Group Blog
 
All Blogs
 

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล




"แฟชั่น" เป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับสภาพอากาศหรือฤดูกาล ซึ่งผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป หรืออาจจะหมุนเวียนกลับมาใหม่ได้อีกครั้ง แม้กระทั่งเสื้อผ้าผู้ชายก็เถอะ ไม่ต่างอะไรจากของผู้หญิงเช่นกัน แต่เชื่อไหมว่า...มีแฟชั่นบางอย่างที่ใส่กันมาโดยตลอดและไม่เคยตกยุคไปเลย อีกทั้งยังสามารถพบเห็นได้ในทุกวันนี้ โดยทางกระปุกดอทคอมได้นำเทรนด์เสื้อผ้าสุดคลาสสิคมาบอกให้ทราบกัน

white shirt
เจมส์ ดีน (James Dean)


เจมส์ ดีน (James Dean)

white shirt

1. เสื้อยืดสีขาว

          ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานสักเท่าไหร่ เสื้อยืดสีขาว ก็ยังคงเป็นเสื้อที่อมตะซึ่งคงอยู่มาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งจะเห็นได้จากไอดอลตลอดกาลอย่าง เจมส์ ดีน (James Dean) ที่มักใส่เสื้อยืดชนิดนี้อยู่เป็นประจำจนกลายเป็นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเขา และทำให้ผู้ชายหันมาใส่ตามกันทั่วโลก ด้วยความที่เป็นเสื้อที่มีความเรียบง่าย ใส่ได้กับทุกชุดและยังใส่สบาย จึงทำให้เสื้อชนิดนี้ได้รับความนิยมเสมอมา

          หากคุณอยากจะซื้อมาลองสวมใส่ดูบ้าง เราแนะนำให้เลือกเนื้อผ้าคอตตอน เพราะสวมใส่ได้สบายและเลือกไซส์ที่มีขนาดพอดีกับตัว ไม่เล็กจนอึดอัด นำมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกางเกงผ้ากากีก็ได้ แล้วแต่ชอ

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล

2. กางเกงยีนส์

          คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยีนส์ เป็นกางเกงที่ทุกคนควรจะต้องมีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้ และไม่ว่าโลกแฟชั่นจะหมุนไปเร็วแค่ไหน ยังไงยีนส์ก็ไม่มีวันตายหรือหายออกไปจากสารบบของโลกแฟชั่น นอกจากจะมีหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกใส่ทั้งขากระบอก ขาเดฟ ขาม้า แล้ว ความทนทาน ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กางเกงชนิดนี้เป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ที่จะคว้ามาใส่อย่างไม่ต้องลังเล

          วิธีการเลือกกางเกงยีนส์ง่าย ๆ คือ ให้เลือกแบบที่ใส่พอดีไม่แน่นหรือหลวมเกินไปและดูการตัดเย็บว่าเรียบร้อยดีไหม อีกอย่างหนึ่งอย่าเลือกยีนส์แบบที่ตามกระแสมากเกินไปเอาแบบธรรมดาซึ่งคุณสามารถหยิบจับมาสวมใส่เมื่อไหร่ก็ได้

          ความจริงแล้ว ยีนส์ เป็นกางเกงที่ใส่ได้หลากหลายโอกาสอยู่เหมือนกันและใส่ได้กับเสื้อหลายแบบ เช่น เสื้อยืด เสื้อโปโลหรือเสื้อเชิ้ตก็ได้เช่นเดียวกัน

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล

3. สูทสีกรมท่า

          หากคุณคิดจะหาสูทมาใส่สักตัว ที่สามารถใส่ได้กับทุกโอกาสและสร้างมาดความเป็นมืออาชีพให้กับคุณ สูทสีกรมท่า เป็นตัวเลือกแรกที่ต้องนึกถึง มิกซ์แอนด์แมชกับเชิ้ตขาวด้านในและเนคไทเรียบ ๆ สีเข้มสักเส้น แค่นี้คุณก็พร้อมสำหรับการเข้าไปทำงานในออฟฟิศหรือออกไปพบลูกค้าได้แล้ว แต่เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเรื่องงาน แล้วต้องการจะไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ต่อในทันทีล่ะก็ ถอดเนคไทแล้วปลดกระดุมเสื้อสูทออกคุณก็ยังดูดีในมาดแบบสบาย ๆ ได้อีกด้วย ลงทุนหาสูทดี ๆ มาเก็บไว้ในตู้บ้าง ก็ไม่เสียหายอะไรนะ

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล

4. กางเกงกากี

          กางเกงกากี เป็นกางเกงที่มีเนื้อผ้าทนทาน ซึ่งเป็นผ้าที่ผลิตขึ้นมาสำหรับตัดเครื่องแบบทหารแล้วค่อย ๆ นำมาพัฒนาและออกแบบมาไว้เป็นกางเกงเพื่อใส่ไปทำงานในออฟฟิศในภายหลัง ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากหนุ่ม ๆ เป็นจำนวนมากเพราะความคงทนและใส่สบาย โดยสีคลาสสิคที่แนะนำก็เป็นสีตามชื่อชนิดของผ้าเลย คือ สีกากี 

          ในปัจจุบันกางเกงชนิดนี้ ไม่ได้นำมาใส่เฉพาะเวลาทำงานเท่านั้น แต่กลับกลายมาเป็นแฟชั่นชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป เพียงแต่มีการปรับให้ดูแนวขึ้นนิดนึงโดยการพับขากางเกงขึ้นสัก 2 - 3 นิ้ว แค่นี้ก็โอเคแล้ว

5 อันดับ แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมตลอดกาล

5. เสื้อโปโล

          แรกเริ่มเดิมที เสื้อโปโล เป็นเสื้อที่รู้จักกันว่าเป็นเสื้อที่ไว้ใส่สำหรับเล่นเทนนิสหรือกอล์ฟ ก่อนที่จะพัฒนาจนกลายมาเป็นแฟชั่นชนิดหนึ่งของหนุ่ม ๆ ที่เห็นกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในปัจจุบันมีเหล่าบรรดาแบรนด์เสื้อชั้นนำต่าง ๆ ได้ออกแบบและผลิตออกมาจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น ลาคอสต์ (Lacoste) ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) หรือ เฟร็ด แพร์รี่ (Fred Perry) เป็นต้น โดยต่างดีไซน์รูปแบบลวดลายและสีออกมาแข่งขันกันอย่างมากมาย

          ลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งของเสื้อโปโลที่เราอยากแนะนำคือบริเวณปกคอเสื้อ คุณสามารถพับคอเสื้อให้ตั้งขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น หรือถ้าไม่ชอบก็ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้อันนี้แล้วแต่สไตล์ของแต่ละบุคคล

เอาล่ะ...ทีนี้คุณก็ได้ทราบถึง แนวเสื้อผ้าที่ไม่เคยหลุ
ดกระแสหรือล่วงเลยไปตามกาลเวลาแล้ว ก็ลองกลับไปสำรวจในตู้เสื้อผ้าดูสิว่า ตัวไหนควรโละทิ้งหรือตัวไหนควรเก็บไว้เพื่อไม่ให้คุณเผลอทิ้งเสื้อผ้าแนวคลาสสิคดังที่กล่าวมาทิ้งไปไม่งั้นเสียดายแย่เลยนะ




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 2:21:25 น.
Counter : 865 Pageviews.  

ยิงรถไฟขึ้นไปบนชั้นอวกาศ



เมื่อนำเทคโนโลยี magnetic levitation มาผนวกกับการยิงปืนใหญ่ก็จะทำให้ส่งรถไฟไปวิ่งในอวกาศได้แล้ว


นี่คือความทะเยอทะยานในการสร้างยานพาหนะสำหรับท่องไปในอวกาศจากโปรเจคของ Startram ด้วยเงินลงทุนกว่า 6 แสนล้านเหรียญ ในระยะทางกว่า 1,000 ไมล์ที่ระดับความสูง 12 ไมล์ ด้วยรถไฟลอยตัวที่มีความเร็วสูงถึง 20,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่มีจุดเริ่มต้นจากสถานีบนพื้นดินทะยานขึ้นไปสู่วงโคจรต่ำของโลก


นี่คือโปรเจคของ Startram (ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Dr. James Powell ผู้ที่คิดค้น superconducting magnetic levitationl) การเดินทางสู่ชั้นบรรยากาศจะเริ่มต้นด้วยการนำรถไฟ maglev มาใส่ไว้ในอุโมงค์สูญญากาศบนภาคพื้นดิน หลังจากนั้นก็เร่งความเร็วเป็นเวลาห้านาทีให้ไปแตะที่ความเร็ว 5.6 ไมล์ต่อวินาที ต่อจากนั้นก็เปิดปลายท่อที่ยกสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า 12 ไมล์ ซึ่งที่ความสูงระดับนี้อากาศจะมีความเบาบางไม่ทำให้รถไฟเกิดการเสียหาย หลังจากนั้นรถไฟก็จะลอยตัวพุ่งออกไปด้วยความเร็ว 20,000 ไมล์ต่อชั่วโมง


ศาสตราจารย์ Powell และศาสตราจารย์ George Maise ผู้ช่วยกล่าวว่าถ้าพวกเค้าสามารถใช้สายเคเบิ้ลนำไฟฟ้าขนาด 200 ล้านแอมแปร์มาร้อยผ่านด้านล่างภายนอกของอุโมงค์ และใช้สายเคเบิ้ลขนาด 20 ล้านแอมแปร์ติดตั้งไว้ภายในอุโมงค์ ก็จะสามารถสร้างสนามแม่เหล็ก magnetic levitation เพื่อยกรถไฟได้


ในทางทฤษฎีแล้ว ตอนนี้ชิ้นส่วนต่างๆของรถไฟ maglev ความเร็วสูง ไม่มีส่วนใดที่ยังทำไม่ได้ (แต่จะปลอดภัยรึเปล่านั่นก็อีกเรื่องนึงนะ) แต่สิ่งที่หยุดยั้งความเป็นไปได้ก็คือการสร้างอุโมงค์ปืนใหญ่ขนาดยักษ์ที่มี ความสูง 12 ไมล์ (19.3 กม.) ให้ยกตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าต่างหาก ล่าสุดทาง Sandia National Labs ได้ทำการรีวิวข้อเสนอของโปรเจคนี้ที่พวกเค้ายื่นเข้าไปและไม่มีเหตุผลใดที่ จะปฎิเสธโปรเจคที่มีความเป็นไปได้โปรเจคนี้ แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาเงินทุน 6 แสนล้านเหรียญต่างหากล่ะ













 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 2:19:09 น.
Counter : 163 Pageviews.  

ไข่ที่ทานแล้วไม่แพ้




ไข่เป็นหนึ่งในอาหารที่หลายๆคนทานเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ ซึ่งผลที่ตามมาก็จะแตกต่างกันไป บ้างก็จาม, คลื่นไส้, ปวดหัว, ปวดท้องหรือเป็นผื่น ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดก็คือเกิดอาการช็อคจนทำให้เสียชีวิตได้ แต่ไข่ก็ใช้ เป็นส่วนประกอบของอาหารและขนมหลายชนิด บางอย่างแค่มองด้วยตาก็สังเกตไม่ออกจนกว่าจะทานเข้าไป จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเลี่ยงหลีกได้หมดทุกอย่าง


ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจาก Deakin University ประเทศออสเตรเลีย กำลังพัฒนาไข่ที่ทุกคนทานได้อย่างปลอดภัย  พวกเค้ายังบอกว่าไม่ใช่เฉพาะไข่เท่านั้นที่เป็น hypoallergenic แต่ยังรวมถึงแม่ไก่ที่วางไข่ด้วย


คนที่มีอาการแพ้ไข่ส่วนใหญ่มักจะไวต่อโปรตีน 4 ชนิดจากโปรตีน 40 ชนิดที่มีอยู่ในไข่ขาว ทางนักวิทยาศาสตร์จึงคิดหาวิธีสกัดโปรตีนสี่ชนิดนี้ออกมาเพื่อปิดสวิตช์ส่วน ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ไข่ หลังจากนั้นก็นำโปรตีนที่ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการแพ้ฉีดกลับเข้าไปยัง ไข่ ส่งผลให้ไก่ที่เกิดจากไข่ใบนี้ก็จะกลายเป็นไก่ที่ให้ไข่ hypoallergenic ตั้งแต่กำเนิด


ทางนักวิทยาศาสตร์คาดว่าโปรเจคที่ดำเนินงานมากว่า 3 ปีนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาวัคซีน allergy-free flu ภายใน 5 ปี และไข่ไก่ hypoallergenic ที่สามารถนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัยภายใน 5-10 ปีนี้ค่ะ













 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 2:17:47 น.
Counter : 156 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

donmaikoom
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add donmaikoom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.