Group Blog
 
All blogs
 

คู่มือเตรียมความพร้อมก่อนเจอผี

คลิกลิงค์เพื่อดาวน์โหลด

http://www.4shared.com/office/8ZcuMKKA/_online.html




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2555    
Last Update : 12 ธันวาคม 2555 19:20:02 น.
Counter : 754 Pageviews.  

เอ็นจีวีไม่ใช่แก๊ส

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้รถเพื่อสัญจรไปมาหรือใช้ในการขนส่ง ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ จึงเริ่มมองหาแหล่งเชื้อเพลิงอื่นที่เหมาะสมกับชนิดของยานพาหนะเพื่อลดค่าใช้จ่าย เริ่มจากการหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดา แต่ก็ยังไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากนัก แก๊สธรรมชาติจึงเริ่มได้รับความนิยมนำมาใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะมากขึ้น เนื่องจากมีราคาถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงมาก ประชาชนหลายรายถึงกับนำรถของตนเองไปปรับแต่งเพื่อให้สามารถใช้แก๊สนี้กับรถของตนเองได้

ปัจจุบันเราจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับแก๊สธรรมชาติทุกวัน โดยเฉพาะข่าวที่เป็นทางการอย่างข่าวภาคค่ำทางโทรทัศน์และข่าวทางวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ โดยในข่าวนั้นมักจะใช้คำว่า แก๊สเอ็นจีวี เมื่อพูดถึงแก๊สธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ ซึ่งไม่ถูกต้อง

แก๊สที่ใช้กับยานพาหนะในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็นสองชนิดตามที่เราได้ยินจากสื่อสารมวลชนคือ แก๊สหุงต้ม ซึ่งเป็นแก๊สชนิดเดียวกับที่ใช้หุงข้าวทำกับข้าวกันตามบ้านเรือนทั่วไป เรียกย่อๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า แอลพีจี และชนิดที่สองคือแก๊สธรรมชาติที่ใช้กับยานพาหนะซึ่งมักจะเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า เอ็นจีวี

แอลพีจี เป็นคำย่อมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Liquefied Petroleum Gas แปลเป็นภาษาไทยว่า แก๊สปิโตรเลียมเหลว แก๊สนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน เนื่องจากในน้ำมันดิบที่สูบขึ้นมาจากใต้ดินนั้นมีส่วนประกอบของสารเคมีและแก๊สหลายชนิด จำเป็นต้องกลั่นแยกออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้ได้สารที่บริสุทธิ์ เมื่อแยกเอาส่วนที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปแล้วก็จะเหลือสารเคมีและแก๊สที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้ แอลพีจีประกอบไปด้วยแก๊สโพรเพนและแก๊สบิวเทนที่นำมาผ่านขบวนการทำให้เป็นของเหลวแล้วนำมาบรรจุในภาชนะชนิดต่างๆ เช่นถังแก๊สหุงต้มที่เราเห็นกันตามบ้านเรือน แก๊สชนิดนี้นิยมใช้กันมานานในรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก

ส่วนเอ็นจีวีนั้น เป็นคำย่อมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Natural Gas Vehicles ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า ยานพาหนะที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ไม่ได้หมายถึงชนิดของแก๊สที่ใช้กับรถยนต์ดังที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจ ส่วนแก๊สที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับขับเคลื่อนยานพาหนะชนิดเอ็นจีวีนี้คือ ซีเอ็นจี ซึ่งมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Compressed Natural Gas แปลเป็นภาษาไทยว่า แก๊สธรรมชาติที่ผ่านการบีบอัด แก็สชนิดนี้ประกอบไปด้วยแก็สมีเธนเป็นส่วนใหญ่ นำมาผ่านขบวนการบีบอัดให้มีปริมาตรลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของปริมาตรที่บรรยากาศปกติ การจัดเก็บแก็สชนิดนี้จึงต้องใช้ถังบรรจุที่มีความแข็งแรงสามารถทนต่อแรงดันสูงได้

แก๊สซีเอ็นจีนี้ ในระยะแรกไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากมีสถานีให้บริการเพียงไม่กี่แห่ง จะมีเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น เมื่อเติมแก๊สเต็มถังหนึ่งครั้ง จะมีระยะใช้งานได้สั้นกว่าการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดามาก นอกจากนี้ ถังบรรจุแก๊สและอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็มีราคาแพง และการที่ต้องใช้ถังที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ทำให้ถังมีน้ำหนักมาก เป็นภาระกับเครื่องยนต์และมีเนื้อที่ขนสัมภาระได้น้อยลง ส่วนใหญ่จะใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถเมล์ รถตู้ เท่านั้น
เมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้น

ประชาชนจึงหันมาใช้แก๊สธรรมชาติกับยานพาหนะมากขึ้นโดยเฉพาะแก๊สหุงต้ม ทำให้แก๊สหุงต้มขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น เกิดผลกระทบกับธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องใช้แก๊สหุงต้มเป็นวัตถุดิบหลัก รัฐบาลเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการใช้แก๊สที่ผิดวัตถุประสงค์ จึงไม่สนับสนุนให้ใช้แก๊สหุงต้มเป็นแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ ขณะเดียวกันก็เร่งสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้แก๊สซีเอ็นจีกันมากขึ้น โดยให้สิทธิพิเศษในการติดตั้งถังบรรจุแก๊สและอุปกรณ์ และเพิ่มจำนวนสถานีให้บริการเชื้อเพลิงตามทางหลวงเส้นหลัก ทำให้ประชาชนให้ความสนใจใช้แก๊สซีเอ็นจีกันมากขึ้น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำในตอนนี้คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับแก๊สที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะที่ประชาชนทุกคนต้องรู้ ดังจะเห็นได้จากข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเข้าใจผิด นำรถยนต์ส่วนตัวที่ติดตั้งถังสำหรับใช้บรรจุแก๊สแอลพีจีไปเติมแก๊สซีเอ็นจี จึงทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเนื่องจากแก๊สซีเอ็นจีมีแรงดันสูงกว่าแก๊สแอลพีจีหลายสิบเท่า ถังบรรจุแก๊สจึงไม่สามารถทนแรงดันได้

นอกจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแก๊สธรรมชาติแล้ว การใช้คำเรียกชื่อแก๊สก็มีความสำคัญ สากลโลกใช้ตัวย่อ เอ็นจีวี แทนคำว่า Natural Gas Vehicles ในการสื่อความหมายถึงยานพาหนะ แต่ประเทศไทยใช้ตัวย่อนี้แทนคำว่า Natural Gas for Vehicles ในการสื่อความหมายถึงชนิดของแก๊สที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ การใช้คำเรียกที่เหมาะสมจะทำให้ประชาชนเลือกใช้แก๊สได้อย่างเหมาะสมและไม่สับสน เช่น การเรียกชื่อแก๊สแอลพีจีว่าแก๊สหุงต้ม ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายว่า แก๊สนี้ถูกผลิตมาโดยมีวัตถุประสงค์ไว้สำหรับใช้หุงต้ม ส่วนเอ็นจีวีคือชนิดของยานพาหนะที่ใช้แก๊สธรรมชาติชนิดซีเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิง อุบัติเหตุที่เกิดจากการเข้าใจผิดนำยานพาหนะที่ติดตั้งถังสำหรับบรรจุแก๊สแอลพีจีไปเติมแก๊สซีเอ็นจีก็จะไม่เกิดขึ้น

การเปลี่ยนชื่อแก๊สเพื่อหวังผลทางจิตวิทยาโดยเลี่ยงไม่เรียกชื่อแก๊สซีเอ็นจีซึ่งแปลเป็นภาษาไทยแล้วฟังดูน่ากลัว มาเรียกเป็นเอ็นจีวีเพื่อให้ฟังดูเหมือนไม่มีอันตรายนั้น ในทรรศนะของผู้เขียนคิดว่าไม่ถูกต้องและต้องรีบแก้ไข ไม่ใช่เป็นเพราะใช้คำผิดจากที่นานาประเทศเขาใช้กัน แต่เป็นเพราะการใช้คำที่ทำให้เข้าใจผิดหรือทำให้เกิดความสับสน จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อสาธารณชน ความสับสนในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลสลับกับเบนซินนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายเพียงแค่เครื่องยนต์ แต่ความสับสนในการใช้แก๊สเชื้อเพลิงนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต

ดูเหมือนว่าสถานีให้บริการเชื้อเพลิงน่าจะเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้ดีที่สุด แต่กลับมีแต่ป้ายเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าเอ็นจีวีแทนที่จะใช้คำว่าซีเอ็นจี ชาวต่างชาติที่มาขับรถในประเทศไทยคงต้องวนรถในสถานีให้บริการเชื้อเพลิงหลายรอบกว่าจะหาช่องเติมแก๊สซีเอ็นจีเจอและคงจะกลับไปเล่าให้เพื่อนฝูงที่ประเทศของตนฟังว่า คนไทยเรียกแก๊สซีเอ็นจีว่าเอ็นจีวี แล้วถ้าชาวต่างชาติเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่าคนไทยเรียกยานพาหนะที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงว่าอย่างไร ทีนี้ล่ะก็คงต้องอธิบายกันจนเมื่อยมือ




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2551 16:20:57 น.
Counter : 223 Pageviews.  

ไอ้วันไม่ดีตรงหนายยยย

“ผมไม่รู้ ผมไม่ได้ไขสือ แต่ลูกผมน่ะมันดีจริง”

ขนาดหมอนวดจะขึ้นค่าตัว ยังบอกล่วงหน้าเป็นเดือน
นี่อยู่ดีๆ หมาที่ไหนมันจะแต่งตั้งเลขารัฐมนตรี โดยไม่บอกกล่าวให้เจ้าตัวรู้ล่วงหน้า

“โอ้ว พ่อก็ไม่รู้ พ่อเพิ่งรู้จากหนังสือพิมพ์นี่แหละ”

พูดมาได้ไงวะ เป็นถึงคนคุมตำรวจ แต่รู้ข่าวทีหลังหนังสือพิมพ์
แล้วเอาไอ้เวรนี่มาเป็นเลขารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้ยังไง มันเรียนจบมาทางด้านกฏหมาย
กระทรวงสาธารณสุขเขาเน้นงานด้านการแพทย์การดูแลสุขภาพคน
ไอ้เวรนี่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้แล้วจะไปจ้างมันให้เสียเงินงบประมาณทำไม
ใครหน้าไหนอย่ามาเถียงว่าไอ้วันมีความรู้ด้านการแพทย์ ขนาดมันเห็นตำรวจโดนยิงเลือดออก
มันยังไม่มีความสามารถปฐมพยาบาลห้ามเลือดช่วยชีวิตเลย

“ไอ้วันมันเปรียบเหมือนองคุลีมาล เราควรให้โอกาสมัน ผมเห็นมันมาตั้งแต่เล็ก มันเป็นเด็กที่อ่อนน้อมถ่อมตน”

ก็คงจะเป็นอย่างที่ให้สัมภาษณ์ สมุนก็ต้องเคารพนบนอบหัวหน้าแก๊งค์เป็นธรรมดา
ตอนนี้องคุลีมาลกลับใจเป็นคนดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพ่อขององคุลีมาลคุมคนถือปืนทั้งประเทศ
ในพุทธประวัติไม่ได้บอกไว้เสียด้วยว่าพ่อขององคุลีมาลเป็นคนดีหรือเป็นคนไม่ดี
แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่า องคุลีมาลย่อมหล่นไม่ไกลต้น




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2551 9:54:36 น.
Counter : 546 Pageviews.  

ของชำร่วยงานแต่งงานมีประโยชน์อะไรมั่ง

เมื่อวานไปงานแต่งงาน ใส่ซองไปสามร้อย ได้ของชำร่วยเป็นพวงกุญแจมาอันนึง

ระหว่างนั่งกินเหล้า เกิดรำคาญโต๊ะ (จีน) เพราะมันโยกเยกไปมา พื้นมันสูงต่ำไม่เท่ากัน

ไอ้แปะที่นั่งตรงข้ามมันเกือบฉลาด เอาฝาโซดาไปรองขาโต๊ะ แต่ฝามันสูงเกินไป

มันเลยเอาฝาวางกับพื้นแล้วกระทืบหวังจะให้ฝาแบน แต่ทะลึ่งหงายเอาด้านคมขึ้น

มันก็บาดตีนเอาดิ แปะเอ๊ย

กูสงสารไอ้แปะ เลยควักเอาพวงกุญแจไปรอง แหม... เหมาะเจาะ (ประโยชน์ข้อที่หนึ่ง)

ไอ้แปะแม่งมองหน้า งงอ่ะดิ ไอ้ห่า...

กิน กิน กินไป จนเด็กเอาข้าวผัดมาเสริฟ ตามด้วยขนมหวาน ผ้าเย็น

เกิดปวดฉี่ เลยเดินไปห้องน้ำ

พอกลับมา อ้าว... แก้วเหล้าหาย ใครเอาแก้วกูไปวะ

เลยขอแก้วใบใหม่มา แต่มันมีคราบสกปรกติดอยู่

หันซ้ายหันขวา กระดาษทิชชู่ (สีชมพู) บนโต๊ะก็หมด

มีแต่ที่เช็ดปากกับเช็ดมือแล้ว กองอยู่กับเศษกระดูกเป็ด

ผ้าเย็นนี่ล่ะวะ มันเขียนบนซองว่า ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว น่าจะสะอาดสุด

เลยตบผ้าเย็นดังผั๊วะ (ไอ้พวกเด็กเต้ป คงจะไม่รู้จัก) แล้วบรรจงแกะมาเช็ดแก้วจนสะอาด

ผสมเหล้าเสร็จ ยกซด

แทบอ้วก ... กลิ่นมันสุดยอด ไม่เชื่อลองดู

กลับมาบ้านแล้วถึงจะคิดได้ว่า

ถ้าถุยน้ำลายลงไปในแก้วแล้วเอาชายเสื้อตัวเองเช็ดน่าจะสะอาดกว่า

พอกินอิ่ม ก็เลยดึงเอาพวงกุญแจออกจากขาโต๊ะ

เอ้า ตัวใครตัวมัน กูอิ่มแระ กลับล่ะ โต๊ะโยก เรื่องของพวกมึง

พอขับรถออกจากงานได้แป๊บนึง เกิดรำคาญเศษผักที่มันติดฟัน เอานิ้วแคะก็ไม่ออก

เลยจอดรถข้างทาง แต่ยังไม่มีอะไรแคะฟัน

เอามือตบกระเป๋าแปะๆ เจอพวงกุญแจ

พิจารณาแล้ว ไอ้ลวดเส้นเล็กๆ ที่มันเอามาร้อยเป็นห่วงสำหรับคล้องกุญแจ

มันสามารถดัดให้ตรงแล้วเอามาแคะฟันได้ (ประโยชน์ข้อที่สอง)

แคะเสร็จก็ดัดลวดให้มันกลับไปเป็นห่วงเหมือนเดิม

ส่วนเศษผักก็เคี้ยวๆ ต่อ

กลับถึงบ้าน โดนถาม

ไปไหนมา ทำไมมีกลิ่นเหล้า

ไปงานแต่งมา

งานแต่งอะไร ทำไมกินเลี้ยงตอนกลางวัน

อ้าว ไอ้นี่ วอนแต่หัววัน (คิดในใจ)

นี่ไงมีหลักฐาน (ควักพวงกุญแจในกระเป๋ากางเกงออกมาโชว์) (ประโยชน์ข้อที่สาม)

อือ... แล้วไป แล้วใส่ซองไปเท่าไหร่ล่ะ

ห้าร้อย เดี๋ยวขอเบิกเงินเพิ่มด้วยนะ (ประโยชน์ข้อที่สี่)

ทีหลังใส่สามร้อยก็พอ เงินทองเดี๋ยวนี้หายาก

จ้ะ จ้ะ จ้ะ




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2551 9:45:14 น.
Counter : 592 Pageviews.  

ทำไมต้องประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา Efavirenz และ Kaletra ทั้งๆ ที่มี GPO-VIR อยู่แล้ว

จีพีโอเวีย (GPO-VIR) คือยาต้านไวรัสเอชไอวีที่องค์การเภสัชผลิดขึ้นเอง ประกอบไปด้วยยาต้านไวรัสสามตัวคือ Stavudine, Lamivudine และ Nevirapine สองตัวแรกเป็นยาในกลุ่ม Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitor (NRTI) ตัวที่สามเป็นยาในกลุ่ม Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitor (NNRTI) มีการทำวิจัยในผู้ติดเชื้อที่ได้รับยา GPO-VIR พบว่ายาได้ผลดี ออกฤทธิ์มีประสิทธิภาพได้ไม่ต่างจากยาต้านไวรัสที่นำเข้าจากต่างประเทศ [1-3] และยายังมีราคาถูกเนื่องจากองค์การเภสัชผลิตได้เอง

ถ้า GPO-VIR ได้ผลดีแล้วกระทรวงสาธารณสุขไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำไม?

อย. เริ่มผลิตและใช้ GPO-VIR จริงๆ จังๆ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2001 เป็นต้นมา ยาออกฤทธิ์ยับยั้งไวรัสได้ผลดีในช่วงแรก แต่ต่อมาพบว่า อัตราการเกิดเชื้อดื้อต่อยากลุ่ม NRTI และ NNRTI ในผู้ติดเชื้อในประเทศ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2005 [4,5] โดยเฉพาะยา Lamivudine และ Nevirapine [5]

แต่เดี๋ยวก่อน ยาต้านไวรัสที่ผ่านการ approved โดย US FDA มีหลายตัวและหลายกลุ่ม ยากลุ่ม Protease inhibitor (PI) เป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะอัตราที่เชื้อดื้อต่อยาในกลุ่มนี้ยังไม่สูงมากนักและยังไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2005 [4,5]

ทีนี้กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหานี้อย่างไร?

กระทรวงสาธารณสุขก็เลยประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาต้านไวรัสตัวใหม่ คือ Kaletra ซึ่งเป็นยาผสม ประกอบไปด้วยยา Lopinavir และ ยา Ritonavir ทั้งสองตัวนี้เป็นยาต้านไวรัสในกลุ่ม PI และ ประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาต้านไวรัสอีกตัวหนึ่ง คือ Efavirenz ซึ่งเป็นยากลุ่ม NNRTI แต่มี resistant mutation profiles ดีกว่า Nevirapine


คำถามที่เกิดขึ้นในใจ
1. Trend ของการเกิดเชื้อดื้อยา GPO-VIR บ่งบอกถึงความล้มเหลวของนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมการใช้ยา GPO-VIR หรือไม่

2. ใช้เวลาไม่ถึงสิบปี ยา GPO-VIR ก็เริ่มไม่ได้ผลเพราะเชื้อดื้อยา การประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาต้านไวรัส Kaletra และ Efavirenz จะทำให้ผู้ติดเชื้อมียาใช้ไปได้นานกี่ปี และเมื่อถึงวันที่เชื้อดื้อต่อยาตัวใหม่สองตัวนี้ กระทรวงมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

3. สมมติว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ยากลุ่ม NRTI, NNRTI และ PI ใช้ไม่ได้ผล กระทรวงจะประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรกับยาต้านไวรัสกลุ่มอื่นอีกไหม เช่น Fusion inhibitor, Entry inhibitor, Integrase inhibitor ฯลฯ

4. จากการที่กระทรวงประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาต้านไวรัสสองตัวนี้ ทำให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จากที่เคยอยู่ในการจับตามองระดับธรรมดา(WL) ซึ่งส่งผลเสียต่อการค้าระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต กระทรวงมีนโยบายที่จะเริ่มคิดค้นวิจัยยาใหม่ๆ ขึ้นมาใช้เองหรือไม่ ยาในที่นี้หมายถึงยาใหม่ที่ไม่ใช่การสั่งซื้อสารจากต่างประเทศแล้วนำมาอัดเม็ดในประเทศ ไม่ใช่ยาเดิมที่ต่างประเทศเป็นผู้คิดค้นได้แต่เราหาวิธีสังเคราะห์เอง (อย่างทามิฟลู) และไม่ใช่ยาสมุนไพรหรือยารากไม้ที่นำมาอบแห้งหรือแปรรูป ถ้ามีนโยบายที่จะคิดค้นยาใหม่ กระทรวงจะสนับสนุนงบประมาณเท่าไหร่ กำลังคน นักวิจัย ความร่วมมือกับต่างประเทศ กระทรวงมีแผนการหรือยัง

Reference
1. Manosuthi W, Kiertiburanakul S, Chaovavanich A, Sungkanuparph S. Plasma nevirapine levels and 24-week efficacy of a fixed-dose combination of stavudine, lamivudine and nevirapine (GPO-VIR) among Thai HIV-infected patients. J Med Assoc Thai 2007;90:244-250.

2. Kiertiburanakul S, Khongnorasat S, Rattanasiri S, Sungkanuparph S. Efficacy of a generic fixed-dose combination of stavudine, lamivudine and nevirapine (GPO-VIR) in Thai HIV-infected patients. J Med Assoc Thai 2007;90:237-243.

3. Chaovavanich A, Chottanapund S, Ausavapipit J, Adulyawat N, Ubonsai W. Survival time of AIDS patients in Bamrasnaradura Institute. J Med Assoc Thai 2006;89:1859-1863.

4. Jenwitheesuk E, Watitpun C, Vibhagool A, Chantratita W. Prevalence of genotypic HIV-1 drug resistance in Thailand, 2002. Ann Clin Microbiol Antimicrob 2003;2:4.

5. Sukasem C, Churdboonchart V, Chasombat S, Kohreanudom S, Watitpun C, Pasomsub E, Piroj W, Tiensuwan M, Chantratita W. Surveillance of Genotypic Resistance Mutations in Chronic HIV-1 Treated Individuals After Completion of the National Access to Antiretroviral Program in Thailand. Infection 2007;35:81-88.




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 19:39:31 น.
Counter : 1005 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

dolt
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Locations of visitors to this page
eXTReMe Tracker
Friends' blogs
[Add dolt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.