คริสตจักรที่เรารู้ในปัจจุบันไม่ได้สร้างสาวกพระเยซูThe church today does not create disciple of Jesus



คริสตจักรที่เรารู้ในปัจจุบันไม่ได้สร้างสาวกพระเยซู

เขาสร้างผู้เชื่อในคริสตจักร เขาสร้างสาวกของคริสตจักร!!!!

พวกเขาเป็นสาวกของคริสตจักร ไม่ใช่สาวกพระเยซู และนี่คือปัญหาเพราะพวกเขาไม่ต้องการได้ยินจากพระเยซูและไม่ต้องการทรงนำโดยพระองค์

พวกเขาต้องการการนำจากคริสตจักร และถือรักษาระเบียบวินัยของคริสตจักรนั้นๆ และคำสอนของคริสตจักร แต่พวกเขาจะปฏิเสธพระเยซูตลอดเวลา

คริสตจักรจำนวนมากได้ล้มเลิกความเชื่อ พวกเขาไม่ได้ติดตามพระเยซูและไม่ได้เชื่อฟังพระองค์ (พวกเขาสอนด้วยคำสอนแปลกๆที่แตกต่างจากคำสอนของพระเยซู) พวกเขากำลังสร้างอาณาจักรของเขาเองและพวกเขากำลังทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการทำ และพระเยซูไม่มีส่วนในนั้น

คำเตือนที่หนักแน่นมาถึงคริสตจักรจากพระเยซู ผู้คนจะไม่ได้รับความรอด

คริสตจักรแท้ของพระคริสต์ คือ “ผู้ที่พระองค์ทรงเรียกให้ออกมา” คือผู้ที่พระเยซูได้ทรงเรียกให้ออกมาจากโลกนี้ เพื่อรับใช้พระองค์เท่านั้น พระองค์ได้เรียกให้พวกเขาออกจากความบาป พระองค์เรียกพวกเขาให้แยกออกอย่างเด็ดขาดจากโลกนี้ ไม่เข้าส่วนกับเรื่องบาปของโลก และทุกสิ่งที่โลกเห็นว่ามีคุณค่า จากเงินจนถึงกีฬา ความทะเยอทะยาน การศึกษา ในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด

**** สาวกพระเยซูติดตามพระเยซูและเชื่อฟังพระเยซู

คริสตจักรไม่ได้สร้างสาวพระเยซู ถ้าคุณอยากเป็นสาวกพระเยซู ให้อธิษฐานกับพระองค์ว่า “พระเยซูคริสต้เจ้าข้า ข้าพระองค์ต้องการเป็นสาวกของพระองค์ โปรดสอนข้าพระองค์ด้วยเถิด”

ถ้าคุณไปคริสตจักรคุณก็จะกลายเป็นผู้ที่ถูกเปลี่ยนลัทธิความเชื่อของคริสตจักรนั้นๆ คุณจะกลายเป็นสาวกของคริสตจักร แต่คุณจะไม่เคยที่จะแสวงหาพระเยซู พระเยซูตรัสสิ่งนี้กับพวกฟาริสี
ถ้าคุณอ่าน มัทธิว 23 พระองค์ตรัสว่า “23:15 วิบัติแก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซื่อใจคด ด้วยพวกเจ้าเที่ยวไปตามทางทะเลและทางบกทั่วไปเพื่อจะได้แม้แต่คนเดียวเข้าจารีต เมื่อได้แล้วเจ้าก็ทำให้เขากลายเป็นลูกแห่งนรกยิ่งกว่าตัวเจ้าเองถึงสองเท่า”

นี่เป็นสิ่งเดียวกับที่คริสตจักรกำลังทำอยู่ในทุกวันนี้ พวกเขาเที่ยวออกไปทำพันธกิจ สอนพระคัมภีร์ เขาออกไปสร้างสาวก และเขาทำให้คนเหล่านั้นกลายเป็นลูกแห่งนรกยิ่งกว่าตัวเจ้าเองถึงสองเท่า


พวกเขาเปลี่ยนลัทธิความเชื่อให้กับเขาเหล่านั้น พวกเขาไม่ได้สร้างสาวกพระเยซู พวกเขาสร้างสาวกของคริสตจักร และพวกเขาไม่มีอะไรทำเกี่ยวกับพระเยซู คุณอยากพบพระเยซูหรือ? หรือ ต้องการพบตนเองในศาสนาเล็กๆแห่งหนึ่ง?

ถ้าคุณต้องการพบพระเยซูจงไปถามพระองค์ พูดว่า “พระเยซูเจ้าข้า โปรดสอนข้าพระองค์ โปรดประทานพระวิญญาณแห่งความจริงแก่ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์ต้องการรู้ความจริงเรื่อง!!!! พระเยซูเจ้าข้า”

จงถามพระองค์ อ้อนวอนต่อพระองค์ คุกเข่าลง แสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ ทุกวันนี้เป็นเวลาที่จะต้องแสวงหาพระเยซู ไม่ใช่แสวงหาศาสนา

ขอให้พระคุณแห่งพระเยซูคริสต์อยู่กับคุณ



Uploaded by warningthepeople on Dec 18, 2011
The church as we know it today does not create disciples of Jesus whatsoever. They make proselytes(ผู้เปลี่ยนลัทธิ เปลี่ยนความเชื่อ) of the church. They make disciples of the church. They make people who are into churchianity, who are churchians, they are disciples of church, not of Jesus. And this is a problem because they do not want to hear from Jesus or be led by Him they want to be led by that church and keep the principles of that church and the doctrines of that church BUT THEY WILL REJECT JESUS EVERY TIME.
Churches are in APOSTATE. They are NOT following Jesus or obedient to Jesus they are making their own kingdoms and they are doing the things they want to do and Jesus is no part of it. Strong warnings are upon the church from Jesus. People there are not going to be saved. The true church is the "called out ones" the ones who Jesus who has called out of this world for the purpose of only serving Him. He has called them out of sin, HE's called them to be completely separate from this world, NOT to be engaged in the sin of this world and everything this world thinks is so valuable, from money to sports, ambitions, education, all this stuff.
Disciples of Jesus follow Jesus and obey Jesus. Church is NOT making disciples. If you want to become a disciple of Jesus start praying to Him, say; "Lord Jesus I want to be a disciple of YOU, TEACH ME." If you go to church you are going to become a proselyte of that church you are going to become a disciple of church, but you are never going to find Jesus. Jesus tells this to the Pharisees. If you read Matthew chapter 23 He says; "You go to great lengths to make one disciple, but you make him twice as much a son of HELL as yourself." This is the same thing churches do today. They go to great lengths, they go on mission trips, they do outreaches, they do Bible studies, they do curriculum, they go to great lengths to make disciples but they make them twice as much a son of hell as themselves. They proselyte them, but they don't make them a disciple of Jesus. They make them a disciple of the church that has nothing to do with Jesus. Do you want to find Jesus? OR do you just want to find yourself a little religion? If you want to find Jesus go to Him ask Him about these things. Say; "Lord Jesus teach me, give me Your Spirit of Truth! I want to know the TRUTH LORD JESUS!" Ask Him, beg Him, Get on your knees, seek the Lord with ALL your Heart. TODAY IS THE DAY TO SEEK JESUS, NOT RELIGION. May the grace of Jesus be with you.


เพลงคร่ำครวญ 2 / Lamentations 2

2:14 ผู้พยากรณ์ทั้งหลายของเจ้าได้เห็นสิ่งที่โง่เขลาและไร้สาระมาบอกเจ้า แทนที่เขาจะเผยความชั่วช้าของเจ้าออกมาให้ประจักษ์ เพื่อจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดี เขาทั้งหลายกลับได้เห็นภาระที่เทียมเท็จอันเป็นเหตุให้เกิดการเนรเทศ

2:14 Thy prophets have seen vain and foolish things for thee: and they have not discovered thine iniquity, to turn away thy captivity; but have seen for thee false burdens and causes of banishment.



Create Date : 20 ธันวาคม 2554
Last Update : 20 ธันวาคม 2554 12:34:26 น.
Counter : 825 Pageviews.

4 comment
ทัวร์นรกกับแมรี่ เค แบ๊กเทอร์ A Divine Revelation of Hell
A Divine Revelation of Hell

By Mary Katherine Baxter

http://www.nowsthetime.org/revelation_full.html



Mary Katherine Baxter was chosen by God to let the world know of the REALITY of Hell. Her testimony brings the WORD of GOD to life. Jesus Christ appeared to Mary on 40 consecutive nights and took Mary on a tour of Hell. She walked, with Jesus, through the horrors of Hell and talked with many people. Jesus showed her what happens to souls when they die and what happens to the unbelievers and Servants of God who do not obey there calling. My friends get ready to hear God's Divine Revelation of Hell given by His servant Mary Katherine Baxter.


เรื่องราวเกี่ยวกับนรกที่พระเยซูทรงเลือกที่จะนำวิญญาณของ แมรี่ เคเทอรีน แบ๊กเทอร์ไปดูนรกเป็นเวลาติดต่อกันถึง 40 คืน เธอเดินไปพร้อมกับพระเยซูคริสต์ ผ่านความน่าสยดสยองในนรกและพูดคุยกับหลายคน พระเยซูได้แสดงให้เธอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิญญาณเมื่อเขาตายไป อะไรเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่มีความเชื่อ และเกิดอะไรขึ้นกับผู้รับใช้พระเจ้าที่ไม่เชื่อฟังพระองค์เมื่อมีการทรงเรียก

เมื่อคุณทราบมันจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไป จะทำให้คุณลุกขึ้นมาหาคำตอบว่า ทำไมจึงมีคริสเตียนอยู่ในนรกได้????

ข้อความบางส่วนจากเทป...

.......แผ่นดินโลกเปิดออก เราได้กลับไปที่นรกอีกครั้ง ดิฉันเห็นไหล่เขาที่มีแต่ตอไม้ และเต็มไปด้วยฝุ่นสีเทา ดิฉันยังเห็นบ่อและหลุมเล็กๆ มากมาย ข้างๆเนินเขา และมนุษย์ร่างสีเทาเดินพูดคุยกันอยู่

ดิฉันเดินตามพระเยซูบนเส้นทางที่คดเคี้ยวมากและเต็มไปด้วยฝุ่นสีเทา เมื่อเราเดินไปใกล้ ดิฉันเห็นมนุษย์ที่มีอวัยวะบริบูรณ์ครบถ้วนแต่ว่าตายแล้ว พวกเขามีสภาพเหมือนซากศพสีเทา และถูกผูกมัดรวมกันด้วยเชือกแห่งพันธนาการสีเทา ซึ่งพันรอบทุกคนที่อยู่บนเนินเขา แม้จะไม่เห็นเพลิงไฟ แต่ดิฉันรู้แน่ว่านี่คือส่วนหนึ่งของนรก เพราะดิฉันเห็นเนื้อหนังของเขาหลุดลุ่ยจากกระดูกและมีเนื้อหนังใหม่งอกขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ความตายมีอยู่ทุกหนทุกแห่งแต่พวกเขาไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่หมกมุ่นพูดคุยกัน

พระเยซูบอกดิฉันว่า "จงฟังในสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน"

ชายคนหนึ่งพูดกับอีกคนหนึ่งว่า "คุณได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชายที่ชื่อพระเยซูไหม ผู้ซึ่งมารับความผิดบาปของมนุษย์"

ชายอีกคนตอบไปว่า "ผมรู้จักพระเยซู พระองค์ชำระความบาปผิดให้ผมไปหมดแล้ว อันที่จริง ผมไม่รู้ว่าผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่"


ชายคนแรกตอบไปว่า “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่”

มีคนพูดอีกว่า “ผมมาเป็นพยานให้กับเพื่อนบ้านของผม เกี่ยวกับเรื่องพระเยซู แต่เขาไม่ยอมฟังผม เมื่อภรรยาเขาเสียชีวิต เขามาหาผมเพื่อขอยืมเงินไปทำพิธีฝังศพภรรยา แต่ผมจำคำพระเยซูที่เคยพูดว่า เราต้องฉลาดเหมือนงู และอ่อนสุภาพดั่งนกเขา ดังนั้นผมจึงไม่ให้เขายืมเงิน ผมรู้ว่าเขาจะเอาเงินไปใช้กับอย่างอื่นแน่นอน เราต้องเป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์สินที่ดี มิใช่หรือ”

ชายคนแรกเลยพูดขึ้นว่า “ถูกต้องแล้วพี่ชาย ที่คริสตจักรของผมมีเด็กคนหนึ่งต้องการเสื้อผ้าและรองเท้าคู่ใหม่ แต่พ่อของเด็กเป็นคนขี้เหล้า ดังนั้นผมจึงปฏิเสธที่จะซื้อสิ่งของใดๆให้แก่ลูกชายของเขา เราต้องสอนบทเรียนสักอย่างให้กับชายคนนั้น”

แล้วมีชายอีกคนพูดขึ้นมาพร้อมกับชูห่วงเชือกที่พันอยู่รอบมือว่า “สมควรแล้ว เราต้องสอนคนอื่นให้ดำเนินชีวิตเหมือนพระเยซู ชายคนนั้นไม่สมควรดื่มเหล้า ปล่อยให้เขาทนทุกข์ต่อไปเถิด”

พระเยซูตอบว่า “โอ้ เจ้าผู้โง่เขลาและมีใจเชื่องช้า จงตื่นขึ้นสู่ความถูกต้องและจงรักซึ่งกันและกันด้วยความจริงใจ จงช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ จงให้แก่ผู้ที่ต้องการโดยปราศจากความคิดที่จะได้รับสิ่งตอบแทน”

“โอ้ มนุษย์โลกเอ๋ย ถ้าเจ้ากลับใจ เราจะอวยพระเจ้าและไม่สาปแช่งเจ้า จงตื่นจากหลับใหลและมาหาเรา จงถ่อมใจและนมัสการเราด้วยหัวใจของเจ้า และเราจะมาอยู่กับเจ้า เจ้าจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า”




ข้อความบางส่วนในเทปที่ 5.......


ขณะที่เราเดินผ่านไปจากขุมนรกหนึ่งไปสู่อีกขุมนรกหนึ่ง จำไว้และบอกผู้คนบนโลกทุกคนที่ฟังเทปนี้หรืออ่านหนังสือ จงรู้ว่า “นรกมีจริง” มีจิตเป็นล้านๆอยู่ในนรก และอีกจำนวนมากก็กำลังมา ไฟและความตายมีอยู่ทั่วไปหมด และในวันพิพากษาใหญ่ความตายและนรกจะถูกกวาดลงไปในบึงไฟ และนั่นคือ “การตายครั้งที่สอง”

ดิฉันมองที่พระเนตร(ตา)ของพระเยซู ช่างเป็นความอ่อนโยนและพระเมตตาฉายออดมาจากพระเนตรของพระองค์ ช่างเป็นความเศร้าที่เห็นความทุกข์ทรมานของจิตวิญญาณเหล่านี้ ด้วยพระองค์ได้มอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว เพียงพวกเขาเชื่อฟังในคำสอนของพระองค์พวกเขาก็จะปลอดภัยจากสถานที่แห่งนี้ ....ดิฉันเห็นความรักของพระองค์ต่อวิญญาณที่หลงหายเหล่านี้ในนรก ดิฉันเห็นความรักที่


พระองค์ทรงมีต่อดิฉันที่พระองค์ทรงตรัสอย่างอ่อนโยน
“ลูกเอ๋ย จงฟังเราเถิด เรา พระบิดาได้ให้ทุกคนตัดสินใจเองว่าจะเลือกรับใช้พระเจ้าหรือรับใช้ซาตาน พระเจ้าไม่ได้สร้างนรกเพื่อคนเหล่านี้ นรกนั้นมีไว้สำหรับซาตาน และซาตานล่อลวงมนุษย์ให้ติดตามมัน ผู้คนจะต้องเลือกว่าเขาจะรับใช้ใคร”

พระเยซูตรัสว่า “ลูกเอ๋ย จำคำเราไว้ในวันข้างหน้าที่เราจะให้เจ้าเห็นนรก ดูเถิด เราได้บอกเจ้าแล้ว เรามีสิทธิอำนาจทั้งหมดเหนือทั้งฟ้าสวรรค์และนรก และทุกสิ่งในระหว่างนั้น.......และในวันสุดท้าย ที่หนังสือแห่งชีวิตถูกเปิดออก ซึ่งเจ้าจะไม่สามารถชี้หน้าเราว่าเราไม่ได้เตือนเรื่องนรกและไฟที่ไม่รู้ดับแก่เจ้า”


ในระหว่าที่เราเดินไป พระเยซูให้ดิฉันได้ยินผีมารที่กำลังคุยกัน พระองค์บอกว่า “จงฟังสิ่งที่ผีเหล่านี้กำลังพูด เพื่อเจ้าจะได้เตือนผู้คนบนโลกเกี่ยวกับความร้ายกาจผีมารเหล่านี้ และด้วยนามของเรา... ในพระนามพระเยซูคริสต์...ซาตานจะต้องหนีไป!!!

นี่คือสิ่งที่ซาตานสั่งลูกน้องของมัน ปีศาจน้อย “จงไป ไปทำสิ่งชั่วร้ายหลายๆอย่าง ไปทำให้เกิดปัญหาในบ้าน เจ้าจะได้รางวัลเมื่องานเสร็จ”


พระเยซูตรัสว่า “จงจำไว้ ด้วยนามของเรา เจ้าสามารถขับไล่สิ่งเหล่านี้ออกไป”

และดิฉันก็ได้ยินผีชั่วสั่งลูกน้องของมันว่า “ระวัง คนที่รู้จักพระเยซูและมีอำนาจในการขับเจ้าออกได้ จงไปทรมานคนในโลกที่ไม่รู้จักพระเยซูคริสต์ จงออกไปมากๆ เราจะชนะพระเจ้าได้”


ในนรกผีมารเหล่านี้มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวแตกต่างกันไป มีหลายขนาด แต่บนโลกเรามองไม่เห็นพวกมัน

พระเยซูตรัสกับดิฉันอีกว่า “ในนามของเรา เจ้าสามารถขับไล่วิญญาณชั่วออก และผู้คนจะได้รับอิสรภาพ และเรามีฑูตสวรรค์คอยปกป้องคนของเราด้วย”

เราเดินผ่านจากที่เหล่าภูตผีคุยกัน แล้วเราก็ไปอีกขุมหนึ่งของนรก...

เราเดินมาอีกส่วนหนึ่งที่มีการทรมานอย่างหนัก ดิฉันจ้องมองดูอย่างขนลุกเมื่อมาถึงโครงกระดูก ดูเถิด เพื่อนๆ ดูเหมือนว่าเขาจะมีหนังสือที่เขาสมมุติขึ้นเล่มหนึ่งอยู่ในมือ ด้วยความสยดสยองดิฉันเห็นเขาโบกมือไปมาขณะที่ถือหนังสืออยู่ เขาเริ่มอ่านข้อความในหนังสือสมมุตินั้น ฟังนะสิ่งที่ดิฉันกำลังจะบอกคุณจะทำให้คุณตกใจสุดขีด ซึ่งมันก็ทำให้ดิฉันตกใจอย่างสุดขีดมาแล้ว

พระเยซูตรัสว่า “จงจำไว้นะ มีผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในนรก พวกที่ตายแล้วและมีจำนวนมากอยู่ที่นี่”

พระเจ้าตรัสกับชายคนนั้นว่า “ลูกเอ๋ยจงฟัง ”

ชายผู้นั้นเริ่มอ่านถ้อยคำในพระคัมภีร์ คำแล้วคำเล่า ...พระเยซูตรัสกับเขาด้วยความรักว่า “จงอยู่นิ่งๆเถิด” ชายผู้นั้นหยุดพูดทันที และรูปร่างของเขาเริ่มเปลี่ยนไป จิตในร่างเขาพูดว่า “พระองค์เจ้าข้า ”

เขาร้องต่อพระองค์อีกว่า “พระองค์เจ้าข้า ตอนนี้ผมเทศนาความจริงในพระคำของพระองค์ ให้ผมออกไปบอกผู้คนเกี่ยวสถานที่อันสยดสยองนี้เถิด ผมรู้ว่าบนโลกผมไม่เชื่อว่ามีนรก ผมสอนว่าไม่มีนรก และผมก็ไม่เชื่อพระองค์จะกลับมาอีก ผมอะลุ่มอล่วยกับผู้คนในโบสถ์ของผม ผมไม่ชอบใครก็ตามที่แตกต่างทางเชื้อชาติ ต่างปรัชญา ต่างสีผิว ผมทำให้คนจำนวนมากออกห่างจากพระบัญญัติของพระองค์ ผมตั้งกฎกติกาเองเกี่ยวเรื่องนรกและสวรรค์ ผิดหรือถูก โอ้พระองค์เจ้าข้า ผมได้พาให้คนจำนวนมากหลงออกจากทางของพระองค์ ผมทำให้หลายคนสะดุดกับพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระองค์และผมก็รู้ดี พระองค์เจ้าข้า..... ผมเอาเงินจากคนยากจน .... แต่โอ้ พระองค์เจ้าข้า.... ขอให้ผมออกไปจากที่นี่เถิด จิตวิญญาณของผมกำลังถูกทรมาน ...นี่ผมยังไม่ถูกชดใช้หมดจากบาปของผมอีกหรือ???? ต่อไปนี้ผมจะทำสิ่งที่ถูกต้อง …พระองค์เจ้าข้า ผมจะไม่เอาเงินจากโบสถ์อีกต่อไป และผมขอสารภาพบาปเดี๋ยวนี้เลย ผมจะรักคนทุกชาติทุกภาษา ”

พระเยซูตรัสว่า “เจ้าได้บิดเบือนพระวจนะของพระเจ้า เจ้าได้โกหกเกี่ยวกับความจริง เจ้ารู้ดี” พระเยซูตรัสดังนี้แหละ “ความสุขสบายในชีวิตนั้นสำคัญกับเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด และเรายังได้ไปหาเจ้าด้วยตัวเราเองเพื่อให้เจ้าหันกลับมาหาเราแต่เจ้าไม่ยอมรับฟัง เจ้าไปในทางของเจ้าเอง และซาตานเป็นพระเจ้าของเจ้า เพื่อนเอ๋ย เจ้ารู้ความจริงแต่เจ้าไม่ยอมกลับใจและหันกลับหาพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้า เราอยู่ที่นั่นตลอดเวลา รอให้เจ้าหันกลับมาหาเรา และละทิ้งความบาปผิดและสิ่งที่เจ้ากำลังกระทำอยู่นั้น การพิพาษาของพระเจ้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว เราเคยต้องการให้เจ้ากลับใจแต่เจ้าก็ไม่ยอมกลับใจ ”

สีหน้าที่เศร้าสลดของพระองค์พระองค์ก็พาดิฉันเดินต่อไปในขณะที่ร่างของเขาถูกเผาไหม้ในไฟ และเขาก็ยังคงเทศนาอยู่ในนรกนั้น



เอเสเคียล 33 / Ezekiel 33
33:11..... องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราไม่พอใจในความตายของคนชั่ว แต่พอใจในการที่คนชั่วหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า โอ วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย ยอมตายทำไม

33:11 ..... As I live, saith the Lord GOD, I have no pleasure in the death of the wicked; but that the wicked turn from his way and live: turn ye, turn ye from your evil ways; for why will ye die, O house of Israel?

33:12 เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรมจะไม่ช่วยเขาให้พ้นในวันที่เขาละเมิด ส่วนความชั่วของคนชั่วนั้นจะไม่กระทำให้เขาล้มลงในวันที่เขาหันกลับจากความชั่วของเขา และคนชอบธรรมจะไม่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความชอบธรรมในวันที่เขากระทำบาป

33:12 Therefore, thou son of man, say unto the children of thy people, The righteousness of the righteous shall not deliver him in the day of his transgression: as for the wickedness of the wicked, he shall not fall thereby in the day that he turneth from his wickedness; neither shall the righteous be able to live for his righteousness in the day that he sinneth.

33:13 แม้เราจะได้กล่าวแก่คนชอบธรรมว่า เขาจะมีชีวิตอยู่แน่ ถ้าเขายังวางใจในความชอบธรรมของเขา และกระทำความชั่วช้า การกระทำทั้งหลายที่ชอบธรรมของเขาย่อมไม่อยู่ในความทรงจำอีกเลย แต่เขาจะต้องตายเพราะความชั่วช้าซึ่งเขาได้กระทำไว้

33:13 When I shall say to the righteous, that he shall surely live; if he trust to his own righteousness, and commit iniquity, all his righteousnesses shall not be remembered; but for his iniquity that he hath committed, he shall die for it.

33:14 อีกประการหนึ่ง แม้เราจะได้กล่าวแก่คนชั่วว่า `เจ้าจะต้องตายแน่' ถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา มากระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม

33:14 Again, when I say unto the wicked, Thou shalt surely die; if he turn from his sin, and do that which is lawful and right;





Create Date : 18 ธันวาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 22:01:04 น.
Counter : 1192 Pageviews.

0 comment
Disobedient Christians Are Hell-bound Lawbreakers คริสเตียนที่ไม่เชื่อฟังจะอยู่กับผู้ละเมิดในนรก






จงเตรียมพร้อม อธิษฐาน สารภาพบาปและกลับใจเสียใหม่ อาณาจักรสวรรค์อยู่นี่แล้ว


พระเจ้าไม่พอพระทัยต่อการไม่เชื่อฟัง เมื่อคุณทำบาป นั่นคือคุณไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเราทั้งหลายรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกๆที่ไม่เชื่อฟัง ผู้ที่ไม่เชื่อฟังและลูกๆที่ไม่เชื่อฟัง จะไม่มีมรดกในแผ่นดินของพระเจ้า แต่พวกเขาจะถูกทิ้งลงไปในบึงไฟนรก... จิตวิญญาณที่รักทั้งหลาย มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะไปถึงแผ่นดินสวรรค์ได้และนั่นก็คือโดยการเชื่อฟังพระเยซูคริสต์ ด้วยว่าพระองค์เป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีทางอื่นที่จะไปถึงอาณาจักรพระเจ้าได้นอกจากการติดตามพระองค์ เพื่อที่จะติดตามพระองค์นั้น คุณจะต้องติดตามพระองค์ตามกฏกติกาที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ คุณไม่สามารถติดตามพระองค์ไปในทางที่กว้างซึ่งจะนำไปสู่นรก เพราะว่าพระเยซูไม่ได้อยู่ในทางนั้น

เพื่อที่จะติดตามพระองค์ คุณจะต้องตามพระองค์ไปในทางที่แคบ และยอมเชื่อฟังพระองค์ และทำตามสิ่งที่พระองค์บอก ทุกคนที่มีการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์นั่นแหละที่เป็นลูกๆของพระเจ้า เพื่อนๆที่รัก จงตื่นเถิด ขอเราทั้งหลายจงเชื่อฟังพระเยซูคริสต์ตั้งแต่วันนี้ และละทิ้งความบาปอันเกิดจากการไม่เชื่อฟังเสีย ด้วยว่าถ้าเราดำเนินชีวิตในทางที่ไม่ชอบธรรมหรือไม่ถูกไม่ควร .....คุณไม่รู้หรือว่าความไม่ชอบธรรมของคุณและความชั่วร้ายนั้นไม่สามารถเข้าแผ่นดินสวรรค์ได้? ในพระคัมภีร์เขียนไว้ 1 โครินธ์ 6:9 ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา คนนิสัยเหมือนผู้หญิงหรือ คนที่เป็นกะเทย 6:10 คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก มธ. 7:21… แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ และพระทัยพระบิดาคือการเชื่อฟังพระเยซูคริสต์

วันนี้คุณเชื่อฟังพระเยซูคริสต์หรือเปล่า? หรือคุณเลือกที่จะทำตามใจตนเองและยังคงอยู่ในความบาปต่อไป เพื่อนๆที่รัก เราทั้งหลายต่างก็มีสิ่งที่เป็นมลทินในตัวเองและมันก็พร้อมที่จะปะทุขึ้นและทำไห้เราด่างพร้อยด้วยการชั่วร้ายต่างๆอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเชื่อฟังพระเยซูคริสต์ เราหลีกเลี่ยงจากจากสิ่งชั่วร้ายภายในและเราเลือกที่จะต่อต้านทางของความไม่ชอบธรรมที่ปะทุขึ้นภายใน และแทนที่ด้วยการเชื่อฟังพระเยซูคริสต์โดยการปฏิเสธตนเอง ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่าจงแบกกางเขนแห่งความทุกข์ทรมานของพระองค์และตามพระองค์ไปในทางที่แคบ หากออกจากทางนี้ ก็ไม่มีทางอื่นใดอีกที่จะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้ นี่คือการงานอันมีพื้นฐานมาจากของคำสอนของพระเยซู

จิตวิญญาณที่รักทั้งหลาย ถ้าคุณเพียงเชื่อและคิดว่าคุณจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ทั้งๆที่คุณไม่ได้ติดตามพระเยซู คุณมีความเชื่อที่ผิดจากพื้นฐานคำสอนของพระเยซู เนื่องด้วยโดยพระคุณในพื้นฐานคำสอนของพระเยซูนั่นคือ พระเยซูเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต และหากขาดจากพระองค์คุณไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ติดตามพระเยซู คุณไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้ด้วยตัวคุณเอง คุณต้องพึ่งพาพระเยซูคริสต์และคุณจะต้องติดตามพระองค์ในทุกๆขั้นตอนในเส้นทางที่จะไป และมีพระองค์ทรงนำทางไปสู่อาณาจักรของพระองค์ เพราะนอกจากการนำโดยพระองค์แล้ว คุณไม่สามารถไปถึงที่นั่นได้ด้วยตัวคุณเอง และคุณก็ไม่สามารถติดตามพระเยซูคริสต์หากคุณไม่เชื่อฟังพระองค์


มีเพียงทางเดียวที่คุณจะสามารถติดตามเจ้านาย(พระเยซูคริสต์)ได้ก็โดยการเชื่อฟังในสิ่งที่พระองค์ตรัสแล้วคุณจึงสามารถติดตามพระองค์ไป
แต่ถ้าคุณไม่ติดตามพระองค์ แต่คุณตามใจตนเอง ทำตามความต้องการของเนื้อหนัง และคุณทำตามความปรารถนาชั่วและคุณไปทำบาปผิด คุณก็เชื่อฟังความบาป... สุดท้ายคุณก็จะต้องไปอยู่กับซาตาน เพราะคุณได้กลายเป็นลูกของซาตานไปแล้ว

ดังนั้น จิตวิญญาณที่รักทั้งหลาย จงเลิกจากการเป็นลูกของซาตานเสียตั้งแต่วันนี้ อย่าเชื่อฟังซาตาน จงเชื่อฟังพระเยซูและจงรู้เถิดว่า...พระองค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถนำพาคุณไปสู่อาณาจักรสวรรค์ ด้วยว่า ถ้าปราศจากการเชื่อฟังพระองค์แล้ว ปราศจากการติดตามพระองค์ ก็ไม่มีทางอื่นใดอีกที่คุณจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์ได้

เพราะว่าไม่ใช่เพราะการงานของคุณ แต่ด้วยพระคุณของพระองค์ พระองค์เป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต นอกจากคุณจะเชื่อฟังพระองค์เท่านั้น คุณจึงจะเข้าได้ คุณไม่อาจไปได้ด้วยตัวคุณเอง และพระเยซูทรงตรัสเองว่า “ถ้าแยกจากเรา ท่านทำสิ่งใดไม่ได้เลย” ยน.15:5

ขอพระเจ้าอวยพระพรคุณ

โปรดอ่านเพิ่มเติม: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=17-11-2009&group=1&gblog=76


Uploaded by 1onetheone on Dec 14, 2011
BE READY PRAY AND REPENT OF THE KINGDOM OF GOD IS HERE

God does not take kindly to disobedience. When you sin you are being disobedient to God and we all know what happens to the sons of disobedience. Those who are disobedient and the sons of disobedience will not inherit the kingdom of God but they shall be cast out into the fire. Dear souls there is only one way to come to the kingdom of heaven and that is through obedience to Jesus Christ for he is the way, the truth and the life and there is no other way that you can enter Gods kingdom except that you follow him. To follow Jesus, you have to follow him on his terms you can’t go and follow Jesus on the broad path to hell, because Jesus is not on that path, dear souls.
To follow Jesus you must follow him on the narrow way and be obedient to him and do what he says for those who are led by the Spirit of God these are the sons of God. Wake up dear friends, let us be obedient to Jesus Christ today and leave all our sins of disobedience. For when we go on in living a life of unrighteousness, do you not know that your unrighteousness or the unrighteous cannot enter the kingdom of heaven? The scriptures say that neither the adulterer nor the liar nor the fornicator nor those with unclean speech or hearts those can never enter the kingdom of heaven, it is only those who do the will of the father. And the will of the father is obedience to Jesus Christ.
Are you obedient to Jesus Christ today? or do you prefer to go your own life and continue in your sins. Dear friends we all have uncleanness within ourselves that at any time can rise up and pollute us and will pollute us with all kinds of evil. But when we are obedient to Jesus Christ, we turn away from this evil inside and we choose against following the paths of unrighteousness that rise up from within and instead we are obedient to Jesus Christ by denying ourselves as he said, and taking up our cross of suffering for him, and following him on the narrow way. Apart from this way there is no other way to enter the kingdom of heaven. People say that this is a works based gospel.
Dear souls if you just believe and you think that then you will enter the kingdom of heaven even though you do not follow Jesus, you are believing in a false works based gospel; for the grace based gospel is that Jesus is the way the truth and the life and without him you can do nothing so if you do not live following him, you cannot get into the kingdom of heaven on your own power. You must rely on Jesus Christ and you must follow him every step of the way and have him LEAD you into his kingdom. For unless he leads you, you cannot get there on your own power. And you cannot follow Jesus if you are not obedient to him.
The only way you can follow a master is to be obedient to what he says and then you can follow him, but if you do not follow him and instead you are obedient to your own flesh, and you are obedient to wicked desires and you go and sin because that is who your obedient to, in the end you are going to be with satan because you become satan's children. So dear souls, quit being satan's children today, don't be obedient to satan, be obedient to Jesus and know that he alone can lead you into the kingdom of heaven, for without being obedience to him , without following him , there is no way you can enter his kingdom. Because it is not by works you shall enter it is through grace, and he is the way the truth and the life, unless you are obedient to him you cannot enter on your own power. And Jesus himself said that apart from me you can do nothing.
May the Lord bless you



Create Date : 17 ธันวาคม 2554
Last Update : 19 ธันวาคม 2554 0:10:38 น.
Counter : 599 Pageviews.

3 comment
ดวงจันทร์ก็กลายเป็นสีเลือด The moon became as blood

Rare blood red moon, lunar eclips, seen in Israel on June 15, 2011. This clip is from the Bareket Observatory in Israel.



โยเอล 2:31 ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ...."ดวงจันทร์เป็นเลือด"......ก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระเยโฮวาห์จะมาถึง

Joel 2:31 The sun shall be turned into darkness, and the moon into blood, before the great and the terrible day of the LORD come.

กิจการ 2:20 ดวงอาทิตย์จะมืดไปและ....."ดวงจันทร์จะกลับเป็นเลือด"....... ก่อนถึงวันใหญ่นั้น คือวันใหญ่ยิ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า
...
Acts 2:20 The sun shall be turned into darkness, and the moon into blood, before that great and notable day of the Lord come:


ตราประทับดวงที่หก (ความโกลาหลบนแผ่นดินโลกเหตุจากพระพิโรธ)
วิวรณ์ 6:12 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หกนั้นแล้ว ดูเถิด ข้าพเจ้าก็ได้เห็นแผ่นดินไหวใหญ่โต ดวงอาทิตย์ก็กลายเป็นมืดดำดุจผ้ากระสอบขนสัตว์ และ....."ดวงจันทร์ก็กลายเป็นสีเลือด"

Sixth Seal: Chaos of an Earth under God's Anger
Revelation 6:12 And I beheld when he had opened the sixth seal, and, lo, there was a great earthquake; and the sun became black as sackcloth of hair, and the moon became as blood;





Full moon rising. Volgograd 7 July 2009


โปรดดูเพิ่มเติม: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=14-11-2009&group=1&gblog=73



Create Date : 12 ธันวาคม 2554
Last Update : 13 ธันวาคม 2554 1:03:23 น.
Counter : 694 Pageviews.

2 comment
Prophecy Part 2 คำพยากรณ์ ภาค 2 เรื่องงานมงคลสมรสของพระเมษโปดก



คำพยากรณ์ ภาค 2
วันที่ 2 ธันวาคม 2011

แจ้งเตือนผู้คนให้รู้ล่วงหน้า

..**งานมงคลสมรส..**

ผู้ที่ทรงเรียกก็มีมาก แต่ผู้ที่ได้รับเลือกก็มีน้อย

..**.พระคุณ… ของเราที่เจ้าต้องการ…!!! เพื่อจะเข้างานมงคลสมรสได้...
(พระคุณคือ ความเชื่อในพระเยซูคริสต์ 100% และดำเนินชีวิตอย่างติดสนิทในทางพระเยซู)

เพื่อจะรู้จักเรา เจ้าต้องละทิ้งยุคนี้ และละทิ้งวิถีปฏิบัติของยุคนี้

เราเป็นประตู และประสงค์ที่จะมีความสัมพันธ์กับทุกคนที่ติดตามเรามา

เราไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คนที่แสวงหาเราก็พบเรา

คนที่เข้ามาใกล้เรา เราก็ฟังเขา เราไม่เคยผลักใสใครออกไป

แต่สำหรับคนที่หันจิตใจของเขาออกจากเราและหันเหชีวิตออกจากเรา
แล้วเข้าไปดำเนินในแนวปฏิบัติของวิถีโลก…
… จะถูกทำให้สูญสิ้นไปในความพินาศของเขาเอง


…เวลาของเราคือพระคุณ!!!!
… ด้วยเราให้เวลาแห่งพระคุณของเราที่ได้กำหนดไว้..
….. แล้วมันก็จะถูกนำออกไป

ด้วยว่าเราถูกตรึงบนไม้กางเขนอันเนื่องมาจากพื้นฐานของโลกนี้

และเวลาแห่งพระคุณได้ถูกกำหนดไว้ว่าถ้าเจ้าเข้ามาใกล้เราและแสวงหาเรา เจ้าก็จะพบเรา

..***นี่เป็นยุคแห่งพระคุณ....
..*** เป็นยุคที่มนุษย์จะต้องกระทำตนให้ถูกต้องชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า!!!!
…ทำให้เป็นไปได้โดยเรา….
…,เยซู ผู้เป็นทางนั้น.. เป็นความจริง.. และเป็นชีวิต


..แต่สำหรับพวกเจ้า... ที่เลือกทางแห่งบาป....
... เจ้าจะไม่ได้ดำเนินในความบริสุทธิ์ในเรา....
... ด้วยว่าชุดแต่งงานของเจ้านั้นเป็นมลทิน...
... และเราก็จะเห็นเจ้า…!!!
… และเจ้าจะถูกมัดและถูกทิ้งไปในที่มืดมิด..!!!
..** ที่นั่นจะมีการร้องไห้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน!!!


..ด้วยว่าในห้องโถงสำหรับงานมงคลสมรสของเรา..
… จะมีเฉพาะผู้ที่สวมชุดแต่งงานของเราเท่านั้น…
….. ไม่ใช่ชุดที่แปลกแตกต่างออกไป!!!….


..***ชุดแต่งงานนั้นจะเป็นชุดที่เรามอบให้…
..** หากปราศจากชุดนี้แล้ว…
….เจ้าไม่สามารถเข้ามาในงานมงคลสมรสของเราได้เลย..!!!


…ถ้าเจ้าทำให้ชุดแต่งงานแปดเปื้อน…
…. เจ้าก็ไม่เหมาะที่จะเข้าไปในห้องโถงของเรา….


…จงฟัง และ เอาใจใส่ต่อคำเตือนนี้…
… เราตรัส...แต่ผู้ที่ฟังก็มีน้อย !!!

..***ผู้ที่เอาใจใส่ต่อคำเตือนในคำพยากรณ์นี้ก็เป็นสุข !!!!






Prophecy Part 2 December 2/ 2011
WARN THE PEOPLE
The Wedding Supper
Many Are Called But Few Are Chosen
... Grace, my grace is all you need
You must forsake this generation and the ways of its paths, to know me
For I am the door and I seek a relationship with everybody who follows me.
I do not play favorites, the one who seeks, finds.
The one who draws near I listen to, I do not turn anybody away.
But those who turn their hearts away from me and their paths away from me and their paths to this world, shall be consumed in their own destruction.

My Time is Grace. Grace I give you for an appointed time, then it is taken away.
For I was crucified from the foundations of this world.
And it was appointed a time of grace that if you draw near to me and seek me, you would find me.
This is the age of Grace. The age of getting right before God for man.
Made possible by I Jesus, the way, the truth and the life.
But for those of you who choose sinful paths, you shall not walk with me in white for your wedding cloths were stained and I shall see you, and you will be bound and cast into the outer darkness where their shall be a weeping and nashing of teeth.
For in my wedding hall, there shall only be those clothed in my wedding garment, not a foreign dress.
My wedding garment is the one which I give. Without this you cannot come to my wedding.
If you soil your wedding garment, you shall not be fit for the entry in my halls.
Listen and heed this warning I speak but few will listen.
Blessed is he who heeds the words of this prophecy.


Group in FB: https://www.facebook.com/groups/165119830201677/#!/groups/165119830201677/



Create Date : 11 ธันวาคม 2554
Last Update : 20 มกราคม 2555 19:59:24 น.
Counter : 827 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog