Group Blog
 
All Blogs
 

ตำนาน บ้ า น น อ ก เ ข้ า ก รุ ง เมื่อยี่สิบปีก่อน

เมื่อยี่สิบปีก่อน หนุ่มน้อยนักศึกษาปี 1 เดินทางกลับบ้านช่วงปิดเทอม
จากเชียงใหม่ ลงหมอชิต(เดิม) เพื่อจะต่อรถกลับบ้านที่สระบุรี

ตอนซื้อตั๋ว ต้องตกใจแทบช๊อคเมื่อปรากฏว่ากระเป๋าตังค์ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งบัตร ทั้งเงินอยู่ในนั้นหมด

ทำไงดี จะโทรไปให้ที่บ้านมารับ ก็ตั้งสามชั่วโมง แถมเงินก็ไม่มีซักบาท ...

ดูตามร่างกายมีนาฬิกาที่พ่อซื้อให้ตอนเอ็นส์ติดอยู่เรือน...
ตัดสินใจเดินหน้าด้านตระเวนขายในหมอชิต
ไ ม่ มี ใ ค ร รั บ ซื้ อ เ ล ย สั ก ค น
คงอารมณ์เดียวกะคุณนังนู๋วา เลยมั้ง .....กลัวไว้ก่อน
ทั้งๆที่หน้าตาเขาก็ไม่เหมือนเด็กแขกขายทิชชู่ที่ออกอาละวาดในหมอชิตสมัยนั้นซักกะหน่อย

เขาบอกว่าเป็นนักศึกษาก็ไม่มีใครเชื่อ
บอกชื่อสถาบันชื่อย่อสถาบัน ดันหมายถึง หมอชิต ก็ได้ซะอีก...

" เรียนมหาวิทยาลัยหมอชิตเหรอปล่าว อย่ามาเนียน"

จนสุดท้ายต้องไปพึ่งตำรวจ
" น้องไปไหน ? "
" หระรีพี่ " เริ่มทำหน้าซึมแล้ว..กลัวโดนจับส่งสถานสงเคราะก็กลัว
" ค่ารถเท่าไหร่ "...
" 40 บาทครับ "....
" อ้าว ! พี่ให้ร้อยนึง เอานาฬิกามา "

เ ป็ น คุ ณ คุ ณ จ ะ ย อ ม ไ ห ม ?
แต่ไอ้หมอนั่นเด็กปีหนึ่งขี้ตื่นที่เรียนสถาบันที่มีชื่อย่อเหมือนสถานีขนส่งมันยอม

กลับบ้านไปเล่าให้ใครฟังก็ไม่เชื่อ
นาฬีกาสามพัน ขายได้ร้อยเดียว ทุกคนคิดว่าเอาไปจำนำตั้งแต่อยู่เชียงใหม่แล้ว




 

Create Date : 15 มกราคม 2551    
Last Update : 15 มกราคม 2551 15:07:36 น.
Counter : 212 Pageviews.  

บันทึกเล็ก ๆ

msuprintmeeting # 2005 Khao-yai













 

Create Date : 14 ธันวาคม 2548    
Last Update : 14 ธันวาคม 2548 10:07:30 น.
Counter : 137 Pageviews.  

บ้ า น น อ ก เ ข้ า ก รุ ง




ใคร ๆ เขาไปนู่นมานี่ เป็นที่สนุกสนาน
บ้านนอกอย่างเรา เข้าเมืองกรุงก็ตื่นเต้นแล้ว

***




อาทิตย์ที่ผ่านมา บังเอิญต้องไปงานศพที่เมืองกรุง กระทันหัน
โอ้ว...สาธร...สมัยมาขายลาบอยู่แถวหน้าพระลาน
เคยมาไกลที่สุดก็ตอนโดนหลอกให้มาดูลูกปิงปอง กะมีดโกน ที่พัฒน์พงศ์ นั่นแหละ

***





มองภาพคนบ้านนอกขับรถเข้าเมืองกรุงออกไหมครับ
มาตามแผนที่ลายมือขยุกขยุยด้วย
กว่าจะถึงที่พักที่ไกล้วัดที่สุด ก็วนอยู่เกือบทั้งวัน

***

บังเอิญว่ามีญาติ เขามาขายไข่ปิ้งอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมน้ำเจ้าพระยา ก็เลยหอบเสื่อหอบหมอน ไปขอนอนกะเขา

มองซ้ายก็เห็นตึกอะไรก็ไม่รู้ได้ข่าวว่าโดนเกือบเจ้ง จนเพี้ยน ไล่สิงห์โต ออกจากหน้าตึกเลย
รูปทรงคุ้น ๆ เหมือนตอนไปรับจ้างตัดอ้อยเลย
เวลาเขาตัดอ้อย เขาทำให้มันเป็นปากฉลาม อย่างนี้แหละ



เดี๋ยวจะโดนหาว่าเคยโดนสาวในตึกนี้ทิ้งหรืออย่างไร โพสอยู่ได้

***

เปลี่ยนมุมมั่งก็ได้ หันมาทางขวามือ


ชักร้อน เปลี่ยนมาเป็นสีธรรมชาติมั่ง

***



***



แค่นี้นะครับ ต้องขออภัยด้วย ที่ภาพไม่ใสกริ๊ก
นอกจากฝีมือจะไม่ดีแล้วยังมีอุปสรรคมาขวางกั้น ก็คือ กระจก

***

เปิดออกไม่ได้...เขากลัวยุงเข้าน่ะ อิอิ






 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2548 19:17:33 น.
Counter : 318 Pageviews.  

ภาพเขียนสีน้ำที่ "ปราณบุรี"2


สืบเนื่องจากตอนแรก

ปีนี้ว่าจะไม่เล่นสงกรานต์ก็ได้เล่นจนได้...สงกรานต์เมืองไทยโหดขึ้นทุกวัน
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า...เขาพูดกันเยอะแล้ว วนไปวนมา
ไม่เห็นว่าจะเป็นรูปธรรมสักที มีปัญหาทีก็ล้อมคอกกันที
สงกรานต์ทีก็ตั้งกระทู้หาความถูกต้องให้ทะเลาะกันที

***


เช้าวันที่สองของทริป ดูทุกคนจะตั้งใจมาก เคยวาดแต่ทุ่งนาแถวอีสานบ้านเฮา มาเจออย่างนี้เข้าก็เลยพอมีกำลังใจบ้าง

แต่ กำลังนั่งงมหาสีอยู่ได้ไม่เท่าไหร่...ฟ้าก็ครึ้มมาซะอย่างงั้น






แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น


***






ฝนเดือนมีนา ตกไม่นาน พอให้ชุ่มฉ่ำ สักพักฟ้าก็เปิด

***





มาลุยกันต่อ...

***





สีน้ำสเนห์อยู่ที่ความสดฉ่ำของสี คนเขียนใหม่ ๆ จะช้ำ แต่พอนานเข้าก็ฉ่ำ

แต่นานไป ๆ ก็หลุดเป็นAbstracดูไม่รู้เรื่องเลยก็มี

***





ขาหยั่งแบบสำเร็จรูปไม่มีไม่เป็นไร ใช้ขาเรานี่แหละหยั่งไว้


***





เข่าหยั่งมั่งก็ได้

***





บางคนอยากได้มุมสวย ๆก็ต้องทนตากแดดหน่อย

***





บางคนก็อู้


***





แก้ง ๆๆๆๆๆๆ เที่ยงแล้ว...กินข้าว
และอาหารเที่ยงของพวกเราก็ครือ







บ่ายวันนั้น ที่ใกล้ ๆรีสอร์ทก็เจอตาลุงคนนี้เข้า

***





ปลากระบอกทั้งกาละมังนี้ 40 บาท.....ถูกแสนถูก
แต่พอรู้ว่า ตอนหลังเด็กไปซื้อเท่ากันนี้แค่ 20 บาท
ตาลุงบอกว่าเห็นเราถือกล้อง ดูเหมือนมีตังค์ ก็เลย โขกซะ

***

แต่ผมก็ว่าสดและถูกอยู่ดี








กินปลากระบอกทอดด้วยกันครับ มา ๆ
(ส่วนส้มตำข้างบนนี่ไม่เหลือแล้วครับ...หายวับภายในไม่ถึงสิบนาที)




เย็นนั้นติดใจก็เลยสั่งมาเพิ่มอีก

***

ทั้งหมดนี้ 240 บาทครับ












หลังอาหารเย็น ก็ตรวจงาน แนะนำกันหน่อย


***




ต่อไปก็จะลงงานสีน้ำที่ต้องขอออกตัว(มากๆ)ไว้ก่อนนะครับว่าเบื้องต้นจริง ๆ...
และบางส่วนก็เป็นของอาจารย์ ที่บางคนก็เป็นประติมากร บางคนก็เขียนแต่สีน้ำมัน ไม่ได้แตะสีน้ำกันมานานมาก สนิมเขรอะกันเชียว
(ส่วนของบางคนที่ติดเนตนี่ยิ่งแล้วใหญ่.....5 5 5)

ใครว่าสีน้ำเขียนง่าย เหอ ๆ

***

ไม่ขอบอกนะครับว่าอันไหนของลูกศิษย์อันไหนของอาจารย์ ดูงานศิลปะเอาเพลินนะครับ


















 

Create Date : 20 เมษายน 2548    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2548 15:57:50 น.
Counter : 641 Pageviews.  

ภาพเขียนสีน้ำที่ "ปราณบุรี" 1

หลังจากกลับจากลาวไม่เท่าไหร่ ผมก็ต้องออกตามขบวนเขาลงใต้

ขอย้ำคำว่า"ติดตาม"นะครับเพราะวิชานี้ไม่ใช่ของผม
ที่ผมไปนี่เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า "แรด" นั้นแล 5 5 5

ในวิชาจิตรกรรม 1 ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานในการรู้จักสี โดยใช้สีน้ำเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด
เรียนเสร็จปลายเทอมก็ต้องมีงานชิ้นสรุป
สมัยผมเรียน ก็สรุปอยู่แถวมหาวิทยาลัยนั่นแหละครับ
แต่เจ้าของวิชา ซึ่งเคยได้รางวัลศิลปกรรมยอดเยี่ยมอาเซียนมาแล้ว ออกจะไฮเปอร์ มากๆ
ประเภทเล็กไม่ ใหญ่ ๆ หล่อนทำ
กอปรกับเด็กๆ ของเราค่อนข้างจะอยู่ในโลกแคบ อยากให้เปิดหูเปิดตา กันมั่ง
ก็เลยไปหาข้อสรุปเทคนิคที่ทะเล
ไปมาหลายปีแล้วครับ ที่จริงก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเรียนศิลปะที่ทุกสถาบันต้องออกภาคสนามเพื่อเขียนทิวทัศน์ทะเล
ปีที่แล้ว ไประนอง-ภูเก็ต ตอนนั้นผมยังไม่มีดิจิม่อนก็เลยไม่ได้เอามาให้ดู...
มีแต่เล่าบรรยากาศให้ฟังจนเซ็งไปตาม ๆกัน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการปิดกระทู้ไปดื้อๆตามเคย
แต่ก็มีรูปจากกล้องฟิล์มอยู่นะครับ ถ้ามีเวลาเหลือมาก ๆ เหมือนอย่างตอนนี้ ก็จะเอามาให้ดูครับ

***
กระทู้นี้ ข้าพเจ้าสัญญาว่า

จะไม่ล้มกระทู้เด็ดขาด...เพราะโดนประนามจากบรรดากัลยาณมิตรทั้งหลายที่อุตส่าห์ไปลากจิกมาดู
ยกตัวอย่างเช่น คุณป้าไบเบิ้ล กับเจ้านู๋เอง เป็นต้น



เริ่มภาพแรกด้วยอุปกรณ์สีน้ำ (ของคนอื่น)





จริง ๆแล้วช่วงนี้ผมมีโปรเจคใหญ่ที่ต้องทำอยู่
(มิใช่โครงการมีบุตรแต่อย่างใด โครงการนั้นต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรม เอ๊ย!ธรรมชาติ)
แต่ก็เป็นโครงการระยะยาว ก็เลยยืดหยุ่นได้บ้างเป็นบางเวลา

อย่างเช่นช่วงนี้ ดิวงานกะใครก็ไม่ได้เพราะใคร ๆก็หยุดสงกรานต์กันหมด
วันว่าง ๆบันทึกเรื่องราว ต่าง ๆไว้ดีกว่า
แถมบันทึกแบบนี้ ยังสามารถเก็บเข้าใส่ในภาคผนวกงานเราได้ด้วย
ดีไม่ดี นำเอาคำพูดดี ๆที่เพื่อนแสดงความคิดเห็นมา ไปอ้างอิงเรื่องทัศนคติได้อีก
ทำให้เปเป้อร์หนาขึ้นอีกได้อีกโขเชียว อิอิ

ใครว่าเล่นเนตเสียงาน เรานี่แหละขอค้าน
(แต่บางคราว ก็เสียจริง ๆ นะ 5 5 5)


***

วันแรกของการเดินทาง นัดเด็ก(กว่าร้อยชีวิต)ตอนเที่ยงคืน
แต่ด้วยการประสานงานที่คลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ในคณะ รถมหาวิทยาลัยเลยมาเอา 6 โมงเช้า
(ถ้าเจ้าตัวมาอ่านเจอ ก็รู้ไว้ซะว่า เราขอประณาม ฮา...
แต่ลึก ๆก็ขอบใจนะ บอกที่บ้านไว้ว่ารถออกหกทุ่ม
แต่ออกจริง หกโมง เลยมีเวลาได้มีโลกส่วนตัวเพิ่มอีกตั้ง 6 ชั่วโมงแน่ะ..ฮี่ๆ)

สักการะพระพิฆคเณศ เพื่อเป็นศิริมงคล



พาหนะการเดินทางครั้งนี้ เหมา 1 คัน รถมหาวิทยาลัยสีเหลือง ๆนั่น 1 คัน
นับว่าเป็นเรื่องดีมากที่ฝ่ายยานยนต์ยังยอมให้รถเราอยู่
เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนไปดอยอ่างขาง
น้าแกไม่รู้ทางพาขึ้นเกือบถึงยอดดอยแน่ะ ผมคือ รถพังเลย ฮา



ขอแซวรถเหลือง ๆ ข้างบนหน่อย
ใครจะรู้ว่ารถใหม่ ๆอย่างนี้ที่จริงแล้วเป็นรถ ขสมก. มาก่อน
ถูกแล้วครับ รถเมล์ปลดระวาง ไม่ใช่ได้มาแล้วเปลี่ยนเป็นยังงี้เลยนะครับ ใช้งานจริง ๆเกือบ 2 ปีแน่ะ
คุณคิดภาพสิ
เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กีฬามหาวิทยาลัยแม่โดมเกมส์ที่ธรรมศาสตร์ ขบวนนักกีฬา ม.ผมต้องเดินทางด้วย ขสมก. แบบร้อน ๆนี่แหละ
ไปจอดที่หมู่บ้านนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ น้าคนขับต้องอาไปจอดแอบ ๆไว้ในป่า
ตอนนี้น่ะเหรอ ไปจอดใกล้ใครเขาก็มีแต่ไล่ เพราะไปข่มรัศมีรถม.อื่นเขาตลอด 5 5 5 5


***

ตอนแรกก็กะว่าจะตามกันไปเป็นขบวน...แต่ไม่ไหว รถมหาวิทยาลัยห้ามวิ่งเกิน 90
แต่รถของโชคอำนวย มิดเกย์120 ตลอดทาง

ถึงลำตะคลอง ด้วยเวลาอันรวดเร็ว



งานนี้เอากล้องไป 3 ตัว (ไม่รู้จะเอาไปอะไรกันนักกันหนา)
กล้องฟิล์ม 1 ตัว
กล้องดิจิม่อนแบน ๆ 1 ตัว
กล้องดิจิม่อนอ้วน ๆ ดำ ๆ ... ตัวนึง

สี กระดาษก็เอาไป

แต่เอาไปแล้วจะได้ใช้แค่ไหน..เดี๋ยวก็รู้

***

รูปนี้ถ่ายจากกล้องแบน



ตัดมาที่ปราณบุรีเลยครับ ประมาณ 6 ชั่วโมงครับ
รถที่ผมนั่ง มาถึงก่อน คงไม่ต้องบอกนะครับว่าผมนั่งคันไหน

***

มาถึงตรงนี้อยากบอกว่าชอบกล้องแบน ๆมากกว่า อยากถ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ ภาพออกมามันไม่ดี ก็โทษได้ว่า

กล้องไม่ดี

เช่นรูปนี้เป็นต้น...รถวิ่งเร็วมาก ได้มาแค่นี้ก็ต้องขอบคุณเจ้าตัวแบนที่ควักออกมาได้ทันที



ตอนลงรถที่ตลาดรู้ได้ทันทีว่า สินค้าเศรษฐกิจของที่นี่คืออะไร

ก็กลิ่นปลาหมึกหึ่งทั้งเมืองเลยครับ

ไปที่ไหน ๆ ก็มีแต่ลานตากปลาหมึกแห้ง

***

ก็เขาเป็นเมืองปากน้ำ ที่จอดเรือประมงนี่ครับ


ที่พัก เป็นรีสอร์ทที่พึ่งเปลี่ยนมือ กลุ่มเราเป็นลูกค้ากลุ่มแรกของเจ้าของใหม่

แต่อย่าเอ่ยชื่อเลยครับ ไม่ค่อยประทับใจ..งานนั้นค่าที่พัก 6 หลักครับ

***

ผู้หญิงกับอาจารย์นอนบังกะโลติดแอร์(ซึ่งมีหลายหลัง...)
ส่วนผู้ชาย เอาเต้นท์มหาวิทยาลัยมากางนอน
(ทั้งที่จ่ายตังค์เท่ากัน !!!)

มีที่พิเศษคือ ผู้ฉิง (ที่ต้องเปิดเผยเท่านั้น แอบ ๆ หรือเกย์ ไม่ได้) มีสิทธิ์ขึ้นมานอนกะสาว ๆบนห้องได้



เมื่อปีที่แล้วเราได้บทเรียนสำคัญในการพาเด็ก ปี 1 ออกภาคสนามคือ
เราไปไประรอง ทะเลอันดามันสวย ฟ้าใส แต่ไป้ที่มีแค่ฟ้ากับทะเลนั่นแหละวาดยากชมัด
ถ้าในทางทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์เรียกว่ามันมีแต่ ระนาบ ไม่มีรูปทรง

พื้นฐานเด็กยังไม่ดี...ก็เลยหลงออกทะเล ไปเลย...
(ปีที่แล้วผมก็ไม่ได้เขียน นอนอ่านเพชรพระอุมาจนเกือบจบ)

จากบทเรียนในปีก่อน ปีนี้ก็เลยต้องหารูปทรงให้เขาเขียน ซึ่งที่นี่นับว่าเหมาะสุด

***

มองออกไปมีแต่ รูปทรง รูปทรง และ รูปทรง ไงเล่า เอาให้หนุกเลยนะพวกคุณ 5 5 5



ตอนแรกเด็กโวยเลยครับ เพราะหาดไม่สวย เล่นน้ำไม่ได้ ขยะเพียบ
แต่ด้วยอาญาสิทธิ์

มาเขียนรูป...ไม่ได้มาเที่ยว เฟ๊ย !

ก็เลยได้แต่เห็นแอบบ่นงุบงิบอยู่ในใจ

***

ทั้งเส้น ทั้งรูปทรง ทั้งสีเลยนะเนี่ย ฮา



เขียนเข้าไปสิ

***

เรือใหญ่ก็มี



จะเอามุมแบบไหน ก็เลือกเอา

***



ในรูปนี้ แดง เหลือง เขียว ฟ้า นี่ไม่ต้องเบรคเลย จากหลอดเพียว ๆยังได้

***



แดงสด ๆ แล้วเบรคสีข้างเคียงคู่ตรงข้ามข้างหลังก็ได้

***



วันแรกนี้นั่งดูก่อน ก็แล้วกัน

***



เล่นไม่ได้ เดินเล่น เอาแล้วกัน

***



ประติมากร ยอดเยี่ยมรางวัล อมตะ อวอร์ด หมาดๆ มานั่งทำติสต์ 5 5 5

***



ทันใดนั้นก็ถึงกะอึ้ง

***



ตอนเย็น ๆเรือใหม่ก็ออก เรือเก่าก็เข้ามา ดูเพลินตา

แต่พอเจอแบบนี้เข้า
ตอนเย็นต้องเรียกรวมประชุมเลย
อยู่บนฝั่งทำใมไม่อาบ ชอบมาอาบโชว์ตอนผ่านรีสอร์ททุกที อยู่นั่น 5 วัน เห็นแบบนี้ทุก

วันเลย
(ถ้าตังเกสาวๆตรูจะไม่ว่าเลย )


***

ซูม 48 X ที่ตรูเตรียมไว้ยิงบิกินี่สาว ๆ...ต้องประเดิมด้วยแบบนี้ฤา



โชคดีที่ตอนนั้นน้ำมันดีเซลยังไม่ขึ้นราคา
เรือยังออกทะเลอย่างสม่ำเสมอ
แต่ตอนนี้เรือไม่ยอมออกจากฝั่ง...ตังเกเหล่านี้ตกงานกันระนาว อยู่บนฝั่ง
ที่พูดมาไม่ได้หมายความว่า คนที่อยู่ในรูปจะมีพฤติกรรมที่เป็นอย่างที่เรากลัว
แต่ดูอาการที่ตะโกนแซวเด็กผมทุกวัน ก็อดไม่ได้ที่จะคิดอย่างนั้น

เรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ปัญหาให้อย่างเร่งด่วน
ว่าไหม ป๋าๆ ราชดำเนิน อิอิ


***


กระทู้นี้ขอปิดท้ายวันแรกด้วยอาหารเย็นครับ
ลืมบอกไปว่าเรามีรถสเบียงมา 1 คัน เป็นรถกระบะไว้ขนเครื่องครัว และออกไปซื้อสเบียง
ที่รีสอร์ท มีครัว ใช้ได้เลย (แต่คิดตังค์เพิ่ม)


เวลาเราออกภาคสนามอย่างนี้เราจะมีทีมทำอาหารมาชุดนึง
อย่างชุดนี้ปี 1 มาเขียนจะเป็นปี 2ที่มาทำครัว ปี 1 มีหน้าที่เขียนรูปอย่างเดียว
เดี๋ยวปลายปีนี้ปี 2 ไปภูเขา (มีโปรแกรมในฝันคือหลวงพระบาง)ปี 1 ก็ต้องเป็นกลุ่มไปทำอาหาร




วันนี้พันทิพ เดี้ยงทั้งบ่ายเลย เดี้ยงวันไหนไม่เดี้ยง มาเดี้ยงวันที่เรากำลังขยัน อิอิ


ขอจบเรื่องราวของวันแรกไว้แค่นี้ครับ
กระทู้หน้ามาดูว่าวันที่สอง พวกเราจะเจออะไรมั่ง
แล้วการที่มาเขียนรูปทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต ผลงานจะออกมาเป็นอย่างไรกันมั่ง

(พูดเหมือนรายการไฮโซบ้านนอกเลย ฮา)

ตอนนี้มากินข้าวเย็นกะพวกเราก่อนนะครับ






 

Create Date : 20 เมษายน 2548    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2548 16:00:21 น.
Counter : 597 Pageviews.  

1  2  

d4b
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






  • บล๊อกบันทึกการเดินทางของจิ๊กโก๋ภูธร





  • Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.