วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Guardians of the Galaxy ทีมเกรียนตะลุยอวกาศ


ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ค่ายหนังมาร์เวลสตูดิโอคึกคักจริงๆ เพราะนอจากจะมีภาพยนตร์ภาคต่อของฮีโร่ดังหลายๆตัวแล้ว ยังมีหนังฮีโร่รวมทีมอย่าง The Avengers และ X men รวมถึงฮีโร่ตัวใหม่ๆเพิ่มขึ้นมามากมาย ล่าสุดกับ Guardians of the Galaxy หนังฮีโร่หน้าใหม่ที่มารวมทีมกันถึง 5 ราย แม้ชื่อชั้นนักแสดงจะไม่ดึงดูดเท่าเรื่องก่อนหน้า แต่กลับได้รับความสนใจจากแฟนๆอย่างมาก

Guardians of the Galaxy เป็นเรื่องราวของ ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด หัวขโมยตัวแสบประจำอวกาศที่ขโมยวัตถุทรงกลมลึกลับมาจาก โรแนน วายร้ายที่ต้องการทำลายดวงดาวของเผ่าพันธุ์อื่นในจักรวาล ระหว่างหนี ปีเตอร์ ได้พบกับ กาโมร่า สาวนักฆ่าสุดอันตราย รวมถึง ร็อคเก็ต แรคคูนจอมเก๋า กับ กรูท ฮิวแมนนอยด์รูปร่างเหมือนต้นไม้ คู่หูนักล่ารางวัล พวกเขาทั้ง4ถูกทางการของดาวแซนดาร์จับไปขังในคุกอวกาศ กลุ่ม4นักโทษได้กับ แดรกซ์ เดอะเดสทรอยเยอร์ ชายผู้สูญเสียลูกเมียที่ต้องการสังหาร โรแนน ทั้ง5ร่วมมือกันแหกคุกและรวมกันเป็นทีมฮีโร่ที่เกรียนที่สุดในจักรวาล

บทของหนังสนุกสนาน โดดเด่น มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากหนังฮีโร่เรื่องอื่นๆของค่ายมาร์เวล ด้วยความที่ทั้ง5ต่างก็ไม่ใช่คนดี แต่ละคนมีประวัติเสียยาวเหยียด แถมนิสัยก็ไม่ค่อยดีกันนัก (อาจจะยกเว้น กรูท) ทว่าเมื่อพวกเขากลับตัวผู้ชมก็พร้อมให้อภัยและเอาใจช่วย เนื้อหาค่อนข้างลงตัวระหว่างคอเมอดี้กับแอ็คชั่น มุขตลกแพรวพราวเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอด แถมยังมีจังหวะให้คนดูได้ซึ้งกับปมของฮีโร่และมิตรภาพของพวกเขา 

ตัวละครนำทั้ง5มีเสน่ห์มาก คาแร็กเตอร์หลากหลายแต่ก็ชัดเจน เสียตรงที่ความฮาที่มากขึ้นทำให้แอ็คชั่นในเรื่องดูเบาไปนิด ส่วนความกดดันชวนลุ้นก็ดร็อปลงไปเมื่อเทียบกับหนังฮีโร่ของค่าย ด้านเทคนิคภาพนำเสนอออกมาได้สวยงามโดนเฉพาะฉากในอวกาศ เพลงประกอบจากยุค70คอนทราส์กับความทันสมัยในหนังได้เจ๋งมาก แถมเพลงยังเพราะจนทำให้คนแก่นึกถึงอดีต ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ติดใจจนต้องมาตามหาทีละแทร็กหลังดูหนังจบ อาทิ เพลง Hooked On A Feeling ที่มีจังหวะและทำนองติดหูมาก

การแสดง คริส แพรตต์ ในบท สตาร์ลอร์ด เท่และกวนสุดๆ ติดใจมาตั้งแต่บททนายใน DELIVERY MAN อย่างที่รู้กันว่าเขาลดความอ้วนหลายสิบโลเพื่อมารับบทนี้ ซึ่งคุ้มค่าทีเดียว มาที่ โซอี้ ซัลดาน่า เธอน่าจะเป็นดาราสาวที่คุ้นเคยกับการแต่งหน้าเอฟเฟ็กซ์เป็นอย่างดีจากหนังไซไฟหลายๆเรื่องก่อนหน้า ส่วนตัวคิดว่า โซอี้ ยังค่อยเฉิดฉายเท่าไหร่ แม้จะถูกรายล้อมด้วยตัวละครส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ชาย 

กรูท เป็นตัวขโมยซีนที่คนดูทุกคนหลงรักได้อย่างไม่ยากเย็น นอกจากความแปลก บุคลิกที่มีทั้ง เคร่งขรึม ดุดัน ไปจนถึง อ่อนโยน เป็นตัวละครที่คนดูไม่ค่อยพบในโลกมาร์เวล วิน ดีเซล ที่พากย์เสียงถึงจะไม่ต้องท่องบทอะไรมาก เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆดูเอาเปรียบคนอื่น กระนั้น3คำที่เขาพูดก็มีโทนเสียงและนํ้าหนักที่สื่อถึงอารมณ์ของตัวละครอย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ ร็อคเก็ต แรคคูน ซึ่งพากย์เสียงโดย แบรดลีย์ คูเปอร์ พูดนั้าไหลไฟดับเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว

Guardians of the Galaxy นอกจากจะเติมเต็มจักรวาลของมาร์เวลให้สมบูรณ์ขึ้น ยังเป็นสะพานเชื่อมไปกับภาคต่อของหนังฮีโร่ภาคต่อ รวมถึงเปิดตัวฮีโร่ใหม่ๆในเอนเครดิตอีกด้วย ส่วนภาคต่อของหนังมีแน่นอน เพราะความลับหลายอย่างของจักรวาลกำลังรอเวลาเปิดเผยอยู่

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/106480/?link=4




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2557    
Last Update : 20 สิงหาคม 2557 18:36:10 น.
Counter : 1199 Pageviews.  

รีวิวหนัง : The Fault in Our Stars รักที่สมบูรณ์ ของคนไม่สมบูรณ์



หลังจากที่ เชล์ลีน วู้ดเล่ย์ เคยแสดงคู่กับ อันเซล แอลกอร์ ในหนังเรื่อง Divergent ในบทพี่น้อง ไม่นานทั้งคู่ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งกับ The Fault in Our Stars ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายขายดีของ จอห์น กรีน

The Fault in Our Stars สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวขึ้นอันดับหนังทำเงินสหรัฐฯในช่วงซัมเมอร์ โกยเงินแซงหน้าภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายเรื่องไปอย่างเหนือความคาดหมาย แถมยังปลุกกระแสหนังรักในอเมริกาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

หนังเล่าถึง เฮเซล แลงแคสเตอร์ สาวน้อยวัย 16 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็งขั้นรุนแรง เธอต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาและเธอสามารถอาจจากโลกนี้ไปได้ทุกเมื่อ ชีวิตอันแสนหดหู่ของเธอหยุดลงเมื่อได้มาพบกับ ออกัสตัส วอเทอร์ เด็กหนุ่มร่าเริงที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเช่นกัน

เฮเซล กลับมายิ้ม หัวเราะ ได้อีกครั้ง แต่อาการป่วยของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น ออกัสตัส อยากทำทุกอย่างเพื่อให้ เฮเซล มีความสุข เขาจึงใช้พรที่ขออะไรก็ได้จากมูลนิธิการกุศลพาเธอไปพบกับนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือที่ เฮเซ ชื่นชอบถึงเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นทริปที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขาและเธอ

บทของหนังเต็มไปด้วยความเศร้า ดราม่าออกจะนำโรแมนติกนิดๆ พูดถึงความตายในมุมมองของเด็กวัยรุ่น มีกลิ่นอายของหนังสู้กับโรคร้ายอย่าง 50/50 และ Now is good ส่วนประเด็นความรักบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวทำให้คิดถึงหนังญี่ปุ่นที่ใช้ตัวละครหญิงเป็นตัวดำเนินเรื่องคือ Midnight Sun กับ Crying Out for Love, In the Center of the World

แต่สิ่งที่ The Fault in Our Stars โดดเด่นคือการดัดแปลงจากตัวหนังสือมาเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ดี ต้องชมผู้กำกับที่เลือกถ่ายทอดหนังออกมาได้ครบทุกรสทั้ง ตลกร้าย หวานละมุน ไปจนถึงซึ้งกินใจ นอกจากนี้ยังพัฒนาตัวละครหลักอย่าง เฮเซล ให้มีความน่ารักดูสดใสกว่าฉบับนิยาย รวมถึงเก็บความลับแล้วเฉลยได้ถูกจังหวะ ช่วงส่งให้ตอนท้ายของหนังสร้างตรึงคนดูอยู่หมัด สร้างความแปลกใจและทำให้ผู้ชมอินไปกับหนังได้

การแสดงอันยอดเยี่ยมของ เชล์ลีน ช่วยทำให้หนังน่าสนใจขึ้นมาก เข้ากันกับความเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์ของ อันเซล พล็อตที่ดูคล้ายจะธรรมดากลับพิเศษขึ้นมา เคมีของทั้งสองลงตัวทีเดียว การกันตัวละครอื่นๆออกไปอยู่วงนอกของ เฮเซล กับ ออกัสตัส ถือว่าได้ผล อารมณ์มุ้งมิ้งจีบกันของทั้งสองชวนอมยิ้มจนเราลืมไปเลยว่าเขาและเธอกำลังป่วยหนัก โลกใบที่มีพวกเขาอยู่ด้วยกันจึงดูสวยงามจับใจ

ภายนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เหมาะกับคนทุกกลุ่ม เพราะมันเต็มไปด้วยความเศร้าจริงๆที่เจ็บลึกทั้งทางกายและทางใจ ของคนที่ไม่สมบูรณ์ทางสุขภาพสองคน ซึ่งเติมเต็มจนความรักสมบูรณ์เสียจนคนที่สมบูรณ์อย่างเราๆพร้อมเสียนํ้าตาให้โดยไม่ลังเล ขณะเดียวกันหนังเรื่องนี้ยังทำให้เรารู้ด้วยว่า นอกจากคนป่วยแล้ว คนรอบตัวคนป่วยก็ได้ความเจ็บปวดในรูปแบบต่างๆที่น่าเห็นใจไม่แพ้กัน

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/118663/?link=4




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2557    
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 16:09:36 น.
Counter : 775 Pageviews.  

รีวิวหนัง : ความลับนางมารร้าย ผู้หญิงไม่ต้องการเหตุผล



โปรเจกต์ ความลับนางมารร้าย นั้นน่าสนใจตรงการได้นักแสดงนำอย่าง มิน พีชญา มาประกบกับ อาเล็ก ธีรเดช แน่นอนว่าย่อมเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่จะดึงดูดแฟนคลับให้ต่อแถวเข้าโรงหนัง ขณะเดียวกันนักแสดงสมทบหลายๆคนอย่าง 6 สาวเน็ทไอดอล กับ กิตติศักดิ์ เวชประสาร (ยัด เฟ็ดเฟ่) ต่างก็มีแฟนคลับของตัวเองไม่น้อย นี่มันงานขายชัดๆ

มาพูดถึงตัวหนังกัน ความลับนางมารร้าย เล่าถึง เหนือสมุทร (อาเล็ก) หนุ่มสุดเพอร์เฟ็กต์ รูปหล่อ ฐานะดี ที่ดันไปตกหลุมรัก บุษบา (มิน) สาวสวยสุดเปรี้ยวตัวร้าย ที่เจอในผับแบบหัวปักหัวปำ ปองชาย (ยัด) เพื่อนหนุ่มออกสาวพยายามขัดขวางแต่ก็ไม่สำเร็จ เหนือสมุทร เริ่มสานสัมพันธ์กับ บุษบา แต่เธอกลับเริ่มตัดสัมพันธ์กับเขา ซึ่งเมื่อ บุษบา ทำสำเร็จ เหนือสมุทร เลยเตลิดไปเลียแผลใจ และได้ ป่า คิม และ จิ สามสาวที่อกหักมาเหมือนกันดูแล ทว่าต่อมา บุษบา กลับมารู้ตัวทีหลังว่าลึกๆก็ชอบ เหนือสมุทร เช่นกัน

บทของหนังหลวมและโอเวอร์ตามสไตล์ค่าย ความไม่สมเหตุสมผลมีอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ ปมปัญหาถูกคลี่คลายอย่างง่ายดาย เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่ก็มีส่วนที่ต่างจากหนังของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย ผู้กำกับมือหนึ่งของ M39 หลายจุด เริ่มตั้งแต่ตัวอย่างหนังที่ไม่ได้สปอย์ส่วนดีหรือมุขเด็ดจนหมด และบางฉากที่มีโปรโมตในหนังตัวอย่างกับในเอ็มวีประกอบกลับไม่มีในหนังฉบับเต็ม

แนวทางของหนังเอนไปในทางตลกมากกว่ารักโรแมนติก สิ่งที่ยังคงมีอยู่เป็นลายเซ็นต์ของค่ายคือ ตัวละครแทบทุกตัวมีนิสัยแปลกๆ แต่งตัวแฟชั่นจ๋า รวมถึงใช้ชีวิตอู้ฟู่ เฟอร์นิเจอร์หรูหราแบบว่าสาวๆนั่งจิบไวน์ล้อมวงเมาธ์กัน คือถ้าในชีวิตจริงมันต้องเป็นปูเสื่อกระดกเบียร์ป๋องจกส้มตำมากกว่า สำหรับสิ่งที่หายไปและผมชอบใจคือ คำคมที่ดูงงๆตามโลกออนไลน์ซึ่งมักถูกนำมายัดใส่ปากตัวละคร ขณะเดียวกันตัวละครอื่นที่ไม่ค่อยสำคัญแต่โผล่เข้ามาแทรกก็น้อยลง ไม่มี จตุรงค์ แจ๊ส โก๊ะตี๋ ค่อม ขาประจำที่ชอบมาขโมยซีนจนทำให้เนื้อเรื่องเสีย เหลือแต่ แอนนา ชวนชื่น คนเดียว ส่วนตัวละครที่น่ารำคาญก็พอมีบ้าง ชัดๆเลยก็ลุงที่ เป็นหัวหน้าของ ป่า เป็นการพยายามตลกที่ล้มเหลวเอามากๆ

การเดินเรื่องก้ำกึ่งระหว่าง ภาพยนตร์ ซิทคอม และละคร โดยใช้วิธีช็อทคัทเชื่อมโยงเรื่อง หนังมีความเป็นผู้หญิ้งผู้หญิง จับเอาประเด็นมารยาของสาวๆมาเล่น ซึ่งทำได้ดีกว่าประเด็นความลับที่หนังกลับแค่แตะๆเพียงผิวเผิน พอจะเทียบเคียงได้กับหนังเรื่อง 30กำลังแจ๋ว หลายคนฟังชื่อแล้วอาจจะคิดว่าตัวละครจะก็อปคาแร็กเตอร์ จวน จี ฮุน จาก My Sassy Girl มาหรือเปล่า ขอตอบว่าไม่เลย ของเราไฮโซกว่าเยอะ หากคุณไม่ถือสาข้อเสียต่างๆน่าจะทำใจให้สนุกได้ ข้อดีคือมุขตลกสถานการณ์โดนๆ เด่นกว่าตลกบทสนทนาอยู่เล็กน้อย และการได้เห็นดาราดังๆทำอะไรหลุดๆ เพี้ยนๆ น่าจะตอบโจทย์สำหรับแฟนคลับ

ต้องชื่นชมการแสดงของ มิน พีชญา แม้จะไม่ได้ถึงขั้นยอดเยี่ยม แต่ก็มีหลายซีนที่ได้โชว์ความสามารถในหลากหลายอารมณ์ ลุควิกหน้าม้าของเธอในเรื่องก็ดูสวย มีเสน่ห์แบบแปลกตา ด้าน อาเล็ก ธีรเดช บทไม่ค่อยหวือหวานัก แต่ผู้กำกับก็สร้างฉากขึ้นมาให้เขาได้ เต้นรั่วๆ ร้องเพลงเสียงโหนๆ  และทำเรื่องโรแมนติก ล้นๆ เลี่ยนๆ ถึงจะดูจงใจไปบ้างแต่ก็มีสิ่งที่ทำให้คนดูจดจำ พูดถึง กระนั้นเคมีของทั้วคู่ก็ยังดูไม่กลมกล่อมพอที่จะทำให้เชื่อว่ารักกันจริงๆ ประเด็นจิ้นนอกจอยิ่งไม่ต้องคิดเลย

ยัด เฟ็ดเฟ่ ที่เล่นเป็น ปองชาย คือคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมได้มากที่สุด มีความเป็นธรรมชาติ ขำกำลังพอดี ไม่หยาบคายเกินไป รองลงมาเป็น แอน โพลิติก และ จิ๋วจิ๋ว ในบท คิม กับ จิ ซึ่งแข่งกันฮาแบบไม่ห่วงสวย ช่วยสร้างสีสันพอสมควร ใบเตย ที่แสดงเป็น ป่า น่าเสียดายโดนบทกั๊กเอาไว้ ถ้าออกตัวว่าเป็นคู่ปรับกับ บุษบา ในการแย่ง เหนือสมุทร คนเดียวไปเลยอาจทำให้หนังเข้มข้นขึ้น เพราะเธอก็ดูน่ารักขึ้นกล้องไม่น้อย ปิดท้ายที่ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล กับบท แม่ของ เหนือสมุทร ตัวละครที่ดูเป็นมนุษย์ที่สุดในเรื่อง ชื่นชมพลังในการแสดงของเธอท่ามกลางสถานการณ์ในหนังที่แสนยุ่งเหยิงชวนปวดหัว

กล่าวโดยสรุป หากถามว่าหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร ผมคงต้องขอบอกว่าหนังเรื่องนี้ก็เหมือนกับผู้หญิง งี่เง่า บ้าบอ และไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แต่ช่วงเวลาที่อยู่กับเธอเกือบสองชั่วโมงมันสนุกดีนะ ง้อออ

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์ 

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/127869/?link=4




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2557 9:42:57 น.
Counter : 835 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Step Up All In ทีมใหม่ คนเก่า ท่าเดิม


หนังเฟรนไชส์แดนซ์กระจายที่กระแสเริ่มตกลงไปเรื่อยๆตามจำนวนภาค แต่ผู้สร้างก็ยังฮึดสู้ ส่ง Step Up All In หรือ Step Up 5 ลงโรงฉายในปี 2014 จนได้ ฟังจากชื่อดูเหมือนทีมงานจะเดิมฟันสูงเทหมดหน้าตัก ทว่าสิ่งที่คนดูได้พบกลับไม่เป็นเช่นนั้น

Step Up All In เล่าเรื่องราวต่อจาก Step Up Revolution เมื่อ ฌอน (ไรอัน กุซแมน) ผู้ก่อตั้งทีมเดอะม็อบล้มเหลวในการยึดอาชีพเต้นในเมืองลอสแองเจลีส เพื่อนร่วมทีมของเขายอมแพ้กลับบ้านกันหมด มีเขาคนเดียวที่ไม่หมดหวัง เขาได้รับความช่วยเหลือจาก มูส (อดัม เซวานี่) ฝากให้ทำงานจิปาถะกับ ลุง และ ป้า ของ มูส ซึ่งเปิดคลาสสอนเต้นรำอยู่

ฌอน รู้ข่าวการประกวดเต้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯที่ลาสเวกัส รางวัลของผู้ชนะคือ สัญญางานเต้นโชว์ที่โรงแรมหรูยาว3ปี เขาชวน มูส ตั้งทีมใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง แรกทีเดียว มูส ที่ร้างราจากวงการเต้นไปทำงานออฟฟิศนานก็เกิดความลังเล แต่ต่อมาเขาก็ทำตามเสียงของหัวใจ มูส พา ฌอน ไปพบ แอนดี้ (บริอาน่า เอวิแกน) ซึ่งทั้งคู่ดูจะเข้ากันไม่ค่อยได้ จากนั้นสามนักเต้นก็ตระเวนไปทั่วสหรัฐฯเพื่อรวบรวมสุดยอดขาแดนซ์เพื่อนเก่ามารวมตัวเป็นดรีมทีมในนาม LMNTRX 

บทของหนังบางเบากว่าทุกภาค หลายฉายดูไม่ค่อยสมจริง เดินเรื่องตามสูตรสำเร็จ แทบไม่มีส่วนไหนเซอร์ไพรส์คนดู ทริสช์ ซี่ ผู้กำกับพยายามจะฉีกแนวเดิมด้วยการนำอุปกรณ์และฉากใหม่ๆเข้ามาทดแทนท่าเต้นที่เริ่มซํ้าเดิมกับ4ภาคก่อนหน้า แต่มันก็ไม่ค่อยเวิร์คนัก เพราะผู้ชมมาดูหนังเต้นก็หวังจะได้เห็นท่าเต้นเจ๋งๆ แปลกๆ ใหม่ๆ 

การนำตัวละครเก่ากลับมาใช้ใหม่มีทั้งได้ผลดีและผลเสีย ผลดีคือ สำหรับแฟนประจำ หรือ คนที่ดูภาคก่อนๆมา จะมีอารมณ์เหมือนได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง ซึ่งตัวละครหลายตัวยังคงมีเสน่ห์ล้นเหลือ บางตัวมีมากกว่าคู่นักแสดงนำด้วยซํ้า อาทิ มูส เจนนี่ และ โรบอท กาย ผลเสียคือตัวละครบางตัวไม่ได้มีพัฒนาการไปจากเดิมเท่าไหร่ โดยเฉพาะตัวละครหลักอย่าง ฌอน และ แอนดี้ ที่คนดูคาดหวังเอาไว้มาก ทำให้หนังดูเป็นงานเลี้ยงรุ่นสุดกร่อยมากกว่างานรับปริญญาครึกครื้น

ขณะที่เพลงประกอบซึ่งเคยโดดเด่นในภาคก่อนๆ ใน Step Up 5 กลับไม่มีเพลงใหม่ๆ เพราะๆ จังหวะโดนๆให้ผู้ชมได้ออกมาตาหาหลังดูหนังจบ ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ดังและเราได้ยินคุ้นหูกันอยู่ก่อนแล้วตามผับทั่วไป ฉากสามมิติก็มีน้อย แถมยังดูธรรมดา ไม่โดดเด้ง วูบวาบเหมือนที่ควรจะเป็น ฉากแบทเบิล กับ ไฟน่อลแดนซ์ไม่สร้างความตื่นตาตื่นใจสมราคาชื่อหนังที่บอกว่าจะเทหมดหน้าตัก ปัญหาน่าจะเกิดจากการมีนักแสดงเยอะเกินไป แต่ละคนจึงได้โชว์ความสามารถแบบอย่างละนิดอย่างละหน่อย

ด้านการแสดง ไรอัน กุซแมน ในบท ฌอน จับมือกับ บริอาน่า เอวิแกน ที่เล่นเป็น แอนดี้ ดับสนิท นอกจากเคมีทั่งคู่จะไม่เข้ากันมากๆ ท่าเต้นของสองคนนี้ก็ไม่มีอะไรให้น่าจะจำเท่าไหร่ คนที่ขโมยซีนไปเต็มๆคือ อดัม เซวานี่ หรือ มูส จอมเลื้อยที่ภาคนี้กลับมาพร้อมกับหุ่นที่บึกบึนกว่าเดิมมาก เต้นได้น่าประทับใจเช่นเคย รวมถึงยังมีซีนอารมณืให้แสดงอีกต่างหาก  มารี โคดะ ในบท เจนนี่ คิโด นักเต้นสาวร่างเล็กชาวญี่ปุ่นก็ทำได้ไม่เลว เป็นตัวสร้างสีสัน เสียงหัวเราะ ความเป็นเอเชียทำให้คนดูบ้านเราหลงรักเธอได้ไม่ยาก อีกคนคือ แชด สมิธ ที่แสดงเป็น โรบอท กาย นักเต้นท่าหุ่นยนต์ที่ภาคนี้มีคู่จิ้นซะด้วย สุดท้ายไม่พูดถึงไม่ได้คือ อิซาเบลล่า มิโก ในบท อเล็กซ่า พิธีกรสาวสุดเวอร์ ขอปรบมือให้กับความอลังการของชุดกับท่าทางของเธอ

ช่วงท้ายหนังจบแบบห้วนๆ ทิ้งปมเหมือนอยากจะมีภาคต่ออีก ส่วนตัวคิดว่า Step Up เดินมาถึงทางตันแล้ว ตัวละคร นักแสดง ทีมงาน และ ผู้กำกับ น่าจะแยกย้ายกันไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มากกว่าหาประโยชน์จากความสำเร็จในอดีต

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/119955/?link=4




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2557 17:31:40 น.
Counter : 724 Pageviews.  

รีวิวหนัง : A Million Ways To Die In The West คาวบอยอกหัก


หลังจากโลกแล่นอยู่ในเบื้องหลังวงการภาพยนตร์มานาน เซ็ธ แม็คฟาร์เลน ผู้กำกับจอมกวนก็ได้ออกมาเป็นนักแสดงเต็มตัวซะทีกับหนังเรื่อง A Million Ways To Die In The West ผลพวงจากหนัง Ted หมีสุดแสบที่เขาลงมือกำกับพ่วงพากย์เสียงด้วยตัวเองซึ่งโด่งดังและทำรายได้มากมาย จนกำลังจะมีภาคต่อเร็วๆนี้ 

สำหรับโปร์เจกต์หนังชื่อยาวเรื่องนี้ได้นักแสดงชื่อดังมาร่วมเล่นมากมายทั้ง ชาร์ลีซ เธอรอน ,เลียม นีสัน,นีล แพทริค แฮร์ริส , อแมนด้า เซย์ฟรีด (มีข่าวว่าเธอรับเล่น Ted 2 ด้วย) จิโอวานนี่ ริบิซี่ , ซาร่าห์ ซิลเวอร์แมน  ร่วมด้วยนักแสดงสมทบที่โผล่มาเซอร์ไพรส์อีกหลายคน

หนังเล่าถึงเมืองที่ผู้คนตายกันง่ายๆทุกวี่ทุกวัน อัลเบิร์ต (เซ็ธ) หนุ่มเลี้ยงแกะที่เพิ่งอกหักจาก ลูอิซ (อแมนด้า) สาวสวยซึ่งทิ้งเขาไปอยู่กับหนุ่มที่รํ่ารวยอย่าง ฟอย (นีล) อัลเบิร์ต เบื่อชีวิต แร้นแค้น อันตราย ในดินแดนตะวันตกจึงกำลังจะหนีไปอยู่ที่อื่นแต่ดันมาพบกับ แอนนา เมียของ คลินช์ ลีเธอร์วู้ด จอมโจรชื่อดังเสียก่อน โดยเธอไม่บอกเขาว่าเธอเป็นใคร 

อัลเบิร์ต กับ แอนนา (ชาร์ลีซ) มีความรู้สึกดีๆให้กัน เขาทำให้เธอหัวเราะ ส่วนเธอก็ช่วยสอนเขายิงปืน เพราะในงานประจำปี อัลเบิร์ต ดันหลุดปากไปท้าดวลกับ ฟอย ทั้งๆที่ยิงปืนไม่เป็น ขณะเดียวกัน คลินช์ ลีเธอร์วู้ด (เลียม) ก็กลับเข้ามาในเมืองและออกตามล่าหาตัวคนที่เป็นกิ๊กกับเมียของเขา

บทหนังค่อนข้างโดดไปโดดมา ประเด็นการใช้ชีวิตอยู่ยากในดินแดนคาวบอยตะวันตกถูกนำมาใช้น้อย ผิดกับเรื่องราวรักๆใคร่ของตัวละครที่มีมากกว่าที่คิด หนังล้อเลียนแทบจะทุกสิ่งอย่างในยุคนั้น เป็นตลกคำพูดกับตลกเจ็บตัวซะส่วนใหญ่ ซึ่ง เซ็ธ ก็ยิงมุขรัวๆตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ โดนบ้าง ยิงนกตกปลาบ้าง กระนั้นหลายมุขเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมตะวันตก รวมถึงมีตลกร้ายแบบ ลามก สกปรก คำหยาบ รุนแรง ล้อเล่นกับความตาย ไปจนถึงเหยียดผิวนิดๆ ที่นอกจากคนเอเชียอย่างเราจะไม่ขำแล้ว บางฉากยังพาให้เครียดเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่น่าสนใจในหนังก็คือเราจะได้เห็นดาราดังๆทำอะไรบ้าๆบอๆอยู่หลายฉาก จนต้องอุทานออกมาว่า แหม่ ทำไปได้ และนักแสดงรับเชิญที่เป็นตัวละครลับพ่วงมากับการล้อเลียนหนังหลายๆเรื่องก็สร้างความแปลกใจได้พอสมควร เพียงแต่ว่าเมื่อมันมีซีนแบบนี้บ่อยๆตัวหนังก็ลดเกรดลงจนเกือบจะกลายเป็นภาพยนตร์ตระกูล Scary movie ทว่าท่ามกลางความเลอะเทอะของหนัง ส่วนที่ผมชอบก็คือการที่ เซ็ธ นำเอาชีวิตตะวันตกลำบากมาผูกกับการที่ผู้คนในยุคนั้นไม่ยิ้มเวลาถ่ายรูปมายั่วล้อ

ด้านการแสดง เซ็ธ แม็คฟาร์เลน โชว์ของแบบจัดเต็ม หากคุณชอบ เขาก็ดูเป็นผู้ชายตลกที่ดูน่ารัก แต่หากไม่ชอบ เขาจะกลายเป็นคนน่ารำคาญทันที ชาร์ลีซ เธอรอน ดูดีกว่าในบท แอนนา ที่เซอร์ไพรส์คือเสน่ห์ของเธอซึ่งเฉิดฉายจนทำเอา อแมนด้า เซย์ฟรีด ดูหมองไปเลย ด้าน เลียม นีสัน ต้องบอกว่าแกใจสุดๆกับฉากเปลือยท่อนล่างโชว์ตูดเพื่อเรียก1ฮา
A Million Ways To Die In The West ไม่ใช่หนังที่เหมาะกับทุกคน ด้วยความตลกที่ไม่ค่อยสากล สำหรับแฟนๆที่เคยสนุกไปกับ Ted อย่าได้ตั้งความหวังมากนัก บางทีการรอดู Ted 2 น่าจะโอเคกว่า

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/103963/?link=4




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2557 11:14:21 น.
Counter : 956 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.