ทัวร์นรกกับแมรี่ เค แบ๊กเทอร์ A Divine Revelation of Hell
A Divine Revelation of Hell

By Mary Katherine Baxter

http://www.nowsthetime.org/revelation_full.html



Mary Katherine Baxter was chosen by God to let the world know of the REALITY of Hell. Her testimony brings the WORD of GOD to life. Jesus Christ appeared to Mary on 40 consecutive nights and took Mary on a tour of Hell. She walked, with Jesus, through the horrors of Hell and talked with many people. Jesus showed her what happens to souls when they die and what happens to the unbelievers and Servants of God who do not obey there calling. My friends get ready to hear God's Divine Revelation of Hell given by His servant Mary Katherine Baxter.


เรื่องราวเกี่ยวกับนรกที่พระเยซูทรงเลือกที่จะนำวิญญาณของ แมรี่ เคเทอรีน แบ๊กเทอร์ไปดูนรกเป็นเวลาติดต่อกันถึง 40 คืน เธอเดินไปพร้อมกับพระเยซูคริสต์ ผ่านความน่าสยดสยองในนรกและพูดคุยกับหลายคน พระเยซูได้แสดงให้เธอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิญญาณเมื่อเขาตายไป อะไรเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่มีความเชื่อ และเกิดอะไรขึ้นกับผู้รับใช้พระเจ้าที่ไม่เชื่อฟังพระองค์เมื่อมีการทรงเรียก

เมื่อคุณทราบมันจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไป จะทำให้คุณลุกขึ้นมาหาคำตอบว่า ทำไมจึงมีคริสเตียนอยู่ในนรกได้????

ข้อความบางส่วนจากเทป...

.......แผ่นดินโลกเปิดออก เราได้กลับไปที่นรกอีกครั้ง ดิฉันเห็นไหล่เขาที่มีแต่ตอไม้ และเต็มไปด้วยฝุ่นสีเทา ดิฉันยังเห็นบ่อและหลุมเล็กๆ มากมาย ข้างๆเนินเขา และมนุษย์ร่างสีเทาเดินพูดคุยกันอยู่

ดิฉันเดินตามพระเยซูบนเส้นทางที่คดเคี้ยวมากและเต็มไปด้วยฝุ่นสีเทา เมื่อเราเดินไปใกล้ ดิฉันเห็นมนุษย์ที่มีอวัยวะบริบูรณ์ครบถ้วนแต่ว่าตายแล้ว พวกเขามีสภาพเหมือนซากศพสีเทา และถูกผูกมัดรวมกันด้วยเชือกแห่งพันธนาการสีเทา ซึ่งพันรอบทุกคนที่อยู่บนเนินเขา แม้จะไม่เห็นเพลิงไฟ แต่ดิฉันรู้แน่ว่านี่คือส่วนหนึ่งของนรก เพราะดิฉันเห็นเนื้อหนังของเขาหลุดลุ่ยจากกระดูกและมีเนื้อหนังใหม่งอกขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ความตายมีอยู่ทุกหนทุกแห่งแต่พวกเขาไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่หมกมุ่นพูดคุยกัน

พระเยซูบอกดิฉันว่า "จงฟังในสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน"

ชายคนหนึ่งพูดกับอีกคนหนึ่งว่า "คุณได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชายที่ชื่อพระเยซูไหม ผู้ซึ่งมารับความผิดบาปของมนุษย์"

ชายอีกคนตอบไปว่า "ผมรู้จักพระเยซู พระองค์ชำระความบาปผิดให้ผมไปหมดแล้ว อันที่จริง ผมไม่รู้ว่าผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่"


ชายคนแรกตอบไปว่า “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่”

มีคนพูดอีกว่า “ผมมาเป็นพยานให้กับเพื่อนบ้านของผม เกี่ยวกับเรื่องพระเยซู แต่เขาไม่ยอมฟังผม เมื่อภรรยาเขาเสียชีวิต เขามาหาผมเพื่อขอยืมเงินไปทำพิธีฝังศพภรรยา แต่ผมจำคำพระเยซูที่เคยพูดว่า เราต้องฉลาดเหมือนงู และอ่อนสุภาพดั่งนกเขา ดังนั้นผมจึงไม่ให้เขายืมเงิน ผมรู้ว่าเขาจะเอาเงินไปใช้กับอย่างอื่นแน่นอน เราต้องเป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์สินที่ดี มิใช่หรือ”

ชายคนแรกเลยพูดขึ้นว่า “ถูกต้องแล้วพี่ชาย ที่คริสตจักรของผมมีเด็กคนหนึ่งต้องการเสื้อผ้าและรองเท้าคู่ใหม่ แต่พ่อของเด็กเป็นคนขี้เหล้า ดังนั้นผมจึงปฏิเสธที่จะซื้อสิ่งของใดๆให้แก่ลูกชายของเขา เราต้องสอนบทเรียนสักอย่างให้กับชายคนนั้น”

แล้วมีชายอีกคนพูดขึ้นมาพร้อมกับชูห่วงเชือกที่พันอยู่รอบมือว่า “สมควรแล้ว เราต้องสอนคนอื่นให้ดำเนินชีวิตเหมือนพระเยซู ชายคนนั้นไม่สมควรดื่มเหล้า ปล่อยให้เขาทนทุกข์ต่อไปเถิด”

พระเยซูตอบว่า “โอ้ เจ้าผู้โง่เขลาและมีใจเชื่องช้า จงตื่นขึ้นสู่ความถูกต้องและจงรักซึ่งกันและกันด้วยความจริงใจ จงช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ จงให้แก่ผู้ที่ต้องการโดยปราศจากความคิดที่จะได้รับสิ่งตอบแทน”

“โอ้ มนุษย์โลกเอ๋ย ถ้าเจ้ากลับใจ เราจะอวยพระเจ้าและไม่สาปแช่งเจ้า จงตื่นจากหลับใหลและมาหาเรา จงถ่อมใจและนมัสการเราด้วยหัวใจของเจ้า และเราจะมาอยู่กับเจ้า เจ้าจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า”




ข้อความบางส่วนในเทปที่ 5.......


ขณะที่เราเดินผ่านไปจากขุมนรกหนึ่งไปสู่อีกขุมนรกหนึ่ง จำไว้และบอกผู้คนบนโลกทุกคนที่ฟังเทปนี้หรืออ่านหนังสือ จงรู้ว่า “นรกมีจริง” มีจิตเป็นล้านๆอยู่ในนรก และอีกจำนวนมากก็กำลังมา ไฟและความตายมีอยู่ทั่วไปหมด และในวันพิพากษาใหญ่ความตายและนรกจะถูกกวาดลงไปในบึงไฟ และนั่นคือ “การตายครั้งที่สอง”

ดิฉันมองที่พระเนตร(ตา)ของพระเยซู ช่างเป็นความอ่อนโยนและพระเมตตาฉายออดมาจากพระเนตรของพระองค์ ช่างเป็นความเศร้าที่เห็นความทุกข์ทรมานของจิตวิญญาณเหล่านี้ ด้วยพระองค์ได้มอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว เพียงพวกเขาเชื่อฟังในคำสอนของพระองค์พวกเขาก็จะปลอดภัยจากสถานที่แห่งนี้ ....ดิฉันเห็นความรักของพระองค์ต่อวิญญาณที่หลงหายเหล่านี้ในนรก ดิฉันเห็นความรักที่


พระองค์ทรงมีต่อดิฉันที่พระองค์ทรงตรัสอย่างอ่อนโยน
“ลูกเอ๋ย จงฟังเราเถิด เรา พระบิดาได้ให้ทุกคนตัดสินใจเองว่าจะเลือกรับใช้พระเจ้าหรือรับใช้ซาตาน พระเจ้าไม่ได้สร้างนรกเพื่อคนเหล่านี้ นรกนั้นมีไว้สำหรับซาตาน และซาตานล่อลวงมนุษย์ให้ติดตามมัน ผู้คนจะต้องเลือกว่าเขาจะรับใช้ใคร”

พระเยซูตรัสว่า “ลูกเอ๋ย จำคำเราไว้ในวันข้างหน้าที่เราจะให้เจ้าเห็นนรก ดูเถิด เราได้บอกเจ้าแล้ว เรามีสิทธิอำนาจทั้งหมดเหนือทั้งฟ้าสวรรค์และนรก และทุกสิ่งในระหว่างนั้น.......และในวันสุดท้าย ที่หนังสือแห่งชีวิตถูกเปิดออก ซึ่งเจ้าจะไม่สามารถชี้หน้าเราว่าเราไม่ได้เตือนเรื่องนรกและไฟที่ไม่รู้ดับแก่เจ้า”


ในระหว่าที่เราเดินไป พระเยซูให้ดิฉันได้ยินผีมารที่กำลังคุยกัน พระองค์บอกว่า “จงฟังสิ่งที่ผีเหล่านี้กำลังพูด เพื่อเจ้าจะได้เตือนผู้คนบนโลกเกี่ยวกับความร้ายกาจผีมารเหล่านี้ และด้วยนามของเรา... ในพระนามพระเยซูคริสต์...ซาตานจะต้องหนีไป!!!

นี่คือสิ่งที่ซาตานสั่งลูกน้องของมัน ปีศาจน้อย “จงไป ไปทำสิ่งชั่วร้ายหลายๆอย่าง ไปทำให้เกิดปัญหาในบ้าน เจ้าจะได้รางวัลเมื่องานเสร็จ”


พระเยซูตรัสว่า “จงจำไว้ ด้วยนามของเรา เจ้าสามารถขับไล่สิ่งเหล่านี้ออกไป”

และดิฉันก็ได้ยินผีชั่วสั่งลูกน้องของมันว่า “ระวัง คนที่รู้จักพระเยซูและมีอำนาจในการขับเจ้าออกได้ จงไปทรมานคนในโลกที่ไม่รู้จักพระเยซูคริสต์ จงออกไปมากๆ เราจะชนะพระเจ้าได้”


ในนรกผีมารเหล่านี้มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวแตกต่างกันไป มีหลายขนาด แต่บนโลกเรามองไม่เห็นพวกมัน

พระเยซูตรัสกับดิฉันอีกว่า “ในนามของเรา เจ้าสามารถขับไล่วิญญาณชั่วออก และผู้คนจะได้รับอิสรภาพ และเรามีฑูตสวรรค์คอยปกป้องคนของเราด้วย”

เราเดินผ่านจากที่เหล่าภูตผีคุยกัน แล้วเราก็ไปอีกขุมหนึ่งของนรก...

เราเดินมาอีกส่วนหนึ่งที่มีการทรมานอย่างหนัก ดิฉันจ้องมองดูอย่างขนลุกเมื่อมาถึงโครงกระดูก ดูเถิด เพื่อนๆ ดูเหมือนว่าเขาจะมีหนังสือที่เขาสมมุติขึ้นเล่มหนึ่งอยู่ในมือ ด้วยความสยดสยองดิฉันเห็นเขาโบกมือไปมาขณะที่ถือหนังสืออยู่ เขาเริ่มอ่านข้อความในหนังสือสมมุตินั้น ฟังนะสิ่งที่ดิฉันกำลังจะบอกคุณจะทำให้คุณตกใจสุดขีด ซึ่งมันก็ทำให้ดิฉันตกใจอย่างสุดขีดมาแล้ว

พระเยซูตรัสว่า “จงจำไว้นะ มีผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในนรก พวกที่ตายแล้วและมีจำนวนมากอยู่ที่นี่”

พระเจ้าตรัสกับชายคนนั้นว่า “ลูกเอ๋ยจงฟัง ”

ชายผู้นั้นเริ่มอ่านถ้อยคำในพระคัมภีร์ คำแล้วคำเล่า ...พระเยซูตรัสกับเขาด้วยความรักว่า “จงอยู่นิ่งๆเถิด” ชายผู้นั้นหยุดพูดทันที และรูปร่างของเขาเริ่มเปลี่ยนไป จิตในร่างเขาพูดว่า “พระองค์เจ้าข้า ”

เขาร้องต่อพระองค์อีกว่า “พระองค์เจ้าข้า ตอนนี้ผมเทศนาความจริงในพระคำของพระองค์ ให้ผมออกไปบอกผู้คนเกี่ยวสถานที่อันสยดสยองนี้เถิด ผมรู้ว่าบนโลกผมไม่เชื่อว่ามีนรก ผมสอนว่าไม่มีนรก และผมก็ไม่เชื่อพระองค์จะกลับมาอีก ผมอะลุ่มอล่วยกับผู้คนในโบสถ์ของผม ผมไม่ชอบใครก็ตามที่แตกต่างทางเชื้อชาติ ต่างปรัชญา ต่างสีผิว ผมทำให้คนจำนวนมากออกห่างจากพระบัญญัติของพระองค์ ผมตั้งกฎกติกาเองเกี่ยวเรื่องนรกและสวรรค์ ผิดหรือถูก โอ้พระองค์เจ้าข้า ผมได้พาให้คนจำนวนมากหลงออกจากทางของพระองค์ ผมทำให้หลายคนสะดุดกับพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระองค์และผมก็รู้ดี พระองค์เจ้าข้า..... ผมเอาเงินจากคนยากจน .... แต่โอ้ พระองค์เจ้าข้า.... ขอให้ผมออกไปจากที่นี่เถิด จิตวิญญาณของผมกำลังถูกทรมาน ...นี่ผมยังไม่ถูกชดใช้หมดจากบาปของผมอีกหรือ???? ต่อไปนี้ผมจะทำสิ่งที่ถูกต้อง …พระองค์เจ้าข้า ผมจะไม่เอาเงินจากโบสถ์อีกต่อไป และผมขอสารภาพบาปเดี๋ยวนี้เลย ผมจะรักคนทุกชาติทุกภาษา ”

พระเยซูตรัสว่า “เจ้าได้บิดเบือนพระวจนะของพระเจ้า เจ้าได้โกหกเกี่ยวกับความจริง เจ้ารู้ดี” พระเยซูตรัสดังนี้แหละ “ความสุขสบายในชีวิตนั้นสำคัญกับเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด และเรายังได้ไปหาเจ้าด้วยตัวเราเองเพื่อให้เจ้าหันกลับมาหาเราแต่เจ้าไม่ยอมรับฟัง เจ้าไปในทางของเจ้าเอง และซาตานเป็นพระเจ้าของเจ้า เพื่อนเอ๋ย เจ้ารู้ความจริงแต่เจ้าไม่ยอมกลับใจและหันกลับหาพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้า เราอยู่ที่นั่นตลอดเวลา รอให้เจ้าหันกลับมาหาเรา และละทิ้งความบาปผิดและสิ่งที่เจ้ากำลังกระทำอยู่นั้น การพิพาษาของพระเจ้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว เราเคยต้องการให้เจ้ากลับใจแต่เจ้าก็ไม่ยอมกลับใจ ”

สีหน้าที่เศร้าสลดของพระองค์พระองค์ก็พาดิฉันเดินต่อไปในขณะที่ร่างของเขาถูกเผาไหม้ในไฟ และเขาก็ยังคงเทศนาอยู่ในนรกนั้น



เอเสเคียล 33 / Ezekiel 33
33:11..... องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราไม่พอใจในความตายของคนชั่ว แต่พอใจในการที่คนชั่วหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า โอ วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย ยอมตายทำไม

33:11 ..... As I live, saith the Lord GOD, I have no pleasure in the death of the wicked; but that the wicked turn from his way and live: turn ye, turn ye from your evil ways; for why will ye die, O house of Israel?

33:12 เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรมจะไม่ช่วยเขาให้พ้นในวันที่เขาละเมิด ส่วนความชั่วของคนชั่วนั้นจะไม่กระทำให้เขาล้มลงในวันที่เขาหันกลับจากความชั่วของเขา และคนชอบธรรมจะไม่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความชอบธรรมในวันที่เขากระทำบาป

33:12 Therefore, thou son of man, say unto the children of thy people, The righteousness of the righteous shall not deliver him in the day of his transgression: as for the wickedness of the wicked, he shall not fall thereby in the day that he turneth from his wickedness; neither shall the righteous be able to live for his righteousness in the day that he sinneth.

33:13 แม้เราจะได้กล่าวแก่คนชอบธรรมว่า เขาจะมีชีวิตอยู่แน่ ถ้าเขายังวางใจในความชอบธรรมของเขา และกระทำความชั่วช้า การกระทำทั้งหลายที่ชอบธรรมของเขาย่อมไม่อยู่ในความทรงจำอีกเลย แต่เขาจะต้องตายเพราะความชั่วช้าซึ่งเขาได้กระทำไว้

33:13 When I shall say to the righteous, that he shall surely live; if he trust to his own righteousness, and commit iniquity, all his righteousnesses shall not be remembered; but for his iniquity that he hath committed, he shall die for it.

33:14 อีกประการหนึ่ง แม้เราจะได้กล่าวแก่คนชั่วว่า `เจ้าจะต้องตายแน่' ถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา มากระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม

33:14 Again, when I say unto the wicked, Thou shalt surely die; if he turn from his sin, and do that which is lawful and right;





Create Date : 18 ธันวาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 22:01:04 น.
Counter : 1181 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog