ความเข้าใจผิดของเรื่อง “อย่าขาดการประชุม” Misconception of "Don't forsake the assembly "





ถ้าคุณพูดว่าคุณเป็นสาวกของพระเยซูและเป็นผู้ติดตามพระองค์ แต่คุณไม่ได้ไปคริสตจักรหรือโบสถ์ไหนเลย คนอื่นๆ(คนที่ไปโบสถ์)ก็จะโจมตีคุณ เขาจะว่าคุณไม่เข้าร่วมประชุมสามัคคีธรรม? และพวกเขาก็จะอ้างพระคัมภีร์ฮีบรู 10:24-25 ว่า... “ให้เราพิจารณาดูกันและกัน เพื่อเป็นเหตุให้มีความรักและกระทำการดี ซึ่งเราเคยประชุมกันนั้นอย่าให้หยุด เหมือนอย่างบางคนเคยกระทำนั้น แต่จงเตือนสติกันและกัน และให้มากยิ่งขึ้นเมื่อท่านทั้งหลายเห็นวันเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว” พวกเขาจะหยุดที่พระคัมภีร์ตรงนั้นแล้วบอกคุณว่า “คุณเห็นมั๊ยล่ะว่า...คุณกำลังหยุดการมาร่วมประชุมกัน”

เอาหล่ะครับ... “ความสำคัญผิดหรือเข้าใจผิด” ของพวกเขานั้นอยู่ตรงที่ว่า ‘คุณควรจะเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมประชุมของเขา การประชุมที่สนับสนุนให้คุณใช้ชีวิตอยู่ในความบาปต่อไปนั่นเอง
ถ้าคุณอ่านข้อต่อๆไปที่เขียนว่า..

“***เมื่อเราได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว… แต่เรายังขืนทำผิดอีก!!!!
….เครื่องบูชาไถ่บาปก็จะไม่มีเหลืออยู่เลย!!!...
แต่จะมีความหวาดกลัวในการรอคอยการพิพากษาโทษและ...
.....ไฟอันร้ายแรง ซึ่งจะกินเอาบรรดาคนที่ขัดขวางนั้นเสีย”
(ฮีบรู 10: 26-27)


พวกเขาไม่ต้องการอ่านข้อนี้ ทำไมเราจึงไม่ควรหยุดเข้าร่วมประชุมล่ะครับ....ถ้าการประชุมนั้นกระตุ้นช่วยในความรักและการงานที่ดีรวมทั้งสนับสนุนในการมีชีวิตที่บริสุทธิ์ปราศจากความบาปต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซู เราก็ควรทำต่อไปล่ะครับ...


แต่...คุณๆครับ...ครั้งสุดท้ายเมื่อไรหรือครับ..ที่เพื่อนร่วมคริสตจักรของคุณ หรือศิษยาภิบาลของคุณ หรือคริสตจักรของคุณบอกคุณว่า...ถ้าคุณไม่หยุดกระทำความบาป คุณกำลังเดินทางไปสู่นรก? เขาเตือนคุณครั้งสุดท้ายเมื่อไรครับ ว่าคุณควรหยุดกระทำความบาปโดยตั้งใจ?
เพราะว่าผู้ที่ถูกเรียกออกมาจากคริสตจักรนั้น คือผู้ที่ร่วมประชุมที่แท้จริงครับ...เขาสนับสนุนให้หยุดการมีส่วนร่วมในความบาปใดๆ ทั้งสิ้น และต้องไม่กระทำความบาปโดยตั้งใจอีกเลย....แต่ดำเนินชีวิตอยู่อย่างผู้ชอบธรรม!!!


ศิษยาภิบาลเคยเตือนคุณเรื่องนี้มั๊ยครับ? เขาเคยเตือนคุณมั๊ยว่าคุณกำลังเดินไปสู่นรกถ้าคุณไม่กระทำชีวิตให้บริสุทธิ์และชอบธรรมต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซู?

ขอพระคุณของพระเจ้าสถิตอยู่กับคุณครับ



Create Date : 16 มกราคม 2555
Last Update : 16 มกราคม 2555 14:05:40 น.
Counter : 1062 Pageviews.

พระวจนะของพระเจ้าจะเป็นสมอในวันแห่งพายุรุนแรง GOD'S WORD WILL BE "AN ANCHOR IN THE STORM"


พระวจนะของพระเจ้าจะเป็นสมอในวันแห่งพายุรุนแรง

April 30, 2004

ยอห์น 7:37-38

พระวิญญาณบริสุทธิ์คือแม่น้ำประกอบด้วยชีวิต

ในวันสุดท้ายของเทศกาลซึ่งเป็นวันใหญ่นั้น พระเยซูทรงยืนและประกาศว่า...
"ถ้าผู้ใดกระหาย ผู้นั้นจงมาหาเราและดื่ม...
... ผู้ที่เชื่อในเรา... ตามที่พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้แล้วว่า..
... `แม่น้ำที่มีน้ำประกอบด้วยชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น'"



ชีวิตผมยุ่งอยู่หลายเดือน จีโน่และผมอยู่บนถนนตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม จนกระทั่งถึงช่วงวันหยุด 30 เมษายน เรามีตารางที่จะต้องไปพูดที่นอร์ทดาโกต้า ซึ่งเป็นการประชุมนัดพิเศษ ….เป็นการประชุมเปิดที่เชิญผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นทั้งคริสเตียนและไม่ใช่คริสเตียน เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้อธิษฐานขอการทรงนำในสิ่งที่ผมจะต้องพูด เพราะมันเป็นหัวข้อใหม่ของผมและผมรู้ว่าผมต้องการการทรงนำ เมื่อเวลาใกล้เข้ามาผมยิ่งอธิษฐานหนักขึ้นๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร

เมื่อคืนก่อน ผมทำงาน 3 กะ มีเวลาแค่พอที่จะอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนที่ผมจะขับรถเดินทางไกล เนื่องจากผมเหนื่อยมาก ผมก็เลยให้จีโน่ขับรถ แล้วผมก็หลับในที่นั่งผู้โดยสาร ผมยังคงมีปัญหาในใจในเรื่องที่จะต้องพูด
ขณะที่ผมหลับไป.... ผมฝัน.....
.... ผมฝันไปว่าผมอยู่ที่เชิงเขาที่สูงมาก ที่มีน้ำตกสวยงามตกลงมาตรงกลางเขานั้น น้ำตกลงมาก็มีแอ่งน้ำและน้ำก็ไหลลงไปบริเวณที่ลาดของภูเขา ผู้คนจำนวนมากอยู่ที่ชั้นล่างนั้น คุกเข่าลงที่แล้วจิบน้ำดื่มจากแหล่งน้ำนั้น

เมื่อผมมองขึ้นไปบนภูเขา มีคนอยู่ที่แอ่งน้ำที่อยู่สูงถัดขึ้นไปเหมือนกัน แต่ยิ่งสูงขึ้นไปจำนวนผู้คนยิ่งน้อยลง น้อยลง

... ขณะที่ผมกำลังมองดูอยู่นั้น ผมเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดสีขาวยืนอยู่ข้างๆผม เอามือพ่ายหลัง เป็นชายคนเดียวกันกับที่ผมฝันเห็นเมื่อครั้งก่อน เขามองไปที่ภูเขาและน้ำตกที่ตกลงมาด้วยใจร้อนรนอย่างเดียวกับที่ผมมองดู

แล้วผมก็มองไปที่เขาและถามเขาว่า “นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ...ผมไม่เข้าใจ”

“นี่คือคำตอบที่คุณถาม” เขาตอบ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไป เขาเริ่มเดินแล้วหันหน้ามาหาผม พูดว่า “เดินไปกับผม”

เราเดินไปที่แอ่งน้ำแอ่งแรก เดินผ่านฝูงชนเข้าไปยืนอยู่ที่ขอบของแอ่งน้ำนั้น ผู้คนกำลังตักน้ำดื่มอย่างหิวกระหาย “ชิมดูซิ” เขาบอกผมแล้วชี้ไปที่น้ำ.. มันดูสะอาดแต่เมื่อผมกวักขึ้นมาแตะที่ลิ้น..ผมรู้สึกว่ารสชาติมันเป็นเหมือนดิน ผมสะดุ้งแล้วชายผู้นั้นก็ยิ้ม...

เขาเดินขึ้นไปบนเขา ผ่านทางที่เป็นหินขรุขระแต่ดูเหมือนชายท่านนี้ไม่ยุ่งยากกับการปีนขึ้นไปเลย ผมเองเดินสะดุดไปตั้งหลายหน ลื่นและก้าวพลาดที่ก้อนหินก็หลายก้อนแต่ผมก็พยายามตามชายท่านนั้นไป

เมื่อไปถึงครึ่งทางที่จะขึ้นไปบนเขานั้น.... เราก็หยุดที่บ่อน้ำอีกหนึ่งแห่ง.... มีคนน้อยกว่าข้างล่าง ดังนั้นจึงง่ายต่อเราที่จะเข้าไปที่ขอบบ่อน้ำนั้น.... “ชิมซิ”... ชายท่านนั้นบอกผม ผมก็ชิมเหมือนครั้งก่อนนั้น ผมใช้มือกวักมาแตะที่ปาก และชิม... แม้ว่ารสชาติดีขึ้นกว่าบ่อก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีรสชาดเปรี้ยวๆอยู่

เราเดินต่อขึ้นไปบนภูเขาอีก... จนกระทั่งมาถึงที่ยอดเขาสูงสุด สิ่งที่เห็นลางๆนั้นตอนนี้ผมเห็นชัดเจน ที่ยอดเขานั้นมีบ่อน้ำที่อยู่ที่นั่นอยู่แล้ว เป็นน้ำพุที่พุ่งออกมาจากภูเขาเอง พุ่งแรงมากผู้ที่อยู่ใกล้ๆที่จะได้รับละอองของน้ำด้วย ผู้ที่ยืนอยู่ที่ยอดเขานั้นยิ่งน้อยลงไปอีก และแล้วตัวเราก็เปียก และต่อจากนั้นไม่นานตัวผมก็เปียกโชก “ชิมน้ำซิ”.... ชายท่านนั้นบอกผมหลังจากที่เรายืนชมความงดงามของน้ำพุได้ซักพัก...

....***น้ำนี้มีรสชาติที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน มันเย็นสดชื่น ความกระหายของผมหมดไปหลังจากจิบไปเพียงเล็กน้อย!!!

แม้ว่าที่นั่นงดงามมาก แต่ผมก็สับสน แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เอ่ยถามชายผู้นั้นว่า.. “ทั้งหมดนี้หมายความว่าอะไรครับ?”

...“คุณได้อธิฐานถึงพระบิดา และขอถึงสิ่งที่คุณจะพูด นี่คือคำตอบของการอธิษฐานของคุณ น้ำพุนี้คือพระวจนะของพระเจ้า มาจากต้นกำนิดบริสุทธิ์และให้ชีวิต แต่เนื่องจากมนุษย์ยังคงบิดเบือนถ้อยคำเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และตีความหมายทำให้ความหนักแน่นของคำลดลง คุณค่าของมันด้อยลงและกลายเป็นขมไป จงพูดความจริงของพระวจนะพระเจ้า แล้วจะช้วยแก้ความหิวกระหายของผู้ฟัง!!!”

ผมถามอีกว่า... “ผู้ที่อยู่ที่ตีนเขา(เชิงเขา)หมายความว่าอย่างไร?”

... “นั่นหมายถึงผู้ที่พอใจความจริงเพียงครึ่งหนึ่ง หลายคนรู้ว่าน้ำที่สะอาดกว่านั้นหาพบได้ที่ยอดเขา แต่เขาเลือกที่จะไม่ใช้ความพยายาม...ไม่ออกแรงมากไปกว่านั้น ...มันปีนยาก ...เพื่อที่จะรู้ความจริงผู้นั้นจะต้องขยันหมั่นเพียรที่จะรู้พระวจนะ และนี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ที่อยู่ที่ตีนเขากับผู้ที่อยู่ที่นี่นั้น ....คือผู้ที่อยู่ที่นี่นั้นเขาหล่อเลี้ยงชีวิตให้มั่นคงด้วยพระวจนะแห่งความจริง ซึ่งในสายตามนุษย์ทั้งหลายได้มองข้ามไป เมื่อยังวันอยู่ทุกคนก็ดูเหมือนกันหมด แต่กลางวันไม่ได้มีตลอดไป”


เมื่อชายท่านนั้นกล่าวคำเหล่านี้... จากที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสว่างสดใสก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีเทา... และมืดสนิท ....และมืดมากจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย...

...“ตอนนี้ จงดูความแตกต่าง” ...ชายท่านนั้นพูด เมื่อผมมองดู ผมก็เข้าใจสิ่งที่ท่านผู้นั้นสื่อความหมาย ....ที่ตีนเขานั้นล้อมไปด้วยความมืดมิด ไม่มีแม้แสงแวบวาบที่จะให้มองเห็น...

....*** แต่ผู้ที่ยืนอยู่ที่ยอดเขานั้น เริ่มมีแสงส่องสว่างออกมาจากภายในทำให้พวกเขามองเห็นหนทางข้างหน้าอย่างชัดเจน ....ชายท่านนั้นที่ยืนอยู่ข้างๆผมส่องสว่างมากกว่าพวกเราทุกคน...


ชายท่านนั้นบอกว่า.. “มีเพียงพระวจนะที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นสมอในวันที่มีพายุรุนแรง และจะเป็นตะเกียงในวันที่มืดมิด(ยุคแห่งความยากลำบาก)...อย่างอื่นจะค่อยๆจางหายไปสู่การไม่มีอยู่อีกต่อไป เพราะว่าวันที่จะมานั้นเป็นวันที่มืดมิดพร้อมกับความยุ่งเหยิง ความสับสนอลหม่านและความกลัดกลุ้มทรมานยิ่ง แม้บนแผ่นดินนี้ไปจนถึงที่พระบิดาได้แสดงความเมตตาอันยิ่งใหญ่นั้น.... วันเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้วเมื่อความพินาศจะมาทำตกตะลึงไปทั้งโลก”


....ผมตื่นขึ้น กำลังคิดว่าผมได้หลับไปเพียงไม่นาน ผมประหลาดใจที่จีโน่บอกผมว่า อีกไม่กี่นาที่เราก็ไปถึงที่หมายแล้ว

คืนนั้น การประชุมเริ่มขึ้นที่ห้องโถงของคาสิโน ตามคำแนะนำ..ผมเทศนาความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า มันเป็น มันเป็นสารที่เรียบง่าย ที่พระเยซูเป็นความจริง เป็นทาง และเป็นชีวิต แม้เป็นเพียงสารที่เรียบง่ายนี้เอง แต่ก็ทำให้จับจิตจับใจผู้ฟังทีเดียวครับ นี่เป็นการประชุมที่ทรงพลังอีกการประชุมหนึ่งในการมาครั้งนี้ มีผู้คนได้รับความรอด ได้รับการปลดปล่อย และมีผู้ที่มอบชีวิตให้พระเยซูใหม่อีก


...ตั้งแต่นั้นมา ผมได้อธิษฐานอย่างจริงจังว่าผมควรจะแบ่งปันความฝันนี้หรือไม่ และรู้ในใจว่านี่ถึงเวลาที่ผมจะต้องทำแล้ว

...พระเจ้าทรงจัดเตรียมลูกๆของพระองค์ล่วงหน้า และให้เวลาพวกเขาเพียงพอในการติดสนิทในพระองค์... และวางใจในพระองค์... เพื่อพวกเขาจะสามารถทนต่อการโหมกระหน่ำของพายุลมและฝน และได้รับชัยชนะในพระองค์ตลอดเส้นทาง

2 เปโตร 1:19

.....และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก..
.....** จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น....
..... ** เสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด...
... ***จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น...
.... **และดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจของท่านทั้งหลาย

2 Peter 1:19

We have also a more sure word of prophecy;... whereunto ye do well that ye take heed, as unto a light that shineth in a dark place, until the day dawn, and the day star arise in your hearts:


วิวรณ์ 22 :17
พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า ....
...."เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินกล่าวว่า "เชิญมาเถิด"...
... และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา.....
... ผู้ใดมีใจปรารถนา....
.... ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย !!!


ด้วยรักในพระคริสต์

Michael Boldea Jr.




Ref: http://www.handofhelp.com/vision_51.php




Create Date : 12 มกราคม 2555
Last Update : 13 มกราคม 2555 16:40:18 น.
Counter : 807 Pageviews.

พระคัมภีร์เดิมไม่ได้ถูกแทนที่โดยพระคัมภีร์ใหม่ New Testament Not Replace Old Testament



พยานพิสูจน์ว่าพระคัมภีร์เดิมไม่ได้ถูกแทนที่โดยพระคัมภีร์ใหม่

Proof That The New Testament Does Not Replace The Old Testament



มัทธิว 7 / Matthew 7

เรารู้จักผู้พยากรณ์เท็จได้โดยคำสอนของเขา

7:15 จงระวังผู้พยากรณ์เท็จที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่า

7:16 ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา....


****เมื่อเราจะดูว่าใครเป็นผู้เผยพระวจนะเท็จ เราดูที่พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเขา(act) เช่นเดียวกันกับที่เราจะดูคริสเตียน เราก็ดูได้ในทำนองเดียวกัน

7:20 เหตุฉะนั้น ท่านจะรู้จักเขาได้เพราะผลของเขา

***ผู้ที่เรียกตนเองว่าคริสเตียนแต่ไม่ได้ดำเนินชีวิตตามคำสอนในพระคัมภีร์ที่สอนว่าควรจะประพฤติเช่นไร ควรดำเนินชีวิตเช่นไรนั้นก็ไม่ได้สร้างบ้านที่มั่นคงบนศิลา แต่เขาสร้างบ้านบนทราย ดังนั้นพระเยซูจึงตรัสไว้ว่า...
7:21 มิใช่ทุกคนที่ร้องแก่เราว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' จะได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้

***พระทัยพระบิดาคืออะไรหรือ? ที่พระเยซูพูดถึง...
..***พระองค์พูดถึง พระธรรม 5 เล่มแรกในพระคัมภีร์(โทราห์)ซึ่งเป็นพระธรรมที่เป็นรากฐานของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม


7:23 เมื่อนั้นเราจะแจ้งแก่เขาว่า `เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่วช้า จงไปเสียให้พ้นจากเรา'....

.....***เจ้าผู้ที่ไม่ทำตามน้ำพระทัยพระบิดา ความหมายคือเจ้าผู้ที่ทำลายโทราห์นั่นเอง

7:24 เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา
7:25 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลท่วม ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา

***คำเหล่านี้ที่พระเยซูสอนคือน้ำพระทัยพระบิดาคือพระธรรม 5 เล่มแรก (โทราห์)...= ผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้คือคำสอนหลักพื้นฐานในโทราห์ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา ในทางกลับกันคือผู้ที่ฟังคำสอนของเราแล้วไม่ปฏิบัติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่โง่เขลาสร้างเรือนของตนไว้บนทราย (7:26) ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลท่วม ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น เรือนนั้นก็พังทลายลง และการซึ่งพังทลายนั้นก็ใหญ่ยิ่งนัก"(7:27)

คุณเป็นผู้มีสติปัญญาหรือเป็นคนโง่เขลา?

สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ในทุกวันนี้ คริสเตียนทั่วประเทศพูดอย่างหนึ่งแล้วปฏิบัติตัวหรือแสดงออกอีกอย่างหนึ่ง การกระทำของพวกเขาไม่ได้ถวายเกียรติแด่พระผู้สร้าง

คุณคือคนนั้นที่โง่เขลาในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าหรือเปล่า?

หรือคุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำลายโทราห์ไปแล้วด้วย?

คุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นหรือเปล่า? …ที่พูดว่า พระคัมภีร์เดิมนั้นไม่มีความสำคัญอีกต่อไปเพราะถูกแทนที่ด้วยพระคัมภีร์ใหม่แล้ว เราไม่ต้องทำอะไรกับมัน เราจะทำอะไรก็ได้ตามที่เราอยากจะทำเพราะว่าเรามีพระโลหิตของพระเยซูคริสต์แล้ว....นั่นเป็นคำกล่าวที่โง่เขลามาก!!!


***...หรือคุณเป็นคนเหล่านั้นที่วางรากฐานสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา..

....**จะพูดว่าฉันต้องการเป็นผู้มีสติปัญญา… ฉันต้องการให้พระเจ้ารู้จักว่าฉันเป็นใคร… และฉันไม่ต้องการให้พระองค์พูดว่า …“เราไม่รู้จักเจ้าเลย” และฉันจะฟังว่าพระองค์พูดว่าอย่างไรในพระคัมภีร์ใหม่ที่ว่า... “ผู้ที่เชื่อฟัง(โทราห์= ทำตามน้ำพระทัยพระบิดา)ของเรา ผู้นั้นคือผู้มีสติปัญญา”


ผมขออธิษฐานให้คุณเป็นผู้มีสติปัญญาครับ!!

หากท่านใดถูกนำทางให้หลงไปโดยไม่ปฏิบัติตามโทราห์ นั่นก็ยังไม่สายเกินไปในตอนนี้ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้มาอยู่ในทางของพระองค์ คุณกลับไปอ่านพระคัมภีร์ 5 เล่มแรกแล้วปฏิบัติตามและผลนั้นจะปรากฏในวิวรณ์ที่คน 2 กลุ่ม คือผู้ที่เชื่อฟัง กับ กลุ่มที่ไม่เชื่อฟัง หรือ คนโง่เขลา และคนมีสติปัญญา เราเลือกเองครับ!!

วันนี้คุณมี 2 ทางเลือก คือ ชีวิต หรือ ความตาย

คุณเลือกชีวิตเพื่อคุณจะมีชีวิตอยู่!!!... พระคำในพระคัมภีร์เหล่านี้จะนำมาซึ่งชีวิต

…คุณต้องนำไปปฏิบัติตาม แนวทางที่คุณปฏิบัตินั้นเป็นตัวกำหนดในสิ่งที่คุณเชื่อ!!

***และถ้าคุณเป็นผู้ที่เชื่อในพระเยซูพระผู้ไถ่จริงๆแล้ว คุณก็จะทำตามสิ่งที่พระองค์บอกให้คุณทำซึ่งนั่นก็พบได้ในโทราห์ และนั่นคือคุณก็สร้างเรือนไว้บนศิลา

**หยุดฟังคนอื่น จงฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์!!

**จงอย่าเป็นคนโง่เขลา จงเป็นคนฉลาด แล้วคุณจะได้รับพระพร!!

***จุดหลักๆคือ บัญญัติ 10 ประการ ถือรักษาสะบาโตแท้!!! วันเสาร์

วิวรณ์ 14 / Revelation 14
พระสัญญาอันมั่นคงสำหรับพวกวิสุทธิชน
14:12 นี่แหละคือความอดทนของพวกวิสุทธิชน คือ....
****ผู้ที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า!!!
..**** และความเชื่อของพระเยซูไว้!!

***ความเชื่อของพระเยซูคือ เราดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูทุกอย่าง ตามที่มีในพระธรรม มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น ไม่ใช่เลือกเพียงบางข้อ หรือเพียงบางส่วนมาปฏิบัติ


ขอพระเจ้าอวยพระพร เอเมน


โปรดดูเพิ่มเติม:
1). http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=07-10-2009&group=1&gblog=16
2). http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=13-10-2009&group=1&gblog=21
3). http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=24-10-2009&group=1&gblog=30



Create Date : 11 มกราคม 2555
Last Update : 11 มกราคม 2555 23:34:53 น.
Counter : 985 Pageviews.

Beware!!! False Teaching: Joyce Meyer จอยซ์ มายย์: เธอสอนผิดไปเยอะเลย


False Prayers and Joyce Meyers The Legalist (Nightline Interview)
จากนาทีที่ 5: 20 จอยซ์ แมร์ สอนว่า “คุณรู้ใช่มั๊ยว่า เราไม่จำเป็นต้องตายจากตัวเองเราก็เข้าสวรรค์ได้ คุณรู้มั๊ยว่าคุณสามารถเห็นแก่ตัวตลอดชีวิตของคุณแล้วคุณก็ไปสวรรค์? พระเจ้าต้องการที่จะอวยพระพรให้เรามากกว่าที่เรารู้ซะอีก”

***ส่วนพระคำของพระเยซูก็ว่า... "ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา” มธ.16:24 (**เอาชนะตนเองก็หมายถึงตายจากตนเอง)

มก. 12:31 และพระบัญญัติที่สองนั้นก็เป็นเช่นกันคือ..
... `จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง' พระบัญญัติอื่นที่ใหญ่กว่าพระบัญญัติทั้งสองนี้ไม่มี"

***หมายความว่าเราต้องไม่คำนึงถึงแต่เรื่องของตัวเอง คืออย่าเห็นแก่ตัวนั่นเอง

ยากอบ 2:8 ถ้าท่านทั้งหลายกระทำให้สำเร็จตามพระราชบัญญัติแห่งพระมหากษัตริย์ตามพระคัมภีร์ที่ว่า `จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง' แล้ว ท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่

***ถ้าไม่ทำตามนี้ ก็หมายความว่า ความประพฤติของท่านทั้งหลายไม่ดี ในสายตาของพระเจ้า!!

มธ.10:22 ท่านจะถูกคนทั้งปวงเกลียดชังเพราะเห็นแก่นามของเรา แต่ผู้ใดที่ทนได้ถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด

จากวีดีโอ นาที 5:45 จอยซ์ แมร์ พูดว่า “ทำไม่เราต้องคอยดูแต่พวกที่เป็นคนบาปที่มีข้าวของมากมายหรือร่ำรวยเล่า?” (ในความหมายว่า...เราต้องมีอย่างเขาด้วย)

1 ยน. 2:15-16
อย่ารักโลก

2:15 อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น

2:16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนัง และตัณหาของตา และความเย่อหยิ่งในชีวิตไม่ได้เกิดจากพระบิดา แต่เกิดจากโลก

อพยพ 20:17 อย่าโลภครัวเรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือวัว ลาของเขา หรือสิ่งใดๆซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน"

****(หนึ่งในบัญญัติ 10 ประการ พระเจ้าบอกว่าอย่าเป็นคนโลภ)

1 ยอห์น 2
2:5 ....***แต่ผู้ใดที่รักษาพระวจนะของพระองค์!!!...
…*** ความรักของพระเจ้าก็สมบูรณ์อยู่ในคนนั้นอย่างแท้จริง..
…*** ด้วยอาการอย่างนี้แหละเราทั้งหลายจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์!!
2:6 ..**ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์… ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้นด้วย!!!

ในนาทีที่ 5:59 จอยซ์ แมร์ สอนว่า... “พระเจ้าต้องการให้คุณมีรถคันสวยๆ และมีเสื้อผ้าชุดสวยๆ พระองค์ต้องการให้คุณมีบ้านหลังใหญ่สวยๆ และได้รับการเลื่อนขั้นดีๆ พระองค์ต้องการให้คุณมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีๆที่ในโลกจะมีให้ได้”

ส่วนพระวจนะของพระเจ้าก็ว่า....

มัทธิว 6: 31-33
"เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายว่า เราจะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม (เพราะว่าพวกต่างชาติแสวงหาสิ่งของทั้งปวงนี้) แต่ว่าพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่า ท่านต้องการสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้แก่ท่าน"

มาระโก 8:36 ...เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร

ลูกา 9:58 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง และนกในอากาศก็ยังมีรัง แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ"


ฟังดูนะว่าชีวิตแบบไหนที่เหล่าสาวกของพระองค์เป็น....

คัดลอกมาจากหนังสือ “Foxes Book Martyr” * ฟิลิปถูกแขวนที่กางเขน
* มัทธิวถูกตัดศีรษะ
* บารนาบัสถูกเผาทั้งเป็นจนตาย
* มาระโกถูกลากไปจนตาย
* ยากอบถูกตีด้วยกระบองจนตาย
* เปาโลถูกตัดศีรษะ
* เปโตรถูกแขวนที่กางเขนแบบกลับหัว
* แอนดรูว์ถูกแขวนที่กางเขน
* โธมัส ถูกแทงด้วยหอกจนตาย
* ลูกาถูกแขวนคอ
* สเตเฟนถูกขว้างด้วยหินจนตาย
* คริสเตียนอีกจำนวนมากถูกโยนลงไปให้สิงโตกัด และถูกเผา และในหนังสือเล่มนี้ก็บอกเราว่ามีคริสเตียนจำนวนมากถูกฆ่าเพียงเพื่อข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของพระเจ้า

พระคัมภีร์เขียนไว้ว่าผู้ที่รักพระเจ้านั้น.... "บางคนถูกหินขว้าง บางคนก็ถูกเลื่อยเป็นท่อนๆ บางคนถูกทดลอง บางคนก็ถูกฆ่าด้วยดาบ บางคนเที่ยวสัญจรไปนุ่งห่มหนังแกะและหนังแพะ อดอยาก ทนทุกข์เวทนาและทนการเคี่ยวเข็ญ" (ฮีบรู11:37)

ผู้จักรายการวิทยุ : พระเจ้าต้องการให้คุณมีชีวิตที่ร่ำรวย?...(หัวเราะหึๆ) พวกเขาเป็นนักเทศน์ที่บิดเบือนข่าวประเสริฐ แล้วพวกเขาก็กลายเป็นพวกที่ถือเอาแบบอย่างกฎหมายเพราะว่าพวกเขาได้แทนที่ข่าวประเสริฐเรื่องการอภัยในความบาป ไปเป็นเรื่องความร่ำรวย การสะสมทรัพย์สมบัติบนโลก และการแสวงหาสิ่งดีๆในโลกไป...

****

2 เปโตร 2 / 2 Peter 2

2:2 จะมีหลายคนประพฤติตามทางแห่งการสาปแช่งของเขา และเพราะคนเหล่านั้นเป็นเหตุ ทางแห่งความจริงจะถูกกล่าวร้าย

2:2 And many shall follow their pernicious ways; by reason of whom the way of truth shall be evil spoken of.

สัญญลักษณ์บางอย่างของผู้พยากรณ์เท็จ
2:10 โดยเฉพาะคนเหล่านั้นที่ปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง ในราคะตัณหาแห่งความโสโครก และหมิ่นประมาทผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ คนเหล่านี้ทะนงตนและประพฤติตามอำเภอใจ เขาไม่สะทกสะท้านที่จะกล่าวประณามผู้ที่มีบรรดาศักดิ์


Some Marks of False Prophets
2:10 But chiefly them that walk after the flesh in the lust of uncleanness, and despise government. Presumptuous are they, selfwilled, they are not afraid to speak evil of dignities.

2:17 คนเหล่านี้เป็นบ่อที่ไร้น้ำ เป็นเมฆที่ถูกพายุพัดไป ทรงเตรียมหมอกแห่งความมืดทึบไว้แล้วสำหรับคนเหล่านั้นเป็นนิตย์

2:17 These are wells without water, clouds that are carried with a tempest; to whom the mist of darkness is reserved for ever.

เพลงสดุดี 1 / Psalms 1
1:1 บุคคลผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม หรือยืนอยู่ในทางของคนบาป หรือนั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย ผู้นั้นก็เป็นสุข
1:2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์ เขาไตร่ตรองถึงพระราชบัญญัติของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน
1:3 เขาจะเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็จะไม่เหี่ยวแห้ง การทุกอย่างซึ่งเขากระทำก็จะจำเริญขึ้น
คนอธรรมขาดความสุข
1:4 คนอธรรมไม่เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเหมือนแกลบซึ่งลมพัดกระจายไป


1:1 Blessed is the man that walketh not in the counsel of the ungodly, nor standeth in the way of sinners, nor sitteth in the seat of the scornful.
1:2 But his delight is in the law of the LORD; and in his law doth he meditate day and night.
1:3 And he shall be like a tree planted by the rivers of water, that bringeth forth his fruit in his season; his leaf also shall not wither; and whatsoever he doeth shall prosper.
Unhappiness of the Ungodly
1:4 The ungodly are not so: but are like the chaff which the wind driveth away.

*****
Joyce Meyer เธอใช้โถส้วมราคา $23,000 เท่ากับ 730,710 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงิน 31.77 บาท / 1$)

โปรดดู: http://truedsicernment.com/2007/11/29/update-on-joyce-meyers-23000-commode/


ภาพอาณาจักรบนแผ่นดินโลกของ Joyce Meyer



Ref: http://www.biblestudyspace.com/profiles/blogs/heresies-in-the-church-tbn



****************

From 5:20min - Joyce Meyer : You know that dying to self is not a requirement to go to heaven. Do you know that you can be selfish all your life and go to heaven ? More than we know how we want to be blessed God wants to bless us.

Matt 16:24 - Then said Jesus unto his disciples, If any [man] will come after me, let him deny himself, and take up his cross, and follow me.

Mar 12:31 - And the second [is] like, [namely] this, Thou shalt love thy neighbour as thyself. There is none other commandment greater than these.

James 2:8 - If ye fulfil the royal law according to the scripture, Thou shalt love thy neighbour as thyself, ye do well:

Matt 10:22 - And ye shall be hated of all [men] for my name's sake: but he that endureth to the end shall be saved.

From 5:45min - Joyce Meyer : Why do we want to see all the sinners have all the good stuff ?

1 John 2:16 - For all that [is] in the world, the lust of the flesh, and the lust of the eyes, and the pride of life, is not of the Father, but is of the world.

Exod 20:17 - Thou shalt not covet thy neighbour's house, thou shalt not covet thy neighbour's wife, nor his manservant, nor his maidservant, nor his ox, nor his ass, nor any thing that [is] thy neighbour's. (one of the ten commandments)
1 John 2:5 - Love not the world, neither the things [that are] in the world. If any man love the world, the love of the Father is not in him.

From 5:59min - Joyce Meyer : God wants you to have a nice car and have a nice wardrobe. He wants you to live in a nice home and have good promotion. He wants you to have a great social life. He wants you to have all the best that the world has to offer.
Matt 6:31 - Therefore take no thought, saying, What shall we eat? or, What shall we drink? or, Wherewithal shall we be clothed?
Matt 6:32 - (For after all these things do the Gentiles seek:) for your heavenly Father knoweth that ye have need of all these things.
Matt 6:33 - But seek ye first the kingdom of God, and his righteousness; and all these things shall be added unto you.
Mar 8:36 - For what shall it profit a man, if he shall gain the whole world, and lose his own soul?

Luk 9:58 - And Jesus said unto him, Foxes have holes, and birds of the air [have] nests; but the Son of man hath not where to lay [his] head.




1 John 2:5 - Love not the world, neither the things [that are] in the world. If any man love the world, the love of the Father is not in him.

John 15:18 - If the world hate you, ye know that it hated me before [it hated] you.

1 John 3:13 - Marvel not, my brethren, if the world hate you.

Matt 26:56 - But all this was done, that the scriptures of the prophets might be fulfilled. Then all the disciples forsook him, and fled.

Matt 16:24 - Then said Jesus unto his disciples, If any [man] will come after me, let him deny himself, and take up his cross, and follow me.


Listen to what kind of life the disciples had.
An excerpt from the Foxes Book of Martyrs - Philip was crucified. Matthew was beheaded. Barnabas was burnt to death. Mark was dragged to death. James was clubbed to death. Paul was beheaded. Peter was crucified. Andrew was crucified. Thomas was speared to death. Luke was hanged. Steven was stoned. Other Christians have been thrown to lions, burnt at the stake and Foxes’ Book of Martyrs tells us that the multitudes that have been killed for the gospel’s sake. The bible says of those who love God :


Heb 11: 37 - They were stoned, they were sawn asunder, were tempted, were slain with the sword: they wandered about in sheepskins and goatskins; being destitute, afflicted, tormented;

Radio Host : God just wants you to have that abundant life….(chuckle) They are gospel-less preachers, suddenly they are legalists because they replace the gospel of forgiveness of sins with get rich, get stuff, get the best things….



Create Date : 11 มกราคม 2555
Last Update : 18 มกราคม 2555 17:00:06 น.
Counter : 1401 Pageviews.

Joyce Meyer: A False Prophetess จอยซ์ มายย์ ผู้เผยพระวจนะเท็จ


พระคัมภีร์ได้เตือนเราไว้ว่าจะมีผู้เผยพระวจนะเท็จเกิดขึ้นมากมาย
โดยเฉพาะในยุคสุดท้าย และนี่ก็ถึงเวลานั้นแล้ว....


“We’re never going to mature and develop godly character until we learn to live…….. with the all-seeing eye on us all the time.”
“พวกเราจะไม่มีวันเติบโตในทางของพระเจ้าได้นอกจากว่าเราจะมีชีวิตอยู่....กับ the all-seeing eye (ตาทิพย์/ตาของซาตาน) ตลอดเวลา”

All-seeing eye? ตาทิพย์เหรอ???

Did she really say that? เธอพูดว่าอย่างนั้นเหรอ????

This wasn’t the only time she has spoken of the All-Seeing eye… นี่ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เธอพูดถึงตาทิพย์

In 2008, She said “We have at have the revelation that we are living under the All-Seeing Eye.”
เมื่อปี 2008 เธอพูดว่า “พวกเราจะต้องมีการเปิดเผยว่าพวกเรากำลังดำเนินชีวิตภายใต้การควบคุมของตาทิพย์*/ตาของซาตาน”

God is never called the “All-Seeing Eye” in the Bible. (and he doesn’t have a singular eye)
พระเจ้าไม่เคยใช้คำว่า ตาทิพย์ ในพระคัมภีร์เลย (และพระองค์ไม่ได้มีตาเดียว)

But someone else has called the “All-Seeing Eye” for thousands of years…Satan!!
แต่มีผู้ที่ใช้คำนี้มาเป็นพันๆปี ผู้นั้นคือ..ซาตาน!!!!


2 โครินธ์ 11 / 2 Corinthians 11
11:14 ….***การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย…!!!
…*** ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตสวรรค์แห่งความสว่างได้!!!
11:15 …***เหตุฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่ผู้รับใช้ของซาตานจะปลอมตัวเป็นผู้รับใช้ของความชอบธรรม..!!!
…*** ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา!!!


11:14 And no marvel; for Satan himself is transformed into an angel of light.
11:15 Therefore it is no great thing if his ministers also be transformed as the ministers of righteousness; whose end shall be according to their works.


มัทธิว 7 / Matthew 7

เรารู้จักผู้พยากรณ์เท็จได้โดยคำสอนของเขา
7:15 ….**จงระวังผู้พยากรณ์เท็จที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ!!!
… ***แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่า!!!


False Prophets Known by Their Teaching
7:15 Beware of false prophets, which come to you in sheep's clothing, but inwardly they are ravening wolves.


มัทธิว 24 / Matthew 24
24:11….*** จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป!!!


24:11 And many false prophets shall rise, and shall deceive many.

1 ยอห์น 4 / 1 John 4
จงพิสูจน์วิญญาณทั้งหลาย
4:1 ท่านที่รักทั้งหลาย...*** อย่าเชื่อวิญญาณเสียทุกๆวิญญาณ!!!...
…** แต่จงพิสูจน์วิญญาณเหล่านั้นว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่!!!...
…*** เพราะว่ามีผู้พยากรณ์เท็จเป็นอันมากออกเที่ยวไปในโลก!!!


Try the Spirits
4:1 Beloved, believe not every spirit, but try the spirits whether they are of God: because many false prophets are gone out into the world.






วีดีโอนี้แสดงให้เห็นว่าเธอ (Joyce Meyer)สอนบิดเบือนจากคำสอนของพระเยซู เธอว่าเธอเป็นพระเจ้าตัวน้อย เธอเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและเธอจะทำทุกอย่างที่เธออยากทำ ซื้อของที่อยากซื้อ เธออวดความร่ำรวย ตรงกับพระคัมภีร์...

2 ทิโมธี 3 / 2 Timothy 3

ลักษณะจิตใจของมนุษย์ในยุคสุดท้าย
3:1 แต่จงเข้าใจข้อนี้ด้วย คือว่าในวันสุดท้ายนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุค

3:2...*** เหตุว่าคนจะเป็นคนรักตัวเอง!!!
...***เป็นคนเห็นแก่เงิน!!!...
...*** เป็นคนอวดตัว...!!!
...*** เป็นคนจองหอง !!! เป็นคนพูดหมิ่นประมาท เป็นคนไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา เป็นคนอกตัญญู เป็นคนไร้ศีลธรรม


Apostasy: the Course of the Age
3:1 This know also, that in the last days perilous times shall come.
3:2 For men shall be lovers of their own selves, covetous, boasters, proud, blasphemers, disobedient to parents, unthankful, unholy,

พระวจนะพระเยซูก็บอกไว้ว่า...

มัทธิว 16 / Matthew 16

16:24 ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า ...
..***"ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา...** ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง!!!
...*** และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา!!!

16:25 ..**เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตของตนรอด!!!
..*** ผู้นั้นจะเสียชีวิต!!..
...*** แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เรา!!!..
...*** ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด!!!

ความหมายว่า.."จะต้องเสียชีวิต"... คือเราต้องตายจากตนเอง


16:24 Then said Jesus unto his disciples, If any man will come after me, let him deny himself, and take up his cross, and follow me.
16:25 For whosoever will save his life shall lose it: and whosoever will lose his life for my sake shall find it.

ส่วนการอวดความร่ำรวยนั้น พระคัมภีร์ก็ว่า..
.
วิวรณ์ 3 / Revelation 3

3:17 เพราะเจ้าพูดว่า....*** "เราเป็นคนมั่งมี ได้ทรัพย์สมบัติทวีมากขึ้น..!!!
....** และเราไม่ต้องการสิ่งใดเลย"!!
...** เจ้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนแร้นแค้นเข็ญใจ!!!...
...*** เป็นคนน่าสังเวช เป็นคนขัดสน!!!
..*** เป็นคนตาบอด และเปลือยกายอยู่!!!!


3:17 Because thou sayest, I am rich, and increased with goods, and have need of nothing; and knowest not that thou art wretched, and miserable, and poor, and blind, and naked:



Create Date : 09 มกราคม 2555
Last Update : 18 มกราคม 2555 16:59:32 น.
Counter : 864 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog