~^My Wings and The Wind^~
Group Blog
 
All Blogs
 

CANSLIM

วิลเลียม โอนิลเริ่มงานเป็นนายหน้าขายหลักทรัพย์ในปี 1958 สามปีที่เขาทำงานกับบริษัทนี้เขาได้เรียนรู้การบริหารกองทุนรวมที่เด่นๆใน ขณะนั้น เขาได้ค้นพบว่ากองทุนเหล่านี้ประสบผลสำเร็จก็เพราะว่าเลือกซื้อหุ้นที่ราคา ทำจุดสูงสุดใหม่ หรือทางเทคนิคอลเรียกว่า ‘breaking out’ หุ้นหลายตัวที่มีลักษณะแบบนี้มักจะปรับตัวสูงขึ้นต่อมากกว่า100%

โอนิลได้เลียนแบบการลงทุนแบบนี้ ภายในหนึ่งปีผ่านไปเขาสามารถเพิ่มเงินของเขาจาก 5,000 เหรียญเป็น 200,000 เหรียญ เขาเป็นผู้จัดการกองทุนที่จัดว่ามีผลการดำเนินงานดีเด่นในยุค 60เลยทีเดียว เขาเป็นผู้บุกเบิกการเลือกหุ้นโดยอาศัยข้อมูลทางสถิติ และบริษัทของเขาก็ยังคงให้บริการข้อมูลเหล่านี้แก่ผู้ลงทุนจนทุกวันนี้

ผลการดำเนินงานของเขามีทั้งขึ้นและลงโดยเฉพาะในช่วงที่หลังการปรับตัวที่ดี ของ ตลาดหุ้นในช่วงยุค ’60 ผลตอบแทนที่เขาได้รับจะอยู่ในอัตราเฉลี่ย 40% ในรอบสิบปี หุ้นที่เขาลงทุนแล้วประสบความสำเร็จอย่างมากเป็นหุ้นบริษัทยาซินเท็ค (SYNTEX) บริษัทนี้เป็นบริษัทแรกที่ผลิตยาคุมกำเนิด ขณะนั้นบริษัทประกาศผลกำไรโตขึ้นมาถึง 300% ราคาหุ้นปรับตัวจาก 100 เหรียญ เป็น 550 เหรียญ ทำให้เขามีกำไรมากพอที่จะเริ่มธุรกิจส่วนตัว ปัจจุบันเขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษาของเขาเองตั้ง อยู่ที่ลอสเองเจอริส อเมริกา

วิธีการและแนวทางการลงทุนของเขาคล้ายๆกับ จิม สแลตเตอร์ เขาให้ส่วนผสมของข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณเป็นเกณฑ์ในการเลือก หุ้นลงทุน แนวคิดที่สำคัญในการลงทุนคือ “มองหาหุ้นที่โตเร็วที่มีศักยภาพในการที่ราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง” นั้นคือ ซื้อหุ้นเมื่อบริษัทแข็งแกร่ง ขายออกเมื่อบริษัทอ่อนแอลงเขาแนะนำนักลงทุนให้ใช้แนวทาง 7ประการในการลงทุน โดยมีตัวย่อ C-A-N-S-L-I-M ดังนี้
C = ผลกำไรไตรมาสก่อน (Current quarterly earnings) มองหาบริษัทมีเพิ่งประกาศผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 40 – 500%

A = กำไรต่อปีเพิ่มขึ้น (Annual earnings increases) มองหาบริษัทที่มีความเติบโตติดต่อกันห้าปี โดยมีอัตราเติบโตที่ไม่ต่ำกว่า 25%ต่อปี ถ้าหุ้นมีลักษณะอย่างนี้เราไม่จำเป็นต้องสนใจ PE Ratio ซึ่งช่วงของ PE อาจจะอยู่ที่ 20 ขึ้นไป

N = สินค้าใหม่ ทีมบริหารใหม่ จุดสูงสุดใหม่ (New products, new management, new highs) หุ้นที่ดีมักจะมีเรื่องราวใหม่ๆอยู่เบื้องหลังมัน เช่น สินค้าใหม่ที่น่าสนใจ หรือ ผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดจุดสูงสุดใหม่

S = อุปสงค์ และ อุปทาน (Supply and demand) หากหุ้นที่มีขนาดเล็กมีปริมาณการซื้อขายสูงๆ จะทำให้โอกาสที่ราคาหุ้นจะถูกขับเคลื่อนสูงขึ้นได้

L = ผู้นำ และ ผู้ตาม (Leaders and laggards) เลือกลงทุนในหุ้นที่มีความเข้มแข็งในอันดับต้นของหมวดนั้นๆซัก 2 -3 บริษัท หุ้นเหล่านี้มักจะปรับตัวดีกว่าหุ้นอื่นๆในหมวดเดียวกันในอัตรา 80 – 90% ภายใน 12 เดือน อยู่ให้ห่างหุ้นที่ปรับตัวแย่ลงในระยะ 7 เดือน

I = ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน (Institutional sponsorship) หาให้ได้ว่าหุ้นตัวใดที่นักลงทุนสถาบันนิยมซื้อ หากเป็นหุ้นที่มีผลตอบแทนดีและนักลงทุนสถาบันยังมีอยู่น้อย เราอาจจะนำมาเป็นหุ้นที่เราจะเข้าซื้อ

M = ทิศทางของตลาด (Market direction) ตรวจสอบตลาดทุกวันเพื่อหาสัญณาณของการปรับตัวลง และให้ระวังการเข้าซื้อในขณะนั้น

เขาแนะนำให้ทำการขายหุ้นตัดขาดทุนเมื่อหุ้นนั้นตกลงต่ำกว่า 7-8% จากราคาที่ซื้อมาโดยไม่ต้องมีคำถาม และให้ขายหุ้นที่ขึ้นไม่ถึง 20%ภายใน13 สัปดาห์ ให้ถือหุ้นที่ขึ้นเกิน 20% ภายใน 4 – 5 สัปดาห์ หุ้นพวกนี้มักจะเป็นหุ้นที่ทำกำไรมากที่สุด ในกรณีที่หุ้นที่ซื้อมาและมีการปรับตัวขึ้น 25%อย่างรวดเร็วภายใน 1-2สัปดาห์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าอาจจะมีข่าวดีทำให้นักลงทุนในตลาดแห่กันเข้าเก็บ หุ้นอย่างเร่งร้อน เราควรรีบทำกำไรเช่นเดียวกัน




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 12:36:40 น.
Counter : 286 Pageviews.  

สไตล์การลงทุนที่ดีที่สุด ?

เบน เกรแฮม กล่าวว่า ลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน

ฟิลลิป ฟิชเชอร์ กล่าวว่า ลงทุนในหุ้นที่คุณรู้จักมัน และวิเคราะห์มันอย่างลึกซึ้งแล้วเท่านั้นว่ามันเป็นบริษัทที่ดีเยี่ยม

วอเรนท์ บัฟเฟต ต่อยอดด้วยการ ลงทุนในบริษัทที่ดีเยี่ยม ณ เวลาที่มูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และถือมันไว้ตราบเท่าที่มันยังคงความยอดเยี่ยมอยู่

ปีเตอร์ ลินช์ ลงทุนในหุ้นเป็นพันตัว จากการวิเคราะห์จากมุมมองของคนธรรมดา ผู้บริโภคสินค้า และข้อมูลในชีวิตประจำวัน

จอห์น เทมเิบิลตัน ลงทุนในหุ้นเป็นร้อยตัว จากการ turn around รอบใหญ่จากวิกฤตเศรษฐกิจ Timing ในการซื้อขายเป็นสิ่งสำคัญ

จอห์น เนฟ ซื้อหุ้นที่ผู้คนยังไม่เห็นค่า และขายเมื่อผู้คนเห็นด้วยกับคุณ

จอร์จ โซรอส ลงทุนสไตล์ Trend Following อาศัยความเบี่ยงเบนทางจิตวิทยามวลชน และการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ

ทุกท่านที่เอ่ยนามมา เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการลงทุนทั้งสิ้น หากแต่สไตล์ในการลงทุนของแต่ละท่านนั้น กลับแตกต่างกันหรืออาจตรงข้ามกันเลยด้วยซ้ำ

จริงๆ แล้วการลงทุนในหุ้นไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวว่าวิธีไหนหรือสไตล์ไหนดีที่สุดมันสำคัญที่ว่าเราเหมาะกับสไตล์การลงทุนนั้น ๆ หรือไม่ต่างหาก

เส้นทางที่ต่างกันอาจนำพาไปสู่จุดหมายเดียวกันได้...อันนี้จริงแท้แน่นอน
เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเรา และเราแฮปปี้ที่จะเดินในเส้นทางนั้นเป็นดีที่สุด

ถึงแม้ว่าบางทีอาจต้องใช้เวลามากกว่าในการเิดินถึงจุดหมาย แต่เราได้รับความสุขในระหว่างเดินทางมาชดเชยเวลาที่เสียไปก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อย




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 20:42:08 น.
Counter : 290 Pageviews.  


อสูรกายสยายปีก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อสูรกายสยายปีก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.