วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

ใครกำลังหาแอร์ราคาไม่แพง แนะนำแอร์ GREE รุ่น Lomo Series ครับ




เพิ่งติดแอร์ใหม่ที่บ้านครับ ห้องขนาดเล็ก เปรียบเทียบหลายยี่ห้ออยู่นาน จนได้ แอร์ GREE รุ่น Lomo Series ตัว 9212 BTU มาใช้ในราคาหมื่นต้นๆครับ 

เป็นแบรนด์ที่ส่วนตัวรู้สึกว่าลงตัวสุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ การใช้งาน และราคา แม้ว่าชื่อชั้นอาจจะไม่ดังเท่าไหร่ แต่สินค้าเขาก็มีรับประกันครับ ถึงจะเป็นแบรนด์จากประเทศจีนแต่ในข้อมูลระบุว่าเคยทำยอดขายสูงสุดในโลกเลยอยากลองดู

หลังจากผ่านไปเกือบสามเดือน ส่วนตัวถือว่าดีเลย ความเย็นนี่เฉียบมาก เสียงก็เบา และก็ประหยัดไฟตามมาตรฐาน

ใครที่มีห้องนอนเล็กๆ มองหาแอร์สักตัว ลองดูเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกละกันครับ







 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2560 15:21:50 น.
Counter : 492 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

รีวิวหนัง : Fantastic Beasts and Where to Find Them เวทย์มนต์ สายฝน และความทรงจำในเดือนพฤศจิกายน





Fantastic Beasts and Where to Find Them คือหนังภาคแยกของ Harry Potter ที่ต่อยอดมาจากนิยายชื่อเดียวกัน โดยได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เป็นหนังสือชุดพิเศษซึ่ง เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่งขึ้นให้กับงานการกุศล และกำหนดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ที่นักเรียนปีหนึ่งในโรงเรียนฮอกวอตส์ทุกคนต้องมี ต่อมา เดวิด เฮย์แมน ได้ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเล่มนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมให้ เจ.เค. โรว์ลิ่ง มารับตำแหน่งคนเขียนบท ภายใต้การกำกับของ เดวิด เยทส์ จาก The Legend of Tarzan และ Harry Potter 4 ภาคหลัง นำแสดงโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น,แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน,แดน ฟอกเลอร์,อลิสัน ซูดอล,เอซรา มิลเลอร์ และ โคลิน ฟาร์เรล

ความสดใหม่ของ Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่มีมากกว่า Harry Potter อยู่ที่ตัวละครกับเนื้อเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ ขณะที่โครงเรื่องของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกครอบด้วยหนังสือ แต่แฟนทาสติกบีสท์สมีเนื้อหาที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน จึงสร้างความประหลาดใจให้คนดูได้เยอะกว่า หนังเล่าถึงยุค1920 70 ปีก่อนหน้าเรื่องราวของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่าด้วยการเดินทางไปจากลอนดอนไปนิวยอร์กของ นิวท์ สคาแมนเดอร์ พ่อมดนักสัตว์วิเศษวิทยา เพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง ซึ่งเขาได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมืองเมื่อสัตว์วิเศษในกระเป๋าเดินทางของเขาหลุดออกมา

นอกจากหนังจะย้ายโลเคชั่นจากอังกฤษมาฝั่งสหรัฐอเมริกาแล้ว ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือโลกแห่งเวทมนตร์ครั้งนี้ของ เจ.เค. มีเนื้อหาที่โตขึ้น เป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยเฉพาะชุมชนพ่อมดแม่มดในหนังที่มอง โน-เมจ (น่าจะมาจากโนเมจิก หมายถึงมนุษย์) ด้วยสายตาที่หวาดกลัว และบางครั้งเห็นเป็นศัตรู อารมณ์คล้ายๆกับ กลุ่มมิวเทนท์ในหนัง X men ผิดกับ  Harry Potter ที่มองมักเกิ้ลเป็นพวกตลก ขณะเดียวกัน Fantastic Beasts ก็มีการเพิ่มตัวละครที่เป็นมนุษย์ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับพ่อมดแม่มด ซึ่งก็สร้างสีสันได้อย่างดี

กระนั้น หนังก็ยังมีพาร์ทเอาใจเด็กๆอยู่บ้างด้วยการขายความน่ารักของสัตว์มหัศจรรย์ต่างๆทั้ง นิฟเฟลอร์ โบวทรัลเกิล ธันเดอร์เบิร์ด สวูปปิ้ง อีรัมเพนท์ เดมิไกส์ ออกคามี่ และ แกรพฮอร์น ที่สร้างสรรค์มาจากจินตนาการอันสุดยอดของ เจ.เค. โดยมีบางตัวที่เคยปรากฏตัวหรือถูกพูดถึงใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมทีมงานด้านเทคนิคด้วย ที่เนรมิตสัตว์เหล่านี้เป็นภาพซีจีอันงดงาม และมีชีวิตชีวา อีกจุดซึ่งน่าชื่นชมคือ เดวิด เยทส์ จำลองเมืองนิวยอร์กออกมาได้สมจริงพอสมควร ชวนให้นึกถึงความหลังยุคแฟลปเปอร์(1920-30) ชาวนิวยอร์กเกอร์ดูเรื่องนี้น่าจะอิน เพราะหลายสถานที่หลายฉากยังคงยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าหลายๆส่วนของหนังมีการเชื่อมโยงไปถึง Harry Potter

เอ็ดดี้ เรดเมย์น ทำการบ้านมาดี เขาถ่ายทอดบท นิวท์ ออกมาได้เป็นเอกลักษณ์ น่าค้นหา ขณะที่ แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน ในบท ทีน่า โกลด์สไตน์ อดีตมือปราบมารดูธรรมดาไปนิดเมื่อเทียบกับตัวละครในคณะอย่าง อลิสัน ซูดอล ที่รับบทเป็น ควีนนี่ โกลด์สไตน์ น้องสาวทีน่า แม่มดสุดเซ็กซี่ที่อ่านใจคนได้ และ แดน ฟอกเลอร์ จอมขโมยซีนที่แสดงเป็น เจค็อบ โควัลสกี มนุษย์คนเดียวในเรื่องที่ได้ร่วมผจญภัยไปกับพ่อมดแม่มด ถือว่าเขาเป็นตัวละครที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในหนัง อีกคนซึ่งไม่พูดถึงไม่ได้ก็ โคลิน ฟาร์เรล กับบท เพอร์ซิวัล เกรฟส์ หัวหน้ามือปราบมารแห่งสภาพ่อมดแม่มดนิวยอร์ก ผู้มีความลับเซอร์ไพรส์คนดูในช่วงท้าย

เวทย์มนต์ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ยังไม่เสื่อม แม้ว่าในภาคเปิดตัวอาจจะมีบางตอนที่ดำเนินเรื่องอืดอาดไปบ้าง ด้วยความที่รายละเอียดเยอะ ต้องใช้เวลาในการปูพื้น จนทำท่าว่าความยาว2ชั่วโมงกว่าอาจไม่เพียงพอต่อการเล่า ทว่าตอนใกล้จบหนังก็เร่งเครื่องคลี่คลายปมต่างๆได้อย่างลื่นไหล ชวนติดตาม หนังน่าจะสร้างความประทับใจครั้งใหม่ให้กับเหล่าสาวกของพ่อมดน้อยแฮร์รี่ ซึ่งสายฝนในเดือนพฤศจิกายนของ Fantastic Beasts and Where to Find Them ดูคล้ายกับว่า เดวิด เยทส์ ต้องการให้ผู้ชมลืมความทรงจำเกี่ยวกับ Harry Potter ไปก่อน แล้วมาสนุกกับภาพยนตร์ชุดนี้ที่มีถึง 5 ภาค

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์ https://www.facebook.com/cyberbirdmovie




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 9:25:34 น.
Counter : 477 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Doctor Strange คุณหมอฮีโร่








Doctor Strange หรือที่บ้านเราเรียกว่าหมอแปลกเป็นฮีโร่เกรดบีที่ดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ ในฉบับคอมมิคเองก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากเมื่อเทียบกับฮีโร่แถวหน้าที่ได้ร่วมทีมดิอเวนเจอร์อย่าง ฮอร์คอาย , แบล็ควิโดว์ หรือ แบล็ค แพนเธอร์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้มีหนังแยกเป็นของตัวเอง โปรเจกต์ Doctor Strange ของมาร์เวลจึงสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนมาร์เวลพอสมควร


อย่างไรก็ตาม เมื่อรายชื่อนักแสดงถูกเปิดเผย Doctor Strange ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ผู้ที่จะมารับบท ดร.สตีเฟ่น สเตรนจ์ คือ เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบตช์ , ดร.คริสทีน พาล์มเมอร์ รับบทโดย เรเชล แม็คอดัมส์ , ดิ เอนเชียน วัน แสดงโดย ทิลด้า สวินตัน และ ชิวาเทล เอจิโอฟอร์ เล่นเป็น บารอน มอร์โด ซึ่งเป็นการเปิดตัวทุกคนเข้าสู่จักรวาลมาร์เวลเป็นครั้งแรก


หนังบอกเล่าเรื่องราวของ ดร.สตีเฟ่น สเตรนจ์ ศัลยแพทย์ฝีมือดี ที่ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถกลับไปทำงานที่เขาชอบได้อย่างเดิม เขาหาทางรักษามือทุกทางแต่ก็ไม่สำเร็จ ซํ้ายังมีปัญหากับ ดร.คริสทีน เพื่อนและคนรู้ใจคนเดียวในชีวิต แต่ต่อมา สตีเฟ่น เริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้งเมื่อทราบว่ามีคนที่เคยอาการหนักกว่าเขาสามารถรักษาตัวเองจนกลับมาเป็นปกติได้ เขาเดินทางไปที่ประเทศเนปาลและออกเร่ร่อนในเมืองกาฐมาณฑุ ก่อนที่ มอร์โด ชายลึกลับจะเข้ามาช่วยเหลือพร้อมพาเขาไปพบกับ ดิ เอนเชียน วัน จอมเวทย์สูงสุดของโลกผู้พิทักษ์ดวงดาวจากศาสตร์มืด ที่แห่งนั้นได้เปลี่ยนให้ สตีเฟ่น กลายเป็นผู้มีพลังพิเศษเพื่อต่อสู้กับกลุ่มของ เคซิเลียส ศิษย์ทรยศ


พอจะเข้าใจได้ว่ามาร์เวลเริ่มรู้สึกว่ากระแสหนังฮีโร่เริ่มตกลงเรื่อยๆจึงตั้งใจส่ง Doctor Strange ที่มีดีเอนเอต่างจากฮีโร่ตัวอื่นๆมาตัดสลับ ความแปลกของฮีโร่ตัวนี้เริ่มตั้งแต่อาชีพหมอแบบหมอจริงๆ หมอช่วยชีวิตคน ไม่ใช่จิตแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมาฮีโร่ส่วนใหญ่ของมาเวลไม่มีใครเป็นหมอแนวนี้ อีกข้อคือพลังของ ด็อกเตอร์สเตรนจ์ ที่มาในสายของเวทย์มนต์คาถาออกแนวพ่อมดมากกว่าจะเป็นฮีโร่ด้วยซํ้า


สก็อต เดอริคสัน ผู้กำกับน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องเพราะในหนังมีกลิ่นอายของทั้ง Inception , Star wars , The Matrix และ Mortal Kombat แม้กระทั่งบุคลิกของ Doctor Strange ยังคล้ายกับพยายามก็อปปี้ Iron man มา หนังจึงไม่ค่อยมีความเป็นเอกลักษณ์เท่าไหร่ ขณะที่บทภาพยนตร์ก็ค่อนข้างจะเป็นสูตรสำเร็จ แทบไม่มีจุดที่น่าตื่นเต้นหรือให้คนดูได้ลุ้นอะไร เนื่องจากหลัง ดร.สตีเฟ่น ฝึกวิชาสำเร็จอย่างรวดเร็ว ความสามารถของเขาก็เพิ่มขึ้นมาแบบพรวดพราดจนไม่น่าเชื่อ ประเด็นความขัดแย้งของวิทยาศาสตร์กับเวทย์มนต์ในตัวคุณหมอถูกจับเพียงผิวเผิน สิ่งที่ดีที่สุดของ Doctor Strange จึงไปตกอยู่ที่งานด้านเทคนิคภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็น วิชวล เอฟเฟค ซีจี ที่ทำออกมาได้สวยงามและสมจริง


เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบตช์ ในบท ด็อกเตอร์สเตรนจ์ ยังห่างไกลกับคำว่าน่าประทับใจ คาแร็กเตอร์แบบกึ่งจริงจังกึ่งเล่นดูไม่ค่อยเหมาะกับเขา อดเห็นใจ เรเชล แม็คอดัมส์ ไม่ได้ เธอเล่นได้ดีพอสมควรเลย แต่พาร์ทโรแมนติกของดร.สองคนนี้มันห่วยมาก แย่กว่าคู่รักคนไหนๆของฮีโร่มาร์เวลเลย ด้าน แมด มิคเคนเซ่น ในบท เคซิเลียส เป็นตัวร้ายที่มีมิติเดียว ไม่ได้ฉายความอำมหิตเลย ส่วนตัวละครหัวหน้าใหญ่ฝ่ายผู้ร้ายนี่บทน้อย แถมยังน่าตลกมากกว่าน่ากลัว


ภาพรวมของ Doctor Strange เป็นหนังฮีโร่ที่อยู่ในระดับกลางๆค่อนไปทางดี มีรสชาติที่แปลกใหม่ เน้นความแฟนตาซีมากกว่าแอ็คชั่น พอดูได้เพลินๆ ติดที่การเล่าเรื่องทำออกมาได้ไม่ค่อยสนุก น่าห่วงว่าหนังจะมีภาค 2 อีกหรือไม่ แต่หลังจากนี้เราคงได้เห็นคุณหมอฮีโร่ไปปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญในหนังฮีโร่เรื่องอื่นๆของจักรวาลมาร์เวลแน่ๆ


คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์ https://www.facebook.com/cyberbirdmovie




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2559    
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 9:33:00 น.
Counter : 432 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Oasis Supersonic พี่น้อง วงดนตรี และเพลงร็อก






ยุค90น่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของชาวเมืองแมนเชสเตอร์ เพราะเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของทั้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หนึ่งในทีมฟุตบอลประจำเมือง และ Oasis วงดนตรีที่มีสมาชิกเป็นหนุ่มๆจากเมืองนี้ แม้ทั้งสองแบรนด์จะสร้างชื่อเสียงอย่างมากให้ประเทศอังกฤษ แต่การนำมาเปรียบเทียบกันคงไม่ถูกใจ เลียม กับ โนล แน่ๆ เพราะสองคนนี้เป็นแฟนตัวยงของแมนเชสเตอร์ซิตี้ทีมคู่รักคู่แค้นแมนฯยู ซึ่งอันที่จริงสถานะของทีมฟุตบอลสองทีมนี้ก็คล้ายๆกับสองพี่น้องคู่กัดตัวแสบแห่งตระกูลกัลลาเกอร์ คนหนึ่งก็สุดจะเพี้ยน อีกคนก็โครตหยิ่ง เพียงแต่สองคนนี้ดันชอบทีมเดียวกัน และอยู่วงดนตรีวงเดียวกัน

Oasis Supersonic คือภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวของวงโอเอซิสช่วงปี1991ที่พวกเขาแสดงโชว์ครั้งแรกในชั้นใต้ดินของคลับบอร์ดวอล์ค จนถึงปี 1994 ยุคทองของพวกเขากับการได้แสดงต่อหน้าแฟนเพลงกว่า250,000คนที่เน็บเวิร์ธ ผลงานของ แมท ไวท์ครอส ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสจาก Spike Island , Sex & Drugs & Rock & Roll , Moving to Mars และ The Shock Doctrine ควบคุมงานสร้างโดย อาซิฟ คาพาเดีย ผู้กำกับ และ เจมส์ เกย์ รีส โปรดิวเซอร์ จาก Amy หนังสารคดียอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ 2016

หนังเล่าเรื่องราวผ่านฟุตเทจเก่าๆที่ไม่เคยถูกเผยแพร่ของวงร็อกชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ พาคนดูไปทำความรู้จักกับ เลียม และ โนลกัลลาเกอร์ แบบเจาะลึก ผ่านการบอกเล่าของทั้งคู่และคนที่เกี่ยวข้องกับวง พร้อมเฝ้าดูความเป็นไปของ Oasis อีกหนึ่งวงในตำนานของโลกที่ยังมีลมหายใจ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของกลุ่มเด็กเหลือขอจนถึงจุดสูงสุดอย่างการเป็นร็อกสตาร์ระดับโลก เบื้องหลังความสำเร็จอันเหลือเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าพอผ่านช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์มาแล้วพวกเขาย่อมค่อยๆร่วงหล่นลง

แมท ถ่ายทอดความอหังการ ความอัจฉริยะ ความบ้าบิ่น ความเก่งกาจ ความหยาบคาย ความทะเยอทะยาน ความกวน และความเท่ห์ของวงร็อคแห่งยุคสมัยออกมาได้อย่างเปี่ยมเสน่ห์ ขณะที่ เลียม กับ โนล ก็จัดเต็มทุกความรู้สึกแบบไม่มีกั๊ก แม้พวกเขาจะทำตัวน่าหมั่นไส้แค่ไหนก็ตามแต่คุณก็เกลียดพวกเขาไม่ลงหรอก เนื่องจากหนังยังถ่ายทอดหลายมุมที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ในตัวทั้งสอง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพวกเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มที่วิ่งไล่ตามความฝันและใช้เพลงร็อกระบายความข้นแค้น ความอัดอั้นตันใจในชีวิต พร้อมเยียวยาความเจ็บปวดของตนเองด้วยการสร้างความเจ็บปวดให้คนรอบข้างไม่ว่าจะทางวาจาหรือทางการกระทำ

ในฐานะแฟนคลับของวง Oasis ตลอด2ชั่วโมงกว่าๆคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งในการชมภาพยนตร์ หลายฉากเราอดที่จะฮัมเพลงหรือขยับเท้าตามจังหวะดนตรีที่คุ้นเคยไม่ได้ ผู้กำกับร้อยเรียงซิงเกิ้ลต่างๆออกมาได้เข้ากับช่วงชีวิตของวง Oasis มากๆ เช่นเดียวกับที่เคยทำได้ดีใน Amy ทว่ารสชาติของ Oasis Supersonic มีความจัดจ้านแบบเพลงร็อกเมื่อเทียบกับ Amy ที่ออกไปทางหม่นเศร้าแบบแจ๊ส รวมถึงยังให้ความรู้สึกที่ต่างจากการชมเทปบันทึกคอนเสิร์ตเก่าๆของวงอย่าง Oasis There and Then และ Oasis: Live by the Sea ซึ่งเน้นสื่อให้เห็นถึงแต่ด้านความยิ่งใหญ่ของวง

ชอบที่หนังไม่ได้เล่ายืดเยื้อมาถึงการแยกวงในปี 2009 ที่ เลียม กับคณะเปลี่ยนชื่อวงมาเป็น Beady Eye ส่วน โนล หนีไปออกอัลบั้มเดี่ยวแบบอะคูสติก บางส่วนของหนังมีอารมณ์หวนไห้ถึงประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมดนตรีช่วงหนึ่งคล้ายๆ All Things Must Pass ในยุคก่อนการมาถึงของอินเทอร์เน็ตที่ผู้คนยังนิยมซื้อเทป ซีดี และแผ่นเสียงของศิลปินต่างๆมาฟังหรือเก็บสะสม ชื่นชอบในการไปดูโชว์สดๆตามไนท์คลับ เทศกาลดนตรี คอนเสิร์ตใหญ่ รวมถึงยังปลาบปลื้มกับการได้ลายเซ็นต์หรือได้ใกล้ชิดศิลปิน

Oasis Supersonic ไม่ได้ตัดสินถูกผิดหรือชี้นำให้เชื่อคำพูดของใคร หนังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ใช้วิจารณญาณเต็มที่ ซึ่งส่วนตัวเมื่อดูจบความคิดที่มีต่อ Oasis ก็ยังคงเหมือนเดิม ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบใครมากกว่ากันระหว่าง โนล กับ เลียม เช่นเดียวกับแฟนเพลงหลายคนที่เลือกไม่ได้ว่ารักเพลง Don't Look Back In Anger หรือ Wonderwall มากกว่า เพราะทั้งสองคนและทั้งสองเพลงถูกลิขิตมาให้เป็นองค์ประกอบสุดลงตัวของวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอังกฤษนับจากเดอะบีเทิลส์ (ตำแหน่งนี้สองพี่น้องเขาพูดเองนะ)

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์ https://www.facebook.com/cyberbirdmovie




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2559    
Last Update : 22 ตุลาคม 2559 8:13:52 น.
Counter : 706 Pageviews.  

รีวิวหนัง : The Girl on the Train มุมมองบนรถไฟ






The Girl on the Train เป็นหนังสือนิยายเขย่าขวัญขายดีอันดับ 1 ของนิวยอร์กไทมส์จากปลายปากกาของ พอลลา ฮอว์กินส์ นักเขียนสาวชาวอังกฤษ (ในไทยชื่อ ปมหลอน รางมรณะ) ซึ่งต่อมาผลงานเรื่องนี้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์ชื่อเดียวกันโดย เท็ด เทย์เลอร์ ผู้กำกับเจ้าของผลงาน The Help พร้อมทีมนักแสดงคุณภาพอย่าง เอมิลี บลันท์, เฮลีย์ เบนเนทท์, ลุค อีแวนส์, รีเบ็คกา เฟอร์กูสัน , จัสติน เธอโรซ์ และ เอ็ดการ์ รามิเรซ

หนังเล่าถึง เรเชล วัตสัน ม่ายสาวติดแอลกอฮอล์ที่ชอบนั่งรถไฟไปกลับในเมืองทุกวัน โดยมีช่วงเวลาสั้นๆที่เธอจะใช้แอบมองบ้านเก่าที่ ทอม อดีตสามีอาศัยอยู่กับ แอนนา ภรรยาคนใหม่และลูกน้อยด้วยความเจ็บปวด ขณะเดียวกันเธอยังเฝ้ามองไปยังบ้านข้างเคียงของ เมแกน กับ สก็อต ฮิปเวลล์ สองสามีภรรยาที่มีชีวิตสมบูรณ์แบบพลางจินตนาการเรื่องราวต่างๆในหัว แต่แล้ววันหนึ่งเธอบังเอิญเห็น เมแกน กอดกับชายคนอื่นที่ระเบียงบ้าน ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นของ เรเชล นี้เองที่อาจนำอันตรายมาสู่ตัวเธอ

บทหนังของ The girl on the train ลึกลับซับซ้อนแต่ไม่เข้มข้นเท่ากับ Gone Girl แม้ว่าภาพยนตร์สองเรื่องนี้จะแทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย นอกจากฉบับหนังสือคนเขียนเป็นผู้หญิง และ ฉบับหนังมีผู้กำกับเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ที่หลายคนอดเอามาเปรียบเทียบไม่ได้เพราะเนื้อหาหลายส่วนบอกเล่าถึงเรื่องราวที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างสามีภรรยาอเมริกัน การคบชู้ คดีคนหาย และฆาตกรรม

ส่วนสิ่งที่ต่างกันคือ Gone Girl เล่าผ่านมุมมองตัวละครแค่2ตัว แต่ The girl on the train เล่าผ่านมุมมองของตัวละคร4-5ตัว ซึ่งเน้นหนักไปที่ตัวละครผู้หญิงอย่าง เรเชล , แอนนา และ เมแกน แถมยังเล่นท่ายากด้วยการตัดสลับเหตุการณ์ไปมาทั้ง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ผสมปนเปกัน เชื่อว่าผู้ชมที่หลุดความตั้งใจไปเพียงไม่กี่นาทีจะมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ขณะที่การตัดต่อก็ไม่ค่อยลื่นไหล ทำให้ในแง่การดำเนินเรื่อง Gone Girl ชนะขาด

ทว่าความน่าสนใจของ The girl on the train อยู่ที่การสืบสวน การคาดเดาฆาตกรที่ค่อนข้างยาก ตัวละครแทบทุกตัวล้านน่าสงใสไปหมด บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความน่าหลาดระแวง บทสรุปช่วงท้ายถามว่าสะพรึงไหม ก็เพียงเล็กน้อย ไม่ได้หักมุมชนิดทำคนดูหงายหลัง ส่วนตัวมองว่ายังมีอีกหลายปมที่น่าสงสัยให้คิดและถกเถียงต่ออยู่

การแสดง เอมิลี บลันท์ เล่นดีในระดับมาตรฐาน บุคลิกมในเรื่องนี้ดูโทรมมาก ทำให้เราเชื่อได้ว่าเธอเป็นโรคติดเหล้าจริงๆ อีกคนที่น่าพูดถึงคือ รีเบ็คกา เฟอร์กูสัน ย้อมผมเป็นสีบอลนด์จนจำแทบไม่ได้ ตัวละคร แอนนา ของเธอมีความลึกลับมาก ด้าน เฮลีย์ เบนเนทท์ มีพัฒนาการและโดดเด่นกว่าหนังเรื่องอื่นๆที่เคยแสดงมา นักแสดงฝ่ายชายผ่านคนเดียวคือ เอ็ดการ์ รามิเรซ ผู้รับบทจิตแพทย์ของ เมแกน

The girl on the train อาจไม่ได้เป็นหนังที่ทำให้คนดูลุ้นหรือสนุกเท่า Gone Girl แม้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้างแต่ก็เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่ใช้ได้ทีเดียว ในฐานะที่ช่วยตีแผ่สังคมอเมริกันผ่านความจริง คำลวง และสัญชาติญาณมืดของมนุษย์ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงพอสมควร

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์ https://www.facebook.com/cyberbirdmovie




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2559    
Last Update : 16 ตุลาคม 2559 10:15:45 น.
Counter : 335 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.