~^My Wings and The Wind^~
Group Blog
 
All Blogs
 

Swensen Franchise

นายปีเตอร์ คิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือไมเนอร์ฟู้ดกรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯแม่ของสเวนเซ่นส์ที่ซานฟรานซิสโก อเมริกา ได้มอบหมายไลเซ่นส์ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ให้กับกลุ่มไมเนอร์ฯในการขยายธุรกิจของ สเวนเซ่นส์ด้วยระบบแฟรนไชส์รวมแล้ว 38 ประเทศ ซึ่งจะเน้นหนักที่ตลาดเอเซียและตะวันออกกลาง เป็นหลัก เนื่องจากสเวนเซ่นส์ในไทยมีอัตราการเติบโตและมีผลประกอบการที่น่าพอใจ ซึ่งล่าสุดปีนี้ได้รับสิทธิ์ในประเทศ อินเดีย ลาวและเวียดนาม และบริษัทฯแม่มั่นใจว่าอีก 5 ปีไทยจะเป็นฐานที่สำคัญในการผลักดันให้สเวนเซ่นส์เป็นโกลบอลแบรนด์ได้

โดยกลุ่มไมเนอร์ฯคาดว่า ภายใน 5ปีจากนี้จะสามารถเปิดสาขาในต่างประเทศได้รวม 15 ประเทศ และมีสาขารวม 300 สาขาต่างประเทศ ขณะที่ในไทยอีก 5 ปีจะมีสาขารวม 300 สาขา จากปัจจุบันมี 212 สาขา หรือสัดส่วนสาขาในประเทศและต่างประเทศจะเท่ากันคือ 50%-50% ในแง่จำนวนสาขา และจะเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปีจากนี้ไปเนื่องจากฐานรายได้ใหญ่ขึ้น ส่วนปีนี้ในไทยคาดว่าเติบโต 9% ปัจจุบันอินเดียมี 1 แห่งจะเป็น 6 แห่งในปีนี้ ลาวมี 1 แห่งจะเปิดอีก 1 แห่ง เวียดนามจะเปิดใหม่ 3 แห่งปีนี้ ซาอุดิอาระเบียมี 2 แห่งจะเปิดอีก 3 แห่ง เขมรมี 4 แห่งจะเปิดอีก 2 แห่ง

สำหรับแผนดำเนินธุรกิจในไทยนั้น นายปีเตอร์ กล่าวว่า ในปีนี้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ให้ได้ครบ 220 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีสาขาเปิดบริการแล้ว 212 แห่ง โดยจะใช้งบการตลาดและโฆษณารวมทั้งสิ้น 6% จากยอดขายรวมปีนี้




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2553    
Last Update : 23 สิงหาคม 2553 22:57:43 น.
Counter : 505 Pageviews.  

Pipeline 2010

...2010



อันนี้ดูแล้ว อลังฯ มาก ๆ ดูเว่อร์ไปหน่อย...




ดูแผนเค้าละกัน ทำได้ไม่ได้ ต้องติดตามตอนต่อไป...









 

Create Date : 19 มีนาคม 2553    
Last Update : 20 มีนาคม 2553 0:22:14 น.
Counter : 236 Pageviews.  

กำหนดวัน AGM ปี 2553 ออก warrant และจ่ายเงินปันผล

หลักทรัพย์ MINT
แหล่งข่าว MINT
หัวข้อข่าว กำหนดวัน AGM ปี 2553 ออก warrant และจ่ายเงินปันผล
วันที่/เวลา 26 ก.พ. 2553 09:39:52

25 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 1/2553 และวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่
1/2553 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ห้องบุษบา โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้มีมติที่สำคัญดังนี้

1. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลา
บัญชีประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552

2. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน
ประจำปี 2552 ในรูปของเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท สำหรับผู้ถือหุ้นสามัญเดิมและผู้ถือหุ้น
ที่ถือหลักทรัพย์ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้จำนวนไม่เกิน 3,272,426,154 หุ้น รวมเป็น
เงินปันผลจ่ายไม่เกิน 490,863,923.10 บาท

3. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาเลือกตั้ง 1) นายพอล ชาลีส์ เคนนี่ 2)
นายเคนเนธ ลี ไวท์ และ 3) นายไมเคิล เดวิด เซลบีย์ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทที่ต้องออกจาก
ตำแหน่งตามวาระให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทอีกวาระหนึ่ง

4. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัท
ประจำปี 2553 ดังนี้
ค่าตอบแทนกรรมการบริหาร ปีละ 200,000 บาท/ท่าน
ค่าตอบแทนกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
- การประชุมกรรมการประจำไตรมาส ครั้งละ 250,000 บาท/ท่าน
- การประชุมครั้งอื่น ๆ ครั้งละ 20,000 บาท/ท่าน
ค่าตอบแทนประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
- ค่าเบี้ยประชุมประจำไตรมาส ครั้งละ 60,000 บาท
- ค่าตอบแทนรายปี ปีละ 200,000 บาท
ค่าตอบแทนกรรมการตรวจสอบ
- ค่าเบี้ยประชุมประจำไตรมาส ครั้งละ 40,000 บาท/ท่าน
- ค่าตอบแทนรายปี ปีละ 100,000 บาท/ท่าน
ค่าตอบแทนกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ปีละ 50,000 บาท/ท่าน
ค่าตอบแทนกรรมการสรรหาและกำกับดูแลกิจการ ปีละ 50,000 บาท/ท่าน

5. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง
1) นางอโณทัย ลีกิจวัฒนะ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3442 และ/หรือ
2) นางณฐพร พันธุ์อุดม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3430 และ/หรือ
3) นายสุดวิณ ปัญญาวงศ์ขันติ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3534 และ/หรือ
4) นายประสิทธิ์ เยื่องศรีกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4174
ในนามบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ประจำปี 2553
พร้อมทั้งพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมสอบบัญชีสำหรับรอบปีบัญชี 2553

6. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะ
ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (warrant) จำนวนไม่เกิน 327,242,615 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น
เดิม โดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท) โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 10 หุ้นสามัญ ต่อ 1 หน่วย
ใบสำคัญแสดงสิทธิ (กรณีที่มีเศษให้ปัดทิ้ง) โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3 ปีนับ
จากวันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งแรก มีอัตราการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้น
สามัญ 1 หุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ13 บาท (สิบสามบาท) ต่อหุ้น

7. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน
327,242,615 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 327,242,615 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1
บาท ซึ่งจะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 3,351,850,736 บาท เพิ่มเป็น 3,679,093,351
บาท โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 3,679,093,351 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

8. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ
4. ของบริษัทให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน

9. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท
จำนวน 327,242,615 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง
สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

10. อนุมัติให้กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 17/2553 ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน
2553 เวลา 14.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ โดยมีระเบียบวาระการประชุม
ดังนี้
วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 16/2552 เมื่อวันที่ 27
เมษายน 2552
วาระที่ 2 พิจารณารับทราบรายงานประจำปีและรายงานของคณะกรรมการเกี่ยวกับผลการ
ดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2552
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน งบกำไรสะสมและงบกระแสเงินสด สิ้นสุด
วันที่ 31 ธันวาคม 2552

วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติ การจัดสรรกำไรและจ่ายเงินปันผลสําหรับผลการดําเนินงานปี
2552
วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
วาระที่ 6 พิจารณาอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2553
วาระที่ 7 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2553 และกำหนดค่าตอบแทน
วาระที่ 8 พิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (warrant)
จำนวนไม่เกิน 327,242,615 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
วาระที่ 9 พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจาก 3,351,850,736 บาท เป็น
3,679,093,351 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 327,242,615 หุ้น มูลค่าที่
ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
วาระที่ 10 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4. ของบริษัทให้สอดคล้องกับการ
เพิ่มทุนจดทะเบียน และ
วาระที่ 11 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 327,242,615 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตาม
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

11. อนุมัติให้กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 17/2553 ในวันที่ 12 มีนาคม
2553 และให้รวบรวมรายชื่อตาม มาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 15 มีนาคม 2553 และอนุมัติให้กำหนด
รายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 และให้รวบรวมรายชื่อตาม มาตรา
225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนใน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 และอนุมัติให้
กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทในวันที่ 6 พฤษภาคม
2553 และให้รวบรวมรายชื่อตาม มาตรา 225 ของพระราชบัญญัติห ลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 7 พฤษภาคม 2553

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ



__________________________
นางปรารถนา มงคลกุล
กรรมการ


สรุป

MINT ประกาศจ่ายปันผลที่ 0.15 บาท แสดงถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีที่ 1.4% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เม.ย.และจ่ายปันผลวันที่ 24 พ.ค. 2553
MINT ประกาศแจกวอร์แรนต์ฟรี 10 ต่อ 1 (10 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์) ที่ราคาใช้สิทธิ 13 บาท โดยมีอายุ 3 ปี หุ้นสำรองเพิ่มเติมสำหรับวอร์แรนต์ที่ออกใหม่นี้ (327 ล้านหุ้น) มีแนวโน้มส่งผล dilution 10% ในระยะยาว ทั้งนี้ผู้บริหารกล่าวว่าการออกวอร์แรนต์เป็นการบริหารเงินทุนเชิงกลยุทธ์สำหรับแผนการเร่งขยายธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะเพื่อมีการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม




 

Create Date : 19 มีนาคม 2553    
Last Update : 19 มีนาคม 2553 23:02:45 น.
Counter : 207 Pageviews.  

History of MINT

MINT ก่อตั้งขึ้นในปี 2521 โดย Mr. William E. Heinecke ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2531 ภายใต้ชื่อ บริษัท รอยัล การ์เด้นท์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (RGR) บริษัทประสบความสำเร็จและได้ขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศโดยลงทุนก่อสร้าง โรงแรม เข้าซื้อหุ้นโรงแรมและร่วมลงทุนกับกลุ่มโรงแรมชั้นนำภายใต้แบรนด์ระดับโลก อาทิเช่นโรงแรมในเครือแมริออท และโฟร์ซีซั่น

การที่บริษัทมี ประสบการณ์ในด้านธุรกิจโรงแรมเป็นเวลานาน ทำให้สามารถดึงจุดแข็งมาพัฒนาแบรนด์ของตนเองภายใต้ชื่ออนันตรา ซึ่งถือเป็นรีสอร์ทชั้นนำของประเทศ ปัจจุบันMINTสามารถใช้แบรนด์อนันตราในการขยายธุรกิจโดยให้บริการห้องพักทั้ง ในและต่างประเทศ และสามารถใช้แบรนด์นี้ในการบริหารธุรกิจโรงแรมของกลุ่มอื่นๆทั่วโลก

ใน ปี 2546 ถือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เนื่องจากบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทไมเนอร์ ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวน 100% นอกจากจะลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว บริษัทยังสามารถเพิ่มยอดขายและกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะเกิดวิกฤตการณ์โรคซาร์

การเข้าครอบครองกิจการดังกล่าวทำให้ บริษัทมีรายได้จากส่วนธุรกิจอาหาร ซึ่งให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครื่องหมายการค้า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ ซิซซ์เล่อร์ แดรี่ควีน และเบอร์เกอร์คิง คิดเป็น 50% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทนับแต่ปี 2547 ความสำเร็จจากกลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวบริษัทจึงได้เปลี่ยนชื่อจาก RGR มาเป็น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2549

ในด้านธุรกิจอื่นๆนั้น MINT ประกอบธุรกิจสปาภายใต้แบรนด์มันดารา สปา เดอะ สปา และอนันตรา สปา ทั้งในโรงแรมในเครือของกลุ่มบริษัทเองและในเครืออื่นๆทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้MINTยังมีธุรกิจบันเทิงและอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ชื่อ รอยัล การ์เด้นส์ พลาซ่า ที่กรุงเทพฯและพัทยา และสวนสนุกและพิพิธภัณฑ์ Ripley’s Believe It Or Not ที่พัทยา

ปี 2550 ถือเป็นอีกปีที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจเชิงรุกอย่าง aggressive โดยได้ เข้าถือหุ้น 70% คิดเป็นมูลค่าลงทุน 93.77 ล้านบาท ในกลุ่มราเจซ ประเทศสิงคโปร์ โดยเข้าซื้อหุ้น ของ Thai Express Concepts หรือ Thai Express (เศร้ามั๊ย ร้านอาหารไทย ดันต้องซื้อลิขสิทธิ์จากสิงคโปร์) ที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารหลากหลายประเภท ได้แก่ อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก ปัจจุบันมีร้านอาหารรวม 46 สาขา ใน ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย มองโกเลีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

บริษัทได้ลงทุนราว 23 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50% กิจการร้านอาหาร “คอฟฟี คลับ” ซึ่งวางตำแหน่ง เป็นร้านกาแฟระดับบน ที่มีสาขาในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมกว่า 200 สาขา

การลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของไมเนอร์ กรุ๊ป ที่มุ่งขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มออกไป ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับแผน การขยายธุรกิจของไมเนอร์ กรุ๊ป บริษัทได้ลงทุนระบบไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยว่าจ้างงานระบบจากภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ชุดโซลูชัน- อีบิซิเนส ของออราเคิล เพื่อ เข้ามาสนับสนุนระบบการจัดการปฏิบัติการ (แบ็ก ออฟฟิศ) เพิ่ม ความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจแฟชั่น ที่ได้ขยายเครือข่ายกระจายทำตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

ปี พ.ศ. 2552 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวันที่ 22 ม.ค. มีมติให้บริษัทปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่ม เพื่อขจัดการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทกับบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น (MINOR) และบริษัท เดอะไมเนอร์ฟูดส์ (MFG) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะทำให้โครงสร้างการถือหุ้นมีความเหมาะสมและโปร่งใส รวมถึงการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหลังการลดทุน จะทำให้ผู้ถือหุ้นของ MINT ได้ปรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ส่วน MINOR ก็จะนำเงินที่ได้รับจากการถูกลดทุนจำนวน 671.63 ล้านหุ้นไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจต่อไป ทั้งนี้ หลังทำคำเสนอซื้อหุ้นแล้วเสร็จ หุ้น MINOR ก็ถูกดำเนินการเพิกถอน ออกจากตลาดหลักทรัพย์ไป

ศึกษาโดยละเอียดได้จาก http://www.minorinternational.com




 

Create Date : 19 มีนาคม 2553    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2553 18:01:47 น.
Counter : 1084 Pageviews.  


อสูรกายสยายปีก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อสูรกายสยายปีก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.