Group Blog
 
All Blogs
 

จงทำชีวิตให้เหมือนแบงค์1000

แบงค์1000
นักพูด..ที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง..
ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา..
โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมา
ในห้องที่มีผู้เข้าฟัง..ร่วม 200 ท่าน

แล้วเขาก็พูดว่า..
"ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง?"
มีมือ..ได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก

เขาก็พูดต่อว่า..
"ฉันจะให้เงินแบงค์1,000 นี้..
แก่หนึ่งในพวกท่าน..
แต่ครั้งแรกนี้..ฉันจะทำอย่างนี้"

เขาเริ่มที่จะขยำๆ เงินนั้น
แล้วเขาก็ถามอีกว่า ..
"ใครจะยังต้องการมันอีก?"

ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก
"ดี" ..เขาตอบ

"แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ"
และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้น..
เริ่มที่เหยียบย่ำมัน..ด้วยรองเท้าของเขา
แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา
ขณะนี้..มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก

"ตอนนี้.. ใครยังต้องการมันอีก?"
ก็ยังคงมีคนยกมืออีก..

"เพื่อนๆ ..คุณได้เรียนรู้บทเรียน
ที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า..
ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน ..
คุณก็ยังต้องการมันอยู่
เพราะว่า..
มันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย
มันก็ยังคงมีค่า1,000 บาทอยู่นั่นเอง

เหมือนกับหลายๆครั้ง..ในชีวิตของเรา
ที่ถูกทิ้ง.. ถูกเหยียบย่ำ ..
และถูกทำให้สกปรก..
โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน
และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ
ทำให้เรารู้สึกว่า..
คุณค่าของเรา--ลดน้อยลง

แต่ไม่ว่าอะไร..ที่ได้เกิดขึ้น
หรืออะไร..ที่จะเกิดขึ้น
คุณไม่เคยสูญเสีย--คุณค่าในตัวเอง

คุณเป็นคนพิเศษ..
อย่าลืมมันตลอดไป...

อย่านำความผิดหวัง..ของเมื่อวาน
มาบดบังความฝัน..ในวันพรุ่งนี้




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2548    
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 3:30:56 น.
Counter : 100 Pageviews.  

ถ้าแคร์คำพูดแย่ ๆ ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง

คำพูดบางคำทำร้ายคนฟังได้น่าดู
ถ้าจะให้ไม่แคร์เนี่ย ทำได้ยากแน่นอน

ฉันเคยรู้สึกแย่ กับคำพูดแย่ ๆ ของคนหลายคน
คำพูดของเขาทำให้เราหมดความนับถือตัวเอง
บางครั้งมันอาจถึงขนาดทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
บั่นทอนสุขภาพกายและใจ

คำพูดทิ้งยาพิษไว้ในใจเรา แล้วก็หนีลอยนวล

คนที่แย่คือคนฟังสิ...
ฉันเลยเปลี่ยนความคิดใหม่
พยายามหาเหตุผลเพื่อเข้าใจพวกเขา
คนที่ชอบติข้อบกพร่อง
ตอกย้ำปมด้อยของคนอื่น เพราะต้องการให้ตัวเองดูดี

คนพวกนี้มีปมด้อยในใจ ชอบสร้างคุณค่าให้ตัวเอง
โดยการติคนอื่น เพื่อลดคุณค่าของคนอื่น
จิตใจเขาขุ่นมัว มองไม่เห็นความดี ความสวยงาม

และสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น เพื่อนำมาพูดถึง
บ่อยครั้งที่เรามักเจอคำพูดแย่ ๆ จากคนรอบข้าง

ถ้าไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง
เราจะถูกบั่นทอนทีละนิด...

คนข้าง ๆ ฉันคนหนึ่ง ชอบล้อปมด้อยของคนอื่น
ด้วยคำพูดรุนแรง แล้วหัวเราะอย่างมีความสุข
ว่าคนนั้นขาใหญ่ ว่าคนนี้ตัวดำ
ยิ่งถ้าเขาล้อใคร แล้วคนฟังนั่งปาดน้ำตา
เขายิ่งมีความสุข

ที่สำคัญคนที่เขาติ ก็เป็นเพื่อนที่แสนดีของเขาทั้งนั้น...

ฉันพยายามเข้าใจเขา เพื่อดูแลหัวใจตัวเอง
ไม่ให้ถูกบั่นทอนไปตามคำพูดของคนประเภทนี้

เข้าใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาทางตอบโต้
เพื่อสะกิดให้เขารู้ตัวว่าเขากำลังติเราอยู่
เพราะเขาจะอาย และรู้ตัว
แต่ถ้าเราไปโวยวาย อับอาย
เขาจะยิ่งสนุก และทำบ่อยขึ้น
พอเขาว่าอะไรมา ฉันจะทำเฉย ๆ

เดี๋ยวเขาหมดสนุกก็เลิกไปเอง
ถ้ายังไม่เลิกต้องหาคำพูดเจ็บ ๆ

ตอบโต้ไปบ้าง

(อย่าว่าฉันร้ายนะ) แค่อยากให้เขารู้ตัว
แล้วได้ผลด้วย เขาจะเงียบไปพักใหญ่ ๆ เชียว
ที่สำคัญใจเราต้องหนักแน่น อย่าหวั่นไหว
ที่เขาว่ามา เป็นปมด้อยของเราก็จริง
แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้
ที่เขาติมาเพราะเขามองหาส่วนแย่ ๆ ของเราต่างหาก

ที่ดีๆ ก็มี แต่เขาไม่พูด
ตัวเราย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด
เชื่อในคุณค่าของตัวเอง ไว้ใจตัวเอง
ดูแลหัวใจของเราให้ดี
เรียนรู้ที่จะปฏิเสธคำพูดแย่ ๆ จากคนอื่น
รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล
แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย...




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2548    
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 3:28:56 น.
Counter : 126 Pageviews.  

อะไรที่ซ่อนอยู่

หลายปีก่อนที่ Seattle Special Olympics ผู้เข้าแข่งขัน 9
คนที่ล้วนพิการอย่างใดอย่างหนึ่ง
มารวมตัวกันที่จุดเริ่มต้น ในการแข่งวิ่ง 100 หลา



เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้นทุกคนก็ออกวิ่งไม่ใช่แค่วิ่งเพื่อแข่งกันเข้าสู่เส้นชั
ยเท่านั้นแต่พวกเค้าวิ่งอย่างสนุก
อย่างร่าเริง

ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งที่สะดุดล้มลงบนลู่ยางมะตอยล้มแล้วล้มอีก
เค้าเริ่มร้องไห้ อีก 8 คนได้ยินเสียงร้องไห้นั้น

พวกเค้าชลอฝีเท้าลงแล้วหันไปมองที่มาแห่งเสียงนั้นแล้วทั้งหมดก็หันหลังกลับ

เด็กหญิงผู้พิการทางสมองคนหนึ่งคุกเข่าลงจูบเด็กชายพร้อมกับพูดว่า
”นี่จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนะ”
แล้วทั้งหมดเดินคล้องแขนกันเดินไปสู่เส้นชัยพร้อมๆ กัน

ทุกคนบนสเตเดี้ยมลุกขึ้นยืนส่งเสียงเชียร์เป็นเวลานานหลายนาที

นี่หมายความว่าอะไร?

ในส่วนลึกแล้วเราต่างก็รู้ว่า


สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ได้อยู่ที่การได้ชัยชนะหากแต่เป็นการช่วยให้ผู้อื
่นได้รับชัยชนะถึงแม้ว่ามันจะทำให้เราต้องช้าลง
หรือ บางที ถึงกับต้องเปลี่ยนเส้นทางของเราก็ตาม

แบ่งปันข้อความนี้ซึ่งกันและกัน
เผื่อว่า.....เผื่อว่า.......เราจะเปลี่ยนแปลงหัวใจของเรา

กันและกัน ?

ตัวเทียนนั้นไม่ได้เสียอะไรเลยมิใช่หรือ
ถ้าจะเอามาต่อเทียนอีกเล่มให้สุกสว่างขึ้นมา




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2548    
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 3:27:05 น.
Counter : 85 Pageviews.  

หากมีเพียง 100 คนบนโลกนี้

สิ่งที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้ได้มาจากอีเมล์ซึ่งภายหลังได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ

บนโลกใบนี้มีคนมากกว่าหกพันล้านคนถ้าย่อโลกเหลือเป็นหมู่บ้านที่มีคนอาศัยเพียง100คนมันจะเป็นอย่างไร
52คนเป็นผู้หญิง
48คนเป็นผู้ชาย

89คนเป็นคนรักต่างเพศ
11คนเป็นคนรักเพศเดียวกัน

30คนเป็นเด็ก
70คนเป็นผู้ใหญ่
และ7คนในจำนวนนี้แก่แล้ว

70คนไม่ใช่คนผิวขาว
30คนเป็นผิวขาว

61คนเป็นเอเชีย
12คนมาจากยุโรป
27คนมาจากที่อื่นๆ

ใน100คนมีคนนับถือศาสนาและพูดกันหลากหลายภาษา
ในเมื่อมีคนหลากหลายเราจึงต้องยอมรับเรียนรู้และเข้าใจเขาให้ได้
จาก100คนในหมู่บ้าน20คนอดอยากแร้นแค้นขณะที่1คนกำลังจะตาย
แต่อีก15คนอ้วน....ถ้าดูทรัพสินของหมู่บ้าน 6คนมีถึง59เปอเซนกลุ่มนี้ล้วนมาจากอเมริกาทั้งสิ้นอีก74คนมีไว้39เปอเซนและ20คนเฉลี่ยกันคนละ2เปอเซน ถ้าคุณมีรถใช้แสดงว่าคุณเป็น1ใน10คนที่รวยที่สุด
75คนมีอาหารและแหล่งพักพิงกันลมกันแดดฝน แต่อีก25คนไม่มี ถ้าคุณสามารถพูดจา/แสดงออกตามความเชื่อและสามัญสำนึกของตนเองได้โดยไม่ต้องโดนคุกคาม กังขัง ทรมานหรือถูกฆาตกรรม นั้นแสดงว่าคุณยังโชคดีกว่าอีก48คนที่ทำไม่ได้

ถ้าคุณไม่ได้อยู่อย่างหวาดกลัวกับความตายจากโดนระเบิด/อาวุธ เหยียบกับระเบิดหรือโดนข่มขืน นั้นแสดงว่าคุณยังโชคดีกว่าอีก20คน
ในจำนวนข้อความที่อ่านมาทั้งหมดที่อ่านมาดูเหมือนจะน้อย แต่อย่าลืมสิว่าเราย่อจำนวนคนจากหกพันล้านคนเหลือเพียง100คนเท่านั้น
ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้แสดงว่าคุณยังมีชีวิตอยู่และคุณอ่านหนังสือได้ ดังนั้นจงพึงคิดไว้เถอะว่าคุณยังโชคดีกว่าใครหลายๆคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา จงใช้มันให้คุ้มค่าและถูกต้องเถอะ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2548    
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 3:20:46 น.
Counter : 124 Pageviews.  

When you came into the world



When you came into the world, she held you in her arms.
You thanked her by wailing like a banshee.

เมื่อคุณกำเนิดมาในโลกนี้ เธออุ้มคุณไว้ในอ้อมอก
คุณขอบคุณเธอโดยการร้องไห้

When you were 1 year old, she fed you and bathed you.
You thanked her by crying all night long.

เมื่อคุณอายุ 1 ขวบ เธอป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ
คุณขอบคุณเธอโดยการงอแงทั้งคืนวัน

When you were 2 years old, she taught you to walk.
You thanked her by running away when she called.

เมื่อคุณอายุ 2 ขวบ เธอสอนคุณเดิน
คุณขอบคุณเธอด้วยการวิ่งหนีเมื่อเธอเรียกหา

When you were 3 years old, she made all your meals with love.
You thanked her by tossing your plate o­n the floor.

เมื่อคุณอายุ 3 ขวบ เธอทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก
คุณขอบคุณเธอด้วยการโยนจานลงพื้น

When you were 4 years old, she gave you some crayons.
You thanked her by coloring the dining room table.

เมื่อคุณอายุ 4 ขวบ เธอให้ดินสอสีคุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการระบายสีบนโต๊ะอาหาร

When you were 5 years old, she dressed you for the holidays.
You thanked her by plopping into the nearest pile of mud

เมื่อคุณอายุ 5 ขวบ เธอแต่งชุดเก่งให้คุณเพื่อไปเที่ยว
คุณขอบคุณเธอด้วยการทำชุดเก่งนั้นเปื้อนโคลนเลอะเทอะ

When you were 6 years old, she walked you to school.
You thanked her by screaming, "I'M NOT GOING!"

เมื่อคุณอายุ 6 ขวบ เธอเดินไปส่งคุณไปโรงเรียน
คุณขอบคุณเธอด้วยการกรีดร้องว่า "ไม่ไป!!!"

When you were 7 years old, she bought you a ball.
You thanked her by throwing it through the next-door-neighbor's window.

เมื่อคุณอายุได้ 7 ขวบ เธอซื้อบอลให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไปทำหน้าต่างของเพื่อนบ้านแตก

When you were 8 years old, she handed you an ice cream.
You thanked her by dripping it all over your lap.

เมื่อคุณอายุได้ 8 ขวบ เธอซื้อไอศกรีมให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว

When you were 9 years old, she paid for piano lessons.
You thanked her by never even bothering to practice.

เมื่อคุณอายุได้ 9 ขวบ เธอสอนเปียโนให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม

When you were 10 years old, she drove you all day, from soccer
to gymnastics to o­ne birthday party after another.
You thanked her by jumping out of the car and never looking back.

เมื่อคุณอายุ 10 ขวบ เธอขับรถไปส่งคุณทั้งวัน ตั้งแต่สนามบอล, โรงยิม,
ยันงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนแต่ละคน
คุณขอบคุณเธอด้วยการกระโดดออกนอกรถ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

When you were 11 years old, she took you and your friends to the
movies.
You thanked her by asking to sit in a different row.

เมื่อคุณอายุ 11 ขวบ เธอพาคุณและเพื่อนคุณไปดูหนัง
คุณขอบคุณเธอด้วยการขอนั่งที่นั่งคนละแถว

When you were 12 years old, she warned you not to watch certain TV
shows.
You thanked her by waiting until she left the house.

เมื่อคุณอายุ 12 ขวบ เธอเตือนคุณอย่าดูทีวี
คุณขอบคุณเธอด้วยการรอเธอออกไปก่อน แล้วดูต่อ

When you were 13, she suggested a haircut that was becoming.
You thanked her by telling her she had no taste.

เมื่อคุณอายุ 13 เธอแนะให้คุณตัดผมให้มันดูดี
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่าเธอไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย

When you were 14, she paid for a month away at summer camp.
You thanked her by forgetting to write a single letter.

เมื่อคุณอายุ 14 เธอจ่ายค่าซัมเมอร์แคมป์หนึ่งเดือนให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไม่ได้เขียนจดหมายมาหาเลยสักฉบับนึง

When you were 15, she came home from work, looking for a hug.
You thanked her by having your bedroom door locked.

เมื่อคุณอายุ 15 เธอกลับบ้านหลังเลิกงาน อยากได้กอดสักครั้ง
คุณขอบคุณเธอด้วยการล็อกห้องนอนขังตัวเองในห้อง

When you were 16, she taught you how to drive her car.
You thanked her by taking it every chance you could.

เมื่อคุณอายุ 16 เธอสอนคุณขับรถ
คุณขอบคุณเธอด้วยการเอารถไปขับทุกเวลาที่คุณจะเอาไปได้

When you were 17, she was expecting an important call.
You thanked her by being o­n the phone all night.

เมื่อคุณอายุ 17 เธอกำลังรอโทรศัพท์สายสำคัญ
คุณขอบคุณเธอด้วยการใช้สายตลอดคืนนั้น

When you were 18, she cried at your high school graduation.
You thanked her by staying out partying until dawn.

เมื่อคุณอายุ 18 เธอร้องไห้ในวันที่คุณเรียนจบมัธยม
คุณขอบคุณเธอด้วยการฉลองยันเช้า

When you were 19, she paid for your college tuition, drove you
to campus carried your bags.
You thanked her by saying good-bye outside the dorm so you
wouldn't be embarrassed in front of your friends.

เมื่อคุณอายุ 19 เธอจ่ายค่ากวดวิชา ขับรถไปรับไปส่ง
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกลาข้างนอกเพื่อที่จะไม่ได้อายเพื่อน

When you were 20, she asked whether you were seeing anyone.
You thanked her by saying, "It's none of your business."

เมื่อคุณอายุ 20 เธอถามคุณว่ามีแฟนหรือยัง
คุณขอบคุณเธอด้วยการพูดว่า ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย

When you were 21, she suggested certain careers for your future.
You thanked her by saying, "I don't want to be like you."

เมื่อคุณอายุ 21 เธอแนะนำอาชีพให้คุณสำหรับอนาคต
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า คุณไม่อยากเป็นอย่างเธอ

When you were 22, she hugged you at your college graduation.
You thanked her by asking whether she could pay for a trip to Europe.

เมื่อคุณอายุ 22 เธอกอดคุณวันรับปริญญา
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า อยากได้รางวัลไปเที่ยวยุโรปสักครั้ง

When you were 23, she gave you furniture for your first apartment.
You thanked her by telling your friends it was ugly.

เมื่อคุณอายุ 23 เธอให้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งในอพาร์ตเมนท์แห่งแรกของคุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกเพื่อนๆ ว่า มันช่างน่าเกลียดเสียนี่กระไร

When you were 24, she met your fiance and asked about your plans for
the
future.
You thanked her by glaring and growling, "Muuhh-ther, please!"

เมื่อคุณอายุ 24
เธอพบคู่หมั้นคู่หมายของคุณและถามคุณเกี่ยวกับแผนการในอนาคตน
คุณขอบคุณเธอด้วยการจ้องมองเขม็งพร้อมพูดว่า "แม่
โปรดเถอะอย่ายุ่งกับเรื่องนี้"

When you were 25, she helped to pay for your wedding, and she cried
and told you how deeply she loved you.
You thanked her by moving halfway across the country.

เมื่อคุณอายุ 25 เธอช่วยคุณจ่ายค่าใช้จ่ายงานแต่งงานและสินสอด
ร้องไห้และบอกคุณว่าเธอรักคุณแค่ไหน
คุณขอบคุณเธอด้วยการย้ายไปอีกฟากหนึ่งของประเทศ

When you were 30, she called with some advice o­n the baby.
You thanked her by telling her, "Things are different now."

เมื่อคุณอายุ 30 เธอโทรมาหาพร้อมกับแนะนำเรื่องการเลี้ยงเด็ก
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

When you were 40, she called to remind you of an relative's birthday.
You thanked her by saying you were "really busy right now."

เมื่อคุณอายุ 40 เธอโทรมาเตือนความจำคุณเกี่ยวกับวันคล้ายวันเกิดญาติ
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย

When you were 50, she fell ill and needed you to take care of her.
You thanked her by reading about the burden parents become to their
children.

เมื่อคุณอายุ 50 เธอเริ่มชราและไม่ค่อยสบาย ต้องการให้ดูแล
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่ามันเป็นภาระแค่ไหนที่จะต้องเลี้ยงดูเธอ

And then, o­ne day, she quietly died. And everything you never did
came crashing down like thunder.
"Rock me baby, rock me all night long."

และแล้ว วันหนึ่ง เธอจากไปอย่างเงียบสงบ และทุกอย่างที่คุณไม่เคยกระทำ
จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณอ
"เรียกแม่ไปเถอะลูก เรียกตลอดทั้งคืนนะ"

Please paid little bit attention to the o­ne you called "mom" .

โปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถีงความลึกซึ้งแด่คนที่เราเรียกว่าแม่
แม้จะไม่กล้าพูดออกมาก็ตามเถอะ

Nothing can replace her although sometimes she is not the o­ne who
mostly understand in you.

ไม่มีอะไรแทนที่เธอได้
แม้ว่าบางคราวเธออาจจะไม่ได้เป็นคนที่เข้าใจคุณมากที่สุด หรืออาจไม่เห็น

Or she may not agree with your thought but she still your "mom" and you
can
believe that she can do everything for you.

ด้วยกับความคิดของคุณ แต่เธอก็คือแม่ของคุณ
และเชื่อได้ว่าเธอจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคุณ รับฟังทุกปัญหาทุกความกังวล

Listen to your problems, every anxious . Do you have more time to
listen to her worry from work?

ถามตัวคุณเองดูเถิด
คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้าความกังวลใจของเธอจากการทำงานหรือจากในครัวไหม

Do you used to concern about her tired? Please love her so much
althoughshe and you have the conflict because when she pass away.

คุณเคยคิดถึงความเหนื่อยยากของเธอไหม
รักเธอให้มากแม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่างกัน เพราะเมื่อเธอจากไป

It's remain the memory and sad. Do not ignore the o­ne who closely to your
heart?
Love her more than you love yourself

จะเหลือเพียงความทรงจำและความเสียใจเท่านั้น
อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด รักเธอให้มากกว่าที่คุณรักตัวเอง

+++++++++++++++++++

รักแม่กันให้มากๆนะ...




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 1:40:12 น.
Counter : 97 Pageviews.  

1  2  

Joeharee
Location :
นราธิวาส Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Joeharee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.