Group Blog
 
All Blogs
 

ของในกระเป๋าคุณสาว ๆ ช่วยปฐมพยาบาลได้นะ

กระเป๋า

แปลงโฉมกระเป๋าเป็น "กล่องปฐมพยาบาล"...ยามลื่นล้มในหน้าฝนแบบเก๋กู้ด (ไทยโพสต์)

"กระเป๋า" อุปกรณ์แต่งตัวที่ทำให้ชุดสาวออฟฟิศเรียบ ๆ เปรี้ยว เก๋ เนี้ยบ หรือไฮโซขึ้นทันที! ทว่า นับต่อจากนี้กระเป๋าจะไม่เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมความงามให้ผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังมีสถานะเป็นกระเป๋าโดเรมอน ที่เก็บของใช้จำเป็นหลากหลายจนหนุ่มข้างกายหลายคนต้องอึ้ง!

          เครื่องสำอางสายชาร์จโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ หูฟัง นามบัตร เมมโมรีสติ๊ก เครดิตการ์ด บัตรสมาชิกฟิตเนส ทิชชู สารพัดกุญแจ กระจก ขวดน้ำดื่มผ้าอนามัย กระดาษซับมัน ร่ม สมุดโน้ต ไดอารี ตลับยา ยาดม แปรงสีฟัน นิตยสาร บิลค่าโทรศัพท์ น้ำ ไฟ ใบเสร็จรับเงินสะสมไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฯลฯ ที่ถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋าแบบ จัดเต็ม! จัดหนัก! ดูแล้วเหมือนขยะรก ๆ

แต่เชื่อไหมว่าของสารพันในกระเป๋าของสาว ๆ กลับสามารถนำมาแปลงใช้เป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในยามฉุกเฉินยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อลื่นหกล้มแล้วข้อเท้า ข้อมือ แขน ขาแพลง ถลอก หรือแตกร้าวช่วงหน้าฝนนี้ได้

ณัฐนันท์ ปัญญาโกษา นักสุขศึกษา แผนกสร้างเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ช่วงหน้าฝนมักจะมีอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นล้ม โดยเฉพาะสาวทำงานที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ ส้นรองเท้ายิ่งสูงยิ่งทำให้ทรงตัวลำบาก เมื่อต้องเจอกับพื้นถนนที่เปียกแฉะทำให้เสี่ยงต่อการลื่นล้ม ส้นรองเท้ายิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ ความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดจากลื่นล้มก็จะมากขึ้นเท่านั้น การลื่นล้มอาจเสี่ยงต่อเข่าช้ำบวม ถลอก ข้อเท้าพลิก แพลง ร้าว เวลาที่ลื่นล้มเรามักจะใช้ข้อมือยันพื้น ทำให้เสี่ยงต่อการแตกร้าวของข้อมือหรือท่อนแขนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลื่นตกบันได ยิ่งเสี่ยงทำให้กระดูกส่วนที่กระแทกรุนแรงเกิดการร้าวได้มากขึ้น


แฟชั่น


นักสุขศึกษาจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1  กล่าวต่อว่า การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม ที่จริงแล้วเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวด การบาดเจ็บ ป้องกันไม่ให้บาดเจ็บมากยิ่งขึ้น หรือช่วยลดความพิการลง ทำให้แพทย์ทำการรักษาได้ง่ายขึ้น หายเร็วขึ้น เช่น ถ้ากระดูกแตกแล้วไม่ทำการปฐมพยาบาล กระดูกที่แตกอาจไปกดหรือบาดกล้ามเนื้อโดยรอบ ทำให้เจ็บปวดและบวม หรืออาจทำให้เกิดอาการเอ็นอักเสบ หรือถ้าข้อเท้าแพลงแล้วไม่ทำการปฐมพยาบาล จะทำให้เจ็บปวดมาก เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บลำบากและทำให้การอักเสบนานขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะหายภายใน 2-3 วัน กลายเป็น ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะเดินได้เหมือนเดิม

"แค่เปิดกระเป๋าถือของสาวออฟฟิศ เราก็จะพบสิ่งของมากมายที่นำมาใช้ในการปฐมพยาบาลยามฉุกเฉินลื่นล้มได้ เช่น กระดูกข้อมือร้าวหรือหัก สามารถใช้กระเป๋าสตางค์ทรงยาว ร่มด้ามสั้น โทรศัพท์มือถือขนาดทั่วไป หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร มาดามแขนแล้วรัดด้วยสายชาร์จแบต ถ้าเลือดออกอาจใช้ผ้าอนามัย แผ่นอนามัยแบบบาง หรือผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดซับเลือด เพราะซับได้ดีและไม่เปื่อยยุ่ยติดแผลเหมือนกระดาษทิชชู หรือกรณีบวมช้ำก็อาจใช้ขวดน้ำเย็นในกระเป๋า หรือถ้ามีแก้วกาแฟเย็นก็เอามาใช้ลดอาการบวมช้ำได้ เป็นต้น"

ณัฐนันท์ กล่าวด้วยว่า ก่อนการปฐมพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องทำคือพิจารณาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้บาดเจ็บ เช่น ถ้ากระดูกแตกหรือร้าว สังเกตได้จากการที่ผู้บาดเจ็บจะขยับส่วนที่แตกร้าวไม่ได้ เพราะจะเจ็บและปวดมาก แต่ถ้าเป็นการบวมช้ำควรใช้วิธีประคบเย็น เพื่อให้เลือดที่ออกอยู่ภายในหยุดไหลก่อนและลดอาการบวม หรือถ้ามีแผลถลอกหรือเลือดออก ควรให้ความสำคัญกับความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อโดยการกำจัดเศษผง โคลน หินออกโดยการปัดเบา ๆ แล้วใช้น้ำเปล่าล้างแผลส่วนที่สะอาดกว่าก่อนแผลส่วนที่สกปรกกว่า ป้องกันแผลสกปรกมากขึ้น


















 

Create Date : 24 มิถุนายน 2555    
Last Update : 24 มิถุนายน 2555 12:22:23 น.
Counter : 445 Pageviews.  

จะรู้ได้อย่างไรว่ามีเชื้อราอยู่ในบ้าน?




จะรู้ได้อย่างไรว่ามีเชื้อราอยู่ในบ้าน? (อาหารและสุขภาพ)

ถาม : จะทราบได้อย่างไรว่าในบ้านมีเชื้อราหรือไม่ แล้วจะทำอะไรกับมันได้บ้าง?

ตอบ : เชื้อราที่อยู่ในบ้านอาจสังเกตได้จากการมีกลิ่นเหม็น รู้สึกแน่นจมูก และบางทีก็ทำให้เป็นพิษกับสภาพแวดล้อม ต่อไปนี้จะเป็นวิธีรับมือกับมัน หรือหากมีเชื้อราอยู่ในบ้านเราจะหามันอย่างไร เพื่อทำการฆ่าและหยุดไม่ให้กลับมาอีก

ดมกลิ่น พอเข้าไปในบ้าน ดมดูว่ามีกลิ่นเหม็นอับหรือไม่ แล้วพิจารณาดูว่าสุขภาพของคุณเป็นเช่นไร เช่น มีอาการแพ้ตลอดทั้งปีหรือเปล่า เพราะหากคุณเจอกับเชื้อราอยู่ตลอด ก็จะมีอาการคัดจมูกอยู่เรื่อย ๆ มีน้ำตา และมีน้ำมูก

ใช้ตาสำรวจ คุณสามารถมองเห็นเชื้อราที่อยู่บนพื้นผิว อาจมีลักษณะเป็นขุย ๆ สีดำ หรือจุดสีดำ, ขาว, ส้ม, เขียว หรือน้ำตาล

ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หากไม่แน่ใจว่าบ้านคุณมีเชื้อราหรือไม่ อาจสอบถามไปยังทางการเพื่อช่วยตรวจให้

ดูแลสิ่งต่าง ๆ ให้แห้ง ส่วนมากแล้วคุณสามารถป้องกันไม่ให้ราเจริญเติบโตได้ โดยทำให้บริเวณที่เปียกหรือชื้นแห้งเป็นเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง เมื่อทำการซ่อมแซมบ้าน ให้เลือกใช้วัสดุและสีที่ต่อต้านเชื้อรา โดยกฎพื้นฐานแล้ว ทำให้ความชื้นในบ้านอยู่ในระดับต่ำ

ทำความสะอาด ใช้ยาทำความสะอาดที่เป็นน้ำยาฟอกขาว โดยผสมน้ำยาหนึ่งถ้วยต่อน้ำหนึ่งแกลลอนทำความสะอาด ทั้งนี้ มีผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า น้ำยาฟอกขาวสามารถฆ่าเชื้อราได้ จากนั้น ปล่อยให้บริเวณนั้นให้ระบายอากาศได้ดี ๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องพบกับกลิ่นเหม็นเหล่านั้น หากต้องทำในบริเวณกว้างมาก ๆ อาจต้องใช้มืออาชีพในการทำความสะอาดและซ่อมแซมบริเวณที่ติดเชื้อรานั้น

รู้จักอันตราย แม้ว่าเชื้อราส่วนมากจะทำให้เกิดแค่อาการแพ้ และไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่ราบางชนิดก็มีอันตรายมากกว่านั้น ราสองชนิดที่อันตรายมากที่สุดก็คือ Stachybotrys chartarum และ Memnoniella echinata โดยของเสียของเราบางชนิดเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ โชคดีที่สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเฉพาะสภาพแวดล้อมที่เปียกซ้ำซากและมีวัสดุที่ดูดซึมน้ำเอาไว้ได้






















 

Create Date : 24 มิถุนายน 2555    
Last Update : 24 มิถุนายน 2555 12:21:16 น.
Counter : 400 Pageviews.  

จะมีชีวิตเป็นคนอยู่อย่างไร จึงจะไม่ขาดทุน

##########





ฉันอยากให้เพื่อนมนุษย์ของฉันทุกคน คิดปัญหาข้อที่ว่า ถ้าเราจะไม่เป็นคนชนิดที่เหมือนกับเขา แต่จะเป็นอย่างของเรา เราจะต้องเป็นอย่างไรจึงจะไม่ขาดทุน.


บางคนคงจะย้อนถามฉันว่า การเป็นคนอยู่ทุกวันๆ นี้ ต้องลงทุนด้วยหรือ? เห็นมีแต่ลงทุนเรียน ลงทุนค้า หรืออะไรทำนองนี้ทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครลงทุนในการเป็นคนเลย.


ฉันจะต้องขอโทษ ในการที่ฉันมีความเห็นว่า การเคลื่อนไหวของเราทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการทำ หรือเป็นการรับผลของการทำ ล้วนแต่เป็นการลงทุนในการเป็นคนไปหมด เราลงทุนลงแรงวิ่งแล่นไปในวัฏสงสาร ลงทุนมาเกิดเป็นคน ลงทุนในการดำรงชีพเป็นอยู่, ต้องหัวเราะ ต้องร้องไห้ อิ่ม หิว รัก โศก เพลิน หงอย ไปห้องน้ำ ไปห้องส้วม ฯลฯ ป่วยไข้ หาย สบาย กระทั่งตาย เพื่อเกิดใหม่ในที่สุด ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุน เรียนเพื่อรู้ แล้วเข็ดหลาบในการที่จะไม่ต้องวิ่งมาวนเวียน เป็นเช่นเดียวกันต่อไปอีก ฉันเห็นว่า ทั้งการกระทำ และการรับผลของการกระทำ ทั้งดีและชั่วทั้งหมดนั้น ล้วนแต่เป็นการถูกธรรมชาติบังคับให้เราทำและเป็นไป. เป็นการ ลงทุนเรียน เพื่อให้เรากลายเป็นผู้สามารถขึ้นอยู่เหนือกฏเหล่านั้นคือ นิพพาน! ถ้าเราไม่ลงทุนด้วยการลองมาเป็นคนดูเสียก่อน เราก็จะไม่มีความรู้อะไรเลย


ในการที่จะถอนตัวขึ้นให้พ้นจากการที่จะต้องเป็นคน (หรือเป็นสัตว์) ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด, เราลงทุนด้วย การทนเป็นคน เพื่อเรียนรู้และ สอบไล่ ให้ได้ถึง ขั้นที่จะไม่ต้องเป็นคน อีกต่อไป.


การตายช่วยอะไรเราไม่ได้ในข้อนี้ เพราะมันกลับมาเกิดอีก, เว้นไว้แต่เราจะเป็นคนให้ครบถ้วนตามหลักสูตรเสียก่อน คือ เป็นคนชนิดที่มีกำไร ไม่ขาดทุน. หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ศึกษาให้รู้จักการเป็นคนด้วยการเคยเป็นคนเสียอย่างเต็มที่ จนตนสามารถเอาชนะอยู่เหนือการเป็นคนของตนเอง ได้นั่นเอง. เราจะเป็นผู้มีกำไรประจำวัน ทุกๆ วันได้ ด้วยการที่เรามีทุกข์กะใครไม่เป็น ไม่ว่าเหตุการณ์อย่างใดจะเกิดขึ้น และเราจะงบยอดมีกำไรเด็ดขาดในขั้นสุด ในการที่เราเข้าถึงขีดที่ความทุกข์ไม่อาจเกิดขึ้นอีกต่อไป.


บางคนคงจะถามว่า ถ้าเกิดมาทำงานได้รับผลสำเร็จร่ำรวย สมบูรณ์พูนสุขด้วยเกียรติและทรัพย์แล้ว ยังจะว่าขาดทุน ในการเป็นคนอีกหรือ ?


ฉันตอบว่า การสมบูรณ์พูนสุขนั้น ก็เป็นเพียงการลงทุนอย่างหนึ่ง หรือตอนหนึ่งของการลงทุนในการเป็นคนเท่านั้น คือ เป็นการลงทุนเพื่อให้เราได้เรียนรู้ว่า มันก็เป็นของหลอกๆ เช่นเดียวกับการตกระกำลำบากเหมือนกัน.


ครั้นเรารู้จักมันอย่างถูกต้องแล้ว เราก็จะเป็นคนมากขึ้นอีก จนกระทั่งเป็นคนที่เต็ม (Perfected) โดยทุกๆ ทาง ในการที่จะบริสุทธิ์ สว่างไสว และสุขเย็น. ความสมบูรณ์พูนสุขจึงเป็นเพียงการลงทุนเท่านั้น ยังหาใช่ผลกำไรแห่งการเป็นคนไม่ ก็ถ้าใครหลงเอาต้นทุนมาใช้จ่ายเสีย อย่างกะว่ามันเป็นผลกำไรแล้ว คนนั้นก็จะหมดกระเป๋าเลย! แล้วเขาก็จะต้องฟุบหน้าร้องไห้กับพื้นดิน ตรงที่เขายืนนั่นเอง, ไม่เชื่อใครลองใช้ความสมบูรณ์พูนสุข ในฐานเป็นผลกำไรของชีวิตดูเถิด!


เชิญท่านลอง ค้าการเป็นคน ของท่านดูเรื่อยๆ ไปเถิด ท่านจะเห็นเอง.


พุทธทาส อินทปัญโญ
หอสมุดธรรมทาน ไชยา ๑๙ มีนาคม ๒๔๘๖





















 

Create Date : 23 มิถุนายน 2555    
Last Update : 23 มิถุนายน 2555 0:41:26 น.
Counter : 465 Pageviews.  

16 อาการปกติ ที่แม่มักคิดว่าลูกผิดปกติ

@@@@@@@@@@


เด็กแรกเกิด

16 อาการปกติ ที่แม่ท้องมักคิดว่าลูกผิดปกติ
(Mother & Care)

"ทำไมผิวถึงลอกอย่างนี้ล่ะ
ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย"
"ตายแล้ว !!! ลูกมีเลือดออกที่ตาขาว"
"โถ...โถ...ลูกร้องไม่ยอมหยุดเลย ไม่สบายแน่ ๆ"
"....." ฯลฯ

           เรื่องที่คุณแม่กังวลใจมากที่สุด มักหนีไม่พ้นอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูก โดยเฉพาะลูกที่เพิ่งจะกำเนิดขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ แม้ความจริงจะเป็นเพียงอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ คุณแม่ก็มักตกใจและคิดว่าเป็นอาการที่ผิดปกติ มาดูกันสิว่ามีอาการปกติใดบ้าง ซึ่งมักเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัยนี้ และคุณแม่มักคิดว่าเป็นอาการผิดปกติ

อาการปกติของเจ้าตัวน้อย

1. อาเจียนหรือแหวะนม

เด็กวัยนี้มักแหวะนมกันมาก ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะหูรูดกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่ดี จึงปิดไม่สนิท ทำให้แหวะนมเล็กน้อยได้ ดังนั้นหลังมื้อนมควรไล่ลมให้ลูก โดยจับนั่งตัวตรงบนตัก หรืออุ้มพาดบ่าสัก 5-10 นาที หรือให้ลูกนอนยกศีรษะสูง และตะแคงขวาหลังดูดนมราวครึ่งชั่วโมง ถ้าให้ลูกกินนมขวด ควรอุ้มให้ลำตัวและศีรษะลูกสูงไว้ ถือขวดนมให้น้ำนมท่วมจุกนมตลอดด้วย แต่ถ้าลูกอาเจียนมากขึ้น รีบพาไปพบกุมารแพทย์ค่ะ

2. แผลที่เพดานปาก

แผลที่เพดานปากมักเกิดขึ้นกับลูกน้อยในช่วง 2-3 วันหลังคลอด ส่วนใหญ่เกิดจากการดูดนมที่แรงไปนิดของลูกเองค่ะ ไม่ได้มีความผิดปกติร้ายแรงใด ๆ อาการที่เกิดขึ้นนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง คุณแม่ไม่ต้องกังวลหรือให้การรักษาใด ๆ นะคะ

3. ลิ้นถูกตรึง

ลิ้นวัยแรกเกิดมักสั้นจนดูเหมือนผิดปกติได้ ซึ่งเกิดจากเยื่อบุที่ยึดใต้ลิ้นกับพื้นของช่องปากสั้นหรือหนากว่าปกติ เมื่อโตขึ้นลิ้นก็จะยาวออก แล้วก็บางลงไปทางปลายลิ้นเอง ไม่ได้ถือเป็นเรื่องผิดปกติใด ๆ เวลาร้องลูกก็สามารถแลบลิ้นพ้นริมฝีปากได้ เมื่อโตแล้วลูกก็กระดกลิ้นให้แตะเพดานได้ แลบลิ้นเลียริมฝีปากบนได้ ถือว่าปกติ ถ้ายังไม่แน่ใจพาลูกไปพบแพทย์ก็ดีค่ะ เพราะหากลิ้นถูกยึดกันจริง ๆ แพทย์จะทำการผ่าตัดให้เมื่ออายุ 2-3 ปี

4. ฝีจากวัคซีนวัณโรค

วันแรกหลังคลอด วัยแรกเกิดจะถูกฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคกันถ้วนหน้าค่ะ อาจฉีดตำแหน่งหัวไหล่ข้างซ้ายหรือขวา หรือสะโพก พออายุสักหนึ่งเดือนก็มักเกิดฝีเล็ก ๆ แล้วก็แห้งกลายเป็นแผลบุ๋มเมื่ออายุสัก 2 เดือน คุณแม่ไม่ต้องดูแลหรือรักษานะคะ แต่ถ้าฝีมีขนาดใหญ่ แตก มีหนองไหล เป็นนานกว่า 2 เดือน เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70 % วันละหลายครั้งจนกว่าแผลจะแห้งค่ะ

5. ปานแดงนูน

มักเป็นที่ใบหน้า เป็นก้อนนูนมีขอบชัด นุ่ม สีแดง ส่วนใหญ่มักหายเอง โดยเมื่อลูกโตขึ้นปานจะเล็กลงเรื่อย ๆ ผิวสีแดงจะกลายเป็นสีเทาซีด เด็กผู้หญิงและทารกเกิดก่อนกำหนดที่หนักน้อยกว่า 1,500 กรัม จะเป็นมากกว่าเพื่อนค่ะ อาจมีปานแดงเพียงอันเดียว แล้วโตตามตัวในอายุ 6-8  เดือน ซึ่งลูกมักโตเร็ว ช่วงนี้ผิวอาจเป็นแผลได้ ถ้าไม่ติดเชื้อ เลือดไม่ออกก็อย่ากังวลค่ะ แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งสำคัญ แล้วก้อนโตเร็วมาก มีเลือดออก ติดเชื้อ ต้องรีบไปพบแพทย์นะคะ

6. กลากน้ำนม

มักเป็นกันมากที่แก้มทั้งสองข้าง ลามไปที่ใบหน้า คอ ข้อมือ มือ ท้อง แขน ขา โดยผิวจะมีผื่นแดง มีน้ำเหลือง มักเป็นเมื่อหม่ำนมวัวค่ะ ดังนั้นให้นมแม่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณแม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ ก็เลี่ยงอาหาร ที่ทำให้แพ้ เพราะจะถูกขับออกมาทางนมแม่ เช่น นมวัว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ไข่ อย่าให้อาหารเสริมกับลูกช่วง 6 เดือนแรก ไม่อาบน้ำบ่อย ไม่ฟอกสบู่บ่อย ไม่ใช้น้ำอุ่นอาบ ไม่ใช้ผ้าหรือฟองน้ำถูผิวลูกแรง แล้วถ้ายังไม่ดีขึ้น พาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

7. สะดือจุ่น

ทารกที่น้ำหนักตัวน้อยมักเป็นมากค่ะ เกิดจากวงรอบสะดืออ่อนแอจึงปิดได้ไม่สมบูรณ์ อีกทั้งความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นเมื่อลูกไอ ร้องไห้ เบ่ง หรือบิดตัว ก็ทำให้เป็นก้อนนุ่มอยู่ข้างใต้สะดือ ก้อนที่ปูดออกมานี้ยุบได้ง่ายไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ บางทีก็อาจมีก้อนปูดออกมาเหนือสะดือ ซึ่งก็จะหายได้เองหลังวัย 1 ปี ไม่ต้องกังวลนะคะ แล้วไม่ควรใช้แถบกาวเหนียว ๆ ปิด หรือใช้เหรียญปิดทับก้อนปูด ๆ นี้ เพราะไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นค่ะ

8. ร้องโคลิก หรือร้อง 3 เดือน

มักพบในทารกต่ำกว่า 3 เดือน ซึ่งจะร้องซ้ำเป็นเวลาเดียวกัน เช่น ช่วงบ่ายหรือเย็น มักร้องต่อเนื่องเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน เป็นมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ นานกว่า 3 สัปดาห์ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดค่ะ อาจเพราะมีลม เข้าท้องมาก แพ้โปรตีนนมวัว ได้รับนมมาก ได้อาหารมีแป้งสูง ทำให้มีก๊าซในท้องมาก จึงท้องอืด แน่นท้อง ไม่มีการรักษาใด ๆ ที่ได้ผลค่ะ ลองไล่ลมหลังมื้อนมทุกครั้งนะคะ ถ้าใช้นมขวดต้องอุ้มลูกให้ถูกต้อง ถือขวดนมให้ถูก อาจให้นอนคว่ำบนตัก หรือนอนทับบนกระเป๋าน้ำอุ่นก็อาจช่วยบรรเทาได้บ้างค่ะ

9. ตัวเหลือง

มักพบใน 2-4 วันหลังคลอด อาจเป็นเพราะได้รับนมแม่ไม่พอ ดูดนมได้น้อย ดังนั้นควรให้ลูกอยู่กับคุณแม่ตลอดนะคะ ให้ดูดนมแม่บ่อย ๆ คือ มากกว่า 8 มื้อต่อวัน อาการนี้อาจเริ่มเป็นในช่วงปลายสัปดาห์แรก หรือ 4-7 วันในสัปดาห์ที่ 2-3 หลังคลอด เมื่อให้นมแม่ต่อไป อาการนี้ก็จะค่อย ๆ ลดลงจนเป็นปกติในช่วงวัย 3-12 สัปดาห์ได้เองค่ะ แต่ในบางกรณีนมแม่ก็อาจทำให้ลูกตัวเหลืองได้เช่นกัน เนื่องจากตับยังทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีผลเสียแต่อย่างใด (ถ้าลูกกินมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว)

10. ผิวหนังลอก

ผิวหนังจะมีการลอกถือเป็นเรื่องปกติค่ะ ผิวหนังของทารกครบกำหนดใน 1-2 วันแรกจะยังไม่ลอก จนหลังอายุ 24-48 ชั่วโมง จึงเริ่มลอก มักพบที่มือและเท้า ผิวหนังที่ลอกจะหายไปในเวลา 2-3 วัน คุณแม่ไม่ต้องไปทำการรักษาใด ๆ นะคะ ส่วนทารกเกิดก่อนกำหนด ผิวหนังจะลอกช้ากว่า คือ 2-3 สัปดาห์หลังคลอดถึงจะลอก มีเหมือนกันที่ทารกมีผิวลอกออกมาเลยหลังคลอด มักพบในทารกที่คุณแม่ตั้งครรภ์เกินกำหนดค่ะ

11. เขียวคล้ำ

ปลายมือปลายเท้าลูกวัยแรกเกิดมักมีสีเขียวคล้ำ เนื่องจากกลไกการควบคุมเลือดฝอยยังทำงานไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเกิดจากการที่ร่างกายลูกถูกบีบรัด ทำให้มีเลือดคั่ง มีจุดห้อเลือดจำนวนมาก โดยเฉพาะร่างกายที่เป็นส่วนนำขณะคลอดตามธรรมชาติ เช่น ใบหน้า ก้น ซึ่งจุดห้อเลือดเหล่านี้มักหายไปได้เองอย่างรวดเร็วใน 2-3 วันค่ะ

12. ผิวหนังลายเหมือนร่างแห

ช่วงที่เกิดมาใหม่ ๆ ผิวเด็กวัยทารกแทบทุกคนมักมีลักษณะเหมือนลวดลายร่างแห บางทีก็มองดูเหมือนลายหินอ่อน เพราะหลอดเลือดฝอยและหลอดเลือดดำย่อยกำลังขยายตัวค่ะ ศูนย์ควบคุมหลอดเลือดยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือถ้าทารกอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมเย็นหรือร้อนไป ผิวก็มักมีอาการนี้เกิดขึ้นได้เช่นกันค่ะ

13. เลือดออกที่ตาขาว

ภาวะนี้พบได้บ่อยในเด็กวัยแรกเกิด ไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใดค่ะ เลือดจะออกมามีลักษณะเป็นจุด ๆ ที่ตาขาว หรือรอบ ๆ แก้วตา สาเหตุอาจเกิดขึ้นในขณะคลอด เกิดจากการที่ความดันในทรวงอกของลูกเพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใดในขณะที่ลูกผ่านออกมาทางช่องคลอด ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์

14. ตุ่มขาวในปาก

การที่มีตุ่มเม็ดสีขาวเท่าหัวเข็มหมุดเกิดขึ้นกลางเพดานปาก เหงือก หัวนม ปลายอวัยวะเพศชาย ถือเป็นเรื่องปกติที่เด็กมักเป็นกัน อาจมีตุ่มจำนวนมากน้อยต่างกัน อีกทั้งตุ่มเล็ก ๆ นี้ก็ไม่ได้ขัดขวางการดูดนมของลูก ซึ่งปล่อยไว้ก็จะหลุดไปเอง อย่าไปขยี้หรือบ่งออกเชียวนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ค่ะ

15. ตัวแดงครึ่งซีก

สาเหตุของภาวะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด มักเป็นกันมากในช่วง 4 วันแรกหลังคลอด และอาจพบได้จนถึงอายุ 3 สัปดาห์ มักเป็นกับทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย ส่วนทารกครบกำหนดอาจพบได้บ้าง โดยหน้าผาก ใบหน้า ลำตัว แขนขาจะมีสีแดงครึ่งซีก อีกซีกหนึ่งจะซีดลงจนเห็นแนวกึ่งกลางแบ่งซีกได้ชัด และมักเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง

16. ปากมีเม็ดพอง

เด็กแรกเกิดมักมีภาวะขอบริมฝีปากเป็นเม็ดพองเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ทั้งในบริเวณขอบริมฝีปากบนและล่าง หรือพบเฉพาะที่กลางริมฝีปากบนก็ได้ค่ะ อย่ากังวลใจนะคะ เพราะเม็ดพองที่เกิดขึ้นนี้จะค่อย ๆ แห้ง แล้วก็ลอกหลุดออกเป็นแผ่นไปเองในที่สุดค่ะ

















 

Create Date : 21 มิถุนายน 2555    
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 14:40:32 น.
Counter : 894 Pageviews.  

4 ขั้นตอนก้าวข้ามความรู้สึกผิดหลังเลิกกับแฟน

:D:D:D:D:D

4 ขั้นตอนก้าวข้ามความรู้สึกผิดหลังเลิกกับแฟน


ในขณะที่บางคนเป็นแค่คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจากชีวิตของเรา คนบางคนก็อาจอยู่ในความทรงจำของเราไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นเพราะตัวเราที่ทำผิดเองจึงต้องมาติดอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตจนลืมเธอไม่ได้ แถมจะคบกับใครก็ไปไม่รอดเพราะความกลัวการทำผิดแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นคนไม่มีความสุข ดังนั้น เราจึงควรพยายามเอาชนะความรู้สึกผิดด้วยการทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. อะไรทำให้คุณรู้สึกผิด

          ลองถามตัวเองดูสิว่าคุณรู้สึกผิดเพราะอะไรกันแน่ เพราะไม่ได้ดูแลเธอให้ดีเท่าที่ควรตอนที่ยังมีโอกาส หรือเพราะห่วงศักดิ์ศรีของตัวเองจนไม่ไดพูดคำว่า "ขอโทษ" ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองผิด ถ้าคุณทบทวนความรู้สึกตัวเองจนมั่นใจแล้ว อย่างน้อยการรู้สาเหตุก็จะทำให้คุณยอมรับความจริง และเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองได้มากขึ้น


2. คุณยังแก้ไขอะไรได้หรือไม่

          หลังจากที่มั่นใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรแล้ว ก็มานั่งคิดดูว่ามีอะไรที่คุณพอจะแก้ไขได้บ้างหรือไม่ ถ้าการขอโทษทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ และเธอก็พร้อมที่จะพบกับคุณอีกครั้ง ก็อย่ามัวแตถือทิฐิมากนักเลย พูดออกไปให้เธอได้รูว่าคุณเสียใจมากแค่ไหน อาจช่วยรักษาความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมี ให้คุณยังพอเป็นเพื่อนกันต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอไม่อยากเจอคุณอีกแล้ว ก็ควรเคารพการตัดสินใจของเธอด้วย อย่าไปทำให้เธอลำบากใจจะดีกว่า

4 ขั้นตอนก้าวข้ามความรู้สึกผิดหลังเลิกกับแฟน

3. หาอะไรทำเบนความสนใจ

          แน่นอนว่าช่วงนี้คุณจะรู้สึกคิดถึงเธอและสิ่งต่าง ๆ ที่เคยทำร่วมกันมากเป็นพิเศษจนแทบจะไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ก็มีแต่จะทำให้คุณหมกมุ่นจนตัดใจไม่ได้ยิ่งกว่าเดิมเสียเปล่า ๆ ดังนั้น ลองหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองดู เช่น ไปออกกำลังกาย เที่ยวพักผ่อนไกล ๆ กับเพื่อน หรือจะลองหันมานั่งสมาธิดูก็ได้


4. ยอมรับความจริง

          ต่อให้คุณรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงล่ะว่า คุณย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านเข้ามาก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือน ๆ กับเรื่องดี ๆ นั่นแหละ ฉะนั้น คุณจึงควรจำไว้เป็นบทเรียนเพื่อเริ่มต้นใหม่กับคนที่ใช่ในอนาคตแทนที่จะจมอยู่กับอดีตจะดีกว่า

จำไว้ว่า ถึงแม้การลืมความรู้สึกผิดที่เคยทำไว้จะเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เสมอไป และถ้าวันไหนที่คุณทำได้ คุณก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลความรักได้ดีขึ้นแน่นอนครับ




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2555    
Last Update : 17 มิถุนายน 2555 12:13:54 น.
Counter : 588 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

donmaikoom
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add donmaikoom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.