คนเกิดวันพุธ ความทุกข์โถมทับทวี
การหยุดเวลาในทางฟิสิกส์ แท้จริงไม่สวยหรูเหมือนในนิยาย

ความสามารถในการควบคุมเวลา หยุดเวลา เป็นความสามารถเหนือชั้นที่พบได้บ่อยในนิยายวิทยาศาสตร์แบบอ่อน (soft-scifi) หรือนิยายแฟนตาซี ตัวอย่างเช่น Hiro Nakamura ในซีรี่ย์ Heroes (จขบ.ไม่เคยดู แต่อยากดูเหมือนกัน เชยน่าดู) ที่สามารถหยุดเวลาเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวได้โดยเจ้าตัวยังคงเคลื่อนไหวตามปกติ



บทความนี้จะกล่าวถึงความเป็นไปได้ของการหยุดเวลาเชิงฟิสิกส์ แต่เราจะละเลยข้อถกเถียงเชิงวิชาการว่าการหยุดเวลาทำได้อย่างไร โดยข้ามไปดูผลลัพท์ของมัน

'เวลา' ในเชิงฟิสิกส์นั้นมี 3 มุมมอง หนึ่ง,เวลาเป็นตัวกำหนดหมายเหตุการณ์ต่างๆในจักรวาล สอง,เวลาบอกระยะห่างของสองเหตุการณ์หนึ่งๆในจักรวาล และสาม,เวลาคือตัวกลางที่สสารเคลื่อนที่ผ่านไป สำหรับข้อหนึ่งและสอง คนธรรมดาเดินดินที่ไม่มีความรู้ทางฟิสิกส์ใดๆย่อมเข้าใจได้โดยสามัญสำนึก แต่สำหรับข้อสาม โดยสามัญสำนึก คนทั่วไปมักคิดว่าเวลากำลังไหลผ่าน ไม่ใช่เราที่เคลื่อนผ่านไปในเวลา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะเวลาไม่ได้ไหลผ่าน 'เวลาไม่ใช่วารี' สามารถพิสูจน์ได้โดยง่ายตามตรรกะ หากเวลากำลังไหลผ่าน มันไหลผ่านเมื่อเทียบกับอะไร? และด้วยอัตราเร็วเท่าไร? (หนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งชั่วโมง นั่นทำให้มันมีความหมายมากขึ้นหรือไม่?)

เหตุที่ต้องเน้นมุมมองที่สาม เนื่องจากตามนิยายทั่วไป ความสามารถในการหยุดเวลามักอธิบายว่าเป็นการหยุด'กระแส'การไหลของเวลา ซึ่งเป็นคำอธิบายที่อยู่บนมูลฐานของความเข้าใจผิด เอาละ สมมติว่าแก้ไขใหม่เป็น การหยุดเวลาในที่นี้คือการหยุดการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ทุกสิ่งทุกอย่างในที่นี้ก็คืออนุภาคนั่นเอง หากแต่เฉพาะอนุภาคในร่างกายของผู้ใช้ความสามารถยังคงสามารถเคลื่อนไหวและสั่นสะเทือนได้ตามปกติ อย่างน้อยควรเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้นความสามารถในการหยุดเวลาย่อมไร้ประโยชน์ (หากทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลหยุดเคลื่อนไหวไประยะเวลาหนึ่ง แล้วกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง จะไม่มีมนุษย์รับรู้ว่าการหยุดเวลาเคยเกิดขึ้น) หรือมิฉะนั้น เขาก็จะตายหากอากาศไม่ไหลเวียนในปอด ในขณะที่เฉพาะมวลในร่างกายยังคงมีกิจกรรมตามปกติ

ผู้อ่านคงเริ่มสังเกตความผิดปกติของการหยุดเวลาในกรณีนี้ ใช่แล้ว อากาศต้องมีการไหลเวียน หากนิยามการหยุดเวลาคือการหยุดการเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิงของอนุภาคและวัตถุที่ภายนอกขอบเขตร่างกายของผู้ใช้ความสามารถ แต่ผู้ใช้ความสามารถต้องหายใจเอาอ็อกซิเจนเข้าไปในปอด แต่ในเมื่อโมเลกุลในอากาศหยุดการเคลื่อนที่แล้วจะอยู่ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น มวลอากาศที่หยุดการเคลื่อนที่ย่อมกลายสภาพเป็นวัตถุแข็งเกร็ง เป็นผลให้ผู้ใช้ความสามารถถูกกักขังอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้เลย

เราอาจยอมอลุ้มอล่วยเพิ่มอีกสักหน่อย เพื่อไม่ให้ฮีโร่ของเราต้องตายหรือถูกกักขังในมวลอากาศไปไหนไม่ได้ สมมติว่าอนุภาคจะเคลื่อนไหวได้เฉพาะระยะทางหนึ่งเมตรรอบตัวผู้ใช้ความสามารถ แต่ไกลออกไปจากนั้นทุกอย่างยังคงหยุดนิ่ง จะแก้ไขปัญหานี้ได้ไหม โอเค ฮีโร่ของเราไม่ตายและเคลื่อนไหวได้ แต่ประสาทสัมผัสรับรู้ล่ะ? เราได้ยินเสียงและมองเห็นจากการที่คลื่นเสียงสั่นสะเทือนผ่านตัวกลางและโฟตอนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงตกกระทบนัยน์ตาของเรา แต่ตอนนี้ทุกการสั่นสะเทือนถูกหยุด และโฟตอนก็หยุดการเคลื่อนที่ นั่นเท่ากับว่าฮีโร่ของเราก็จะหูหนวกและตาบอด แล้วความสามารถหยุดเวลาจะยังมีประโยชน์อยู่ไหม?

ความพยายามเฮือกสุดท้าย หากนักประพันธ์ผู้รักความถูกต้องทางฟิสิกส์ดิ้นรนต่อ สมมติว่าเปลี่ยนความสามารถให้เป็น'หน่วงเวลา'กล่าวคือทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนที่ช้ามากเมื่อเทียบกับผู้ใช้สามารถ ช้ามากในระดับที่เทียบเท่ากับการหยุดเวลาในความรู้สึกของสิ่งมีชีวิต อะไรจะเกิดขึ้น แน่นอน ทั้งแสงและเสียงสามารถตกกระทบประสาทสัมผัสของผู้ใช้สามารถได้ แต่เมื่อความเร็วแสงช้าลงอย่างมากจะทำให้เกิด red shift มหาศาล ผลคือ visible light จะเลื่อนไปอยู่ในช่วงของ radiowave ซึ่งเรตินาของเราไม่สามารถแปลงสัญญาณได้ ฮีโร่ของเราตาบอดอยู่ดี แต่ยังมีอะไรน่าอัศจรรย์กว่านั้น เนื่องจากความยาวคลื่นช่วง x-ray ก็จะเลื่อนมาอยู่ในช่วง visible ชวนให้จินตนาการว่าฮีโร่ของเราจะมองเห็นแสง x-ray เป็นอย่างไร







อ้างอิง: Sean Carroll, The past is present memory. From eternity to here. 2010



Create Date : 18 มีนาคม 2554
Last Update : 18 มีนาคม 2554 20:00:57 น. 15 comments
Counter : 7710 Pageviews.

 
อือ


โดย: vootb วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:20:09:26 น.  

 
จริงเน๊อะ


โดย: popktb IP: 223.204.158.170 วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:23:01:41 น.  

 
เอาแบบสัมพันธภาพมาใช้น่าจะดีกว่า ที่ว่าแวลาของคนที่เคลื่อนที่ จะไวกว่าเวลาของคนที่นั่งนิ่งๆ
โดยยกตัวอย่างจาก เครื่องบินที่บินรอบโลก 1 รอบ แล้ว เวลาจาก atom clock จะเดินช้าลง


โดย: ยยย IP: 58.8.100.38 วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:23:44:35 น.  

 
จากภาพนะ มันคือ ปรากฏการณ์ doppler effect ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับแสงที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เห็นมีแต่คนอ้างทฤษฎีจากคลื่นเสียง แต่คลื่นเสียงหรือคลื่นน้ำต้องใช้ตัวนำคือ น้ำหรืออากาศในการเคลื่อนที่ เห็นชอบอ้างแล้วมามั่วว่าจักรวาลกำหลังขยายตัวเพราะมันออกสีแดง แต่ไม่เห็นเอาปรากฏการณ์นี้ไปทดลองในห้องทดลองก่อนว่าเป็นจริงหรือเปล่า


โดย: num IP: 124.121.16.184 วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:3:25:49 น.  

 
ก็มันหยุดเวลาด้วยเงือนไขที่ว่าทำให้ทุกอย่างหยุดยกเว้นผู้ที่ใช้ความสามารถหยุดเวลาไงไม่เห็นต้องมานยั่งเถียงกันเลย


โดย: aoffer IP: 115.87.58.92 วันที่: 9 เมษายน 2554 เวลา:11:25:55 น.  

 


ขอให้คุณ Cryptomnesia มีความสุขมากๆในวันหยุดยาวครับ


เป็นแฟนขลับขาจรครับ นำเสนอได้น่าสนใจมาก


โดย: Dingtech วันที่: 12 เมษายน 2554 เวลา:23:25:48 น.  

 
ถ้าการหยุดเวลาเปนแค่การหยุดยั้งการยิงกระแสประสาทของสิ่งมีชีวิตรอบตัว
ในระยะที่กำหนดแต่ยังคงประสามส่วนสามัญสำนึกอยู่ คนรอบตัวก็จะหยุดเหมือนหยุดเวลาไงครับ แต่วัตถุจะไม่หยุด นั่นดิ 55(เอาค.คิดมาจาก X-men ตอนที่ศาสตราจารย์หยุดความคิด)


โดย: ผู้ผ่านมา IP: 124.120.38.177 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:18:25:16 น.  

 
ผมอยากคุยเรื่องนี้กับคุณมากขอเมลล์หน่อยสิ


โดย: อินท์ IP: 124.121.144.206 วันที่: 30 มิถุนายน 2555 เวลา:18:31:46 น.  

 
ปรากฏการณ์ dopper effect สามารถเกิดกับแสงได้เช่นเดียวกันครับ
อ้างอิง http://www.vcharkarn.com/lesson/view.php?id=83


โดย: noname IP: 110.49.242.103 วันที่: 12 กรกฎาคม 2555 เวลา:6:25:04 น.  

 
แล้วแบบในหนังจะเรียกการหยุดอะไรดีละ


โดย: DarkDragon013 IP: 118.174.58.34 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:26:13 น.  

 
มันต้องมีกำหนดด้วยสิ ว่าจะให้อะไรหยุดบ้าง ไม่งั้นตัวเราหยุดไปด้วยก็คงแย่อะ


โดย: DarkDragon013 IP: 118.174.58.34 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:37:04 น.  

 
ขอบคุณมากครับสำหรับสาระความรู้ จะได้ลองประยุกต์เอาไปเขียนการ์ตูนต่อครับ อิอิ


โดย: ต้นอ้อ IP: 49.49.60.75 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:20:21:53 น.  

 
อ่าขอถามหน่อยนะครับ คนเดิมจาก คห.12 คือสมมติว่าถ้ารอบตัวเรา 1 ม. อนุภาคเคลื่อนไหวได้ แล้วถ้าหากถัดไปในรัศมีอีก 5 ม. ให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อยๆ จนถัดจากรัศมี 5 ม. ออกไปอนุภาคทุกอย่างจะหยุดนิ่ง ผู้ใช้ความสามารถจะเป็นอย่างไรอ่ะครับ ปล.ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับบทความ


โดย: ต้นอ้อ IP: 49.49.60.75 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:20:26:03 น.  

 
ในโลกเราเป็นการมองเพียง 3 มิติ เราจึงไม่สามารถจับต้องเวลาได้ แต่ผมคิดว่าถ้าเป็นการมองที่มากกว่า 3 มิติ เราอาจจะจับต้องเวลาได้ สามารถนำเวลามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้นะไม่รู้ว่ามันจะถูกหรือป่าว ^o^


โดย: TimeFuture IP: 203.144.130.176 วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:23:08 น.  

 
คุณ timefuture หมายถึงอยู่นอกขอบเขตของเวลาหรือเปล่า ถ้าเราสามารถจับต้องเวลาได้คิดว่าเราจะต้องอยู่นอกขอบเขตของมันนะ แต่มันเป็นไปไม่ได้
เพราะถ้าเราไม่ได้อยู่ในขอบเขตของเวลาเราก็จะไม่มีตัวตน สสารทุกอย่างเมื่อเร่งความเร็วถึงขีดสุดก็จะหายไป ถ้าเราสามารถควบคุมเวลาได้คงเป็นเรื่องสนุก
น่าเสียดายที่ไม่มีใครประดิษฐ์เครื่องควบคุมเวลา
โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าเวลามีขอบเขตนะ


โดย: สนใจเรื่องนี้เหมือนกัน IP: 110.164.75.38 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:15:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]






....โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน
ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน
โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกวัน
สารพันหาอะไรไม่แน่นอน
ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่
ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น
ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน
ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน
เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา


พันตรีหลวงวิจิตรวาทการ





เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
เรื่องที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
จะหาคนที่มีดีเพียงส่วนเดียว
อย่าเที่ยวเสาะหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเล่าเอย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง

หลวงพุทธทาส





ชีวิตใกล้ปัจฉิมวัย ไม่เป็นไปตามแผนการเมื่อปฐมวัย อะไรที่ยิ่งใหญ่เมื่อเช้า เป็นของเล็กน้อยเมื่อเย็น อะไรที่เป็นสัจจะเมื่อแดดจ้า กลายเป็นมายาเมื่อยามพลบ

We cannot live the afternoon if life
according to the program on life’s morning; for what was great in the morning will be little at evening, and what in the morning was true will at evening have become a lie.



C.G. Jung.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.