Tamabea Blog (by เอิง) - มุมภาพสวยๆ ท่องเที่ยวยุโรป เรื่องราวสนุกๆ จากอิตาลีค่ะ
Group Blog
 
All blogs
 

สูตรอาหาร สปาเก็ตตี้ใส่ดอกกะหล่ำโรมัน Spaghetti con Cavolo Romano


ขอร่วมถวายพระพรแด่ในหลวงของเรา
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา
5 ธันวามหาราช
ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ













ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Cavolfiore
อ่านว่า คา-โวล-ฟิ-ออ-เร (Stress คำว่า “คา”, “ออ”)
ภาษาไทยแปลว่า ดอกกะหล่ำ, กะหล่ำดอก
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Cauliflower


Smiley Smiley Smiley



สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้อยากพามารู้จักอาหารที่มาจากเขต Lazio อยู่ทางตอนกลางประเทศอิตาลี
เมืองสำคัญในเขตนั้นคือ กรุงโรม (เมืองหลวง)
สูตรนี้มีชื่อว่า Spaghetti con Cavolo Romano
หรือ “สปาเก็ตตี้ใส่ดอกกะหล่ำโรมัน Cavolo Romano”

มาดูสูตรกันค่ะ
Spaghetti con Cavolo Romano (สำหรับ 4 ที่)
สปาเก็ตตี้ 400 กรัม
ดอกกะหล่ำ Cavolo Romano 300 กรัม
ปลาแอนโชวี่ในน้ำมัน (หั่นละเอียด) 2 ชิ้น
เกล็ดชีส Pecorino Romano 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียบ (สับละเอียด) 1 กลีบ
ใบ Thyme แห้ง 1 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย (ตามใจชอบ)

วิธีทำ
นำ Cavolo Romano มาล้างให้สะอาด
หั่นเป็นชิ้นพอคำ ตั้งแยกไว้

ขณะเดียวกัน ปรุงเส้นสปาเก็ตตี้ให้สุก
โดยการต้ม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป ตามด้วยกระเทียมสับละเอียด
เมื่อกระเทียมเริ่มเหลือให้เติมปลาแอนโชวี่ลงไป
จากนั้นใส่ดอกกะหล่ำ Cavolo Romano ลงไปผัดให้เข้ากัน
ใช้ไฟปานกลาง ผัดจนเนื้อดอกกะหล่ำเริ่มนิ่ม
จากนั้นเติมเส้นสปาเก็ตตี้ที่สุกแล้วลงไป ตามด้วยชีส Pecorino Romano
คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสิร์ฟรับประทานร้อนๆ ได้ทันที



มาชมภาพกันค่ะ
ดอกกะหล่ำ Cavolo Romano
บางครั้งชาวอิตาเลี่ยนก็เรียกว่า Cavofiori Romanesco
สองชื่อนี้คือดอกกะหล่ำอย่างเดียวดัน
English = Roman Cauliflower, Romanesco Broccoli
เป็นดอกกะหล่ำสายพันธุ์หนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดจากโรม สมัยโบราณ
นิยมนำมาปรุงให้สุกโดยการต้ม นึ่ง หรือผัด เป็นผักเครื่องเคียง
หรือ ปรุงกับพาสต้าชนิดต่างๆ
หน้าตาไม่เหมือนใคร... รสชาดคล้ายๆ ดอกกะหล่ำในบ้านเรา
ออกจะหอมหวานกว่านิดหน่อยค่ะ

















ปลาแอนโชวี่ (ปลาเค็มฝรั่ง) เนื้อนิ่ม
ส่วนใหญ่ขายใส่ขวดแก้ว แช่ในน้ำมันมะกอก

















ล้างดอกกะหล่ำโรมันให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอคำ

















ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมสับละเอียดลงไปทอด
จากนั้นใส่ปลาแอนโชวี่ลงไป



















เติมดอกกะหล่ำ Cavolo Romano ลงในกระทะ
ใส่ใบ Thyme แห้ง เพิ่มรสชาดด้วยเกลือและพริกไทย
ผัดจนดอกกะหล่ำเริ่มนิ่ม



















เติมเส้นสปาเก็ตตี้ และเกล็ดชีส Pecorino Romano ลงไปผสม



















Spaghetti con Cavolo Romano
สปาเก็ตตี้ใส่ดอกกะหล่ำโรมัน พร้อมเสิร์ฟรับประทาน





















Smiley Thank You Smiley
ขอขอบคุณ “ป้าแอ๊ก” ปลาทอง9 สำหรับโปสการ์ดสวยๆ จากเชียงใหม่
ได้รับไม่นานมานี้เอง คุณป้าส่งให้ตอนกลับไปเที่ยวเมืองไทย
ภาพสวยจัง อยากเห็นของจริงมาก ขอบคุณป้าแอ๊กอีกครั้งค่ะ














วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญของชาติ
นอกจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาแล้ว ยังเป็น “วันพ่อแห่งชาติ”
ขอบคุณคุณพ่อของเอิง ที่ทำให้เอิงมีทุกวันนี้ได้ค่ะ
คุณพ่อเป็นคนอารมณ์ดี ชอบปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ฯลฯ
ในอดีตเป็นเป็นอาจารย์สอน โรงเรียนมัธยมศึกษา
เคยรับราชการประมาณเกือบ 40 ปี ปัจจุบันเกษียณแล้ว เป็นข้าราชการบำนาญ
คุณพ่อสอนวิชาอะไรเหรอคะ... ไม่อยากจะคุย (แต่ขอคุยหน่อย)
วิชา “ฟิสิกส์” ค่ะ... คุณพ่อจบฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์
วิชานี้เอิงก็เคยเรียน ช่วง ม.ปลาย แผนวิทย์ สายสามัญ
(ยังไม่รู้เรื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ...จบมาได้ไงไม่รู้ อิอิ)
อาศัยที่พยายามขยันอ่านหนังสือมังคะ เลยพอทำข้อสอบได้
อย่าถามอะไรมาก วิชา “ฟิสิกส์” คืนคุณครูไปหมดแล้ว 555+

คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า โรงเรียนมัธยมในต่างจังหวัด โดยเฉพาะต่างอำเภอ
อาจารย์สอนฟิสิกส์มีน้อยมาก... บางโรงเรียนทั้งโรง มีครูฟิสิกส์อยู่คนเดียว
สอนหมด ม.4, ม.5, ม.6
(อะจ๊ากกกส์... งานหนักค่ะ เตรียมงานทุกอย่างสอนเอง ออกข้อสอบเอง)

คุณพ่อยังบอกอีกว่า “เด็กสมัยนี้เค้าไม่อยากเรียนฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยแล้ว
เค้าไปเรียนนิเทศศาสตร์ บริหาร ฯลฯ กันหมด”
อ้าววว... งานเข้าล่ะค่ะ ญาติพี่น้องเอิง เรียนนิเทศฯ บริหารฯ หลายคนนะพ่อ
แอบแซวลูกหลานทางอ้อมรึป่าว... อิอิ
อย่าลืมว่าอนาคตของชาติ หมอ เภสัช ทันตะ วิศวะ ฯลฯ ต้องเรียนฟิสิกส์ช่วงมัธยม
หากครูสอนมีไม่ค่อยพอ อนาคตเด็กรุ่นใหม่จะเป็นอย่างไร
เอิงคงกลับไปเรียนไม่ไหวแล้ว (วิชานี้ยอมรับว่ายากที่สุดในสมัย ม.ปลาย)
น้องๆ คนไหนเรียนได้ เรียนไปเถิด จะเกิดผลค่ะ
ทุกวันนี้ยังมีลูกศิษย์ลูกหามากมายมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน
คุณค่าทางใจนั้นได้รับนั้นท่วมท้นจริงๆ


เอนทรี่นี้เขียนเรื่อง “พ่อ” ยาวนิดนึง (ใครที่เข้ามาอ่านอย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนนะคะ)



ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2554    
Last Update : 5 ธันวาคม 2554 15:24:40 น.  

สูตรอาหารทอดมันอิตาเลี่ยน Mondeghili (Polpette Milanesi)


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Polpetta
อ่านว่า โพล-เพ็ด-ตา (Stress คำว่า “เพ็ด”)
ภาษาไทยแปลว่า ลูกชิ้น, เนื้อสัตว์ที่ปั้นเป็นก้อนๆ
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Meatball
Polpetta โพล-เพ็ด-ตา (Stress คำว่า “เพ็ด”) คำเอกพจน์ ลูกชิ้นหนึ่งลูก
Polpette โพล-เพ็ด-เต (Stress คำว่า “เพ็ด”) คำพหูพจน์ ลูกชิ้นหลายลูก


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารัก
ช่วงนี้ได้รับทราบข่าวว่าน้ำใน กทม. ลดลงหลายพื้นที่แล้ว
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในการจัดเก็บ ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
และขอให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีค่ะ


วันนี้อยากนำสูตรอาหารต้นตำหรับจาก Milan มาฝากกัน
เป็นเมนูที่รู้จักกันดีทางภาคเหนือของอิตาลี โดยเฉพาะแคว้น Lombardy
(Italian = Lombardia)
คือ ทอดมันเนื้อสไตล์อิตาเลี่ยนค่ะ
มีชื่อว่า Mondeghili
อ่านว่า มอน-เด-กี-ลี (Stress คำว่า “มอน”)
คือ ทอดมันเนื้อในแบบมิลาน
Smiley Mondeghili = Polpette Milanesi Smiley
(สองชื่อนี้คืออาหารอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกันค่ะ)

คำศัพท์อิตาเลี่ยนวันนี้ Popette (คำพหูพจน์)
แปลว่า ทอดมัน, เนื้อทอดที่ปั้นเป็นก้อนกลมๆ หรือรีๆ


มาดูสูตรกันดีกว่า
สูตรอาหาร Mondeghili (สำหรับ 45-50 ชิ้น)
เนื้อวัวบด 400 gr
แฮม Mortadella 150 gr
ไส้กรอก Salsiccia (ทำจากเนื้อหมู) 150 gr
ขนมปัง 100 gr
นม 1 ถ้วยตวง
ชีสพาเมซาน 100 gr
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง
เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับละเอียด) 1 กลีบ
ใบ Parsley 2 ช้อนชา
เกลือ 2 ช้อนชา
พริกไทย 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช (สำหรับทอดในกระทะ) ประมาณ 2 ถ้วยตวง


วิธีทำ
เตรียมขนมปังก่อน คือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เอาไปแช่รวมกับนมสดจนเนื้อขนมปังนิ่ม คนให้เข้ากัน

เตรียมส่วนผสมเนื้อ
หั่นแฮม Mortadella เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปบดในเครื่องปั่นจนละเอียด
ลอกเนื้อที่หุ้มไส้กรอก Salciccia ออกเอาแต่เนื้อข้างในออกมา
นำ Mortadella, Salciccia, เนื้อวัวบดมาผสมรวมกัน
จากนั้นเติมเครื่องปรุงที่เหลือลงไป คือ กระเทียมสับละเอียด, เนย
ไข่ไก่, ใบ Parsley, ชีสพาเมซาน, ขนมปังผสมนมที่เนื้อนิ่มแล้ว
เกลือ, พริกไทย

คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันจนละเอียด
ปั้นเป็นก้อนกลมแบน เส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 4 cm
ความสูงประมาณ 1-1.5 cm

*Note การปั้นรูปทรง*
Mondeghili บางสูตรปั้นเป็นก้อนรีๆ ก็ได้ แล้วแต่ชอบ
ที่บ้านเรา คุณพ่อสามีปั้นเป็นก้อนกลมประจำ ก็เลยทำตาม
จะเป็นก้อนกลมๆ หรือ รีๆ นั้นไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ค่ะ


จากนั้นนำไปชุบเกล็ดขนมปัง ทอดในน้ำมันร้อนๆ
ใช้ไฟอ่อนๆ (ถ้าไฟแรงไปเนื้อจะแข็ง)
เมื่อสุกดีแล้วตักออก พักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน

สามารถทานได้ทั้งขณะกำลังร้อน และอุณหภูมิห้อง
เหมาะสำหรับมื้อที่มีแขกมารับประทานเยอะๆ
(ทานเป็น Secondo หรือ อาหารคอร์สที่สอง)



มาชมภาพประกอบกันค่ะ
ขนมปังที่ใช้จะเป็นขนมปังอะไรก็ได้ (คนอิตาเลี่ยนนิยมกำจัดของเหลือ)
ที่บ้านที่ขนมปังชื่อ Bocconcino Morbido เหลืออยู่ เลยเอามาทำซะเลย

















หั่นเป็นชิ้นเล็ก แล้วนำไปแช่ในนมจนเนื้อนิ่ม



















ไส้กรอก Salsiccia (ซัล-ซิช-ชา) ทำจากเนื้อหมู
และแฮม Mortadella









Mortadella คืออะไร?
(อ่านว่า มอร์-ตา-เดล-ลา)
คือเนื้อหมู cured pork ที่ผ่านการหมักกับเครื่องเทศ
เช่น พริกไทย, กระเทียม ฯลฯ
มีไขมัน fat ติดมาด้วยประมาณ 15%
ผ่านการรมควันเล็กน้อย lightly smoked
ถือเป็นแฮมที่มีต้นตำหรับมาจากเมือง Bologna ประเทศอิตาลี








นำแฮม Mortadella มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
แล้วนำไปบดในเครื่องปั่นจนละเอียด

















ลอกเนื้อที่หุ้มไส้กรอก Salsiccia ออก ใช้แต่เนื้อข้างใน
Salsiccia คืออะไร --- คำตอบคือ ไส้กรอกที่ทำจากเนื้อหมูบด
หมักเครื่องเทศเช่น พริกไทย, กระเทียม
นำมาหุ้มเป็นแท่งยาว ทำรูปร่างเหมือนไส้กรอก















นำ 3 ทหารเสือมาผสมรวมกัน
คือ เนื้อวัวบด, ไส้กรอก Salsiccia, แฮม Mortadella

















นำส่วนผสมทุกอย่างมาผสมรวมกัน
คือ เนื้อบดทั้งสามชนิด (เนื้อวัว, Salsiccia, Mortadella)
กระเทียมสับละเอียด, เนย, ไข่ไก่, ใบ Parsley,
ชีสพาเมซาน, ขนมปังผสมนมที่เนื้อนิ่มแล้ว, เกลือ, พริกไทย ฯลฯ




















ปั้นเป็นก้อนกลมแบน ขนาดประมาณ 4 cm
สูงประมาณ 1-1.5 cm

















นำไปชุบเกล็ดขนมปัง ทอดในน้ำมัน ใช้ไฟอ่อนๆ



















นำมาตั้งพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน

















Smiley Mondeghili = Polpette Milanesi Smiley
พร้อมเสิร์ฟรับประทาน















Smiley Mondeghili = Polpette Milanesi Smiley
อาหารต้นตำหรับจากเมืองมิลาน
ถือเป็นอาหารที่หลายครอบครัวนิยมทำเมื่อเชิญแขกมาหลายคน
ไม่ต้องทานแบบร้อนๆ ก็ได้ ส่วนใหญ่พวกเราทานกันในอุณหภูมิห้อง
เจ้าของสามารถสามารถเตรียมล่วงหน้าได้ก่อน 1 วัน
เก็บใส่ตู้เย็นไว้ ถึงเวลาก็เอามาอุ่นโดยการเข้าเตาอบแล้วรับประทาน
เป็นอาหารทำง่าย ทานอร่อย ไม่ยุ่งยากจริงๆ ค่ะ







ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ





 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2554 0:04:07 น.  

สูตรอาหารอิตาเลี่ยน : Polenta ai Funghi Porcini


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Mais
อ่านว่า มายซ์
ภาษาไทยแปลว่า ข้าวโพด
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Corn


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารัก
ขอส่งกำลังใจให้คนไทยในบ้านเราทุกคน
โดยเฉพาะชาว กทม. ที่กำลังรับมือกับภัยน้ำท่วม
ได้ข่าวว่าในหลายพื้นที่น้ำลดลงบ้างแล้ว
ขอให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เอาใจช่วยทุกท่านค่ะ


วันนี้ขอนำสูตรอาหารยอดนิยมสูตรหนึ่งของชาวอิตาเลี่ยนมาฝากกัน
ชื่อเมนู Polenta ai Funghi Porcini
(โพเลนตา ไอ ฟุงกิ ปอร์ชีนี)

Polenta (โพ-เลน-ตา) คืออะไร
คือ เมล็ดข้าวโพดที่ถูกบดเป็นผงค่อนข้างละเอียด
คล้ายแป้ง แต่ยังสัมผัสได้ถึงเนื้อสากๆ
เหมือนธัญพืช ปรุงให้สุกโดยการต้ม
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Cornmeal
ในอดีตนั้นถือว่าเป็นอาหารสำหรับชาวบ้าน ชาวชนบท ที่ไม่ค่อยมีฐานะ
(อาหารคนจน...ว่างั้นนะคะ)
เพราะ Polenta มีราคาถูก --- ปัจจุบันราคาก็ยังถูก
ทุกวันนี้ นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในอิตาลี ทั้งคนรวย คนจน
นิยมนำมาปรุงโดยการต้มให้สุก แล้วราดเครื่องชนิดต่างๆ
เช่น ซอส, เนื้อสัตว์, เห็ด ฯลฯ
ถือเป็นอาหารในช่วงหน้าหนาว เพราะต้องทานร้อนๆ
ร้านอาหารอิตาเลี่ยนหลายที่ พิถีพิถันในการปรุงซอสราด
ใช้ส่วนประกอบราคาแพง ทำให้กลายเป็นอาหารไฮโซไปทันที 55+



Funghi (ฟุงกิ) ภาษาไทย แปลว่า เห็ด (คำพหูพจน์)
“Porcini” คือ ชื่อของเห็ดชนิดหนึ่งในอิตาลี


Polenta ai Funghi Porcini
(โพเลนตา ไอ ฟุงกิ ปอร์ชีนี)
อาหารมีการทำแยกส่วนประกอบ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ Base ซึ่งเป็น Polenta
ส่วนที่ 2 เครื่องปรุงราด Funghi Porcini (เห็ดปอร์ชินี)


ส่วนที่ 1
ส่วนประกอบสำหรับ Polenta (สำหรับ 4 ที่)
Polenta 400 gr.
น้ำเปล่า 1 ลิตร
เกลือ 1 ช้อนชา
เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ต้มน้ำเปล่าให้เดือด เมื่อน้ำเริ่มเดือดใส่เกลือ 1 ช้อนชา
แล้วตามด้วย Polenta ลงไป เปลี่ยนมาใช้ไฟต่ำสุด
ค่อยๆ กวนช้า ประมาณ 40 นาที ระวังอย่าให้ติดก้นหม้อ
วิธีการสังเกต Polenta เมื่อเริ่มสุกจะจับตัวกันเป็นเหมือนครีมข้นๆ
ใส่เนยลงไปผสมให้เข้ากัน
ตักใส่จาน ราดเครื่องปรุงที่ต้องการ เสิร์ฟได้ทันที



ส่วนที่ 2
Funghi Porcini Trifolati
(ฟุงกิ ปอร์ชีนี ทริโฟลาติ)
คือ การทำเห็ดปอร์ชีนีมาปรุงให้สุก เพื่อรับประทานกับอาหารชนิดอื่น
เช่น polenta, risotto ฯลฯ

ส่วนประกอบ (สำหรับ 4 ที่)
เห็ด Porcini 400 gr
กระเทียม (สับละเอียด) 1 กลีบ
ใบ parsley แห้ง 2 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย (ตามใจชอบ)


*Note*
เห็ด Porcini ถ้าใช้แบบแห้ง ให้แช่น้ำก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง
ถ้าใช้แบบสด ให้นำมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วปรุงได้เลย
สำหรับแบบที่แช่ในน้ำมันมะกอก ก็สามารถนำมาปรุงได้ทันทีเช่นกัน


วิธีทำ
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป
ตามด้วยกระเทียม ทอดจนเหลือง ใช้ไฟปานกลาง
หลังจากนั้นใส่เห็ด Porcini ลงไปผัดประมาณ 10 นาที
พอเห็ดเริ่มสุก ใส่ใบ parsley ลงไป
เติมรสชาดด้วยเกลือและพริกไทย ตามใจชอบ
ตักราดบน Polenta ที่สุกแล้ว เสิร์ฟรับประทานได้ทันที


มาชมภาพกันค่ะ
Polenta สำหรับนำมาปรุงอาหาร

















ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ แล้วตามด้วย Polenta
เมื่อเริ่มสุกเนื้อจะจับตัวกันคล้ายครีมข้นๆ
(สามารถใส่เนยเพิ่มลงไปได้ เมื่อ Polenta สุกดีแล้ว)



















เห็ด Porcini ชนิดแห้ง
ถ้าใช้แบบแห้งต้องนำไปแช่น้ำก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง

















เอิงใช้แบบแช่ในน้ำมันมะกอก
นำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วปรุงอาหารได้ทันที

















Funghi Porcini Trifolati
นำมาปรุงกับน้ำมันมะกอก ใส่กระเทียม เห็ด Porcini
ใส่ใบ parsley แห้ง เติมเกลือ พริกไทย ตามใจชอบ



















Polenta ai Funghi Porcini
(โพเลนตา ไอ ฟุงกิ ปอร์ชีนี)
เสิร์ฟ Polenta ราดด้วยเห็ด Porcini พร้อมรับประทาน


















Smiley Thank You Smiley
ขอขอบคุณ “พี่แอ๋น” anigia สำหรับตำราอาหาร
โดย Rachael Ray (ดีใจมาก เพราะอยากได้จริงๆ ค่ะ อิอิ)
เป็นของรางวัลที่ได้จากการประกวดขนมหวาน Sweet Halloween
ขอบคุณพี่แอ๋นอีกครั้ง










Polenta เป็นอาหารที่ปรุงง่าย
รับประทานกันอย่างแพร่หลายในประเทศอิตาลี
สูตรนี้ไม่ยาก ทานได้ทั้งครอบครัว
สามารถเปลี่ยนแปลง ราดเครื่องปรุงรสอย่างอื่นได้ตามใจชอบ
เช่น ซอส ragu, เนื้อสัตว์ในซอสชนิดต่างๆ, เห็ด ฯลฯ
ขอบคุณที่แวะมาทานด้วยกันค่ะ







ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ





 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2554 19:29:50 น.  

กิจกรรมสุดสัปดาห์ เปลี่ยนบรรยากาศไปเรียนทำอาหาร Lebanese


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Menta
อ่านว่า เมน-ตา (Stress คำว่า “เมน”)
ภาษาไทยแปลว่า สะระแหน่
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Mint

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
ก่อนอื่นขอส่งความคิดถึงไปให้ผู้ประสพภัยน้ำท่วมทุกท่าน
เอิงติดตามอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตโดยตลอด เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ



สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ได้ดูและอ่านข่าวน้ำท่วม กทม. เกิดอาการเครียดนิดหน่อย
เพราะมีเพื่อนๆ ญาติๆ ได้รับผลกระทบพอสมควร
แต่พยายามไม่เครียด โดยหาวิธีแก้ คือ ไปเรียนทำอาหาร (เกี่ยวกันมั้ย 55+)
เอิงมีเพื่อนสาวชาวอังกฤษคนนึง เค้าชวนไปเรียน
Lebanese Cooking Lesson ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว
ด้วยความขี้เกียจ เอิงไม่ได้ตอบตกลงสักที
แต่แล้วก็คิดได้ เราจะอยู่เฉยๆ ให้เครียดไปไย ไปศึกษาหาความรู้ดีกว่า

มีคุณครูมาสอน เธอเป็นชาวเลบานอน อายุประมาณ 60 ปี
แต่งงานกับสามีชาวอิตาเลี่ยน อยู่มิลานมากว่าสามสิบปีแล้ว
พูดภาษาอิตาเลี่ยนคล่องมาก (ภาษาแรกของคุณครูคือ ภาษาฝรั่งเศส)
แต่ชั้นที่ไปเรียนกันนี่เป็นของนักเรียนต่างชาติ จึงใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักค่ะ


มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
เมนูมี 3 อย่าง คือ
Hummus
Lebanese Red Lentil Soup
Kafta (Lebanese Beef Kebab)





เมนูแรก Hummus
ส่วนผสม คือ ถั่ว Chickpeas (ที่แช่น้ำจนเนื้อนิ่มแล้ว) 500 gr.
ผงฟู Baking Soda 1 ช้อนโต๊ะ
Tahineh (Sesame Paste) ครีมที่ทำจากงาป่น 1 ถ้วยตวง
น้ำมะนาวคั้นสด 1 ½ ถ้วยตวง
กระเทียมบุบ 5 กลีบ
เกลือ 2 ช้อนชา

ผักที่ใช้ประดับตอนเสิร์ฟ คือ ต้นหอม ใบ parsley มะกอกดำ
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ (ราดตกแต่ง)



วิธีทำ นำทุกอย่างมาปั่นรวมกันใน Food Processor
นำส่วนผสมมาเทในถ้วยใบใหญ่ ราดน้ำมันมะกอก
ประดับด้วย ต้นหอมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ, มะกอกดำ, ใบ parsley
โรยพริกป่นเพิ่มเติมได้



















เมนูต่อมาคือ Lebanese Red Lentil Soup
ถั่ว Red Lentils 500 gr.
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่ (สับละเอียด) 1 หัว
กระเทียมบุบ 3 กลีบ
น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
ผงเครื่องเทศ Cumin 1 ช้อนชา
ผักชี Cilantro (สับละเอียด) 1 กำ
เกลือและพริกไทยตามใจชอบ

วิธีทำ
แช่ถั่ว Red Lentils ในน้ำเปล่าประมาณ 30 นาที


ใช้หม้อใบใหญ่ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอก
ตามด้วยกระเทียม และหอมใหญ่สับละเอียดลงไป

เมื่อหอมและกระเทียมเริ่มเป็นสีเหลือง
ให้เติมถั่ว Red Lentils ลงไป เติมน้ำเปล่า
ตามด้วยผง Cumin ใส่เกลือ พริกไทย ตามใจชอบ
ต้มประมาณ 30-40 นาที ไฟปานกลาง
หากน้ำแห้ง ให้เติมน้ำเเรื่อยๆ
ก่อนเสิร์ฟให้ใส่ใบ Cilantro สับละเอียดลงไป
คลุกเคล้ากับส่วนผสม รับประทานได้ทันที



ภาพถั่ว Red Lentils



















คุณป้าชาวอเมริกัน (นักเรียน) มาช่วยคุณครูทำอาหารด้วย

















Lebanese Red Lentil Soup สีแดงๆ ส้มๆ หายไปจากการปรุง
กลายเป็นสีเหลืองอ่อนแทนค่ะ

















เมนูหนัก คือ Kafta หรือ Lebanese Beef Kebab
คือเนื้อบด ผสมกับเครื่องเทศ ปั้นเป็นชิ้นๆ เหมือนไส้กรอกขนาดใหญ่
ส่วนผสม
เนื้อวัวบด 300 กรัม
หอมใหญ่ (สับละเอียด) 1 หัว
ใบ parsley (สับละเอียด) 1 กำ
ใบสะระแหน่ Mint (สับละเอียด) 1 กำ
ใบผักชี Cilantro (สับละเอียด) 1 กำ
พริกป่น 2 ช้อนชา
ผง Cumin 1 ช้อนชา
เกลือและพริกไทย ตามใจชอบ

วิธีทำ
นำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
จากนั้นปั้นเป็นชิ้นยาว ขนาด 8-9 cm
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 cm
ถ้านำไปย่าง ใช้เวลาประมาณ 6-7 นาที
(คุณครูนำไปอบ 170C หรือ 338F ใช้เวลา 25-30 นาที)



ภาพเตรียมส่วนผสมของ Lebanese Beef Kebab



















Kafta (Lebanese Beef Kebab)

















มีคุณครูรับเชิญ คุณป้าชาวอังกฤษมาสอนทำ Cocktail
คือ Mojito (โม-ฮี-โต) แบบไม่มีแฮลกอฮอล์
ส่วนผสมที่สำคัญคือ ใบสะระแหน่
Italian = Menta
English = Mint


ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
ใบสะระแหน่ 6 ใบ
น้ำมะนาว Lime คั้นสด 1 ลูก
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำ Tonic Water 1 ถ้วยตวง
น้ำแข็งบดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วยตวง


วิธีทำ
ล้างใบสะระแหน่ให้สะอาด
ใส่ในแก้วใบใหญ่ ทรงสูง ใส่น้ำมะนาวลงไป
ใช้ muddler (แท่งไม้สำหรับทำ cocktail) บดใบสะระแหน่
อย่าบดให้แรงเกินไป เอาแค่พอเป็นพิธี กลิ่นหอมๆ จะออกมา
จากนั้นเติมน้ำแข็งบดลงไป ใส่น้ำตาล
และตามด้วยน้ำ Tonic Water
ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่แก้วเสิร์ฟ ดื่มเย็นๆ


*Note*
Tonic Water มีส่วนผสมของ Quinine
เป็นน้ำที่มีรสขมเล็กน้อย แต่ไม่มีแอลกอฮอล์
ในทางการแพทย์สมัยโบราณ ใช้ดื่มเพื่อรักษาโรคมาลาเรียได้
ปัจจุบันนิยมมาผสมกับเครื่องดื่ม cocktail หลายชนิด


จริงๆ แล้ว mojito สูตรต้นฉบับเป็นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์
ใช้ rum ขาว เป็นส่วนผสมเข้าไปด้วย
แต่วันนั้นนักเรียนหลายคน (สูงวัย) ไม่อยากทานกัน
คุณครูเลยมาสอนให้ทำแบบไม่มีแอลกอฮอล์ค่ะ





มาดูภาพกันค่ะ
คุณครูชาวอังกฤษ มาสอนวิธีทำ Mojito




















เก็บตกภาพบรรยากาศเรียนทำอาหาร
(นักเรียนสูงอายุเยอะนะคะ 555+ ป้าๆ ยายๆ มากันหลายคน)
บรรยากาศเฮฮา สนุกสนาน ทำเสร็จได้ทานกันอิ่มอร่อย
ติดใจหลายเมนู กะจะมาลองทำที่บ้านด้วยค่ะ











เอนทรี่นี่ยาวนิดนึง เพราะไม่อยากตัดตอน
อยากเอาภาพอาหารและบรรยากาศมาให้ดูแบบเต็มๆ

อาหาร Lebanese (จากประเทศเลบานอน)
น่าสนใจ มีไขมันน้อย เน้นถั่ว เน้นผัก (มีเนื้อบ้าง)
ถือเป็นอาหารสุขภาพ แถมรสชาดยังอร่อยจริงๆ ค่ะ







ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ





 

Create Date : 31 ตุลาคม 2554    
Last Update : 31 ตุลาคม 2554 23:57:58 น.  

สูตรอาหารอิตาเลี่ยน Gnocchetti Sardi with Zucchini and Speck


ภาษาอิตาเลี่ยวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Cipolla
อ่านว่า ชิ-โปล-ลา (Stress คำว่า “โปล”)
ภาษาไทยแปลว่า หัวหอม
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Onion
Cipolla ชิ-โปล-ลา (Stress คำว่า “โปล”) คำเอกพจน์ หัวหอมหนึ่งหัว
Cipolle ชิ-โปล-เล (Stress คำว่า “โปล”) คำพหูพจน์ หัวหอมหลายหัว

*Note*
หัวหอม Cipolla ในที่นี้มีความหมายทั่วไป
ถ้าจะบอกว่า หอมใหญ่ หรือ หอมแดง ก็ค่อยเติม adjective ต่อท้ายค่ะ
Cipolla bianca คือ หัวหอมใหญ่ (สีขาว)
Cipolla rossa คือ หัวหอมแดง


Smiley Smiley Smiley




สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
สูตรอาหารอิตาเลี่ยนกลับมาอีกแล้ว
วันนี้ขอนำสูตรพาสต้าที่มีรูปร่างเหมือนเปลือกหอย เรียวและยาว
ชื่อ Gnocchetti Sardi
(ญ็อคเก็ตติ ซาร์ดิ)

พาสต้าชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากเกาะทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี
คือเกาะ Sardegna
(ภาษาอังกฤษ คือ Sardinia ซาร์ดิเนีย)
เกาะนี้ใกล้อยู่ระหว่างประเทศอิตาลีกับฝรั่งเศส
มีชื่อเสียงมากเรื่องชายหาดที่สวยงาม
ชาวยุโรปหลายคนนิยมเดินทางมาพักผ่อน และจัดงานแต่งงาน
(งานแต่งที่นั่น ฮิตมาก ยังกับเกาะสมุยในเมืองไทยเลย อิอิ)

ชวนนอกเรื่องอีกแล้ว มาดูพาสต้ากันดีกว่า
เมนูวันนี้ คือ Gnocchetti Sardi with Zucchini and Speck
ญ็อคเก็ตติ ซาร์ดิ (กับซูคคินี่ และสเป็ค)


Speck คือเนื้อจากการถนอมอาหาร (Cured Meat)
ทำจากเนื้อหมู รสเค็ม นิยมรับประทานโดยแล่เป็นชิ้นบางๆ
ที่อิตาลี นิยมทานกับสลัด หรือนำมาปรุงในพาสต้า รีซ๊อตโต้ ก็ได้



ส่วนประกอบ Gnocchetti Sardi with Zucchini and Speck
(สำหรับ 2 ที่)
พาสต้า Gnocchetti Sardi 175 gr
ซุคคินี่ (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ) 50 gr
หัวหอมใหญ่ (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ) 15 gr
Speck (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ) 50 gr
Robiola Cheese 100 gr
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
ใบ Parsley แห้ง 1 ช้อนชา
เกลือและพริกไทยตามใจชอบ



วิธีทำ
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป
นำหอมใหญ่ และเนื้อ Speck ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วมาทอดในกระทะ
เมื่อเนื้อเริ่มสุกๆ จะกรอบเล็กน้อยให้ใส่ซุคคินี่ลงไปผสม
ทอดอย่างระวังอย่าให้ซุคคินี่เละ
เมื่อสุกดีแล้วให้ดับไฟ ตั้งพักไว้

ขณะเดียวกันก็ต้มเส้นพาสต้า Gnocchetti Sardi
ใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที

เมื่อพาสต้าสุกดีแล้วให้นำไปผสมในกระทะ
รวมกับซุคคินี่ Speck และหอมใหญ่ ตั้งไฟปานกลาง
ใส่ใบ Parsley แห้งลงไป เติมเกลือพริกไทยตามใจชอบ

เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี ให้หั่น Robiola Cheese โรยลงไป
คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสิร์ฟรับประทานร้อน
สามารถตกแต่งเพิ่มเติม โดยใช้ใบ Parsley โรยบนจานได้





มาดูภาพกันค่ะ
พาสต้า Gnocchetti Sardi
รูปร่างหน้าตาเหมือนหอยในทะเล
















Speck เนื้อแฮม(หมู) จากการถนอมอาหาร (Cured Meat)
นิยมขายโดยแล่เป็นชิ้นบางๆ รสชาดเค็ม
นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมปรุงกับพาสต้า

















นำ Speck มาทอดกับหอมใหญ่ในกระทะ

















จากนั้นใส่ซุคินี่ลงไป ทอดผสมกับ Speck และหอมใหญ่

















พาสต้า Gnocchetti Sardi (ญ็อคเก็ตติ ซาร์ดิ)
ต้มสุกแล้ว เตรียมไปผสมกับส่วนผสมอื่นๆ

















นำส่วนผสมต่างๆ มารวมกับพาสต้า
ใส่ใบ parsley แห้ง เติมเกลือและพริกไทยตามใจชอบ



















ใส่ Robiola Cheese ลงไปผสม
ชีสชนิดนี้มีลักษณะเนื้อนิ่ม (คล้ายๆ Ricotta Cheese)

















Gnocchetti Sardi with Zucchini and Speck
เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเสิร์ฟค่ะ











พาสต้า Gnocchetti Sardi
สำหรับคนอิตาเลี่ยนเมื่อได้ยินชื่อแล้วจะทราบกันทันที
ว่ามีต้นกำเนินมาจากเกาะทางตะวันตก Sardegna
(English = Sardinia)
หน้าตาคล้ายหอยเล็กๆ
ช่วงนี้หอยมาแรงค่ะ ทำหอยมากเกินไปเดี๋ยวคนอ่านอ้วนกันพอดี อิอิ
เปลี่ยนมาทำพาสต้าหน้าตาเหมือนหอยมั่งดีกว่า
ทำง่าย ทานอร่อย สูตรดั้งเดิม ส่วนผสมอิตาเลี่ยน (แต๊ๆ)
ทานให้อร่อยนะคะ


Buon Appetito!





ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2554    
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 19:32:09 น.  

1  2  3  4  5  
diamondsky
Location :
Milan Italy

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




สวัสดีค่ะชาวบล็อกแกงค์ทั้งหลาย ขอแนะนำตัวนิดนึงค่ะ ชื่อ "เอิง" เป็นผู้หญิงธรรมดา สบายๆ อารมณ์ดี ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตที่ประเทศอิตาลี บล็อคนี้เขียนเพื่อต้องการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตสนุกๆ ท่องเที่ยว ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ทำอาหาร ฯลฯ ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว Bloggang ขอบคุณที่แวะมาทักทาย คอมเมนต์กันได้นะคะ

Instagram: diamondsky11



*All Rights Reserved*
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย
พรบ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539



*ขอบคุณมากค่ะ*
สำหรับกำลังใจจากพี่ๆ น้องๆ ชาวบล็อกแกงค์
Bloggang Popular Award #6 และ #8
กับรางวัล Best Klaibaan Blog








Friends' blogs
[Add diamondsky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.