....DID-girl....
Group Blog
 
All Blogs
 
hardcore-nurse "เป็นพยาบาลต้องอดทน รถชนต้องไม่ตายค่ะ"



คณสมบัติมากมายของการเป็นพยาบาล เช่น สะอาด รอบคอบ ตรงต่อเวลา สุภาพ ใส่ใจ เมตตา เห็นใจ เสียสละ บลาๆๆๆ ข้อดีเกินมาตรฐานความเป็นคน และเหนือสิ่งอื่นใดของการเป็นพยาบาลคือฉันต้องมีความถึกที่จะช่วยให้เป็น 

"คนที่เกินคน รถชนกูต้องไม่ตายค่ะ"

     ตอนแรกก็ไม่ค่อยเข้าใจคตินี้เท่าไหร่ อะไรจะเว่อร์ขนาดนั้น แต่พอมาเจอกับตัวเองก็ถึงบางอ้อทันที จำได้ว่าตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆยังต้องทำงานใช้ทุนให้มหาวิทยาลัยด้วยการทำงานที่โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยนั้น ประจวบกับตอนนั้นมหาวิทยาลัยมีงานเทศกาลที่ปีหนึ่งจะจัดขึ้น 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 7 วัน ไอ้ตัวฉันก็อยากไปเที่ยวงานกับเขาบ้าง แต่ตารางเวรที่แสนเลวร้ายไม่ได้อำนวยความอยากเลย ยาวติดกันจนชีวิตทำได้แค่ลงเวรมากินข้าว อาบน้ำ แล้วเตรียมนอนเพื่อขึ้นเวรถัดไป อย่าว่าแต่งานเทศกาลเลยกระทั้งroommateที่อยู่ด้วยกันยังแทบไม่เคยคุยกันเลย แต่ด้วยความเปรี้ยวของชีวิตในความยาวของเวรก็มีช่องว่างที่พอให้ไปลั้ลลาได้ คือการลงเวรบ่ายมาและเวรดึกในวันต่อไป ดังนั้นจึงพอมีเวลาตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันหนึ่งไปจนถึงก่อนเที่ยงคืนของอีกวัน (ประมาณ 24 ชม.) จริงๆก็คือว่างวันหนึ่งนั่นแหละ แต่เพราะเวลาชีวิตที่แตกต่างจากชาวบ้านและอาจจะมากกว่าอาการJet lag ซะอีก แผนท่องเที่ยวจึงเริ่มจากลงเวรมาถึงห้องประมาณตีสอง ดื่มนมแก้หิวมื้อดึก อาบน้ำแล้วนอนเลยค่ะ ตื่นสายหน่อยแล้วค่อยซักผ้าซึ่งกองจนล้นตะกร้าจากการทำงานมา 5 วันรวด ก็มีแค่ชุดทำงานกับชุดนอนเท่านั้นค่ะ ชุดอื่นไม่ได้ใช้เลย ช่วงเวลานั้นคือชีวิตที่มีแต่เพดานห้อง เซเว่นและหลังคาโรงพยาบาลเท่านั้น กว่าจะได้ทานขาวเที่ยงก็คือประมาณบ่ายสอง จากนั้นก้โทรไปนัดแนะน้องสาวเพื่อไปลั้ลลางานเทศกาลกัน งานนี้ตั้งใจไม่นอนก่อนขึ้นเวรดึกเลยค่ะ
     สนุกกันเต็มที่ค่ะงานนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง เหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุงหลงแสงสียังไงยังงั้น จนเวลาล่วงเลยถึงสองทุ่ม รู้สึกเหนื่อยล้าร่างกายเลยคิดว่าจะพับเก็บแผนไม่นอนก่อนขึ้นเวร เพราะเหนื่อยเกินทนขอนอนซักเงียบก่อนขึ้นเวรดีกว่า จึงชวนน้องสาวกลับ ด้วยพาหนะคู่ใจมอเตอไซค์พลังงานสตาร์ทด้วยข้อเข่าและเท้าที่อายุราวสิบปีพ่วงด้วยหมวกกันน็อคสุดคลาสสิคไร้กระจก แต่ด้วยความเป็นงานเทศกาลรถจึงติด อัตราการขยับเขยื้อนจึงตามหลังหอยทากอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ใจทุกคนต่างก็เร่งร้อนที่จะเอาชนะหอยทากที่อยู่ด้านหน้ารวมถึงตัวฉันด้วย แต่อัตราการออกตัวของมอเตอไซค์ฉันยังช้ากว่ารถยนต์ที่ขับตามมา ทำให้รถยนต์คันนั้นพุงตรงมาที่รถฉันทันที 

"โครม" 

การรับรู้เสียงกระทบมาพร้อมความรู้สึกว่ารถเริ่มเอียง ตอนนั้นคิดสารพัดทันทีว่าควรล้มท่าไหนดี แขนควรจะอยู่ยังไงไม่ให้หัก หัวมีหมวมกันน็อคหล่ะ รอดๆๆ คิดอย่างนั้นนะ แต่ตอนที่ตัวถึงพื้นและตามมาด้วยมอเตอไซค์คู่ใจที่ทับซ้ำ 'โอ้วววว เจ็บอ่ะ' ร่างกายถไลไปตามพื้นถนนอย่างสวยงาม ส่วนน้องสาวนั้นใช้ความเด็กกว่า ร่างกายยืดหยุ่นกว่า ปฏิกริยาไวกว่า นางกระโดดจากท้ายรถตั้งแต่มันยังไม่ล้ม ไปยืนโดยตัวแทบไม่โดนถนนซักนิดเดียว
     โชคดีที่ฉันไม่เป็นไรมาก ไม่มีอะไรหัก ร่างกายด้านขวามีรอยถลอกเต็มตัว แขนขาเลือดซิบ ดีใจมากที่หน้ายังดีอยู่เพราะไร้รอยขีดข่วน(แค่เป็นสิวเหมือนเดิม) โชคร้ายคือกูเวรดึก ถามว่าไหวไหม คำตอบคือ 'ก็ไม่ตาย เดินได้' แต่ก็ต้องโทรไปแจ้งที่วอร์ดเล็กน้อย เผื่อโชคดีมากกกกกกกกกก...อาจได้พัก

"พี่ค่ะ ฟ้าเองค่ะ พอดีโดนรถชนแล้วคืนนี้ต้องขึ้นเวรดึกด้วย"
"เป็นไรมากไหม ขึ้นเวรไหวหรือเปล่า"
"เอ่ออ นิดหน่อยค่ะพี่ ถลอกตามตัว"
"งั้นก็มาขึ้นเวรนะ เดี๋ยวพี่ให้อยู่ทีมเบา"   

     โชคดีไม่มีพร่ำเพรื่อค่ะ งานนี้ไม่มีหยุดแค่ลดภาระงาน เมื่อรู้ชะตากรรมจึงตรงไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งรอคิวอยู่นานมากเพราะคนไข้เยอะและเราไม่ใช่คนไข้ด่วนไง รอต่อไปค่ะ ตั้งแต่สองทุ่มครึ่งจนใกล้สามทุ่มครึ่ง (อันนี้ก็ไม่นอยด์นะที่ต้องรอ เพราะเราเป็นพยาบาลเหมือนกันไงเลยเข้าใจสถานการณ์หากเป็นเรา เราก็คงทำแบบนี้แหละ) แต่ด้วยเวลาใกล้ขึ้นเวรดึกเลยต้องใช้สิทธิพิเศษ เดินไปบอกพี่พยาบาลเลยค่ะ
"พี่ค่ะหนูเวรดึกต่อ ขอทำแผลก่อนได้ไหมค่ะ"
"อ้าวเหรอ...ได้ๆ เดี๋ยวพี่ทำแผลให้"  แผลค่อนข้างเยอะทั้งแขนและขาเนื่องจากใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อแขนสั้น ผิวหนังจึงสัมผัสถนนได้เต็มที่ แถมแผลยังสกปรกอีก งานล้างจึงไร้ความปรานีสุดๆ จะโอดครวญมากก็ไม่ได้เพราะกลัวเสียหน้า ตอนทำแผลให้คนอื่นนี้ไม่เคยคิด ดดนเองถึงรู้สึกค่ะ จึงทำได้แค่กัดฟันและสะดุ้งเป็นช่วงๆ 
     กว่าจะกลับถึงห้องก็เวลาห้าทุ่มนิดๆ ด้วยสภาพผ้าพันแผลเต็มตัวทั้งแขนขวาด้านขวา ได้ฉีดบาดทะยักไปอีก ยาฆ่าเชื้อยาแก้ปวดมากินอีกเพียบ ช่วงเวลานี้งานซักแห้งจึงเริ่มขึ้นเพราะถ้าให้อาบน้ำก็คงไม่ทันขึ้นเวรแน่ จึงรีดผ้า เปลี่ยนชุดโดยเลือกเป็นกางเกงขายาว แต่ชุดฟอร์มเป็นแบบแขนสั้น เลยต้องโชว์แผลที่แขนแน่นอน และได้เวลาลากร่างกายที่แสนปวดไปทำงาน งานนี้ตอนที่พี่ๆเห็นสภาพเลยถูกย้ายตำแหน่งจากทีมเบาสุดมาเป็น med nurse (พยาบาลแจกยา) ครึ่งเวรแรกไม่เท่าไหร่ อาจมีคำถามจากคนไข้บางคน (ปล.บางคนพูดไม่ได้เพราะใส่ท่อช่วยหายใจ 555 สรุปใครเห็นก็ถามทุกคนหล่ะ) ก็ตอบเหมือนเดิม  

"โดนรถชนค่ะ แต่ไม่มีใครมาขึ้นเวร เลยลาไม่ได้ค่ะ"  

     ส่วนปลายเวรเริ่มเห็นนรกค่ะ ยาแก้ปวดที่กินเริ่มหมดฤทธิ์ แถมอาการปวดเมื่อยหลังโดนรถชนก็เริ่มมา ยกแขนขวาแทบไม่ขึ้นเลยค่ะ แผลที่ขาก็เริ่มซึมจนทะลุขากางเกงออกมา และด้วยชุดสีขาว แน่นอนเห็นชัดเลยค่ะ ชีวิตเริ่มช้ำเลืดช้ำหนอง แต่งานยังไม่จบนะค่ะ ยาเช้ามากมี ต้องเจาะเลือดคนไข้อีก แต่เพื่อนร่วมเวรต่างก็ช่วยกันเต็มที่ หมอมาราววอร์ดไม่ต้องตามก็ได้เพราะไม่ได้อยู่ทีม กว่าจะลงเวรได้เล่นเอาตายแล้วตายอีกเลยค่ะ เหนื่อยไม่เท่าปวดค่ะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

"เป็นพยาบาลต้องอดทน รถชนต้องไม่ตายค่ะ ถ้าตายมึงต้องฟื้นมาขึ้นเวรค่ะ"

***_____***



Create Date : 24 มกราคม 2560
Last Update : 9 สิงหาคม 2560 14:32:48 น. 0 comments
Counter : 36 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DID-girl
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add DID-girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.