วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Mission Impossible Rogue Nation ทีมสายลับกับภารกิจที่เป็นไปไม่ได้


Mission Impossible เป็นอีกภาพยนตร์สายลับชื่อดังจากฝั่งฮอลลีวู้ดและน่าจะเป็นหนังสายลับไม่กี่เรื่องที่มีการใช้พระเอกคนเดิมมาตลอด5ภาค นั่นคือ ทอม ครูส ในบท อีธาน ฮันท์ ซึ่งภาค4 ได้ เจเรมี่ เรนเนอร์ ที่เคยเล่นหนัง The Bourne 4 Legacy มาร่วมทีมในหน่วยไอเอ็มเอฟด้วย

เนื้อหาของหนังเชื่อมโยงกับภาคก่อน องค์กร IMF กำลังลำบาก พวกเขาถูกเรียกตัวกลับเข้าไปทำงานนั่งโต๊ะใน CIA พร้อมกับโดนปิดหน่วยงาน วิลเลียม แบรนด์ (เจเรมี่ เรนเนอร์) โดน อลัน ฮันลี่ย์ (อเล็ค บอลด์วิน) เจ้าหน้าที่ระดับสูงใน CIA ดึงไปอยู่ใกล้ตัว ขณะที่ เบนจี้ (ไซมอน เพ็กก์) เจอย้ายจากภาคสนามไปเป็นเจ้าหน้าที่ข้อมูล ส่วน ลูเธอร์ (วิงก์ แรห์ม) ลาออกไป

สำหรับ อีธาน พลาดท่าถูกองค์กรลับที่ชื่อ เดอะซินดิเคท จับตัวไป โดยเขาได้รับการช่วยเหลือจากสายลับสาวชาวอังกฤษชื่อ อิลซ่า (รีเบคกา เฟอร์กูกัน) CIA ไม่เชื่อเรื่ององค์กรซินดิเคท พวกเขาจึงสั่งจนท.ตามจับตัว อีธาน เช่นเดียวกับ โซโลมอน เลน (ฌอน แฮร์ริส) อดีตสายลับและหัวหน้ากลุ่มซินดิเคทที่ให้ลูกน้องมือสังหารหลากสัญชาติตามล่าตัว อีธาน ซึ่งนอกจากจะต้องหนีแล้ว คราวนี้ อีธาน ฮันท์ ยังต้องร่วมมือกับคนในทีมเพื่อหยุดยั้งแผนชั่วของ โซโลมอน ด้วย

บทของ Mission Impossible Rogue Nation มีทุกอย่างที่หนังสายลับที่ดีควรจะมี เพียงแต่การนำเสนอยังไม่แปลกใหม่ พล็อตพอเดาได้ หลายซีนซํ้าทางทั้งในภาคก่อนๆและทำให้นึกถึงภาพยนตร์อย่าง Fast & Furious 7 ซึ่งแม้ Fast 7 จะมีตัวละครที่มากกว่า ทว่ากลับสามารถกระจายบทได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับ Mi5 ที่ตัวละครน้อยแต่กระจุกบทอยู่ที่ ทอม ครูส เป็นส่วนใหญ่ 

หนังใช้โลเคชั่นค่อนข้างคุ้ม เรียกว่าคณะสายลับอเมริกันพาทัวร์ก็ว่าได้ ดนตรีประกอบเร้าใจดี ฉากแอ็คชั่นน่าเสียดายที่เผยให้เห็นในตัวอย่างมากเกินไป ฉากเกาะเครื่องบินไม่ใช่จุดขายอย่างที่คิด ฉากขับรถมอเตอร์ไซด์ไล่ล่าได้ลุ้นพอประมาณ ฉากดำนํ้าทำได้น่าสนใจ แต่โดยรวมยังไม่มีฉากไหนที่ทำให้รู้สึกตื่นตะลึง น่าจดจำ หรือถึงขั้นเป็นไปไม่ได้เหมือนใน Mission Impossible 4 Ghost Protocol 

ตัวละคร ทอม ในบท อีธาน ยังคงเก่งเวอร์เช่นเคย ถึงจะมีหลายตอนที่เพลี้ยงพล้ำแต่คนดูก็ไม่ต้องคอยเอาใจช่วยมากนัก เพราะดูเหมือนเขาจะเอาตัวรอดหรือมีเหตุบังเอิญให้รอดได้เสมอ คนที่โดดเด่นจริงๆจึงกลายเป็น รีเบคกา เฟอร์กูกัน ที่แสดงเป็น อิลซ่า เธอไม่ใช่สาวสวยชนิดที่เห็นครั้งแรกจะชอบ แต่เป็นผู้หญิงที่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ อีกคนที่สร้างสีสันและเสียงหัวเราะได้ตลอดคือ ไซมอน เพ็กก์ ที่เล่นเป็น เบนจี้ เรื่องนี้พิสูจน์ว่าเขาเป็นนักแสดงสายฮาแถวหน้าของวงการหนังคนหนึ่ง 

ฟากตัวร้ายการนำเอา ฌอน แฮร์ริส นักแสดงที่ไม่โด่งดังมารับบท โซโลมอน เลน มีข้อดีในแง่การสร้างคาแร็ตเตอร์ใหม่ๆ ทำให้คนดูเชื่อในตัวละครได้ กระนั้นส่วนตัวคิดว่า โซโลมอน เป็นบอสใหญ่ที่เหมือนจะน่ากลัวแต่ก็ไม่ได้เหี้ยมโหดอะไร โดยเฉพาะการที่เขาฆ่าคนมามากมายแต่ดันยอมไว้ชีวิต อิลซ่า ครั้งแล้วครั้งเล่า 

Mission Impossible มีสเน่ห์ที่การเล่าเรื่องได้สนุก เอาใจคอหนังแอ็คชั่นสายลับ แต่ก็ไม่ได้ดีจนพีคหรือสุด ซีนที่ชอบคือตอนที่ อิลซ่า บอกข้อเสนอ3ข้อกับ อีธาน ในสถานีรถไฟ ใจแอบคิดให้ อีธาน เลือกข้อ3ไปเลย ซึ่งในโลกภาพยนตร์ไม่อาจเป็นแบบนั้นได้ อีธาน กับผองเพื่อนจึงยังคงถูกค่ายหนังมอบหมายภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ต่อไป

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/176244/?link=4




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2558    
Last Update : 5 สิงหาคม 2558 16:46:32 น.
Counter : 561 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Empire of Lust อำนาจ ความรัก และ ความแค้น



เกาหลีใต้พยายามชำระประวัติศาสตร์ด้วยการลงทุนสร้างซีรี่ย์ย้อนยุคมากมายในรอบ10ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับในฝั่งภาพยนตร์ที่มีหนังเกี่ยวกับในรั้วในวังเกาหลีใต้ออกมาเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาคนเกาหลีใต้โบราณรบกันเองซะเป็นส่วนใหญ่ ราชวงศ์โจซอน หรือ โชซอน จึงแทบไม่เคยมีอำนาจทางการเมืองเบ็ดเสร็จ ผู้สร้างหนังเลยจับจุดตรงนี้มาใช้ประโยชน์ซะเลย

ใน Empire of Lust หนังเล่าถึงรัชสมัยของ พระราชาแทโจ ที่ขุนนางกระด้างกระเดื่องแบ่งพรรคแบ่งพวกออกเป็นฝั่งซ้ายฝั่งขวา ซํ้าลูกชายอย่าง องค์ชายอีบังวอน ( จางฮยอก ) จอมเจ้าเล่ห์ก็รอโอกาสที่จะแย่งชิงบัลลังก์ทุกเมื่อ มีเพียง แม่ทัพคิมมินแจ (ชินฮาคยอน) ผู้เก่งกาจเพียงคนเดียวที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีกับพระราชา

กระนั้น จิน (คัง ฮานึล) ลูกชายผู้มักมากในกามของ แม่ทัพคิมมินแจ ก็สร้างปัญหาขึ้นเมื่อเขาไปข่มขืน คาฮี (คัง ฮันนา) สาวชาวบ้านและแม่ของเขายังสั่งเผาบ้านจนทำให้แม่เธอตาย คาฮี แค้นจัดถึงขั้นยอมพลีกายเป็นหมากในเกมการเมืองครั้งสำคัญ โดยเธอปลอมตัวเป็นนางรำมาโปรยสเน่ห์กับ แม่ทัพคิมมินแจ ซึ่งเขาถูกใจเธอทันทีด้วยเหตุผลในอดีต แต่ยิ่งแผนการดำเนินไป คาฮี กลับพบว่าเธอดันหลงรัก แม่ทัพคิมมินแจ เข้าจริงๆ

ตัวหนังเน้นหนักไปที่ความเป็นอีโรติกดราม่า ใครหวังจะได้เห็นฉากต่อสู้ฟาดฟันกันต้องบอกว่าคงผิดหวัง ฉากแอ็คชั่นนอกจากจะน้อยแล้วยังไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ บทเทนํ้าหนักไปที่อารมณ์ภายในใจตัวละคร ถ่ายทอดให้เห็นถึงความน่ากลัวในจิตใจมนุษย์ ตั้งแต่ชนชั้นสูงทางสังคมไปจนถึงชนชั้นล่าง แน่นอนว่ามันมีผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ซึ่งบทบาทนี้ถูกสลับไปมาได้ตลอด 

เลิฟซีนดุเดือดแต่ทำออกมาไม่ค่อยสวยงาม ออกแนวดิบๆ ตรงไปตรงมา และโจ่งแจ้งพอสมควร ไม่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศเท่าไหร่ ส่วนประเด็นความผิดบาปหรือเรื่องพ่อกับลูกมีอะไรกับผู้หญิงคนเดียวกันกลับไม่ได้ถูกพูดถึง ที่ผ่านมาในภาพยนตร์หรือซีรี่ย์ย้อนยุคเกาหลีมักจะสอดแทรกวัฒนธรรมการแต่งกายที่ค่อนข้างแฟนตาซีเข้ามา อย่างในเรื่องนี้ก็คือตัวละครผู้ชายในวังที่มียศสูงๆจะใส่ตุ้มหู ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นแฟชั่นที่มีจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่

คัง ฮันนา ถือว่าเปลืองตัวมากๆในบท คาฮี แต่โดยรวมเธอยังไม่สามารถทำให้คนดูอินถึงความแค้นและเอาใจช่วยได้มากพอ ขณะที่ ชินฮาคยอน ในบทแม่ทัพหนุ่มค่อนข้างล้มเหลวกับการรับบทนำในหนังใหญ่ นักแสดงที่น่าสนใจมีเพียง จางฮยอก ที่เล่นเป็นองค์ชายอีบังวอน เขาร้ายได้ใจแถมแอบโรคจิตนิดๆจนทำเอาลืมภาพหนุ่มแสนดีใน Windstruck ไปเสียสนิท ด้าน คัง ฮานึล ก็ทำได้ไม่เลวกับบท จิน เขาเป็นหนุ่มหน้าตาดีที่หื่นและซาดิสต์ซะจนเราเกลียดขี้หน้าเลย

Empire of Lust เป็นหนังโศกนาฏกรรมความรักธรรมดา มีข้อเสียมากมายทั้ง เดินเรื่องไม่สนุก อืดอาดจนถึงขั้นน่าเบื่อ พล็อตพอคาดเดาได้ และหลายฉากไม่ค่อยสมเหตุผล เมื่อเทียบกับหนังเกาหลีแนวเดียวกันอย่าง The Fatal Encounter ต้องบอกว่าห่างชั้นกันอยู่มาก

คะแนน 6/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/196454/?link=4




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2558 17:02:58 น.
Counter : 893 Pageviews.  

รีวิวหนัง : SOUTHPAW สู้หลังพิงเชือก


มวยเป็นกีฬาสากลที่ผมคิดว่าดูง่ายที่สุดแล้ว การที่คนสองคนเดินเข้ามาแลกกำปั้นใส่กันจนกว่าจะล้มมันก็ดูแมนดี กระนั้นเมื่อมีเรื่องกฏกติกา ค่าโฆษณา ชื่อเสียง เงินทอง เข้ามาเกี่ยวข้อง กีฬาก็กลายสภาพไปเป็นธุรกิจ และสำหรับนักมวยมันเป็นเกมชีวิตที่พวกเขาวางร่างกายตัวเองเป็นเดิมพัน การพ่ายแพ้แต่ละครั้งอาจหมายถึงการสูญเสียทุกอย่างในชีวิต

SOUTHPAW เล่าถึง บิลลี่ โฮ้ป (เจค จิลเลนฮาล) เด็กกำพร้าที่ไต่เต้าจนเป็นนักมวยชื่อดัง เขามีลีลาการชกสุดบ้าระหํ่า ชอบยืนให้คู่ชกปล่อยหมัดใส่ก่อนจะใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงกระตุ้นในการเดินหน้าน็อคคู่ต่อสู้ ทว่าวิธีแบบนี้ทำให้ มัวรีน (เรเชล แมคอาดัมส์) ภรรยาของเขารับไม่ได้ เธอต้องการให้เขาพักรักษาตัว แต่ จอร์แดน โปรโมเตอร์หน้าเงินอยากให้เขาเซ็นสัญญาชกไฟต์ต่อไปให้เร็วที่สุด ต่อมาเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อ บิลลี่ กับ มัวรีน ไปร่วมงานการกุศลแล้วถูกยั่วโดย มิเกล นักมวยหนุ่มชาวละตินที่อยากชกกับเขา บิลลี่ ตบะแตกบุกเข้าไปซัด มิเกล จนเกิดการชุลมุนกัน มีคนร้ายทำปืนลั่นใส่ มัวรีน เสียชีวิต

หลังการตายของภรรยา บิลลี่ จมดิ่งไปกับความเศร้า วันๆไม่ยอมทำอะไร กระทั่งเงินเริ่มร่อยหรอ เขาจึงยอมเซ็นสัญญาชกกับนักมวยผู้ท้าชิงชื่อดัง ไฟต์ดังกล่าว บิลลี่ ถูกยำบนเวทีจนน่วม ไม่พอเขายังเอาหัวไปโขกกรรมการจนโดนแบน1ปี จากนั้นสิ่งที่ บิลลี่ สร้างมาก็พังทลายลง ทรัพย์สินถูกยึด ลูกสาวโดนรัฐรับไปเลี้ยงดู บิลลี่ ถึงคราวหลังพิงเชือก เขาแบกหน้าไปของานกับ ทิค วิลล์ อดีตนักชกผิวสีที่ผันตัวมาเปิดค่ายมวยเล็กๆ บิลลี่ ต้องพยายามต่อสู้เพื่อทวงทุกสิ่งในชีวิตกลับคืนมาด้วยสองกำปั้นของตัวเอง

บทภาพยนตร์เข้มข้นทั้งในและนอกสังเวียน ตีแผ่ชีวิตนักมวยจากจุดสูงสุดสู่จุดตํ่าสุดออกมาได้น่าสนใจ รวมถึงยังสะท้อนความเน่าหนอนในวงการมวยสหรัฐฯได้เจ็บแสบ ทั้งการติดสินบน โกงคะแนน เล่นนอกกติกา ส่วน บิลลี่ โฮ้ป คือตัวแทนของนักกีฬาไม่เฉพาะมวย แต่รวมถึงทุกๆชนิดที่ติดกับดักความสำเร็จจนมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นสิ่งมีค่าที่แท้จริง ชีวิตของเขาคือบทเรียนชั้นดีที่คนในวงการกีฬาควรดูและฉุกคิด

ซาวด์ของหนังโดดเด่นมาก ชอบเสียงกำปั้นบนเวทีซึ่งดังสะใจราวกับเรากำลังนั่งอยู่ข้างสังเวียน มุกกล้องของหนังมีความหลากหลาย อาทิ มุมแบบหนัง มุมแบบถ่ายทอดสดกีฬา และมุมจากตัวละคร เพลงประกอบจากเอมิเน็มเร้าใจสุดๆไม่ว่าจะเป็น Phenomenal หรือ Kings Never Die ขณะที่ทีมเมคอัพก็น่าปรบมือให้ แผลบนหน้า เจค จิลเลนฮาล ดูสมจริงมาก ฉากต่อยละเลงเลือดบนเวทีก็ทำออกมาได้ดิบเถื่อนดี

การแสดง เจค เล่นได้สุดมากในบทนักมวยเจ้าอารมณ์ จัดเต็มซีนเกรี้ยวกราดกับเสียใจ สภาพร่ายกายของเขาทำให้เราเชื่อทันทีว่าเป็นนักมวยอาชีพ ลืมภาพหนุ่มขึ้ก้างในหนัง Nightcrawler ไปได้เลย อีกคนที่ดีไม่แพ้กันคือ ฟอเรสท์ วิทเทคเกอร์ ที่แสดงเป็น ทิค วิลล์ เขาถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่รักและเคารพในอาชีพตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม  ขณะที่ เรเชล แมคอาดัมส์ แม้จะมีฉากออกมาไม่มากแต่เธอก็สวยงามมีสเน่ห์สะกดใจผู้ชม ที่สำคัญคือการแสดงของเธอเข้าขากับ เจค มาก สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ น้องลอเรนซ์ ซึ่งรับบทเป็นลูกสาวบิลลี่ เธอเป็นส่วนเติมเต็มพาร์ทดราม่าครอบครัวของหนังให้มีพลัง

SOUTHPAW อาจจะมีพล็อตเรื่องที่ดูสูตรสำเร็จไปบ้าง แต่มีการนำเสนอที่สนุก สร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครได้ตลอด เป็นภาพยนตร์ชั้นดีที่น่าลุ้นว่าปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะสามารถคว้ารางวัลติดมือได้บ้าง

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/195132/?link=4




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 9:47:03 น.
Counter : 1562 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Kidnapping of Freddy Heineken เดิมพันอิสรภาพ


ไฮเนเก้น คือเบียร์ยี่ห้อโปรดของผม ซึ่งก็อาจจะเหมือนกับใครอีกหลายคนทั่วโลกที่นิยมชมชอบรสชาติของมัน แม้ว่าจะมีสาวกเบียร์ยี่ห้ออื่นๆค่อนขอดว่ามันช่างจืดชืด ไร้ความเข้มข้น ไม่อร่อย หรืออะไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนขวดสีเขียวดาวแดงในมือเราได้ กระนั้นสาวก ไฮเนเก้น จำนวนมากอาจไม่เคยรู้ว่า เจ้าของเบียร์ที่พวกเขาเรียกขานบ่อยๆในยามคํ่าคืนนั้น ชื่อ เฟรดดี้ ไฮเนเก้น อาจไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นชาวฮอลแลนด์ และอาจไม่เคยรู้ว่า ครั้งนึงเขาเคยถูกคนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่

Kidnapping of Freddy Heineken คือภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่ เฟรดดี้ ไฮเนเก้น ซีอีโอของเบียร์ดังจากเนเธอร์แลนด์ถูกลักพาตัวไปจากหน้าบ้านพักในเมืองอัมสเตอร์ดัมเมื่อวันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน ปี 1983 ก่อนจะดูหนังยิ่งรู้ข้อมูลของคดีนี้เท่าไหร่ก็ยิ่งดูสนุกมากขึ้น เนื้อหาในหนังมีการดัดแปลงจากเหตุการณ์จริงไปเล็กน้อยเท่านั้น

หนังว่าด้วยเรื่องของหนุ่มฮอลลแลนด์5คนที่วางแผนเรียกค่าไถ่จำนวนเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์โลก คอร์ ชายหนุ่มจอมเจ้าเลห์ที่กำลังจะมีลูก กับ วิลเลี่ยม พี่เขยจอมโหดขาลุย คือผู้นำของกลุ่มโจรมือสมัครเล่นที่วางแผนระดับมืออาชีพหลังจากผิดหวังกับธนาคารที่ไม่ปล่อยเงินกู้ให้ทำธุรกิจและกฏหมายที่ไม่เอื้อให้ใช้ประโยชน์จากอาคารเก่าของพวกเขาได้ ทั้ง4คนพิสูจน์ความเอาจริงด้วยการบุกรถขนเงินอย่างบ้าระหํ่าเพื่อนำมาเป็นทุนในการจับตัว เฟรดดี้ ไฮเนเก้น บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศ โดยต่อมา คอร์ ได้ดึงน้องชายของตัวเองเข้ามาร่วมทีมด้วย พวกเขาพบว่าการลักพาตัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากคือการจัดการกับเงินก้อนโต 

บทหนังพยายามเดินตามรอยของคดีต้นแบบ มีหลายฉากที่ถูกจงใจทำให้เหมือนภาพข่าว เพียงแต่เพิ่มส่วนดราม่าครอบครัวคนร้ายและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ถูกสั่นคลอนเข้าไป ข้อเสียคือหนังดำเนินเรื่องด้วยความราบเรียบเกินไปหน่อย ขาดสีสัน ไร้ความตื่นเต้น จนมันกลายเป็นหนังบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ธรรมดา ส่วนตัวชอบอารมณ์การหวาดระแวงรวมถึงชิงไหวชิงพริบระหว่างกลุ่มคนร้ายกับตำรวจ กลุ่มคนร้ายกับเฟรดดี้ กลุ่มคนร้ายกับกลุ่มคนร้ายด้วยกันเอง สิ่งที่เด่นชัดเป็นการสำรวจสภาพจิตใจตัวละครซึ่งกดดันผู้ชมได้พอสมควร แถมยังทำให้เราเผลอลุ้นตามและเอาใจช่วยกลุ่มคนร้ายแบบไม่รู้ตัว 

คอร์ กับ วิลเลี่ยม เป็นตัวแทนของคนหนุ่มชาวยุโรปในยุคนั้นที่อยากรวยแต่ไม่อยากเหนื่อย จึงลุกขึ้นมาใช้ทางลัดต่อสู้แย่งชิงความมั่งคั่งจาก เฟรดดี้ ที่เป็นตัวแทนของเศรษฐีเฒ่าจอมเคี่ยวในช่วงเริ่มต้นของโลกทุนนิยม ผู้ซึ่งสร้างเนื้อสร้างตัวจากการทำงานหนักจนยืนบนลำแข้งตัวเองได้ ทว่าพวกเขาผิดที่เลือกใช้วิธีนอกกฏหมาย แผนต่างๆของแก๊งคนร้ายอาจดูเหมือนฉลาด แต่ก็เต็มไปด้วยช่องโหว่ ขาดความรัดกุม โดยเฉพาะความยุ่งเหยิงสติแตกหลังจากได้เงินมา น่าเสียดายที่ไม่มีการเปิดเผยว่าเบาะแสใดกันที่ช่วยตำรวจแกะรอยมาทำลายความฝันความหวังของคนหนุ่มเหล่านี้จนย่อยยับ

แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ รักษามาตรฐานการแสดงได้ยอดเยี่ยมกับการเล่นเป็น เฟรดดี้ ถึงมันจะไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่แต่เขาก็ฟล่อยพลังออกมาไม่แพ้เรื่องอื่น ขณะที่ในบรรดาโจรหนุ่ม จิม สเตอเจส ในบท คอร์ โดดเด่น น่าสนใจ เขาถ่ายทอดความรู้สึกของคนจนตรอกที่ยอมทำหลายอย่าง(ไม่ถึงขั้นทุกอย่าง)เพื่อให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นออกมาได้อย่างดี ด้าน แซม เวิร์ธธิงตัน กับการแสดงเป็น วิลเลี่ยม มีแต่ซีนแนวโหวกเหวกโวยวายใช้กำลัง พักหลังๆดูเขาจะวนเวียนอยู่กับหนังแนวทริลเลอร์บ่อยๆ (Man on a Ledge , Sabotage , Texas Killing Fields) และเรื่องนี้ แซม ค่อนข้างจะดร็อปลงจนเกือบกลายเป็นตัวประกอบ

Kidnapping of Freddy Heineken มีรสชาติที่ค่อนข้างจะจืดเหมือนเบียร์ไฮเนเก้น คงไม่ถูกปากคอหนังทั่วไป หากแต่ช่วงกลางถึงก้นแก้วก็มีความกลมกล่อมลุ่มลึกน่าลิ้มลอง ชอบฉากที่ คอร์ ล่องเรือในแม่น้ำอัมสเตล โดยประกาศก้องอย่างภูมิใจว่าสิ่งมีค่าที่เขามีในตอนนี้คือ อิสรภาพ ซึ่งมันกำลังถูกนำไปวางเดิมพันกับการก่อยึดอิสรภาพของผู้อื่น ฟาก เฟรดดี้ ก็มีประโยคเด็ดราวกับครูกำลังสอนลูกลูกศิษย์ว่า คนเราสามารถร่ำรวยได้สองสิ่งในโลกนี้ รวยเงิน หรือ รวยเพื่อน แต่คุณไม่สามารถรวยทั้งสองอย่างพร้อมกันได้

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/196517/?link=4




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2558 17:20:03 น.
Counter : 1357 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Ant Man ฮีโร่พันธุ์จิ๋ว


ต้องบอกว่าเป็นโปรเจกต์ของค่ายมาร์เวลที่ทั้งเข็นทั้งดันกันอยู่นานทีเดียวสำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นฮีโร่ตัวใหม่อย่าง Ant man หรือ มนุษย์มด อีกหนึ่งตัวละครเด่นของโลกมาร์เวล ซึ่งปัญหาใหญ่อยู่ที่บทภาพยนตร์ที่ผ่านมาหลายมือ ปรับแก้กันอยู่หลายรอบ จนแฟนๆต้องลุ้นกันหนักว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

หนังเล่าถึงชีวิตของ สก็อตต์ แลง (พอล รัดด์) หัวขโมยชั้นเซียนที่เพิ่งออกจากคุกและต้องการจะวางมือจากสิ่งผิดกฏหมายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยหวังว่าเขาจะเป็นฮีโร่ของลูกสาวได้ แต่ต่อมา สก็อตต์ ต้องกลับมาสู่วังวนของการโจรกรรมอีกครั้งเมื่อ ลูอิส เคิร์ท เดฟ กลุ่มเพื่อนตัวแสบชวนเขาไปขโมยของในบ้าน ดร. แฮงก์ พิม (ไมเคิล ดักลาส) กระนั้น ที่เซฟลับ สก็อตต์ ไม่พบของมีค่าใดๆนอกจากสูทหน้าตาประหลาด

เมื่อใส่ชุดสูท สก็อตต์ จะกลายเป็น Ant Man ที่สามารถยืดหดร่างกายได้ แถมยังมีพลังเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดร. แฮงก์ พิม และ โฮป (อีแวนเจไลน์ ลิลลี) ลูกสาว ต้องมาช่วยเขาฝึกการใช้งานชุดและการสื่อสารกับมดเพื่อให้ สก็อตต์ พร้อมสำหรับภารกิจบุกเข้าไปทำลาย Yellowjacket ของ ดาร์เรน ครอส นักวิทยาศาสตร์ที่หวังกอบโกยเงินทองและชื่อเสียงโดยไม่สนใจความถูกต้อง

บทหนังมีมุขตลกแพรวพราวมาก ซึ่งถือเป็นจุดขายของหนังฮีโร่มาร์เวลในช่วงหลังๆ แต่ระดับความฮาของ Ant man ดูจะมากกว่าคนอื่นนิดนึง เขาเป็นฮีโร่สายอารมณ์ดีที่มีชีวิตแตกต่างจากฮีโร่ทั่วไป นอกจาก ไม่หล่อ ไม่รวย ซํ้ายังเคยติดคุก หย่ากับเมีย ไม่ได้อยู่กับลูก ตกงาน ออกแนว Loser หน่อยๆ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ที่น่าสนใจ เนื่องจากคนดูไม่ค่อยได้พบเจอในหนังฮีโร่

ฉากแอ็คชั่นสนุกสนานผสมผสานกับพาร์ทดราม่าครอบครัวที่ทำออกมาได้น่ารัก มุมกล้องหลากหลายถ่ายทอดภาพตอน Ant man ย่อส่วนได้ละเอียด ตัดสลับกับตอนขยายดูไหลลื่นดี นอกจากนั้น เขาไม่ใช่ฮีโร่ชนิดลุยเดี่ยวเก่งคนเดียว การมีผู้ช่วยหรือทีมทั้งคนและมดสร้างสีสันกับหนังได้มาก ชอบกิมมิกเล็กๆอย่างตอนที่ ลูอิส ผิวปากเป็นเพลง Small World ตัวละครนี้ขโมยซีนเก่งชนิดแค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว ต้องยกนิ้วให้ฝีมือการแสดงของ ไมเคิล พีน่า 

ขณะที่ พอล รัดด์ หลังจากโลดแล่นในวงการวงการฮอลลีวู้ดมานาน ในวัย40กว่าปีเขาจึงได้โอกาสแจ้งเกิดเต็มตัวสักที โดยนอกจากแสดง พอล ยังโชว์ความสามารถในการร่วมเขียนบทด้วย ช็อตตัวอย่างหนังที่เขาทำหน้าตายบอกว่าเปลี่ยนชื่อฮีโร่ทันไหมเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้ลั่นโรง เสียดายทีในฉบับหนังจริงถูกตัดออกไป อีกคนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ อีแวนเจไลน์ ลิลลี ที่เล่นเป็น โฮป เธอสลัดภาพเอลฟ์สาวจาก The Hobbit ได้หมดจดด้วยลุคสาวผมสั้นผู้แข็งแกร่ง พร้อมโปรยสเน่ห์เต็มที่ (เพราะไม่มีคู่แข่งเลย)  แต่ที่ยอดเยี่ยมสุดกลับเป็นเสือเฒ่า ไมเคิล ดักลาส ในบท ดร. แฮงก์ พิม ตัวละครสำคัญที่ทุกคนจดจำได้ เขาทำให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า รุ่นใหญ่ 

Ant Man เปิดตัวได้สวยงาม หนังมีความกลมกล่อม บันเทิงกำลังดี เชื่อมโยงเข้ากับ The Avengers อย่างเปิดเผย แทบรอที่จะเห็นเขาโลดแล่นไปในจักรวาลของมาร์เวลไม่ไหวแล้ว

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/162848/?link=4




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2558 19:25:54 น.
Counter : 1631 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.