Group Blog
 
All blogs
 

work and travel 2006 ตอนที่ 10

15 มีนาคม...เริ่มงาน


วันนี้ไอ้เมย์เริ่มการทำงานตามปกติด้วยความตื่นเต้นน้อยกว่าวันก่อนนิดหน่อย คล้ายว่าเรามีการซ้อมไปแล้ว (แหกไก่หมดครัว !!)


ไปถึง Chick Fil-A หรือเรียกย่อๆว่า CFA แต่เช้า ไอ้เมย์กับมินท์ต้องตรากตรำทำงานตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ถึง 3 โมงเย็น เป็นเวลารวม 8 ชั่วโมงพอดิบพอดี โดยรับเงินค่าเหนื่อยชั่วโมงละ $7 (ในปี 2006) ยังไม่พอใจนะ มันต้องมี Second job หรืองานที่สองอีก มันจะได้เก็บเงินได้เยอะขึ้น แต่ยังต้องรอให้อะไรๆเข้าที่เข้าทางซะก่อน


การทำงานที่ CFA เริ่มจากทุกๆเช้า เราต้องมาเช็คสลัดที่เค้าทำกันไว้แต่ขายไม่หมด ถ้ายังดูเหมือนใหม่ก็เอาไว้ขายต่อ หยิบเศษผักคล้ำๆทิ้ง


จากนั้น เราก็นำ Chargrilled (มันจะคล้ายๆไก่ย่าง คือไก่เมื่อวานที่แหกไว้ เอามากริล แล้วก็หั่นด้วยเครื่องตัดจนออกมาเป็นเส้นเป็นชิ้นยาวๆ) มาวางบนแป้งแผ่นกลม ใส่ผักและม้วนเป็นพัฟ อันนี้เราก็เอาของเก่ามาดูอีก ว่าชีสข้างในละลายรึยัง ถ้ายังก็เก็บไว้ขายต่อ ถ้าละลายแล้วเราก็ทิ้งไป


ก็คงไม่ต่างจาก Fast food เมืองไทยเท่าไหร่ บางทีเราอาจต้องกินของเก่ากันบ้าง


พวกฝรั่งจะบอกว่า “Throw it away” (ทิ้งไปซะ) สำหรับอันที่เสียแล้ว


และ “That’s Good one” (อันนั้นใช้ได้) สำหรับอันที่ใช้ได้ 


เวลาเราทำถูกใจ พวกฝรั่งก็จะชื่นชมราวกับว่า เราเก็บเงินล้านไปคืนเจ้าของได้ “Good job” ช่างเป็นกำลังใจที่ดีอะไรเช่นนี้


และ “Here we go” (อย่างนั้นแหละ) แปลประมาณนั้นแหละอย่าไปคิดมาก ถ้าแปลว่า “นี่เราไป” ก็ว่าไปอย่าง งงกันวุ่นวายอีก ไปไหนวะ งง


แล้ววันนี้ไอ้เมย์ก็ทอด Fries หรือที่บ้านเราเรียกว่า เฟร้นช์ฟรายส์ มันฝรั่งทอดแท่งๆ แต่ที่ CFA มีเอกลักษณ์มาก มันฝรั่งของเขาเป็น Waffle fries หั่นเป็นแว่นๆ มีรูๆเหมือนตาข่าย



 


จะเห็นได้ว่าไอ้เมย์ทำงานเหมือนจะสบายนะ งานแค่นี้เอง ก็สบายจริงๆแหละ ยังสบายอยู่ เนื่องจากยังเป็นช่วง Low season นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยกรูกันมากิน


ขณะไอ้เมย์กำลังทำอาหารต่างๆอยู่อย่างเมามัน มันก็ได้แอบกินไอ้นั่นไอ้นี่จนเกือบอิ่ม เนื่องจากไม่ได้กินอาหารเช้ามา เลยต้องสนองกระเพาะอาหารซะหน่อย อันไก่ย่างที่ว่านั่น นุ่มๆอุ่นๆ อร่อยเป็นบ้า กินกับมะเขือเทศที่เตรียมไว้ทำสลัดอีกนะ วั๊วๆๆๆๆๆว้าววว สุดยอดแห่งความอร่อยจริงๆ


“รึว่ากูเพิ่งได้แตะเนื้อสัตว์ครั้งแรกในรอบ 3-4 วันวะ”


ต่อมา ไอ้เมย์ก็ต้องคอยเติมนักเก็ต ซึ่งวัยรุ่นอย่างพวกเราคงรู้จักกันดี ไม่ต้องอธิบาย แต่ถ้ายังสงสัย ก็ลองไป KFC และสั่ง นักเก็ตดู


ไอ้เมย์ต้องคอยเติมนักเก็ตใส่กล่อง Size ต่างๆ และวางเติมลงในช่องหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งเวลาคุณไป KFC คุณลองสังเกตนะ พอคุณสั่งแล้วพนักงานจะหันมาสั่งข้างหลัง และหยิบของที่สั่งตรงชั้นด้านหลังนั่นเอง นั่นแหละ ที่ๆไอ้เมย์มันทำงานอยู่ข้างใน เตรียมนักเก็ต เฟร้นช์ฟรายส์ แซนด์วิช


แฮมเบอร์เกอร์ที่นี่เขาเรียกแซนด์วิชนะ



ส่วนผสมตัวเอกของแซนด์วิชอเมริกันเขาจะมีดังนี้ (รู้ไว้ไม่เสียหายนะจ๊ะ)


Bun (ขนมปัง) มีแบบธรรมดา กับแบบ Wheat เป็นขนมปังธัญพืช กินแล้วเจ็บเหงือก แต่ขับถ่ายดี


Cheese (ชีส) มี White cheese และ American cheese


Chicken (ไก่) มีไก่ทอด กับ ไก่ย่างหรือที่เรียกว่า Chargrilled


Lettuce อ่านว่า เหล่ดิส (ไม่ใช่ เล็ดตุ๊ดส์ อ่านตามฝรั่งเขานะคะนักเรียน อ่านตามสิค้า...) เป็นผักกะหล่ำที่หัวใหญ่มาก


Romaine อ่านว่า โรเมน หรือผักกาดหอมหัวยาวๆ สีออกเขียวเข้มกว่า Lettuce


Tomato หรือ มะเขือเทศทั่วๆไปนั่นแหละ โถ่แม้โท่!!


Pickle หรือ แตงกวาดอง


Bacon อ่านว่า เบเกิ่น ฝรั่งมันอ่านอย่างงี้จริงๆนะเนี่ย เบ-เกิ่น ลองออกเสียงแรดๆดู ฟังตอนแรกยัง งงเลย อะไรเบ๊กๆ เพราะมันไม่เน้นคำหลัง ได้ยินแต่เบ๊ก เบ๊กไรฟะ งงจนมันไปหยิบมาให้ดู “อ๋อ เบค่อนนั่นเอง” ทำไมมันไม่พูดว่าเบค่อนตั้งแต่แรก


โดยงานทั้งหมดในวันนี้ผ่านมาได้ด้วย แคทเธอรีน่า สาวผิวหมึกหุ่นหมู นั่นเอง แต่รู้สึกว่าเธอดูเหนื่อยใจที่ไอ้เมย์มันไม่ค่อยเข้าใจที่เธอสอนนะ ก็มันยังไม่ชินสำเนียงนี่นะ แต่ไม่ต้องห่วง อยู่ๆไปเราจะฟังออกเอง อย่าเพิ่งท้อแท้


-..-


>




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 20:12:51 น.
Counter : 212 Pageviews.  

work and travel 2006 ตอนที่ 9

                 ช่วงค่ำๆ มีเพื่อนใหม่มาถึงบ้านอีกคน ชื่อเจน ก็เลยลากๆกันไป ช้อปปิ้งที่ Publix (Supermarket หน้าหมู่บ้าน) กับพวกบอส ตาล มินท์ เก่ง และศิ อากาศหนาวมากๆ แล้วขากลับมีหญิงฝรั่งวัยกลางคนมาบอก ขอติดรถกลับด้วย กระเป๋าตังค์หาย สงสัยเห็นพวกเราเข็นรถเข็น เลยนึกว่าพวกเรามีรถ บอส หนุ่มไทยสไตล์ฮิปฮอปร่างสูงอวบ หันไปโบกมือ


“No no.. walk !!” หรือแปลเป็นไทยว่า “เดินกลับค๊าบบ...”


คือ ความจริงแล้ว พวกเราซื้อของเยอะมาก เลยจะแอบเข็นรถกลับบ้านด้วย รถเข็นที่เข็นมา ก็อยู่ในบ้านนี่แหละ คันที่ 2 แล้วด้วยนะ


กระดาษทิชชูที่นี่ขายแพคละ 300 กว่าบาท แต่คิดว่าดีนะ แพงๆแบบนี้ จะได้ใช้กันอย่างประหยัด ไม่ใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนในไทย ตัวไอ้เมย์เองก็ใช้เปลืองอยู่เหมือนกัน พอมาเห็นแบบนี้เลยทำให้คิดได้ อยู่ที่นี่ ต้องปลิดทีละตอน มันแพง


 กลับถึงบ้าน พวกบอส ตาล (เป็นแฟนกัน) เล่าเรื่องงานที่โรงแรมให้ฟัง พวกนี้ทำงานเป็นแม่บ้าน บอสเล่าเรื่องเด็ดๆให้ฟังพร้อมทำท่าทางประกอบ


“วันนี้เห็นคนเอากันเว่ย นี่เลย กำลังเข็นของอยู่ ผ่านห้องนั้นมันไม่ยอมปิดกระจก เข็นผ่านไปครึ่งคันละ เพิ่งหันมาเห็น เลยคิดหาทางเข็นกลับไปดูอีกที”


ทุเรศจริงๆ


                 สักพักบอสตะโกนบอก


“เฮ้ยๆๆ มานี่ๆ มีฉากเลิฟซีนหน้าบ้าน”


ไอ้เมย์กับพวกก็วิ่งไปผลุบๆโผล่ๆ แอบดูตรงช่องกระจกหน้าประตู เห็นฝรั่งวัยรุ่นมันจูบกันหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม ไอ้เก่งเพิ่งรู้เรื่องก็เดินแทรกตัวเข้ามาแอบดูบ้าง แต่คู่รักนั่นดันเลิกจูบกันซะก่อน


“แม่ง...ไปแล้วอ่ะ” ทั้งทำหน้าเสียดายสุดฤทธิ์


สำหรับวันนี้ ไอ้เมย์ขอเสนอศัพท์ใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้เรียกฝรั่งที่ชอบใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นไม่สะทกสะท้านกับอากาศหนาวเหน็บ ว่า “กบ” เพราะกบเป็นสัตว์เลือดเย็น อยู่ที่เย็นเท่าไหร่ก็รับได้ แต่อยู่ในที่ร้อนปรับได้ไม่นาน อย่างเช่น เวลากบโดนต้มก็จะตาย เอ่อ... ใครโดนต้มก็ตายเหมือนๆ กันมั้ย ??


แล้วพวกกบเนี่ย เต็มเลยนะ ไม่หนาวกันรึไงวะ ไม่เข้าใจเลย


-..-

               เอาล่ะ ไอ้เมย์พาเล่นมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเข้าสู่การทำงานอย่างจริงจัง มาดูกันว่า ในระยะเวลา 3 เดือนเต็ม ไอ้เมย์มันได้ทำงานอะไร ทำอย่างไร ทำ Second job อะไร ได้เงินเท่าไหร่ เจอปัญหาอะไรบ้าง มันแก้ปัญหายังไง แต่ที่แน่ๆ มีหลายปัญหาหลายรสชาติจริงๆ




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 20:04:14 น.
Counter : 120 Pageviews.  

work and travel 2006 ตอนที่ 8

               บ่าย 2 เริ่มงาน Ashlee, Manager ที่สัมภาษณ์ไอ้เมย์วันก่อน พา 2 สาวไทยใจงามเข้าไปในครัว ซึ่งเป็นอันรู้ว่า คงได้งานในส่วนเบื้องหลังสินะ ก็เข้าไปคุย เอา Passport ไป Copy วีซ่า อะไรพวกนี้ แล้วก็ให้เสื้อเครื่องแบบ Chick Fil-A มา 1 ตัว สีแดง คอปก ใส่กับกางเกงดำ ใส่ผ้ากันเปื้อนด้วย น่ารักมาก ชอบมาก แล้วก็ให้ Anna สอนงาน เตรียมผัก – ไก่ – น้ำ อะไรหลายๆอย่าง แล้วก็ส่งต่อให้ Vicky สอนหั่นผัก น่าจะเป็นผักกะหล่ำนะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Lettuce ได้ยินมันออกสำเนียงว่า เหล่ดิส ลองอ่านตามนะคะเด็กๆ


                ส่วนวิธีการหั่นผัก ก็จับหัวผักเอาตูดที่เป็นก้านแข็งๆลงแล้วทุบกับซิงค์อย่างสุดแรงเกิด มันก็จะเหมือนแตกๆ แล้วเราก็เอานิ้วจกดึงก้านนั้นออกมาได้อย่างง่ายดาย  จากนั้นเอาวางบนเครื่องหั่น แล้วโยกด้ามลง ชึบ ! โห !! ทีเดียวหั่นได้ทั้งหัว มีดมันเป็นช่องๆ เอาผักวางแล้วกด ผักจะร่วงสู่ภาชนะเป็นรูปสี่เหลี่ยมสวยงาม จบคอร์สก็ส่งต่อให้ Brandon นี่เลย ขอเสนอ...


                Mr.Brandon ตัวฮาของที่นี่ แรกเริ่ม Brandon เขาก็ถามชื่อ “เมย์มินท์” แล้วก็พาไปเรียนรู้การ


“แหกไก่” หรือ “Fillet the chicken”  (ฟิลเลเดอะชิคคิ่น) ซึ่งคำว่า Chick Fil-A (ชิคฟิลเล) น่าจะมาจากคำว่า Fillet นั่นเอง


                 มีเรื่องน่ารู้อีกอย่างหนึ่ง ที่ร้านขายไก่ร้านนี้ มีวัวเป็นมาสคอต แรกๆก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมไม่เป็นไก่ เพราะขายแต่ไก่ นมวัวก็ไม่ได้ใช้เป็นวัตถุดิบเลยซักนิด มารู้ตอนหลัง จากเพื่อนๆฝรั่งที่ชี้ให้ดูหน้าวัวแต่ละตัว มันช่างยียวนเสียนี่กระไร แถมมันยังถือป้ายที่เขียนด้วยภาษาวัวว่า “Eat mor chickin” (กินไก่เข้าไปอีก) 


 



บ่งบอกว่าพวกมันมาสนับสนุนให้คนกินไก่แทนที่จะเลือกกินวัว “Those cows started a quest to get hungry people to choose chicken over beef”


คู่หูเมย์มินท์ก็แหกไก่กันไปพลางๆ พอหมดถาด มันก็ยกมาให้อีก นึกว่าแค่ 2-3 ถาด ก็แหกกันไปโดยไม่เอะใจ แหกหมด ยกมาอีก ... มีเท่าไหร่ยกมาให้ไอ้เมย์แหกหมด เสร็จ หมดครัวเลยไก่ เมย์มินท์แหกหมด


ระหว่างแหก Brandon ก็ชวนคุยตลอด จนคิดว่าถ้า Chick Fil-A ไม่มีพี่ด้อนซะคน คงเงียบเหงา


เขาบอกว่าก่อนหน้าที่พวกเราจะมา มีอาร์เจนติน่ามาทำอยู่ 6 เดือน เขาได้เรียนรู้ภาษาสเปน พอพวกเรามา เขาก็อยากเรียนภาษาไทย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ CFA สาขานี้รับเด็กไทยเข้าทำงาน


มินท์ไปช่วยอะไรพี่ด้อนไม่รู้ มันบอก “Thank you”


“How do you say ‘Thank you’ in Thai?”


“ขอบคุณครับ” มินท์เริ่มสอนภาษาให้พี่ด้อน


“ข่อม คุว ควั่บ” เอ่อ หยวนๆละกัน ใกล้เคียงอยู่


สักพัก มีพนักงานสาวหน้าบึ้งเดินเข้ามาในครัว


“Smile !! Smile on your face !!” พี่ด้อนตรงเข้าเย้าแหย่แล้วหันมาถามว่า Smile คนไทยพูดว่าไง ไอ้เมย์ก็บอกว่า


“ยิ้ม Y-I-M ยิ้ม”


แล้วพี่ด้อนก็เดินตามหลังพนักสาวคนนั้นฉับๆ บอก


“You ! yim yim” และหัวเราะสนุกสนานราวกับได้ของเล่นใหม่ แล้วหันมาบอกพวกเราว่า


“She’s crazy”  และทำหน้านึกขึ้นได้ ถามอีก ว่า Crazy พูดยังไง


“บ้า”


“บ้า” เออ... พูดโคตรชัด ทีนี้เอาละ คุณรู้ใช่มั้ย ว่ามันไปทำไงต่อ


“You ba ba ba!” เดินไปด่าพนักงานทุกคนแล้วแอบขำอยู่คนเดียว


“ใครบ้ากันแน่วะ” มินท์แอบบ่น


พี่ด้อนคงได้ยินแว่วๆ คำว่า “บ้า” เลยเดินมาถาม


“What did you say? You said I’m crazy?” (พูดว่าไงนะ พูดว่าฉันบ้าเหรอ) เรียนรู้เร็วสุดๆ


                แล้วพี่ด้อนก็ชวนคุยเรื่องรถยนต์ ถามว่าเมืองไทยส่วนใหญ่ขับรถอะไรกัน พวกเราก็พยายามสุดชีวิตในการอธิบาย ว่าบ้านเรานิยมรถญี่ปุ่น จากที่เห็นๆมา พวกโตโยต้า ฮอนด้า ส่วนพี่ด้อนก็เล่าว่า ที่อเมริกาฮิตนิสสัน กับโตโยต้า


                สรุปวันนี้ งานของเด็กไทยทั้งสองคือแหกไก่ และสอนภาษาไทย







 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 19:59:15 น.
Counter : 175 Pageviews.  

work and travel 2006 ตอนที่ 7

วันแรกแห่งการทำงานของไอ้เมย์ (Chick Fil-A Fast food Restaurant)


                วันนี้ต้องไปที่ Chick Fil-A ตามนัด ฤกษ์งามยามดี 9 โมงเช้า ไอ้เมย์นี่รีบเลย อาบน้ำสระผม แอบจิ๊กไดร์ของศิมาใช้ด้วย จริงๆก็ซื้อไว้แล้วนะ แต่ดันคิดว่ากำลังไฟที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราเลยไม่กล้าเอามา จริงๆแล้วใช้ได้ เพียงแต่ไดร์จะทำงานเบาลงกว่าตอนใช้ในไทยเท่านั้นเอง ไม่พังแน่นอน เอาหัวศิเป็นประกัน


                เสร็จแล้วมีฝรั่งขับรถ van มาจอดหน้าบ้าน บีบแตรปิ๊ดๆ ไอ้เมย์ก็เดินออกไปดู มันถามว่าทำงานที่ไหน ไอ้เมย์บอก ‘Chick Fil-A’ มันก็ไป อ้าว... ไม่พาไปส่งด้วยวะ นี่ต้องเดินไปใช่มั้ยเนี่ย แล้วไอ้เมย์ก็ยืนบ่นอยู่หน้าประตูจนพื้นแฉะไปด้วยน้ำลาย


                แล้วคู่หูเมย์มินท์ก็เดินไป อ้อมโลกจริงๆ เดินครั้งแรก มั่วอีกแล้ว มั่วไปจนถึง


                ลมแรงมาก เย็นจนเข้าไปตามช่องผ้า แทรกซึมสู่ขุมขน อู้วว์... จะว่าสบายก็สบาย ก็ชอบนะ มันเย็นสดชื่นมากๆ แดดถูกเมฆเทาอ่อนๆบังไปหมด นี่เวลา 9 โมงเช้านะคุณ ช่วงนี้กำลังดำเนินเข้าสู่ฤดูหนาวตอนปลายๆ อากาศเหมาะสำหรับคนไทยเลยทีเดียว


                เดินไปเรื่อยๆถึงถนนใหญ่ ข้ามไปก็จะถึง Chick Fil-A “มันต้องรอสัญญาณข้ามถนนป่าววะ?” ไม่เห็นมี ไอ้เมย์มองขวา ข้ามเลยเว่ย... ตอนวิ่ง มองซ้าย ว้าก !!! รถม๊า... !!!... วิ่งแทบตาย ลืมไปว่ารถวิ่งคนละฝั่ง ก็ว่าทำไมถนนว่าง มันต้องมองอีกฝั่งหนึ่ง ไม่เหมือนบ้านเรา ฉับพลันก็ขึ้นมโนภาพสีซีเปียเมื่อครั้งอาจารย์เคยบอกไว้ “คนไทยโดนรถชนที่ต่างประเทศเยอะ” หนึ่งในนั้นอาจมีไอ้เมย์ซักวัน



               พอข้ามไปถึง มีเสาบอกให้กดปุ่มก่อนข้ามถนน อ้าว... ฝั่งนู้นมันมีปุ่มแต่มองไม่เห็นใช่มั้ย แต่ก็ข้ามมาแล้วนี่หว่า อันการจะให้ข้ามไปกดแล้วข้ามมาใหม่ก็จะดูปัญญาอ่อนเกินคนอย่างไอ้เมย์ไป


                พอเข้าไปถึงก็รวบรวมความกล้าและสติปัญญาทางด้านภาษาต่างประเทศอันน้อยนิดแล้วเข้าไปเจรจาเป็นภาษาอังกฤษได้ใจความเป็นไทยว่า “เอ่อ.. คือ... เมื่อวานมาสัมภาษณ์...เอ่อ... วันนี้จะมาทำงาน... มีอะไรให้ทำมั้ย” พูดจบหันไปมองมินท์ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ พนักงานหญิงหัวทองๆตัวป้อมๆก็เดินไปเรียก Manager มา Manager บอกว่า มันไม่ว่าง ไว้บ่ายสองมาอีกทีจะสอนงานให้


                “แล้วคุณจะนัดให้กูมา 9 โมงเพื่อ ?” ... บ่ายสองต้องเดินไปอีกสินะเนี่ย


                แต่ขากลับจาก Chick Fil-A ก็ได้ค้นพบทางลัดกลับบ้าน ท่ามกลางผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่มาสรรเสริญในความฉลาดจนได้ออกข่าว CNN ดังมาถึงเมืองไทย ... หน้าด้านเล่าเนอะ ทางลัดนี้ไวกว่าเดิมนิดนึง เดี๋ยวทีนี้ในครั้งหน้าก็จะไป Chick Fil-A ทางลัดล่ะ


                หลังจากกานต์ย้ายออกไป ก็ได้คุยกับเมท 3 คนที่ว่า แต่ไม่เห็นเขาจะเลวร้ายตรงไหนเลย


                เริ่มจากแอร์ ที่กานต์บอกว่าเขาออกร้ายๆ แรงๆ อะไรแบบนี้ ก็โอเคนะ คุยดี บอสกับตาลก็ดี ชวนกินนั่นกินนี่ เอ๊ะ ... รึเอาของกินมาล่อ ถึงได้เห็นดีเห็นงาม ไม่หรอกน่า.. แม้มาม่าของไอ้เมย์ใกล้จะหมดแล้วก็เถอะ


                บางทีกานต์เขาอาจลูกคุณหนูไปหน่อย เลยเข้ากันไม่ได้ เรื่องนี้ก็ไม่มีใครผิดหรอก ต่างคนต่างคิด ไอ้เมย์คิดว่าทั้งกานต์ และทั้ง 3 คนนี้ ก็ดีกับไอ้เมย์ทั้งคู่นะ ไม่มีอคติอะไรแล้วล่ะ


                ตอนนี้รอเวลาไปทำงานอยู่นะ...


 








 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 19:50:25 น.
Counter : 73 Pageviews.  

work and travel 2006 ตอนที่ 6

                 ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ฝรั่งเพื่อนบ้านกำลังขนของขึ้นรถ แอบทักทายพวกเราทั้ง 3 (ไอ้เมย์ มินท์และศิ)


                ‘Hi girls’


                ไอ้เมย์หันไปยิ้มหวาน บวกกับความรู้สึกดีใจที่ฟังออก มินท์หันไปมอง ศิหันไป Say Hi !


                กลับมาถึงบ้าน มั่วเรื่องเครื่องซักผ้ากันก่อนเลย ไม่รู้ว่าทำไง มั่วไปก่อน เครื่องก็ดั๊นไม่เหมือนที่บ้าน ทั้งเครื่องมีปุ่มให้หมุนแค่ 3 ปุ่ม


                ใส่ผ้า หมุนปุ่มริมขวาสุดให้ตรงกับออพชั่นที่ต้องการ เช่น Delicate หรือ ซักแบบนุ่มนวล แล้วดึง น้ำก็จะไหลออกมา เออ...ง่ายจริง มันง่ายหรือทำผิดกันแน่วะเนี่ย... อีกเครื่องข้างๆกันเป็นเครื่องอบ อบผ้าให้แห้งโดยใช้ความร้อน ถ้าหดนะคุณ จะหาใครรับผิดชอบ


                มีอยู่วัน เอาถุงเท้าไปอบ ออกมาเหลืออันเล็กเท่าถุงเท้าเด็ก! เสื้อแขนยาวของมินท์แขนเหลือแค่ข้อศอก หดจริงๆ !


                ที่นี่มีเครื่องล้างจานด้วยนะคุณ... แต่ใช้ไม่เป็น ถูกต้องฮะ !


                ไม่นานไอ้เมย์ก็เริ่มง่วงเนื่องจากวันแรกในอเมริกา ยังปรับสภาพได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพิ่งจะบ่าย 3 นิดๆ เมืองไทยคงประมาณตี 4 กว่าๆ (รัฐฟลอริดาที่ไอ้เมย์อยู่ เวลาต่างจากเมืองไทย 12 ชั่วโมง โดยประมาณ)    


                รู้สึกอยากกลับบ้านตงิดๆ อากาศที่นี่ต่างจากบ้านเรา ผิวใสๆของไอ้เมย์แห้งหมดเลย ช่วงกลางวันไม่หนาวเลย ร้อนแดด แต่ลมมันเย็นสดชื่นมาก


                ไอ้เก่งออกไปละ ฝรั่งขับรถมารับไปทำงานที่ร้าน Subway ไม่รู้ว่ามันได้ทำอะไร ฟังไม่เข้าใจ แต่ได้ยินมันบอกว่าอยากทำถึงเที่ยงคืน แต่เขาไม่ให้มันทำ เขาให้เรียนรู้งานไปก่อนค่อยเพิ่มเวลาเรื่อยๆ เห็นว่าเก็บเศษตังค์ได้ ศิเก็บมากี่เซ็นต์ไม่รู้ ไม่เห็นเข้าใจว่าเก็บเศษตังค์ยังไง เดี๋ยวค่อยถามพวกมัน

                งานของไอ้เมย์เขาให้เดินไปที่ Chick Fil-A ตอนเช้า แต่พอบ่าย 3 โมง เขาจะมารับไปทำ Second job งานอะไรก็ยังไม่รู้เลย





 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 19:41:38 น.
Counter : 78 Pageviews.  

1  2  

coyotemomay
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






สวัสดีค่ะ

ขออนุญาตแนะนำตัวนะฮะ

เจ้าของบล็อกชื่อเมย์

นะเจ้าคะ

บางทีก็เรียกตัวเองว่า

ดั๊ฟฟี่ดั๊ค

เนื่องจากเป็นเป็ดดำฮะ

ไอ้เมย์ก็ออกน้ำตาลๆ

คล้ายๆกัน

ตามหารูปที่ซ่อนอยู่ในบล็อก

กันนะฮะ..

ส่วนลิงจึ๋งก็คือ

แฟนของไอ้เมย์นั่นเอง

ไอ้เมย์รักความสนุก

รักครอบครัว

รักเรียน (สร้างภาพ โฮ่ๆๆๆ)

รักสุขภาพ

รักสัตว์

รักเด็ก (สักวันหนึ่งจะรักนะ)

กำลังศึกษาเกี่ยวกับ

เรื่องจักรวาล

เผื่อวันนึงได้เป็น..

นางงามจักรวาล

จะได้ "เพียบพร้อม"

-..-

ไอ้เมย์มีฝันไว้ให้ฝัน

บางทีตามฝันไม่ถึงซะที

ก็ยังรู้สึกดีที่ได้ฝัน

ทุกคนมีข้อจำกัด

ทำตามฝันไม่ได้

ก็อย่าไปเสียใจ

ทำเพื่อคนอื่น

ทำให้คนอื่นมีความสุข

ก็ทำให้เรามีความสุข

ได้เหมือนกัน

โดยเฉพาะทำให้กับ

คนในครอบครัวของเรา

Smiley

สนับสนุนให้โลกนี้สงบสุขมากขึ้น

SmileySmiley




ขอบคุณโค้ดแต่งบล็อกสวยๆจาก...

KungGuenter's blog

lozocat's blog

ด้วยนะคะ























Friends' blogs
[Add coyotemomay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.