Group Blog
 
All Blogs
 

วันที่สาม 28/12/49 ณ.สังขละบุรี

ตื่นนอนแต่เช้า เปิดหน้าต่างออกไปดูทิวทัศน์บริเวณแม่น้ำซองกาเลีย พบว่าโอ้วหมอกตรึม เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวออกมารอเรือที่จะมารับซึ่งนัดไว้ 6 โมงเช้า

นั่งเรือไปสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานไม้) เพื่อทำการเก็บภาพก่อน จะเห็นว่าหมอกลงจัดมาก



ถึงสะพานไม้ กับหมอกที่หนาตา พร้อมกับภาพเบื้องหลัง



มองไปรอบๆจะพบกับที่พักของเรือนำเที่ยว และแพที่พักของนักท่องเที่ยว



กับบรรยากาศโดยรอบ



โห !!! เห็นอากาศเย็นๆ กล้า...ได้ไงเนี่ย (ไม่กล้าซูมไกล้กว่านี้ คร้าบ )
ปล. มาทราบทีหลังจากลุงที่พาล่องเรือเที่ยวว่า...น้ำมันอุ่นไม่เย็น (น้ำอุ่น อากาศเย็น หมอกเลยเกิดขึ้นครับ)



นักท่องเที่ยวเริ่มออกมาชมบรรยากาศกันแล้ว



นึกว่าจะไม่ได้ภาพนี้ซะแล้วสิเนี่ย



กับบรรยากาศสบายๆในตอนเช้า



เดินทางไปโรงเรียนดีๆนะคะ



กับการเตรียมตัวล่องเรือชมทิวทัศน์



เข็นดีๆนะคะ เรือมันโคลง พี่เสียว...



กับลุงเณร ผู้เป็นไกด์พาล่องเรือเที่ยวในครั้งนี้



ช่างภาพเริ่มออกมาเตรียมถ่ายพระอาทิตย์กันแล้ว





กับภาพเบื้องหลังในการถ่าย 2 รูปด้านบน



เดินทางต่อจนถึงวัดจมน้ำ (วัดวังก์วิเวกการามเก่า ซึ่งได้จมน้ำลงเมือปี 2527 เนื่องจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม)



บริเวณโบสถ์เก่า (ช่วงนี้น้ำขึ้นสูงปิดทางเข้า ทำให้เรือไม่สามารถเข้าได้)





แต่จะมีแพอยู่บริเวณข้างๆให้สามารถเข้าไปจุดธูป เทียน สักการะได้



เกร็ดเพิ่มเติม : สังขละบุรีนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแบ่งการท่องเที่ยวบริเวณวัดจมได้น้ำดังนี้
- ช่วงเดือนตุลาคม น้ำจะสูงท่วมโบสถ์จนมิด สามารถเที่ยวได้โดยการดำน้ำลงไปชมวัดที่อยู่ใต้น้ำ
- ช่วงเดือนธันวาคม ข้ำจะลดลงมาเล็กน้อย ทำให้เห็นวัดโผล่พ้นน้ำมาเล็กน้อยดังรูปที่เห็น
- ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ น้ำจะลดลงจนเรือสามารถล่องผ่านเข้าไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังบริเวณในโบสถ์ได้
- ช่วงเดือนเมษายน น้ำจะลดลงจนสามารถเดินเล่นบริเวณรอบๆวัดเก่าได้

จากจุดนี้ล่องเรือต่อไปยังเมืองบาดาล (บริเวณสังขละบุรีเก่า ก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อน)



กับเมฆและหมอกบนเขาบริเวณเมืองบาดาล



จากนั้นมุ่งหน้าสู่วัดวังก์วิเวกการาม เพื่อมัสการหลวงพ่ออุตตมะ



ในวันที่ไปนั้นทางวัดตั้งศพให้เคารพมาเป็นเวลาทั้งสิ้น 71 วันแล้ว



ทดสอบสีสรรของโอลี่สักหน่อย





เดินทางต่อสู่เจดีย์พุทธคยา


^
^
^
หอระฆังนะครับ

ส่วนเจดีย์รูปนี้ครับ
V
V
V




โปสเตอร์แสดงรายการแสดงในงานประจำปีของเจดีย์พุทธคยา



มุมกว้างๆสักนิด



จากนั้นมุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้าย ห่างจากสังขละบุรีประมาณ 19 กิโลเมตร สู่พระเจดีย์สามองค์





จากนั้นก็มุ่งตรงตรงกลับสู่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวฉลองปีใหม่ต่อ รวมระยะทางในการเดินทางครั้งนี้ประมาณ 1100 กิโลเมตรครับ แล้วพบกันใหม่ปี 2550 นะครับ

ขอส่งท้ายปีเก่า และสวัสดีปีใหม่ทุกๆคนเลยครับ ขอบคุณที่รับชมครับ

รูปถ่ายทั้งหมดได้จากอุปกรณ์ Olympus E500 + 14-54mm + 40-150 + FL36 ครับ

ปล. ทุกรูปได้ทำการลดขนาดภาพ + ใส่กรอบ และ Sharpen 1 ครั้ง




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2549    
Last Update : 30 ธันวาคม 2549 10:51:29 น.
Counter : 200 Pageviews.  

วันที่สอง 27/12/49 ต่อกับการท่องเที่ยวระหว่างทางไปสังขละบุรี

ออกเดินทางจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มุ่งหน้าสู่สังขละบุรี แต่เอ...หิวแล้วแฮะ เวลาก็มีเหลืออีก ก็ดูแผนที่หาที่ท่องเที่ยวตามรายทางแล้วก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายเลย

เป้าหมายในที่นี้ก่อนที่จะถึงที่พักในคืนที่สอง ตั้งไว้ที่ หาข้าวเที่ยงทานก่อนเลย พร้อมกับมุ่งสู่ช่องเขาขาด น้ำตกไทรโยคใหญ่ จากนั้นก็หาวิวสวยๆถ่ายรูป พร้อมกับตรงสู่สังขละบุรี

ขับย้อนกลับไปทางที่มา จะเจอแยกไปอำเภอไทรโยก แวะทานข้าวเที่ยงที่ไทรโยคน้อยก่อนเดินทางต่อ



จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ช่องเขาขาด







เป็นทางรถไฟสายเก่า สายพม่า-ไทย ที่สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2



ยังมีร่องรอยของขอนไม้รางรถไฟให้เห็นอยู่



เดินต่อไปอีกนิดจะพบกับช่องเขาขาด ซึ่งเป็นทางเดินรถไฟที่ขุดโดยเชลยศึกในสงครามครั้งนั้น







ลุยอีกสักนิดจะถึงจุดชมทิวทัศน์ของหุบเขาแควน้อย





พอจะหันหลังเดินทางกลับ โอ้ว นี่เราเดินตามทางแบบนี้มาหรือเนี่ย



ขอแวะพักสักนิด เพราะว่า ตะคริวใกล้จะรับประทานแล้วคร้าบ...



มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

กับภาพเบื้องหลังบนสะพานแขวน



มองไปทางซ้ายก็จะเจอแพที่พัก เรียงรายอยู่รอบข้าง



มองไปทางขวาจะพบกับน้ำตกไทรโยคใหญ่และที่แพที่พัก



กับภาพมุมกว้างของสะพานแขวน



กับบทกลอนไทรโยค ก่อนออกเดินทางต่อ



และวิวณ.จุดชมพระอาทิตย์ตก ณ.หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์



จากนั้นลุยต่อสู่สังขละบุรี ซึ่งจะเก็บภาพชาวงยามเย็นไว้สักนิด ก่อนเข้าสู่ที่พัก



กับภาพเบื้องหลังผู้ถ่าย กับทิวทัศน์ของสะพานไม้ ณ.วังขละบุรี



รูปถ่ายทั้งหมดได้จากอุปกรณ์ Olympus E500 + 14-54mm + FL36 ครับ

ปล. ทุกรูปได้ทำการลดขนาดภาพ + ใส่กรอบ และ Sharpen 1 ครั้ง




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2549    
Last Update : 29 ธันวาคม 2549 10:53:21 น.
Counter : 343 Pageviews.  

วันที่สอง 27/12/49 กับเขื่อนศรีนครินทร์ในช่วงเวลาเช้า

ผ่านคืนอันแสนสบาย ตื่นเช้ามาพบว่าอากาศ ณ เวลา 6 โมงเช้าอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียสเอง (แล้วกระผมเปิดแอร์นอนไปได้ยังไงเนี่ย...)

ออกมาเดินเล่นพร้อมกับบรรยากาศโดยรอบของที่พัก



ลำธารไหลเอื่อยๆ พร้อมกับเสียงซ่าๆ ฟังแล้วสบายใจจริงๆ





พร้อมกับมื้อเช้าของวันนี้ (และอยากจะบอกขอบคุณคุณป้าอันแสนน่ารักกับ ปาท่องโก๋ที่ไปซื้อมาจากตลาดให้พวกผมนะครับ )



จากนั้นก็มุ่งสู่เป้าหมายต่อไปคือ เขื่อนศรีนครินทร์



หันกลับไป ถ่ายสักหน่อยเพื่อให้รู้ว่ามาถึงจริงๆ



ก่อนถึงสันเขื่อนจะพบกับสถานที่เที่ยวแห่งแรกคือ สวนเวลารำลึก



จะพบกับนาฬิกาแดด ซึ่งสามารถบอกถึงเวลาคร่างๆและเดือนได้


^
^
^
สังเกตุเงาจะพบว่านาฬิกาแดดบอกเวลา ประมาณ 8:30 น. และเป็นเดือนธันวาคม

อีกรูปกับรายละเอียดของนาฬิกาแดด ... อ๊ะ ติดเงามาด้วย



แบบนี้ก็ขอเล่นกับเงาสักนิดนึง



กับอีกมุมนึงของนาฬิกาแดด



จากนั้นก็มุ่งสู่สันเขื่อน



มองลงไปจะพบโรงผลิตไฟฟ้าของเขื่อนศรีนครินทร์ตั้งอยู่



แล้วตัดกลับมาพบกับภาพเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง และจุใจ









พร้อมกับอาวุธลับคู่ใจในยามเช้า (จะโดนข้อหาโฆษณาหรือเปล่าเนี่ย? )



โอ๊ะ มองไปใกล้ๆอาวุธลับ พบกับการต่อสู้อันน่ากลัว...)



ระดับน้ำในเขื่อนปกติจะต้องอยู่ประมาณ +/-180 เมตร แต่วันนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 177.5 เมตร



ลมเย็นๆ กับบรรยากาศยามเช้า



ย้อนกลับมายังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เอ๊ะ เห็นเงาอะไรแว๊บๆเนี่ย... จะเห็นได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีมีอยู่มากมาย




กับป้ายอุทยานสักนิด





เบื้องหลังสักหน่อย



พร้อมกลับมาเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทางต่อ



พร้อมกับรอชมในภาคต่อไปนะครับ

รูปถ่ายทั้งหมดได้จากอุปกรณ์ Olympus E500 + 14-54mm + FL36 ครับ

ปล. ทุกรูปได้ทำการลดขนาดภาพ + ใส่กรอบ และ Sharpen 1 ครั้ง




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2549    
Last Update : 29 ธันวาคม 2549 10:28:24 น.
Counter : 391 Pageviews.  

วันที่หนึ่ง 26/12/49 กับอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

มาแล้วครับกับทริปสุดท้ายของปี 2549

เป็นความตั้งใจมานานแล้วว่าอยากจะขอไปเยือนสังขละบุรีสักครั้งแต่ยังไม่มีโอกาสงามๆสักที แต่...ในที่สุดโอกาสก็อำนวยให้มีเวลาก่อนปีใหม่นิ๊ดๆๆ ให้ได้ไปเยือนดินแดนแห่งนี้

ในวันแรกเดินทางจากกรุงเทพไปพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณก่อนเพื่อที่จะได้แวะชมตามสถานที่ต่างๆตามทางไปเรื่อยๆในวันถัดไป

การเดินทางนั้นระยะทางจากกรุงเทพถึงตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 160 กิโลเมตร ผ่านจังหวัดนครปฐม ราชบุรี แล้วออกทางหลวง 323 เลี่ยงเมืองเพื่อเข้าสู่ทางหลวง 3199 ไปสู่จุดหมายของวันแรกคืออุทยานแห่งชาติเอราวัณ...เชิญชมความสวยงามของธรรมชาติได้เลยครับ

พอไปถึงที่พัก โอ้ว...ตกใจมากกับห้องพักในอุทยานแห่งนี้ เพราะว่ามันช่างดูสะดวกสบาย+มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายพร้อม



ดูสิมีไมโครเวฟด้วย อิอิ แบบนี้หิวตอนกลางคืนได้แล้วสิเนี่ยเรา มาม่า มาม่า มาม่า ...



ส่วนข้างนอกจะอากาศหนาวเย็นแค่ไหนก็บ่ยั่น เพราะมีเครื่องทำน้ำอุ่น (เป็นแบบแก็สซะด้วย ร้อนเร็วได้ใจจริงๆ)





ผ่านมาบริเวณที่นอนสามารถมองออกไปชมบรรยากาศบริเวณโดยรอบได้เต็มที่ (อ๊ะๆๆๆ เวลา...อย่าลืมปิดม่านนะคร้าบ)





เตียงสามารถนำมาต่อหรือแยกกันก็ได้ แต่สำหรับผมไม่แยกเพราะ...นอนคนเดียวสบาย



ออกไปชมบรรยากาศโดยรอบนอกของที่พักกันดีกว่าครับ เขียวชอุ่มพร้อมกับมีเสียงน้ำตกผ่านลำธารอยู่ด้านหน้าด้วย...หากมีคนอยู่ข้างๆนะ





บริเวณด้านหน้าที่พัก



กับบริเวณระเบียงหน้าห้องพัก



กับป้ายห้องพักเอราวัณ 202... ผมพักห้อง 202/3 นะคร้าบ (บอกทำไมเนี่ยเรา)



กับภาพบรรยากาศหน้าที่พัก จะเห็นว่ามีลำธารอยู่หน้า ภูเขาอยู่หลัง ครบถ้วนตามหลักฮวงจุ้ยเลย



อ๊ะๆๆ เดินทางจากกรุงเทพบ่ายโมง มาถึงอุทยานประมาณ 4 โมงเย็น ค่าผ่านอุทยาน ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท รถยนต์ 4 ล้อคันละ 30 บาทนะคร้าบ เย็นล่ะ รีบๆไปชมทิวทัศน์รอบๆดีกว่า

กับป่าไผ่บริเวณทางขึ้นน้ำตกเอราวัณ



จะพบกับป้ายแนะนำน้ำตกเอราวัณ จะมีทั้งหมด 7 ชั้น



จากป้ายเดินไปอีกสักนิดจะพบกับชั้นที่ 1



แล้วแวะเก็บภาพบรรยากาศของชั้นที่ 2 ต่อไปเลย







เลยไปตามทางกับชั้นที่ 3



พร้อมกับเบื้องหลังการถ่ายทำ



เลยไปข้างๆชั้นที่ 3 อีกนิด



กับเรี่ยวแรงสุดท้ายของวัน ขึ้นไปได้เกือบๆชั้นที่ 4



ว่าแล้วเริ่มค่ำล่ะ...เดินกลับดีกว่า ดึกๆเดินป่ามันอันตราย (จริงๆแล้วหมดแรงน่ะครับ) ไม่เชื่อดูทางเดินขึ้นไประหว่างชั้นสิคร้าบ




จากนั้นก็ออกมาหาอาหารเย็นทานกันแบบง่ายๆเลยครับ (อาหารในรูปอาจจะพร่องไปนิดนะคร้าบ)



จบวันแรกก็เข้าพักผ่อนตามอัธยาศัย พร้อมกับมองเตียงข้างๆที่ว่าง

รูปถ่ายทั้งหมดได้จากอุปกรณ์ Olympus E500 + 14-54mm + FL36 ครับ

ปล. ทุกรูปได้ทำการลดขนาดภาพ + ใส่กรอบ และ Sharpen 1 ครั้ง




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2549    
Last Update : 29 ธันวาคม 2549 9:54:42 น.
Counter : 3633 Pageviews.  


Commandosexy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




หากไม่ปล่อยมือจากอดีต แล้วจะเอามือใดไขว่คว้าอนาคต
Friends' blogs
[Add Commandosexy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.