Reward for Obedience : รางวัลและพระพรของการเชื่อฟัง
พระวจนะของพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์และเป็นจริง ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า...

"คำของเราซึ่งออกไปจากปากของเราจะไม่กลับมาสู่เราเปล่า
แต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้ และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้นฉันนั้น"

อิสยาห์/Isaiah 55:11


พระเจ้าทรงสร้างเรา ให้แนวทางในการดำเนินชีวิตผ่านพระบัญญัติ 10 ประการ หรือ The Ten Commamment : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=24-10-2009&group=1&gblog=30



พระบัญญัติของพระองค์ทุกข้อนั้นมีความสำคัญมากในการเป็นแนวทางหรือลายแทงหรือเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเมื่อพระเยซูทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์นั้นและมีพันธสัญญาใหม่เกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องการทรงไถ่ของพระองค์ เราผู้ถูกสร้างก็ต้องไม่ทิ้งคำสอนเดิมของพระองค์

พระองค์ทรงเน้นย้ำอย่างมากในเรื่องการห้ามไหว้รูปเคารพ และทรงเน้นย้ำให้เราทั้งหลายถือรักษาวันสะบาโตซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงเลือกไว้ให้เป็นวันบริสุทธิ์ และพระองค์ยังหมายไว้ว่าวันสะบาโตคือเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาระหว่างพระองค์กับพวกเรา และพระองค์ยังได้ให้สัญญาไว้ว่าจะอวยพระพรให้สำหรับผู้ที่เชื่อฟังและวางใจในพระองค์อย่างแท้จริงด้วย


เลวีนิติ/ Leviticus 26

พระราชบัญญัติต่างๆเรื่องวันสะบาโตและรูปเคารพ

26:1 "เจ้าทั้งหลายอย่ากระทำรูปเคารพหรือรูปแกะสลักสำหรับตัว หรือตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์ และเจ้าทั้งหลายอย่าตั้งสิ่งใดๆที่เป็นรูปสัณฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยศิลาไว้ในแผ่นดินของเจ้า เพื่อแก่การกราบไหว้ เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า
26:2 เจ้าจงถือรักษาสะบาโตทั้งหลายของเรา และแสดงความเคารพต่อสถานบริสุทธิ์ของเรา เราคือพระเยโฮวาห์

โปรดดูเพิ่มเติม:
1. http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=07-10-2009&group=1&gblog=16
2. http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=13-10-2009&group=1&gblog=21



เลวีนิติ/ Leviticus 26

พระพรสำหรับคนที่ประพฤติชอบธรรม

26:3 ถ้าเจ้าทั้งหลายดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเราและรักษาบัญญัติของเราและกระทำตาม*****
26:4 เราจะประทานฝนตามฤดูแก่เจ้า และแผ่นดินจะเกิดพืชผลและต้นไม้ในทุ่งจะบังเกิดผล (หมายความว่าพระองค์จะกระทำให้เราทำมาค้าขึ้น)
26:5 และเวลานวดข้าวจะเนิ่นนานถึงฤดูเก็บผลองุ่น และฤดูเก็บผลองุ่นจะเนิ่นนานไปถึงฤดูหว่าน และเจ้าจะรับประทานอาหารอย่างอิ่มหนำ และอยู่ในแผ่นดินของเจ้าอย่างปลอดภัย (พระองค์จะทรงดูแลเราทั้งในเรื่องอาหารการกินและให้เราอยู่อย่างปลอดภัย)
26:6 เราจะให้มีความสงบสุขในแผ่นดิน เจ้าทั้งหลายจะนอนลง และไม่มีผู้ใดที่จะทำให้เจ้ากลัว เราจะกำจัดสัตว์ร้ายจากแผ่นดินและดาบจะไม่ผ่านแผ่นดินของเจ้าเลย (ดูแลรักษาความปลอดภัยให้เรา)
26:7 เจ้าจะขับไล่ศัตรูของเจ้า และเขาทั้งหลายจะล้มลงต่อหน้าเจ้าด้วยดาบ
26:8 พวกเจ้าห้าคนจะขับไล่ศัตรูร้อยคนและพวกเจ้าร้อยคนจะขับไล่ศัตรูหมื่นคนให้กระจัดกระจายไป และศัตรูของเจ้าจะล้มลงด้วยดาบต่อหน้าเจ้า (ต่อสู้กับศัตรูแทนเราหรือทรงนำเราและเป็นกำลังให้เราในการขับไล่ศัตรูไปให้พ้น)
26:9 เพราะเราจะคิดถึงเจ้า จะกระทำให้เจ้ามีลูกดกและทวีมากขึ้น และตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้า
26:10 เจ้าจะได้รับประทานของที่สะสมไว้นาน และเจ้าจะต้องเอาของเก่าออกไปเพราะเหตุของใหม่นั้น(พระพรจะหลั่งไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสาย)
26:11 และเราจะตั้งพลับพลาของเราไว้ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย และจิตใจของเราจะไม่เกลียดเจ้า (พระองค์จะทรงรักเรานิรันดร์)
26:12 เราจะดำเนินในหมู่พวกเจ้า และจะเป็นพระเจ้าของเจ้า และเจ้าจะเป็นพลไพร่ของเรา (พระองค์จะทรงสถิตอยู่ด้วยกับเราตลอดเวลา)
26:13 เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อเจ้าจะมิได้เป็นทาสของเขา เราได้หักคานแอกของเจ้าออกเสีย เพื่อให้เจ้ายืนตัวตรงได้ (พระองค์จะทรงปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของความบาปทั้งสิ้นหรือปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของผีมารซาตาน)


และอีกบันทึกหนึ่งของพระพันธสัญญาเรื่องพระพรสำหรับการเชื่อฟัง...

เฉลยธรรมบัญัติ/Deuteronomy 28

คนที่เชื่อฟังพระเจ้าจะได้รับพระพรยิ่งใหญ่

28:1 "ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และหมั่นปฏิบัติตามบรรดาพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้า(โมเสส)บัญชาท่านในวันนี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก
28:2 บรรดาพระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน
28:3 ท่านทั้งหลายจะรับพระพรในเมือง ท่านทั้งหลายจะรับพระพรในทุ่งนา(อยู่ที่ไหนก็มีพระพร)
28:4 ผลแห่งตัวของท่าน ผลแห่งพื้นดินของท่านและผลแห่งสัตว์ของท่านจะรับพระพร คือฝูงวัวของท่านที่เพิ่มขึ้น ฝูงแกะของท่านที่เพิ่มลูกขึ้น
28:5 กระจาดของท่าน และรางนวดแป้งของท่านจะรับพระพร
28:6 ท่านจะรับพระพรเมื่อท่านเข้ามา และท่านจะรับพระพรเมื่อท่านออกไป
28:7 พระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ศัตรูผู้ลุกขึ้นต่อสู้ท่านพ่ายแพ้ต่อหน้าท่าน เขาจะออกมาต่อสู้ท่านทางหนึ่ง และหนีให้พ้นหน้าท่านเจ็ดทาง
28:8 พระเยโฮวาห์จะทรงบัญชาพระพรให้แก่ยุ้งฉางของท่าน และบรรดากิจการที่มือท่านกระทำ และพระองค์จะทรงอำนวยพระพรแก่ท่านในแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน
28:9 พระเยโฮวาห์จะทรงตั้งท่านให้เป็นชนชาติบริสุทธิ์แด่พระองค์ ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณแก่ท่านแล้ว ถ้าท่านรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และดำเนินในพระมรรคาของพระองค์
28:10 และชนชาติทั้งหลายในโลกจะเห็นว่าเขาเรียกท่านตามพระนามพระเยโฮวาห์ และเขาทั้งหลายจะเกรงกลัวท่าน
28:11 พระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลแห่งตัวของท่าน ผลของฝูงสัตว์ของท่าน และผลแห่งพื้นดินของท่าน ในแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษว่าจะให้ท่าน
28:12 พระเยโฮวาห์จะทรงเปิดคลังฟ้าอันดีของพระองค์ ประทานฝนแก่แผ่นดินของท่านตามฤดูกาล และทรงอำนวยพระพรแก่กิจการน้ำมือของท่าน และท่านจะให้ประชาชาติหลายประชาชาติขอยืม แต่ท่านจะไม่ขอยืมเขา
28:13 ถ้าท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ และระวังที่จะกระทำตาม พระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ท่านเป็นหัว ไม่ใช่เป็นหาง กระทำให้สูงขึ้นทางเดียว มิใช่ให้ต่ำลง
28:14 และท่านจะไม่หันเหไปจากถ้อยคำซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ โดยหันไปทางขวามือหรือทางซ้าย ไปติดตามปรนนิบัติพระอื่น

เหล่านี้เป็นพระพรฝ่ายกายเมื่อเรายังดำรงชีวิตบนแผ่นดินโลก กล่าวโดยสรุปก็คือว่า พระองค์จะกระทำให้ชีวิตของเราเป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์ดังที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า..

"... เหตุฉะนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ
เหมือนอย่างพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ"

มัทธิว/Matthew5:48







พระเยซูคริสต์นั้นเป็นตัวอย่างของการเชื่อฟังและความสมบูรณ์แบบ ดังมีบันทึกอยู่ในพระธรรมฮีบรู

"... ฝ่ายพระเยซู ขณะเมื่อพระองค์ดำรงอยู่ในเนื้อหนังนั้น พระองค์ได้ถวายคำอธิษฐาน
และทูลวิงวอนด้วยทรงกันแสงมากมายและน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้า
ผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้
และพระเจ้าได้ทรงสดับเพราะพระองค์นั้นได้ยำเกรง
ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตร พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะนอบน้อมยอมเชื่อฟัง
โดยความทุกข์ลำบากที่พระองค์ได้ทรงทนเอา
และเมื่อทรงถูกทำให้เพียบพร้อมทุกประการแล้ว
พระองค์ก็ทรงกลายเป็นผู้จัดความรอดนิรันดร์สำหรับคนทั้งปวงที่เชื่อฟังพระองค์"
ฮีบรู/Hebrew 5:7-9



ขอให้เรามาพิจารณาในเรื่องการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเชื่อฟังพอสังเขป ดูว่าเราได้ปฏิบัติตัวถูกต้องในแนวทางของพระองค์หรือยัง...

"เราจะมั่นใจได้ว่าเรารู้จักพระองค์โดยข้อนี้
คือถ้าเรารักษาพระบัญญัติของพระองค์
คนใดที่กล่าวว่า "ข้าพเจ้ารู้จักพระองค์" แต่มิได้รักษาพระบัญญัติของพระองค์
คนนั้นก็เป็นคนพูดมุสา และความจริงไม่ได้อยู่ในคนนั้นเลย

แต่ผู้ใดที่รักษาพระวจนะ(หมายถึงพระบัญญัติ)ของพระองค์ ความรักของพระเจ้าก็สมบูรณ์อยู่ในคนนั้นอย่างแท้จริง
ด้วยอาการอย่างนี้แหละเราทั้งหลายจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์
ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระเยซูทรงดำเนินนั้นด้วย
"
1 ยอห์น/ 1 John 2:3-5



" ท่านทั้งหลายจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้า
และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน
แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้แก่ท่าน"

มัทธิว/Matthew 6:33


Note: "จงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์" หมายความว่าให้เราเชื่อฟัง และปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ เฝ้าอธิษฐานวิงวอนต่อพระองค์ มีพระองค์เป็นศูนย์กลางของชีวิต เป็นพยานฝ่ายพระองค์และขอบพระคุณพระองค์ในทุกกรณี กล้าบอกใครๆว่าเราติดตามพระองค์โดยวางใจในพระองค์และไม่ใส่ใจในคำเยาะเย้ยของคนบาป (ผู้ใดจะรับเรา(พระเยซู)ต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ด้วย แต่ผู้ใดจะปฏิเสธเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะปฏิเสธผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ด้วย: มัทธิว 10:32-33) อดทนและมั่นคงในความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เมื่อเราผ่านช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ(การทดลองต่างๆ ที่มารซาตานพยายามจะดึงเราออกจากพระเจ้าอีก)แล้วทุกอย่างที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ก็จะปรากฎเป็นจริง
**** ผู้เรียบเรียงพบแล้วว่าเป็นจริง...ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่แสวงหาพระองค์อย่างสุดหัวใจ ขอให้ท่านพบชีวิตที่ครบบริบูรณ์ในไม่ช้า ขอพระเจ้าทรงเป็นกำลัง และเป็นสติปัญญาให้แก่ท่านด้วยเถิด และขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่าพระองค์ทรงมองเห็นเราตลอดเวลา เพราะพระองค์ตรัสไว้แล้วว่า..." เราจับตาดูทางทั้งปวงของเขา ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากเรา.." เยเรมีย์/Jeremiah 16:17 และ ....."พระเนตรของพระเยโฮวาห์อยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี " สุภาษิต/Proverb 15:3



และต่อไปนี้จะเป็นพระพรของการเชื่อฟังเมื่อเราละจากร่างกายนี้ไปแล้ว หรือถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาในครั้งที่สอง....


"...ผู้เลือกทำสิ่งที่เราพอใจ และยึดมั่นในพันธสัญญาของเรา
เราจะมอบอนุสรณ์และชื่อที่อยู่ภายในวิหารและภายในกำแพงวิหารของเราแก่เขา.....
เราจะให้ชื่อนิรันดร์แก่เขาทั้งหลายซึ่งจะไม่ตัดออกเลย"

อิสยาห์/Isaiah 56:4-5



อิสยาห์/Isaiah 56

56:6 และคนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระเยโฮวาห์ ปรนนิบัติพระองค์และรักพระนามของพระเยโฮวาห์ และเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกคนผู้รักษาวันสะบาโต และมิได้เหยียดหยาม และยึดพันธสัญญาของเรามั่นไว้
56:7 คนเหล่านี้เราจะนำมายังภูเขาบริสุทธิ์(หมายถึงแผ่นดินสวรรค์)ของเรา และกระทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเรา เครื่องเผาบูชาของเขาและเครื่องสักการบูชาของเขา จะเป็นที่โปรดปรานบนแท่นบูชาของเรา เพราะนิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐาน สำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย"
56:8 องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงรวบรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจาย ตรัสว่า "เราจะรวบรวมคนอื่นมาไว้กับเขา นอกจากคนเหล่านั้นที่ได้รวบรวมไว้แล้ว"



"ผู้ใดมีชัยชนะและถือรักษากิจการ(บัญญัติ)ของเราไว้จนถึงที่สุด
`เราจะให้ผู้นั้นมีอำนาจครอบครองบรรดาประชาชาติ"

วิวรณ์/Revelation 2:26







"ผู้ใดมีชัยชนะ เราจะกระทำให้ผู้นั้นเป็นเสาในพระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา
และผู้นั้นจะไม่ออกไปภายนอกอีกเลย
และเราจะจารึกพระนามพระเจ้าของเราไว้ที่ผู้นั้น
และชื่อเมืองของพระเจ้าของเรา คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่
ที่ลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา
และเราจะจารึกนามใหม่ของเราไว้ที่ผู้นั้นด้วย"

วิวรณ์ 3:12






วิวรณ์/Revelation 7

7:14 ....."คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดกจนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด
7:15 เพราะเหตุนั้นเขาทั้งหลายจึงได้อยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า และปรนนิบัติพระองค์ในพระวิหารของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน และพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งจะสถิตอยู่ท่ามกลางเขาเหล่านั้น
7:16 พวกเขาจะไม่หิวกระหายอีกเลย แสงแดดและความร้อนจะไม่ส่องต้องเขาอีกต่อไป
7:17 เพราะว่าพระเมษโปดกผู้ทรงอยู่กลางพระที่นั่งนั้นจะทรงเลี้ยงดูเขาไว้ และจะทรงนำเขาไปให้ถึงน้ำพุแห่งชีวิต และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากตาของเขาเหล่านั้น"


วิวรณ์/Revelation 15

15:2 ข้าพเจ้าเห็นเป็นเหมือนทะเลแก้วปนไฟ และบรรดาคนที่มีชัยต่อสัตว์ร้าย และรูปของมัน และเครื่องหมายของมัน และเลขประจำชื่อของมัน ยืนอยู่บนทะเลแก้วนั้น พวกเขาถือพิณเขาคู่ของพระเจ้า
15:3 เขาร้องเพลงของโมเสส ซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และเพลงของพระเมษโปดกว่า "ข้าแต่พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด พระราชกิจของพระองค์ใหญ่ยิ่งและมหัศจรรย์นัก ข้าแต่องค์พระมหากษัตริย์แห่งวิสุทธิชนทั้งปวง วิถีทางทั้งหลายของพระองค์ยุติธรรมและเที่ยงตรง
15:4 โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มีผู้ใดบ้างที่จะไม่ยำเกรงพระองค์ และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ประชาชาติทั้งปวงจะมานมัสการจำเพาะพระพักตร์พระองค์ เพราะว่าการพิพากษาของพระองค์ปรากฏแจ้งแล้ว"




วิวรณ์/Revelation 19

การเลี้ยงสมรสอันวิเศษของพระเมษโปดก

19:7 ขอให้เราทั้งหลายร่าเริงยินดีและถวายพระเกียรติแด่พระองค์ เพราะว่าถึงเวลามงคลสมรสของพระเมษโปดกแล้ว และมเหสีของพระองค์ได้เตรียมตัวพร้อมแล้ว
19:8 และทรงโปรดให้เธอสวมผ้าป่านเนื้อละเอียด สะอาดและขาว เพราะผ้าป่านเนื้อละเอียดนั้นเป็นความชอบธรรมของพวกวิสุทธิชน"
19:9 และทูตสวรรค์องค์นั้นสั่งข้าพเจ้าว่า "จงเขียนไว้เถิดว่า ความสุขมีแก่คนทั้งหลายที่ได้รับเชิญมาในการมงคลสมรสของพระเมษโปดก" และท่านบอกข้าพเจ้าว่า "ถ้อยคำเหล่านี้เป็นพระดำรัสแท้ของพระเจ้า"


วิวรณ์/Revelation 20

การฟื้นขึ้นของคริสเตียนเพื่อครอบครองร่วมกับพระคริสต์

20:4 ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น ทรงมอบให้เป็นผู้ที่จะพิพากษา และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ เพราะเป็นพยานของพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า และเป็นผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน และไม่ได้รับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี
20:5 แต่คนอื่นๆที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก
20:6 ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์ ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี




วิวรณ์/Revelation 21

เยรูซาเล็มแห่งสวรรค์ลอยลงมาจากพระเจ้า

21:1 ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว
21:2 ข้าพเจ้า คือยอห์น ได้เห็นเมืองบริสุทธิ์ คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากพระเจ้าและจากสวรรค์ กรุงนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี

Note: ผู้เชื่อฟังและดำเนินชีวิตในพระคริสต์ทุกคนคือเจ้าสาวของพระคริสต์




วิวรณ์/Revelation 21

พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์และสิ่งสารพัดถูกสร้างขึ้นใหม่

21:3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากสวรรค์ว่า "ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา และจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา
21:4 พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว"
21:5 พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า "ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่" และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์จริงและสัตย์ซื่อ"
21:6 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย
21:7 ผู้ใดมีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งสารพัดเป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา

**โปรดสังเกตว่าในพระคัมภีร์ใช้คำว่า "ผู้ใดมีชัยชนะ" อยู่บ่อยๆ นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราทั้งหลายกำลังอยู่ในสนามการต่อสู้ขับเคี่ยวอย่างดุเดือด ซึ่งเป็นการต่อสู้ฝ่ายวิญญาณ เพื่อให้ได้รับชัยชนะจากสงครามนี้ โปรดสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดให้พร้อมอยู่เสมอ (เอเฟซัส 6:10-18)




วิวรณ์/Revelation 21

พระเจ้าสถิตอยู่กับมนุษย์ ประตูเมืองสวรรค์จะไม่ปิดเลย

21:22 ข้าพเจ้าไม่เห็นมีพระวิหารในเมืองนั้นเลย เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด และพระเมษโปดกทรงเป็นพระวิหารในเมืองนั้น
21:23 เมืองนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะว่าสง่าราศีของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของเมืองนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นความสว่างของเมืองนั้น
21:24 บรรดาประชาชาติที่รอดแล้วจะเดินไปในท่ามกลางแสงสว่างของเมืองนั้น และบรรดากษัตริย์ในแผ่นดินโลกจะนำสง่าราศีและเกียรติของตนเข้ามาในเมืองนั้น
21:25 ประตูเมืองทุกประตูจะไม่ปิดเลยในเวลากลางวัน ด้วยว่าจะไม่มีเวลากลางคืนในเมืองนั้นเลย
21:26 และคนทั้งหลายจะนำสง่าราศีและเกียรติของบรรดาประชาชาติเข้ามาในเมืองนั้น
21:27 สิ่งใดที่เป็นมลทิน หรือผู้ใดก็ตามที่กระทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน หรือพูดมุสาจะเข้าไปในเมืองไม่ได้เลย เว้นแต่เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้


อิสยาห์ 11 / Isaiah 11

บรรดาสัตว์แห่งโลกนี้จะอยู่เย็นเป็นสุขกับมนุษยชาติ
11:6 สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ และเสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ ลูกวัวกับสิงโตหนุ่มกับสัตว์อ้วนพีจะอยู่ด้วยกัน และเด็กเล็กๆจะนำมันไป

Animal World at Peace with Mankind
11:6 The wolf also shall dwell with the lamb, and the leopard shall lie down with the kid; and the calf and the young lion and the fatling together; and a little child shall lead them.


11:7 แม่วัวกับหมีจะกินด้วยกัน ลูกของมันก็จะนอนอยู่ด้วยกัน และสิงโตจะกินฟางเหมือนวัวผู้

11:7 And the cow and the bear shall feed; their young ones shall lie down together: and the lion shall eat straw like the ox.

11:8 และทารกกินนมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า และเด็กที่หย่านมจะเอามือวางบนรังของงูทับทาง

11:8 And the sucking child shall play on the hole of the asp, and the weaned child shall put his hand on the cockatrice' den.

11:9 สัตว์เหล่านั้นจะไม่ทำให้เจ็บหรือจะทำลายทั่วภูเขาอันบริสุทธิ์ของเรา เพราะว่าแผ่นดินโลกจะเต็มไปด้วยความรู้เรื่องของพระเยโฮวาห์ ดั่งน้ำปกคลุมทะเลอยู่นั้น

11:9 They shall not hurt nor destroy in all my holy mountain: for the earth shall be full of the knowledge of the LORD, as the waters cover the sea.



วิวรณ์/Revelation 22

แม่น้ำแห่งชีวิตและต้นไม้แห่งชีวิต

22:1 ท่านได้ชี้ให้ข้าพเจ้าดูแม่น้ำบริสุทธิ์ที่มีน้ำแห่งชีวิต ใสเหมือนแก้วผลึก ไหลออกมาจากพระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก
22:2 ท่ามกลางถนนในเมืองนั้นและริมแม่น้ำทั้งสองฟากมีต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งออกผลสิบสองชนิด ออกผลทุกๆเดือน และใบของต้นไม้นั้นสำหรับรักษาบรรดาประชาชาติให้หาย
22:3 จะไม่มีการสาปแช่งใดๆอีกต่อไป พระที่นั่งของพระเจ้าและของพระเมษโปดกจะตั้งอยู่ในเมืองนั้น และบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์จะปรนนิบัติพระองค์
22:4 เขาเหล่านั้นจะเห็นพระพักตร์พระองค์ และพระนามของพระองค์จะประทับอยู่ที่หน้าผากเขา
22:5 กลางคืนจะไม่มีที่นั่น เขาไม่ต้องการแสงเทียนหรือแสงอาทิตย์ เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าทรงประทานแสงสว่างแก่เขา และเขาจะครอบครองอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์
22:6 และทูตสวรรค์องค์นั้นบอกข้าพเจ้าว่า "ถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง และองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งพวกศาสดาพยากรณ์อันบริสุทธิ์ ได้ทรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์สำแดงแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ถึงเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า"

22:14 คนทั้งหลายที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็เป็นสุข เพื่อว่าเขาจะได้มีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต และเพื่อเขาจะได้เข้าไปในเมืองนั้นโดยทางประตู


การชวนเชิญครั้งสุดท้ายของพระคัมภีร์ต่อคนบาป

22:17 พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินกล่าวว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย




SAVED BY THE HAND OF GOD!!
CONFESS AND SUBMIT OUR HEART TO HIM, OUR LORD; JESUS CHRIST
FOLLOW HIS PATH, HONEST AND BELIEF IN HIM
PRAISE THE LORD, HALLELUJAH!!!





Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 ธันวาคม 2554 11:44:51 น.
Counter : 2480 Pageviews.

A Calling from God : เสียงเรียกจากพระผู้สร้าง
"มวลมนุษย์ทั่วแผ่นดินโลกเอ๋ย
จงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอด
เพราะเราเป็นพระเจ้า และไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก"

อิสยาห์ 45:22



"....จงมีความกระตือรือร้น และกลับใจเสียใหม่"
วิวรณ์/Revelation 3:19



"เชิญมารับประทานขนมปังของเรา
และดื่มน้ำองุ่นที่เราได้ประสมไว้
จงทิ้งวิถีที่อ่อนต่อโลกของเจ้า แล้วเจ้าจะมีชีวิตอยู่
จงดำเนินในวิถีแห่งความเข้าใจนั้นเถิด"
:
ความยำเกรงพระเยโฮวาห์เป็นที่เริ่มต้นของปัญญา
การรู้จักองค์บริสุทธิ์ทำให้เกิดความเข้าใจ
เนื่องจากเรา วันเวลาของเจ้าจะยืนยาว
และปีเดือนแห่งชีวิตของเจ้าจะเพิ่มพูน
ถ้าเจ้าฉลาด สติปัญญาของเจ้าจะให้บำเหน็จแก่เจ้า
แต่ถ้าเจ้าเยาะเย้ย เจ้าก็จะทนทุกข์ตามลำพัง"

สุภาษิต 9:5-6,10-12


Note: เชิญมารับประทานขนมปังของเรา และดื่มน้ำองุ่นที่เราได้ประสมไว้
** รับประทานขนมปัง หมายถึงการศึกษาใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้าหรือศึกษาพระคัมภีร์
** ดื่มเหล้าองุ่นที่พระเจ้าประสมไว้ เหล้าองุ่นที่พระเยซูกล่าวถึงนั้นคือพันธสัญญาใหม่ หมายความว่า ให้เราดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ ตามแบบอย่างของการเชื่อฟัง ตามแบบอย่างของความรักของพระองค์




วิวรณ์/Revelation 3
พระคริสต์ทรงเคาะประตูใจของแต่ละคน
3:20 ดูเถิด เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเรา และเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้น และจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา
3:21 ผู้ใดมีชัยชนะ(หมายถึงชัยชนะเหนือการล่อลวงของผีมารซาตาน หรือชนะใจตนเอง ใจบาปเพราะเราเกิดมาในความบาปและเราก็ที่อยู่ในความบาป) เราจะให้ผู้นั้นนั่งกับเราบนพระที่นั่งของเรา เหมือนกับที่เรามีชัยชนะแล้ว และได้นั่งกับพระบิดาของเราบนพระที่นั่งของพระองค์


3:11 ดูเถิด เราจะมาโดยเร็ว จงยึดมั่นในสิ่งที่เจ้ามี เพื่อไม่ให้ผู้ใดชิงเอามงกุฎของเจ้าไปได้
3:12 ผู้ใดมีชัยชนะ เราจะกระทำให้ผู้นั้นเป็นเสาในพระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา และผู้นั้นจะไม่ออกไปภายนอกอีกเลย และเราจะจารึกพระนามพระเจ้าของเราไว้ที่ผู้นั้น และชื่อเมืองของพระเจ้าของเรา คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ที่ลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา และเราจะจารึกนามใหม่ของเราไว้ที่ผู้นั้นด้วย

Note: โปรดสังเกตว่าพระเจ้าทรงเน้นย้ำให้เราเอาชนะมารซาตานหรือชนะใจที่ดื้อด้านของเรา ใจที่มืดบอดมองไม่เห็นพระเจ้า ใจที่เยาะเย้ยเรื่องราวของพระเจ้า ใจที่ถูกครอบงำด้วยเจ้าโลกคือซาตาน(Satan/Lucifer)และลูกสมุนของมัน(Demons) ใจที่คอยระแวงสงสัยว่าคนอื่นจะว่าเราบ้า

ก็จะสนใจไปทำไมล่ะ!! ในเมื่อชีวิตของเรา เราเองแต่ละคนที่จะต้องรับผิดชอบ พระเจ้าเตือนเราแล้ว พระองค์เองเป็นเจ้าของทั้งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก เป็นผู้เขียนกฎบัญญติให้เราเดินตาม และพระองค์ก็ให้อิสระแก่เราในการเลือกเดินด้วย พระเจ้าไม่เคยบังคับใคร



**เลือกถูกและดำเนินชีวิตถูก สุดท้ายก็ไปเป็นสุขมีชีวิตนิรันดร์ในแผ่นดินสวรรค์

**เลือกผิดและดำเนินชีวิตผิดก็ไปมีวิญญาณนิรันดร์ในนรก

แท้จริง พระผู้สร้าง ไม่ได้มีพระประสงค์ที่จะสร้างมนุษย์มาให้ดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หรือปล่อยให้เราอยู่อย่างอดๆอยากๆ ที่เป็นอย่างนั้นเป็นผลมาจากฝีมือของเจ้าวิญญาณมืดดำที่เรามองไม่เห็นทั้งนั้น แม้การมีศัตรูที่มองเห็นเป็นตัวเป็นตนก็แย่พอเพียงแล้ว และจะแย่มากกว่านั้นสักเพียงใดที่เรายังมีศัตรูตัวฉกาจที่มองไม่เห็นตัวอีกด้วย

แท้ที่จริงนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีแผนการไว้ให้ทุกๆชีวิตที่พระองค์ทรงสร้างมาทีเดียว และพระองค์ทรงรัก เมตตาและอดทนนานต่อความบาปของมนุษย์มาช้านาน แต่เราทุกคนย่อมรู้ดีว่างานเลี้ยงย่อมมีการเลิกลา มีเริ่มต้น ก็มีตอนจบ ไม่แปลกหรอกที่ทำไมเราจึงลืมคิดเรื่องนี้ไป เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆในสังคมได้ชักจูงเราให้ออกนอกเส้นทางของพระเจ้ามาตั้งแต่วันแรกที่เราลืมตามมาดูโลกแล้ว เมื่อเติบโตมาก็ถูกหล่อหลอม ล่อลวงให้เราคุ้นเคยในความบาปต่างๆนาๆ จนเราเองก็ไม่รู้จักความจริง(The Truth)ของสรรพสิ่งและหลายสิ่งหลายอย่างนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง แต่มีการถูกสร้างขึ้นมา และก็มีผู้สร้างที่แท้จริงด้วย




...และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็บ้านเราเมืองเรานั้นดูจะเป็นปลายแถวซะจริงๆ รับเอาของเทียมเท็จมาเต็มๆเลยล่ะ ของเทียมเท็จแปลกปลอมที่มาจากอิยิปต์โบราณที่พวกเขาบูชาซาตานนั่น!! กลายพันธุ์มาเรื่อย จนยากที่จะสืบสาวราวเรื่องไปถึงต้นตอ สาวไปยังไงก็สาวไม่ถึงซะที เพราะมีกำแพงด้านภาษามาขวางกั้นอยู่ จนหลายต่อหลายชั่วอายุคนเลือกที่จะเลิกสนใจหรืออาจนึกไม่ถึงเลยก็อาจเป็นได้

เราทั้งหลายจึงเปรียบเสมือนลูกแกะที่หลงหายไปจากผู้เลี้ยงที่แท้ หลงหายไปจากบ้านแท้ของเรา หลงหายไปจากต้นกำเนิดของเราคือพระผู้ทรงสร้างทุกชีวิตในแผ่นดินโลก ชีวิตจึงเต็มไปด้วยความทุกข์ยาก ความสับสน ความยากลำบาก และเต็มไปด้วยสารพัดบาป หาทางออกไม่เจอ เจอแต่ทางตัน ชีวิตตกอยู่ในความมืด สิ้นหวัง ไร้กำลัง สิ้นหนทาง.... แม้ว่าลึกๆในใจของเราก็รู้กันว่ามีพระเจ้าอยู่.....อย่าปฏิเสธเลย เพราะพระเจ้าได้ใส่เรื่องของพระองค์ไว้ในจิตใจมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาอยู่แล้ว ดังที่มีบันทึกในพระธรรมฮีบรู/Hebrew 10:16 ว่า

"นี่คือพันธสัญญาซึ่งเราจะกระทำกับเขาทั้งหลายภายหลังสมัยนั้น"
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส "เราจะบรรจุราชบัญญัติของเราไว้ในจิตใจ
ของเขาทั้งหลาย และจะจารึกมันไว้ที่ในดวงใจของเขาทั้งหลาย"


แม้กระนั้น เราทั้งหลายก็ถูกสิ่งล่อลวงต่างๆครอบงำจิตใจของเรา จนเราหลงลืมและไม่ใส่ใจที่จะนึกถึงพระองค์ผู้ทรงสร้าง และเราต่างก็มีชีวิตอยู่อย่างคุ้นเคยในความมืดบอด(มืดบอดฝ่ายวิญญาณ)ทั้งที่ตาเนื้อของเราปกติดี เราดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้การครอบครองและครอบงำของบรรดาผีมารซาตาน ผีร้ายวิญญาณชั่วไปโดยปริยาย แทบทุกอย่างในชีวิตของเรานั้นเราอยู่ในความบาปทั้งสิ้น ทั้งที่ชัดเจนและอำพราง เพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์มาให้มีความผูกพันกับผู้สร้าง เมื่อเราหลงลืมผู้สร้าง ชีวิตของเราจึงมีแต่ความว่างเปล่า รู้สึกถึงการโหยหาตลอดเวลา จนบางครั้งก็ไม่รู้ว่าหาอะไร มันไม่อิ่มในจิตใจซะที แม้บางคนที่ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองมากมายก็ตาม แต่ลึกๆนั้น เขาก็ยังรู้สึกถึงการขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดในชีวิตอยู่ตลอดเวลา คนเราจึงต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทนส่วนนั้นในจิตใจของเรา จึงหันไปพึ่งศาสนาต่างๆ ไหว้รูปเคารพ ดูดวงโชคชะตาราศี ไหว้ผี ทรงเจ้าพ่อเจ้าแม่ต่างๆนาๆ ฯลฯ การกระทำเหล่านี้ยิ่งทำให้เราห่างไกลจากพระผู้สร้างมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใดที่ฝักใฝ่ในการค้นหาความจริงด้วยหัวใจจริงๆแล้ว พระเจ้าทรงมองเห็น เพราะพระองค์ทรงตรวจดูจิตใจมนุษย์ทุกคนดังบันทึกไว้ในพระคัมภีร์

"เราคือพระเยโฮวาห์ตรวจค้นดูจิต และทดลองดูใจ
เพื่อให้แก่ทุกคนตามพฤติการณ์ของเขา
ตามผลแห่งการกระทำของเขา"

เยเรมีย์/Jeremiah 17:10


อ่านเพิ่มเติม:http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=26-10-2009&group=1&gblog=32


เอาล่ะ เราทั้งหลายยังคงมีความหวัง เพราะพระเจ้าทรงตรัสไว้ว่า...
"คนที่เสาะหาเรา ก็พบเรา
เมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสุดหัวใจของเจ้า"

สุภาษิต 8:17, เยเรมีย์/Jeremiah 29:13


พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ และทำให้เป็นไปตามพระวจนะของพระองค์จริงๆ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่พบพระองค์อย่างแท้จริงแล้ว สรรเสริญพระเจ้า!!!




พระเยซูคริสต์นั้นทรงเชิญชวนให้เราทุกคนกลับมาหาพระองค์และพักสงบอยู่ในพระองค์ เพราะพระองค์นั้นทรงทราบดีว่าเราทั้งหลายที่เป็นมนุษย์ดำเนินชีวิตในโลกของความบาปนั้น นั้นมีชีวิตที่ตกอยู่ในความทุกข์ยากเพียงใด บ้างก็ทุกข์ทรมานทางร่างกายจากความเจ็บป่วย บ้างก็ตกอยู่ในความทุกข์ทางจิตใจ บ้างก็ทั้งทางร่างกายและจิตใจ...


การเชื้อเชิญที่ยิ่งใหญ่
" บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา
และเราจะให้ท่านพักสงบ
จงรับแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนรู้จากเรา
เพราะว่าเราสุภาพและถ่อมใจ
แล้วจิตวิญญาณของท่านจะพักสงบ
เพราะแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา"

มัทธิว/Matthew 11:28-30



"บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา
และเราจะให้ท่านพักสงบ"
...หมายความว่าให้เรากลับมาหาพระองค์ด้วยหัวใจแห่งการเชื่อฟังพระองค์และอธิษฐานมอบวางภาระทั้งหมดทั้งสิ้นที่มีอยู่ในชีวิตของเราไว้ที่พระองค์ แล้วพระองค์เองจะเป็นผู้ดูแลทุกอย่างเอง คือเราต้องปล่อยจริงๆจากส่วนลึกในใจของเรา เชื่อมั่นในพระองค์อย่างสุดหัวใจ ไม่ต้องพยายามที่จะยึดสิ่งใดไว้ในใจ ให้ยอมศิโรราบต่อพระองค์ ยอมให้พระองค์Take over ชีวิตของเราไปเลย แล้วเมื่อเราไม่ต้องแบกภาระเองเราก็จะหายเหนื่อยและเป็นสุข

การมอบวางภาระทั้งสิ้นไว้ที่พระองค์ไม่ได้หมายความว่าเราจะมานั่งอยู่เฉยๆ เหมือนลูกนกรอแม่นกเอาอาหารมาหย่อนใส่ปาก แต่เมื่อเราอธิษฐานมอบวางภาระทุกอย่างไว้ที่พระเจ้าแล้ว เราก็ทำกิจการงานของเราไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปกังวลอะไร ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดและเต็มกำลังความสามารถที่เรามีด้วยคิดคำนึงในใจว่าพระองค์เป็นเจ้านายที่แท้จริงของเรา แล้วเราทำเพื่อถวายแด่พระองค์ด้วยจิตใจที่ชื่นชมยินดีในงานที่เราทำทุกอย่าง ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานที่ต่ำต้อยหรือเป็นงานในหน้าที่รับผิดชอบอันสูงส่งก็ตาม และพระองค์ทรงสัญญาว่า "จะให้เราจะหายเหนื่อยและเป็นสุข" (ผู้เรียบเรียงพบแล้วว่าเป็นจริงแน่นอน!!!)

"จงรับแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนรู้จากเรา เพราะว่าเราสุภาพและถ่อมใจ แล้วจิตวิญญาณของท่านจะพักสงบ เพราะแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา"....แอกของพระเยซูนั้นหมายถึงการดำเนินชีวิตในเส้นทางของพระเจ้า ถ่อมสุภาพ ถือปฏิบัติตามธรรมบัญญติ 10 ประการ และคำสอนอื่นๆของพระองค์ เช่น คำเทศนาบนภูเขาในมัทธิว 5, การเอื้อเฟื้อต่อผู้ขัดสน ในมัทธิว 6 เป็นต้น (ท่านสามารถศึกษาคำสอนของพระเยซูคริสต์ได้จาก 4 เล่มแรกของพระคัมภีร์ใหม่)

การรับแอกของพระเยซูนั้นเบาจริงๆ เพราะเราไม่ต้อง ไปซื้อดอกไม้ พวงมาลัย หรือต้องทำอาหารดีๆไปถวายพระเยซูเพราะพระองค์ไม่ต้องการแบบนั้น

พระองค์ต้องการเพียงจิตใจที่สัตย์ซื่อจากเรา จิตใจที่รักและยำเกรงพระองค์พระผู้สร้างของเราอย่างสุดหัวใจ จิตใจแห่งการเชื่อฟัง จิตใจแห่งการขอบพระคุณและถวายเกียรติแด่พระองค์สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา และการยอมมอบกายมอบชีวิตให้พระองค์เป็นผู้ดูแลเราทั้งหมดอย่างแท้จริง
โปรดดู:http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=14-10-2009&group=1&gblog=24


Note:
1. การคุกเข่าอธิษฐาน แสดงถึงความถ่อมใจและการยอมเชื่อฟังของผู้กระทำ เมื่อเราอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้า การคุกเข่าเป็นสิ่งที่สมควรกระทำอย่างยิ่ง
2. โปรดอย่ารู้สึกอับอายเลยที่จะต้องทำ เพราะว่าเป็นเรื่องระหว่างเราแต่ละบุคคลกับพระเจ้าของเรา พระองค์ก็ปรารถนาที่จะให้เราพบพระองค์แต่เพียงลำพังในสถานที่ที่มิดชิดส่วนตัว เพื่อว่าเราจะมีใจจดจ่อจำเพาะพระองค์เท่านั้นจริงๆและเพื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์จะได้ทำงานในชีวิตของเราอย่างเต็มที่
3. การพึ่งพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอจนต้องพึ่งผู้อื่น แต่หมายถึงการพึ่งพาอย่างถูกที่ถูกทางตามพระประสงค์ของพระผู้ทรงสร้าง และพระเยโฮวาห์พระเยซูคริสต์นั้นก็ไม่ใช่บุคคลอื่น พระองค์เป็นพ่อที่แท้จริงของเราทุกคน พ่อที่รักเราและปรารถนาที่จะให้เรามีชีวิตที่สมบูรณ์
4. เมื่อเราอ่อนแอ..พระองค์จะทรงกระทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แต่ถ้าเราอวดตัวว่าเราเข้มแข็งแล้วไม่พึ่งพาในพระองค์แต่กลับพึ่งตนเองหรือพึ่งพาความรู้ของตนเองเท่านั้น....เมื่อนั้นแหละที่เราอ่อนแอและจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ไปในที่สุด




พระผู้สร้างเรานั้นทรงรักและเมตตาพวกเราเสมอมา และอีกครั้งของการทรงเรียกที่ยิ่งใหญ่นั้น ปรากฎอยู่ใน..

พระธรรมอิสยาห์/Isaiah 55

55:1 "โอ เชิญทุกคนที่กระหายจงมาถึงน้ำ และผู้ที่ไม่มีเงินมาซื้อกินเถิด มาซื้อน้ำองุ่นและน้ำนมเถิด โดยไม่ต้องเสียเงินเสียค่า
55:2 ทำไมเจ้าจึงใช้เงินของเจ้าเพื่อของซึ่งไม่ใช่อาหาร และใช้ผลแรงงานซื้อสิ่งซึ่งมิให้อิ่มใจ จงเอาใจใส่ฟังเรา และรับประทานของดี และให้จิตใจปีติยินดีในไขมัน
55:3 เอียงหูของเจ้า และมาหาเรา จงฟัง เพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า คือความเมตตาอันแน่นอนของเราต่อดาวิด

55:6 จงแสวงหาพระเยโฮวาห์ เมื่อจะพบพระองค์ได้ จงทูลพระองค์ ขณะพระองค์ทรงอยู่ใกล้ (= จงแสวงหาพระเจ้า ขณะที่เรายังมีโอกาส หรือขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ เพราะว่าเราจะหมดสิทธิ์เลือกทันทีที่เราหมดลมหายใจ!!)
55:7 ให้คนชั่วละทิ้งทางของเขา และคนไม่ชอบธรรมสละความคิดของเขา ให้เขากลับยังพระเยโฮวาห์ เพื่อพระองค์จะทรงเมตตาเขา และยังพระเจ้าของเรา เพราะพระองค์จะทรงอภัยอย่างล้นเหลือ
55:8 เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้
55:9 "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น
55:10 เพราะฝนและหิมะลงมาจากฟ้าสวรรค์ และไม่กลับที่นั่น เว้นแต่รดแผ่นดินโลก กระทำให้มันบังเกิดผลและแตกหน่อ อำนวยเมล็ดแก่ผู้หว่านและอาหารแก่ผู้กินฉันใด
55:11 คำของเราซึ่งออกไปจากปากของเราจะไม่กลับมาสู่เราเปล่า แต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้ และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้นฉันนั้น
55:12 เพราะเจ้าจะออกไปด้วยความชื่นบาน และถูกนำไปด้วยสันติภาพ ภูเขาและเนินเขาจะเปล่งเสียงร้องเพลงข้างหน้าเจ้า และต้นไม้ทั้งสิ้นในท้องทุ่งจะตบมือของมัน
55:13 แทนต้นหนามใหญ่ ต้นสนสามใบจะงอกขึ้น แทนต้นหนามย่อย ต้นน้ำมันเขียวจะงอกขึ้นและแด่พระเยโฮวาห์ มันจะเป็นชื่อ เพื่อเป็นหมายสำคัญนิรันดร์ ซึ่งจะไม่ถูกตัดออกเลย"

ตอบสนองต่อการทรงเรียก โปรดดู:
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=23-10-2009&group=1&gblog=29







โปรดทราบ: เนื่องจากไม่มีการตัดต่อวิดีโอใหม่ จึงขอเรียนท่านผู้อ่านให้ทราบถึงภาพในเพลงนี้ที่ไม่ควรใช้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้เชื่อในพระเจ้า เป็นภาพพระอาทิตย์ในไม้กางเขนในช่วง 0.21 และ 0.35 นาที


MAY GOD BLESS ALL OF YOU






Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2552 12:36:16 น.
Counter : 2015 Pageviews.

The Beginning and The End of the Age: ปฐมกาลและอวสาน




ปฐมกาล/Genesis 1

การทรงสร้าง
1:1 ในเริ่มแรกนั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก
1:2 แผ่นดินโลกนั้นก็ปราศจากรูปร่างและว่างเปล่าอยู่ ความมืดอยู่เหนือผิวน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือผิวน้ำนั้น

วันที่หนึ่งปรากฏมีความสว่างเกิดขึ้น
1:3 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้มีความสว่าง" แล้วความสว่างก็เกิดขึ้น
1:4 พระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี และพระเจ้าทรงแยกความสว่างนั้นออกจากความมืด
1:5 พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่าวัน และพระองค์ทรงเรียกความมืดนั้นว่าคืน มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่หนึ่ง

วันที่สองมีเมฆปรากฏอยู่เหนือผิวน้ำนั้น
1:6 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้มีพื้นอากาศในระหว่างน้ำ และจงให้พื้นอากาศนั้นแยกน้ำออกจากน้ำ"
1:7 พระเจ้าทรงสร้างพื้นอากาศ และทรงแยกน้ำซึ่งอยู่ใต้พื้นอากาศจากน้ำซึ่งอยู่เหนือพื้นอากาศ ก็เป็นดังนั้น
1:8 พระเจ้าทรงเรียกพื้นอากาศว่าฟ้า มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สอง

วันที่สามปรากฏว่ามีทะเล แผ่นดินและพืชพันธุ์ต่างๆ
1:9 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้น้ำที่อยู่ใต้ฟ้ารวบรวมเข้าอยู่แห่งเดียวกัน และจงให้ที่แห้งปรากฏขึ้น" ก็เป็นดังนั้น
1:10 พระเจ้าทรงเรียกที่แห้งว่าแผ่นดิน และที่น้ำรวบรวมเข้าอยู่แห่งเดียวกันว่าทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
1:11 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้แผ่นดินเกิดต้นหญ้า ต้นผักที่มีเมล็ด และต้นไม้ที่ออกผลที่มีเมล็ดในผลตามชนิดของมันบนแผ่นดิน" ก็เป็นดังนั้น
1:12 แผ่นดินก็เกิดต้นหญ้า ต้นผักที่มีเมล็ดตามชนิดของมัน และต้นไม้ที่ออกผลที่มีเมล็ดในผลตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
1:13 มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สาม

วันที่สี่ปรากฏมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆ
1:14 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้มีดวงสว่างบนพื้นฟ้าอากาศเพื่อแยกวันออกจากคืน และเพื่อใช้เป็นหมายสำคัญ และที่กำหนดฤดู วันและปีต่างๆ
1:15 และจงให้เป็นดวงสว่างบนพื้นฟ้าอากาศเพื่อส่องสว่างบนแผ่นดินโลก" ก็เป็นดังนั้น
1:16 พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างใหญ่สองดวง ให้ดวงสว่างที่ใหญ่กว่านั้นครองกลางวัน และให้ดวงที่เล็กกว่าครองกลางคืน พระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วยเช่นกัน
1:17 พระเจ้าทรงตั้งดวงสว่างเหล่านี้ไว้บนพื้นฟ้าอากาศเพื่อส่องสว่างบนแผ่นดินโลก
1:18 เพื่อครองกลางวันและครองกลางคืน และเพื่อแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
1:19 มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สี่

วันที่ห้าปรากฏมีนกชนิดต่างๆและสัตว์ทะเลนานาชนิด
1:20 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้น้ำอุดมบริบูรณ์ไปด้วยสัตว์ที่มีชีวิตแหวกว่ายไปมา และให้มีนกบินไปมาบนพื้นฟ้าอากาศเหนือแผ่นดินโลก"
1:21 พระเจ้าได้ทรงสร้างปลาวาฬใหญ่ บรรดาสัตว์ที่มีชีวิตแหวกว่ายไปมาตามชนิดของมันเกิดขึ้นบริบูรณ์ในน้ำนั้น และบรรดาสัตว์ที่มีปีกตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
1:22 พระเจ้าได้ทรงอวยพรสัตว์เหล่านั้นว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น ให้น้ำในทะเลบริบูรณ์ไปด้วยสัตว์ และจงให้นกทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน"
1:23 มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่ห้า

วันที่หกปรากฏมีสัตว์บกและแมลงนานาชนิด
1:24 พระเจ้าตรัสว่า "จงให้แผ่นดินโลกเกิดสัตว์ที่มีชีวิตตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าบนแผ่นดินโลกตามชนิดของมัน" ก็เป็นดังนั้น
1:25 พระเจ้าได้ทรงสร้างสัตว์ป่าบนแผ่นดินโลกตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และบรรดาสัตว์ที่เลื้อยคลานบนแผ่นดินโลกตามชนิดของมัน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี

วันที่หกปรากฏมีชายหญิงคู่แรก
1:26 และพระเจ้าตรัสว่า "จงให้พวกเราสร้างมนุษย์ตามแบบฉายาของพวกเรา ตามอย่างพวกเรา และให้พวกเขาครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และสัตว์ใช้งาน ให้ครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่คลานไปมาบนแผ่นดินโลก"
1:27 ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง
1:28 พระเจ้าได้ทรงอวยพรพวกเขา และพระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น และครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลก"
1:29 พระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิด เราให้บรรดาต้นผักที่มีเมล็ดซึ่งอยู่ทั่วพื้นแผ่นดินโลก และบรรดาต้นไม้ซึ่งมีเมล็ดในผลแก่เจ้า ให้เป็นอาหารแก่เจ้า
1:30 สำหรับบรรดาสัตว์ป่าบนแผ่นดินโลก บรรดานกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่เลื้อยคลานที่มีชีวิตบนแผ่นดินโลก เราให้บรรดาพืชผักเขียวสดเป็นอาหาร" ก็เป็นดังนั้น
1:31 พระเจ้าทอดพระเนตรบรรดาสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง และดูเถิด เป็นสิ่งที่ดียิ่งนัก มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่หก


ปฐมกาล/Genesis 2

วันที่เจ็ดพระเจ้าทรงหยุดพักการทรงสร้าง
2:1 ดังนี้ฟ้าและแผ่นดินโลกและบรรดาบริวารก็ถูกสร้างขึ้นให้สำเร็จ
2:2 ในวันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างมาแล้วนั้น และในวันที่เจ็ดพระองค์ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างมาแล้วนั้น
2:3 พระเจ้าทรงอวยพระพรวันที่เจ็ดและทรงตั้งวันนี้ไว้เป็นวันบริสุทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ได้ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้แล้วนั้น
.....
2:8 พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ในเอเดนทางทิศตะวันออก และพระองค์ได้ทรงให้มนุษย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงปั้นมานั้นอาศัยอยู่ที่นั่น
....
2:15 พระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงนำมนุษย์ไปอยู่ในสวนเอเดนให้ดูแลและรักษาสวน
2:16 พระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงมีพระดำรัสสั่งมนุษย์นั้นว่า "บรรดาต้นไม้ทุกอย่างในสวนเจ้ากินได้ทั้งหมด
2:17 แต่ต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่วเจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้นเป็นอันขาด เพราะว่าเจ้ากินในวันใด เจ้าจะตายแน่ในวันนั้น"




"พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์
ที่เขาเรียกกันว่า พญามารและซาตาน
ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก
พญานาคและพวกทูตของมันก็ถูกผลักทิ้งลงมาในแผ่นดินโลก"
วิวรณ์/ Revelation 12:9






ปฐมกาล/Genesis 3
3:1 งูนั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาดกว่าบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าได้ทรงสร้างไว้ มันกล่าวแก่หญิงนั้นว่า "จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า `เจ้าอย่ากินผลจากต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้'"
3:2 หญิงนั้นจึงกล่าวแก่งูว่า "ผลของต้นไม้ชนิดต่างๆในสวนนี้เรากินได้
3:3 แต่ผลของต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ท่ามกลางสวน พระเจ้าตรัสว่า `เจ้าอย่ากินหรือแตะต้องมัน มิฉะนั้นเจ้าจะตาย'"
3:4 งูจึงกล่าวแก่หญิงนั้นว่า "เจ้าจะไม่ตายแน่
3:5 เพราะว่าพระเจ้าทรงทราบว่า เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นวันนั้น และเจ้าจะเป็นเหมือนพระที่รู้ดีรู้ชั่ว"






การล้มลงในความบาปของมนุษย์
3:6 เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นเหมาะสำหรับเป็นอาหารและมันงามน่าดู และต้นไม้ต้นนั้นเป็นที่น่าปรารถนาเพื่อให้เกิดปัญญา หญิงจึงเก็บผลไม้นั้นแล้วกินเข้าไป แล้วส่งให้สามีของนางด้วย และเขาได้กิน
3:7 ตาของเขาทั้งสองก็สว่างขึ้น เขาจึงรู้ว่าเขาเปลือยกายอยู่ และเขาทั้งสองก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดอวัยวะส่วนล่างของเขาไว้





อาดัมและเอวาไม่กล้าพบพระเจ้า
3:8 ในเวลาเย็นวันนั้นเขาทั้งสองได้ยินพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน อาดัมและภรรยาของเขาซ่อนตัวจากพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าท่ามกลางต้นไม้ต่างๆในสวนนั้น
3:9 พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงเรียกอาดัมและตรัสแก่เขาว่า "เจ้าอยู่ที่ไหน"
3:10 เขาทูลว่า "ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในสวน และข้าพระองค์ก็กลัว เพราะว่าข้าพระองค์เปลือยกายอยู่ ข้าพระองค์จึงได้ซ่อนตัวเสีย"
3:11 พระองค์ตรัสว่า "ใครได้บอกเจ้าว่าเจ้าเปลือยกายอยู่ เจ้าได้กินผลจากต้นไม้นั้น ซึ่งเราสั่งเจ้าไว้ว่าเจ้าอย่ากินแล้วหรือ"
3:12 ชายนั้นทูลว่า "หญิงซึ่งพระองค์ทรงประทานให้อยู่กับข้าพระองค์นั้น นางได้ส่งผลจากต้นไม้ ข้าพระองค์จึงรับประทาน"
3:13 พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่หญิงนั้นว่า "เจ้าทำอะไรลงไป" หญิงนั้นทูลว่า "งูล่อลวงข้าพระองค์ ข้าพระองค์จึงรับประทาน"


การสาปแช่ง
3:14 พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่งูนั้นว่า "เพราะเหตุที่เจ้าได้กระทำเช่นนี้ เจ้าถูกสาปแช่งมากกว่าบรรดาสัตว์ใช้งาน และบรรดาสัตว์ในท้องทุ่ง เจ้าจะเลื้อยไปด้วยท้องของเจ้า และเจ้าจะกินผงคลีดินตลอดวันเวลาในชีวิตของเจ้า
3:15 เราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ"
3:16 พระองค์ตรัสแก่หญิงนั้นว่า "เราจะเพิ่มความทุกข์ยากให้มากขึ้นแก่เจ้าและการตั้งครรภ์ของเจ้า เจ้าจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวด เจ้ายังต้องการสามีของเจ้า และเขาจะปกครองเจ้า"
3:17 พระองค์ตรัสแก่อาดัมว่า "เพราะเหตุเจ้าได้ฟังเสียงของภรรยาเจ้า และได้กินผลจากต้นไม้ ซึ่งเราได้สั่งเจ้าว่า เจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้น แผ่นดินจึงต้องถูกสาปแช่งเพราะตัวเจ้า เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินนั้นด้วยความทุกข์ยากตลอดวันเวลาในชีวิตของเจ้า
3:18 แผ่นดินจะงอกต้นไม้ที่มีหนามและผักที่มีหนามแก่เจ้า และเจ้าจะกินผักในท้องทุ่ง
3:19 เจ้าจะต้องหากินด้วยเหงื่อไหลโซมหน้าจนกว่าเจ้ากลับไปเป็นดิน เพราะเจ้ามาจากดิน เจ้าเป็นผงคลีดิน และเจ้าจะกลับไปเป็นผงคลีดิน"
3:20 อาดัมเรียกชื่อภรรยาของเขาว่าเอวา เพราะว่านางเป็นมารดาของบรรดาประชาชาติที่มีชีวิต
3:21 พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงทำเสื้อคลุมด้วยหนังสัตว์แก่อาดัมและภรรยาและสวมใส่ให้เขาทั้งสอง



ปฐมกาล 3
พระเจ้าทรงไล่อาดัมและเอวาออกจากสวนเอเดน
3:22 พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิด มนุษย์กลายมาเป็นเหมือนผู้หนึ่งในพวกเราที่รู้จักความดีและความชั่ว บัดนี้เกรงว่าเขาจะยื่นมือไปหยิบผลจากต้นไม้แห่งชีวิตมากินด้วยกัน และมีชีวิตนิรันดร์ตลอดไป"
3:23 เหตุฉะนั้นพระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงให้เขาออกไปจากสวนเอเดน เพื่อทำไร่ไถนาจากที่ดินที่เขากำเนิดมานั้น
3:24 ดังนั้นพระองค์ทรงไล่มนุษย์ออกไป ทรงตั้งพวกเครูบไว้ทางทิศตะวันออกของสวนเอเดน และตั้งดาบเพลิงซึ่งหมุนได้รอบทิศทาง เพื่อป้องกันทางเข้าไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิต






มัทธิว/Matthew 13

คำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและวัชพืช
13:24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า "อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน
13:25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านวัชพืชปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป
13:26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว วัชพืชก็ปรากฏขึ้นด้วย
13:27 พวกผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า `นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีวัชพืชมาจากไหน'
13:28 นายก็ตอบพวกเขาว่า `นี้เป็นการกระทำของศัตรู' พวกผู้รับใช้จึงถามนายว่า `ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บวัชพืชหรือ'
13:29 แต่นายตอบว่า `อย่าเลย เกลือกว่าเมื่อกำลังถอนวัชพืชจะถอนข้าวสาลีด้วย
13:30 ให้ทั้งสองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้เกี่ยวว่า "จงเก็บวัชพืชก่อนมัดเป็นฟ่อนเผาไฟเสีย แต่ข้าวสาลีนั้นจงเก็บไว้ในยุ้งฉางของเรา"





มัทธิว/Matthew 13

ทรงอธิบายคำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและวัชพืช
13:36 แล้วพระเยซูจึงทรงให้ฝูงชนเหล่านั้นจากไปและเสด็จเข้าไปในเรือน พวกสาวกของพระองค์ก็มาเฝ้าพระองค์ทูลว่า "ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์เข้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยวัชพืชในนานั้น"
13:37 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์ (หมายถึงพระองค์เอง; พระเยซู)
13:38 นานั้นได้แก่โลก ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่ลูกหลานแห่งอาณาจักร(หมายถึงอาณาจักรของพระเจ้าหรือแผ่นดินสวรรค์) แต่วัชพืชได้แก่ลูกหลานของมารร้าย(ซาตาน/ลูซีเฟอร์)
13:39 ศัตรูผู้หว่านวัชพืชได้แก่พญามาร ฤดูเกี่ยวได้แก่การสิ้นสุดของโลกนี้ และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่พวกทูตสวรรค์
13:40 เหตุฉะนั้น เขาเก็บวัชพืชเผาไฟเสียอย่างไร ในการสิ้นสุดของโลกนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น
13:41 บุตรมนุษย์จะใช้พวกทูตสวรรค์ของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด และบรรดาผู้ที่ทำความชั่วช้าไปจากอาณาจักรของท่าน
13:42 และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง(บึงไฟนรก) ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
13:43 คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในอาณาจักรพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์(= มีชีวิตนิรันดร์อยู่ในแผ่นดินสวรรค์ที่มีแต่แสงสว่างจากพระสิริของพระเจ้าส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องมีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์) ใครมีหูจงฟังเถิด


พระเยซูทอดพระเนตรเหล่าสาวกแล้วตรัสว่า
"ฝ่ายมนุษย์ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่เป็นแบบนั้นกับพระเจ้า
เพราะว่าพระเจ้าทรงกระทำให้เป็นไปได้ทุกสิ่ง"

มาระโก/Mark 10:27







วิวรณ์/Revelation 14

การเก็บเกี่ยวบนแผ่นดินโลก
14:14 ข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด มีเมฆขาว และมีผู้หนึ่งประทับบนเมฆนั้นเหมือนกับ"บุตรมนุษย์(พระเยซูคริสต์)" สวมมงกุฎทองคำบนพระเศียร และพระหัตถ์ถือเคียวอันคม
14:15 และมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งออกมาจากพระวิหารร้องทูลพระองค์ ผู้ประทับบนเมฆนั้นด้วยเสียงอันดังว่า "จงใช้เคียวของพระองค์เกี่ยวไปเถิด เพราะว่าถึงเวลาที่พระองค์จะเกี่ยวแล้ว เพราะว่าผลที่จะต้องเก็บเกี่ยวในแผ่นดินโลกนั้นสุกแล้ว"
14:16 และพระองค์ผู้ประทับบนเมฆนั้น ได้ทรงตวัดเคียวนั้นบนแผ่นดินโลก และแผ่นดินโลกก็ได้ถูกเกี่ยวแล้ว
14:17 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งก็ออกมาจากพระวิหารบนสวรรค์ ถือเคียวอันคมเช่นเดียวกัน
14:18 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งผู้มีฤทธิ์เหนือไฟ ได้ออกมาจากแท่นบูชา และร้องบอกทูตองค์นั้นที่ถือเคียวคมนั้นด้วยเสียงอันดังว่า "ท่านจงใช้เคียวคมของท่านเกี่ยวเก็บพวงองุ่นแห่งแผ่นดินโลก เพราะลูกองุ่นนั้นสุกดีแล้ว"
14:19 ทูตสวรรค์นั้นก็ตวัดเคียวบนแผ่นดินโลก และเก็บเกี่ยวผลองุ่นแห่งแผ่นดินโลก และขว้างลงไปในบ่อย่ำองุ่นอันใหญ่แห่งพระพิโรธของพระเจ้า
14:20 บ่อย่ำองุ่นถูกย่ำภายนอกเมือง และโลหิตไหลออกจากบ่อย่ำองุ่นนั้นสูงถึงบังเหียนม้า ไหลนองไปประมาณสามร้อยกิโลเมตร


"ส่วนพญามารที่ล่อลวงเขาเหล่านั้นก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน
ที่สัตว์ร้ายและผู้พยากรณ์เท็จอยู่นั้น
และมันต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์"

วิวรณ์/Revelation 20:10








วิวรณ์/Revelation 20

การพิพากษาบนพระที่นั่งใหญ่สีขาว
20:11 ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาว และเห็นพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น และแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศก็อันตรธานไปจากพระพักตร์พระองค์ และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศนั้นต่อไปเลย
20:12 ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย ยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า และหนังสือต่างๆก็เปิดออก หนังสืออีกม้วนหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น ตามที่เขาได้กระทำ
20:13 ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและนรกก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในที่เหล่านั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน
20:14 แล้วความตายและนรกก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ นี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง
20:15 และผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ





****TO SECURE YOUR ETERNAL LIFE --> SEEK GOD, REPENT, KEEP HIS COMMANDMENTS AND KEEP THE TRUE SABBATH, CRY OUT HIS NAME: JESUS THE CHRIST!!****

โปรดอ่าน:
- http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=23-10-2009&group=1&gblog=29
- http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=08-10-2009&group=1&gblog=17
- http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=27-10-2009&group=1&gblog=33
- http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=26-10-2009&group=1&gblog=32
- http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=debunk&date=14-10-2009&group=1&gblog=24
- http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=07-10-2009&group=1&gblog=16









Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2552 12:44:31 น.
Counter : 3513 Pageviews.

FIREWALL - In Defense of Nation State


The history of the current financial crisis and what MUST be done avert doom. High quality download: http://www.larouchepac.com/firewall Additional Search Tags: china protest WWIII bear stearns economic collapse commentary and analysis documentary insider whistle blower gold standard bretton woods reserve federal franklin delano roosevelt lincoln 911 9/11 theory solutions politics american system political action committee schwarzenegger fascist prescott bush dick cheney nazi war crimes rat lines putin kennebunkport palestine iran war eurasia russia india maglev nuclear power ballistic missile defense strategic initiative Zimbabwe kenya africa british mi-5 mi-6 cia nsa dalai lama uigur muslim uk false flag terror cramer bismark hitler rockefeller morgan rothschild carnagie mellon scaife ford foundation synarchy oligarchy international financier lucio gelli p-2 lodge masonic gladio ramsey clark economist philosopher gadfly activist democrat norman bailey national security council enterprise institute democratic party lyn lynne lym labor committees executive review history philosophy psychoanalysis mop up railroad schiller club of life sexual congress cultural fascism CCF freedom liberty helga zepp-larouche fidelio duma kepler plato leibniz vernadsky renaissance globalization regulation free trade deregulation fair tariff parity triple curve global nafta cafta amero european union lisbon treaty euro north american denver convention dnc dlc shultz rohatyn nancy pelosi howard dean hillary clinton barak obama john mccain inside job uss liberty hamilton carey ben preamble constitution declaration independence east india company imperialism empire republic technological revolution protest grassroots organize 1776 1929 john quincy adams abraham mckinley walter rathenau jfk john f kennedy assasination bobby robert joe conspiracy conspire permidex iran contra dope inc. operation garden plot mk-ultra cybernetics norbert wiener von neumann brainwash rupert murdoch bill gates myspace facebook devil laptop epistemology ontology oligarchical republican feudal aristotle secrets known only inner elites conservative liberal jacobin lafayette international monetary fund world bank goebbels cognition rome henry clay nasa railroad fusion fission fast flux test facility information social security

THANKS TO FILM MAKERS! :)



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 12:35:06 น.
Counter : 547 Pageviews.

The Money Masters


The powers of financial capitalism had a far-reaching plan, nothing less than to create a world system of financial control in private hands able to dominate the political system of each country and the economy of the world as a whole...Their secret is that they have annexed from governments, monarchies, and republics the power to create the world's money..." THE MONEY MASTERS is a 3 1/2 hour non-fiction, historical documentary that traces the origins of the political power structure that rules our nation and the world today.

The modern political power structure has its roots in the hidden manipulation and accumulation of gold and other forms of money. The development of fractional reserve banking practices in the 17th century brought to a cunning sophistication the secret techniques initially used by goldsmiths fraudulently to accumulate wealth. With the formation of the privately-owned Bank of England in 1694, the yoke of economic slavery to a privately-owned "central" bank was first forced upon the backs of an entire nation, not removed but only made heavier with the passing of the three centuries to our day.

Nation after nation, including America, has fallen prey to this cabal of international central bankers. Segments: The Problem; The Money Changers; Roman Empire; The Goldsmiths of Medieval England; Tally Sticks; The Bank of England; The Rise of the Rothschilds; The American Revolution; The Bank of North America; The Constitutional Convention; First Bank of the U.S.; Napoleon's Rise to Power; Death of the First Bank of the U.S. / War of 1812; Waterloo; Second Bank of the U.S.; Andrew Jackson; Fort Knox; World Central Bank; Loose Change 911 truth police state globalists NWO New World Order Federal Reserve Alex Jones Aaron Russo America From Freedom To Fascism zionist IMF BIS John Perkins 911 911 Globalism bilderberg Rothschild Rockefeller Schiff Warburg illuminati bohemian grove idi amin freemason.

THANKS TO FILM MAKERS!!



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 12:32:48 น.
Counter : 590 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog