พระผู้เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย vs. พุทธทำนาย



The Unveiling - โดย Michael Card

Hear the roaring at the rim of the world
See what every eye shall see
Behold He's coming with the clouds
Setting all the captives free
And those who longed to see this day
Will tremble with delight
As a sea of upturned faces there
Is bathed in endless light

CHORUS:
I am the Alpha and the Omega
The One who is and was and is to come
Though I was dead, now I'm alive forever
Don't be afraid
I hold the keys
And I have come

Once the just and gentle Victim
Who is seemed was born to die
See Him now, a blaze of glory
As He moves across the sky
And that majestic silhouette
Who's come to take His bride
Still bears the healing wounds
Upon His hands and feet and side

CHORUS:
I am the Alpha and the Omega
The One who is and was and is to come
Though I was dead, now I'm alive forever
Don't be afraid
I hold the keys
And I have come


The great unveiling of our hope
The promised Jubilee
The revelation of our God
It's all we longed to see

CHORUS:
I am the Alpha and the Omega
The One who is and was and is to come
Though I was dead, now I'm alive forever
Don't be afraid
I hold the keys
And I have come



พระศรีอริยเมตตรัยมาหรือยัง?? ท่านตัดสินเอง...

คัดลอกข้อความมาจาก "พระธรรมปิฎกพุทธทำนายถึงพระศรีอาริยเมตตรัยที่มาโปรดโลกมนุษย์" ซึ่งคัดลอกมาจากวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ พระศรีสุทธิวงศ์ กรุงเทพฯรับรองว่าถูกต้อง เอกสารนี้ออกให้ในวันตำรวจ วันที่ 13 ตุลาคม พศ. 2497

ข้อความบางตอนกล่าวว่า.... เมื่อพระพุทธเจ้า เดินเที่ยวสัญจรเป็นตัวเป็นตนอยู่ในโลกนี้ มีพราหมณ์เฒ่าองค์หนึ่งนุ่งขาวห่มขาวเข้ามาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "มนุษย์และพราหมณ์ทั้งหลายจะจำศีลกินทานไปอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากบาปได้?"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "มาศแม้นว่าท่านทั้งหลายจะให้ทานทอดกฐิน ถือศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 เก้าล้านเก้าพันโกฏิ ยกมือไหว้บูชาถวายตัวเป็นเครื่องบูชา หรือภาวนาวันละ 5 ครั้ง ก็ไม่อาจจะรอดพ้นได้ ทำอย่างนี้ทุกวันก็จะได้บุญกุศลเพียงเท่าเส้นผมเด็กอ่อนที่อยู่ในท้องแม่ 8 อสงไข จะเข้าประตูเมืองสวรรค์ก็ยังมิได้เลย"

พราหมณ์เฒ่าองค์นั้นจึงถามต่อไปว่า "ถ้าอย่างนั้นข้าทั้งหลายจะทำอย่างไรจึงจะพ้นและรอดได้?"

พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพราหมณ์เฒ่านั้นว่า "บาปกรรมของมนุษย์นั้นมากหนักหนา หนักกว่าฟ้า หนากว่าแผ่นดิน สูงกว่าหินสีมาฝัง 4 เหลี่ยม 1 ศอกทุกด้าน ปีไหนเทวดาเอาผ้ามาปัด 1 ที หินนั้นหมดเมื่อไหร่ บาปของมนุษย์จะหมดเมื่อนั้น" พระพุทธเจ้าทรงเทศนาต่อไปอีกว่า "ตัวเราเองได้สละสมบัติ ตัดสละกิเลส มาทรงเพศเป็นชี ถือว่าตนดีไม่น้อย ได้ 8 อสงไขปีปลาย แถมอีกแสนมหากัปล์ นับได้ตัดสละได้ 10 ชาติ ก็ไม่อาจรอดพ้นสักคราวฯท่านทั้งหลายเอ๋ย"

พราหมณ์เฒ่าองค์นั้นก็ทูลถามต่อไปอีกว่า "ดังนั้นจะให้ข้าทั้งหลายทำอย่างไร?"

พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า "ให้ท่านทั้งหลายแสวงหาพระอีกองค์หนึ่งที่จะมาโปรดโลก ช่วยท่านทั้งหลายภายหน้า ชื่อว่าพระศรีอริยเมตตรัย"

แล้วพราหมณ์เฒ่าองค์นั้นทูลถามว่า "พระศรีอริยเมตตรัยที่จะมาโปรดโลกภายหน้านั้นมีบุคลิกลักษณะอย่างไรพระองค์ท่าน?'

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "พระศรีอริยเมตตรัยที่จะมาโปรดโลกภายหน้านั้น ที่อุ้งมืออุ้งเท้าเป็นกงจักรกลม ที่สีข้างมีรอยถูกแทงเป็นแผล หน้าผากเต็มไปด้วยรอยตำหนิ พระองค์นั่นแหละจะพาท่านทั้งหลายไต่ข้ามวัฏสงสารไปจนถึงสวรรค์นิพพานจึงพบหน้พระแก้ว3 ประการตามประสงค์ หาตามทางเก่าท่านไม่พ้นแน่ ให้ท่านเลิกทางเก่าเสีย และจะมีดวงวิญญาณดวงใหม่ ดวงหนึ่งเท่าแสงหิ่งห้อยลงมาจากชั้นฟ้าเบื้องบน ลงมาสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย แล้วท่านทั้งหลายจะมีชัยชนะต่อศัตรูทั้ง 4 ทิศ 8 ทิศ ใครจะปองร้ายท่านไม่ได้ ถ้าตายแล้วจะไม่ได้กลับมาในโลกนี้อีกต่อไป (คือจะได้ไปสวรรค์นิพพานนั่นเอง- ผู้เรียบเรียง)"


####
####
####
#################
#################
####
####
####
####
####
####
####
####



"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก
จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา
เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์"

ยอห์น 3:16






ก่อนที่พระเยซูจะถูกจับไปตรึงที่ไม้กางเขน พระองค์ได้ทรงกล่าวกับเหล่าสาวกเกี่ยวกับองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พระองค์จะทรงประทานมาให้สถิตอยู่ด้วยกับทุกคนที่เชื่อในพระองค์
ดังนี้....

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงเตือนให้โลกรู้สำนึก
ยอห์น 16
16:7 ......เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจ ก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเราไปแล้ว เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน
16:8 เมื่อพระองค์นั้นเสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงกระทำให้โลกรู้สึกถึงความผิดบาป และถึงความชอบธรรม และถึงการพิพากษา16:9 ถึงความผิดบาปนั้น คือเพราะเขาไม่เชื่อในเรา
16:10 ถึงความชอบธรรมนั้น คือเพราะเราไปหาพระบิดาของเรา และท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก
16:11 ถึงการพิพากษานั้น คือเพราะผู้ครองโลกนี้(หมายถึง ผีมารซาตาน -ผู้เรียบเรียง )ถูกพิพากษาแล้ว


Note: พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจ หมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ...ดวงวิญญาณดวงใหม่ ดวงหนึ่งเท่าแสงหิ่งห้อยลงมาจากชั้นฟ้าเบื้องบน ลงมาสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย... ---> ตามที่ได้กล่าวไว้จากเอกสารข้างบนนั่นเอง - ผู้เรียบเรียง


พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงนำทางคริสเตียน

16:12 เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกท่านทั้งหลาย แต่เดี๋ยวนี้ท่านยังรับไว้ไม่ได้
16:13 เมื่อพระองค์ พระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น
16:14 พระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรามาสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย
16:15 ทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นเป็นของเรา เหตุฉะนั้นเราจึงกล่าวว่า พระวิญญาณทรงเอาสิ่งซึ่งเป็นของเรานั้นมาสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย



ยอห์น 17: 1-11

...... พระเยซู อธิษฐานต่อพระบิดา....

"พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงโปรดให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติ เพื่อพระบุตรจะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือเนื้อหนังทั้งสิ้น เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนทั้งปวงที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา ข้าพระองค์ได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ในโลก ข้าพระองค์ได้กระทำพระราชกิจที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์กระทำนั้นสำเร็จแล้ว

บัดนี้ โอ พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์ คือเกียรติซึ่งข้าพระองค์ได้มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา ข้าพระองค์ได้สำแดงพระนามของพระองค์แก่คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ประทานให้แก่ข้าพระองค์จากมวลมนุษย์โลก คนเหล่านั้นเป็นของพระองค์แล้ว และพระองค์ได้ประทานเขาให้แก่ข้าพระองค์ และเขาได้รักษาพระดำรัสของพระองค์แล้ว

บัดนี้เขาทั้งหลายรู้ว่า ทุกสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์นั้นมาจากพระองค์ เพราะว่าพระดำรัสที่พระองค์ตรัสประทานให้แก่ข้าพระองค์นั้น ข้าพระองค์ได้ให้เขาแล้ว และเขาได้รับไว้ และเขารู้แน่ว่าข้าพระองค์มาจากพระองค์ และเขาเชื่อว่า พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพระองค์มา

ข้าพระองค์อธิษฐานเพื่อเขา ข้าพระองค์มิได้อธิษฐานเพื่อโลก(หมายความว่า ไม่ได้อธิษฐานเพื่อผู้ที่ไม่เชื่อในพระองค์) แต่เพื่อคนเหล่านั้นที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ เพราะว่าเขาเป็นของพระองค์ ทุกสิ่งซึ่งเป็นของข้าพระองค์ก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่งซึ่งเป็นของพระองค์ก็เป็นของข้าพระองค์ และข้าพระองค์มีเกียรติในสิ่งเหล่านั้น

บัดนี้ข้าพระองค์จะไม่อยู่ในโลกนี้อีก แต่พวกเขายังอยู่ในโลกนี้ และข้าพระองค์กำลังจะไปหาพระองค์ ข้าแต่พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอพระองค์ทรงโปรดพิทักษ์รักษาบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ไว้โดยพระนามของพระองค์ เพื่อเขาจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนดังข้าพระองค์กับพระองค์





พระเยซูถูกตรึงที่ไม้กางเขน โดยถูกตอกตะปูที่มือทั้งสองข้าง และเท้าทั้งสองข้าง.....และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วนั้น....

"....ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์
และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที"
ยอห์น 19:34



....หลังจากที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ได้ทรงปรากฏพระองค์ต่อเหล่าสาวกเว้นแต่โธมัส

ยอห์น 20

20:19 ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ เมื่อสาวกปิดประตูห้องที่พวกเขาอยู่แล้วเพราะกลัวพวกยิว พระเยซูได้เสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ท่ามกลางเขา และตรัสกับเขาว่า "สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด"
20:20 ครั้นพระองค์ตรัสอย่างนั้นแล้ว พระองค์ทรงให้เขาดูพระหัตถ์และสีข้างของพระองค์ เมื่อพวกสาวกเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว เขาก็มีความยินดี
20:21 พระเยซูจึงตรัสกับเขาอีกว่า "สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาของเราทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น"
20:22 ครั้นพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงทรงระบายลมหายใจออกเหนือเขา และตรัสกับเขาว่า "ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด
20:23 ถ้าท่านจะยกความผิดบาปของผู้ใด ความผิดบาปนั้นก็จะถูกยกเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดบาปติดอยู่กับผู้ใด ความผิดบาปก็จะติดอยู่กับผู้นั้น"





พระเยซูทรงปรากฏพระองค์อีกครั้งหนึ่งและโธมัสยอมเชื่อ

ยอห์น 20

20:24 แต่ฝ่ายโธมัสที่เขาเรียกกันว่า ดิดุมัส ซึ่งเป็นสาวกคนหนึ่งในสิบสองคนนั้น ไม่ได้อยู่กับพวกเขาเมื่อพระเยซูเสด็จมา
20:25 สาวกอื่นๆจึงบอกโธมัสว่า "เราได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว" แต่โธมัสตอบเขาเหล่านั้นว่า "ถ้าข้าไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระองค์ และไม่ได้เอานิ้วของข้าแยงเข้าไปที่รอยตะปูนั้น และไม่ได้เอามือของข้าแยงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์แล้ว ข้าจะไม่เชื่อเลย"
20:26 ครั้นล่วงไปแปดวันแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์อยู่ด้วยกันข้างในอีก และโธมัสก็อยู่กับพวกเขาด้วย ประตูปิดแล้ว พระเยซูเสด็จเข้ามาและประทับยืนอยู่ท่ามกลางเขาและตรัสว่า "สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด"
20:27 แล้วพระองค์ตรัสกับโธมัสว่า "จงยื่นนิ้วมาที่นี่และดูมือของเรา จงยื่นมือออกคลำที่สีข้างของเรา อย่าขาดความเชื่อเลย แต่จงเชื่อเถิด"
20:28 โธมัสทูลตอบพระองค์ว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ และพระเจ้าของข้าพระองค์"
20:29 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "โธมัสเอ๋ย เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข"



พระเยซูตรัสกับเหล่าสาวก
"อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย
ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง
ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว
เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
และถ้าเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว
เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา
เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย
ท่านทราบว่าเราจะไปที่ไหนและท่านก็รู้จักทางนั้น"
ยอห์น 14:1-4






"จงขอแล้วท่านจะได้รับ
จงหาแล้วท่านจะพบ
จงเคาะแล้วประตูจะเปิดออกให้แก่ท่าน"
มัทธิว 7:7



"พระยาห์เวห์ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณ
และความเอ็นดูสงสาร
ทรงกริ้วช้า และเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง

องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงดีต่อทุกคน
พระองค์ทรงรักและเอ็นดูทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง"
สดุดี 145:8-9






อัครฑูตเปาโลได้ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องความรอดผ่านทางพระเยซูคริสต์ มาถึงเราซึ่งเป็นชาวต่างชาติ

กิจการ 17:23-31...เมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่งมีคำจารึกไว้ว่า `แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก' เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จักแต่ยังนมัสการอยู่... พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้

... การที่มือมนุษย์ปฏิบัตินมัสการพระองค์นั้นจะหมายว่า พระเจ้าต้องประสงค์สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากเขาก็หามิได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก

... พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่... เพื่อเขาจะได้แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า และหากเขาจะคลำหาก็จะได้พบพระองค์ ด้วยพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย... ด้วยว่า `เรามีชีวิตและไหวตัวและเป็นอยู่ในพระองค์' ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า `เราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์'

....เหตุฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นเหมือนทอง เงิน หรือหิน ซึ่งได้แกะสลักด้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์... ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังโฉดเขลาอยู่พระเจ้าทรงมองข้ามไปเสีย แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่... เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยให้ท่านองค์นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้เป็นผู้พิพากษา และพระองค์ได้ให้พยานหลักฐานแก่คนทั้งปวงแล้วว่า ได้ทรงโปรดให้ท่านองค์นั้นคืนพระชนม์"

ข้อมูลเพิ่มเติม:
../mainblog.php?id=debunk&month=08-10-2009&group=1&gblog=17
../mainblog.php?id=debunk&month=15-11-2009&group=1&gblog=74
../mainblog.php?id=debunk&month=23-10-2009&group=1&gblog=29





Create Date : 13 ตุลาคม 2552
Last Update : 6 มกราคม 2555 11:05:15 น.
Counter : 1535 Pageviews.

0 comments

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog