คนเกิดวันพุธ ความทุกข์โถมทับทวี

หากโลกนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม...

สวัสดีปีใหม่ครับ

ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ปีใหม่ ด้วยบล็อกทบทวนว่าปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ทั้งนี้สมมติว่าโลกเพิ่งกำเนิดเมื่อต้นปี วันที่ 1 ม.ค.นะครับ


ทางโบราณคดีแบ่งโลกเป็น 3 มหายุค (era) แต่ละมหายุคแบ่งออกเป็นยุค (period) และแต่ละยุคแบ่งออกเป็นสมัย (epoch) ตามเหตุการณ์ทางธรณีและชีววิทยา ดังนั้นแต่ละมหายุคจึงมีระยะเวลาไม่เท่ากันครับ




มหายุคทั้งสาม Paleozoic, Mesozoic และ Cenozoic ตามลำดับ แต่ละยุคมีระยะเวลาไม่เท่ากัน (Click เพื่อขยายภาพ)



ก่อนมหายุคทั้งสามเรียกว่า Pre-cambrian ซึ่งกินเวลายาวนานราว 4,000 ล้านปีหรือราว 11 เดือนกว่าๆ

มหายุคที่ 1 คือมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic era) ซึ่งแบ่งเป็นยุคย่อยๆดังนี้

๐ ยุคแคมเบรียน (Cambrian peroid)
๐ ยุคออร์โดวีเชียน (Ordovician period)
๐ ยุคไซลูเรียน (Silurian period)
๐ ยุคดีโวเนี่ยน (Devonian period)
๐ ยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferus period)
๐ ยุคเปอร์เมี่ยน (Permian period)


มหายุคที่ 2 คือมหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic era) ซึ่งแบ่งเป็น 3 ยุคดังนี้

๐ ยุคไทรแอสซิก (Triassic Period)
๐ ยุคจูแรสซิก (Jurassic Period)
๐ ยุคครีเทเชียส (Cretaceous Period)


มหายุคที่ 3 คือมหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic era) แบ่งเป็น 2 ยุค

๐ ยุคเทอร์เทียรี (Tertiary Period)
๐ ยุคควอเทอร์นารี(Quaternary Period)





เปรียบเทียบเหตุการณ์ตามมาตรกาลเวลา ย่นย่อ 4,600 ล้านปีให้เหลือเพียง 1 ปี (Click เพื่อขยายภาพ)



วันที่ 1 ม.ค. กำเนิดโลก
4,600 ล้านปีที่แล้ว


เมื่อโลกถือกำเนิดขึ้นมาเป็นครั้งแรก มันดูแตกต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง คล้ายลูกกลมของก๊าซที่ร้อนระอุ เต็มไปด้วยลาวาและเปลวเพลิง ต้องใช้เวลาอีกหลายล้านปี ผิวนอกของโลกจึงค่อยๆเย็นลงและแข็งตัวกลายเป็นลูกหินขนาดยักษ์ กระนั้นก็ยังเต็มไปด้วยลาวาและทะเลเพลิงที่ลุกโหม

บรรยากาศในช่วงแรกประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนียและมีเทน ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาสันดาปภายในและบนผิวโลก ไม่มีน้ำอยู่เลย หรือแม้แต่ออกซิเจนก็มีน้อยมากๆ ต้องคอยอีกหลายร้อยล้านปีจึงจะมีมากพอที่จะวัดค่าได้

แล้วน้ำมาจากไหน

ทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าน้ำมาจากอุกกาบาตครับ (หรือบ้างก็ว่าเกิดจากปฏิกิริยาระหว่าง H2 และ O2 แต่อย่างที่บอกไป O2 ในยุคแรกของโลกมีน้อยยิ่งกว่ายิ่งครับ) โลกในยุคแรกปราศจากชั้นบรรยากาศ จึงเปรียบเสมือนเป้าชั้นดีให้เหล่าเทวดายิงอุกกาบาตเล่น อุกกาบาตที่พุ่งชนผิวโลกจำนวนมากมายมหาศาลเพิ่มเนื้อมวลให้โลกและนำน้ำมาเติมเต็มให้โลกนี้ด้วย เมื่อตกกระทบผิวโลกที่ร้อนระอุ น้ำก็ระเหยเป็นไอน้ำอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นชั้นบรรยากาศยุคแรก

ไอน้ำที่มีปริมาณมหาศาลจนอิ่มตัวบนชั้นบรรยากาศก็มีอันต้องควบแน่นเป็นหยดน้ำ ตกลงมาเป็นฝน เมื่อน้ำฝนตกสู่ผิวโลกที่ยังคงร้อนมากก็ระเหยกลายเป็นไอน้ำกลับสู่ชั้นบรรยากาศอีก ตกกลับมาฝน วนเวียนเช่นนี้ไม่รู้จบเกิดเป็นฝนที่ยาวนานที่สุดใน(ก่อน)ประวัติศาสตร์ กระบวนการดังกล่าวช่วยลดอุณหภูมิของโลกลงอย่างเรื่อยๆ

สุดท้ายเมื่ออุณหภูมิของโลกเย็นลงพอ มหาสมุทรก็เกิดขึ้น การเกิดมหาสมุทรนี้เป็นขั้นตอนสำคัญยิ่ง เนื่องจากมหาสมุทรเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดชีวิตทั้งปวงครับ




โลกในยุคแรกเต็มไปด้วยอุกกาบาตที่ตกลงมาบนพื้นผิวที่ลุกเป็นไฟ



วันที่ 15 มี.ค. กำเนิดสิ่งมีชีวิต
3,600 ล้านปีที่แล้ว


ทะเลในยุคแรกต่างจากทะเลในยุคปัจจุบันรวมไปถึงทะเลที่ชาวหว้ากอชอบออกกันบ่อยๆอย่างมาก องค์ประกอบของแร่ธาตุที่ต่างจากปัจจุบัน รสชาติก็น่าจะออกเปรี้ยวมากกว่าเค็ม ต้องรอหลายล้านปีกว่าที่แร่ธาตุจะถูกชะล้างลงมาสะสมกันมากพอจนทะเลมีรสชาติออกเค็ม

ทะเลในยุคแรกมีแร่ธาตุหลายชนิดละลายปะปนกันอยู่จำนวนมาก ทั้งคาร์บอน ไนโตรเจน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ซัลเฟอร์ และโลหะหนัก เนื่องจากในช่วงแรกบรรยากาศโลกขาดแคลนทั้งออกซิเจนและโอโซน จึงแทบจะปราศจากตัวดูดซับรังสี UV จากดวงอาทิตย์ รังสี UV ที่ทะลุทะลวงลงไปในโลกท้องทะเลเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีชั้นดีร่วมกับสภาวะอื่นๆเช่น ความร้อน ความดัน ทำให้ทะเลเปรียบเสมือนห้องครัวที่ผลิตสารเคมีซับซ้อนหลายชนิดอย่างน่าอัศจรรย์ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นน้ำซุปแห่งชีวิต (primordial soup)

ด้วยเหตุนั้น ชีวโมเลกุลง่ายๆจึงเริ่มบังเกิดขึ้นครั้งแรกบนโลกนี้ ทั้งน้ำตาล นิวคลีโอไทด์ กรดไขมันและกรดอะมิโน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่แม้แต่นักชีววิทยาในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด โมเลกุลเหล่านั้นเกิดการรวมตัวเป็นสายยาว อยู่ร่วมกันและสามารถจำลองแบบและเพิ่มจำนวนได้ด้วยตนเอง (central dogma DNA --> RNA --> Protein คำถามที่ยังเป็นปริศนาในปัจจุบันคือกระบวนการที่สารเคมีดังกล่าวมารวมตัวกันแล้วทำให้เกิด central dogma นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดกล่าวว่า ในยุคแรก RNA น่าจะเป็นสารพันธุกรรมแทนที่จะเป็น DNA เนื่องจาก RNA มีคุณสมบัติทั้งเป็นข้อมูลพันธุกรรม (genetic information) และตัวเร่งปฏิกิริยา (enzyme) ได้ในตัวเอง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวค่อนข้างซับซ้อนและจะไม่พูดถึงในที่นี้ หากสนใจ อ่านเพิ่มเติมได้ใน reference ที่ผมอ้างอิงได้ครับ)

กลุ่มสารเคมีที่สามารถจำลองและเพิ่มจำนวนตนเองได้อยู่ร่วมกันในโครงสร้างที่มี lipid bilayer ล้อมรอบ ด้วยเหตุนี้เซลล์ในยุคแรกก็เกิดขึ้น จากนั้นสิ่งอัศจรรย์อื่นๆก็ตามมาเมื่อเซลล์เหล่านั้นวิวัฒน์ตัวเองให้สามารถอยู่รอดได้นานขึ้น ถ่ายทอดข้อมูลพันธุกรรมของตนเองต่อไปได้ไม่รู้จบ ทั้งการฟอร์มถุงเล็กๆภายในเซลล์เพื่อกักเก็บโปรตีนบางชนิดที่ทำหน้าที่เฉพาะ การรวมกลุ่มกันของสารพันธุกรรมให้มีโครงสร้างและหน้าที่จำเพาะ หรือการ “กลืนกิน” เซลล์ขนาดเล็กกว่าแล้วเกิดการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยเช่น ไมโทครอนเดรีย หรือแม้แต่การพัฒนา “เพศ” ก็เกิดในยุคนี้เช่นกัน รังสี UV จากดวงอาทิตย์ทำให้การกลายพันธุ์ของเซลล์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สิ่งมีชีวิตในยุคแรกใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมภายในเซลล์โดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำได้ผลผลิตเป็นคาร์โบไฮเดรตและก๊าซออกซิเจน กิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดก๊าซออกซิเจนปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ สิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนโลกในยุคถัดไป




รูปแสดงวิวัฒนาการของเซลล์



(กิจกรรมของเหล่าโปรคาริโอต (สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเยื่อหุ้มออร์แกแนลล์) และเหล่ายูคาริโอต (สิ่งมีชีวิตที่มีเยื่อหุ้มออร์แกแนลล์) ในยุคแรกมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่านี้ครับ จขบ.แนะนำว่าควรอ่านหนังสือเพิ่มเติม หากมีความสนใจในเรื่องนี้)


วันที่ 16 พ.ย. ยุคแคมเบรียน (Cambrian peroid)
570 ล้านปีที่แล้ว


ไม่น่าเชื่อที่ทะเลถูกครองด้วยเหล่าสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่ไม่ซับซ้อนยาวนานกว่าสามพันล้านปี ก่อนที่จะเกิด “ระเบิด” ทางชีวภาพ นักชีววิทยาต่างพากันฉงนที่จู่ๆสิ่งมีชีวิตทุกไฟลัม (ยกเว้น phylum bryozoa) ก็เกิดอุบัติมาพร้อมๆกันในช่วงเวลาเดียวกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า Cambrian explosion หรือ Biological Big Bang ครับ

ยุคแคมเบรียนเป็นยุคที่จู่ๆก็มีสิ่งมีชีวิตบังเกิดขึ้นมากมาย ทั้งหน้าตาก็ล้วนแปลกประหลาดอัศจรรย์ทั้งสิ้น ครั้งแรกฟอสซิลของพวกมันถูกขุดค้นพบในเหมืองร้างอีเดียคาร่า (Ediacara) ทั้งหมด พวกมันจึงถูกเรียกว่า “สิ่งมีชีวิตจากอีเดียคาร่า” ครับ (แม้ในกาลต่อมาจะถูกค้นพบฟอสซิลในบริเวณอื่นๆของโลกก็ตาม)

สิ่งมีชีวิตแห่งอีเดียคาร่ามีอะไรบ้าง จะลองยกตัวอย่างดูนะครับ




เริ่มต้นด้วยเจ้าไทรโลไบต์ (Trilobites) ซึ่งแพร่กระจายครอบครองมหาสมุทรแทบทุกบริเวณบนโลกนี้ ลักษณะคล้ายแมงดาทะเลหรือกิ้งกือทะเลตัวแบนที่มีร่างเป็นข้อปล้องและระยางค์จำนวนมากด้านล่างเก็บกินซากอินทรีย์ใต้พื้นทะเล




คาร์เนีย (Charnia) หนอนใบไม้ที่พบกระจัดกระจายทั่วท้องทะเลไม่แพ้ไทรโลไบต์ นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่าใบไม้ของมันทำหน้าที่คล้ายซี่หวีกรองอาหารครับ




โอปาบีเนีย (Opabenia) หนอนทะเลที่มีดวงตาห้าดวง ขากรรไกรรูปคีม นักล่ายุคแรกๆแห่งทะเลโบราณ




ฮัลลูซิจีเนีย (Hallucigenia) หนอนทะเลที่มีเดือยแหลมเจ็ดคู่ไว้ป้องกันตัวจากนักล่า หน้าตาของมันชวนให้ผู้เห็นคิดว่านี่เราประสาทหลอน (Hallucination) ไปหรือเปล่านะ




ตัวสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างคือ เจ้าพิคาเอีย (Pikaia) บรรพบุรุษของพวกทั้งมวลในปัจจุบัน เนื่องจากมันเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่มีอวัยวะเป็นแกนสันหลังหรือโนโตคอร์ด (notocord) นั่นเองล่ะครับ

กล่าวโดยสรุป สิ่งมีชีวิตในยุคแคมเบรียนอาจแบ่งได้อย่างง่ายๆเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ที่น่าสังเกตคือยังไม่มีพืชชั้นสูงเกิดขึ้นเลยในยุคนี้

(1) กลุ่มสาหร่าย ผู้ผลิตออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
(2) กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ต้องหากินอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ตามที่ยกตัวอย่างมาแล้ว
(3) กลุ่มแบคทีเรียที่มีโครงสร้างและการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายที่ยังมีอยู่ถึงในปัจจุบัน


Cambrian explosion เปรียบเสมือนบทโหมโรงของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลในยุคต่อๆมา เนื่องจากเป็นยุคแรกที่สิ่งมีชีวิตมีตา (แม้จะเป็นตาประกอบและประสิทธิภาพก็ยังอาจจะด้อยกว่าแมลงวัน) ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้เห็นโลกนี้อย่างที่มันควรจะเป็น จากเดิมที่ต้องคลำทางหาอาหารแบบสะเปะสะปะ นักล่า เหยื่อ การแข่งขัน การคัดเลือกเพื่อการอยู่รอดเริ่มขึ้นอย่างจริงจังก็เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ครับ




 

Create Date : 02 มกราคม 2552    
Last Update : 3 มกราคม 2552 14:47:17 น.
Counter : 4014 Pageviews.  

50 สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี (41-50)

41. Peraves MonoTracer

มอเตอร์กึ่งรถยนต์จากสวิสเซอร์แลนด์ครับ รูปทรงสวยงามมาก ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยหลักการ Aerodynamics เร่งความเร็วได้ถึง 100 km/h และกินน้ำมัน 28 km/L ครับ





42. Disemvoweling

Disemvoweling คือระบบกรองคำที่ถูกพสขึ้นโดยอัตโนมัติในอินเตอร์เนต ต่างประเทศเองก็มีปัญหาพวกชอบก่อกวนเว็บบอร์ด ข้อความสแปม ข้อความผิดกฎหมาย หมิ่นเหม่ศีลธรรมอันดีงาม ระบบ Disemvoweling จะไม่ตัดข้อความทิ้งไปแต่เลือกกรองเอาตัวอักษรสำคัญ (สระออกเสียง-vowels) ที่ทำให้ข้อความนั้นสามารถ “อ่าน” ได้เป็นใจความออกไปเสีย ยกตัวอย่างนะครับ


This original sentence:

In the fields of Internet discussion and forum moderation, disemvoweling (also spelled disemvowelling) is the removal of vowels from text.

would be disemvowelled to look like this:

n th flds f ntrnt dscssn nd frm mdrtn, Dsmvwlng (ls splld dsmvwllng) s th rmvl f vwls frm txt.


วิธีนี้มีข้อดีคือ ข้อความที่ถูกเซ็นเซอร์จะหมดความหมาย อ่านไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนไม่ได้ แต่ทีนี้หากดั๊นยังจะมีคนอยากรู้ว่าข้อความนั้นจะสื่ออะไรก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามหน่อยละครับ





43. High-Tech Running Shoes

ไนกี้ (Nike) และอาดิดาส (Adidas) ยังคงแข่งขันเป็นเจ้าตลาดรองเท้ากีฬามาอย่างยาวนาน สำหรับปีนี้ไนกี้ได้เปิดตัวรองเท้า "ซูมวิคทอรี" (Zoom Victory) ซึ่งมีกระดาษบางที่แนบชิดผิวหนังผู้สวมใส่เหมือนเป็นผิวหนังอีกชั้น เส้นใย "เวคทราน" (Vectran) ซึ่งใช้ถักทอเป็นร่มชูชีพสำหรับยานสำรวจดวงจันทร์ ช่วยรองรับแรงกระแทกหนักๆ ตรงส้นเท้า และรองเท้ายังมีน้ำหนักน้อยกว่า 100 กรัม นับเป็นรองเท้าที่เบาที่สุด

ขณะที่อาดิดาสก็ไม่ยอมแพ้ จับมือกับ "ปอร์เช่ดีไซน์" (Porsche Design) ออกแบบรองเท้าวิ่ง "ปอร์เช่ดีไซน์สปอร์ตบาวนซ์" (Porsche Design Sport Bounce) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่วิ่งราวกับรถแข่ง





44. Sunscreen for Plants

ใช่ว่าพืชจะชอบแสงแดดเสมอ แสงแดดที่มากเกินไปทำลายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดถึง 20-40% จึงมีนักวิทยาศาสตร์หัวใสผลิตครีมกันแดดสำหรับพืช มีชื่อการค้าว่า Purshade อยู่ในรูปแบบ SPF-45 spray





45. The Short Refinance

เหมือนเดิมครับ โง่เรื่องการตลาด ขอไม่แปล

This new term describes a rare but growing option for homeowners struggling to make payments on a house now worth less than when they bought it: another new lender agrees to rewrite the loan tied to a fresh appraisal. The tricky part is getting the current mortgage company to take less than what it's owed — but given banks' woes, it's more likely than it once was.





46. Aptera Electric Car

รถไฟฟ้าอีกแล้วครับ ท่าทางจะบูมจริงๆเลยช่วงนี้ วิ่งได้ 120 193 km ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง เร่งความเร็วได้ถึง 97 km/h ภายใน 10 วินาที รูปร่างดูเทอะทะไปหน่อยนะตรงที่มีปีกนี่แหละ -_-“





47. Google's Floating Data Center

เคยอยากรู้ไหมครับว่าศูนย์ข้อมูลของกูเกิ้ลอยู่ที่ไหน จะจัดการกับความร้อนที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลอันมหาศาลได้อย่างไร ง่ายๆครับ เอาไปลอยบนทะเลไงล่ะครับ! (ชาวหว้ากอคงจะชอบ)





48. The Time Eater Clock

ติดหนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมแห่งปีของไทม์ด้วย สำหรับ "นาฬิกาคอร์ปัส" (Corpus Clock) นาฬิกาไร้เข็ม-ไร้ตัวเลข ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "ปีศาจกินเวลา" ประดิษฐ์ขึ้นโดย จอห์น เทย์เลอร์ (John Taylor) นักนวัตกรรมชาวอังกฤษ และได้รับเกียรติจากนักฟิสิกส์แห่งยุค สตีเฟน ฮอว์กิง (Stephen Hawking) ติดริบบิ้นเปิดตัว นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นเพื่ออธิบายถึง "เวลาไม่อาจย้อนกลับ" ได้ ซึ่งแสดงออกโดย "การกิน" ทุกวินาทีที่ผ่านไป โดยปีศาจที่คล้ายตั๊กแตน





49. Sound-Enhanced Food

Heston Blumenthal พ่อครัวนามกระเดื่องพบว่าเมื่อเปิดเสียงทะเลให้คนได้ยินระหว่างรับประทานหอยนางรมจะเพิ่มรสชาติ “ความเป็นทะเล” ของหอยนางรมมื้อนั้น เทคนิคนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในร้านอาหารชื่อดังในประเทศอังกฤษครับ





50. A Camera For the Blind

ชิ้นสุดท้ายเสียที กว่าจะถึงชิ้นนี้จขกท.รากเลือดสุดๆเลยนะครับ เหลือเชื่อแต่ก็เป็นไปแล้ว กล้องถ่ายรูปสำหรับคนตาบอด ผู้ที่จะถ่ายรูปจะถือกล้องไว้บนหน้าผาก กล้องจะเก็บภาพและเสียงเป็นเวลาสามวินาทีและแสดงผลบนหน้าจอที่คล้ายๆกับอักษรเบรลล์ (Braille screen) เมื่อสัมผัสด้วยมือก็จะรับรู้ถึงภาพความทรงจำเชิงสามมิติได้อย่างคร่าวๆครับ








ข้อมูลอ้างอิง

นิตยสาร TIMES, เว็บเมเนเจอร์, Engadget.com




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 21:39:50 น.
Counter : 2583 Pageviews.  

50 สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี (31-40)

31. Einstein's Fridge

ตู้เย็นของไอน์สไตน์ (Einstein's Fridge)
ผลงานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์หัวฟู ทั้งเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (photoelectric effect) ล้วนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่ทฤษฎีเกี่ยวกับตู้เย็นของเขากลับถูกละเลย ดังนั้นทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) สหราชอาณาจักรจึงได้รื้อฟื้นตู้เย็นที่ออกแบบโดยไอน์สไตน์และเพื่อนร่วมงานตั้งแต่ปี 2473

แทนที่จะหล่อเย็นภายในตู้เย็นด้วยฟรีออน (freon) ซึ่งเป็นอีกตัวการของภาวะโลกร้อน ไอน์ไสตน์ได้ออกแบบตู้เย็นที่ใช้แอมโมเนีย บิวเทนและน้ำ และตู้เย็นนี้ยังใช้พลังงานเพียงน้อยนิดอีกด้วย แม้ว่าตูเย็นที่ไอน์ไสตน์ออกแบบไว้นั้นจะมีคุณสมบัติไม่ครอบคลุมเท่าที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ออกซ์ฟอร์ดพัฒนาขึ้นมา แต่ทีมวิจัยก็หยิบเอาแนวคิดบางส่วนของไอน์สไตน์ขึ้นมาพัฒนา และเชื่อด้วยว่าตู้เย็นนี้จะแข่งขันได้ในตลาด





32. Facebook for Spies

เท่มากครับอันนี้ A-space เป็นระบบเครือข่ายในอินเตอร์เนตคล้าย hi5, facebook แต่ใช้สำหรับหน่วยข่าวกรอง สายลับ เจ้าหน้าที่รัฐบาลเช่น FBI, CIA, NSA เพื่อติดต่อสื่อสาร สร้างฐานข้อมูลส่วนบุคคลและสร้างกลุ่มสมาชิก แหม ผมอยากแอดพวกเขาจังครับจะได้ถามว่า Area51 มีจริงหรือเปล่า 555





33. Biomechanical Energy Harvester

เครื่องปั่นไฟอันน้อยที่ใชัพลังงานจากหัวเข่า ทำให้ผู้ใช้สามารถเดินไป ปั่นไฟไปได้ในตัว กำไรสองต่อคือ ได้ออกกำลังกายแถมได้พลังงานด้วย พลังงานที่ได้ก็กำลังดีพอที่ชาร์ตพอคเก็ตพีซี โทรศัพท์มือถือ เครื่องGPS ฯลฯ ผลงานจากการคิดค้นของ Dr. Arthur Kuo แห่ง University of Michigan เรียกว่า Biomechanical energy harvester

การทำงานของเครื่องปั่นไฟนี้ก็คล้ายๆกับ เครื่องชาร์ตในเครื่องยนต์ไฮบริด เครื่องปั่นไฟจะเก็บพลังงานเมื่อหัวเข่าเราพยายามจะหยุดเมื่อเราก้าวได้ 1 ก้าวจากการที่เราก้าวเดินไปข้างหน้า การก้าวเดินของมนุษย์จะเกิดการสร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จให้กับมือถือ หรือเครื่องเล่น MP3





34. Made-in-Transit Packaging

ไอเดียเด็ดๆของดีไซน์เนอร์ชาวแคนาดา Agata Jaworska ใครๆก็อยากได้อาหารสดๆใหม่ๆจากซุปเปอร์มาร์เก็ตใช่ไหมครับ ง่ายที่สุด ก็ให้ผลิตภัณฑ์อาหารนั้นค่อยๆเจริญเติบโตระหว่างที่มันถูกขนส่งมายังซุปเปอร์มาร์เก็ตสิครับ พอออกจำหน่ายก็สดใหม่รับประทานได้พอดี (ในรูปน่าจะเป็นเห็ดนะ)





35. Airborne Wind Power

กังหันลมลอยฟ้าสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าครับ เราก็รู้อยู่แล้วว่ายิ่งสูง ลมยิ่งแรง





36. The New Ping-Pong Serve

ท่าเสิร์ฟปิงปองแบบใหม่ -_-“ บรรยายไม่ถูกเลยครับ

German Olympian Dimitrij Ovtcharov's serve isn't about power. It's about weirdness. Crouching to table-level, he peers over his paddle and executes a hand dance before launching the ball at his opponent, who is probably too dumbfounded to respond. Which, of course, is the point.





37. Smog-Eating Cement

ซีเมนต์กินควันพิษ (Smog-Eating Cement)
ด้วยส่วนผสมของตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงอย่างไททาเนียมไดออกไซด์ ซึ่งเร่งกระบวนการในธรรมชาติเพื่อแตกตัวสารพิษให้กลายเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ซึ่งซีเมนต์นี้พัฒนาขึ้นที่เมืองซีเกรทใกล้กับเมืองมิลานของอิตาลี โดยซีเมนต์ที่ดูดซับควันพิษนี้มีชื่อเรียกว่า "ทีเอกซ์ แอคทีฟ" (TX Active) โดยบริษัทอิตัลซีเมนติ (Italcementi) ใช้เวลา 10 ปีในการพัฒนา

ตอนนี้มีถนนที่การจราจรคับคั่งในเมืองซีเกรทที่ปูพื้นด้วย "ซีเมนต์กินควันพิษ" นี้ และทางบริษัทอิตัลซีเมนติอ้างว่า บริเวณซึ่งปูซีเมนต์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นนั้นช่วยลดปริมาณไนทริคออกไซด์ได้มากถึง 60% และนอกจากนี้ตึกที่ใช้ซีเมนต์กินควันพิษก็ยังสะอาดด้วยเช่นกัน





38. The Baseball Instant Replay

ballpark monitors ที่สามารถย้อนหลังดูการตีลูกเบสบอลได้ในทุกมุมมองครับ เพิ่มความถูกต้องในการตัดสินให้มากที่สุด





39. Enhanced Fingerprints

เทคนิคใหม่ในการหาลายนิ้วมือบนปลอกกระสุนปืนที่เช็ดจนสะอาดแล้วก็ตาม หลักการที่ John Bond นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษใช้ก็คือเหงื่อทำให้โลหะเกิดสนิม ดังนั้น เขาจึงผ่านกระแสไฟฟ้า และผงคาร์บอนละเอียด ลงบนปลอกกระสุนปืนที่มีสนิมซึ่งมองไม่เห็นและปรากฏรอยนิ้วมือขึ้น ขณะนี้ตำรวจหลายแห่งกำลังใช้เทคโนโลยีอายุ 4 เดือนนี้รื้อฟื้นคดีเก่าๆ ซึ่งในขณะนั้นเทคโนโลยียังไปไม่ถึง

คดีฆาตกรรมจะไม่เป็นปริศนาอีกต่อไปแล้วเฟ้ย โคนัน!





40. The Seven New Deadly Sins

สำนักวาติกันเองก็ต้องก้าวทันโลก โดยการประกาศบาปใหม่นอกเหนือไปจากบาปดั้งเดิมทั้ง 7 ประการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ (บาปต้นทั้ง7คือ Pride -หยิ่งยโส Envy -ริษยา Gluttony- ตะกละ Lust -ตัณหา Anger- โทสะ Greed- โลภ และ Sloth-เกียจคร้าน ยังคงมีผลอยู่ )

1.การละเมิดชีวศีลธรรม เช่น การคุมกำเนิด
'Bioethical' violations such as birth control
2.การทดลองที่เหลื่อมล้ำมนุษย์ธรรม เช่น การวิจัยเสต็มเซลล์
'Morally dubious' experiments such as stem cell research
3.ติดยาเสพติด
Drug abuse
4. การสร้างมลพิษ
Polluting the environment
5. การเพิ่มความแตกต่างชนชั้นระหว่างคนรวย และคนจน
Contributing to widening divide between rich and poor
6. ความฟุ่มเฟือย
Excessive wealth
7. การสร้างความขาดแคลน
Creating poverty









ข้อมูลอ้างอิง

นิตยสาร TIMES, เว็บเมเนเจอร์, เว็บวิชาการ.คอม, se-ed.com, หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์มติชน วันที่ 14 พ.ย.51




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 21:26:15 น.
Counter : 2639 Pageviews.  

50 สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี (21-30)

21. The Synthetic Organism

สิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ (synthetic life) เกิดขึ้นแล้วในห้องแล็บของ "เครก เวนเทอร์" (Craig Venter) ผู้ริเริ่มโครงการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์จนสำเร็จ และตอกย้ำความสามารถอีกครั้ง ด้วยการสังเคราะห์สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขึ้นในห้องปฏิบัติการ

เบื้องต้นทีมงานของเขา "สร้าง" แบคทีเรียก่อโรคในคน ให้เกิดใหม่อย่างไร้พิษสงได้ ก้าวต่อไปอาจสร้างสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น หรือออกแบบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ได้ตามต้องการก่อนสร้างขึ้นมาเป็นตัวเป็นตน และได้รายงานความสำเร็จครั้งนี้ในวารสารไซน์ (Science)

เวนเทอร์ เปิดเผยว่า เขาและทีมวิจัยในสถาบันเจ เครก เวนเทอร์ (J.Craig Venter Institute) สังเคราะห์แบคทีเรีย "ไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม" (Mycoplasma genitalium) ได้แล้วในห้องปฏิบัติการโดยการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดนี้ขึ้นมาจากสารเคมีต่างๆ

แบคทีเรียชนิดนี้นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อนของพันธุกรรมน้อยที่สุด คือมียีนประมาณ 580 ยีน ประกอบด้วยรหัสพันธุกรรมไม่ถึง 600,000 รหัส และมียีนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตราว 300 กว่ายีน

"เรากำลังก้าวจากการอ่านรหัสพันธุกรรมได้ไปสู่การเขียนมันขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทำสิ่งที่เคยเป็นเพียงสมมติฐานให้เป็นจริงได้และไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน" เวนเทอร์กล่าว

โครงการนี้ริเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2545 และหมดเงินวิจัยไปหลายล้านบาทเลยทีเดียวกว่าจะสำเร็จ โดยเมื่อปี 2549 ทีมของเวนเทอร์สามารถถอดรหัสจีโนมทั้งหมดของ ไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม ได้สำเร็จและทำสำเนาของจีโนมทั้งหมดขึ้นมาได้

และอีกหนึ่งปีให้หลังเขาสามารถสังเคราะห์จีโนมของแบคทีเรียดังกล่าวขึ้นมาเองได้โดยใช้สารเคมีมาสร้างเป็นรหัสดีเอ็นเอที่มีเบส A, C, G และ T จากนั้นทำให้แต่ละรหัสมาเรียงต่อกันเป็นสายดีเอ็นเอที่ยาวประมาณ 5,000 - 7,000 เบส ได้ทั้งสิ้น 101 สาย

ในสายดีเอ็นเอทั้งหมดนี้จะมีบางสายที่ถูกแทรกไว้ด้วยลำดับเบสซึ่งนักวิจัยเรียกว่า "วอเตอร์มาร์ก" (watermark) จากนั้นสายดีเอ็นเอทั้งหมดถูกนำไปใส่ในเซลล์แบคทีเรีย อี.โคไล (E. coli) เพื่อให้กลไกในเซลล์เชื่อมทั้ง 101 สายเข้าด้วยกัน ซึ่งในเซลล์ของ อี.โคไล ทั้ง 101 สายถูกเชื่อมต่อกันจนได้เป็นดีเอ็นเอสายยาวขึ้นจำนวน 4 สาย

ขั้นสุดท้ายนักวิจัยย้ายชิ้นส่วนจีโนมทั้ง 4 สาย จากเซลล์ อี.โคไล มาใส่ในเซลล์ยีสต์และเกิดกระบวนการเชื่อมชิ้นส่วนจีโนมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนกลายเป็นโครโมโซมของ ไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม ที่สมบูรณ์แบบซึ่งประกอบได้ด้วยรหัสพันธุกรรมจำนวน 582,970 คู่เบสโดยมีวอเตอร์มาร์กแทรกอยู่ในจีโนม

ใกล้พระเจ้าขึ้นทุกทีแล้วนะครับ มนุษย์





22. The Shadowless Skyscraper

ตึกไร้เงา (The Shadowless Skyscraper)
เพราะชาวปารีสไม่ปรารถนาให้เมืองของพวกเขาเหมือนเมืองฮุสตันในสหรัฐฯ ฌาคส์ เฮอร์ซอก (Jacques Herzog) และ (Pierre de Meuron) สถาปนิกชาวสวิส จึงได้ออกแบบตึกรูปสามเหลี่ยม "เลอโปรเจกต์ไทรแองเกิล" (Le Project Triangle) ตึกที่ผสมผสานระหว่างสำนักงานและโรงแรมที่ไม่ทำให้เกิดเงาบนถนนที่อยู่รอบๆ ลักษณะของตึกดูคล้ายคลีบของฉลามประดิษฐ์ขึ้นจากกระจกบางและเหล็กกล้ารูปสามเหลี่ยม





23. The Branded Candidate

กลยุทธในการโฆษณาหาเสียงชองโอบามา ขอบอกอีกทีว่าโง่เรื่องการตลาดและการเมืองครับ เลยพยายามหาอ้างอิงจากเว็บดู

...สิ่งที่น่าสนใจของโอบามาในครั้งนี้คือ การผสมผสานของการสื่อสารแบบใหม่ที่หลากหลาย เช่น การใช้ Endorser เข้ามาเพื่อช่วยการขยายฐานเสียงออกไปในกลุ่มต่างๆ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โอปรา วินฟรีย์ วุฒิสมาชิกเคนนาดี้ ไทเกอร์ วูดส์ หรือการนำนักร้องชื่อดังมาช่วยทำเพลงออกมาวางขายเป็น CD ศิลปินนักวาดรูปชื่อดังมาวาดรูปตัวเขา เพื่อนำไปผลิตออกมาเป็นสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืด หมวก ป้ายติดหน้าบ้าน สติ๊กเกอร์ เข็มกลัดติดเสื้อ และอะไรต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งก็มีคนให้ความสนใจซื้อกันเยอะนะครับ รายได้ที่ได้มาก็เพื่อเป็นเงินไว้ใช้ในการรณรงค์ เรียกว่าได้ทั้งเงิน และได้ Ambience Media อีกต่างหาก

การสร้าง Website ของ บารัก โอบามา ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สะท้อนความเป็นตัวตนเขาได้อย่างชัดเจน มีทุกอย่างที่เป็นสื่อกลางในการสร้าง Community ไม่ว่าจะเป็น Blog หรือสามารถจะติดตามข่าวสารต่างๆ ผ่านรูปแบบของ Video หรือเสียงเพลง

เขาออกแบบเพื่อเจาะกลุ่มคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลาติน อเมริกัน เอเชี่ยนอเมริกัน แม้แต่อาหรับก็มีการสื่อสารในฐานะแบรนด์แห่งความหวัง ไม่ว่าจะเป็น Logo ที่ออกแบบมาจากภาพพระอาทิตย์กำลังขึ้น ซึ่งเป็น Positioning ของเขา เพราะคนอเมริกันอยู่ในภาวะต้องการกำลังใจ

ที่น่าสนใจคือ Obama Everywhere หมายถึง เขาเข้าไปจับจองอยู่ทุกที่ที่จะสามารถสื่อสารกับกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Blackplanet, Youtube, Myspace, Asianave และอื่นๆอีกมากมาย...






24. Bionic Contacts

ScienCentral News รายงานว่า ขณะนี้ได้มีวิศวกรได้มีการพัฒนานำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งเข้าไปในคอนแทคเลนส์เพื่อให้มนุษย์สวมใส่ จากภาพยนต์ที่ที่คุณอาจจะเคยได้เห็นจากทีวี ภาพยนต์บางเรื่องได้สร้างเรื่องขึ้นมาว่าเมื่อมนุษย์ถูกฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในร่างกายก็ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษขึ้นมาทันที ซึ่งรวมถึงพลังพิเศษในการมองเห็นด้วย แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือ กล้องส่องทางไกลหรือแว่นตาสำหรับมองในที่มืด

Babak Parviz ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ University of Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ถ้าลองสังเกตโครงสร้างของคอนแทคเลนส์จะเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่แผ่นโพลิเมอร์เท่านั้น จากการศึกษาเกี่ยวกับการรวมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กระดับไมครอน (micron scale) เข้ากับวัสดุอื่นๆ เช่น พลาสติก ทำให้มองเห็นโอกาสในการที่จะนำมันเข้ามารวมกับคอนแทคเลนส์ ซึ่งในปัจจุบันมีไมโครเทคโนโลยีจำนวนมากที่จะสามารถนำไปใส่ในคอนแทคเลนส์ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่ได้ทำคือ นำมันไปใส่ไว้ในคอนแทคเลนส์

Parviz ยังได้กล่าวถึง contact lens แบบใหม่นี้ว่าสามารถทำได้ เช่น ช่วยให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดต้อกระจกสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น ช่วยขยายภาพที่มองเห็น นำไปใช้กับเครื่องเล่นเกมส์ต่างๆ และใช้ควบคุม iPod และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ซึ่งผลการทดลองได้นำเสนอในการประชุมนานาชาติ Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) ในหัวข้อ Micro Electro Mechanical Systems ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีในการนำเสนอคอนแทคเลนส์ดังกล่าว และมีคนสนใจเป็นอาสาสมัครทดลองใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวยังเป็นเพียงการทดสอบว่าวงจรอิเล็กทรอนิกส์สามารถติดอยู่ในคอนแทคเลนส์ได้อย่างปลอดภัย โดยการทดลองในกระต่าย แต่วงจรดังกล่าวยังไม่สามารถทำงานได้จริงและต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกระยะหนึ่ง

แต่แนวคิดในการพัฒนาคอนแทคเลนส์นี้ ไม่ได้พัฒนาเฉพาะในการมองเห็นไปยังสิ่งต่างๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาให้สามารถมองเห็นกลับเข้าไปในตาได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณมีคอนแทคเลนส์ที่สามารถมองเห็นเข้าไปในตาเพื่อตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ และสามารถถ่ายทอดภาพออกมาผ่านเทคโนโลยีไร้สายได้ ก็จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบสุขภาพของคุณได้อย่างต่อเนื่อง

บางคนอาจมีข้อสงสัยว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในคอนแทคเลนส์เหล่านี้ ปลอดภัยพอที่จะนำมาใส่ในดวงตาหรือไม่ Parviz กล่าวว่า พวกเขาได้มีการหลีกเลี่ยงปัญหาด้านความร้อนและสารเคมีต่างๆ โดยการนำส่วนประกอบและวัตถุดิบต่างๆ มาในรูปแบบผง และนำมาประกอบรวมกันโดยใช้ระบบของเขาเอง

สิ่งที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือ แหล่งพลังงานที่จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานได้ ปัจจุบันได้มีการทดลองใช้ขดลวดที่ดึงดูดพลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุ Andrew Lingley ซึ่งมีการทำงานที่คล้ายคลึงกับการเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าในลำโพง โดยในลำโพงจะมีขดลวดเมื่อมีกระแสไฟฟ้าขับเคลื่อนจะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กและชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ของลำโพง ในการทดลองของเขาได้มีขดลวดขนาดใหญ่สำหรับสร้างสนามแม่เหล็ก เมื่อเลนส์อยู่ในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กขดลวดดังกล่าวก็จะให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าออกมา





25. Thin-Film Solar Panels

แผงเซลล์แสงอาทิตย์นาโนเทคโนโลยีแบบพกพาครับ





26. The Speedo LZR Racer

ชุดว่ายน้ำที่เร็วที่สุดในโลกถูกค้นคว้าและกลั่นกรองจากหัวกะทิจากทั่วโลก จาก Speedo Aqualab แหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญจากอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศในยุโรป เกี่ยวกับเทคโนโลยีเนื้อผ้าและการออกแบบ ศึกษา และพัฒนาโครงสร้าง ร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม The Design Concept และศูนย์ค้นคว้า Langley ของ NASA

ในเรื่องการวิจัย สปีโดใช้การศึกษาค้นคว้าของเทคโนโลยีอวกาศ ด้วยการใช้ "อุโมงค์ลม" มาวิจัยแรงเสียดทานของวัสดุที่ใช้บนยานอวกาศเมื่อกลับเข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง มาทดสอบเนื้อผ้ามากกว่า 600 ชนิด เพื่อหาประสิทธิภาพสูงสุด มีแรงเสียดทานน้อยที่สุด

โดยมีโจทย์หลักอยู่ที่จะต้องทำให้ชุดว่ายน้ำนี้สร้างแรงเสียดทานกับน้ำให้น้อยที่สุด ในขณะที่นักกีฬากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ, จะสร้างชุดว่ายน้ำเพื่อลดแรงเสียดทาน และสร้างอุทกพลศาสตร์ (hydrodynamic) และมีรูปแบบปราดเปรียว และ จะสร้างชุดว่ายน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับนักกีฬาได้อย่างไร

นี่เองจึงทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อลดการเสียดทานได้สูงสุด ภายใต้ภาพลักษณ์ชุดว่ายน้ำยอดฮอตที่ปิดบังตลอดลำตัวยาวไปจนถึงขา

ผลก็คือ LZR Racer Suit กลายเป็นชุดสามารถลดแรงเสียดทานที่เกิดจากน้ำได้มากที่สุด และยังเป็นชุดที่สวมใส่ได้สบายโดยไร้การเสียดสีมากที่สุดด้วย

ด้วยเทคโนโลยี bonded หรือการเชื่อมเนื้อผ้าแทนการเย็บมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อความเรียบเนียนไร้รอยสะดุด สามารถลดแรงเสียดทานของพื้นผิวได้มากกว่าชุดว่ายน้ำที่ยังใช้การเย็บแบบปกติถึง 6%

ทั้งยังมีการนำ LZR Pulse เส้นใยที่เบาที่สุดในโลกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้กระชับกล้ามเนื้อ ไม่อมน้ำ ทนทานต่อคลอรีน และแห้งเร็วมาใช้

ควบคู่ไปกับ LZR Panel เยื่อ PU แสนบางที่ถูกนำมาติดในตำแหน่งที่คอมพิวเตอร์กำหนดไว้ว่า เป็นจุดที่มีแรงเสียดทานมากที่สุด ที่จะช่วยได้มากถึง 24% เมื่อเปรียบเทียบกับผิว Fast Skin ปกติ

สรุปแล้ว ไม่ว่าชุดว่ายน้ำรุ่นไหนจะเคยชนะเลิศมา ก็จะมาพ่ายชุด LZR Racer ทั้งสิ้น





27. Bubble Photography

เทคนิคการถ่ายภาพจากทุกมุมกล้องที่เป็นไปได้เหมือนฟองอากาศครับ





28. The Invisibility Cloak

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กเลย์ (UC Berkeley) ได้ก้าวไปอีกก้าวใหญ่ๆ ที่จะทำให้การซ่อนตัวของ แฮร์รี พอตเตอร์ (Harry Potter') เป็นจริง โดยพวกเขาได้พัฒนาวัสดุชนิดใหม่ 2 ชนิด ชั้นหนึ่งเป็นชั้นของโลหะที่ถักทอเป็นร่างแห และอีกชั้นเป็นสายโลหะของเงินขนาดเล็ก ซึ่งไม่สะท้อนหรือดูดกลืนแสง ส่งผลให้แสงเลี้ยวเบนไปข้างหลัง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการหักเหแสงของน้ำในแก้ว





29. The 46th Mersenne Prime

เลข Mersenne Prime คือจำนวนเฉพาะที่สามารถเขียนด้วยสมการ 2n-1 ได้ (เช่น 3 7 31) โดยก่อนหน้านี้มีการค้นพบ Mersene Prime ไปแล้ว 44 ตัว ช่วงหลังจากปี 1996 เป็นต้นมาได้เกิดโครงการ Great Internet Mersenne Prime Search (GIMPS) ซึ่งใช้การประมวลผลแบบกระจายช่วยคำนวณหาว่า ตัวเลขใดเป็น Mersenne Prime บ้าง

นักคณิตศาสตร์จาก UCLA ได้ค้นพบจำนวน Mersenne Prime ซึ่งเป็นจำนวน Mersenne Prime ลำดับที่ 46 และมีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจบัน โดยมีขนาดกว่า 13 ล้านหลัก

ทางกลุ่มของผู้ค้นพบ ได้ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์กว่า 75 เครื่อง ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Windows XP โดยจำนวนดังกล่าว ได้รับการยืนยันจากเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบอื่นๆ ที่ใช้อัลอกริทึมต่างกันไป

นอกจากนี้ ผู้ค้นพบยังจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 เหรียญ จากมูลนิธิ Electronic Frontier สำหรับการค้นพบ Mersenne Prime ที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านหลัก

ตัวที่ 46 มีค่าเท่าไรก็ตามรูปครับ





30. The Internet Of Things

เทคโนโลยีที่จะเชื่อมให้วัตถุทุกอย่างในโลกนี้อยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เนตครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องจักรในโรงงาน รถยนต์บนท้องถนน อินเตอร์เนตกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราอย่างเหนียวแน่น








ข้อมูลอ้างอิง

นิตยสาร TIMES, สมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, nectec, Thainewsland.com, Jusci.net




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 21:11:47 น.
Counter : 3161 Pageviews.  

50 สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี (11-20)

11. Green Crude

Milton Sommerfeld และ Qiang Hu แห่ง Arizona State University (ASU) ได้วิจัยเชื้อเพลิงเขียวจากสารหร่าย จัดเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากน้ำมัน gasoline เชื่อว่าจะเป็นเชื้อเพลิงที่มาแทนที่น้มันในอนาคตครับ :-)





12. Housing Funds

โง่เรื่องการตลาดครับ ขออนุญาตไม่แปล

Want to bet against your house? It's been possible ever since the Chicago Mercantile Exchange launched house-price futures and options in 2006. But futures and options aren't investment products for the masses. So MacroMarkets, co-founded by economist Robert Shiller, plans this month to offer the first exchange-traded funds — bought and sold like stocks — that will allow buyers to bet on whether house prices will rise or fall.





13.The Memristor

นักวิทยาศาสตร์ของ HP ได้ออกมาแถลงว่าการพัฒนาวงจรไฟฟ้าชนิดใหม่นั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งมีผลทำให้คอมพิวเตอร์ไม่ต้องบูตอีกต่อไป

โดยวงจรไฟฟ้าชนิดใหม่ในนาม Memristor ที่มาจาก Memory Resistor นั้นได้นำทฤษฎีวงจรไฟฟ้าที่สามารถจดจำข้อมูลได้โดยไม่มีไฟเลี้ยงของ Leon Chua แห่ง University of California-Berkeley จนในที่สุดสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถใช้งานได้จริง

Stanley Williams ได้ออกมาอธิบายว่า Memristor ไม่เหมือนกับวงจรไฟฟ้าปกติ เนื่องจากไม่มีการใช้ตัวต้านกระแสไฟและตัวนำไฟฟ้า โดยปกติวงจรไฟฟ้าทั่วไปมีการทำงานคล้ายกับท่อน้ำที่น้ำสามารถไหลไปได้มากกว่าหนึ่งทิศทาง แต่ Memristor นี้นั้นท่อน้ำสามารถจดจำการไหลของน้ำได้

ความจำเป็นที่จะต้องบูตเครื่องนั้นเกิดจากการที่ DRAM ไม่สามารถจดจำข้อมูลได้หากมีการปิดเครื่อง เมื่อมีการเปิดเครื่องแล้วนั้น หน่วยความจำจึงต้องดึงข้อมูลซึ่งเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ออกมา ทำให้เราต้องรอเวลาบูตเครื่อง โดยวงจรไฟฟ้าใหม่นี้ สามารถนำไปใช้พัฒนามาเป็นอุปกรณ์แทนที่ DRAM ได้





14. The Bionic Hand

แขนกลไบโอนิค (The Bionic Hand)
"ไอ-ลิมบ์" (iLimb) แขนกลไบโอนิคชิ้นแรกของโลกที่ออกสู่การค้าแล้ว หลังจากใช้เวลาพัฒนาและแรงคนจำนวนมาก และพัฒนาขึ้นโดยบริษัท "ทัชไบโอนิคส์" (Touch Bionics) ซึ่งแขนกลนี้มีการเชื่อมต่อที่มากมาย แต่ละนิ้วมือของแขนกลมีมอเตอร์ขับเคลื่อนเฉพาะ ทั้งนี้ปกติแขนเทียมมักดูคล้ายตะขอเกี่ยวทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งาน แต่ไอ-ลิมบ์มีความสามารถที่มากกว่า อาทิ การหยิบจับบัตรเครดิตหรือถือถ้วยกาแฟได้ เป็นต้น





15. The Direct-to-Web Supervillain Musical

เป็นละครเพลง musical ครั้งแรกสุดที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เนตครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่เหมือนจะดัง ติดอันดับ 1 ของการดาวน์โหลดลง iTunes





16. The Dynamic Tower

ทุกๆ ชั้นของตึกระฟ้า "ไดนามิคทาวเวอร์" (The Dynamic Tower) ซึ่งสูง 80 ชั้นสามารถหมุนได้ 360 องศา ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน นับเป็นตึกแรกของโลกที่ทำได้ ตึกดังกล่าวออกแบบโดย เดวิด ฟิเชอร์ (David Fisher) สถาปนิกอิตาลี และก่อสร้างในดูไบ ส่วนกรุงมอสโคว์ของรัสเซียเป็นเมืองต่อไปที่จะสร้างตึกลักษณะนี้

สำหรับตึกนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานลม รองรับการเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรมและที่พักอาศัย ประมาณราคาของตึกนี้อยู่ที่ 24,500 ล้านบาท โดยราคาขายห้องอยู่ที่ 130 - 1,300 ล้านบาท และการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2553





17. The Mobile, Dexterous, Social Robot

ผลงานของ Personal Robots Group จากสถาบัน MIT Nexi ได้รับการพัฒนาจากแพลตฟอร์มที่เรียก MDS ซึ่งย่อมาจาก Moblie ที่หมายถึง สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง Dexterous ก็จะหมายถึงความสามารถในการใช้มือหยิบจับสัมผัสต้องและ Social คือการแสดงออกทางสีหน้าอารมณ์ในการเข้าสังคม Nexi มีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่ใช้ 2 ล้อเหมือน Segway ในขณะที่แขนกล และมือกลมีข้อต่อที่ทำให้องศาการเคลื่อนที่คล้ายมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เป็นมือ ซึ่งมีนิ้วที่สามารถหยิบของได้ และใบหน้าที่แสดงอารมณ์ได้หลากหลาย คอมพิวเตอร์ที่อยู่ใน Nexi จะทำหน้าที่จัดการเซ็นเซอร์ และการตอบสนองต่างๆ ภายในดวงตาแต่ละข้างจะมีกล้องดิจิตอล ส่วนตรงหน้าผากเป็นกล้อง IR ที่สามารถมองเห็นมิติของวัตถุ(3 มิติ) โดยความฉลาดของเธอจะใช้ AI ที่ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ทางสถาบันตั้งเป้าให้Nexi เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้ได้จากการเข้าสังคม โดยเธอสามารถสังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบที่มนุษย์มีต่อเธอ เพื่อค้นหาวิธีที่จะทำให้เธอสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์





18. The New Mars Rover

ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารตัวใหม่ ขนาด 2.7 เมตร ใช้พลังงานจากพลูโตเนียม รับน้ำหนักได้ 80 กิโลกรัม จะถูกส่งไปดาวอังคารปีหน้าครับ





19. Montreal's Public Bike System

จักรยานแบ่งปันกันใช้แห่งเมือง Montreal ครับ มีชื่อว่า Bixi (ชาวเมือง 16,000 คนร่วมกันตั้งชื่อนี้) จักรยานจะจอดอยู่ ณ สถานีที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ระบบไร้สาย มีระบบ RFID เพื่อติดตามกรณีสูญหาย (แต่ถ้าเป็นที่ประเทศสารขัณฑ์ ยังไงๆก็คงถูกแฮ้ปไปแบบจับมือใครดมไม่ได้---ว่าไหมครับ - -“)





20. The Everything Game

Game Spore ครับ สั้นๆง่ายๆได้ใจความ

เกม Spore เกิดขึ้นจากมันสมองของนักพัฒนาเกมชื่อดัง คุณ Will Wright ผู้กำเนิดเกมดังและสร้างสรรค์อย่าง SimCity และ The Sims เป็นเกมจำลองการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างดาวครับ ตั้งแต่ระดับจุลชีพ มาเป็นสัตว์บก และเริ่มตั้งเป็นเผ่า มีการสร้างอารยธรรม มีการทูต และสงคราม และออกท่องอวกาศเพื่อหาที่สร้างอาณานิคม หรือ จะทำการทูตเพื่อเป็นมิตรกับสัตว์ประหลาดจากดาวอื่นครับ กล่าว คือเกมนี้เป็นเกมจำลองการวิวัฒนาการของมนุษย์ต่างดาวนั้นเองครับ









ข้อมูลอ้างอิง

นิตยสาร TIMES, เว็บเมเนเจอร์, dailygizmo, Mr. Dhay.bloggang




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 ธันวาคม 2551 20:55:21 น.
Counter : 2712 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]






....โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน
ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน
โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกวัน
สารพันหาอะไรไม่แน่นอน
ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่
ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น
ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน
ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน
เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา


พันตรีหลวงวิจิตรวาทการ





เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
เรื่องที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
จะหาคนที่มีดีเพียงส่วนเดียว
อย่าเที่ยวเสาะหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเล่าเอย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง

หลวงพุทธทาส





ชีวิตใกล้ปัจฉิมวัย ไม่เป็นไปตามแผนการเมื่อปฐมวัย อะไรที่ยิ่งใหญ่เมื่อเช้า เป็นของเล็กน้อยเมื่อเย็น อะไรที่เป็นสัจจะเมื่อแดดจ้า กลายเป็นมายาเมื่อยามพลบ

We cannot live the afternoon if life
according to the program on life’s morning; for what was great in the morning will be little at evening, and what in the morning was true will at evening have become a lie.



C.G. Jung.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.