด้วยคะ

1.3 ในกรณีที่กระต่ายมีปัญหาเรื่องการกินอาหาร
เช่น กระต่ายป่วย หรือ กระต่ายที่มีพันธุกรรมฟันยื่นฟันยาว
เจ้าของจำเป็นที่จะต้องบดอาหารแล้วป้อน
ข้อควรระวัง ... ห้าม ผสมอาหารเม็ด กับ น้ำเด็ดขาด ! เพราะเมื่ออาหารเม็ดโดนน้ำแล้วแห้งลง และยิ่งไปเจอกับขนที่ค้างอยู่ภายในด้วยแล้วหล่ะก้อ จะกลายเป็นก้อนที่แข็งมาก และ ลำไส้ไม่สามารถกำจัดออกได้คะ

2.วิธีป้องกัน เรื่องการมีขนเข้าสู่ร่างกาย

ข้อนี้คงจะห้ามไม่ได้ แต่เราสามารถลดจำนวนได้โดยการหมั่นแปรงขนให้เขาบ่อยบ่อย
(คิดเลี้ยงกระต่าย...ต้องรู้จักเปลี่ยนแปรง ... by Kellina
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2007/02/J5132796/J5132796.html)

-ยิ่งในช่วงที่เขาผลัดขนจะช่วยลดจำนวนขนที่จะติดเข้าไปในตอนที่เขาเลียทำความสะอาดตัวเองได้คะ
- กระต่ายที่ไม่ค่อยได้แปรงขน ขนของเขาอาจจะเป็นสังกะตังซึ่งจะทำให้เขาไม่สบายตัว ในบางตัวจึงชอบกัดขนของตัวเองและกินเข้าไปคะ
- กระต่ายที่มีเห็บไรก้อมักจะกัดขนตัวเองเช่นเดียวกันคะ

ทำอย่างไรเมื่อกระต่ายเริ่มมีอึ๊ที่เล็กลงและมีขนติดออกมาด้วย

1. กรณีที่กระต่ายไม่ซึม และ หม่ำอาหารตามปรกติ

1.1 ให้งดผักสด และ อาหารเม็ด ให้ทานหญ้าขนสด หรือ แห้ง ติดต่อกัน 1 อาทิตย์ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ต่ออีก 1 อาทิตย์ รวมเป็น 2 อาทิตย์ (ระหว่างอาทิตย์อาจจะแอบให้ผักสดได้นิดหน่อย ... แต่จำไว้ว่าคุณต้องใจแข็งเพื่อกระต่ายของคุณ)
1.2 ป้อน Laxatone ปริมาณ x kg. = x cc. เช่น หนัก 0.7 kg. ป้อน 0.7 cc. หนัก 1 kg. ป้อน 1 cc.
ครั้งแรกป้อนติดกัน 3 วัน หลังจากนั้น ป้อน อาทิตย์ละครั้ง
ถ้ากระต่ายปกติดี อาจจะป้อนเดือนละครั้งเพื่อช่วยการขับถ่ายของเขาก้อได้คะ
(Laxatone เป็นเหมือนเจลลื่นลื่น ที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นคะ ... สำหรับกระต่าย ซื้อแบบไม่มีรสนะคะ เช่น รสทูน่า เพราะเขาจะเหม็นกลิ่นความและไม่กินคะ)
(ป้อนยากันยังไงดี ใครมีเทคนิคดี ๆ กำราบตัวดื้อมาบอกหน่อยเร้ว by ... เซี่ยวลี้ฮูหยิน
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J5145123/J5145123.html )

2. กรณีที่กระต่ายซึม และ ไม่หม่ำอาหารตามปรกติ

พาไปหาคุณหมอด่วนเลยนะคะ อย่าลืม เล่าถึงอาหารที่ให้ในแต่ละวัน และ เก็บ อึ๊ไปให้คุณหมอดูด้วยนะคะ

+ * + * + * + * + * + * + * + * + * +

เห็นมั้ยคะว่า โรคก้อนขนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่เรามีเวลาให้กับเจ้าตัวเล็กอย่างเพียงพอ ... สุขภาพของเขาก้อจะแข็งแรง ... และปราศจากโรคภัยคะ

----------------------------------------------------------

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับทุกทุกคนนะคะ

p/s. เขียนจากข้อมูลที่ได้รับมาจากคุณหมอและพี่พี่ที่มีประสบการณ์คะ รบกวนพี่พี่ทุกคน เข้ามาแชร์ประสบการณ์เพิ่มเติม หรือ แก้ไขด้วยนะคะ

Tips : นี่คือประโยคที่ พี่เก่ง ANS160 เคยพูดไว้คะ

วิธีการป้องกันโรคก้อนขนที่ดีที่สุดคือ การให้อาหารที่มีไฟเบอร์สูง การออกกำลังกายที่เพียงพอ และการหมั่นแปรงขนอย่างสม่ำเสมอ ถ้าทำ 3 ข้อนี้ได้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโรคก้อนขนเลย

ป้องกันที่ต้นเหตุ ดีกว่า มาแก้ไขกันที่ปลายเหตุนะคะ เพื่อ น้องกระต่ายที่รักของทุกทุกคนคะ

ขอบคุณคะ

^-^




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 13:08:12 น.
Counter : 1381 Pageviews.  

[กระต่าย] ระวังภัยเงียบจากอาหารเม็ด

ที่มา : ระวังภัยเงียบจากอาหารเม็ด โดย คุณ Iccy_su




ยังจำเจ้า เป๋น้อยกันได้ไหมเอ่ย เป๋น้อยเป็นลูกของแม่โร่ คะ จากที่เคยเล่าไปแล้วว่า เป๋น้อยมีอาการไส้เลื่อนตั้งแต่เล็กๆ (คือใส่เค้าจาห้อยออกมาเป็นติ่งตรงพุงอะคะ) เคยพาเค้าไปหาหมอ 2 ครั้ง เรื่องใส้นี่ คุณหมอก็บอกว่ารอให้โตกว่านี้หน่อยแล้วค่อยมาดูอาการกัน เวลาก็ผ่านมา เค้าก็กินเล่น ได้ปรกติ จนมาวันนี้ เริ่มสังเกตุว่าเค้าไม่ทานอะไร (ที่จริงสังเกตุตั้งแต่เมื่อวานตอนล้างกรงแล้วละว่าเค้าซึม ไม่ค่อย เด้งดึ๋ง ๆ เหมือนทุกที พอวันนี้ ถึงเวลาให้อาหาร ซึ่งปกติทุกตัวจาแย่ง กรูกันเข้าไป หม่ำๆๆ (ในกรงอยู่กัน 3 ตัว พ่อคิงคอง พี่จูเนี่ยร์ และเป๋น้อย) แต่วันนี้เป๋น้อย ไม่กินเลย ขดตัวอยู่มุมกรง เลยจับเค้าออกมา ความคิดแรกเลย ไส้เค้าพันกันอะป่าว ถึงเวลาต้องพาไปผ่าแล้วมั้ง
ไปเลยค้า มาราธอนอีกแล้ว สุวรรณภูมิ-วัดเสมียน cry
ไกลจิง เลย พอไปถึงคุณหมออ้อยบอกเลย ถ้าผ่านี่เรื่องใหญ่เลยนะ อัตรายมาก ๆ โอกาสที่ไส้จะพันกันมีน้อยมาก ๆ แต่ก็เป็นไปได้ เอางี้ไป xray ก่อนละกัน จังหวะพอดีมีคนพากระต่ายมาหาคุณหมอเหมือนกัน เป็นลอปน่ารักเชียว (เทียบกับน้องเป๋น้อยเราแล้ว เฮ้อ เหมือนกระต่ายบ้านนอกเลย แต่ยังไงม่ามี๊ก็รักน้า) อาการไม่ถ่าย คุณหมอเลยให้ไป xray พร้อมกันเลย ผลปรากฎ อ่าเจ้าของเข้ามาฟังพร้อมกันเลยก็ได้ครับ อาการเหมือนกันเลย (แง้ว )

เป็นแก๊สในกระเพราะนะครับ ทำให้บวม และอาหารไม่ย่อย เกิดได้หลายสาเหตุ ถึอว่าน่าเป็นห่วงนะครับ (จาก 1-10 ) นี่อยู่ในระดับ 6-7 เลย "หมอคะเกิดจากอะไรคะ"
หลายสาเหตุครับ เครียด ไม่ได้ออกกำลังกาย อาหารเม็ดกินเยอะไป ไฟเบอร์น้อย และอื่นๆ อีก ยังไงแนะนำฝากไว้ดีกว่านะครับ เพราะต้องให้น้ำเกลือ ป้อนยา แล้วพรุ่งนี้ถ้าดีขึ้นค่อยมารับกลับ (กรี๊ดดด หมอขา บ้านหนูอยูซะไกลขนาดนั้น ) แต่สุดท้ายด้วยความที่กลัวเป๋น้อย ม่อง เลย ฝาก ๆ ก็ฝาก คุณเจ้าของลอป ก็ฝากคะ คุณหมอเลยให้อยู่กรงข้างๆ กัน (แต่อ๊าย อาย พอดูกรงข้างๆ กันแล้ว ลูกเราช่างเหมือน เด็กสลัมที่ไหนก็ไม่รู้ มาอยู่ข้างห้องกับคุณหนูน้องลอปดูดีมีชาติตระกูลมั๊กๆๆ (ถึงเอ็งจาเป็นเด็กสมัม แต่ม่ามี้ก็จารักษาเอ็งจนกว่าจะหายละ ม่ามี้ไม่ให้เอ็งใช้ 30 บาท รักษาไม่หายซักโรคหรอกน่า)

คุณหมอแนะนำว่า อาหารเม็ด เมื่อทานเเข้ไปแล้ว่
จะเกิดการบวม ถ้ากระต่ายกินน้ำน้อย หรือขาดน้ำ สำไส้ก็จะดูซึมน้ำออกไป แล้วอาหาร ก็จะแพ็ค เป็นก้อนอยุ่ในลำไส้ แล้วจะเกิดแก๊ส แล้วก็จะบวม ให้ให้น้องต่ายเเจ็บและจะมีอาการคล้ายๆ กับไส้เน่าขึ้นมา ตอนอธิบายคุณหมอให้ดูรูปด้วย น่ากัวมั๊กๆๆ ถือว่าเป็นโรคที่อันตรายมักๆๆ
ยังไงก็ฝากไว้ให้ ป๊ะป๊า ม่าม้าทุกท่าน ระวัง ๆ กันไว้ด้วยนะค้า

ปล. ยังไงเป็นกำลังใจให้เป๋น้อยด้วยนะค้า เอาใจช่วยด้วยนะค้า






(น้องเป๋น้อยเสียชีวิตแล้วคะ ด้วยอาการของโรคก้อนขนคะ)

^-^




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 13:07:57 น.
Counter : 745 Pageviews.  

1  2  3  4  

dorapanda
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




^-^



Since 21/09/2006

Friends' blogs
[Add dorapanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.