วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

วิจารณ์หนัง : The Monuments Men ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว



ขึ้นชื่อว่าสงครามแล้ว มันย่อมทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมเศร้าใจกับซากวัดในอยุธยาที่ถูกเผา เสียใจที่พระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่อัฟกานิสถานถูกคนในประเทศนั้นเองทำลายทิ้ง แน่นอนว่าชีวิตคนถ้าถูกทำลายไม่อาจสร้างใหม่ได้ แต่ศิลปะบางชิ้นเมื่อถูกทำลายก็ไม่อาจสร้างใหม่ได้เช่นกัน

น่าสนใจว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่2ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตคน สังคม วัฒธรรม และศิลปะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มีการเปิดเผยผ่านหนังสือว่า กลุ่มทหารเล็กๆกลุ่มหนึ่งได้ทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าต่ออารยธรรมมนุษย์ ด้วยการรักษาและกอบกู้จิตรกรรม ปาติมากรรม สถาปัตยกรรม ชิ้นสำคัญของโลกไว้ได้มากมาย

The Monuments Men สร้างจากเรื่องจริงโดยอ้างอิงหนังสือของ โรเบิร์ต เอ็ม. เอ็ดเซลา ว่าด้วยเรื่องราวของ7ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะที่รัฐบาลสหรัฐฯเลือกมาฝึกอาวุธทำงานร่วมกับทหารเพื่อตามหางานศิลปะยุโรปของหลายประเทศที่ถูกกลุ่มนาซีขโมยไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินผู้มีชื่อเสียงอย่าง พาโบล ปิกัสโซ, เรเน่ , แวน โก๊ะ , มาร์ก ชาร์กาลล์, อองรี มาร์ติสส์ , ไมเคิล แองเจโล , เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น

แม้เป็นหนังสงครามแต่บทของหนังดำเนินเรื่องค่อนข้างราบเรียบ แฝงอารมณ์ขันประปราย สำหรับคนที่คาดหวังเห็นการดวลปืนหรือหักเหลี่ยมจารชนต้องบอกว่าคงผิดหวัง เพราะฉากแอ็คชั่นแทบไม่มี เป็นหนังที่ใช้บทสนทนาดำเนินเรื่องใกล้เคียงกับสารคดี เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และศิลปะ แน่นอนถ้าคุณไม่ก็อาจจะเบื่อจนหลับไปตั้งแต่ต้นเรื่อง

ฝีมือการกำกับของ จอร์จ คลูนีย์ ถือว่าไม่เลวทีเดียว ความตั้งใจของเขาในการยกย่องวีรกรรมของคนกลุ่มนี้เป็นแนวคิดที่ดี แต่คงไม่ได้ใจคนดูทั่วโลกเนื่องจากหนังขับเน้นความเป็นชาตินิยมของสหรัฐฯและอเมริกันฮีโร่มากเกินไป ที่โดดเด่นคือความสัมพันธ์ของตัวละครแบบแมนๆ พอจะซึ่งสะกิดใจคนดูได้บ้าง รวมถึงประเด็นสอดแทรกเล็กๆเปิดเผยถึงความโหดร้ายของสงคราม อาทิ ทหารเด็ก กองฟันของชาวยิว ภาพวาดลํ้าค่าที่ถูกทำลาย

ส่วนตัวชอบซาวด์ประกอบที่ไพเราะเข้ากับบรรยากาศและการตั้งคำถามเรื่องความสำคัญของชีวิตคนกับงานศิลปะ ภารกิจที่คนกลุ่มนี้ทำฟังดูเหมือนสนุกแต่ก็เสี่ยงตายเช่นเดียวกับทหารคนอื่นๆ(อาจจะเสี่ยงมากกว่าเพราะหลายคนไม่ใช่ทหารอาชีพ) นอกจากงานไม่ง่าย ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากทหารชาติเดียวกัน ซํ้ายังโดนดูถูกด้วย ซึ่งที่สุดแล้วเมื่อมีการสูญเสีย หัวหน้าทีม ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มีประโยชน์หรือไม่ คุ้มค่าแค่ไหน

ด้านการแสดงคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดหนีไม่พ้น เคท บลันเชตต์ ในบทเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์หญิงที่ร่ายสเน่ห์แพรวพราวใส่ แมตต์ เดมอน อีกคนที่สอบผ่านยกให้ บิล เมอร์เรย์ ที่ถ่ายทอดอารณ์ของคนตัวเล็กๆที่จากบ้านจากครอบครัวมาทำสิ่งที่คนทั่วโลกตอนนั้นไม่ได้ให้ความสนใจได้อย่างดี เขาเข้าขากับ บ็อบ บาลาบัน มากๆ 
เนื่องจากปฏิบัติการดังกล่าวมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ตัวละครก็มาก การตัดสลับไปมาบ่อยๆทำให้หนังไม่ลื่นไหล เหมาะที่จะทำเป็นซีรี่ย์มากกว่าหนังโรงตามที่นักวิจารณ์หนังบอก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราได้ดูหนังที่เชิดชูคนกล้าพลีชีพเพื่อชาติกันจนเบื่อ ขอชื่นชมทีมผู้สร้างกับการทำภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่สรรเสริญบุคคลผู้สละชีวิตเพื่องานศิลปะ

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนังได้ที่ http://movie.bugaboo.tv/watch/86191/?link=4




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2557 15:41:08 น.
Counter : 618 Pageviews.  

วิจารณ์หนัง : Endless love สู้เพื่อรัก



ภาพยนตร์เรื่อง ฉบับปี 2014 รีเมกจากหนังชื่อเดียวกันในปี 1981 (เวอร์ชั่นนี้ที่โด่งดังที่สุดคือเพลงประกอบ) ดัดแปลงจากจากหนังสือนิยายชื่อดังของ สก็อต สเปนเซอร์ โดยได้2ดาราวัยรุ่นอย่าง อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ กับ กาเบรียลลา ไวลด์ มาเป็นคู่พระนางหวนรำลึกความโรแมนติกจากความรักต่างชนชั้น

ตัวหนังเล่าถึง เรื่องราวของ เจด บัตเตอร์ฟิลด์ เด็กสาวหน้าตาดี บ้านรวย ที่มีปมเรื่องพี่ชายเสียชีวิตจึงเก็บตัวอยู่คนเดียวตลอดชีวิตไฮสคูล โดยมี เดวิด เอลเลียต หนุ่มกล้ามโตฐานะธรรมดา มาถูกตาต้องในเอาในวันจบการศึกษา เมื่อมีโอกาสได้พบกันอีก ทั้งคู่จึงไม่ปล่อยให้ความรักหลุดลอยไป แรงดึงดูดของทั้งคู่มีพลังมากมายมหาศาลที่พอจะเปลี่ยนชีวิตกันและกันได้ 

ทว่า พ่อของ เจด ที่ฝังใจกับการตายของลูกชายจนหวาดระแวงทุกอย่างสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของ เจค มากมาย เขาห่างเหินภรรยา ตีกรอบลูกชายอีกคน บงการชีวิตลูกสาว และต่อมาก็กีดกันไม่ให้ เจค กับ เดวิด ได้รักกัน พวกเขาจึงต้องสู้เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อกัน

พล็อตของหนังค่อนข้างโบราณมาก ออกแนวโรมิโอจูเรียตหน่อยๆ เป็นหนังรักชวนฝันหวานหยดจนแทบเลี่ยนเลยทีเดียว ประเด็นพ่อแม่กีดกันความรักลูกนี่มันล้าสมัยมาก ยิ่งมาเกิดขึ้นในสังคมอเมริกันที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้อิสระลูก จุดนี้จึงทำให้ตัวหนังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ผู้ชมจึงแค่อมยิ้มกับการแสดงความรักแบบดูดดื่มของหนุ่มสาว แต่ก็ไม่อิ่มเอมเหมือนหนังรักชั้นดี

การดำเนินเรื่องราบเรียบไปหน่อย คาดเดาได้ตลอด จึงไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย หนังจงใจขายความนํ้าเน่าที่บางคนในยุคนี้ยังโหยหา(เพราะไม่ค่อยได้พบเห็น) อันนี้แล้วแต่รสนิยมส่วนตัว ใครที่ชอบดูหนังรักอาจจะฟิน แต่ใครที่ไม่ชอบหนังแนวนี้คงเบือนหน้าหนี คนที่จะอินสุดๆคงเป็นกลุ่มที่มีกำลังความรักต่างฐานะอย่าง สาวไฮโซหลงรักหนุ่มบ้านนอก หรือ ลูกชาวนารักกับลูกสาวเศรษฐี

อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ หล่อลํ่าได้ใจผู้ชมสาวๆไปเต็มๆ ดูเป็นผู้ชายที่ดีมากๆราวกับหลุดมาจากนิยายหรือในฝัน กระนั้น การแสดงของเขายังไม่มีพลังเท่าที่ควร ส่วน กาเบรียลลา ไวลด์ ในบทนำครั้งแรกถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว สวยใส น่ารัก เซ็กซี่เล็กๆ มีสเน่ห์มาก ชวนให้ผู้ชมหนุ่มๆเคลิบเคลิ้มได้ไม่ยาก ข้อดีคือเคมีของทั้งคู่เข้ากันพอสมควร ดูเป็นคู่รักที่รักกันจริงๆ

ไรน์ เวคฟิลด์ ที่เล่นเป็นพี่ชายของ เจด เป็นคนที่โดดเด่นไม่แพ้พระเอกนางเอก จะเรียกว่าขโมยซีนจาก เดวิด ก็ว่าได้ บุคลิกของเขาดูเข้ากับบทหนุ่มที่ยิ้มเก่ง สนุกสนาน ได้ใจสาวๆหลายคน ขณะที่ บรูซ กรีนวู้ด ดารารุ่นใหญ่ไม่กี่คนในเรื่องก็ทำได้ดีในบทพ่อจอมบงการของ เจด ขับเคี่ยวกับตัวละครอื่นๆในเรื่องได้แบบสบายๆ

แม้ว่าเนื้อหาในหนังจะดูเหมือนนิยาย กระนั้น บางส่วนในหนังอย่าง ผู้ปกครองที่เลือกคณะเรียนให้ลูก พ่อแม่ที่หาคนที่ตัวเองชอบมาแต่งงานกับลูกตัวเอง สิ่งเหล่านี้ยังคงเกินขึ้นจริงในหลายบ้าน หลายครอบครัว หลายสังคมทั่วโลก และไม่น่าจะสูญหายไปได้ง่ายๆด้วย ซึ่งมันคือความรักเช่นกัน แต่เป็นความรักที่เกินเลย จนบางครั้งดูเหมือนเป็นการรักตัวเองมากกว่า

คะแนน 7/10 

โดย นกไซเบอร์ 

ดูตัวอย่างหนังได้ที่ http://movie.bugaboo.tv/watch/87661




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2557 18:08:29 น.
Counter : 803 Pageviews.  

วิจารณ์หนัง : Timeline จดหมาย ความทรงจำ รักที่ยังอยู่กับรักที่จากไป



สำหรับโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง Timeline จดหมาย ความทรงจำ มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง ทั้งการกลับมากำกับหนังหลังจากว่างเว้นไปนาน3ปีของ อุ๋ย นนทรีย์  นิมิบุตร และเป็นหนังรักจริงจังเรื่องแรกของเขา รวมถึงเป็นหนังเรื่องสองของ เจมส์ จิรายุ ดาราหนุ่มสุดฮ็อตประขำพศ.นี้ ที่แสดงคู่กับ เต้ย จรินทร์พร ซึ่งรับงานหนังใหญ่นอกค่าย GTH เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี ป๊อก ปิยธิดา กับ ปีเตอร์ นพชัย สองนักแสดงมากฝีมือร่วมด้วย 

ย้อนกลับไปถึงตอนที่ The letter จดหมายรัก หนังแรงบันดาลใจของ(ไม่อยากใช้คำว่าภาคต้นเพราะตัวละครคนละชื่อ เนื้อหาไม่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด) Timeline จดหมาย ความทรงจำ เข้าฉายเมื่อ10ปีที่แล้ว อุ๋ย นนทรีย์ เป็นโปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ ส่วนผู้กำกับคือ ผอูน จันทรศิริ (เจ๊หมอน เป็นต่อ) ที่กำกับหนังเป็นครั้งแรกและยังเป็นครั้งเดียวจนถึงทุกวันนี้ แต่ The letter จดหมายรัก ก็กลายเป็นผลงานประสบความสำเร็จระดับหนังรักขึ้นหิ้งที่ทำให้คนไทยจำนวนมากร้องไห้คาโรงหนัง กับความรักของ ต้น และ ดิว แม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์บางส่วนระบุว่าบทฟูมฟายมากไปหน่อย  

กับ Timeline จดหมาย ความทรงจำ เนื้อหาเป็นเรื่องความรักของ มัท กับ ทัน ที่ฝ่ายชายเสียชีวิตไปก่อนที่ แทน ลูกชายของพวกเขาจะเกิด มัท จมปลักอยู่กับจดหมายและความหลังของรักที่จากไปจนค่อยๆสร้างภาพของ ทัน ในตัว แทน เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่า คนรักยังอยู่ ทว่า แทน ในวัยรุ่นรู้สึกอึดอัดจึงแอบเลือกเรียนในคณะวารสารศาสตร์ที่มหาลัยที่กรุงเทพฯแทนที่จะเป็นคณะเกษตรในเชียงใหม่ ชีวิตในเมืองหลวง แทน ได้พบกับ จูน สาวน้อยน่ารักสดใสที่มีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเองสูง จูน แอบรัก แทน แต่ แทน แอบชอบ รุ่นพี่ซึ่งเป็นญาติของเธอ และต่อมา จูน คือคนที่ทำให้ แทน เปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอดกาล 

บทของหนังไม่ค่อยกระชับเท่าที่ควร รายละเอียดเยอะไป ฉากบางฉาก ตัวละครบางตัวก็ไม่มีความจำเป็น ควรถูกตัดออก การเดินเรื่องในช่วงแรกจึงดูฉิบฉับเหมือนจะเร็วแต่ก็ไม่เดินหน้าไปไหน ช่วงท้ายๆหนังถึงเดินเรื่องได้ลื่นไหลและน่าติดตามขึ้น ส่วนเรื่องราวในหนังต้องบอกว่าค่อนข้างเชย แต่ก็อยู่ในระดับพอรับได้ ไม่หวานเลี่ยนหรือฟูมฟายเกินไป  

เสียดายที่หนังไม่ได้พัฒนาเนื้อหาให้ทันสมัยเหมือนชื่อเท่าไหร่ แถมยังทิ้งโครงเก่าๆไปเสียอีก เราจึงได้เห็นเฟซบุ้คกับจดหมายโผล่เข้ามาในหนังแบบฉาบฉวย มีเพียงผัดฟักแม้วอย่างเดียวที่ถูกนำมาต่อยอด แถมยังมีการไทอินโฆษณาที่ไม่เนียนเท่าไหร่ เสียงบ่นจากผู้ชมคงไม่สร้างผลดีกับตัวสินค้า ยิ่งมาอยู่ในหนังของผู้กำกับรุ่นใหญ่แห่งวงการหลายคนจึงถึงขึ้นรับไม่ได้ 

การถ่ายภาพสวยงามมาก วิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ สีสดชัดเจน โดยเฉพาะภาพทะเลเรืองแสงที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนไปยืนอยู่ในหนังด้วย เป็นจุดเด่นที่สุดของภาพยนตร์รองจากการแสดงของ  เต้ย จรินทร์ และ ป๊อก ปิยธิดา สองดาราสาวต่างรุ่นแต่สาดพลังกันชนิดไม่มีใครยอมใคร เต้ย เหมาะกับบท จูน มาก เธอถ่ายทอดภาพรักครั้ง เพื่อนแอบรักเพื่อน และรักเดียวในใจ ได้อย่างละเมียดละไม ไร้ที่ติ เช่นเดียวกับ ป๊อก ที่ถ่ายทอดความรักของภรรยาที่มีต่อสามี และ แม่ที่มีต่อลูกชาย ได้แบบลึกซึ้งสะเทือนใจ ให้แง่คิดกับคนที่เคยหลงลืมคนที่บ้านไป ดูแล้วคงเห็นว่ายังมีความรักที่บริสุทธิ์กว่ารักแบบหนุ่มสาวบนโลกนี้

เจมส์ จิรายุ ในบท แทน ถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับหนังเรื่องแรกของเขา มีฉากแสดงอารมณ์ให้โชว์ความสามารถทางการแสดง บทไม่ได้ดึงคาแรกเตอร์ของเขามาใช้อย่างที่บางคนคาดการณ์ ตรงกันข้าม เขาดึงเอาคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาจนเราลืมภาพซุปเปอร์สตาร์ไปได้ เหลือเพียงหนุ่มบ้านนอกไม่ประสาในเมืองใหญ่ จุดนี้ต้องยกเครดิตส่วนหนึ่งให้ผู้กำกับ ด้าน ปีเตอร์ นพชัย ยังคงอยู่ในมาตรฐานการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ วัฒน์ ชายที่หลงรัก มัท ดูเป็นตัวละครที่แสนอบอุ่น จิตใจดีงาม เปี่ยมสเน่ห์ จนผู้ชมคงอดสงสัยไม่ได้ว่า มัท ปฏิเสธผู้ชายคนนี้ลงได้ยังไง แน่นอนว่า เขาเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในหนังรองจาก จูน

จุดหักมุมของหนังค่อนข้างเซอร์ไพรส์คนดูพอสมควร แม้จะมีบางคนเดาได้บ้าง กระนั้นเหตุการณ์แบบนี้ไม่ค่อยเกินขึ้นกับหนังหรือละครไทย (และถ้าเกิดก็จะเป็นประเด็นอย่างกว้างขวาง) ถือเป็นความกล้าของผู้กำกับ นํ้าหนักของการสูญเสียอาจไม่หนักแน่น แต่ก็สอดรับกับการปูเรื่องและเนื้อหาที่นำไปสู่ตอนจบ ที่เรียกนํ้าตาจากคนดูได้ดีเลยทีเดียว

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

ชมตัวอย่างหนังได้ที่ http://movie.bugaboo.tv/watch/96539




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2557 16:49:45 น.
Counter : 757 Pageviews.  

วิจารณ์หนัง : HER ระบบปฏิบัติการความรัก



หลังการมาถึงของมือถือสมาร์ทโฟน มนุษย์เราก็เริ่มใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยีมากขึ้นจนถูกค่อนแขวะว่ากลายเป็นสังคมก้มหน้า เพราะแต่ละคนต่างก็หมกมุ่นอยู่กับโลกสมมติของตัวเองบนหน้าจอมือถือจนละเลยการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ขณะเดียวกันปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลายก็ถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้ เราได้เห็นหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง หุ่นยนต์ดูแลคนแก่ ตลอดจนระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ OS ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ สามารถสนทนาโต้ตอบได้ไม่ต่างจากคนอย่าง SIRI เป็นต้น

สไปค์ จอนซ์ ผู้กำกับชื่อดังจึงจับประเด็นนี้มาทำเป็นหนัง HER เรื่องราวของ ธีโอดอร์ หนุ่มนักเขียนจดหมายขี้เหงาที่กำลังจะหย่ากับภรรยา เขาเก็บตัวใช้ชีวิตเคว้งคว้างอยู่พักหนึ่ง กระทั่ง ได้ซื้อระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่มาใช่ เธอทั้งฉลาดและคุยสนุกทำให้เขามีความสุขมากขึ้น จนวันหนึ่ง ธีโอดอร์ พบว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์

บทของหนังเรื่องนี้ลํ้ามาก กล่าวถึงความสัมพันธ์อันเปราะบางของคนกับระบบปฏิบัติการที่เราได้ยินแต่เสียง ทว่า กลับทำให้คนดูรู้สึกอินและเชื่อได้จริงๆว่าพวกเขารักกัน คำพูดของตัวละครยั่วล้อจิกกัดสังคมในเมืองใหญ่ปัจจุบันที่มนุษย์ใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ โทนของหนังอ้างว้าง โดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา คนโสดหรือเพิ่งเลิกกับแฟนดูแล้วอินสุดๆ การถ่ายทอดภาพต่างๆงดงามนวลตาโดยเฉพาะสีสันเครื่องแต่งกายของ ธีโอดอร์ ดูอบอุ่นดี

เพลงประกอบภาพยนตร์ก็เพราะมาก การเล่าเรื่องของหนังค่อนข้างละเอียด มีหลายอารมณ์ความรู้สึก จับประเด็นความรักหลาdมิติ ทั้งแบบหนุ่มสาว มิตรภาพของเพื่อน และ ความผูกพันธ์ของคนกับสมองกล รวมถึงความห่างเหินของคนในสังคมกับความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยกับคนแปลกหน้า ช่วงท้ายหนังดํ่าดิ่มสู่ความเศร้าชนิดใครอ่นไหวง่ายนี่มีบ่อนํ้าตาแตก

วาคิน ฟินิกซ์ แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก เล่นกับวัตถุสมมติหรือเสียงได้สมจริง ความเหงาถูกส่งผ่านทางดวงตาของเขา แทบไม่ต้องทำอะไรเราก็รู้สึกสงสาร เห็นใจ สิ่งที่เขากำลังเผชิญ สกาแล็ตต์ โจแฮนสัน ต้องบอกว่าสุดยอด ตลอดทั้งเรื่องเราได้ยินเพียงแค่เสียงของเธอกับการเล่นเป็นOS แต่ก็หลงเสน่ห์นํ้าเสียงเธอกันถ้วนหน้าโดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่ขอชื่นชมอีกอย่างคือความสามารถทางการร้องเพลงของเธอ The Moon Song นี่ฟังจบแทบละลายเลย บทสนทนาของทั้งคู่ดูเป็นธรรมชาติจึงจับใจผู้ชมได้ไม่ยาก สำหรับฉากเลิฟซีนแห่งปีนี่ขอยกให้หนังเรื่องนี้ได้ไป ทั้งอีโรติกและโรแมนติกสุดๆ

อีกสองคนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ รูนี่ย์ มาร่า ในบทภรรยาของ ธีโอดอร์ แม้จะออกไม่บ่อยแต่เราก็เห็นถึงความสวยน่ารักของเธอที่ทำให้ตัวเอก ธีโอดอร์ หลงรัก จนอดอยากเอาช่วยให้กลับมาคืนดีกัน ส่วน เอมี่ อดัมส์ ที่ส่วนมากได้รับแต่บทสาวเซ็กซี่ หนังเรื่องนี้มาในลุคนักวิจัยสาวคงแก่เรียนก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอเลย และเธอเป็นอีกคนที่ดูเหมาะสมกับ ธีโอดอร์

ชอบคำพูดของ เอมี่ อดัมส์ ตอนที่ วาคิน มาปรึกษาเรื่องที่เขารักกับระบบปฏิบัติการ เขาถามเธอว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่ตกหลุมรักกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เธอตอบว่า เมือมีความรักเราต่างก็บ้าด้วยกันทั้งนั้น ความรักเป็นเรื่องที่บ้ามาก แต่เป็นความบ้าที่สังคมยอมรับ

คะแนน 9/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนังได้ที่ http://movie.bugaboo.tv/watch/95448/?link=4




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2557 16:28:40 น.
Counter : 647 Pageviews.  

วิจารณ์หนัง : The Wolf of Wall Street ตลาดหุ้น เงินตรา และ ยาเสพติด



บ่อยครั้งที่เราได้ยินเรื่องราวของผู้คนที่ประสบความสำเร็จจากการเล่นหุ้น บางคนรวยติดอันดับมหาเศรษฐีด้วยตัวเลขสีเขียวบนกระดาน ในสายของคนนอกโลกของตลาดหุ้นจึงถูกวาดภาพเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงามพร้อมจะมอบดอกผลให้กับผู้ที่มีเงินก้อนและกล้าเดินเข้าไป แต่ความจริงแล้วคนที่อยู่ในวงการตลาดหุ้นรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้นอกจากจะไม่ใช่ที่สวยงาม มันยังเป็นเหมือนป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายกระหายเงิน ที่พร้อมจะฉีกเนื้อกลืนกินผู้มาเยือนโดยใช้ความโลภเป็นกับดัก

ขณะที่ผู้อยู่มานานและมีทุนมากซึ่งเป็นกลุ่มคนเล็กๆกอบโกยทองคำจากตลาดหุ้น นักลงทุนหน้าใหม่กับผู้ที่มีเงินทุนน้อยจำนวนมากได้รับส่วนแบ่งจากกำไรอันน้อยนิด ทว่ายามที่พวกเขาพลาดขาดทุน บางคนถึงขึ้นหมดตัว นั่นเองที่มาของคำว่าแมงเม่า ศัพท์ที่ใช้เรียกนักลงทุนมือใหม่ของวงการตลาดหุ้น ที่ผ่านมาฮอลลีวู้ดเคยมีหนังที่ตีแผ่วงการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯอย่าง เรื่อง  Wall Street ซึ่งเพิ่งมีภาคต่อ Wall Street: Money Never Sleeps เมื่อไม่นานมานี้ แต่สองเรื่องนี้มองตลาดหุ้นด้วยสายตาหวาดระแวง จริงจัง เคร่งขรึม

ผิดกับ The Wolf of Wall Street ผลงานการกำกับของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ที่มองตลาดหุ้นในแบบตลกเสียดสี ผ่านเรื่องราวชีวิตจริงของ จอร์แดน เบลฟอร์ท นายหน้าค้าหุ้นหนุ่มที่ใช้กลโกงหาเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งเขานำมาบำเร่อตัวเองด้วยการปาร์ตี้ เสพยา และมีเซ็กส์ จนในที่สุดเขาโดนตำรวจจับในปี 1998 ในข้อหาฉ้แโกง ถูกตัดสินจำคุก22เดือน หลังพ้นโทษเขาเขียนอัตชีวประวัติตัวเองจนกลายเป็นนักสือขายดี และผันตัวมาเป็นนักพูดจนมีชื่อเสียงอีกครั้ง

หนังได้ ลีโอนาโด ดิคราปิโอ ดาราคู่บุญของ มาร์ติน มารับบท จอร์แดน เบลฟอร์ท โดยเริ่มต้นเล่าเรื่องตั้งแต่วันแรกที่ จอร์แดน เดินเข้าไปทำงานในตลาดหุ้นWall Street ไม่นานก็เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนเขาต้องตกงาน จอร์แดนได้งานที่อีกเมืองหนึ่ง เป็นงานชวนข้าราชการหรือมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินไม่มากมาเล่นหุ้นเพนนี หุ้นราคาถูกที่ตลาดใหญ่อย่าง Wall Street ไม่เคยสนใจ ด้วยความสามารถด้านการพูด(โกหกตอแหล)ของเขา ทำให้เขาทำยอดสูงสุดได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์มากมาย

ต่อมา จอร์แดน ได้พบกับ ดอนนี่ เอซอฟฟ์ (โจนาห์ ฮิลล์) หนุ่มอ้วนจอมทะเยอทะยานซึ่งเขาชวนมาทำงานด้วย และภายหลังกลายมาเป็นเพื่อนซี้ของเขา ไม่นานทั้งคู่ก็ออกมาเปิดบริษัทด้วยกัน ด้วยช่องโหว่ทางกฏหมายพวกเขาใช้กลยุทธหลอกให้ลูกค้าซื้อหุ้นด้วยข้อมูลเท็จ จึงทำกำไรได้มากมายมหาศาล ถึงขั้นเปิดบริษัทค้าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของ Wall Street ได้ จอร์แดน รํ่ารวยขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาผลาญเงินไปกับเรื่อง ยาเสพติด และ ผู้หญิง ปรนเปรอพนักงานด้วยการแจกเงินและปาร์ตี้สุดบ้าบิ่่นที่เต็มไปด้วย เหล้า ยา และเซ็กส์ พร้อมกับปลูกฝังให้ลูกน้องมีนิสัยเหมือนเขา คือกลายเป็นหมาป่ากระหายเงิน

ชีวิตของ จอร์แดน ค่อยๆเปลี่ยนไป เขามีเงินมากจนใช้ไม่หมดแต่ก็ยังไม่รู้สึกพอรู้สึกอิ่ม เขาเลิกกับภรรยาและแต่งงานกับ นาโอมิ (มาร์ก็อต ร้อบบี้) นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ แทน โดยซื้อของมากมายมามัดใจเธอ ชิ้นใหญ่ที่สุดก็เรือสุดหรู บริษัทโตขึ้นเรื่อยๆ เขาใช้ยาเสพติดมากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมส่วนตัวจึงกลายเเป็นคนไฮเปอร์ บ้าบิ่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ ขณะเดียวกันFBIเริ่มตรวจสอบพบความผิดปกติทางบัญชีของบริษัทเขา นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของชายที่ชีวิตกำลังจะตกจากสวรรค์

ความยาวสามชั่วโมงไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะเป็นการพาคนดูขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาหลายตลบตลอดทาง บทหนังไม่ไปในโทนดาร์ค ซีเรียสจริงจังกับตลาดหุ้น ตรงกันข้าม หนังเสียดสีสังคมทุนนิยมและตลาดหุ้นสหรัฐฯได้อย่างเจ็บแสบ ผู้ชมที่ไม่มีความรู้ด้านหุ้นก็ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกสนาน ไม่มีส่วนใดที่เข้าใจยาก เนื่องจากหนังถ่ายทอดเรื่องราวนอกตลาดหุ้นเป็นส่วนใหญ่

ลีโอนาโด ดิคราปิโอ โชว์ลูกบ้าสุดพลังจริงๆ การแสดงของเขาเข้มข้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ตัวละครมีพัฒนาการ แน่นอนว่าเขาเล่นได้น่าหมั่นไส้จนหลายคนแอบแช่งว่าเมื่อไหร่ตานี่จะได้รับผลกรรม ทั้งที่ตัวละคร จอร์แดน เบลฟอร์ท ไม่ได้ดำมืดซะทีเดียว แค่เทาเข้มๆ และมีบางซีนที่น่าเห็นใจ เขาเป็นคนที่ตกเป็นทาสของสองสิ่งคือ เงิน และ ยาเสพติด นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ยึดติดกับความสำเร็จและชื่อเสียงจนไม่ได้มองสิ่งอื่นในชีวิตเลย ลีโอนาโด ไม่ได้ห่วงหล่อ พร้อมเล่นทุกฉาก ชอบที่สุดคือตอนที่ จอร์แดน กินยาไปเกินขนาด โดนดีดจนเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ทั้งฮาทั้งน่าสมเพช บทนี้น่าจะเป็นบทที่เปลืองตัวที่สุดของเขา คู่ควรแล้วกับรางวัลนำชายลูกโลกทองคำ ส่วนจะส่งเขาไปถึงออสการ์หรือไม่รอลุ้นกัน

อีกคนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ โจนาห์ ฮิลล์ ลืมภาพของชายขาดความมั่นใจใน Moneyball ไปเลย เพราะเรื่องนี้เขาเป็นไอ้อ้วนจอมกวนที่เพี้ยนสุดๆ ปากหมา ชอบทำอะไรห่ามๆ แต่ก็สร้างสีสันให้กับหนังเป็นอย่างมาก(เชื่อว่า ดอนนี่ ตัวจริงไม่ขนาดนี้)  แน่นอนว่าเขาเป็นอีกคนที่เราไม่มีวันรู้สึกสงสาร ส่วน มาร์ก็อต ร้อบบี้ สาวน้อยมากสเน่ห์ที่พระเอกเคยตกหลุมรักในหนัง About time กลายร่างเป็นนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ หัวสูง ติดหรู บ้าเงิน ได้อย่างสมบทบาท เธอร้อนแรงน่าเย้ายวนทุกครั้งที่ปรากฏตัวในหนัง หนุ่มๆต้องกลืนนํ้าลายหลายเฮือกให้กับความใจกล้าของเธอ โดยเฉพาะฉากเปลือยกายแบบ100% นาทีนั้นดาราสาวเซ็กซี่คนใหม่แห่งวงการฮอลลีวู้ดได้บังเกิดขึ้นแล้ว

ต้องบอกว่า มาร์ติน สกอร์เซซี่ วัยรุ่นมากที่ทำหนังแบบนี้ได้ มันเต็มไปด้วยความบ้า หยาบคาย ดิบเถื่อน ที่บันเทิงสุดๆ หนังได้เรค20+ในไทย จากการที่มีทั้งฉากเปลือยของตัวละคร ฉากมีเซ็กส์แบบโจ่งแจ้งแทบจะตลอดทั้งเรื่อง ฉากใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย ตัวละครพ่นคำด่าใส่กันเป็นว่าเล่น รวมถึงมีการอัพยากันอย่างเอิกเกริก  ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งจะสุดเหวี่ยงขนาดนี้ ซึ่งหนังก็ไม่ได้จงใจสอนสั่งเรื่องความดีเลวหรือผิดถูกใดๆ นั้นทำให้ตอนกลางเรื่องหลายคนแอบอิจฉาชีวิตของ จอร์แดน คนบ้าอะไรทั้งรวยล้นฟ้า มีเมียสวย มีบ้านหลังใหญ่ มีรถสปอร์ตวสุดหรู และเมื่อถึงตอนท้ายของเรื่อง แม้เห็นผลลัพท์ที่ได้จากการกระทำของเขาแล้ว เชื่อว่าผู้ชายบางคนก็อาจยังคงยืนยัน ขอมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบเขาสักครั้ง ดังนั้น ในระบบทุนนิยม ตลาดหุ้นจึงไม่มีวันล่มสลาย

คะแนน 9/10

โดยนกไซเบอร์

ดู ตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/80580




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2557 16:07:22 น.
Counter : 664 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.