Life without love is like a tree without blossoms or fruit. Kahlil Gibran
Group Blog
 
All blogs
 

ไม่มีไฟ ใช่ว่าจะมองไม่เห็นทาง

วันนี้ทำงานอยู่ที่ อุบลราชธานี

ตั้งแต่มาฝึกงานออแกไนเซอร์ ชีวิตก็เหมือนจะชอบเดินทางโดยไม่ได้ตั้งใจ
หลายครั้งอยากไป หลายครั้งต้องทำใจให้อยาก เพราะมันเป็นหน้าที่

นี่แค่เดือนธันวาเดือนเดียว ก็มาอุบลแทบจะอาทิตย์เว้นอาทิตย์
มาจนหลงรักส้มตำลาวแบบถอนตัวไม่ขึ้น!!

คราวสุดท้ายที่มาอุบล ข้าวสวยยังไม่เคยแตะปลายลิ้นเลยสักมื้อ ทุกมื้อมีแต่ข้าวเหนียว แต่ฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับการกินข้าวเหนียวแต่อย่างใด

แค่รู้สึกว่าบางครั้งมันไม่คุ้นชินกับลิ้นนิดหน่อย
แต่เอาเถอะ อยากบอกว่าปลาร้าอีสานนี่สุดยอดอ่ะ
ต้องเรียกหาให้ใส่ส้มตำทุกครั้ง เพราะมันหอม

ไม่ผิดหรอก ปลาร้าที่นั่นหอมจริงๆ ไม่รู้ทำไม

ก่อนจะกลายเป็นรายการแนะนำอาหาร ย้อมกลับมาที่หน้างานดีกว่า

วันนี้เริ่มจะชินกับพื้นที่ที่ต้องมาทำงานแล้ว
บริเวณที่ว่าก็คือ ป่าหลังมอ สถานที่ที่เราจะปลูกป่าถวายในหลวง
พี่เอ๋ (เออีเจ้าของโปรเจ็ค) บอกว่า ต้องเซ็ทอัพให้เสร็จภายในตะวันตกดิน เพราะหลังจากนั้นเราจะมองไม่เห็นแล้ว ไฟมันเข้าไม่ถึงน่ะ ดังนั้นงานของเราก็จะเริ่มตั้งแต่ตะวันขึ้น !! แปลกๆ และเอาเข้าจริงก็ไม่เป็นอย่างนั้นด้วย เพราะพี่เอ๋ไม่ตื่น hahaha

สรุปเราเลยลงมือทำกันตอนสายๆ ทำไปทำมาตามสัญชาตญาณคนจัดงาน แค่เราเพิ่งเริ่มก็รู้แล้วว่ามันไม่ทันตะวันตกดินแหงๆ แต่ก็ทำๆไปเรื่อยๆ

ยกกล้าไม้แบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเลยอ่ะ

สุดท้ายตอนเย็นก็มาถึง งานก็ยังไม่เสร็จ
แต่ทุกคนที่มีหน้าที่ของตัวเองในบริเวณนั้นก็ไม่มีใครแคร์พระอาทิตย์ ว่าจะตกตอนไหน เขาคงรับรู้แค่ว่า งานยังไม่เสร็จก็ระเห็ดไปไหนไม่ได้

ฉันก็ไปไหนไม่ได้เหมือนกัน ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ไม่มีหน้าที่แล้ว (จะไปได้ยังไงก็มาเป็นเด็กฝึกงานของพี่เอ๋ พี่แกยังทำงานอยู่ก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนแกดิ)

และที่เค้าขู่ๆกันว่าที่นี่มันมืด มันมืดมากจริงๆนะ
ไอ้ที่ว่าไม่มีไฟ ก็ไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้่อย
ไฟฟ้าไม่มี มีแต่ไฟสูงไฟต่ำจากหน้ารถที่ขนของเข้าไปใช้ส่องเอา
อยากสว่างตรงไหน ก็หันหัวรถไปทางนั้น

นอกจากไฟไม่มี ความอุ่นก็หาไม่เจอด้วย กลางป่าในหน้าหนาวที่จังหวัดอีสานสุดของประเทศ ชีวิตเกือบจะรันทดแล้ว ถ้าไม่มองเห็นอะไรบางอย่างอย่างเช่น

พี่ๆทีมโปรดักชั่นทำงานกันไม่หยุด
พี่เอ๋เจ้าของโปรเจ็คก็ยังไม่หยุดทำหน้ากังวลว่ามันจะเสร็จตอนกี่โมงวะ
พี่ๆจากบริษัทซัพพลายเออร์ที่เอาของมาลงก็ยังขนกันต่อไป
คนจัดเก้าอี้ก็จัด จัดโต๊ะก็จัด ทำเวทีก็ทำ ไม่เห็นมีใครหยุดอู้ขณะที่มันมองไม่ค่อยจะเห็น
กระทั่งตัวเราเองที่มักจะอู้ยังอุตส่าห์โฉบไปโฉบมาช่วยคนนั้นนิดคนนี้หน่อย

ไม่รู้ว่าเพราะเค้ารีบจะทำให้มันเสร็จจะได้กลับไปนอนอุ่นๆ
หรือเค้าตั้งใจเพราะมันคืองานที่จะบอกถึงความรับผิดชอบของคนทำ
หรือจะทั้งสองอย่าง

อะไรก็ช่างทำให้วันนั้นเรารู้สึกว่าคนทำงานออแกไนซ์ทุกคน คุณคือคนมีไฟ เป็นไฟที่อะไรก็ดับมันไม่ได้ ยิ่งถ้างานใกล้จะเกิดไฟยิ่งลุกโชน

เคยสงสัยว่าไฟนี้มันถูกจุดขึ้นมาจากอะไร แต่จากที่สัมผัสมา มันน่าจะถูกจุดจากความสุขและมีความสนุกเป็นเชื้อเพลิง

หายข้องใจแล้วว่า ทำไมกลางป่าที่มืดขนาดนั้น ทุกคนกลับทำงานยังกับว่าอยู่กลางแสงสว่างโล่

คงเป็นไฟที่อยู่ข้างในสินะ..ที่ส่องนำทาง




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2553 16:24:36 น.
Counter : 220 Pageviews.  

อารัมภบท

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์

ต้องใช้คำนี้เพราะว่าเวลาที่อยู่ในสถานที่ซึ่งจำกัดความว่าฝึกงานได้ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว แต่บันทึกเด็กฝึกงานก็ไม่เคยก้าวหน้าไปแม้แต่วลีเดียว

แต่วันนี้ที่เขียนรายงานการฝึกงานส่งอาจารย์ก็เลยระลึกเรื่องราวเก่าๆในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้

ทำให้รู้สึกว่าจริงๆแล้วอะไรที่ว่ายากๆ ที่เรารู้สึกเหมือนจะข้ามมันไปไม่ได้
สุดท้าย "มันง่ายนิดเดียว"

จากที่บ่นทุกวันว่าพาตัวเองมาทำอะไรที่นี่
มันคือสุโค่ยประสบการณ์ (แปลว่า ประสบการณ์อันสุดยอด) เลยก็ว่าได้

ถ้าไม่มาจะรู้ไหม ว่าโลกความจริง มันเป็นยังไง โหดร้าย? น่ากลัว? เห็นแก่ตัว? ใส่หน้ากาก? บลาๆๆๆ

ถ้าไม่มาจะรู้ไหม ว่าคำว่า อดทน ที่สะกดแบบนี้น่ะ ต้องทำยังไงถึงเรียกว่าอดทนเป็น

ถ้าไม่มา ก็จะต้องตั้งคำถามกับตัวเองต่อไปว่า ถ้ามาแล้วจะเจออะไร

ถ้าไม่มาจะรู้ไหม ว่าเราทำได้ ทำได้พอๆกับที่คนอื่นทำได้นั่นแหละ

สุดท้าย..ถ้าไม่มาจะรู้ไหม ว่าเราก็แกร่งพอจะผ่านมันมาได้เหมือนกัน

ก่อนหน้าที่จะมาฝึกงาน ฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องผ่านกระบวนการท้าทาย และพิสูจน์อะไรอีกมากมายในชีวิต อะไรสักอย่างที่จะทำให้ฉันศรัทธาในตัวเอง ว่าเราเป็นในสิ่งที่เราอยากเป็น ทำในสิ่งที่เราอยากทำ รู้สึกในสิ่งที่เราอยากรู้สึก เต็มที่แล้วหรือยัง ฉันตั้งใจไว้ว่าจะไปเสาะแสวงหาความท้าทายทั้งหลายแหล่หลังฝึกงานเสร็จ

แต่ชีวิตไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ 3 เดือนที่อุทิศให้กับความขม ความหวานของชีวิตได้จบลงที่นี่แล้ว และอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ความศรัทธาในตัวเอง อย่างน้อย "กูก็คนเก่งคนนึงล่ะวะ"

โดยไม่ต้องเดินทางไกลอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก
แค่เดินผ่านวันเวลาไปทุกวันๆ
ระหว่างนั้นก็ดูตัวเองโตขึ้นเรื่อยๆไปด้วย

แค่นี้ ก็รู้สึกดีกับชีวิตขึ้นอีกเยอะแล้ว




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 0:21:31 น.
Counter : 138 Pageviews.  


HowLentissimo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Traveler
Bakery Seeker
I'm Everywhere as my heart wanna be.
A friend who is far away is sometimes much nearer than one who is at hand. Is not the mountain far more awe-inspiring and more clearly visible to one passing through the valley than to those who inhabit the mountain? 'Kahlil Gibran'
One friend in a lifetime is much, two are many, three are hardly possible. Friendship needs a certain parallelism of life, a community of thought, a rivalry of aim. 'Henry B. Adams'
PIXEL1EVENT on Facebook
Friends' blogs
[Add HowLentissimo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.