ปัจจัยให้นาครักษาอุโบสถและสละกายได้...


ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้นาคที่เป็นอัณฑชะรักษาอุโบสถ
    [๕๒๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่
ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้
มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นอัณฑชะ
บางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้?

 พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ นาคบางพวกที่เป็นอัณฑชะในโลกนี้  มีความคิด
อย่างนี้ว่า เมื่อก่อน พวกเราเป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ พวกเรานั้น
กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อตายไป จึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวก
นาคที่เป็นอัณฑชะ ถ้าวันนี้พวกเราพึงประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจไซร้ เมื่อเป็น
อย่างนี้ เมื่อตายไป พวกเราจะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตด้วยกาย
ด้วยวาจา ด้วยใจเสียในบัดนี้เถิด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาค
ที่เป็นอัณฑชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้.
                    จบ สูตรที่ ๓.
                  ๔. อุโปสถสูตรที่ ๒
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้นาคที่เป็นชลาพุชะรักษาอุโบสถ
    [๕๒๒] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่อง
ให้นาคที่เป็นชลาพุชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้.
     พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ นาคบางพวกที่เป็นชลาพุชะในโลกนี้ มีความคิด
อย่างนี้ว่า เมื่อก่อน พวกเราเป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ พวกนั้น
กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อตายไปจึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกนาค
ที่เป็นชลาพุชะ ถ้าวันนี้ พวกเราพึงประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจไซร้ เมื่อเป็นอย่างนี้
เมื่อตายไปพวกเราจะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา
ด้วยใจ เสียในบัดนี้เถิด. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นชลาพุชะ
บางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้.
                    จบ สูตรที่ ๔.
                  ๕. อุโปสถสูตรที่ ๓
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้นาคที่เป็นสังเสทชะรักษาอุโบสถ
    [๕๒๓] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นสังเสทชะ
บางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้?

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ นาคบางพวกที่เป็นสังเสทชะในโลกนี้ มีความ
คิดอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน พวกเราเป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ พวกเรา
นั้นกระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อตายไป จึงเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกนาคที่เป็นสังเสทชะ ถ้าวันนี้ พวกเราพึงประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจไซร้
เมื่อเป็นอย่างนี้ เมื่อตายไป พวกเราจะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริต
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เสียในบัดนี้เถิด. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้
นาคที่เป็นสังเสทชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้.
                    จบ สูตรที่ ๕.
                  ๖. อุโปสถสูตรที่ ๔
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้นาคที่เป็นอุปปาติกะรักษาอุโบสถ
    [๕๒๔] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นอุปปาติกะบาง
พวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้?
     พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ นาคบางพวกที่เป็นอุปปาติกะในโลกนี้ มีความ
คิดอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน พวกเราได้เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ พวก
เรานั้นกระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อตายไป จึงเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ ถ้าวันนี้ พวกเราพึงประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อ
เป็นอย่างนี้  เมื่อตายไป พวกเราจะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตด้วย
กาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เสียในบัดนี้เถิด. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แล เป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้นาคที่
เป็นอุปปาติกะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้.
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๗

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

ข้อที่ ๕๒๑- ๕๒๔  หน้าที่ ๒๗๐-๒๗๒






Create Date : 19 มกราคม 2556
Last Update : 19 มกราคม 2556 9:57:14 น.
Counter : 427 Pageviews.

0 comment
ว่าด้วยกำเนิดครุฑ ๔ จำพวก...และใครคิดว่าครุฑ เหนือกว่านาคนั้น ไม่จริงเสมอไป


๙. สุปัณณสังยุต

                            ๑. สุทธกสูตร

ว่าด้วยกำเนิดครุฑ ๔ จำพวก

        [๕๓๑] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร

ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ๑

ครุฑที่เป็นชลาพุชะ ๑ ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ๑ ครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำเนิด

ของครุฑ ๔ จำพวกนี้แล.

                            จบ สูตรที่ ๑.

                            ๒. หรติสูตร

และความเชื่อที่คิดว่า ครุฑจะเหนือกว่านาคนั้น ความจริงไม่ใช่แล้วครับ อ่านพระสูตรนี้ครับ

ว่าด้วยความยิ่งหย่อนของกำเนิดครุฑ ๔ จำพวก

        [๕๓๒] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวก

เป็นไฉน? คือ ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ๑ ครุฑที่เป็นชลาพุชะ ๑ ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ๑. ครุฑ

ที่เป็นอุปปาติกะ ๑. ในครุฑทั้ง ๔ จำพวกนั้น ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะไปได้

นำนาคที่เป็นชลาพุชะ สังเสทชะ อุปปาติกะไปไม่ได้. ครุฑที่เป็นชลาพุชะ ย่อมนำนาคที่เป็น

อัณฑชะและชลาพุชะไปได้ นำนาคที่เป็นสังเสทชะ อุปปาติกะไปไม่ได้. ครุฑที่เป็นสังเสทชะ

ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะและสังเสทชะไปได้  นำนาคที่เป็นอุปปาติกะไปไม่ได้ ครุฑ

ที่เป็นอุปปาติกะ  ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ และอุปปาติกะไปได้. ดูกร

ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑมี ๔ จำพวกนี้แล.

                            จบ สูตรที่ ๒.

                         ๓. ทวยการีสูตรที่ ๑

  ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้บุคคลเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ

        [๕๓๓] พระนครสาวัตถี. ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย

บังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว. นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อม

เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ พระเจ้าข้า?

     พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วย

กาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มี

ความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็น

สหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ. ครั้นตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็น

อัณฑชะ. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไปย่อม

เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ.

                            จบ สูตรที่ ๓.

                        ๔-๖. ทวยการีสูตรที่ ๒-๔

ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้บุคคลเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ

        [๕๓๔] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี

พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อ

ตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นชลาพุชะ ... ของพวกครุฑที่เป็นสังเสทชะ ...

ของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ พระเจ้าข้า?

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสอง

ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ มีอายุยืน มีวรรณะ

งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความ

เป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. ครั้นตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวก

ครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อ

ตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ.

  ๗-๑๖ อัณฑชทานูปการสูตรที่ ๑-๑๐

ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้บุคคลเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ

        [๕๓๕] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้

มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้

เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ  พระเจ้าข้า?

     พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วย

กาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มี

ความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็น

สหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้

ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ

พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ  เป็นปัจจัย  ให้บุคคลบางคนในโลกนี้

เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ.

                           จบ สูตรที่ ๗-๑๖

                  ๑๗-๔๖ ชลาพุชาทิทานูปการสูตรที่ ๑-๓๐

      ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้บุคคลเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ

        [๕๓๖] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระ

ผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้

เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นชลาพุชะ ... ของพวกครุฑที่เป็น

สังเสทชะ ... ของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ พระเจ้าข้า?

     พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสอง

ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ  มีอายุยืน มีวรรณะ

งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง

ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม

เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีป และอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป  เขาย่อมเข้าถึงความเป็น

สหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคน

ในโลกนี้ เมื่อตายไป  ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ.

                                          จบ สูตรที่ ๑๗-๔๖.

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่ม ที่ 17                                                                                                                                                                      

                           พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

ข้อที่ ๕๓๑ – ๕๓๖ หน้าที่ ๒๗๗-280 





Create Date : 18 มกราคม 2556
Last Update : 18 มกราคม 2556 9:07:48 น.
Counter : 1709 Pageviews.

1 comment
ว่าด้วยกำเนิดนาค ๔ จำพวก... ว่าด้วยความประณีตของกำเนิดนาคแต่ละจำพวก



ว่าด้วยกำเนิดนาค ๔ จำพวก
    [๕๑๙] พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กำเนิดของนาค ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ นาคที่เป็นอันฑชะ เกิดในไข่ ๑ นาค
ที่เป็นชลาพุชะ เกิดในครรภ์ ๑ นาคที่เป็นสังเสทชะ เกิดในเถ้าไคล ๑ นาคที่เป็นอุปปาติกะ  เกิด
ผุดขึ้น ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของนาค ๔ จำพวกนี้แล.
                    จบ สูตรที่ ๑.
                   ๒. ปณีตตรสูตร
ว่าด้วยความประณีตของกำเนิดนาคแต่ละจำพวก
    [๕๒๐] พระนครสาวัตถี.  ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของนาค ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวก
เป็นไฉน? คือ นาคเป็นอัณฑชะ ๑ นาคที่เป็นชลาพุชะ ๑ นาคที่เป็นสังเสทชะ ๑ นาคที่เป็น
อุปปาติกะ ๑. ในนาค ๔ จำพวกนั้น นาคที่เป็นชลาพุชะ  สังเสทชะ และอุปปาติกะ ประณีต
กว่านาคที่เป็นอัณฑชะ. นาคที่เป็นสังเสทชะและอุปปาติกะ ประณีตกว่านาคที่เป็นอัณฑชะและ
ชลาพุชะ. นาคที่เป็นอุปปาติกะ ประณีตกว่านาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะและสังเสทชะ. ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของนาค ๔ จำพวกนี้แล.
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๗

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ข้อที่ ๕๑๙ - ๕๒๐  หน้าที่ ๒๗๐






Create Date : 17 มกราคม 2556
Last Update : 17 มกราคม 2556 8:57:00 น.
Counter : 457 Pageviews.

0 comment
เหตุที่ทำให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
เหตุที่ทำให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

[๔๗๖]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีหญ้าเป็นภักษา  สัตว์เดียรัจฉาน
เหล่านั้นย่อมใช้ฟันและเล็มกินหญ้าสด  ก็เหล่าสัตว์  เดียรัจฉานจำพวกมหญ้าเป็นภักษา  คืออะไร
 คือ  ม้า  โค  ลา  แพะ  เนื้อ  หรือแม้จำพวกอื่นๆ  ไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่มีหญ้าเป็นภักษา ดูกรภิกษุทั้ง
หลาย  คนพาล  นั้นนั่นแลผู้กินอาหารด้วยความติดใจรสเบื้องต้นในโลกนี้  ทำกรรมลามกไว้ในโลก
นี้  เมื่อตายไปแล้ว  ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกที่มีหญ้าเป็นภักษาเหล่านั้น  ฯ



[๔๗๗]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีคูถเป็นภักษา  สัตว์เดียรัจฉาน
เหล่านั้นได้กลิ่นคูถแต่ไกลๆ  แล้วย่อมวิ่งไปด้วยหวังว่า  จักกินตรงนี้ เปรียบเหมือน
พวกพราหมณ์เดินไปตามกลิ่นเครื่องบูชาด้วยตั้งใจว่า  จักกินตรงนี้  จักกินตรงนี้  ฉันใด  ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย  ฉันนั้นเหมือนกันแล  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีคูถเป็นภักษา  สัตว์เดียรัจฉาน
เหล่านั้นได้กลิ่นคูถแต่ไกลๆแล้ว  ย่อมวิ่งไปด้วยหวังว่า  จักกินตรงนี้  จักกินตรงนี้  ก็เหล่าสัตว์
เดียรัจฉานจำพวกมีคูถเป็นภักษา  คืออะไร  คือ  ไก่  สุกร  สุนัขบ้าน  สุนัขป่า  หรือแม้จำพวกอื่นๆ
 ไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่มีคูถเป็นภักษา  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  คนพาลนั้น  นั่นแลผู้กินอาหารด้วยความติดใจ
รสเบื้องต้นในโลกนี้  ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้เมื่อตายไปแล้ว  ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
สัตว์จำพวกมีคูถเป็นภักษาเหล่านั้น  ฯ



 [๔๗๘]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด  ก็เหล่าสัตว์
เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด  คืออะไร  คือ  ตั๊กแตนมอด  ไส้เดือน  หรือแม้จำพวกอื่นๆ
 ไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่เกิดแก่ตายในที่มืดดูกรภิกษุทั้งหลาย  คนพาลนั้นนั่นแลผู้กินอาหารด้วยความ
ติดใจรสเบื้องต้นในโลกนี้  ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้  เมื่อตายไปแล้ว  ย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย
ของสัตว์จำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด  ฯ



  [๔๗๙]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉาน  จำพวกเกิดแก่ตายในน้ำ  ก็เหล่าสัตว์
เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในน้ำ  คืออะไร  คือ  ปลา  เต่า  จรเข้  หรือแม้จำพวกอื่นๆ  ไม่ว่าชนิด
ไรๆ  ที่เกิดแก่ตายในน้ำ ดูกรภิกษุทั้งหลายคนพาลนั้นนั่นแลผู้กินอาหารด้วยความติดใจรสเบื้องต้น
ในโลกนี้  ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้  เมื่อตายไปแล้ว  ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวก
เกิดแก่ตาย  ในน้ำ  ฯ



 [๔๘๐]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครก  ก็เหล่าสัตว์
เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครกคืออะไร  คือ  เหล่าสัตว์จำพวกที่เกิดแก่ตายในปลา

เน่าก็มี  ในศพเน่าก็มี  ในขนมกุมมาสเก่าก็มีในน้ำครำก็มี  ในหลุมโสโครกก็มี  หรือแม้จำพวก
อื่นๆ  ไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่เกิด  แก่ตายในของโสโครก  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  คนพาลนั้นนั่นแลผู้กิน
อาหารด้วยความติดใจรสเบื้องต้นในโลกนี้  ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้  เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของสัตว์จำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครก  ฯ


ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เรากล่าวเรื่องกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานแม้โดยอเนกปริยายแล  เพียงเท่า


นี้  จะกล่าวให้ถึงกระทั่งกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานเป็นทุกข์  ไม่ใช่ทำได้ง่าย  ฯ


 พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๔

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

หน้าที่ ๒๔๕-๒๔๖  ข้อที่ ๔๗๖-๔๘๐







Create Date : 16 มกราคม 2556
Last Update : 16 มกราคม 2556 9:45:23 น.
Counter : 1145 Pageviews.

0 comment
อสัทธรรมที่ทำให้เกิดในนรกตลอดกัป



อสัทธรรมที่ทำให้เกิดในนรกตลอดกัป

๑๐. เทวทัตตสูตร
    [๒๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันอสัทธรรม ๓ ประการครอบงำย่ำยีจิตแล้ว
เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้อสัทธรรม ๓ ประการเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันความเป็นผู้มีความปรารถนาลามกครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิด
ในอบาย เกิดในนรกตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ พระเทวทัตต์ผู้อันความเป็นผู้มีมิตรชั่ว
ครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ ก็เมื่อ
มรรคและผลที่ควรกระทำให้ยิ่งมีอยู่ พระเทวทัตต์ถึงความพินาศเสียในระหว่างเพราะการบรรลุ
คุณวิเศษมีประมาณเล็กน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันอสัทธรรม ๓ ประการนี้แล
ครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ ฯ
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๕

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

ข้อที่ ๒๖๙ หน้าที่ ๒๓๐






Create Date : 15 มกราคม 2556
Last Update : 15 มกราคม 2556 10:10:05 น.
Counter : 768 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

รู้ธรรม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว, จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด
All Blog