วันนี้วันพระ เลยหาธรรมะมาฝาก
พอดีว่า ต้องอนุโมทนากับพี่สาวของเราที่หาบทความดีๆมาฝากในช่วงปีใหม่ อ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ ก็เลยนำมาแบ่งปันกันค่ะ

วิธีขอพรแบบชาวพุทธ (ขอพรอย่างปัญญาชน)
จากหนังสือ Secret หน้า92 - 93
โดยท่าน ว.วชิรเมธี
ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2552


1.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าหลงผิดคิดไปว่าลำพังการขอเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ
2.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าละเลยการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตด้วยความสุขุม
3.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าประมาทขาดสติในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
4.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการเป็นคนคดในข้อ งอในกระดูก ตลบตะแลงปลิ้นปล้อนลื่นไหล
5.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นนักจับผิด มองโลกแต่ในแง่ร้าย เห็นแต่ด้านเลวทรามต่ำช้าของมนุษยชาติ ผู้มีทั้งความดีงามและความผิดพลาดในชีวิตเป็นธรรมดา

6.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น รวมทั้งส่วนรวม
7.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการประพฤติทุจริต ฉ้อราษฏร์บังหลวง หลอกลวงประชาชน ในทุกรูปแบบ
8.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนละโมบโลภมากในยศ ทรัพย์ อำนาจ ชื่อเสียง กามารมณ์ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
9.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเกิดมาเสียเวลาเปล่าโดยไม่เคยประทับรอยแห่งความดีงามฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง
10.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนลืมตัว หลงผิด คิดว่าตนเก่ง ตนดีอยู่คนเดียว โดยไม่มีใครคอย ช่วยเหลือเกื้อกูล

11.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการขุดคุ้ย แคะไค้ฟื้นฝอยความหลังอันเจ็บปวด ปมด้อยอันขมขื่น ความผิดพลาดอันน่าละอายของคนอื่นขึ้นมานินทา บอกเล่า ให้เขาได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ
12.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นมนุษย์บ้างาน ที่เห็นงานสำคัญที่สุดในชีวิตจนทอดทิ้งการดูแลสุขภาพ สถาบันครอบครัว และความรับผิดชอบทางสังคม
13.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเลือกคบคนผิด ติดจมอยู่ในหมู่คนเลว คนถ่อย คนทราม คนช่างประจบสอพลอ ผู้เป็นศัตรูแต่แฝงตัวมาในร่างของมิตร
14.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่กำลังตกต่ำ อย่าริษยาคนที่กำลังรุ่งโรจน์ อย่าเย็นชาต่อผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางหายนะภัยในรูปแบบต่างๆ
15.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนเนรคุณบุพการี ผู้มีพระคุณอย่างมารดาบิดา ปู่ย่าตายาย และกัลยาณมิตรผู้เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือเกื้อกูลให้ในยามตกยาก

16.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าสูญเสียสามัญสำนึก ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่กลัวกฏแห่งกรรม และนิยมเหยียบย่ำกฏหมาย
17.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนก้าวร้าว รุนแรง อหังการ หยาบกระด้าง สร้างแต่ความระคายเคืองให้คนอื่น
18.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าดูถูกตัวเองว่าเป็นคนที่ต่ำต้อยด้อยค่า อันนำมาซึ่งความหดหู่ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาชีวิต
19. ขอให้ข้าพเจ้าอย่ากลัว อย่าหงอต่อคนชั่ว ต่อคนถ่อย ต่อคนบ้า ต่อความอยุติธรรม ที่กำลังครอบงำประชาชนและยุคสมัย
20.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าถูกมอมเมาปั่นหัว ให้ต้องลุกขึ้นมาทำสงครามกลางเมือง ระหว่างพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันเอง

ปล.จากที่เคยอ่านหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธีมา ท่านเคยบอกประมาณว่า "การอธิษฐาน หรือ การขอพร คือการที่เราตั้งเป้าหมายในสิ่งที่เราจะกระทำ หรือ ไม่กระทำนั่นเอง" มันคืออีกวิธีเตือนสติให้ทำในสิ่งที่ดี งดเว้นในสิ่งที่ชั่วนั่นเอง แม๊..อ่านแล้ว หู ตา มันสว่างไสว วิบวับ จริงๆเลยค่า หวังว่าคงจะลองขอพรแบบนี้กันดูบ้าง อ้อ..แต่ทะยอยข้อทีละ ข้อ 2 ข้อเน้อ ไม่ใช่ขอทีเดียว 20 ข้อ เหนื่อยแย่!! อิอิ



Create Date : 08 มกราคม 2553
Last Update : 8 มกราคม 2553 17:06:58 น.
Counter : 125 Pageviews.

9 comment
พระพยอม..เล่ากรรมที่เคยทำกับพ่อ
เอามาแบ่งปันกันอีกเช่นเคยค่ะ จากฟอร์เวิร์ดเมล์....

สิ่งที่พระพยอมเสียใจที่สุดในชีวิต

โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า... หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด

พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมา อาตมาไม่ชอบพ่อมาก.......

วันหนึ่ง โยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้ มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ

ตอนนั้น อาตมายังเป็นวัยรุ่น ทำงานมาทั้งวันก็อยากจะนอน...อยากพักผ่อน....

อาตมารู้สึกโมโหมาก

พอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือ

แต่พ่อเมามากลุกไม่ไหว ตะโกนเรียก....

“ ไอ้ยอม... ไอ้ยอม... มาอุ้มกรูขึ้นบ้านหน่อย... กรูขึ้นไม่ไหว ”

ไอ้เราก็ทนรำคาญไม่ไหว เดินกระทืบเท้า ตึง.. ตึง.. ตึง..

กระชากร่างพ่ออุ้ม ในขณะที่อุ้ม..

ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทำให้เราลำบาก ชอบด่าว่าเราเจ็บๆ

พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ... ถึงหัวสะพาน

จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพาน ก้นพ่อกระแทกกับ พื้นไม้อย่างแรง
เสียงดังโครม....

พ่อแกร้องไห้.... แล้วพูดว่า

“ ไอ้ยอมนะ... ไอ้ยอม.. กรูอุ้มมรึงมาแต่เล็กแต่น้อย....

กรูนอนหลับ.. แต่มรึงไม่ยอมนอน... ร้องไห้กวน..

กรูต้องลุกมาอุ้มมรึง...ร้องเพลงกล่อมให้มรึงนอน

จะไปไหนมรึงไม่ไหว.. มรึงเหนื่อย.. กูก็ต้องอุ้มมรึง.. ทั้งที่กรูก็เหนื่อย

กรูอุ้มมรึง.. มรึงทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว.. ใส่กรู

แต่กรูไม่เคยทุ่มมรึงลงกับพื้นเลย....

เพราะกรูรักมรึง......

วันนี้... มรึงอุ้มกรู เหล้ากรูไม่ได้หกโดนมรึงสักนิด มรึงทุ่มกรูลงพื้นทำไม.....”

พอพ่อพูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม

อาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

ก้มลงกราบพ่อ แล้วพูดว่า

“ พ่อครับ ต่อจากนี้ไป... ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต

โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อ ลงพื้นอีกแล้วละครับ”

หลังจากนั้น อาตมาทำงานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อ หวังให้พ่อสบายขึ้น

แต่เมื่อถึงวันนั้น มันก็สายไปแล้ว

โยมพ่อได้จากอาตมาไปแล้ว

คิดแล้วมันทรมานใจเหลือเกิน อาตมาทำผิดพลาดไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้

จึงอยากเตือนทุกคนเอาไว้ ไม่อยากให้เสียใจไปตลอดชีวิต

แล้วคุณล่ะ เคยทำอะไรให้พ่อเสียใจบ้างหรือเปล่า

บางครั้งเราอาจเข้าใจท่านผิด

บ้างครั้งท่านเฉยเราก็คิดว่าท่านไม่สนใจ

แต่พอเราโตเราก็จะรู้เองว่า

สิ่งที่ท่านทํากับเรามันเป็นสิ่งที่ท่านหวังดีกับเราเสมอ

ขอให้รู้จักค้นหาหัวใจตัวเองให้ทันเวลา

ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป....."

---------------------------------------------
สำหรับบางคน......

บางสิ่งบางอย่าง ลำบ๊ากลำบาก แต่เราสามารถ มุมานะทำเพื่อแฟนหรือคนรักของเรา

แต่บางสิ่งง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ของเรา เรากลับไม่ค่อยอยากทำให้ท่าน

ทั้งๆที่ท่านลำบากเลี้ยงเรามา มาคิดได้เมื่อสายไปแล้ว....

เคยได้ยินมาว่า....

ข้าวร้อนๆกับปลาเค็ม 1 ชิ้น ตอนพ่อมีชีวิตอยู่

มีค่ามากกว่า "เนื้อมังกร...หน้าศพ" ตอนพ่อตาย...



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2552 21:55:17 น.
Counter : 130 Pageviews.

2 comment
พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี
ตั้งใจไว้นานแล้วว่า 1 ใน Group Blog อยากให้มี บล็อกที่เกี่ยวกับ ข้อคิด หรือ สิ่งดีๆ จากธรรมะ และ บุคคลทั่วไป วันนี้ได้เริ่มซะที เนื้อหาใน บล็อกนี้ คัดลอกมาจาก ฟอร์เวิร์ดเมล์ (ซึ่งเพื่อนที่ฟอร์เวิร์ดมา ก็คงเอามาจากที่ไหนซักแห่งเช่นกัน) อ่านแล้วก็คิดว่า จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆบ้าง ไม่มาก ก็ มากที่สุด อิอิ

ฟอร์เวิร์ดเมล์นี้ Subject คือ พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกศรัทธาท่านมากๆ ด้วยครั้งหนึ่งได้เคยถ่ายสัมภาษณ์ท่าน จากที่เคยรู้สึกว่าท่านเป็นแค่พระรูปนึง เคยเห็นท่านในทีวีบ้าง , ในหนังสือบ้าง แต่ไม่ค่อยได้สนใจฟังเท่าไหร่ ก็คิดแค่ว่าเป็นพระนักเทศน์อีกรูปนึงเท่านั้น เมื่อการถ่ายทำเริ่มขึ้น ตั้งแต่เริ่มจนจบ เรารู้สึกว่า ท่านเป็นกันเองสุดๆ อธิบายธรรมะได้เข้าใจง่ายสุดๆ และท่านคุยสนุกโดยตลอดเวลาที่ถ่ายทำนั้น ทุกคำเป็นธรรมะ แต่ไม่รู้สึกเบื่อเลยสิให้ตายเถอะ เล่นเอาพิธีกรของเราฟังเพลิน แทบจะไม่มีบทบาท เพราะด้วยธรรมะที่ท่านนำเสนอเป็นสิ่งที่น่าสนใจ น่าฟัง และได้ข้อคิดอย่างที่สุด

ตั้งแต่นั้นมา ท่าน ว.วชิรเมธี ก็เป็นหนึ่งใน ฮีโร่แห่งธรรม ที่เราคอยติดตามดู , ฟัง และอ่าน เกือบทุกครั้งที่มีโอกาส เอาล่ะ....เกริ่นยาวเกินไปแล้วเนอะตัวเธอ ต่อจากนี้ไป...ไป...ไป เชิญอ่านได้เลยค่าาาาาา

ท่าน ว.วชิรเมธี เคยให้พรไว้เกี่ยวกับ 4 สิ่งที่ควร อย่า จะมี อย่า..อะไรบ้าง อ่านดู

1. อย่าเป็นนักจับผิด !

คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง " กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก " คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส " จิตประภัสสร " ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี " แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข "

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา

" แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน "
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า " เจ้ากรรมนายเวร " ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา

เพราะไฟริษยา เป็น " ไฟสุมขอน " ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี " แผ่เมตตา " หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง

90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ " ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น "
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ
" อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน "
" อยู่กับปัจจุบันให้เป็น " ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี " สติ " กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
" ตัณหา " ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วย น้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วย เชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ " ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม " ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที ่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์

เราต้องถามตัวเองว่า " เกิดมาทำไม " " คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา " แก่น " ของชีวิตให้เจอ คำว่า "พอดี" คือถ้า "พอ" แล้วจะ"ดี" รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข


เป็นอย่างไรคะ สั้น..แต่..สะอึก เพราะเราอ่าน 4 อย่า โดนกับตัว ทั้ง 4 ข้อเลยค่ะ ที่เอามาลงแบบนี้ จะได้กลับมาหาอ่านเตือนสติได้ตลอดเวลา แล้วจะหามาลงไว้บ่อยๆ อนุโมทนา กับเพื่อนที่ฟอร์เวิร์ดเมล์นี้มาให้ด้วยเน้อ ซ๊าทุ..



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 0:47:11 น.
Counter : 119 Pageviews.

7 comment

jj_jane1980
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ไม่สวย แต่ ไม่ว่าง