วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ
รีวิวหนัง : The man who knew infinity อัจฉริยะ สมการ ความรัก






วิชาคณิตศาสตร์น่าจะเป็น 1 ในวิชาต้นๆที่เด็กจำนวนมากในโลกเกลียด ด้วยความซับซ้อนเข้าใจยากของมัน ซํ้าหลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่าหากเราไม่เป็นเป็น หมอ หรือ วิศวกร แล้ว คณิตศาสตร์ ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ใดๆเลยในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบวิชานี้ ซํ้ายังหลงไหลในคณิตศาสตร์ชนิดถอนตัวไม่ขึ้น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลข การแก้สมการจนสามารถทำเป็นอาชีพ (ครู อาจารย์ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์) ศรีนิวาสะ รามานุจัน คือหนึ่งในนั้น

น่าเสียดายที่ รามานุจัน เป็นอัจฉริยะที่ถูกลืม มิได้โด่งดังเหมือน จอห์น แนช , อลัน ทัวริง และ สตีเฟน ฮอว์คิง ที่ต่อมามีหนังชีวประวัติเป็นของตนเอง และได้รับเสียงตอบรับดี ต่างจาก The man who knew infinity โปรเจกต์หนังชีวประวัติ รามานุจัน ซึ่งเต็มไปด้วยคำถามมากมายว่าเขาเป็นใคร ทั้งที่ความสามารถของเขาไม่ได้แพ้นักคณิตศาสตร์คนอื่นๆเลย อายุ 10 ขวบ ท่องตรีโกณได้ทั้งเล่ม อายุ 12 สร้างทฤษฎีคณิตของตัวเอง อายุ 20 ถูกไล่ออกจากมหาลัยเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน แต่ยังเรียนเลขด้วยตัวเอง อายุ 30 เขาถูกเชิญร่วมกลุ่ม ทรินิตี้คอลเลจ หรือ เป็นราชบัณฑิตสาขาคณิตศาสตร์แห่งลอนดอน-ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ชาวอินเดียคนแรก ปัจจุบันสมการของเขาถูกนำมาใช้ในการอธิบายทฤษฎีหลุมดำ ความเก่งกาจของเขาเทียบเท่า เซอร์ ไอแซค นิวตัน , คาร์ล ฟรีดริช เกาส์ , เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ รวมถึง อาร์คิมีดีส เลยทีเดียว

กว่าภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่องนี้จะได้ถ่ายทำต้องมีการระดมทุนจากหลายแหล่ง ด้วยความที่หน้าหนังแนวชีวประวัติบวกกับเรื่องคณิตศาสตร์เป็นเหมือนยาขมของคอหนัง ผู้ที่มารับหน้าที่กำกับคือ แมตต์ บราวน์ ที่พ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์กับเขียนบทด้วย ส่วนผู้ที่มารับบท รามานุจัน ได้แก่ เดฟ พาเทล นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งอินเดียจาก Slumdog Millionaire โดยเล่าถึง ปี 1913 ก่อนสงครามโลกครั้งที่1 รามานุจัน เด็กหนุ่มชาวอินเดียจากวรรณะพราหมณ์ผู้ยากจน เขาได้รับทุนจากมหาลัยรัฐในเมืองคัมบาโคนัม แต่ก็ต้องออกมาเป็นเสมียนที่สำนักงานบัญชีเพราะผลการเรียนวิชาอื่นนอกจากเลขยํ่าแย่

ต่อมา รามานุจัน ส่งจดหมายถึงนักคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ 3 คน มีเพียง ก็อดฟรีย์ ฮาร์ดี้ นักวิชาการชาวอังกฤษที่มองเห็นอัจฉริยภาพในงานของเขา จึงได้เชิญ รามานุจัน ให้มาร่วมงานกับเขาที่เคมบริดจ์ รามานุจัน ต้องเดินทางข้ามนํ้าข้ามทะเลมาใช้ชีวิตลำพังในต่างแดน โดยทิ้งภรรยาสาวกับแม่ไว้ที่อินเดีย ซึ่งที่อังกฤษเขาก็ต้องผจญกับอุปสรรคต่างๆนานาจากความต่างทางวัฒนธรรม กฏระเบียบ อาหารการกิน ไปจนถึงการกีดกัน กลั่นแกล้ง จากกลุ่มคนที่เหยียดเชื้อชาติ 

The man who knew infinity เป็นหนังดราม่าชีวประวัติอัจฉริยะที่น่าสนใจ อินเดีย กับ อังกฤษ เหมือนสองขั้วความต่างอย่าง ความเชื่อ กับ วิทยาศาสตร์ โดย รามานุจัน มีทั้งสองอยู่ในตัว บทหนังนำเสนอมิตรภาพของคนรักตัวเลขระหว่าง รามานุจัน กับ ก็อดฟรีย์ ฮาร์ดี้ สองตัวละครนี้มีเหมือนกันอยู่สองอย่างคือ บ้างาน และ รักตัวเลข แน่นอนว่าหนังหนีไม่พ้นการนำเสนอเรื่องประเด็นเหยียดผิว ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายๆคนเชื่อว่าทำให้ รามานุจัน ไม่ได้มีชื่อเสียงอย่างที่ควรจะเป็น (บางคนบอกว่าถ้าเขาเกิดมาเป็นคนยุโรปคงกลายเป็นคนโด่งดังที่สุดในยุคนั้น) ชีวิตของเขาในลอนดอนจึงมีการต่อสู้ พิสูจน์ตัวเอง ที่เข้มข้น ขณะที่พาร์ทความรักทางไกลของ รามานุจัน ก็ถูกนำเสนอออกมาได้น่าเห็นใจ ถึงเขาจะเป็นคนแก้สมการได้ทุกรูปแบบ แต่เขาสอบตกกับสมการความรัก

ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ของ รามานุจัน ตลอดช่วงชีวิตกว่า 4,000 รายการ ครอบคลุมทั้ง สมการ ทฤษฎีจำนวน อนุกรมอนันต์ เศษส่วนต่อเนื่อง ฯ ถูกตั้งคำถามตลอด แม้แต่ตัว ฮาร์ดี้ เองก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อถือเขา เนื่องจาก รามานุจัน ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเขารู้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร คำอธิบายเดียวคืออยู่ๆมันก็โปผล่เข้ามา ชีวิตของ รามานุจัน น่าจะตรงกับนิยามของคำว่า พรสรรค์ ที่สุด ทว่าอัจฉริยภาพของเขาถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์กับชาติกำเนิด นอกจากนี้เขายังอยู่ในผิดที่ผิดเวลาอีกต่างหาก ผลงานชิ้นยอดของเขาปรากฏขึ้นมาในห้วงที่ผู้คนกำลังอกสั่นขวัญแขวนต่อสงครามโลก โอกาสแจ้งเกิดของเขาในตอนนั้นจึงริบหรี่

เดฟ พาเทล ยอดเยี่ยมในบท รามานุจัน ภายนอกอาจดูไม่เหมือนตัวจริงนัก แต่ภายในเขาคือ รามานุจัน เดฟ ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้ดี แถมยังรับส่งบทกับ เจเรมี่ ไอรอนส์ ที่แสดงเป็น ฮาร์ดี้ ได้อย่างเข้าขา ทำให้บทนี้เป็นผลงานที่น่าจดจำที่สุดของ เจเรมี่ ในรอบหลายปี ด้าน โทบี โจนส์ นักแสดงร่างเล็กที่รับบทลิตเติ้ลวู้ดเป็นผู้สร้างสีสันให้กับหนังได้อย่างมาก เขาคือตัวละครที่เชื่อมโยง รามานุจัน กับ ฮาร์ดี้ เอาไว้

The man who knew infinity ไม่ใช่หนังวิทยาศาสตร์ตัวเลขที่ดูยากเลย หนังมีความเป็นดราม่าชีวประวัติสูงกว่า แม้เนื้อหาจะค่อนข้างราบเรียบ ไม่ได้หวือหวาเช่นหนังอัจฉริยะเรื่องอื่นๆ แต่ภาพรวมถือว่าน่าประทับใจ ในแง่สามารถสร้างแรงบันดาลใจดีๆกับผู้ชมเกี่ยวกับความพยายามและความอดทนได้ดี ดังนั้น เชื่อว่าคงไม่สายเกินไปที่โลกจะได้ทำความรู้จักกับอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์จากยุค สงครามโลกครั้งที่ 1 ศรีนิวาสะ รามานุจัน 

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/251846/?link=4



Create Date : 25 พฤษภาคม 2559
Last Update : 26 พฤษภาคม 2559 11:20:54 น. 1 comments
Counter : 467 Pageviews.

 
อยากจะแบ่งความรู้การคำนวนมาให้สักครึ่งนึงก็ยังดี
อายุ 10 ขวบ ท่องตรีโกณได้ทั้งเล่ม อะไรกันเนี่ย !?

อ่านแล้วรู้สึกว่า คนเก่งบางคนไปเกิดผิดที่ผิดทาง
ก็น่าเสียดายเพราะอาจแสดงศักยภาพของตัวเอง
ออกมาได้ไม่เต็มที่

โอกาส และความยากจน ก็มีส่วน

แต่เท่าที่เห็นความพยายามของเขาแล้ว
ก็กลับเจอประเด็นเรื่องเหยียดผิว เชื้อชาติอีก
แต่จะว่าไปในยุคนั้น คงหนักพอสมควรนะ


+


โดย: กาบริเอล วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 เวลา:19:59:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.