Digital Marketing and New Media | Internet Marketing Solutions.
space
space
space
space

Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Thailand mobile expo 2014งานมหกรรมมือถือ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End วันที่ 8-11 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

1. Main Zone เป็นพื้นที่ในการประสานงานกับส่วนต่างๆแบ่งออกเป็น 2 ส่วนการลงทะเบียนเข้างาน การลงทะเบียนในบริเวณทางเข้าซึ่งผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิ์ในการชิงโชคของรางวัลจากงาน Mobile Match Maker ส่วนของการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือโดยผู้เชี่ยวชาญและนักเขียนจากนิตยสาร WHATPHONE และโปรแกรมเลือกมือถือให้เหมาะกับผู้ใช้งาน

2. Brands Zone เป็นส่วนของบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือหลักซึ่งจะมีการแสดงนวัตกรรมใหม่ๆและจำหน่ายสินค้า ซึ่งผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายจะมีรายการส่งเสริมการขายสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าในงานฯ

3. Software Zone เป็นส่วนของผู้พัฒนาโปรแกรมและซอฟท์แวร์ของโทรศัพท์มือถือตระกูลต่างๆ ซึ่งจะมีการแสดงเทคโนโลยี จำหน่าย และการให้ข้อมูลแก่ผู้เข้าชมงาน รวมถึงการบริการการดาวน์โหลดที่จะมานำเสนอและให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้ทดลองใช้ ในส่วนนี้จะมีเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ การนำเสนอ Software ที่ผลิตและคิดค้นโดยคนไทย

4. Hardware Zone ในส่วนนี้จะเป็นส่วนของตัวผลิตภัณฑ์นอกเหนือจาก Brand Zone ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยความจำ หูฟัง ลำโพง แบตเตอรี่ ที่ใส่โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

5. Gadget Zone, Wearable Device Zone โซนอุปกรณ์สวมใส่แบบพกพาสุดล้ำ เนื่องด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเท่านั้นแต่มีอิทธิพลมาถึงอุปกรณ์สวมใส่บนร่างกายของเราด้วย นอกจากนี้ยังหนีบเอาบรรดาเหล่าแก็ตเจ็ตสุดล้ำที่มีการนำมาโชว์ในโซนดังกล่าวด้วย

6. Secondhand Zone โซนซื้อขายมือถือมือสองนี้ เป็นโซนที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการตามเทคโนโลยีใหม่ๆและนำมาขายต่อให้ก็ผู้อื่นที่สนใจสินค้าที่อยู่ให้กระแสแต่ราคาไม่แพง

7. IT Clearance Zone โซนที่เรียกว่าลดล้างสต๊อกเพื่อคนที่อยากจะเล่นเทคโนโลยีก็สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกใจ

8. Meeting and Conference Zone เป็น Zone ที่เพิ่งเปิดขึ้นในงานครั้งนี้ เป็นโซนเกี่ยวกับการจัดการบรรยายและการประชุมทางวิชาการ หรือการนำเสนอผลงานต่างๆของทางภาครัฐ

ช้อปเพลินไปกับบริการสินเชื่อเงินสด และโปรโมชั่นสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ภายในงาน

สำหรับงาน Mobile Expo ช่วงหน้าร้อน งานจะจัดตั้งแต่วันที่ 8-11 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ชื่องาน Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End ติดตามได้ที่ลิ้งข้างล่างครับ

งานมหกรรมมือถือ Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End 8-11 พ.ค. ศูนย์ฯ สิริกิติ์






 

Create Date : 25 เมษายน 2557   
Last Update : 25 เมษายน 2557 7:35:38 น.   
Counter : 480 Pageviews.  
space
space
มหกรรมมือถือ “Thailand Mobile Expo 2013 Showcase”
งานมหกรรมมือถือ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป Thailand Mobile Expo 2013 Showcase ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 3-6 ตุลาคมนี้ ผู้คนต่างหลั่งไหลมาจับจ่ายซื้อหาโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน สมาร์ทโฟน สมาร์ทแกดเจท สมาร์ทดีไวซ์ และสินค้าไฮเทคต่างๆ ภายในงานกันอย่างคึกคัก งานมหกรรมมือถือ “Thailand Mobile Expo 2013 Showcase” นอกจากจะมีการลดราคามือถือแบบล้างสต๊อกกันแล้วยังมีสาวสวย น่ารัก หรือพริตตี้มากกว่าครั้งไหน ชมบรรยากาศภายในงานพร้อมกันเลย

Thailand Mobile Expo 2013

Thailand Mobile Expo 2013

Thailand Mobile Expo 2013

Thailand Mobile Expo 2013

ชมภาพเพิ่มเติมเช็กโปรโมชั่นงานมหกรรมมือถือ ไทยแลนด์โมบาย เอ็กซ์โป Thailand Mobile Expo 2013 ได้ที่ โปรโมชั่นเจ๋งงานมหกรรมมือถือ Thailand Mobile Expo 2013
สำหรับงาน Mobile Expo ช่วงหน้าร้อน งานจะจัดตั้งแต่วันที่ 8-11 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ชื่องาน Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End ติดตามได้ที่ลิ้งข้างล่างครับ

งานมหกรรมมือถือ Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End 8-11 พ.ค. ศูนย์ฯ สิริกิติ์




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2556   
Last Update : 25 เมษายน 2557 7:26:38 น.   
Counter : 567 Pageviews.  
space
space
ธุรกิจขาย "เบอร์มือถือ" เสริมดวง!! กสทช.ตัดเบอร์สวย 2 แสนเบอร์ออกประมูล
ธุรกิจขายเบอร์มือถือสุดเฟื่อง ทั้ง "เบอร์มงคล-เบอร์เสริมดวง" มาแรง ฟันกำไรเหนาะ ๆ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน ผู้ค้าแห่เปิดขาย เบอร์เสริมดวงชะตา ผ่านเว็บไซต์ ขายดีจนโดนมิจฉาชีพป่วน อ้างเป็นเจ้าของเบอร์ ดอดไปแจ้งหายให้ค่ายมือถือออกซิมใหม่ไปขายต่อ "เอไอเอส" ยันมีมาตรการตรวจสอบ "กสทช." เล็งงัดเบอร์สวย กว่า 2 แสนเบอร์ที่ตุนไว้หลายปีออกมาประมูลหาเงินทำกิจกรรมคุ้มครองผู้บริโภค

ธุรกิจขายเลขหมายโทรศัพท์มือถือ ทั้งเบอร์ตอง-เบอร์เรียง และสารพัดเบอร์สวยหลากหลายรูปแบบมีมาเนิ่นนานนับตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของการให้บริการโทรศัพท์มือถือในบ้านเราก็น่าจะได้ โดยบางเบอร์ราคาสูงมากถึงหลักหมื่นหลักแสนบาท ล่าสุดธุรกิจขายเบอร์พัฒนาไปไกลโดยดึงความเชื่อเรื่องดวงชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ประกอบกับมีหลายระดับตั้งแต่หลักร้อยบาททำให้ได้รับความนิยมแพร่หลาย

ปัจจุบันมีเว็บไซต์จำหน่าย เบอร์มงคล และ เบอร์สวย หรือ ซิมเบอร์สวย จำนวนมาก หลายเว็บไซต์ลงโฆษณาในเสิร์ชเอนจิ้นของกูเกิลระบุราคาจำหน่ายในเว็บไซต์ดังกล่าว มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อเลขหมายจากทั้ง 3 ค่าย เอไอเอส, ดีแทค และทรูมูฟ บางเว็บไซต์มีโปรแกรมทำนายหมายเลขโทรศัพท์ ที่ให้ข้อมูลรายละเอียดแยกประเภทหมาย เลขมงคล แต่ละชนิด มีทั้งขายทีละเบอร์ และเป็นชุด เบอร์สวย เบอร์มงคล หรือ เลขสวย เลขมงคล โดยแต่ละเบอร์ที่ประกาศขายจะมีการทำนายเบอร์กำกับไว้ด้วย

เจ้าของเว็บไซต์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เทรนด์ที่มาแรงคือหมายเลขโทรศัพท์ที่เป็น เลขมงคล ซึ่งจะดูว่าเลขตัวไหนชนกับตัวไหน ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ปัจจุบันมีเว็บไซต์แนะนำเบอร์มงคลเพิ่มขึ้น มีราคาตั้งแต่ 400 บาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนบาท โดยในอดีตมีราคาแพงกว่านี้โดยเฉพาะเบอร์สวย แต่ปัจจุบันหันมานิยม เบอร์มงคล มากกว่า

"ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายหมายเลขโทรศัพท์มงคลและเลขสวยในไทยน่าจะมีร่วมพันรายธุรกิจประเภทนี้ขึ้นอยู่กับเรื่องความสามารถด้านการการขายของเจ้าของเว็บ โดยผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องหมายเลขมงคล สามารถให้คำปรึกษาผู้ซื้อได้ ทั้งต้องติดตามความคิดเห็นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อดูว่าหมายเลขใดมีแนวโน้มราคาตก และหมายเลขใดกำลังเป็นที่สนใจ ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ เดือนหนึ่งน่าจะมีกำไร 2-3 หมื่นบาท รายใหญ่ทุนมากก็อาจได้หลักล้าน"

สำหรับผู้ค้าจะใช้วิธีไปหาหมายเลขโทรศัพท์ที่มีการประกาศขายผ่านเว็บไซต์บางแห่ง เช่น พันทิปหรือซื้อจากผู้ขายส่งเบอร์ราคาถูกแล้วเลือกมาจำหน่ายอีกที ซึ่งช่องทางเหล่านี้มีต้นทุนหมายเลขละ 50-70 บาทเท่านั้น บางเว็บใช้วิธีซื้อต่อจากผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายหมายเลขโทรศัพท์มงคลด้วยกัน โดยซื้อหลายหมายเลขเพื่อให้ได้ส่วนลด ซึ่งเบอร์เกือบทั้งหมดอยู่ในระบบพรีเพด (เติมเงิน) ดังนั้นจึงต้องมีการเปิดใช้บริการเบอร์ และเติมเงินเป็นระยะเพื่อรักษาเลขหมายเดิมไว้

ธุรกิจขายเบอร์ปัจจุบันประสบปัญหาใหญ่อีกเรื่อง กรณีมีผู้ฉวยโอกาสใช้วิธีค้นหาหมายเลขมงคลที่มีระดับราคา 5,000-6,000 บาท จากเว็บไซต์ต่างๆ แล้วนำไปอ้างว่ากับศูนย์บริการว่าเป็นเบอร์ของตัวเองแล้วไปแจ้งเรื่องทำเบอร์ใหม่ที่ศูนย์บริการของโอเปอเรเตอร์ต่าง ๆ แล้วนำเบอร์ดังกล่าวไปขายต่อส่งผลให้เกิดปัญหาเบอร์ซ้ำซ้อน

"เพราะเบอร์ที่ขายกันเป็นเบอร์พรีเพด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการลงทะเบียนซิมทำให้มีการแอบอ้างกันได้ไม่ยาก ตนก็เพิ่งโดนคนโทร.ติดต่อมา บอกว่าเบอร์ที่ประกาศขายบนเว็บเป็นเบอร์ของเขา ซึ่งก็ต้องใช้วิธีโทร.แก้ปัญหากับคู่กรณีเป็นราย ๆ ไป"

ด้านนายฐิติพงษ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริษัทมีขั้นตอนในการตรวจสอบความเป็นเจ้าของเบอร์ของลูกค้า ซึ่งสามารถเช็คตัวตนของลูกค้าที่จดทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเบอร์ของตนเองไว้ในกรณีพรีเพดจะใช้วิธีตรวจสอบตัวตนด้วยการตั้งคำถามรูปแบบการใช้งาน เช่น โทร.ไปเบอร์ไหนบ่อย หรือเลือกใช้รูปแบบบริการใดในช่วง 7 วันที่ผ่านมา หากแจ้งเบอร์หายเพื่อขอหมายเลขใหม่

"กรณีแจ้งว่าเบอร์หายต้องการออกเบอร์ใหม่ก็จะมีวิธีตรวจสอบได้ ซึ่งเรามีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ มีวิธีคัดกรองที่คิดว่าเหมาะสม เช่นกันกับโอเปอเรเตอร์รายอื่น ก็น่าจะมีวิธีตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ในภาพรวมอาจมีบางรายหลุดรอดการตรวจสอบไปบ้าง แต่คงไม่มาก ปัจจุบันเราเองก็เก็บ เบอร์สวย เช่น เบอร์เรียงสวยหรือจดจำง่ายไว้ให้ลูกค้าที่ใช้บริการมานาน ๆ หรือแจกเบอร์สวยตามงานกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แจก เบอร์สวย ให้ลูกค้าจดทะเบียนใหม่ที่ซื้อไอโฟน 5 กับเอไอเอส เป็นต้น

นายฐิติพงษ์กล่าวว่า ธุรกิจขาย เบอร์สวย เบอร์มงคล เป็นการตอบสนองความต้องการของคนบางกลุ่มในสังคมไทย เปรียบได้กับการขายความสบายใจให้ผู้ใช้งาน ซึ่งการตั้งราคาก็เป็นเรื่องของความพึงพอใจจากทั้งสองฝ่าย คือผู้ซื้อและผู้ขาย

ก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สำนักงาน กสทช.มีแนวคิดที่จะเสนอให้มีการนำ เบอร์สวย ที่ดึงเก็บไว้หลายล้านเลขหมายตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น กทช.นำมาประมูลแล้วนำรายได้มาใช้ในกิจกรรมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประมาณราคากลางไว้ว่าจะมีรายได้จากการประมูลถึง 4 พันล้านบาท

ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า อยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า กทค.มีอำนาจดำเนินการได้หรือไม่แค่ไหนอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าจะสามารถดำเนินการจัดประมูลได้หรือไม่ ซึ่ง เบอร์สวย ที่สำนักงาน กสทช.ดึงเก็บไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็น กทช.นั้น ถึงปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2 ล้านเลขหมาย




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2556   
Last Update : 2 ตุลาคม 2556 18:13:30 น.   
Counter : 1015 Pageviews.  
space
space
เดอะมอลล์ เปิดตัว “ออนไลน์ รีเทล ไลฟ์สไตล์”
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกพันธมิตร พัฒนา “ออนไลน์ รีเทล ไลฟ์สไตล์ หวังสร้างมิติใหม่การช้อปปิ้ง

นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจรีเทลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ร่วมกับ ทรูวิชั่นส์, จีเอสช้อป เกาหลี และซีพีออลล์ สร้างมิติใหม่แห่งการช้อปปิ้งสินค้าระดับพรีเมี่ยมผ่านรายการ “ทรูซีเล็คท์ โฮมช้อปปิ้ง ชาแนล” (ทรูวิชั่นส์ช่อง 11) ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการขยายธุรกิจรีเทลในรูปแบบ On Air

ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม ปี 2553  เดอะมอลล์ได้สร้างวัฒนธรรมการช้อปปิ้งผ่านระบบออนไลน์ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์รูปแบบใหม่ที่ไม่จำกัดอยู่ที่การซื้อสินค้า ภายใต้ชื่อ “MODS”  M Online Department Store อันเป็นเครื่องมือการตลาดที่สำคัญในการสื่อสารกับลูกค้าในรูปแบบ Social Commerce  ซึ่งเป็นการลงทุนพัฒนาธุรกิจออนไลน์ โปรเจ็คแรกของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ด้วยงบประมาณ 80-100 ล้านบาท  โดยเจาะกลุ่มเป้าหมาย ระดับ B ขึ้นไป ในกลุ่มหลักอายุระหว่าง 20-40 ปี กลุ่มรองอายุ 15-20 ปี และ 41-50 ปี ตามลำดับ โดยมีสินค้าให้บริการ 30,000 รายการที่มีจำหน่ายภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน  ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (Netizen Statistic) ทั่วโลกในปี 2011 มีประมาณ 2,000 ล้านคน  ในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 24.5 ล้านคน คิดเป็น 37% จากประชากรไทยทั้งหมด และด้วยตัวเลขการเติบโตของตลาดการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ E-commerce ในปี 2011 ที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดโดยรวม สูงถึง 70,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น   

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจรีเทล  ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น  โดยนำจุดแข็งในเรื่อง  Strategic Alliance ของเดอะมอลลล์ กรุ๊ป มาต่อยอดภายใต้แนวคิด “Social Shopping Lifestyle”

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2556   
Last Update : 29 สิงหาคม 2556 14:50:38 น.   
Counter : 770 Pageviews.  
space
space
โทรทัศน์ vs Digital Marketing ในยุคสมาร์ททีวี
Digital Marketing ตามนิยามสากล คือการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล ที่ใช้ช่องทางของอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ Digital Marketing ได้ถูกวิวัฒนาการทั้งในด้านของรูปแบบและช่องทาง นับจากจุดแรกเริ่มในยุคของดอทคอมเมื่อปี 1997

ในด้านของรูปแบบนั้น จากเดิม Digital Marketing ได้รวมถึงการตลาดผ่านเว็บไซต์ ในรูปแบบของแบนเนอร์โฆษณา แต่ต่อมาในยุคหลังที่มีเสิร์ช เอ็นจิ้นเช่น ?Google ก็ได้รวมถึงการตลาดในรูปแบบของ SEO, AdWords ฯลฯ แต่ต่อมาอีกเช่นกัน ในยุคหลังที่มีโซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ได้รวมถึงรูปแบบของการตลาดที่อาศัยโซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, YouTube, Twitter ฯลฯ

ในด้านของช่องทางนั้น จากยุคแรกเริ่ม Digital Marketing ได้อาศัยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงสื่อ แต่ต่อมาก็ได้รวมถึงโน้ตบุ๊ค ที่สามารถเข้าถึงสื่อจากนอกสถานที่ได้ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคหลังที่มี iPhone และ Android นั้น Smartphone กำลังก้าวเข้ามาเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงสื่อดิจิทัล โดยอาจเป็นเป้าหมายหลักสำหรับการทำ Digital Marketing ในอีกไม่ช้านี้

ความสำเร็จของ Smartphone เป็นผลมาจากการเข้าถึง 3G ที่มีพื้นที่ครอบคลุมสูงกว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะหลังการประมูลคลื่น 2,100 MHz ของ กสทช. ทำให้ผู้ใช้ Smartphone สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ Smartphone ยังเป็นอุปกรณ์ในการเข้าถึงสื่อดิจิทัลที่มีราคาถูก และเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Digital Divide) เช่นประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะเข้าสู่ยุคของการตลาดบนโซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือจะเข้าสู่ยุคของการตลาดบน Smartphone ในประเทศไทย Digital Marketing ยังคงมีมูลค่าไม่ถึง 3% ของมูลค่าการตลาดในประเทศ ถึงแม้จะมีการอ้างอิงถึงการเติบโตของตัวเลขนี้ ที่จะขยายตัวตามการเข้าถึง Smartphone และ 3G ในประเทศ แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าของการตลาดผ่านสื่อโทรทัศน์ ที่มีสัดส่วนราว 60% จากมูลค่าของสื่อทั้งประเทศ ที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องแปลก หากเปรียบอัตราส่วนการเข้าถึงสื่อดิจิทัลกับสื่อโทรทัศน์ในสังคมไทย ที่ยังคงมีปัญหาของ Digital Divide

ในอีกไม่ช้านี้ การตลาดผ่านสื่อโทรทัศน์อาจเพิ่มความเข้มแข็ง และสัดส่วนของมูลค่าการตลาดได้อีก เมื่อมีการประมูลดิจิทัลทีวี โดย กสทช. อีกเช่นกัน ที่จะเป็นการพัฒนาปรับปรุงสื่อโทรทัศน์ของประเทศ เป็นครั้งแรกในหลายทศวรรษ โดยจะมีจำนวนช่องมากขึ้น มีเนื้อหาที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งยังมีคุณภาพของสัญญานที่ดีขึ้นในรูปแบบของ High Definition (HD) อีกด้วย ตามที่ได้กล่าวมาแล้วหลายครั้ง ดิจิทัลทีวี ไม่ใช่สื่อสำหรับ Digital Marketing เพราะมิได้ใช้ช่องทางของอินเทอร์เน็ตในการเผยแพร่ จึงยังคงเป็นโทรทัศน์ในรูปแบบเดิม แต่มีจำนวนช่อง เนื้อหา และความชัดที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ก็ยังขาดความเป็นอินเทอร์แอคทีฟตามนิยามของ Digital Marketing โดยทั่วไป

ขณะที่หลายคนในประเทศกำลังจับตามองดิจิทัลทีวี Smart TV กลับเป็นพัฒนาการของเทคโนโลยีและธุรกิจโทรทัศน์ที่มีความน่าสนใจ

Smart TV คือโทรทัศน์ที่สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ เช่นเดียวกับที่ ?Smartphone คือโทรศัพท์มือถือที่เข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ สำหรับผู้ที่เคยใช้ Smart TV จะทราบว่า นอกเหนือจากการใช้งาน Smart TV ในการรับชมโทรทัศน์ในรูปแบบเดิมเช่น ผ่านเสาอากาศภาคพื้นดิน, ดาวเทียม, เคเบิล, DVD, Blu-Ray ฯลฯ Smart TV ยังสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้โดยตรง ในปัจจุบันได้มีผู้ให้บริการเนื้อหาที่มีคุณภาพให้กับ Smart TV เช่น YouTube, NetFlix, Hulu ฯลฯ โดยเนื้อหาที่ให้บริการมีความคมชัดในระบบ HD ที่ไม่แพ้ดาวเทียมหรือเคเบิลและยังมีความเป็นอินเทอร์แอคทีฟและออนดีแมนด์ ในสหรัฐฯ มีผู้ใช้บริการเนื้อหาเหล่านี้มากยิ่งกว่าผู้ใช้บริการดาวเทียมหรือเคเบิลเสียอีก

ความเป็นจุดเปลี่ยนของ Smart TV คือการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสื่อของโทรทัศน์ โดยมีช่องทางของดิจิทัลที่มีความหลากหลาย และยังเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับการทำ Digital Marketing ในปี 2012 ที่ผ่านมา Smart TV เป็น 27% ของโทรทัศน์ที่มีการซื้อขายทั้งโลก และมีการคาดคะแนว่าในปี 2015 Smart TV จะเป็น 55% หรือกว่าครึ่งหนึ่งของโทรทัศน์ที่มีการซื้อขาย จึงไม่น่าแปลกใจ หากในที่สุดแล้ว จะมี Smart TV อยู่ในครัวเรือนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งโทรทัศน์จะไม่ถูกผูกขาดโดย เสาอากาศภาคพื้นดิน, ดาวเทียม, เคเบิล ฯลฯ อีกต่อไป แต่ยังสามารถเข้าถึงจากสื่อดิจิทัลได้อีก Smart TV จึงมีโอกาสที่จะช่วย Digital Marketing แย่งชิงสัดส่วนของมูลค่าการตลาดจากโทรทัศน์ และที่สำคัญจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เครื่องโทรทัศน์โดยตรง จึงอาจมีผลอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ถึงกระนั้น โทรทัศน์โดยทั่วไป มีอายุใช้งานที่ยาวนานกว่าโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นถึงแม้ว่า 100% ของโทรทัศน์ที่มีการซื้อขายจะเป็น Smart TV ก็ยังคงต้องใช้เวลาช่วงหนึ่ง กว่าโทรทัศน์ทั้งหมดจะถูกทดแทนด้วย Smart TV นอกจากนี้ Smart TV ยังมีข้อจำกัดที่ต้องอาศัยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างมีสาย เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันเครือข่ายที่มีสายดังกล่าวไม่ได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วดังเช่น 3G

อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากในปัจจุบัน ถึงการเติบโตของ Digital Marketing ในอนาคตอันใกล้ เพราะจะเป็นการเชือดเฉือนระหว่างการตลาดบน Smartphone กับการตลาดบนดิจิทัลทีวี ที่กำลังจะมีการประมูลในไม่ช้านี้ ซึ่งทั้งสองต่างมีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ แต่ในอนาคตระยะกลางถึงไกล Smart TV ย่อมต้องมีความได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการรับชมโทรทัศน์ ที่เครื่องโทรทัศน์โดยตรง

เมื่อถึงเวลานั้น Digital Marketing อาจเป็นการตลาดกระแสของสื่อกระแสหลัก ที่ถูกทดแทนด้วยสื่อดิจิทัลไปในที่สุด

SOURCE: ดร. อธิป อัศวานันท์
Social MEDIA & INNOVATION / รองประธานกรรมการธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หอการค้าไทย / CEO Blogs กรุงเทพธุรกิจ




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2556   
Last Update : 26 สิงหาคม 2556 11:05:22 น.   
Counter : 672 Pageviews.  
space
space
1  2  

DigitalMarketing
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]






space
space
space
space
[Add DigitalMarketing's blog to your web]
space
space
space
space
space