กระบวนการนำไปสู่การปฏิวัติโลกโดยมีเยซูอิตอยู่เบื้องหลัง ตอน 2 (เงินสกุลเดียว)
เยซูอิตใช้ประเทศอเมริกาเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนแปลงโลก


แผนทำให้เศรษฐกิจพัง!! เพื่อที่จะเรียกร้องให้มีโลกเดียว เงินสกุลเดียว

http://www.eternalgospelherald.com/4.9.htm



วิวรณ์ 13
13:11 และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน (ประเทศอเมริกา - ผู้เรียบเรียง) มีสองเขาเหมือนลูกแกะ (ดูเป็นชาวคริสต์ - ผู้เรียงเรียง) และพูดเหมือนพญานาค (แต่พูดจายโสทำตัวเป็นเจ้าของโลก)

13:12 มันใช้อำนาจของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น (โรมันคาทอลิค)อย่างครบถ้วน(เที่ยวทำสงครามไปทั่ว) ต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น มันทำให้โลกและคนที่อยู่ในโลกบูชาสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น ที่มีแผลปางตายแต่รักษาหายแล้ว(โป๊ปเคยถูกกษัตริย์ฝรั่งเศสจับไปขังแล้วตายในเวลาต่อมา)


13:13 สัตว์ร้ายนี้แสดงการมหัศจรรย์ใหญ่ จนกระทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกประจักษ์แก่ตามนุษย์ทั้งหลาย (อาวุธนิวเคลียร์)

13:14 มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกด้วยการอัศจรรย์นั้น ซึ่งมันมีอำนาจกระทำท่ามกลางสายตาของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่ในโลกสร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้าย (ออกธนบัตรดอลลาห์ที่มีรูปตราของซาตาน (รูปปิรามิด ของ Illuminati) และออกกฎหมายบังคับให้ประชาชนหยุดวันอาทิตย์เพื่อเห็นการนมัสการซาตาน) ที่ถูกฟันด้วยดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น

13:15 และมันมีอำนาจที่จะให้ลมหายใจแก่รูปสัตว์นั้น เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นทั้งพูดได้ (เป็นผู้ทำการแทนทุกอย่าง เช่น พิมพ์เงินดอลลาห์ออกมาโดยไม่มีทองคำหนุน แล้วกระจายไปทั่วโลก ทำสงครามกับชนชาติต่างๆ ทำอากาศและสิ่งแวดล้อมให้ปั่นป่วนเช่น การเกิดแผ่นดิไหว น้ำท่วม พายุร้ายแรง ภัยแล้ง ผ่าน HAARP: High-Frequency Active Auroral Research Program การกันดารน้ำและอาหารที่กำลังเกิดขึ้นในแคลิฟอเนียร์ , ทำให้เกิดการกันดารในอัฟริกา และทำให้เกิดโรคระบาดต่างๆ เช่น โรคเอสด์ ไข้หวัดนก/สายพันธุ์ใหม่ etc. ) และกระทำให้บรรดาคนที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตายได้ (มีการเข่นฆ่าผู้ที่ไม่ยอมรับคำสอนของคาทอลิคทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต)

13:16 และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวา(หมายถึงการกระทำต่างๆ เช่นการนมัสการวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันของซาตาน)หรือที่หน้าผาก(หมายถึงความคิด ความเชื่อ แล้วนำไปสู่การกระทำ เช่น การเฉลิมฉลองเทศกาลผิดๆที่ทำตามๆกันมา โดยรากฐานของเทศกาลเหล่านั้นมาจากการบูชาซาตาน/ คริสต์มาส อีสเตอร์ ฮาโลวีน)ของเขา
13:17 เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ (กำลังมีแผนการฝังชิป(ใช้เป็นเงินอิเลกโทนิค)เพื่อที่จะใช้แทนเงินในอเมริกา) นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น(Mark of The Beast) หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน

13:18 ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก(666)











ข้อมูลเพิ่มเติม:

http://www.wnd.com/index.php?fa=PAGE.view&pageId=110913

http://abcnews.go.com/International/story?id=7156932&page=1#

http://www.telegraph.co.uk/finance/currency/6263992/Dollars-demise-plotted-by-oil-producers-China-and-France-report-says.html

########################


The Amero is back
Submitted by DBCooper on Fri, 03/05/2010 - 12:31
in Daily Paul Liberty Forum
The Amero plan is back, this time backed by gold: BIS source

The US dollar is about to be replaced by the Amero at a rate of two dollars to one Amero, according to a high level financial source in Switzerland. The Amero will replace the US and Canadian dollars and the Mexican peso, he says. It will be backed by Mexican and Canadian gold, the source adds.

The decision was made at a high level within the Western secret government, he says. The introduction of the Amero will be followed by a dismantling of the Federal Reserve Board, he says. Once the announcement is made, people will have exactly 30 days to convert their dollars to Ameros before the dollars become worthless.

The Western government does not want to cede control of its financial system to China so a decision was made to go with the gold-backed Amero, he says.

Of course many holders of dollars may decide to opt away from the Amero and trade their dollars for other currencies, notably the Chinese yuan and the Hong Kong dollar.

http://dailypaul.com/node/128043
http://www.dailypaul.com/node/124466



Create Date : 10 ตุลาคม 2552
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2555 13:53:51 น.
Counter : 667 Pageviews.

4 comment
กระบวนการนำไปสู่การปฏิวัติโลกโดยมีเยซูอิตอยู่เบื้องหลัง ตอน1 (ไข้หวัดระบาด)
ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นหนึ่งในแผนลดจำนวนประชากรโลก


มีการแพร่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เมื่อประมาณ ต้นปีนี้ (ประมาณมีนาคม)โดยบริษัท Baxterสาขาออสเตรีย ได้กระจายวัคซีนที่ผสมเชื้อไวรัสไข้หวัดนก (Avian Flu)แล้วกระจายไป 18 ประเทศ

http://www.naturalnews.com/025760.html


ในเดือนเมษายนก็มีข่าวการระบาดเกิดขึ้นที่เม็กซิโกประเทศแรกแล้วกระจายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Baxter เป็นเยซูอิต


http://marcoponce.com/2009/09/baxter-pharms-maker-of-the-h1n1-vaccine-president-is-a-jesuit/


Jesuits H1N1, Baxter, Al Gore, Obama, Prince Charles




เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2006 ทั้ง Black Pope และ White Pope เรียกประชุมแกนนำของเยซูอิตจากทั่วโลก

November 3, 2006—Pope Benedict sits at the Pontifical Gregorian Jesuit University in Rome with the top leaders in the Jesuit hierarchy who have gathered from around the world for a special meeting—reports La Gregoriana No. 27, December 2006, the University’s news magazine. Notice how..

(1) the top Jesuits are sitting in the shape of a pyramid, a sign of the Illuminati, [see the back of a $1 bill] with

(2) Pope Benedict XVI, the white pope, the all seeing eye illuminating the world sitting at the top of the pyramid, and

(3) the Black pope, Peter-Hans Kolvenbach (คนเดิม), Superior General of the Jesuits, sitting behind the Pope.

แบล๊คโป๊ปนั่งกำกับอยู่ด้านหลังไวท์โป๊ป

Is there some mystical symbolism being portrayed in this picture, showing that the real power comes from the one dressed in all black? This is a never before seen, inside look into the belly of the Beast.


The Pope first held a general meeting addressing hundreds of Jesuit scholars, professors, priests, missionaries, and students, and then met privately with 89 of the top Jesuit hierarchy from around the world. Pope Benedict told Peter-Hans Kolvenbach, the Jesuit superior general, and other top Jesuit leaders that they have “one of the greatest services to perform for the Catholic Church throughout the world.”

Since this meeting, the Jesuits have certainly mobilized their efforts, mainly here in the United States. Relations between the Jesuit Order and the US Congress have taken on a new historic and dramatic change.

Whether for better or worse depends on who you ask. According to recent developments within the new 110th Congress, prominent Jesuit leaders are attaining unprecedented positions of privilege and prestigious honors and praises by politicians.

เยซูอิตเข้าแทรกซึมในอเมริกามานานแล้วและได้พยายามผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง และก็กำลังทำสำเร็จในหลายๆด้าน เช่น


As a Member of Congress, Jesuit Priest Robert Drinan served on several influential committees, chaired the Subcommittee on Criminal Justice, and played a central role in rewriting our federal laws

http://www.eternalgospelherald.com/4.9.htm

เยซูอิตเข้าไปอยู่เป็นประธานในการออกกฏหมายของประเทศ ที่บัดนี้ได้พยายามแก้กฏหมายเดิมที่เป็นประชาธิปไตยค่อยๆกลายเป็นทรราช ซึ่งก็จะส่งผลผลักดันให้รัฐต่างๆ เปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติ

กฎอัยการศึกหรือMartial Law ของรัฐแมสซาชูเซ็ตส์ผ่านแล้ว สามารถบังคับให้ประชาชนรับการฉีดวัคซีน รัฐสามารถเข้าไปตรวจจับประชาชนในบ้านได้ตลอดเวลาเมื่อกฏหมายบังคับใช้

http://www.allvoices.com/contributed-news/4344643-is-martial-law-coming-to-a-state-near-you










ดูข้อมูล update เรื่องนี้ได้ที่:
http://jimmysiri.blogspot.com/2009/10/h1n1-2009-update.html



Create Date : 10 ตุลาคม 2552
Last Update : 16 ตุลาคม 2552 10:33:40 น.
Counter : 2589 Pageviews.

0 comment
เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ : ที่ไม้กางเขน
องค์จอมกษัตริย์พระผู้ไถ่





ด้วยความรักที่พระเจ้ามีต่อมวลมนุษย์จึงได้เกิดเหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติและเหนือคำบรรยายขึ้นที่ไม้กางเขน


เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก เป็นความยุติธรรม และเป็นความชอบธรรม


“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” ยอห์น 3:16


“พระเจ้าไม่ทรงเห็นแก่คนมั่งคั่งมากกว่าคนยากจน เพราะคนทั้งหมดนี้เป็นมาจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์” โยบ 34:19


“เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” อิสยาห์7:14


“ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่านจะเรียกนามของท่านว่า "ผู้ที่มหัศจรรย์ ที่ปรึกษา พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช” อิสยาห์ 9:6


พระเยซูคริสต์ คือพระอังกูร จะทรงประทับนั่งบนพระที่นั่งของกษัตริย์ดาวิด
“จะมีหน่อแตกออกมาจากตอแห่งเจสซี จะมีกิ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลายของเขา และพระวิญญาณของพระยาห์เวห์จะอยู่บนท่านนั้น คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและอานุภาพ วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระยาห์เวห์ ความพึงใจของท่านก็ในความยำเกรงพระยาห์เวห์ ท่านจะไม่พิพากษาตามซึ่งตาท่านเห็น หรือตัดสินตามซึ่งหูท่านได้ยิน แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินเผื่อผู้มีใจถ่อมแห่ง แผ่นดินโลกด้วยความเที่ยงตรง ท่านจะตีโลกด้วยตะบองแห่งปากของท่าน และท่านจะประหารคนชั่วด้วยลมแห่งริมฝีปากของท่าน ความชอบธรรมจะเป็นผ้าคาดเอวของท่าน และความสัตย์สุจริตจะเป็นผ้าคาดบั้นเอวของท่าน” อิสยาห์11:1-5



เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรักมั่นคง และอดทนนาน...

จึงเกิดเหตุการณ์ที่ไม้กางเขนที่เนินกลโกธา นอกกรุงเยรูซาเล็ม


ที่ในสวนเกทเสมณี....




พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า

"โอ พระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์" มัทธิว 26:39


“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโท(เหงื่อ)ของ พระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” ลูกา 22:44



ทำไมพระเยซูจึงร้องขอพระบิดา ว่า

“ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด”


อะไรอยู่ในถ้วยนั้น???

...ที่ทำให้พระองค์อยู่ในอารมณ์ที่ทุกข์หนักอย่างแสนสาหัสในฝ่ายวิญญาณ และพระองค์ได้ร้องขอต่อพระบิดาขอให้เลื่อนถ้วยนั้นไปก่อน..หากเป็นไปได้...และขณะเดียวกันนั้นพระองค์ยังได้ขอให้สาวกทั้งสามคนที่ไปด้วยคือ เปโตร ยอห์น และยากอบ ให้เฝ้าและอธิษฐานอยู่(อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์กลับจากอธิษฐานทั้ง 3ครั้ง พวกเขาทั้งสามคนก็ยังหลับอยู่)


ลูกาได้บรรยายไว้ว่า ก่อนที่พระองค์จะไปอธิษฐานในครั้งที่สามนั้น ฑูตสวรรค์ได้ถูกส่งมาให้กำลังแก่พระองค์ (ลูกา 22:43) และหลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงทุกข์หนักและพระองค์ทรงอธิษฐานอย่างหนักยิ่งขึ้นจนมีเหงื่อเป็นเลือดหยดลงบนพื้น (ลูกา 22:44) ผู้เขียนพระคัมภีร์ได้บรรยายบอกเป็นนัยว่า... พระองค์กำลังต่อสู้ฝ่ายวิญญาณอย่างหนัก กับความบาปที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตวิญญาณของพระองค์... พระองค์ทรงรู้สึกถึงโซ่ตรวนของความบาปได้มาพันรัดอัดแน่นอยู่รอบพระกายและพระวิญญาณของพระองค์ พระองค์ถูกอัดแน่น เหมือนกำลังอยู่ในความมืดมิดหมดหนทาง รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว กระวนกระวาย สิ้นหวัง หดหู่อย่างที่สุดเพราะความบาปของทั้งโลกที่พระองค์กำลังแบกรับอยู่นั้น และพระองค์ก็คาดการณ์ล่วงหน้าถึงการที่พระองค์จะต้องถูกตัดขาดความสัมพันธ์จากพระบิดา เพราะความบาปที่พระองค์แบกรับอยู่นั้นจึงทำให้พระองค์ทรงทุกข์หนักจนเหงื่อกลายเป็นเลือด...

พระเยซูทรงทราบว่าถ้วยนั้นคือ.. ถ้วยแห่งพระพิโรธของพระเจ้าพระบิดา !!! เป็นถ้วยแห่งการพิพากษาอย่างยุติธรรมและตรงไปตรงมา ในถ้วยนี้ไม่มีความเมตตาอยู่เลย เป็นการพิพากษาตัดสินลงโทษความบาปผิดของมนุษย์ทั้งโลกล้วนๆ การลงโทษความบาปทั้งหมดนี้จะต้องมาตกอยู่ที่พระองค์แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเพื่อบรรลุพันธกิจที่พระบิดาใช้พระองค์มาทำนั้น พระองค์จะต้องดื่มถ้วยนั้นจนหมดไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว!

และพระเยซูเองได้บอกกับเหล่าสาวกล่วงหน้าแล้ว หลังจากรับประทานปัสกากับพวกเขาในคืนนั้นว่า.. "ในคืนวันนี้ท่านทุกคนจะทิ้งเราเพราะเรา ด้วยมีคำเขียนไว้ว่า `เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ และแกะฝูงนั้นจะกระจัดกระจายไป'” มัทธิว 26:31


และพระองค์ทรงทราบว่า ด้วยพระประสงค์ของพระบิดาที่ต้องการไถ่มนุษยชาติจากความบาปที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่อาดัมได้ทำผิดต่อพระเจ้านั้น ซึ่งทุกคนที่เกิดมาภายหลัง ก็เกิดมาในความบาปทั้งสิ้นและมีชีวิตในความบาปโดยไม่รู้ตัว

มนุษย์ทั้งโลกตกอยู่ในความบาปและนี่คือสิ่งที่พระเจ้ามองเห็นมนุษย์เมื่อครั้งที่พระเยซูยังไม่มาไถ่บาป :

“…ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว

ไม่มีเลยไม่มีคนที่เข้าใจ

ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้าเขาทุกคนหลงทางไปหมด
เขาทั้งปวงเป็นคนไร้ค่าเหมือนกันทั้งสิ้น
ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี

ไม่มีเลยลำคอของเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่
เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง
ภายใต้ริมฝีปากของเขามีพิษของงูร้าย

ปากของเขาเต็มด้วยคำแช่งด่าและคำขมขื่น

เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด

ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์

และเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุขในแววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวพระเจ้า'
โรม 3:10-18


“เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมถอยจากพระเกียรติสิริของพระเจ้า” (โรม 3:23) และเพราะสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างได้ถูกทำให้ผิดเพี้ยน ไร้ค่าไป ไม่ใช่ด้วยความสมัครใจของมันเอง แต่โดยความตั้งใจของผู้ที่บังคับ (ซาตาน)ให้มันต้องตกอยู่ในภาวะดังกล่าว (โรม 8:19)



ด้วยมนุษย์นั้นดำเนินชีวิตอยู่ในความบาป และความบาปนั้นก็มาปิดกั้นความสัมพันธ์ที่มนุษย์เคยมีต่อพระเจ้า

จริงๆแล้วพระเจ้าได้ใส่ความรู้เรื่องของพระองค์ไว้ในจิตใจของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว ลึกๆในใจ มนุษย์ทุกคนรู้ดีว่ามีพระเจ้า แต่ความบาป ความมืดดำและการล่อลวงอันแยบยลของเจ้าผู้ครองโลก (ซาตานและลูกสมุนของมัน)นั้นได้พยายามปิดหูปิดตามนุษย์ให้หลงลืมเรื่องของพระผู้สร้างของเขา และ “เขาใช้ความชั่วร้ายปิดกั้นความจริง (เรื่องพระเจ้า)” โรม 1:18


และ“แม้เขาจะรู้จักพระเจ้า แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถวายพระเกียรติสิริแด่พระองค์สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า ทั้งยังไม่ได้ขอบพระคุณ แต่กลับคิดในสิ่งไร้สาระ และจิตใจอันโง่เขลาของพวกเขาก็มืดมัวไป” โรม 1:21

แต่ด้วยพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ...
และเพราะพระเจ้าทรงดำรงในความยุติธรรม...

ซึ่ง“บาปนั้นได้เข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียว (คืออาดัม) และบาปนำความตายมา และโดยทางนี้เองความตายจึงมาถึงมวลมนุษย์เพราะทุกคนได้ทำบาป” โรม 5:12


และแม้ว่า... “ค่าตอบแทนของความบาปคือความตาย” (โรม 6:23) คือจะต้องมีการตายเกิดขึ้นเพื่อทดแทนความบาปของมวลมนุษย์ แต่พระเจ้าพระบิดาทรงรักมนุษย์มาก แม้ว่าพระองค์ทรงเห็นแล้วว่าไม่มีผู้ใดเลยที่ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์ (โรม 3:10-18) และ “มนุษย์ทุกคนก็เป็นเหมือนลูกแกะที่พลัดหลงไปจากฝูง แต่ละคนก็หันไปตามทางของตน” (อิสยาห์ 53:6)


อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ไม่อยากให้มนุษย์ต้องตาย หรือหลงหายอยู่ในโลกที่มืดมิดอีกต่อไป
พระองค์ต้องการ พาเราทุกคนกลับบ้านที่เที่ยงแท้ถาวร


พระองค์ไม่ต้องการให้ผู้ใดต้องตกลงไปในบึงไฟนรกเพราะการตายและถูกตัดขาดจากพระเจ้า

พระองค์ต้องการให้มนุษย์กลับมามีความผูกพันอยู่กับพระองค์เหมือนครั้งทีทรงสร้างอาดัมและเอวาในสวนเอเดนนั้น


...มนุษย์ที่พระองค์ทรงรักมากกว่าสิ่งที่ทรงสร้างทุกชนิด มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองให้มีรูปลักษณ์เหมือนพระองค์...เพราะพระองค์ไม่ต้องการให้มนุษย์ตายไปจากพระสิริของพระองค์...

พระองค์จึงได้เสียสละพระบุตรของพระองค์มาตายแทนการตายมนุษย์ทั้งโลก!!!



พระเยซู... พระองค์ทรงบริสุทธิ์ และปราศจากความบาปโดยสิ้นเชิง

เพื่อสำแดงความยุติธรรม..พระบิดาจึงได้ใช้ให้พระองค์เข้ามาในโลก...


พระเยซูมาในรูปลักษณ์ที่เหมือนพวกเราทุกคนเพราะมนุษย์นั้นมีความบาปโดยผ่านทางเนื้อหนัง “พระเจ้าทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาในสภาพเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่เป็นคนบาป เพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป โดยการกระทำเช่นนี้พระองค์จึงได้ตัดสินลงโทษบาปในมนุษย์ที่อยู่ในเนื้อหนัง” โรม 8:3





การเสด็จมาในโลกของพระองค์เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้วนั้น ก็เพื่อทำพันธกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อกอบกู้มวลมนุษยชาติให้พ้นจากบาปและจากความตายซึ่งเป็นผลตอบแทนของความบาปนั้น และเพื่อมนุษย์จะได้กลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเหมือนเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงสร้างโลกใหม่ๆ

พระองค์มาแบกรับความบาปผิดทั้งหมดทั้งสิ้นของมนุษย์ทั้งโลกไว้ที่พระองค์เอง

...ทั้งๆที่ พระองค์เองไม่มีความบาปเลย แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ไม่มีเลย...

“เป็นน้ำพระทัยของพระยาห์เวห์ที่จะให้ท่าน(พระเยซูคริสต์)ฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป...”
อิสยาห์53:10




ซึ่งเหตุการณ์คล้ายๆ สิ่งเดียวกันนี้ พระเจ้าได้ทรงบอกเป็นนัยๆ ก่อนแล้วเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงสั่งให้อับราฮัมนำอิสอัคบุตรชายคนเดียวของท่านไปเผาบูชาบนแท่นบูชา แต่นั่นพระเจ้าทรงใช้เพื่อทดสอบความเชื่อของท่าน และเมื่อพระองค์ทรงเห็นการเชื่อฟังของอับราฮัมแล้ว จึงได้จัดเตรียมลูกแกะไว้ให้เผาบูชาแทน (ปฐมกาล 22) แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการบอกล่วงหน้าเรื่องการลบล้างบาปโดยพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เอง


พระบิดาทรงทราบเสมอว่าการทรงไถ่มวลมนุษยชาติที่เต็มไปด้วยความบาปความสกปรกและสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระองค์นั้น... มีเพียงความบริสุทธิ์ของพระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถลบล้างได้ องค์พระเยซูยังทราบอีกว่า พระบิดาเกลียดความบาป และมีบันทึกในพระคัมภีร์ไว้ด้วยว่า “ความชั่วช้า (บาป)ของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้า...” อิสยาห์ 59:2


และด้วยพระเยซูทรงรักพระบิดามาก พระองค์ไม่ต้องการถูกตัดขาดความสัมพันธ์เลยแม้แต่เสี้ยววินาที พระองค์จึงร้องขอว่า “ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด”


พระเยซูแม้พระองค์มาเกิดเป็นมนุษย์ แต่พระองค์ทราบแผนการของพระบิดาในเรื่องการทรงไถ่มาตลอด พระองค์ทรงรักและเชื่อฟังพระบิดาทุกอย่าง และพระองค์ไม่ได้กลัวความตาย เหมือนที่มนุษย์ทั่วไปกลัว หรืออย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่..

“พระองค์กลัวการถูกตัดขาดความสัมพันธ์จากพระบิดา” ต่างหาก เพราะพระบิดาและพระบุตรนั้นมีความแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวมาตลอด และการถูกตัดขาดแม้เพียงเสี้ยววินาที่เดียวก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของทั้งพระบุตรและพระบิดาเลย แต่พระองค์ก็ต้องเชื่อฟังพระบิดา และทำตามน้ำพระทัยพระองค์ เพื่อพันธกิจการทรงไถ่มวลมนุษย์ชาติอันยิ่งใหญ่จะสำเร็จตามพระประสงค์

หลังจากอธิษฐานที่สวนเกทเสมณี พระองค์ไม่ได้งีบหลับเลยตลอดทั้งคืนนั้น และทันใดนั้นพระองค์ก็ถูกจับไปและสาวกของพระองค์ก็ทิ้งพระองค์ไปหมด พระองค์ถูกนำไปสอบสวนหาความผิด ถูกถ่มน้ำลายรดหน้า ถูกเฆี่ยนตีอย่างทารุณโดยทหารโรมัน ถูกดูถูกเหยียดหยามจากชาวยิวที่ไม่เชื่อว่าพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์




สภาพของพระองค์ในเวลานั้นเป็นไปตามที่ได้บรรยายไว้แล้วจากบรรดาผู้เผยพระวจนะตั้งแต่โบราณกาล;

“ด้วยคนเป็นอันมากตะลึงเพราะท่านฉันใด หน้าตาของท่านเสียโฉมมากกว่ามนุษย์คนใด และรูปร่างของท่านก็เสียโฉมมากกว่าบุตรทั้งหลายของมนุษย์คนใด” อิสยาห์ 52:14

“ท่านได้ถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความเศร้า
โศกและคุ้นเคยกับความระทมทุกข์
และดังผู้หนึ่งซึ่งคนทนมองดูไม่ได้
ท่านถูกดูหมิ่น

และเราทั้งหลายไม่ได้นับถือท่าน

แน่ทีเดียวท่านได้แบกความระทมทุกข์ของเราทั้งหลาย
และหอบความเศร้าโศกของเราไป
กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี
คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ

แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย
ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา
การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน...
ท่านถูกบีบบังคับและท่านถูกข่มใจ
ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ปริปาก
เหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า
และเหมือนแกะที่เป็นใบ้อยู่หน้าผู้ตัดขนของมันฉันใด
ท่านก็ไม่ปริปากของท่านเลยฉันนั้นท่านถูกนำไปจากคุก

และท่านไม่ได้รับความยุติธรรมเสียเลย
และผู้ใดเล่าจะประกาศเกี่ยวกับพงศ์พันธุ์ของท่าน
เพราะท่านต้องถูกตัดออกไปจากแผ่นดินของคนเป็น
ต้องถูกตีเพราะการละเมิดของชนชาติของเรา”
อิสยาห์ 53:3-5, 7-8




ที่บนไม้กางเขน





พระเยซูถูกตรึงที่ไม้กางเขนตั้งแต่ 9 โมงเช้าของวันศุกร์

และทรงสิ้นพระชนม์เวลาบ่ายสามโมงในวันเดียวกัน


6 ชั่วโมงแห่งการทนทุกข์ทรมานอย่างที่สุดบนไม้กางเขนที่ต่อเนื่องมาจากการไม่ได้หลับเลยทั้งคืน ทั้งยังถูกเฆี่ยนตีอย่างแสนสาหัส ถูกดูถูกเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลนต่างๆนาๆ ทั้งๆที่พระองค์ไม่เคยทำความบาปเลย

• ในฝ่ายร่างกายนั้น: พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยและเจ็บปวดทรมานจากบาดแผลที่ถูกเฆี่ยนตีและพระองค์ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ความอ่อนระโหยโรยแรงจากการแบกไม้กางเขนที่หนักอึ้ง ผ่านหาทางอันขรุขระ ล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่จากในเมืองออกมาที่เขากลโกธาซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก และในระหว่างทางนั้นก็มีทหารโรมัน รวมทั้งชาวยิวและพวกฟาริสีที่เกลียดชังพระองค์คอยติดตาม ด่าทอ เสียดสี และเหยียดหยามพระองค์มาตลอดเส้นทาง

เมื่อมาถึงเขากลโกธานั้น พระองค์ก็ต้องทนต่อความเจ็บปวดจากการถูกตอกตะปูที่มือและเท้า และจากน้ำหนักตัวที่ถ่วงจากการตรึงมือและเท้าบนไม้กางเขนนั้น ทำให้พระองค์ต้องออกแรงต้านอย่างหนักเพื่อที่จะหายใจได้ในแต่ละครั้ง อีกทั้งยังอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา ร้อนแรงและกระหาย ที่ศีรษะของพระองค์มีมุงกุฎหนามที่ถูกพวกทหารโรมันนำมาสวมให้เพื่อล้อเลียนพระองค์ซึ่งมันทิ่มแทงศีรษะพระองค์และมีพระโลหิตไหลออกมา พระองค์ต้องเจ็บปวดทรมานจากบาดแผลตามตัวที่ถูกเฆี่ยนนั้น ไม่มีคนบาปคนไหนเลยในโลกที่ถูกกระทำการทารุณทั้งทางร่างกายและจิตใจมากมายเยี่ยงพระองค์

• ฝ่ายวิญญาณ:...ที่บนไม้กางเขนนั้น พระเยซูทรงแบกรับความบาปของมวลมนุษยชาติไว้จนหนักอึ้ง พระองค์รับรู้ความรู้สึกทั้งหมดของคนที่ตกอยู่ในความบาป ความหวาดกลัว ความอับอาย การรู้สึกผิด การเกลียดชังตัวเองเพราะความบาป ความทุกข์ใจ ความสับสน ความกระวนกระวายใจ ความเศร้าสลด หดหู่และสิ้นหวังอย่างที่สุด ของคนทั้งโลกที่มากองรวมกันไว้ที่พระองค์เพียงผู้เดียว คุณลองจินตนาการดูว่า...แม้ในความระทมทุกข์ของเราลำพังเพียงคนเดียวนั้น บางครั้งที่เรามองไปทางใดก็มืดมนไปหมด ไม่เห็นแสงสว่าง หาทางออกไม่เจอ ด้วยความทุกข์แสนสาหัสนั้น บางคนถึงกับอยากฆ่าตัวตายตายให้รู้แล้วรู้รอดไป

แล้วความทุกข์และความบาปผิดที่ท่วมท้นของมนุษย์ทั้งโลก ที่ได้ไปกองอยู่บนบ่าของพระองค์เพียงผู้เดียวจะหนักกว่านั้นสักเพียงใด ????

และการถูกทอดทิ้งจากพระบิดาที่รักของพระองค์นั้นทำให้จิตใจของพระองค์ ถูกโอบล้อมไปด้วยความสิ้นหวัง และโดดเดี่ยว ไม่มีที่พึ่งเลย ทั้งๆที่โดยปกติแล้วพระองค์แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา และพึ่งพาพระบิดามาโดยตลอด!

ด้วยในช่วงเวลานั้นพระบิดาใด้ทิ้งพระองค์ไป เพราะความบาปที่ท่วมทับในพระองค์

“ในชั่วขณะหนึ่งของความโกรธ เราเบือนหน้าหนีไปจากเจ้า” (อิสยาห์ 54:8)


ด้วยความบาปทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเกลียดความบาปแม้ว่าความบาปนั้นจะอยู่ที่พระบุตรของพระองค์เองก็ตาม


เพราะ “คนโอ้อวด (คนบาป) ไม่อาจยืนอยู่ต่อหน้าพระองค์ได้ พระองค์ทรงเกลียดชังผู้กระทำความชั่วช้าทั้งสิ้น” สดุดี5:5





ในวันนั้น เกิดความมืดมัวไปทั่วทั้งแผ่นดินตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงบ่ายสามโมง


ราวบ่ายสามโมงพระองค์ร้องเสียงอันดังว่า “เอโลอี เอโลอี สะบักธานี” ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมทรงทอดทิ้งข้าพระองค์” (มัทธิว 27:45-46)

เมื่อพระองค์ทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จครบถ้วน...ณ เวลานั้นโดยฝ่ายวิญญาณ พระองค์ก็ได้ดื่มถ้วยพระพิโรธของพระบิดาจนหมดทุกหยดแล้ว และพระองค์จึงตรัสว่า “สำเร็จแล้ว!” (ยอห์น 19:28, 30)

“และขณะนั้นเองม่านในพระวิหารก็ขาดเป็นสองท่อนตั้งแต่บนจรดล่าง เกิดแผ่นดินไหว ศิลาแตกออกจากกัน” (มัทธิว 27:51)


การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูที่ไม้กางเขนนั้น เป็นการชนะอำนาจวิญญาณชั่วร้าย ชนะความบาปและชนะความตายทั้งสิ้นที่พวกบรรดาผีมารซาตาน เทพผู้ครอง ศักดิเทพ อิทธิเทพ และเทพต่างๆ ได้นำเข้ามาสู่โลกมนุษย์ตั้งแต่ครั้งที่ซาตานได้ตกลงมาจากสวรรค์เมื่อครั้งโบราณกาล


“...โดยความตายพระองค์จะได้ทรงทำลายผู้นั้นที่มีอำนาจแห่งความตาย คือพญามาร(ซาตาน/Lucifer/the watcher/Baal/Sun God/Moon God/พระแปลกๆ/เจ้าพ่อเจ้าแม่ต่างๆ/ผีป่าผีเขาหรือสารพัดผีทีคนกราบไหว้ ฯลฯ)และจะได้ทรงช่วยเขาเหล่านั้น(หมายถึงชาวมนุษย์โลก)ให้พ้นจากการเป็นทาส (ทาสของความบาปที่เหล่าซาตานพาทำ)ชั่วชีวิต เนื่องจากกลัวความตาย”
ฮีบรู 2:14-15


"พระองค์ถูกนำไปวางไว้ในอุโมงค์ใหม่ และใช้หินกลิ้งปิดปากอุโมงค์ไว้" มัทธิว 27:60




และหลังจากนั้น 3 วัน พระบิดาได้ทำให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาจากความตาย (มัทธิว 28)... เพราะพระเจ้าทรงตรัสไว้ว่า...“เราทอดทิ้งเจ้าชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง แต่ด้วยความเมตตาอย่างลึกซึ้ง เราจะพาเจ้ากลับมา” อิสยาห์ 54:7

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกถึงความยุติธรรมและความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์ทุกคนโดยผ่านทางพระบุตรของพระองค์คือองค์พระเยซูคริสต์

พระเยซูทรงถูกใช้โดยพระบิดาให้มาไถ่บาปของมวลมนุษยชาติ และพระองค์ได้ทำสำเร็จแล้วบนไม้กางเขนนั่น!!!!

***ความผิดบาปโดยอาดัม ความชอบธรรมโดยพระคริสต์***



“เพราะว่าถ้าโดยการละเมิดของคนนั้นคนเดียว เป็นเหตุให้ความตายครอบงำอยู่โดยคนนั้นคนเดียว มากยิ่งกว่านั้นคนทั้งหลายที่รับพระคุณอันไพบูลย์และรับของประทานแห่งความชอบธรรม ก็จะดำรงชีวิตและครอบครองโดยพระองค์ผู้เดียว คือพระเยซูคริสต์)ฉะนั้นการพิพากษาลงโทษได้มาถึงคนทั้งปวงเพราะการละเมิดของคนๆเดียวฉันใด ความชอบธรรมของพระองค์ผู้เดียวก็นำของประทานแห่งพระคุณมาถึงทุกคนฉันนั้น คือความชอบธรรมแห่งชีวิต” โรม 5:17-18




ม่านในพระวิหารขาด เมื่อพระองค์ทำสำเร็จนั้น แสดงถึงการที่พระองค์ทรงเป็นสื่อกลางเป็นปุโรหิตหลวงให้เราได้คืนดีกับพระเจ้าโดยผ่านทางพระนามของพระองค์ การติดต่อกับพระเจ้าไม่ต้องใช้ปุโรหิตที่เป็นมนุษย์อีกต่อไป...


ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราว่าเราจะรับความรอด ความรักและความเมตตา โดยการกลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าหรือไม่???


“เพราะว่าคนเป็นอันมากเป็นคนบาปเพราะคนๆเดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด
คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียว (พระเยซู)ที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น” โรม5:19


ขอเชิญชวนให้พวกเรา มนุษย์ทุกคนกลับมาให้ถึงบ้านแท้ของเราโดยทางพระองค์....



ด้วยพระเยซูตรัสว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” ยอห์น 14:6


การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูที่บนไม้กางเขนนั้น และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์นั้น เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

…ซึ่งสิ่งที่เป็นไปทั้งหมดนั้น ไม่สามารถบรรยายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งหมดได้ด้วยภาษาของมนุษย์เพราะเป็นพันธกิจเหนือธรรมชาติที่ทำสำเร็จได้โดยพระเจ้าเท่านั้น!!

เป็นเรื่องการไถ่วิญญาณของมนุษย์ และเราผู้ซึ่งตอบสนองต่อการทรงไถ่ของพระเจ้าด้วยสุดหัวใจนั้น พระเจ้าพระผู้สร้างของเราคือองค์นิรันดร์จะรับจิตวิญญาณของเราให้กลับอยู่กับพระองค์ในแผ่นดินสวรรค์ในวันพิพากษานั้นที่ยอห์นได้เขียนไว้ในหนังสือวิวรณ์ 20 :...11. ข้าพเจ้าเห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวพร้อมทั้งผู้ที่ประทับบนพระที่นั่งนั้น เมื่อพระองค์ทรงปรากฎ แผ่นดินโลกและท้องฟ้าก็หายไป...12.และข้าพเจ้าเห็นบรรดาผู้ตายทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง หนังสือเล่มต่างๆเปิดออก หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วยคือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ตายทั้งหมดก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนตามที่บันทึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น ....15.ผู้ใดที่ไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ.


ด้วยเหตุนี้เอง ผู้เชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริงจึงไม่กลัวความตาย เพราะสันติสุขและความชื่นชมยินดีแห่งการได้มีชีวิตนิรันดร์และการได้กลับไปอยู่กับพระผู้สร้างนั้นเป็นความหวังใจของเราทุกคนในชีวิตหลังความตาย และขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นั้น เราจึงมีชีวิตอยู่ในความหวังอันหวังได้จริงๆ ทั้งยังอยู่ในความรัก ในกำลัง ในฤทธิ์เดชและในพระคุณของพระเจ้า

บางคนถามว่า ผู้ชายเพียงคนเดียวสามารถไถ่บาปมนุษย์ทั้งโลกได้หรือ?

และถามว่า ทำไมต้องเป็นพระเยซู??

คำตอบเดียวคือ..เลือดและเนื้อของพระเยซูสามารถลบล้างบาปทั้งหมดของมนุษย์ได้... เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า...องค์บริสุทธิ์...บริสุทธิ์...และบริสุทธิ์... จึงสามารถทดแทนความบาปของมนุษย์ทั้งโลกได้!!!
เพราะพระเยซูได้ถวายชีวิตพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระเจ้าอันเนื่องมาจากผลตอบแทนของความบาปคือความตายนั้น เพื่อไถ่ชีวิตมนุษย์ทุกคนกลับคืนมาจากความบาปนั้น พระองค์ได้ทำเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วที่บนไม้กางเขนนั่น ส่วนเราทุกคนที่เป็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอที่พ่ายแพ้ต่อบาปมาตลอดนั้น เมื่อเราเชื่อในพระองค์จากใจของเราจริงๆและนำคำสอนของพระองค์ไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราแล้ว เราก็มั่นใจได้ว่าเราจะไม่พรากจากพระเจ้าอีกเลย



"บัดนี้ เราจึงเป็นคนชอบธรรม
โดยพระโลหิตของพระองค์ ยิ่งกว่านั้น เราจะพ้นจากพระพิโรธโดยพระองค์"
โรม 5:9



“ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือเนื้อหนังทั้งสิ้น เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนทั้งปวงที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์(หรือพระยาห์เวห์พระบิดา)ทรงใช้มา”ยอห์น 17:2-3



Holy...Holy...Holy!!!! เราขอสรรเสริญพระผู้ไถ่ของเราว่า บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ องค์จอมกษัตริย์พระผู้ไถ่ของเรา ฮาเลลูยา...
















โปรดอ่าน :http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=23-10-2009&group=1&gblog=29



Create Date : 08 ตุลาคม 2552
Last Update : 26 ธันวาคม 2554 18:02:58 น.
Counter : 1213 Pageviews.

0 comment
True SABBATH วันสะบาโตวันแห่งการหยุดพัก
วันสะบาโต วันบริสุทธิ์ของพระเจ้า







กล่าวถึงพระเยซูคริสต์

"ในเริ่มแรกนั้นพระวาทะทรงเป็นอยู่แล้ว และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในเริ่มแรกนั้นพระองค์นั้นทรงอยู่กับพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมา และในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระองค์"

ยอห์น 1:1-3


หมายความว่า บัญญัติ 10 ประการและวันสะบาโตก็ถูกสร้างขึ้นโดยพระเยซูคริสต์ด้วย พระองค์จึงได้ตรัสว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของวันสะบาโต


For the Son of Man is Lord of the Sabbath." Mat 12:8 (NIV)


พระเยซูตรัสกับเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ก่อนอับราฮัมบังเกิดมานั้นเราก็อยู่ที่นั่นแล้ว"

ยอห์น 8:58



"เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถึงฟ้าและดินจะล่วงไป แม้อักษรหนึ่งหรือจุดๆหนึ่งก็จะไม่สูญไปจากพระราชบัญญัติ จนกว่าจะสำเร็จทั้งสิ้น"

มัทธิว 5:18




"จงถือวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ ดังที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงบัญชาไว้แก่เจ้า จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชาย บุตรสาวของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือวัวของเจ้า หรือลาของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า เพื่อทาสทาสีของเจ้าจะได้หยุดพักอย่างเจ้า จงระลึกว่าเจ้าเคยเป็นทาสอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้พาเจ้าออกมาจากที่นั่นด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรที่เหยียดออก เหตุฉะนี้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้ทรงบัญชาให้เจ้ารักษาวันสะบาโต" (เฉลยธรรมบัญญัติ 5:12-15)



จงรักษาวันสะบาโต

พระเยโฮวาห์ตรัสแก่ข้าพเจ้าดังนี้ว่า "จงไปยืนในประตูสำหรับบุตรแห่งพลเมือง ซึ่งบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์เสด็จเข้า และซึ่งพระองค์เสด็จออก และในประตูทั้งหลายของเยรูซาเล็ม และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า `ท่านทั้งหลายผู้เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ และบรรดาคนยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทั้งสิ้น ผู้ซึ่งเข้าทางประตูเหล่านี้ จงฟังพระวจนะของพระเยโฮวาห์ พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า จงระวังเพื่อเห็นแก่ชีวิตของเจ้าทั้งหลาย อย่าได้หาบหามอะไรในวันสะบาโต หรือนำของนั้นเข้าทางบรรดาประตูเยรูซาเล็ม และอย่าหาบหามของของเจ้าออกจากบ้านในวันสะบาโต หรือกระทำงานใดๆ แต่จงรักษาวันสะบาโตไว้ให้บริสุทธิ์ ดังที่เราได้บัญชาบรรพบุรุษของเจ้าไว้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เชื่อฟังหรือเงี่ยหูฟัง แต่กระทำคอของเขาทั้งหลายให้แข็ง เพื่อจะไม่ได้ยินและไม่รับคำสั่งสอน พระเยโฮวาห์ตรัสว่า ต่อมาถ้าเจ้าเชื่อฟังเรา และไม่นำภาระใดๆเข้ามาทางประตูเมืองนี้ในวันสะบาโต แต่รักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ และไม่กระทำงานในวันนั้น แล้วจะมีกษัตริย์และเจ้านาย ผู้ประทับบนบัลลังก์แห่งดาวิดเสด็จเข้าทางประตูทั้งหลายของเมืองนี้ เสด็จมาในรถรบ และบนม้า ทั้งบรรดากษัตริย์และเจ้านายของพระองค์ ทั้งคนยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม และเมืองนี้จะดำรงอยู่เป็นนิตย์ และประชาชนจะมาจากหัวเมืองแห่งยูดาห์ และจากที่ซึ่งอยู่รอบเยรูซาเล็ม จากแผ่นดินเบนยามิน จากที่ราบ จากเทือกเขา และจากภาคใต้ นำเอาเครื่องเผาบูชา และเครื่องสักการบูชา เครื่องธัญญบูชาและกำยาน และนำเครื่องบูชาแห่งการสรรเสริญมายังนิเวศของพระเยโฮวาห์ แต่ถ้าเจ้าทั้งหลายไม่ฟังเราที่จะรักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ และที่จะไม่แบกภาระเข้าทางประตูทั้งหลายของเยรูซาเล็มในวันสะบาโต แล้วเราจะก่อไฟไว้ในประตูเมืองเหล่านั้น และไฟนั้นจะเผาผลาญราชวังทั้งหลายของเยรูซาเล็ม และจะดับก็ไม่ได้'" เยเรมีย์ 17:19-27

อิสยาห์ 56
56:1 พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า "จงรักษาความยุติธรรมไว้ และกระทำความเที่ยงธรรม เพราะความรอดของเราใกล้จะมา และความชอบธรรมของเราจะเผยออก
56:2 ความสุขย่อมมีแก่ผู้กระทำเช่นนี้ และแก่บุตรของมนุษย์ผู้ยึดไว้มั่น ผู้รักษาวันสะบาโตไม่เหยียดหยามวันนั้น และระวังมือของเขาจากการกระทำชั่วร้ายใดๆ"

56:4 เพราะพระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า "เรื่องขันทีทั้งหลายผู้รักษาวันสะบาโตของเรา ผู้เลือกบรรดาสิ่งที่พอใจเรา และยึดพันธสัญญาของเราไว้มั่น
56:5 ภายในนิเวศของเราและภายในกำแพงของเรา เราจะให้สถานที่และชื่อแก่เขาเหล่านั้น ที่ดีกว่าบุตรชายและบุตรสาว เราจะให้ชื่อนิรันดร์แก่เขาทั้งหลายซึ่งจะไม่ตัดออกเลย

56:6 และคนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระเยโฮวาห์ ปรนนิบัติพระองค์และรักพระนามของพระเยโฮวาห์ และเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกคนผู้รักษาวันสะบาโต และมิได้เหยียดหยาม และยึดพันธสัญญาของเรามั่นไว้

56:7 คนเหล่านี้เราจะนำมายังภูเขาบริสุทธิ์ของเรา และกระทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเรา เครื่องเผาบูชาของเขาและเครื่องสักการบูชาของเขา จะเป็นที่โปรดปรานบนแท่นบูชาของเรา เพราะนิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐาน สำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย"



พระเยโฮวาห์ตรัสว่า "และฝ่ายเรา นี่เป็นพันธสัญญาของเรากับเขาทั้งหลาย คือวิญญาณของเราซึ่งอยู่เหนือเจ้า และคำของเราซึ่งเราใส่ไว้ในปากของเจ้าจะไม่พรากไปจากปากของเจ้า หรือจากปากเชื้อสายของเจ้า หรือจากปากของเชื้อสายแห่งเชื้อสายของเจ้า ตั้งแต่เวลานี้ไปจนกาลนิรันดร์" พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้...อิสยาห์ 59:21



พระเยซูไม่ได้มายกเลิกพระบัญญัติ แต่มาทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า... "อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะทำลายพระราชบัญญัติหรือคำของศาสดาพยากรณ์เสีย เรามิได้มาเพื่อจะทำลาย แต่มาเพื่อจะให้สำเร็จ"...มัทธิว 5:17

พระเยซูเสด็จกลับไปยังธรรมศาลาในเมืองนาซาเร็ธ"
...แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธ เป็นที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระคัมภีร์" ...ลูกา 4:16


"ถ้าท่านทั้งหลายรักษาบัญญัติของเรา ท่านก็จะยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา เหมือนดังที่เรารักษาพระบัญญัติของพระบิดาเรา และยึดมั่นอยู่ในความรักของพระองค์" ...ยอห์น 15:10

พระองค์ไม่ได้ยกเลิก แล้วยังพยายามสอนให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องในวันสะบาโต (มัทธิว 12:1, 12 )




และพระองค์ยังตรัสอีกว่า...ผู้ใดได้ทำให้ได้ฝ่าฝืนแม้เพียงข้อเล็กน้อยสักข้อหนึ่งในพระบัญญัตินี้ ทั้งสอนคนอื่นให้ทำอย่างนั้นด้วย ผู้นั้นจะได้ชื่อว่า เป็นผู้น้อยที่สุดในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ใดที่ประพฤติและสอนตามพระบัญญัติ ผู้นั้นจะได้ชื่อว่า เป็นใหญ่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์....มัทธิว 5:19

คริสตจักรเริ่มต้น รักษาวันสะบาโต (กิจการ 13:14)


จงถือรักษาวันสะบาโตเพื่อเป็นพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับเรา


"ถ้าเจ้าหยุดเหยียบย่ำวันสะบาโต คือจากการทำตามใจของเจ้าในวันบริสุทธิ์ของเรา และเรียกสะบาโตว่า วันปีติยินดี และเรียกวันบริสุทธิ์ของพระเยโฮวาห์ว่า วันมีเกียรติ ถ้าเจ้าให้เกียรติมัน ไม่ไปตามทางของเจ้าเอง หรือทำตามใจของเจ้า หรือพูดถ้อยคำของเจ้าเอง แล้วเจ้าจะได้ความปีติยินดีในพระเยโฮวาห์ และเราจะให้เจ้าขึ้นขี่อยู่บนที่สูงของแผ่นดินโลก และเราจะเลี้ยงเจ้าด้วยมรดกของยาโคบบิดาของเจ้า เพราะโอษฐ์ของพระเยโฮวาห์ได้ตรัสแล้ว"

อิสยาห์ 58:13 - 14




"เพราะฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ซึ่งเราจะสร้าง จะยังอยู่ต่อหน้าเราฉันใด" พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ "เชื้อสายของเจ้าและชื่อของเจ้าจะยังอยู่ฉันนั้น" พระเยโฮวาห์ตรัสว่า "และต่อมาทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำ และทุกวันสะบาโต เนื้อหนังทั้งสิ้นจะมานมัสการต่อหน้าเรา" อิสยาห์ 66:22 -23



สะบาโตแห่งการพักสงบสำหรับประชากรของพระเจ้า



ฮีบรู 4

4:1 เหตุฉะนั้น เมื่อมีพระสัญญาทรงประทานไว้แล้วว่า จะให้เข้าในที่สงบสุขของพระองค์ ให้เราทั้งหลายมีความยำเกรงว่า ในพวกท่านอาจจะมีผู้หนึ่งผู้ใดเหมือนไปไม่ถึง

4:2 เพราะว่าเราได้มีผู้ประกาศข่าวประเสริฐให้แก่เราแล้ว เหมือนแก่เขาเหล่านั้นด้วย แต่ว่าถ้อยคำซึ่งเขาได้ยินนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์แก่เขา เพราะว่าเขาไม่มีความเชื่อร่วมกันกับผู้ที่ได้ยิน

4:3 เพราะว่าเราทั้งหลายที่เชื่อแล้วก็เข้าในที่สงบสุขนั้น เหมือนพระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า `ตามที่เราได้ปฏิญาณด้วยความพิโรธของเราว่า "ถ้าเขาจะเข้าสู่ที่สงบสุขของเรา"' แม้ว่างานนั้นสำเร็จแล้วตั้งแต่วางรากสร้างโลก

4:4 และมีข้อหนึ่งที่พระองค์ได้ตรัสถึงวันที่เจ็ดดังนี้ว่า `ในวันที่เจ็ดพระเจ้าทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์'

4:5 และแห่งเดียวกันนั้นได้ตรัสอีกว่า `ถ้าเขาจะเข้าสู่ที่สงบสุขของเรา'

4:6 ครั้นเห็นแล้วว่ายังมีช่องให้บางคนเข้าในที่สงบสุขนั้น และคนเหล่านั้นที่ได้ยินข่าวประเสริฐคราวก่อนไม่ได้เข้าเพราะเขาไม่เชื่อ

4:7 พระองค์จึงได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้อีก คือกล่าวในคัมภีร์ของดาวิดซึ่งล่วงไปช้านานแล้วว่า "วันนี้" เหมือนตรัสเมื่อคราวก่อนแล้วว่า `วันนี้ ถ้าท่านทั้งหลายจะฟังพระสุรเสียงของพระองค์ อย่าให้จิตใจของท่านแข็งกระด้างไป'

4:8 เพราะว่าถ้าเยซูได้พาเขาเข้าสู่ที่สงบสุขนั้นแล้ว พระองค์ก็คงมิได้ตรัสในภายหลังถึงวันอื่นอีก

4:9 ฉะนั้นจึงยังมีสะบาโตสำหรับชนชาติของพระเจ้า

4:10 ด้วยว่าคนใดที่ได้เข้าไปในที่สงบสุขของตนแล้ว ก็ได้หยุดการงานของตน เหมือนพระเจ้าได้ทรงหยุดจากพระราชกิจของพระองค์

4:11 เหตุฉะนั้นให้เราทั้งหลายอุตส่าห์เข้าในที่สงบสุขนั้น เพื่อมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดล้มลงไปในการไม่เชื่อเช่นเขาเหล่านั้นซึ่งเป็นตัวอย่าง

4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิต และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย

4:13 ไม่มีสิ่งเนรมิตสร้างใดๆ ที่ไม่ได้ปรากฏในสายพระเนตรของพระองค์ แต่สิ่งสารพัดก็เปลือยเปล่าและปรากฏแจ้งต่อพระเนตรของพระองค์ผู้ซึ่งเราต้องเกี่ยวข้องด้วย


อัครฑูตเปาโลนั้นไม่เคยทิ้งวันสะบาโต พบหลักฐานมากมายในพระธรรมกิจการ เช่น "เปาโลจึงแก้คดีเองว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำอะไรผิดกฎหมายของพวกยิว หรือต่อพระวิหาร....กิจการ 25:8 "


ประชากรของพระเจ้าคือผู้ที่ถือรักษาพระบัญญัติของพระองค์




"นี่คือความอดทนของประชากรของพระเจ้า คือต้องอดทนเพื่อปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า และยังมั่นคงในความเชื่อในพระเยซู"

วิวรณ์ 14:12


ดูวิดีโอ คลิ๊กลิงค์ข้างล่าง:

http://www.john1429.org/video/Sabbath/Sabbath.html




พระเจ้าเตือนให้เราออกจากการนมัสการซาตาน(พระอาทิตย์)ในวันอาทิตย์ ..."ชนชาติของเรา จงออกมาจากนครนั้นเถิด เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้น และเพื่อท่านจะไม่ต้องรับภัยพิบัติที่จะเกิดแก่นครนั้น" วิวรณ์ 18:4


ท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วจะทำอย่างไรจึงจะถูกต้องในทางของพระเจ้า คำตอบคือ คริสตจักรบ้าน เหมือนกับคริสตจักรยุคเริ่มต้น

โปรดคลิ๊กที่ Link เพื่อดูเรื่อง Home Church;
http://www.worldslastchance.com/view-video/25/what-is-a-home-church.html








Please read more:http://www.judaismvschristianity.com/sabbath_observance_and.htm

Ref. :
http://thaipope.org/webdual/index.htm




Tha Floating Sabbath; The LORD's Calendar
http://http://the-thirdday.com/index.php/books-and-articles/times-and-seasons-the-lords-calendar/

โปรดอ่านเพิ่มเติม: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=17-01-2012&group=1&gblog=166



Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 17 มิถุนายน 2555 15:35:53 น.
Counter : 7836 Pageviews.

1 comment
การปฏิวัติโลกใหม่ New World Order
New World Order การจัดระเบียบโลกใหม่ หรือ “การปฏิวัติโลก”




มิถุนายน 1979 มีชายคนหนึ่งใช้ชื่อปลอมว่า R. C. Christian ได้ว่าจ้างบริษัท Elberton Granite Finishing เพื่อสร้างอนุสรน์บางอย่างขึ้นในอุทยานแห่งชาติที่รัฐจอเจีย โดยให้ช่างแกะสลักศิลาขนาดใหญ่และวางเรียงตามภาพ และได้สลักข้อความ 10 ข้อเหมือนเป็นหมายหรือพันธสัญญาไว้บนศิลาแต่ละด้านด้วยภาษา 8 ภาษา คือ อังกฤษ สเปน ซวาฮีลี ฮินดู ฮิบรู อราบิค จีน และรัสเซีย

ข้อความมีดังนี้คือ
1. Maintain humanity under 500,000,000 in perpetual balance with nature. ควบคุมปริมาณประชากรโลกไว้ที่ 500 ล้านคน เพื่อให้สมดุลย์กับธรรมชาติ

2. Guide reproduction wisely - improving fitness and diversity. คุมกำเนิด พัฒนาความสมบูรณ์ และ ให้มีความหลากหลาย(เชื้อชาติ)

3. Unite humanity with a living new language. ให้มนุษยชาติใช้ภาษาใหม่และภาษาเดียว

4. Rule passion - faith - tradition - and all things with tempered reason.ปกครองด้วยความเชื่อและศาสนาใหม่

5. Protect people and nations with fair laws and just courts.ปกป้องคนและชาติด้วยกฏหมายที่เท่าเทียมและระบบศาล

6. Let all nations rule internally resolving external disputes in a world court. ให้ทุกประเทศปกครองตนเองและแก้ข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยศาลโลก


7. Avoid petty laws and useless officials. หลีกเลี่ยงกฏหมายที่จุกจิด และระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ

8. Balance personal rights with social duties. สร้างสมดุลย์ระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับหน้าที่ทางสังคม

9. Prize truth - beauty - love - seeking harmony with the infinite. เชิดชู ความจริง ความงาม ความรัก และความลงตัวอย่างไม่สิ้นสุด

10. Be not a cancer on the earth - Leave room for nature - Leave room for nature. ไม่เป็นเหมือนเชื้อมะเร็งของโลก เผื่อที่ว่างให้กับธรรมชาติ เผื่อที่ว่างให้กับธรรมชาติ




สรุปสาระสำคัญของแผนการปฏิวัติโลกคือ พวกเขาต้องการสร้างสวรรค์บนโลก เมืองในฝัน หรือ Eutopia (Utopia) โดย:

1. ลดจำนวนประชากรลงประมาณ 95% จากทั้งหมดที่มีอยู่ 6.3 พันล้านคนในปัจจุบัน
2. New World Government รัฐบาลเดียวปกครองโลก คือ U.N. หรือองค์การสหประชาชาติ
3. New World Currency ทั่วโลกใช้เงินสกุลเดียว โดย ผ่านการจักการของ IMF หลังจากการล่มสลายของเศรษฐกิจทั่วโลกและค่นล้มเงินที่เป็นเงินสำรองสกุลหลักของโลก หรือ US Dollar
4. New World Language ทั่วโลกใชัภาษาเดียวกัน (น่าจะเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาคอมพิวเตอร์- ผู้เรียบเรียง)
5. New World Religion & Spiritual มีศาสนาเดียวและศาสดาเดียวคือLuciferหรือลัทธิซาตาน มีชื่อใหม่คือ "New Age Religion"
6. New World Judge & Court System ระบบศาลโลก






















The Illuminati The Missing Documentaries Links Satanic 2011 part 1 of 2 new world order 2012





The Illuminati The Missing Documentaries Links LUCIFER 2011 part 2 of 2 New World Order 2012




Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 12 ธันวาคม 2554 22:17:52 น.
Counter : 1659 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog