LOVE ME LOVE MY DOG
Group Blog
 
All Blogs
 

ยัยอ้วน..ยัยอ้วน... ยัยอ้วน...ดอลลี่...

ด้วยเหตุผลนานัปการที่ทำให้ ดอลลี่ ได้มาอยู่กับเรา..ทำให้ชีวิตเรามีสีสัน...มีความสุขเพิ่มขึ้น....จะเป็นด้วยหน้าตาที่น่ารัก...จะเป็นนิสันขี้อ้อน ที่ตรงข้ามกับโบว์ลิ่งมากมาย...หรือเพราะความสงสาร ก็แล้วแต่...ทำให้หลายๆคนมองว่าเราลำเอียงรัก ดอลลี่มากกว่า...โบว์ลิ่ง...
ไม่จริงๆๆๆๆๆ....ถ้าพูดถึงความรักแล้วละก็ทั้ง โบว์ลิ่ง และ ดอลลี่ เรารักเท่ากัน...รักหมดใจ





เพราะเราคู่กัน...




ดอลลี่ติดเราเอามากๆ อาจเป็นเพราะเคยอยู่แต่ในคอก...(มั้ง)...เพราะเป็นแม่พันธุ์มาก่อน...เค้าเลยไม่เข้าสังคมกับหมาด้วยกันเลย...แม้แต่กับโบว์ลิ่ง...ก็เฉยๆ ไม่ทะเลาะกัน...แต่ก็ไม่ได้รักกันแบบจี๋จ๋า เลยกลายเป็นว่าทั้ง 2 อยู่ด้วยกันได้ด้วยความสงบสุข...เพราะโบว์ลิ่งก็รักสันโดด.....ส่วนดอลลี่ก็ชอบที่จะอยู่กับคนมากกว่า…












@ ดอลลี่...ขี้กลัว...
ดอลลี่เป็นหมาขี้กลัวมากๆ...ยิ่งเสียงฟ้าร้องนี่ ถ้าได้ยินละก็...จะวิ่งมานั่งบนตักทันที...ถ้าเรานั่งอยู่บนเก้าอี้ก็จะกระโดดขึ้นตักให้ได้...















@ ดอลลี่...ตาหวาน...
ด้วยความที่ตาเค้าโต..ทำให้ดูตาหวาน...แล้วเค้าชอบจ้องหน้าทุกคน...พอใครเจอดอลลี่ จ้องตาก็อดเอ็นดูเค้าไม่ได้...โดยเฉพาะชายหนุ่ม...ดอลลี่จะชอบมากเป็นพิเศษ...อิอิ...พอเจอแล้วจะรีบบบบ...วิ่งกระดิกหางไปนั่งจ้องตาให้จิตใจหวั่นไหวกันเลยทีเดียว....








@ ดอลลี่...ลูกแหง่ติดแม่...
เวลาพาไปไหนนอกบ้าน...เค้าจะตามเราตลอดเวลา ชนิดว่าไม่ให้คลาดสายตาเลย ถ้าไปเจอหมาตัวอื่น เค้าจะวิ่งมาหาเรา จะให้อุ้ม...จนใครๆที่เห็นจะขำท่าที่เค้าพยายามทุกวิถีทางที่จะให้เราอุ้ม...จนได้ชื่อว่าเป็นลูกแหง่ติดแม่










@ ดอลลี่...จอมตะกละ....
เวลากินข้าว...เราจะทำให้ ดอลลี่ 1 ชาม....โบว์ลิ่ง 1 ชาม....เค้าจะรีบบบบบกินของตัวเองให้หมดประมาณครึ่งชาม...แล้ววิ่งไปกินของโบว์ลิ่ง..ซึ่งไม่ค่อยมีความกระตือรือล้นในการกินเลยยยยย....จนดอลลี่จะไปแย่งกินถึงได้กินบ้าง...แต่ถ้าโบว์ลิ่งไม่ให้...ดอลลี่เค้าก็ไม่แย่งนะคะ จะเดินกลับมากินของตัวเองต่อจนหมด...แล้วกลับไปดูที่ชามของโบว์ลิ่งอีกครั้ง ถ้ายังเหลืออยู่ก็จัดการเกลี้ยง.....










@ ดอลลี่...ช่างขอ....
เห็นใครกินขนมไม่ได้....จะต้องมายืนทำตาหวาน กระดิกหางขอตลอด...ไม่ให้ก็ยืนจ้องอย่างมุ่งมั่น...แต่ถ้าให้ดมแล้วไม่ชอบใจละก็ จะไปทันที....












@ ดอลลี่...นอนกรน...
เสียงดังเหมือนคนเลยหล่ะ...ยิ่งตอนนี้อ้วนขึ้นละก็ ดังสนั่น จนบางทีต้องเรียกให้เปลี่ยนท่านอน เพราะกลัวจะหยุดหายใจซะก่อน












@ ดอลลี่...สาวน้อย ระเบียบจัด...
ไม่เคยผิดพลาด เผลอ อึ ฉี่ ในบ้านแม้แต่ครั้งเดียว....ตื่นพร้อมกันทุกวัน ...พอได้ลงมาข้างล่างสิ่งแรกที่จะทำโดยไม่สนใจใครเลยคือ...วิ่งงงงไปที่สนามหน้าบ้าน แล้ว ฉี่...ตามด้วย อึ ....เสร็จภาระกิจนี้แล้วก็จะไปไหน มาไหนทั้งวันได้สบายๆโดยไม่มีอุปสรรคใดๆอีก....จนกระทั่งกลับบ้าน สิ่งแรกที่ทำเมื่อได้ลงจากรถ คือวิ่งงงงไปที่สนามหน้าบ้านแล้ว ฉี่....ก่อนที่จะเข้าบ้าน...เป็นแบบนี้ทุกวันไม่เคยพลาด น่ารักจริงๆ....












@ ดอลลี่...ยัยอ้วน ตุ๊ต๊ะ...
ตั้งแต่พาไปทำหมันกลับมา น้ำหนักก็ขึ้น..จนน่าเป็นห่วง ล่าสุด 7.4 กก. ด้วยความที่เค้าตัวไม่ใหญ่มากเลยดูตันๆ...และใครอุ้มก็ต้องตกใจกันเล็กน้อย กับน้ำหนักที่คาดไม่ถึงว่าตัวเล็กแค่นี้ ไม่น่าจะหนักได้ขนาดนี้...
















@ ดอลลี่...แสนสวย...ของแม่..
รักหนูที่ซู๊ดดดดด....












 

Create Date : 17 มิถุนายน 2551    
Last Update : 17 มิถุนายน 2551 18:00:57 น.
Counter : 420 Pageviews.  

ปั้นดิน ให้เป็นดาว..ดวงน้อยในใจฉัน...(โบว์ลิ่ง II)

เมื่อเจ้าของตกลง..ยกหมาเน่าให้แล้วก็รีบขับรถออกมาทันที....แต่แล้วก็นึกได้ว่าหมาโตแล้วน่าจะเรียกชื่อเดิมดีกว่า อย่างน้อยๆเค้าจะได้รู้สึกคุ้นเคย....ถอยรถกลับไปถามอีก...ชื่อโบว์ลิ่ง....คือคำตอบที่ได้กลับมา...ชื่อเพราะใช้ได้....หันกลับไปมองหมาเน่า แล้วพูดกับเค้าเบาๆว่า... “ไปอยู่ด้วยกันนะ...โบว์ลิ่ง...” ....พูดกับเค้าสั้นๆ แค่นั้น แต่สัญญากับตัวเองในใจเงียบๆว่า จะต้องทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นกว่าเดิม...และตลอดไป...




ไปถึงร้านหมอ....ด้วยความที่ต้องรีบไปธุระ...บอกหมอไว้เพียงว่าช่วยจัดการเค้าให้ดูดีขึ้นหน่อยนะคะ...ตรวจร่างกายเค้าให้ด้วย....

กลับมารับตอนเย็น...ก็โกร๋นทั้งตัวแบบที่เห็นละค่ะ....ดูจ๋อยไปถนัดตา...




เพื่อรักษาแผลเน่าๆบนหัวให้หาย...โบว์ลิ่งต้องใส่ลำโพงอยู่นานเป็นเดือนๆ...จนคิดว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว....เพราะตอนถอดออก เธอดูงงกับความโล่งสบายบริเวณลำคอ....




เวลาผ่านไปแผลเริ่มดีขึ้นตามลำดับ...โชคดีที่หมอขูดผิวหนังมาตรวจแล้วไม่เป็นขี้เรื้อน แผลเลยหายวันหายคืนอย่างรวดเร็ว....เริ่มสวยนะโบว์ลิ่ง....ว่าแล้วก็พาไปแนะนำตัวในพันทิบหน่อยดีกว่า ให้คนเห็นแล้วสงสาร...แผลหายแล้วจะได้หาบ้านง่ายขึ้น....




ได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยมในกระทู้พันทิบ...หนักไปทางชมคนซะมากกว่า...แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวรอให้ขนขึ้นสวยกว่านี้....ต้องมีคนสนใจ สงสาร ถูกชะตากับโบว์ลิ่งบ้างแหละน่า....




จากวัน เป็นสัปดาห์...จากสัปดาห์ เป็นเดือน....ทุกอย่างเริ่มลงตัว...ทำให้การเลี้ยงหมาตัวเล็กๆ ไม่ยากอย่างที่คิด... แล้วยัยโบว์ลิ่งก็ช่างมีระเบียบ ว่านอนสอนง่าย...สงบเสงี่ยม จนคนในบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า.... “โบว์ลิ่ง มันเจียมเนื้อเจียมตัวจริงๆ....เจ้าของเก่าเค้าทำไมทิ้งๆขว้างๆให้มีสภาพเยินได้ขนาดนั้นนะ”....





ในที่สุดก็ใจอ่อน รับโบว์ลิ่งเข้าเป็นสมาชิกถาวร...ไม่ต้องไปหาบ้านที่ไหนอีกแล้วววว...อยู่ด้วยกัน...กินด้วยกัน นอนด้วยกัน...เที่ยวด้วยกัน...สุขด้วยกัน...แบบนี้ตลอดไปนะ...ยัยโบว์ลิ่ง...




ขนโบว์ลิ่งเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ...ความขี้เหร่ก็เริ่มจางหาย...ขนที่ตัวไม่มีปัญหา ถึงแม้จะไม่สลวยสวยงาม เหมือนกับตัวอื่นเค้าแต่ความดกหนาก็ไม่เป็นลองใคร ......แต่ตรงหัว ใบหู เปลือกตา..ที่เคยเป็นแผลเน่าหนักๆนะซิ....หนังด้านนนนน....ไม่มีแววว่าจะมีขนงอกออกมาเลยซักเส้น...เลยกลายเป็นว่าโบว์ลิ่ง หัวล้านเป็นหย่อมๆ.....จ๊ากกกกก.....ลูกสาวช้านนน....ต้องไม่ขี้เหร่ขนาดนั้น....อย่างน้อยๆต้องมี....จุก...เหมือนชิสุห์ตัวอื่นๆเค้าบ้างซิ...





แล้วก็....รอ...อย่างใจเย็นเพื่อให้ขนที่หัวยาวมาปกคลุม...หัวล้านเป็นหย่อมๆ...ของโบว์ลิ่ง...นั่งมองทุกวันว่าจะให้ไว้ผมทรงไหนดี...ที่จะให้...มัดจุก...ได้โดยไม่เห็นหัวล้าน....




ครั้งแรกที่พาโบว์ลิ่งเข้าร้านเสริมสวย....ทั้งเป็นห่วง...ทั้งกังวล กลัวจะอาละวาดกับเค้าจนโดนดุ โดนตี...แต่ก็ทำใจกล้าบอกกับเจ้าของร้านเค้าไปว่า.... “ไม่รู้ว่าน้องเค้าเคยจะเคยเข้าร้านเสริมสวยมาก่อนรึเปล่า เพราะตอนที่เอาเค้ามาสภาพเยินมากๆ....ลองดูนะคะ...ทำเท่าที่ทำได้...ถ้าไม่ไหวจริงๆ...ก็บอก”....พอเรามารับก็เจอโบว์ลิ่ง...มัดจุกแล้วค่ะ...เป็นจุกแรกของโบว์ลิ่งเลย...ที่ร้านเค้ามีความพยายามมากกกกก....




จาก 1 จุก




เป็น 2 จุก




และ 3 จุก




เริ่มดูเป็น ชิสุห์กับเค้าบ้างรึยังคะ...



พอขนที่หัวเริ่มยาวขึ้นก็มาบังส่วนที่เว้าแหว่งไปได้จนหมด.....







ตัดไปตัดมาก็มาปิ๊ง...!!!...กับทรงบ๊อบ นักเรียนค่ะ...เพราะตัดแล้วดูขนหนาดี...พอมัดแกละ...ก็จะช่วยบังขนแหว่งๆตรงใบหูได้พอดี....แถมยังทำให้หน้าดูบ๊องแบ๊วอีกด้วย...












ผมทรงบ๊อบนักเรียน...ดูๆแล้วจะเหมาะสมกับโบว์ลิ่ง มากๆ....เพราะดูเป็นหญิง แต่ไม่หวานเกินไป...เพราะบุคคลิกเธอดูจะเป็นสาวทอม มากว่าสาวหวาน...มีความเป็นตัวของตัวเองสูง...ไม่ชอบสุงสิงกับคน หรือแม้แต่หมาด้วยกัน...ชอบอยู่เงียบคนเดียวไม่ขี้อ้อน...แต่เค้าก็ไม่ดื้อค่ะ...








สวยแล้วนะลูกสาว...อิอิ...








 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 17 มิถุนายน 2551 16:12:48 น.
Counter : 637 Pageviews.  

เพราะโชคชะตา หรือฟ้าลิขิต...(โบว์ลิ่ง I)

นั่งอยู่ดีๆ...หันไปเจอ ตาแป๋วแหววของ...ยัยโบว์ลิ่ง...ในใจอดคิดไม่ได้ว่า....วันนี้หนูขนยาวดูเป็นชิสุห์กับเค้าแล้วนะ... ถึงแม้จะไม่สลวยเท่าชิสุห์ตัวอื่นก็ตาม...แต่หนูก็น่ารักที่ซู๊ดดดด......ว่าแล้วก็อดคิดถึงวันแรกที่ไปเจอเค้าไม่ได้...





บนถนนขรุขระ ริมคลอง..ใต้สะพานกลับรถ...ตัวอะไรดำๆเดินไปเรื่อยๆอย่าไม่มีจุดหมาย..พอเปิดกระจกรถดู...หมาอะไรหวา..???...ขนรุงรัง เป็นสังกะตัง...หัวก็เป็นแผลน้ำเหลืองเยิ้มซะขนาดนั้น...ดูแย่กว่าหมาจรจัดบางตัวอีกนะเนี่ย...!!!....ยังไม่ทันจะได้จอดลงไปดู รถหลังที่ตามมาก็บีบแตรไล่ซะหูแทบแตก...ทำให้ต้องขับรถผ่านไป





แทนที่จะขับรถเลยไปเลย...ไม่รู้อะไรดลใจให้กลับไปเอากรงแมวที่บ้าน...คิดว่า.. “ยังไงก็พาไปหาหมอก่อนแล้วกัน”….





กลับมาถึงที่เดิม...เจ้าหมาเยินตัวนั้นหายไปซะแล้ว....จอดรถแล้วเดินหาค่ะ...มีบ้าน 2-3 หลังอยู่บริเวณนั้น มีเด็กนั่งตกปลาอยู่ริมคลอง พอเข้าไปถาม..บรรยายลักษณะของหมาเน่าตัวนั้นให้ฟัง ทุกคนพร้อมใจกันชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่ง...แล้วบอกว่า “เ ป็นหมาของบ้านนั้น...”

มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า...หมาสภาพนั้นนะเหรอ...มีเจ้าของ...เลี้ยงกันยังไงถึงได้เยินขนาดนั้น





ไปเจอเจ้าของบ้าน...ถามถึงหมาเน่า...ได้รับคำตอบว่าเป็นหมาของที่นี่...เป็นโรคผิวหนัง รักษาไม่หาย สงสัยจะโดนยุงกัด...เพราะเค้าอยู่นอกบ้าน กลางคืนจะนอนอยู่หน้าประตูรั้วทุกวัน เอาเข้าบ้านไม่ได้เพราะตอนนี้เลี้ยงหมาใหญ่....กลางคืนต้องปล่อยออกมาให้เฝ้าบ้าน....จบประโยค...ทำเอาคนฟังอึ้ง..!!!...พูดไม่ออก

เลยคุยไปถึง เรื่องแผลเหวอะหว่ะบนหัวเค้าว่าเคยพาไปรักษาที่ไหน...อย่างไร....คำตอบ...พาไปหาหมอมาหลายทีแล้ว ไม่เห็นหายเลย...ใส่ไอ้ที่สำหรับไม่ให้เกา ก็ไม่ยอมเอาออกเอง...ไม่มีคนใส่ยาให้ด้วย....เลยเลิกพาไปหาหมอแล้ว...แฟนไม่ว่างก็ไม่มีใครพาไป....เราคนฟังอึ้งเป็นครั้งที่ 2 ....





ขณะที่คุยกันอยู่หมาเน่า...ก็เดินมาคลอเคลียเจ้าของ...เจ้าของตอบแทนความรักด้วยการเอาขาข้างหนึ่งเขี่ยออกไป....เลยลองเรียกเค้าดู...เค้าเดินมาหา แล้วนอนหงานท้องให้เกาพุง....!!!!

วินาทีนั้น...ทำให้เราตัดสินใจ....ถามเจ้าของว่าจะเอาเค้าไปรักษาให้....เอามั๊ย....คำตอบ...เคยพาไปแล้ว หมอให้ยามาก็ไม่มีใครทายาให้ ก็เป็นเหมือนเดิม....คิดในใจว่า...แล้วคนที่พูดอยู่เนี่ยทำไม่เป็นรึไงฟ่ะ....แค่ทายาให้หมา

นี่แหละ....ท่าไม้ตายของเค้าหล่ะ





ข้อเสนอต่อไป...งั้นจะเอาไปรักษาให้ แล้วจะพามาคืนให้นะคะ...แต่ต้องให้เค้าเข้าไปนอนในบ้านไม่ให้ยุงกัด....คำตอบ.....มีเด็กเล็ก กับคนแก่อยู่ เข้าไปอยู่ไม่ได้หรอก....

ข้อเสนอสุดท้าย แบบตัดเชือก....ถ้าอย่างนั้น...ขอได้มั๊ยคะ...จะพาเค้าไปรักษา และหาบ้านให้เค้า....คำตอบ(แบบไม่ลังเล)...เอาไปเลย...อยู่นี่ก็ไม่มีใครเลี้ยงให้แต่ข้าวกิน...ที่จริงเค้ามีอีกตัวหนึ่งขนหยิกๆตัวขาวๆเอามาคู่กัน โดนรถทับไปตายแล้ว....อึ้งครั้งที่ 3





พอตั้งสติได้...ก็บอกเค้าเลยว่างั้นเอาไปเลยนะคะ....หายแล้วจะพามาเยี่ยม...ยกมือไหว้ อุ้มหมาเน่าออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เค้าจะเปลี่ยนใจ หรือมีคนในบ้านออกมาทำให้เปลี่ยนใจ....





แล้วเราก็ได้มาอยู่ด้วยกัน......โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ...

"ปั้นดินให้เป็นดาว"




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 17 มิถุนายน 2551 16:13:47 น.
Counter : 873 Pageviews.  


คากิ~คากิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คากิ~คากิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.