์New zealand 2: Prepare








เตรียมตัวเที่ยวไม่ได้มีแค่เรื่องแผนการเดินทาง


เพราะเป็นทริปตามใจฉัน(หรือที่ใครๆเรียกกันว่าbackpack)เลยต้องทำการบ้านหนักหน่อยค่ะ หลังจากปรึกษาเพื่อนขาเที่ยวทั้งหลาย(ขอขอบคุณจากใจจริงๆกับข้อมูลมากมายมหาศาลของพวกเธอ > <) ตั้งกระทู้ถามในpantip(ขอบคุณคนที่เข้ามาตอบมากๆ) อ่านหนังสือนำเที่ยวทั้งไทยและเทศ อ่านเว็บรีวิวร่วมกับหาข้อมูลจากinternetเยอะมาก และพิจารณาสีหน้าของsponsorตอนเสนองบประมาณการไปเที่ยวในครั้งนี้ เลยได้ข้อสรุปว่า...
  1. เราจะเที่ยวทั้ง 2 เกาะ
  2. เราจะพัก hostel shared dorm
  3. เราจะเน้น trekking
  4. เราจะเช่ารถขับเอง

และตกลงกันว่า check-list สำคัญของทริปนี้คือ

  1. Waitomo glowworm cave
  2. Glacier trekking
  3. Milford Sound
  4. ดูดาวที่ Lake Tekapo

Sponsorใหญ่คงเห็นว่าเราสามารถขับรถได้ดีพอตัว ทั้งขึ้นดอยอ่างขาง เที่ยวเชียงราย ไปแม่ฮ่องสอนเราผ่านมาหมดแล้ว พอเปิดคลิปรีวิวroadtripในyoutubeให้ดู เลยอนุมัติแบบไม่บ่นอะไรมาก


เมื่อโครงการผ่านแล้ว ขั้นต่อไปเราต้องเตรียมตัวกันเอง ดังนี้ค่ะ


1.ทำวีซ่า+ขอpassport

เราเองมีpassportอยู่แล้ว เซ็คว่าวันไปมีอายุเกิน 6 เดือนเป็นพอ แต่น้องต้องไปทำpassportก่อนค่ะ จะได้นำไปยื่นขอวีซ่าต่อ ซึ่งเรายื่นขอวีซ่าทางไปรษณีย์ค่ะ เพราะไม่ว่างไปทำทั้งคู่ โดยใช้แบบฟอร์ม1017 แล้วก็แนบเอกสารต่างๆที่เค้าระบุไว้ ซึ่งเราเป็นนักศึกษายังไม่มีรายได้ก็ง่ายหน่อย เรื่องหลักฐานการเงินใช้statementของพ่อกับแม่ยื่นค่ะ เรากับน้องใส่เอกสารไปในซองเดียวกันเลย โดยเอกสารที่แนบไปคือ


  1. แบบฟอร์ม1017ที่กรอกเรียบร้อย (searchวิธีกรอกข้อมูลในgoogle 555)
  2. Passportตัวจริง + สำเนา
  3. statementของแม่
  4. ใบรับรองการเป็นนักศึกษาจากคณะ
  5. สำเนาทะเบียนบ้าน(เค้าไม่ได้บอกให้ใส่ค่ะ แต่ใส่ไปเพื่อนแสดงความเป็นแม่-ลูกค่ะ เพราะแนบstatementของแม่ไป แต่แม่ไม่ได้ไปด้วย)
  6. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศไทย
  7. เอกสารการจองที่พักในนิวซีแลนด์
  8. เอกสารการทำประกันการเดินทาง


จริงๆ 5)-7)เค้าไม่ได้ระบุให้แนบไปนะคะ แต่เพื่อนที่เคยทำวีซ่าบอกว่าหลักการคือเราต้องแสดงให้เค้าเห็นว่าเราตั้งใจแค่จะไปเที่ยวไม่ได้จะหลบหนีเข้าเมืองและสามารถsupportค่าใช้จ่ายต่างๆในทริปได้ ดังนั้นstatementไม่ได้ต้องมีตัวเลยเป็นหลักล้าน เอาแค่พอค่าใช้จ่ายในทริปก็พอค่ะ พวกเอกสารการจองต่างๆก็เพื่อแสดงว่าเราเตรียมที่พักและมีแผนจะเดินทางกลับแน่นอนอยู่แล้วไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ยาวแต่อย่างใด และประกันการเดินทางเพื่อแสดงว่าหากมีปัญหาฉุกเฉินเรามีประกันcoverค่าใช้จ่ายให้

ส่วนตัวเราคิดว่าtravel insuranceสำคัญมาก เพราะเพื่อนเคยต้องเข้ารพ.ด่วนตอนเที่ยวต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายจริงๆหลักแสนเลย แต่เพราะทำประกันการเดินทางไว้ เลยไม่ต้องเสียเงินเลยซักบาท ซึ่งเพื่อนที่เดินทางบ่อยๆเค้าแนะนำมาค่ะว่าให้อ่านเทียบดูหลายๆบริษัทว่าcoverอะไรบ้าง ต้องสำรองจ่ายรึเปล่า เลือกอันที่พอใจแล้วซื้อไปเลย ถ้าไม่มีอะไรก็แล้วไปแต่ถ้ามีอะไรขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหาค่ะ

สรุปว่า เราได้วีซ่าแบบ multiple (เข้า-ออก ได้หลายครั้งในระยะเวลาที่กำหนด) และน้องได้แบบ singleค่ะ (เข้า-ออกได้ครั้งเดียว)


2. เช่ารถ

การเช่ารถยุ่งยากกว่าที่คิด นอกจากจะเทียบราคา+ลักษณะรถแล้วยังต้องมีเรื่องเอกสารด้วยค่ะ เพราะกำหนดว่าตอนรับรถเราต้องวางมัดจำซึ่งจะรูดบัตรเครดิตหรือวางเงินสดก็แล้วแต่บริษัทค่ะและชื่อคนขับกับชื่อบนบัตรเครดิตต้องชื่อเดียวกัน ถ้าไม่ต้องการมัดจำต้องซื้อประกันแบบ full coverage (ราคา 20$/วัน ไม่ได้คืน) ซึ่งในกรณีของเราประกันการเดินทางที่ซื้อไว้ครอบคลุมจุดนี้ เลยไม่ได้ซื้อประกันของบริษัทรถเพิ่มค่ะ เลยต้องรูดบัตรเครดิตเพื่อล็อกวงเงินมัดจำรถ 2,000 NZD  เงื่อนไขกำหนดว่าเค้าจะล็อควงเงินของเราไว้หลังจากคืนรถแล้วไม่มีปัญหาจึงจะปลดล็อควงเงินนี้ นอกจากนี้ยังต้องคุยรายละเอียดด้วยว่ามีข้อจำกัดอะไรมั๊ย อย่างlimitระยะทาง, ห้ามขับบน unsealed road ไม่งั้นถ้าทำไปโดยไม่รู้จะโดนค่าปรับตอนคืนรถ แล้วก็ถ้าเราคืนรถคนละที่กับสถานที่รับรถจะมีการบวกราคาเพิ่ม(one way fee)แล้วแต่บริษัท(ของเราเช่ากับAceเค้าคิด 100$) และบางบริษัทไม่มีบริการให้เช่ารถข้ามเกาะค่ะ ใบขับขี่ก็ใช้ใบขับขี่smartcardได้ค่ะ หรือจะไปทำใบขับขี่สากลก็ได้(ยื่นเอกสาร+เงิน 505 บาท)


3. การเดินทางในประเทศ

เพราะอยากเที่ยวทั้งเกาะเหนือเกาะใต้เลยต้องต้องเรือข้ามเกาะ+เครื่องบินในประเทศค่ะ โดยเรือferryข้ามฟากนั้นมี 2 บริษัท คือ interislander กับ bluebridge ทั้ง 2 บริษัทสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามฝากได้(rateจะต่างกันแล้วแต่ชนิดรถ นำขึ้นได้ทั้งรถยนต์ campervan รถพ่วง มอเตอร์ไซค์) แต่เวลาของทั้ง 2 บริษัทจะไม่เหมือนกัน เลือกเวลาตามสะดวก ของinterislanderจะแพงกว่าประมาณ 10-20 NZD โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 55 - 70 NZD/คน แต่ถ้าใครนมีรถขึ้นไปด้วยจะบวกเพิ่มไปอีก ของเราเป็นรถยนต์เล็ก +100 NZD ส่วนเครื่องบินก็มีหลายสายการบิน แต่ถ้าบินระหว่าง Auckland กับ Christchurch จะมี low cost 2 เจ้าคือ Air New zealand กับ Jetstar

ปล. รวมแล้วตั๋วferryเราแพงกว่าตั๋วเครื่องบินอีก แต่วิวนี่สุดยอดเลย Queen Charlotte view เลยนะ > <


4. การจองที่พัก

ส่วนตัวแล้วเราชอบพักแบบ shared dorm ค่ะ แบบห้องละ 6-8 เตียง โดยหลายที่จะมีทั้ง mixed dorm (รวมหญิงชาย) และ female dorm (หญิงล้วน) ค่ะ

สำหรับที่พักแบบhostelจะมีห้องหลายแบบ  ห้องส่วนตัวพักได้ 1 คน ไปจนถึงพักได้ 4 คน(single/twin/triple/quad) และมีให้เลือกทั้งแบบห้องน้ำในตัว(ensuite) และห้องน้ำรวม(shared)

และห้องรวมที่เป็นเตียง2ชั้น/เตียงเดี่ยวหลายๆเตียง แบบนอนได้ 6-10 คน/ห้อง (หลายคนคิดว่าhostelจะมีแต่ห้องแบบนี้แต่ความจริงมีoptionให้เลือกเยอะกว่านั้น) และห้องรวมที่ว่ายังมีทั้งแบบห้องหญิงล้วน(female dorm) และ ห้องรวม(mixed)ด้วย


เราคิดว่า shared dorm ที่นี่ปลอดภัยมาก ตอนแรกนะเราไม่กล้าชาร์ทอะไรทิ้งไว้เลย แต่คนอื่นในห้องนี่ตั้งชาร์ทกันเกลื่อนเลย แต่ไม่ยักมีของหายซักที่ หลังๆก็เลยตั้งชาร์ททิ้งเหมือนกัน 555+

ที่พักทริปนี้จะตกประมาณ 25-37 NZD/คน/คืน (rate member YHA, BBH)

หลังจากวุ่นวายกันพอสมควร เราก็ได้มาครบทั้งวีซ่า passport สัญญาเช่ารถ ตั๋วเครื่องบิน+ตั๋วferryในนิวซีแลนด์ และbookingของที่พักตลอดทริปนี้ ^ ^



ใกล้จะได้ไปละๆ เตรียมความพร้อมอีกนิดหน่อย ตอนไปอยู่ที่โน่นจะได้ไม่ตกใจลนลาน
ความจริงของพวกนี้บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่ด้วยความที่เราไปเองหากเที่ยวแล้วมีปัญหาอะไรระหว่างทางต้องแก้เองหมด

เลยคิดว่าเตรียมการไว้หน่อยพร้อมไว้ก่อนดีกว่า 

  1. ตารางเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก
  2. สภาพอากาศแต่ละวัน
  3. ระยะทางและเวลาขับรถ
  4. ระยะเวลาในการทำกิจกรรม เช่น trekking, scenic flight
  5. Bookingที่พัก เช่ารถ กิจกรรมต่างๆ
  6. อาหาร
  7. เสื้อผ้าตามสภาพอากาศช่วงนั้นและกิจกรรมที่ทำ
  8. แลกเงิน เตรียมวงเงินบัตรเครดิต
  9. เตรียมGPSพร้อมmarkสถานที่ที่เราจะไป
  10. Printเอกสารจำเป็น เช่น voucher, confirm mail จากhostel


หลังเตรียมเอกสารกับที่พักเรียบร้อยก็เริ่มจัดโปรแกรมเที่ยวแต่ละวัน

จริงๆก่อนจองที่พักก็ตัดสินใจไว้แล้วว่าอยากเที่ยวเมือง ไหนอะไรยังไง คราวนี้ก็มาแพลนละเอียด

เราเป็นตารางเวลาประหนึ่งทัวร์(ที่ทั้งทัวร์มีกันแค่ 2 คน 555)



อันดับแรกก็หาตารางพระอาทิตย์ขึ้น-ตกของแต่ละวันก่อน

ใครว่าไม่สำคัญ? จริงๆแล้วเราว่าสำคัญมาก

เพราะเราจะได้รู้ว่าแต่ละวันเรามีเวลาเที่ยวกี่ชั่วโมงกันแน่

ซึ่งช่วงที่เราไปสรุปได้ว่าเรามีเวลาเที่ยววันละ 10 ชม.(แบบมีแสงอาทิตย์)

เช็คเวลาแล้วก็ควรเช็คสภาพอากาศแต่ละวันไปล่วงหน้า เพราะบางวันเค้าบอกเป็นrainyเราจัดทริปวันนั้นไปtreking

ก็คงกร่อยน่าดู ควรจัดทริปให้เข้ากับสภาพอากาศ หรืออยากไปเสี่ยงก็ลุ้นดี 555


เวลาที่ใช้ในการขับรถระหว่างเมืองต่างๆ

อันนี้หาได้ง่ายตามเว็บทั่วไป แค่searchไปว่า driving time new zealand ก็พรึบเลย

ซึ่งเวลาที่บอกไว้เป็นระยะทางและเวลาคร่าวๆ เราก็เผื่อเวลานิดหน่อย

แต่ตอนไปจริงก็ไม่ต่างกันมากกับเวลาที่เค้าบอกไว้ เราเลยได้เวลาเที่ยวแต่ละที่เพิ่ม

ที่ไปคราวนี้เราขับรถ nissan tiida ซึ่งเป็นรถเล็ก ทางระหว่างเมืองขับประมาณ 80-120 km/hr 

แต่ถ้าช่วงไหนโค้งเยอะก็ 40-60 km/hr หยุดแวะชมวิวตามจุดชมวิวข้างทางเป็นระยะ ก็ใช้เวลาตามเค้าบอกนะ

แต่ถ้าเลือกขับรถใหญ่ๆอย่าง camper van หรือหยุดถ่ายรูปหลายๆที่นานๆอาจต้องเพิ่มเวลาอีก 1-2 ชั่วโมง

เพราะหลายช่วงถนนโค้งเยอะขับรถคันใหญ่อาจขับเร็วไม่ได้ หลังจากข้อมูลครบแล้วก็เริ่มแพลนโลดเลยจ้า!!

ทริปของเรานั้นตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะเดินพวก short track เป็นส่วนใหญ่ และไม่เน้นถ่ายรูป

ซึ่งบางอันไม่ถือว่าเป็นtrackด้วยซ้ำเพราะเดินแป๊บเดียวเอง 555

เราเน้นหาข้อมูลจากเว็บการท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์เป็นหลัก เพราะข้อมูลเค้าอ่านง่ายและครบถ้วนดีมากอยู่แล้ว(แต่เป็นภาษาอังกฤษนะคะ) และอ่านรีวิวของtrackตามเมืองต่างๆทั้งรีวิวไทยและต่างชาติ

ข้อมูลtrackต่างๆในเว็บการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์อยู่ในหมวด walking&tramping

จะแบ่งเป็นเมืองๆ มีบอกหมดทั้งเวลาที่ใช้ในการเดิน ความยากง่าย จุดแวะชมวิวในแต่ละtrack แถมมีรูปประกอบพร้อม

เวลาก็ไม่ค่อยต่างจากเดินจริงมาก แถมถ้าเป็นทางง่ายๆจะใช้เวลาน้อยกว่าที่เค้าบอกไว้ด้วยซ้ำ

เพราะงั้นถ้าเลือกจะเดินtrackไหนก็เผื่อเวลาไว้ตามนั้นได้เลย ถ้าเดินเร็วก็จะได้อยู่ชมวิวนานหน่อย

ถ้าเทียบกับตัวเอง เราเป็นคนที่ไม่ฟิตเลยยยย และระหว่างทางมีหยุดถ่ายรูป แวะนั่งชิลกินขนม/ชมวิว

ยังเดินทำเวลาได้เร็วกว่าที่เค้าบอกไว้ เลยคิดว่าคนอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา แต่อันนี้ทางที่เดินอย่างมากก็ระดับmoderate

ถ้าทางระดับ hard, advance, expert อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน 555


กิจกรรมต่างๆที่ตั้งใจจะทำ

ถ้าเรามีวันเวลาคร่าวๆอยู่ในใจก็ book ล่วงหน้าใน bookme หรือ grabone ไปก่อนก็ดี

จะได้ราคาถูกกว่า walk-in และที่นี่รับvoucherอย่างเต็มใจเลย บริการดีเหมือนลูกค้าคนอื่น

ไม่ต้องกลัวว่าจะserviceเราไม่ดี

แต่ไงก็ต้องดูเงื่อนไขvoucherให้ดี แล้วก็เช็คเวลาเปิด-ปิดของแต่ละที่ไว้ด้วย


อาหาร

เราเตรีมมาม่า น้ำจิ้มซีฟู๊ด ผงรสดี แล้วก็พวกเครื่องแกงสำเร็จรูปไป แต่ใช้ไม่หมด!! 555

พอไปจริงทานที่เตรียมมาบ้าง ทานร้านบ้าง ซื้อขอซุปเปอร์มาทำบ้าง

ราคาถ้าทานที่ร้านก็ 30-60$ แล้วแต่ร้าน (แบบ 2 คนกินอิ่มๆ และมีสั่งเครื่องดื่ม beer wine อะไรงี้ด้วย)

ถ้าซื้อของในซุปเปอร์ก็ 15-40$ แล้วแต่มื้อ ความจริงเราเตรียมค่ากินมาเยอะเลย แต่เหลือบานเบอะเพราะอาหารที่นี่จานใหญมวากกกกก เรากิน 2 คน ส่วนใหญ่สั่ง main disc กับ side disc อย่างละจานแบ่งกันกินก็อิ่มแล้ว 
วันแรกนี่เสียดายของมาก สั่งกันคนละชุดแล้วเหลือบานเบอะจนเจ้าของร้านเดินมาถามว่าไม่อร่อยเหรอ! 
ป่าวค่ะ...พวกเรากินไม่หมดจริงๆ แค่นี้ก็อิ่มไปถึงพรุ่งนี้แล้ว T T
ร้านอาหารที่นี่อร่อยมาก เราดูจากร้านที่ติดtopในรีวิวของtripadvisorในเมืองนั้นๆ ก็โอเคเลยนะ แม้หลายๆร้านจะไม่ได้อยู่ในlistของคนไทยก็ตาม 
แล้วก็ถ้าใครจะกินพวกcrayfishเตรียมพวกน้ำจิ้มซีฟู๊ดไปด้วยก็ดี เพราะน้ำจิ้มเค้าจะเป็นพวก salad dressing อาจไม่แซ่บ



เสื้อกันหนาว 

อันนี้แล้วแต่ฤดูที่ไปและกิจกรรมที่ทำ เราไปช่วงautumnเค้าบอกอากาศประมาณ 5-16 องศา แล้วแต่วัน

แต่ส่วนใหญ่เวลากลางวันจะ12-16 องศา เลยเตรียมเสื้อหนาว ลองจอนและเสื้อแขนยาวหนาๆไปเยอะ

แต่กลายเป็นว่ากิจกรรมเราtrekkingเยอะ เสื้อผ้าที่เตรียมเลยร้อนไป! T T เหงื่อซ่กมาก

ถ้าทริปเป็นแนวนี้ไม่ต้องเตรียมเสื้อหนาๆมาเยอะก็ได้

แค่เสื้อลองจอน(ไม่ต้องบุขนยังได้เลย) กับเสื้อยืด/เสื้อแขนยาวธรรมดาก็พอ

มันหนาวแค่ตอนเริ่มเดิน เอาเสื้อกันหนาวห่มไปก่อนพอเดินไปซัก 10 นาทีก็ร้อนจนต้องถอดทิ้งแล้ว!

หลังๆ ใส่แค่ลองจอนบาง+เสื้อยืดแขนสั้น+เสื้อยืดแขนยาว+เสื้อกันหนาวหนาๆ

ข้างล่างก็กางเกงลองจอนบาง+กางเกงยีนส์ธรรมดา พอเดินไปเรื่อยๆนี่ลอกคราบทีละชั้นเลยอ่ะ 555+

ในที่พักก็มีฮีตเตอร์เอาชุดนอนหนามานี่นอนเหงื่อซ่กเหมือนกัน เสื้อยืดขาสั้นยังได้เลย 

ตอนกลางวันถ้าวันไหนพยากรณ์อากาศเป็นsunnyนี่ร้อนเลย เราใส่เสื้อยืด+ยีนส์ก็สบายๆ

เสื้อแขนยาวหนาๆแทบไม่ได้ใช้เลยเสียใจว่านี่ช้านขนมาทำม๊ายยยย 

จริงๆไม่ต้องเตรียมชุดไปเยอะก็ได้ ที่โน่นมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ มีเครื่องปั่นแห้ง ราวตากผ้ายังมีเลย! 

ค่าซักค่าปั่นก็ 3-4$/ถัง แล้วแต่ที่ ส่วนเสื้อกันน้ำกันลม และเสื้อกันฝนเตรียมไปด้วยก็ดี บางทีฝนตก หรือมีทัวร์ชมน้ำตกอย่าง Milford sound จะได้ไม่เปียกและเข้าร่วมกิจกรรมได้เต็มที่ ตอนไป milford sound เราเป็นแก๊งดาดฟ้า แทบจะไม่ได้นั่งในเคบินเลย 555



แลกเงิน 

คิดว่าควรคำนวนค่าใช้จ่ายคร่าวๆแล้วแลกเงินสดไปจะคุ้มกว่า 

เพราะบัตรเครดิตต้อง+ค่าประกันอัตตราแลกเปลี่ยน+vat เพิ่มอีก ใช้เงินสดก็ประหยัดตรงนี้ไปได้หน่อย

ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนช่วงไหนถูกๆก็แลกไปเลย แลกใกล้ๆอาจได้rateแพงหรือไม่มีเงินให้แลก

เราโทรไปถามร้านแลกเงินก่อน เพราะเพื่อนบอกว่าเคยจะไปแลกตอนใกล้ทริปแต่เค้าไม่มีเงิน ณ ตอนนั้น แพลนเกือบพัง

เราเองตอนไปถามที่ธนาคาร(ต่างจังหวัด)ตอนแรกเค้าบอกไม่มีตอนนี้ ต้องสั่งจำนวนเงินที่ต้องการแล้วรอประมาณอาทิตย์นึง 

ดีนะที่เพื่อนบอกไว้ แบบถ้าแลกวันนี้ไปพรุ่งนี้คงไม่ทันอ่ะ 

rateที่แลกได้ก็ 23.85 แต่ช่วงก่อนไปrateขึ้นไปถึง24.50เลยอ่ะ ตอนเห็นนี่ดีใจมากที่แลกไปก่อน

อย่าลืมเผื่อค่าน้ำมันรถและเงินสำรองไปด้วย

เรื่องการใช้จ่ายที่นี่เกือบทุกที่รับทั้งเงินสดและบัตรเครดิตก็จริง

แต่เตรียมบัตรไปเผื่อก็ดีค่ะ บางที่รับแต่บัตรเครดิตด้วยซ้ำ เช่น ปั๊มน้ำมันแบบเติมเอง ซื้อน้ำหนักกระเป๋าที่สนามบินเพิ่ม (โดนมาแล้ว T T)




GPSจำเป็นแค่ไหน?

เราว่าจำเป็นแค่ในเมือง เพราะทางระหว่างเมืองมีป้ายบอกทุกแยก และชัดเจนไม่หลงแน่นอน

แต่เพื่อความปลอดภัยศึกษาเส้นทาง/markจุดในGPSมาก่อนก็ดีค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา

ทริปนี้เราจองที่พักล่วงหน้าก็เลยไม่ต้อง walk in หาที่พักในแต่ละวัน

ถ้าไม่ได้ bookไว้ก่อนก็ควรเผื่อเวลาไว้ด้วย เพราะที่พักรีวิวดีๆก็เต็มได้แม้ไม่ใช่ high season

ถ้าจองที่พักล่วงหน้าไว้ก็ปริ้นพวกbooking/confirm e-mail มาด้วยก็ดีค่ะ จะได้สะดวกรวดเร็วในการ check-in


ถ้าพร้อมแล้วก็ Let's Go!!!




RealCPK




Create Date : 22 ตุลาคม 2559
Last Update : 28 ตุลาคม 2559 3:30:27 น.
Counter : 275 Pageviews.

2 comment
New zealand 1: Plan








Plan to New zealand



เพราะจะbackpackเลยเตรียมตัวนานมาก สุดท้ายก็สรุปเป็นแพลนนี้ขึ้นมา
ตอนแรกคิดว่า 14 วันเนี่ยเยอะละ (หลังจากตัดเวลาเดินทางไปเหลือเวลาเที่ยวจริงๆประมาณ 12 วัน)
แต่พอได้ไปจริงๆมันมีความรู้สึกว่า  เฮ้ย...อยู่เป็นเดือนยังได้เลยว่ะ!!
เพราะเป็นประเทศที่สวยมากจริงๆ จนตอนนี้ยังคิดว่าที่เราไปเที่ยวและสิ่งที่ได้เห็นได้ทำในตอนนั้นมันฝันไปรึเปล่า!!
 (โคตรเว่อร์เลยว่ะ 555) แต่คิดงั้นจริงๆ 
ถ้ามีเวลาว่างยาวๆจะไปอีกแน่นอน > <





Day 1

Bangkok - Kuala Lumpur - Auckland

Auckland - Hamilton - Waitomo

Duration

Bangkok - Auckland

13 hr

Auckland airport - Hamilton (119 km)

1 hr 40 min

Hamilton gardens


Hamilton - Waitomo ( 72 km)

1 hr 30 min

Day 2

Waitomo - Taupo - Turangi

Duration

Glowworm cave tour

4 hr

Waitomo - Huka falls ( 155 km )

2 hr

Huka falls


Wairakei Terraces Hot pools


Taupo lake


Taupo - Turangi ( 62 km )

1 hr

Day 3

Turangi - Wellington - Picton

Duration

Turangi - Ferry terminal Wellington (319 km)

4 hr 20 min

Wellington Waterfront walk

Mt Victoria Lookout


Ferry from Wellinton to Picton

4 hr

Day 4

Picton - Kaikoura - Christchurch

Duration

Picton - Ohau Point ( 130 km )

2 hr

Ohau stream walk (babyseal colony)

Whale watch scenic flight


Kaikoura Peninsula Walkway


Kaikoura - Christchurch (181 km)

3 hr

Day 5

Christchurch - Arthur's pass - Punakaiki

Duration

Christchurch Botanic garden

Christchurch town

Christchurch - Springfield (54 km)

1 hr

Springfield - Arthur's pass ( 93 km )

1 hr 30 min

Devils punchbowl walk


Arthur's pass - Punakaiki ( 140 km)

2 hr 30 min

Day 6

Punakaiki - Greymount - Holitika - Franz Josef

Duration

Truman track

Pancake rocks


Punakaiki - Hokitika (87 km)

1 hr 30 min

Hokitika gorge 

Hokitika - Franz Josef ( 135 km )

2 hr

Franz Josef glacier 

Peters pool 

Sentinel Rock 



Hot pool 

Day 7

Franz Josef - Haast - Wanaka

Duration

Franz Josef - Lake Matheson (24 km)

30 min

Lake Matheson walk (2.6 km)

Lake Matheson - Thunder creek falls (175 km)

2 hr 30 min

Thunder creek falls, Fantail falls


Thunder creek falls - Blue pools (21 km)

30 min

Blue pools walk (1.5 km)

Blue pools - Wanaka (73 km)

2 hr

Puzzling world (15.30)

Day 8

Wanaka - Arrowtown - Queenstown

Duration

Wanaka - Arrowtown (57 km)

1 hr 30 min

Arrow river trail

Arrowtown - Queenstown (22 km)

1 hr

Shopping

Bob's peak/Gondola/Luge


Day 9

Queenstown - Milford Sound - Queenstown

Duration

Milford Sound tour


Day 10

Queenstown - Mt. Cook - Lake Tekapo

Duration

Queenstown - Mt Cook ( 266 km )

3 hr 30 min

Hooker Valley track ( 5 km)

Kea point track ( 3 km)
Tasman valley walk track

Mt Cook - Lake Tekapo (104 km)

1 hr 30 min

Day 11

Lake Tekapo - Christchurch

Duration

Lake Tekapo - Christchurch ( 257 km )

3 hr

Flight from Christchurch to Auckland

1 hr 30 min

Airbus Auckland airport - Auckland city

1 hr

Sky tower, City walk

Waterfront walk


Day 12

Auckland - Kuala lumpur - Bangkok

Duration

Airbus Auckland city - Auckland airport

1 hr

Auckland - Bangkok

13 hr



Plan trip diary 


ความจริงทริปนี้มันมีอะไรมากกว่าไปเที่ยวนะ เพราะมันเป็นปลายทางในฝันที่อยากไปมากที่สุดตั้งแต่จำความได้

คือถ้ามีคนถามเราว่า "แกจะไปประเทศไหน?ถ้าทั้งชีวิตนี้เลือกไปต่างประเทศได้แค่ครั้งเดียว" เราจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า  "New zealand!!!"  

แหม...ก็ประเทศเค้าสวยซะขนาดนั้น > <  เคยอ่านหนังสือท่องเที่ยวของพ่อตอนเด็กๆแล้วภาพมันสวยมากๆเลยอยากไปตั้งแต่นั้น ยิ่งได้ดู Lord of the ring เอย The Hobbit เอย ก็ยิ่งอยากไปเข้าไปใหญ่

แต่ฝันก็คือฝัน เพราะคณะที่เรียนหาวันหยุดยาวยาก แถมทริปยังแพงมหาโหด เราเลยได้แต่อ่านรีวิวของคนอื่นไปอิจฉาไป T T 

จนเรียนมาถึงปีสุดท้าย.... ณ ช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายก่อนจบนั่นเอง มีเพื่อนในคณะมาถามว่า "แกๆ ไปนิวซีแลนด์กันปะ? 

ไม่ชวนเปล่า พวกนั้นยังขู่อีกว่า...  เฮ้ย ช่วงหลังเรียนจบเนี่ยถ้าแกไม่ไปเที่ยวแกจะติดแหง็กไม่ได้ไปไหนอีก 3 ปีเลยนะเว้ย!! ช่วงนี้มีโปรตั๋วถูกด้วย!!"

เราก็แบบ...เฮ้ย จริงว่ะ ต่อไปพอเริ่มทำงานนี่ชีวิตรันทดกว่าตอนเรียนอีก ตอนแรกเราก็คิดในใจว่าที่ว่าตั๋วถูกเนี่ยมันจะถูกแค่ไหนเชียว ไม่ต่ำกว่า 2.5หมื่นแน่ๆ แต่ๆๆๆ พอลองกดตั๋วในเว็บสายการบินดูเท่านั้นแหละ!!!

!!!ไปกลับรวมทุกอย่างแล้ว 1.8หมื่น!!!

หลังจากตบหน้าตัวเองไป 3 รอบ ก็มั่นใจว่านี่คือเรื่องจริง!!! คืนนั้นเลยโทรไปหาขุ่นแม่อย่างไว "แม่ๆ ตั๋วไปนิวซีแลนด์ไม่ถึง2หมื่นอ่า ช่วงรอจับฉลากขอจัดทริปได้ป่าววววววว ไม่ไปช่วงนี้จะไม่ว่างอีก 3 ปีเลยน้าาาาา(ทำเสียงอ้อนสุดฤทธิ์)" สุดท้ายไม่ทราบด้วยความใจดีของแม่ หรือด้วยความสงสารสภาพสะบักสบอมของเราจากการเรียนคณะมหาโหดนี้ แม่ก็อนุมัติและยอมเป็นsponsorรายใหญ่อย่างเป็นทางการ >~<


แต่ๆๆ กลายเป็นว่า....

เวลาว่างเรากับเพื่อนไม่ตรงกันแล้วกลุ่มที่ไปเป็นชายล้วน 3 คนจัดทริปแบบcampervan เราเลยตัดสินใจไม่ไปด้วย ดูเหมือนจะล่มซะละ แต่หลังจากมีความหวังว่าจะได้ไปแล้วเราไม่ยอมให้ทริปที่ยังไม่ทันplanล่มหรอก!! เลยลองsearchข้อมูลดูเรื่องความปลอดภัยและการเดินทางต่างๆ พบว่า new zealand เป็นประเทศที่ปลอดภัยมากประเทศนึงเลย ผู้หญิงสามารถเที่ยวคนเดียวได้สบายๆ แต่จะไปคนเดียวได้ยังไง แม่ไม่ยอมแน่นอน เราเลยต้องหาเหยื่อ เอ้ย...เพื่อนร่วมทางใหม่ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...น้องสาวเราเอง 5555

หลังจากคุยกันแล้ว เหมือนน้องจะเห็นแก่พี่สาวตาดำๆ(หรือเห็นแก่เที่ยวก็ไม่ทราบ 555) ตกลงยอมไปเป็นเพื่อนค่ะ (Yeahhhh) หลังดูฤกษ์ยามแล้วก็ตกลงจะไปกันช่วงปลายเดือนเมษารวม 14 วัน แต่ถ้านับเฉพาะวันเที่ยวก็ประมาณ 12 วัน

และ!!! วิธีกันทริปล่มที่ดีที่สุดคือการจองตั๋วเครื่องบินค่ะ!! แต่ว่าเมื่อกดเข้าไปดูในเว็บ...ราคาตั๋วมันขึ้นค่า!!! T T

กลายเป็นเกือบ3หมื่น ใจแป้วเลย ถึงกับบุ๊คตั๋วairasiaไว้เพราะกลัวมันจะยิ่งแพงไปกว่านี้ ปรึกษากันแล้วน้องสาวเลยตัดสินใจบุกสำนักงานใหญ่ค่ะ!

น้องเสียสละไปซื้อตั๋วที่สำนักงานใหญ่ของ Malaysia Airline เย็นวันนั้นนางโทรมาบอกว่า "เธอๆตั๋วมันหมื่นแปดที่ไหนกัน..." เราฟังแล้วใจเสียเลยคิดว่าคงได้ตั๋วแพงแน่ๆ T T 

แต่น้องก็พูดต่อว่า.... "17,500เอง!!! มีทอนด้วยนะ!" เรานี่กรี๊ดลั่นรพ.เลย!!! > <

สรุปว่าทริปนี้ได้ตั๋วไป-กลับนิวซีแลนด์ในราคา 17,500฿ มีทอน (ไม่รู้ชาตินี้จะได้เห็นตั๋วราคานี้อีกรึเปล่า ณ จุดนี้ขอตบหน้าตัวเองอีก 3 ที นี่ชั้นไม่ได้ฝันอยู่ใช่ม๊ายยยยย)
และคุณงามความดีครั้งนี้น้องถึงกับบอกว่า..."ห้ามบอกว่าฉันไม่ได้ช่วยทำอะไรเรื่องทริปเลยนะ!" ....ค่ะขุ่นน้อง ขุ่นพี่แค่อ่านรีวิวที่เที่ยวทั้งหมดแล้วแพลนเส้นทางขับรถ
แค่แพลนที่ที่จะไป จองรถเช่า จองที่พัก และเป็นคนขับรถ แค่นั้นเองค่าาาาา 555





RealCPK





Create Date : 22 ตุลาคม 2559
Last Update : 28 ตุลาคม 2559 2:45:27 น.
Counter : 365 Pageviews.

0 comment

chutimon_k
Location :
ยะลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]