The ordinary girl in the world.
ส วั ส ดี ค่ า ... ยิ น ดี ที่ ไ ด้ รู้ จั ก น ะ ... ม า ทั ก ท า ย กั น บ่ อ ย ๆ น ะ ค ะ ^_________^
[malaysia 2011] 7-10 ก.ค. ตอนที่1~ มะละกาพาเพลิน


และแล้วทริปนี้ก็เกิดขึ้น หลังจากจองตั๋วโปรแอร์เอเชียแบบงงๆไว้ตั้งแต่ พ.ย. ปีที่แล้ว ...


          "ทริปเที่ยวต่างประเทศด้วยตนเองครั้งแรก"


{{7 ก.ค. 54}} 


ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ 20.20 ห้าทุ่มกว่าๆก็ถึงมาเลเซียแล้ว(ใช้เวลาเดินทาง2ชั่วโมง แต่มาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ชม.)
แล้วพวกเราก็วุ่นวายตั้งแต่เริ่มแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าใบที่เค้าแจกบนเครื่องอ่ะเราต้องรับ ฮ่าๆ


แอร์ : Malaysia??
เรากับเพื่อน : Noooooo~ (ดันได้ยินว่า มาเลเซี่ยน?? ตอบ โนวววว กันเต็มๆ)


พอต่อแถวจนถึงเจ้าหน้าที่ ตม. ก็ชี้ให้ไปกรอกใบ Immigration มาก่อน
กว่าจะกรอกเสร็จ วนไปต่อแถวอีกรอบ ก็ดึกขึ้นเรื่อยๆ ^^"

ผ่านออกมาได้ก็ซื้อตั๋วรถเข้า KL sentral กัน เราซื้อของ Aerobus ค่ะ
ความวุ่นวายครั้งที่ 2 ก็บังเกิด  คนขายตั๋วบอกว่า 16RM(ราคา 2 คน) เราก็ไปคูณเป็นเงินไทยค่ะ
"อ้อ ประมาณ 160 บาท" แต่พอจ่าย ดันหยิบ 160RM ให้เค้า เจ้าหน้าที่ดุเลย
ว่าให้ระมัดระวังหน่อย "Safety na, this one and this"  เจ้าหน้าที่ก็หยิบๆแล้วก็เอาที่เกินคืน ^^"
โชคดีที่เจ้าหน้าที่เค้าเตือนด้วยความเป็นห่วง


รูปร่างหน้าตาแบงค์ค่ะ (ด้านหน้า - ด้านหลัง)



เดินออกมาจากตม. เดินตามทางไปเรื่อยๆค่ะ พอออกมาข้างนอกจะเจอ "Oldtown White Coffee"
ฝั่งซ้ายมือค่ะ ก็เดินไปทางนั้นเรื่อยๆ จะมีป้ายเบ้อเริ่มเลยค่ะ บอกว่ารถบัสจอดอยู่ทางไหน
นั่งรถบัสไปสักพัก ราวๆชั่วโมง(ไม่แน่ใจ) ลงรถบัสก็เจอแท็กซี่เพียบเลย ตอนนั้นตีหนึ่งกว่าแล้วก็เลยจำใจนั่งแท็กซี่
เพราะยังไม่อยากเสี่ยงเดินหาที่พักกันตอนดึกๆดื่นๆ 
ก็คุยตกลงราคากันกับแท็กซี่ เค้าเรียก 30RM
(หารกันสองคน ก็คนละ 15RM) ต่อยังไงเค้าก็ไม่ลดแล้วค่ะ เ
ค้าบอกว่ามันเลยเที่ยงคืนแล้ว ยังไงก็ต้องชาร์ต
ก็ยอมนั่งไปค่ะ ยังไม่ทันถึงสิบนาทีเลย ถึงโรงแรมแล้ว (-.-")


แท็กซี่มาเลเซียแพงมหาโหดจริงๆ ถ้าไม่จำเป็นจะไม่นั่งเลย เครียดดดด เลี่ยงได้เลี่ยงนะคะ Smiley

โรงแรมที่เราพักชื่อ "Hotel Arenaa Mountbatten" อยู่ติดถนน Jalan Tun Perak เลยค่ะ
เดินไปฝั่งซ้ายไม่นานก็จะถึง Masjid Jamek RapidKL station จองผ่าน agoda ค่ะ



(ฉุกละหุกมาก เปิดบัญชีธนาคาร->สมัครKweb->สมัคร paypal->รอตัดบัตร->จองสำเร็จก่อนเดินทางแค่วันสองวัน Smiley)
ได้พักห้อง 104 ค่ะ ติดถนนจะเป็นล็อบบี้ ชั้นหนึ่งเดินขึ้นบันไดนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้อยู่ติดถนนโดยตรง เป็นไซส์ Deluxe Room
ไม่แน่ใจว่าเสียงรถวิ่งจะดังมั้ยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเรารับได้ค่ะ(ปกติหอก็ได้ยินเสียงจากผับตลอดคืน ฮ่าๆ)

....รูปหน้าต่างฝั่งที่ติดถนนค่ะ ม่านหรูหราไฮโซ บังแสงมิดเลยค่ะ ฮ่าๆ


รูปโดยรวมของห้องพักค่ะ ถ่ายหลังจากตื่นนอนแล้ว ที่นอนรกๆมองผ่านๆนะคะ Smiley



เข้าห้องมาก็จะเจอห้องน้ำค่ะ เค้าจะแบ่งโซนนะคะ เป็นที่อาบน้ำ(ประตูกระจก ไม่มีที่ล็อค),
อ่างล้างหน้า(โล่งๆไม่กั้นห้อง),ห้องน้ำ(ประตุกระจก ไม่มีที่ล็อค) ในห้องน้ำจะมีฝักบัวสุดไฮโซ
เลือกได้หลายแบบ (บน กลาง สายฉีด),สบู่,แชมพู,ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สองผืน ผืนเล็กสองผืน
มีผ้าขนหนูผืนใหญ่อีกผืนแขวนไว้ที่ประตูห้องน้ำ ไม่รู้ไว้ใช้ทำอะไร เราเอามาลองเช็ดเท้าตรงอ่างล้างหน้า - -"

ห้องพักมืดค่ะ มีไฟห้องน้ำ ไฟตรงแถวอ่างล้างหน้า ไฟบนเพดาน(แลดูไฮโซ สีฟ้าๆ)
มีโคมไฟอันนึงตรงโต๊ะ
ถ้ากลางวันก็เปิดม่านเอาละกันค่ะ ช่วยได้เยอะ  ยิ้มกว้างๆ

ทีวีมีไม่กี่ช่องค่ะ ตู้เสื้อผ้ามีไม้แขวนสี่อัน ตู้เซฟเล็กๆ(ไม่ได้ใช้ค่ะ ใช้ไม่เป็น + ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ในห้องนอกจากเสื้อผ้า) มีกาต้มน้ำให้ค่ะ แต่ไม่มีพวกกาแฟ โอวัลตินให้นะคะ
ปลั๊กไฟในห้องมีหลายจุดค่ะ มีหลายแบบด้วยค่ะ ใช้ได้ยูนิเวิร์ลแซลเลย ปลั๊กแบบบ้านเราเสียบได้เลยค่ะ ^^ แล้วก็ห้องน้ำ สายฉีดมีหัวก็อกนะคะ ไม่ได้มีแต่สายเปล่าๆแบบที่เที่ยวต่างๆ

สรุป ห้องพักเราประทับใจค่ะ 4 ดาวไปเลยยย เจ้าของแลดูใจดี(น่าจะคนจีนค่ะ) ไม่ได้+อาหารเช้า ไม่รู้อร่อยมั้ยนะคะ นอนสบาย จัดห้องสวยค่ะ เสียอย่างที่มืดไปนิด แล้วก็น่าจะมีไดร์เป่าผม ^^

เคลียร์กระเป๋า อาบน้ำ รอผมแห้ง กว่าจะได้นอน ก็ตีเกือบตีสามแล้วววว

..............................................................................


{{8 ก.ค. 54}} 

- เดินเล่น KL ตอนเช้า , ซื้อตั๋วเกนติ้งของพรุ่งนี้ไว้ , เที่ยวมะละกา , กลับมานอนที่เดิม

เป็นแค่แผนค่ะ เพราะผิดแผนหมดเลย 555 ตื่นมาก็เที่ยงแล้วค่ะ ห้องพักหลับสบายจริงๆ Smiley

ก็เดินไปสถานีมัสยิดจาเม็ก ตรงดิ่งสู่ kl sentral แต่กว่าจะหาทางไปสาย Kelana Jaya Line เจอ เราก็ถามคนอื่นหลายรอบอยู่
ฝั่งเดียวกับเรามีเฉพาะสาย Ampang Line ค่ะ ต้องข้ามถนนไปขึ้นฝั่งตรงข้ามค่ะ
ส่วนมากแล้วที่เห็นจะมี มาเลเซียที่เป็นมุสลิม ออกแขกๆอินเดียๆ ไม่ก็จีนไปเลยค่ะ



 




พอถึง KL sentral ก็เพิ่งรู้ตัวว่ามะละกาต้องไปขึ้นรถที่ Bandar Tasik Selatan นะคะ ไม่ใช่ KL sentral  
พี่เจ้าหน้าที่แถวนั้นก็ขำๆ เพราะเรากับเพื่อนดูงงๆ เอ๋อๆ 55+ เจ้าหน้าที่ก็ช่วยดูจนเราใช้เครื่องซื้อตั๋วเสร็จ ก็ขอบคุณกันยกใหญ่ล่ะค่ะ

พอถึงสถานี BTS ก็ตรงไปที่ขนส่งเค้าค่ะ (บอกทางไม่ถูกค่ะ เพราะตอนแรกเราก็เดินหลงไปผิดเหมือนกัน อาศัยถามเรื่อยๆ)
ซื้อตั๋วไปมะละกา(12.2 RM) แล้วก็ลงไปนั่งรอรถข้างล่างค่ะ จะมีบอกไว้ว่าเราต้องรอที่ประตูไหน
พอรถมาก็ต่อแถวรอขึ้นรถกัน มีมุสลิมคนนึงมาถามด้วยค่ะ "มะละกา??" "เยสสสส" (ในใจ หนูก็เดาๆว่าใช่ ต่างถิ่นค๊าาา ฮ่าๆ)
ขึ้นรถปั๊บก็เจอเรื่องไม่สบอารมณ์ค่ะ พี่คนขับสูบบุหรี่ในรถเลย รถแอร์ซะด้วย เหม็นอย่างแรง!!
พอรถออกคาดว่าเค้าน่าจะหยุดสูบค่ะ เพราะกลิ่นบุหรี่ค่อยๆน้อยลง

ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง Melaka Sentral ก็เดินดูรอบรถกลับ มีดึกสุดสี่ทุ่ม สามทุ่มกว่าก็มีหลายเจ้า ก็เลยค่อยมาซื้อ
จากนั้นก็เดินไปหารถเข้าตัวเมืองมะละกา คุ้นๆว่าเคยอ่านรีวิวบอกว่ารถสาย17 นึกว่าจอดที่ชานชาลาเลข17
เห็นไม่มีรถก็เลยเดินหาของกินรองท้อง









- ภาพแรก แฮมชีส ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรนะคะ อร่อยมากค่ะ ติดใจๆๆ อยากกินอีกมากๆๆๆๆ
- ไมโลกระป๋อง ซื้อตอนรอรถมามะละกา ไม่ค่อยอร่อยค่ะ จืดไป
- ขนม ไส้ช็อคโกแลต กับ สังขยามั้งคะ(รสชาติมันใช่) กินได้ แต่เฉยๆอีกแล้ว ไม่ได้อร่อยอะไรมาก เหมือนแป้งแพ้นเค้กแข็งๆสอดไส้


พอรถมาก็มีสาวเกาหลี แล้วกะเหรี่ยงสองคน(เรากับเพื่อน) เดินไปจะขึ้นรถตรงชานชาลา17 เค้าบอกไม่ใช่ค่ะ 
ต้องไปขึ้น ประมาณเลข 6-8 ก็เดินไปขึ้นกัน คนเต็มรถเลย รถเพียบด้วย ได้ยินคนนั่งข้างหน้าพูดไทย(ดีใจ เจอคนไทยแล้ว)


ราวๆ 15 นาที ก็ถึงแล้วค่าาา จตุรัสดัตช์ สวยจริงๆค่ะ แต่ไม่รู้จะถ่ายรูปกันยังไง ถ่ายไม่เป็น 


Christ Church Melaka - เพื่อนร่วมทริปค่า ชื่อ..ตุ๋ม เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ตั้งแต่ประถม ^^




เราเองค่า อ้วนอืดจนจะบังสามล้อมิดแล้ว



สามล้อ สีสันแห่งมะละกา สามล้อที่นี่ใจดีค่ะ ไม่ตื๊อด้วยค่ะถ้าเราไม่ขึ้น ^^



เดินเล่นกันแถวๆนั้น เป็นบันไดขึ้นไปที่ไหนสักที่(ไม่แน่ใจค่ะ) แต่เกิดติดใจช่องตรงนี้ ไล่ให้เพื่อนไปนั่งทันใด


แล้วเราก็เจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยค่ะ ก็เดินตามเค้าไป 55+
แต่เค้าเดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะไปหยุดที่ไหน เรากับเพื่อนเจอทางขึ้นเขาดูสวยดี ก็แชะๆกันซะหน่อย





อ้าว กรุ๊ปทัวร์เดินหายไปแล้ววว เราก็เลยเดินขึ้นไปดูข้างบนกันดีกว่า ไปตามทางของเรา..

แล้วเราก็ขึ้นไปเจอนี่ึ่ึค่ะ St. Paul's Church เป็นโบสถ์เก่าแก่ ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ

((เพื่อนถ่าย .. ใส่เครดิตผิด สับสนๆ ฮ่าๆ))

เคยเป็นที่ฝังศพชั่วคราวของ Saint Francis Xavier นักบวชชาวสเปน จึงมีอนุสาวรีย์ของท่านตั้งอยู่หน้าโบสถ์แห่งนี้ค่ะ


ว่ากันว่า แรกเริ่มข้อมือของรูปสลักไม่ได้หัก แต่ภายหลังเกิดพายุแล้วต้นไม้หล่นมาทับจึงได้หัก


และมีเรื่องเล่ากันว่า ตั้งแต่ท่านมรณภาพ นักบุญรุ่นหลังได้เสนอผลงานของท่านไปยังสำนักวาติกัน


พระสันตปาปาจึงทรงรับสั่งให้ตัดมือขวาของศพที่ไม่เน่าเปื่อยของท่านไปที่สำนักวาติกัน 


หลังจากนั้นท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น "เซ็นต์" จึงมีคนกล่าวกันว่า ที่รูปสลักมือขวาหักนั้น


คงเป็นพระประสงค์ของท่านที่จะให้สมจริงตามสภาพศพ (ที่มา:หนังสือ ใครๆก็ไปเที่ยวมาเลเซีย)




ภายในโบสถ์ มีคนมาถ่ายรูปแต่งงานด้วยค่ะ


 



แล้วก็ถ่ายเล่นกัน เพื่อนบอกว่า "โผล่หน้าออกมาตรงนั้นแหล่ะ"
พอถ่ายเสร็จ เพื่อนก็บอกอีกว่า "สวยๆ ไม่ค่อยเห็นมิ้มหรอกนะ ถ่ายตึกอ่ะ 55" 


 



ทายสิ อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก!? 


แล้วเราก็เดินลงมาข้างล่าง เริ่มเย็นแล้วกลัวว่า พิพิทธภัณฑ์สมุทรศาสตร์จะปิดค่ะ อยากเข้าไปดู 
ลงมาก็เจอกับ ทหารม้า!!(หรือคุณตำรวจ??) เท่ดีอ่ะ



............ถึงแล้ววว Melaka Maritime Museum



เสียค่าเข้าชมคนละ 3RM ค่ะ แล้วเค้าจะให้ถุงพลาสติกมาใส่รองเท้า ระหว่างเดินชมบนเรือต้องถอดรองเท้าค่ะ







มีกลุ่มสาวมุสลิมกลุ่มหนึ่ง ขอให้ถ่ายรูปให้เค้าด้วย (กลับมาแล้วเพิ่งนึกได้ เรายังไม่มีภาพคู่กับเพื่อนเลย ฮ่าๆ)
คนที่นี่ไม่กลัวนักท่องเที่ยว ไม่กลัวชาวต่างชาติเลยค่ะ ถามอะไรไปเค้าก็จะพยายามตอบ
แม่บ้าน รปภ. ก็พยายามตอบเวลาที่เราถามทาง ประทับใจค่ะ 


เดินมาเรื่อยๆก็เจอนี่ค่ะ Porta De Santiago : ประตูซานติเอโก




ถ่ายรูปที่นี่มาไม่เยอะค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู๋ที่นี่กันเยอะ แล้วเราก็หิวแล้วด้วย 55+
ก็เลยเดินกลับมาที่จตุรัส ระหว่างทางก็เจอแต่ตึกสวยๆ เจอรถสวยๆด้วยค่ะ จอดเรียงกันเลย



ถ่ายรูปกับท้ายรถ - -" 55+


คู่แต่งงานตามมาถ่ายใกล้ๆให้อิจฉาเล่นอีกแล้วค่ะ



...แล้วเราก็เดินกลับมาถึงจัตุรัสสักที




ไปเดินหาของกินกันที่ Jonker Wallk เลยค่า..
ข้ามถนนไปอีกฟากก็เจอเลย แต่สงสัยเราจะมาเร็วไปนิด ยังตั้งร้านกันไม่หมดเลย ฮ่าๆ

เดินเรื่อยๆ ร้านเริ่มตั้งกันเยอะแล้วค่ะ ไอติมนี้อร่อยดีค่ะ คล้ายๆที่ขายแถวจตุจักร แต่เป็นเนื้อไอติม ไม่ใช่น้ำแข็งแบบบ้านเราค่ะ ติดใจ 


น้ำผลไม้ ซื้อมาเพราะความเข้าใจผิดค่ะ เห็น 60s เข้าใจเป็นหกสิบเซ็นซะงั้น ก็ว่าทำไม ถู๊ก ถูกก




ขวดสวย ร้านดูน่ารัก แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากค่ะ รสชาติไม่เข้มข้น ชืดๆ



เดินไปเดินมา ก็เลือกร้านนั่งกินข้าวได้ซะที คนแวะร้านนี้กันเยอะเหมือนกันค่ะ 
กินข้าวมันไก่ลูกบอล หมูกรอบ เกี๊ยวน้ำ สนนราคารวมตามบิลเลยค่ะ


กินไม่หมดค่ะ เกี๊ยวน้ำเยอะมาก มองดูเห็นแต่เกี๊ยวแทบไม่เห็นน้ำซุปเลย




....ท้องอิ่มก็ไปถ่ายบรรยากาศซะหน่อย




ตอนนี้ยังไม่มืดมาก ยังไม่เปิดไฟที่ป้ายเลยค่ะ




รอสักพักก็เปิดไฟแล้ว สวยไปอีกแบบนะคะ


ได้เวลาเดินกลับไปรอรถแล้วค่า ราวๆสองทุ่ม รอนานมากค่ะ


รออยู่สักพัก ลุงคนขับสามล้อก็เดินมาถาม เลยบอกว่าจะกลับไปมะละกาเซ็นทรัล
ลุงก็บอกว่ารอตรงนี้แหล่ะ สักสี่สิบนาที แต่ถ้าอยากไวก็ไปแท็กซี่นะ 15 นาที
แต่ตอนนั้นเข็ดแท็กซี่อยู่ค่ะ เลยตัดสินใจรอกัน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัดสินใจพลาดมากๆ

ถ่ายรูปเล่นกันระหว่างรอรถ น้ำพุยามค่ำคืนค่ะ




แล้วเราก็ได้ขึ้นรถกลับไปมะละกาเซ็นทรัล ประมาณสามทุ่มหน่อยๆ แต่... แย่แล้วค่ะ รถรอบสี่ทุ่มไม่วิ่ง
แล้วรถตั้งแต่สามทุ่มขึ้นไป ไม่เหลือสักคนเลยค่ะ (ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าวันถัดไปจะมีม็อบ ไม่แน่ใจว่าที่รถไม่วิ่งเพราะกันคนเข้าเมืองหรือเปล่า)
ก็เลยต้องไปหาแท็กซี่จนได้ แต่แท็กซี่เรียกพันหกค่ะ ไม่ไหวที่จะจ่ายค่ะ เลยถามแท็กซี่คนอื่น
เค้าบอกสองพันสาม โห!! หนูไม่มีงบเดินทางขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่แท็กซี่บอกว่าเดี๋ยวเค้าไปแล้วไม่มีคนนั่งกลับ
แล้วมีไปบ่นคนแรกด้วยค่ะ ว่าพันหกเรียกได้ยังไง ราคานั้นไม่ได้หรอกนะ  รูดซิบปาก


ก็เลยเดินสำรวจกันค่ะ เผื่อจะมีโรงแรมใกล้ๆ(ตอนนั้นไม่ทันเห็นว่ามีแผ่นป้ายแปะรวมโรงแรมต่างๆ พร้อมโทรศัพท์ให้ใช้โทร)


เดินกันจนเหนื่อยค่ะ สุดท้ายที่นอนของเราก็คือ.... มะละกา เซ็นทรัล!!

ใช่แล้วค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก มะละกาเซ็นทรัล ค้างกันที่บขส.เค้านี่ล่ะค่ะ รอรถรอบเช้าสุด
ก็คุยกับคนแถวนั้นไปบ้าง สลับกันหลับ จนในที่สุดเราก็รอถึงตีห้าจนได้!!
ก็ไปดูตั๋วอีกรอบ มีรถรอบตีห้าครึ่ง ดีใจมากค่ะ สวรรค์มาโปรด ... ซื้อตั๋ว กระโดดขึ้นรถ หลับยาวเลยค่ะ
โดยไม่รู้ตัวเลยว่า เช้าวันต่อมาเราจะเจอเหตุการณ์แย่ยิ่งกว่า..





Create Date : 22 กรกฎาคม 2554
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2555 23:24:46 น. 0 comments
Counter : 588 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mcma_p
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]















Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mcma_p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.