คนที่รัก รักเรา เราก็รัก คนไม่รัก มิรักเรา เราไม่สน ขอเพียงคน ทีรักรักเรา เพียงหนึงคน ใยต้อง สนคนที่ ไม่รักเรา

คนเมืองตำน้ำกิน

Group Blog
 
All blogs
 

การตั้งศาลพระภูมิ บูชา

ก่อนตั้งศาลพระภูมิ
ก่อนจะตั้งศาลพระภูมิ ต้องเชิญหมอตั้งศาลไปดูสถานที่เสียก่อน  ไม่ใช่ว่านึกจะตั้งตรงไหนก็ตั้งได้ตามอำเภอใจ หมอต้องไปดูสถานที่ว่าสะอาดหรือเปล่า  มีอะไรกีดขวางหรือเปล่า ต้องไม่ให้อยู่ใกล้ส้วมหรือห้องน้ำจนเกินไป  และอย่าหันหน้าศาลไปทางส้วมหรือห้องน้ำเด็ดขาด ต้องให้ห่างออกมาจากตัวบ้านพอสมควรจะเป็นการดี  ถ้าบ้านหลายชั้นจะยิ่งตั้งลำบากมาก ในบริเวณสถานที่จำกัดมาก  เคหะตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ ยิ่งจะหาที่ตั้งกันลำบากมากขึ้นเพราะสถานที่แคบเกินไป
หากเป็นศาลพระภูมิหรือศาลเจ้าที่  ต้องตั้งในพื้นดิน  ห้ามขึ้นบนบ้านหรือบนตึกเป็นอันขาด  ศาลพระภูมิจะมีเสาต้นเดียว  ศาลเจ้าที่มีเสา 4 ต้น

การหันหน้าศาลพระภูมิ
การหันหน้าศาลจะหันได้เพียง  3 ทิศเท่านั้นคือ

  • ทิศบูรพา  (ทิศตะวันออก)
  • ทิศอุดร     (ทิศเหนือ)
  • ทิศอีสาน   (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)
วันกับเดือนที่ห้ามตั้งศาล
เดือน 1 (เดือนอ้าย) ห้ามตั้งศาล วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน 2 (เดือนยี่)  ห้ามตั้งศาล วันพุธ และวันศุกร์
เดือน 3     ห้ามตั้งศาล วันอังคาร
เดือน 4    ห้ามตั้งศาล วันจันทร์
เดือน 5  ห้ามตั้งศาล วันพฤหัสบดีและวันเสาร์
เดือน 6  ห้ามตั้งศาล วันพุธและวันศุกร์
เดือน 7  ห้ามตั้งศาล วันอังคาร
เดือน 8     ห้ามตั้งศาล วันจันทร์
เดือน 9     ห้ามตั้งศาล วันพฤหัสบดีและวันเสาร์
เดือน 10     ห้ามตั้งศาล วันพุธและวันศุกร์
เดือน 11     ห้ามตั้งศาล วันอังคาร
เดือน 12     ห้ามตั้งศาล วันจันทร์
เดือนที่ห้ามตั้งศาล

ชื่อพี่เลี้ยงหรือคนรับใช้พระภูมิ
          พระภูมิท่านมีคนรับใช้หรือพี่เลี้ยง 3 คน  การถวายเครื่องสังเวย  ก็จะต้องออกชื่อพี่เลี้ยงทั้ง 3 นี้
ให้จัดการนำข้าวของ  ถวายพระภูมิเป็นการส่วนตัว  เช่นเดียวกับการที่เด็กวัด จัดอาหารเข้าไปประเคนพระฉันใดก็ฉันนั้น  ชื่อพี่เลี้ยง คนที่ 1 นายจันทร์   คนที่ 2 นายทิศ  คนที่3 นายอาจเสนถ้าจำไม่ได้จะเรียกว่า นายหลวง  นายขุน  นายหมื่น ก็ได้ผลเท่ากัน


เรื่องทิศทางของพระภูมิ
          หากเราจะนำสิ่งของไปถวายพระภูมิ  เช่น  ดอกไม้พวงมาลัย  อาหาร  และน้ำ ตลอดกระทั่งเข้าไป  จุดธูปเทียนบูชา  หรือปัดกวาดทำความสะอาดศาลก็ตาม  จะต้องเข้าทางทิศที่เป็นเท้า  จงอย่าเข้าทางด้านหัวเป็นอันขาด  และเรียกหรือออกชื่อให้นายทั้ง 3  ผู้เป็นพี่เลี้ยงหรือคนรับใช้ให้นำสิ่งของเหล่านี้  เข้าไปถวายพระภูมิอีกต่อหนึ่ง  ก็จะเป็นสิริมงคลท่านจะอวยพรให้มีความสมบูรณ์พูลผลค้าขายกำไรงาม
                   วันอาทิตย์  พระภูมินอนเอาศีรษะไปทาง  ทิศบูรพา (ตะวันออก)  เอาเท้าไปทางทิศประจิม ( ทิศตะวันตก)
                   วันจันทร์  พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)  เอาเท้าไปทางทิศพายัพ  (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
                   วันอังคาร  พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศ ทักษิณ (ใต้ ) เอาเท้าไปทางทิศอุดร(เหนือ)
                   วันพุธ   พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้ ) เอาเท้าไปทางทิศ อีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
                   วันพฤหัสบดี พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศประจิม (ตะวันตก)  เอาเท้าไปทางทิศบูรพา (ตะวันออก)
                   วันศุกร์  พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ ) เอาเท้าไปทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)
                   วันเสาร์  พระภูมินอนเอาศีรษะ ไปทางทิศอุดร (เหนือ)  เอาเท้าไปทางทิศทักษิณ (ใต้)

คาถาขอขมาพระภูมิ

**  อิติสุคะโต  อะระหังพุทโธ  นะโมพุทธายะ  พระภุมมะเทวา  ขะมามิหัง **

          พระคาถานี้  เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโอภาสี  แห่งวัดกลางสวน  บางมด  ฝั่งธนบุรี
รวมกับการขอขมาพระภูมิแล้ว  จะเป็นการเพิ่มพลังจิตและพลังศรัทธา  ทำให้องค์พระภูมิท่านใจอ่อน  เกิดมีใจเมตตา  อภัยในทุกสิ่งทุกอย่าง  ที่เราได้ก้าวก่ายหรือพลาดพลั้งกระทำในสิ่งที่ผิดลงไป
โดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

เครื่องสักการบูชาพระภูมิ

          การสักการบูชาพระภูมินั้น  มิได้เหมือนกันตลอดไป  ย่อมที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไป  ตามแต่เดือนที่ได้กำหนดดังนั้น  การบูชา  การจัดเครื่องสังเวยและสิ่งของที่จะต้องใช้  ให้ถูกต้องตามเจตนา  ก็ยิ่งจะเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับตนเอง  และครอบครัวได้มากยิ่งๆ ขึ้นไป  ตามแต่เดือนที่หมุนเวียน  ดังต่อไปนี้

          เดือน 5 และ เดือน 6  เจ้ากรุงพาลี  ราชบิดาขององค์พระภูมิ  ท่านแปลงเพศเป็นยักษ์
มีความดุร้ายเป็นที่สุด  การจัดเครื่องสักการะในเดือนนี้  ต้องมี  กุ้งพล่า  ปลายำ  เนื้อย่าง ( จะเป็นเนื้อหมูหรืออะไรก็ได้ )  แต่ให้เป็นของสด  ของคาว  ก็จะเป็นที่พอใจของท่าน  หากตั้งศาลในเดือนดังกล่าวนี้  ก็ให้สูงเท่าปาก  ใช้ผ้าแดงปู  มีเหล้ายาสารพัด  เทียนขาว 9 เล่ม และเครื่องสังเวยอื่นๆ
          เดือน 7 และ เดือน 8  เจ้ากรุงพาลี  กลายเพศเป็นพราหมณ์สวยสดงดงาม  งดเนื้อสัตว์และของคาวสารพัด  ใช้ผ้าขาวปู  เครื่องสังเวยมังสวิรัติ
          เดือน 9 และ เดือน 10  เจ้ากรุงพาลี  กลายเพศเป็นราชสีห์  ชอบของสด  ของคาว  ใช้ผ้าเหลืองปูศาล  จะเกิดลาภผลเหลือประมาณ  ตามความต้องการทุกอย่าง
          เดือน 11 และ เดือน 12  เจ้ากรุงพาลี  กลายเพศเป็นช้าง  ต้องมีหญ้าแพรก  หญ้าปล้อง  อย่างละ7  ใช้ผ้าดำปูศาล  จะเกิดลาภผลสวัสดี  ห้ามใช้ของคาว
          เดือนอ้าย และ เดือนยี่  เจ้ากรุงพาลี  กลายเพศเป็นนาคราช  ให้ตั้งศาลสูงแค่สะดือ  จะมีเกียรติยศและชื่อเสียงเลื่องลือไกล  ของคาวทั้งหลายให้นำมาสักการะ
          เดือน3 และ เดือน 4  เจ้ากรุงพาลี  กลายเพศเป็นครุฑ  ของสดของคาว  กุ้งพล่า  ปลายำ  เป็นสิ่งบันดาลโชคลาภ  โทษภัยจะหนีห่าง  มีแต่ความสุขสำราญ
          ในการจัดเครื่องสักการะนี้  จะต้องทำให้ถูกต้องตามาประสงค์  จึงจะเกิดลาภผล  ดลช่วยให้พ้นภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง  มีแต่โชคลาภนานาประการ

คาถาบูชาพระภูมิทุกวัน


***  ยัสสานุภาวะโต  ยักขา  เนวะ  ทัสเสนติ  ภิงสะนัง  ยัมหิ  เจวานุยุญ  ชันโต  รัตตินเทวะ  มะตันทิโต  สุขัง  สุปะติ  สุตโต  จะ  ปาปังกิญจิ  นะ  ปัสสะติ  เอวะมาทิ  คุณูปเปตัง  ปะริตตันตัม  ภะณามะเห  ***


          หากตั้งศาลพระภูมิ  ไว้ในเขตบ้าน จงใช้คาถานี้บูชาทุกๆ วัน จะเกิดสิริมงคลและบันดาลโชคลาภ  ลาภผลนานานัปการ ถ้าหากสวดบูชาให้ครบตามกำลังวันได้ก็ดียิ่งๆ ขึ้นไป คือ

วันอาทิตย์      สวด 6 จบ
วันจันทร์      สวด 15 จบ
วันอังคาร      สวด 8 จบ
วันพุธ     สวด 17 จบ
วันพฤหัสบดี      สวด 19 จบ
วันศุกร์     สวด 21 จบ
วันเสาร์     สวด 10 จบ

          หากมีเวลาน้อยก็สวดวันละ 1 จบ  หรือครั้งละ 1 จบก็ได้  โดยสม่ำเสมอกันทุกๆ วัน  อย่าให้ขาด  พร้อมทั้งดอกไม้  หรือพวงมาลัยสด  ธูปเทียน  จุดบูชาเป็นประจำ  ก็จะบังเกิดผลดีตลอดไป


ประวัติของพระภูมิ
          ในกาลครั้งหนึ่ง  มีกษัตริย์ผู้ครองกรุงพาลี ทรงพระนามว่า ท้าวทศราช มีพระมเหสีทรงพระนามว่า  พระนางสันทาทุก มีพระราชโอรส 9 พระองค์ มีปัญญาเฉียวฉลาด  รอบรู้ในสิ่งต่าง ๆ ยิ่งกว่าบุคคลทั้งหลาย

พระองค์ที่ 1 
พระองค์ที่ 2 
พระองค์ที่ 3 
พระองค์ที่ 4 
พระองค์ที่ 5 
พระองค์ที่ 6 
พระองค์ที่ 7 
พระองค์ที่ 8 
พระองค์ที่ 9
ทรงพระนามว่า  พระชัยมงคล
ทรงพระนามว่า พระนครราช
ทรงพระนามว่า พระเทเพล
ทรงพระนามง่า พระชัยสพ
ทรงพระนามว่า พระคนธรรพ์
ทรงพระนามว่า พระธรรมโหรา
ทรงพระนามว่า พระ เทวเถรวัยทัต
ทรงพระนามว่า พระธรรมมิกราช
ทรงพระนามว่า ทาษธารา

          แต่ละพระองค์มีอิทธิฤทธิ์มาก  ทรงมีพระปรีชาสามารถรอบรู้ในสิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างดี  ถ้าหากคิดว่าจะทำอะไร  ก็จะต้องทำได้ทุกอย่าง  จะเป็นในทางสุจริตหรือทุจริตก็ทำได้ทั้งนั้น ทรงมีปัญญาแก้ไขในเหตุการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ครบทั้ง 9 พระองค์ โดยไม่มีใครเหลื่อมล้ำต่ำสูงกว่ากันเท่าใดนัก การเป็นอยู่พอ ๆ กันทั้งหมด

 ครั้นต่อมา พระโอรสทั้ง 9 พระองค์ ทรงเจริญพระชันษา  พระราชาทศราชกับพระนางสันทาทุก ปรึกษาหารือกัน จนเป็นที่ตกลงกันว่า  จะต้องมอบให้พระโอรสทั้ง 9 พระองค์ ไปปกครองเขตนิเวศสถานต่าง ๆ จึงมอบให้

พระโอรสองค์ที่ 1 
พระโอรสองค์ที่ 2 
พระโอรสองค์ที่ 3 
พระโอรสองค์ที่ 4 
พระโอรสองค์ที่ 5 
พระโอรสองค์ที่ 6 
พระโอรสองค์ที่ 7 
พระโอรสองค์ที่ 8 
พระโอรสองค์ที่ 9
พระชัยมงคล ไปครอบครองดูแล สถานบ้านเรือน และ โรงร้าน
พระนครราช ไปครอบครองดูแล ประตู ป้อม ค่าย บันได หอรบ
พระเทเพล ไปครอบครองดูแล คอกสัตว์ต่าง ๆ ที่มี
พระชัยสพ ไปครอบครองดูแล ยุ้งฉาง และ เสบียงคลัง
พระคนธรรพ์ ไปครอบครองดูแล เรือนหอ และ โรงพิธีแต่งงาน
พระธรรมโหรา ไปครอบครองดูแล เรือกสวน ไร่นา และ โรงนา
พระวัยทัต ไปครอบครองดูแล วัดวาอาราม และ ปูชนียสถาน
พระธรรมมิกราช ไปครอบครองดูแล พืชพันธ์ธัญญาหารต่าง ๆ
พระทาสธารา ไปครอบครองดุแล ห้วยหนอง คลอง บึง บ่อ  และ ลำธาร

          เมื่อมอบหมายหน้าที่  ให้ครบทั้ง 9 พระองค์แล้ว  ท้าวทศราช  ผู้ซึ่งมีจิตใจที่ผิดมนุษย์ธรรม  สันดานโกง  หยาบช้าลามก  เห็นแก่ได้ในสิ่งต่าง ๆ ด้วยความโลภไม่มีวันสิ้นสุด  เที่ยวคดโกงรังแกชาวประชา  ต่างได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่วทุกมุมเมือง  ยังใช้ให้พระโอรสทั้ง 9  พระองค์  กระทำการหยาบช้า  โดยการเข้าไปสิงสู่ในผู้คน  แล้วก็เรียกร้องเครื่องสังเวยและสินบน  คนละจำนวนมากๆ โดยที่ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม  จนชาวประชาเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก  แต่ก็พูดอะไรไม่ออก  และไม่มีทางแก้ไข  จึงปล่อยไป  ให้เลยตามเลย  ต่างก็ไม่คิดที่จะแก้ไข  เพราะหมดปัญญา  หมดศรัทธา  ต่อการกระทำของ  ท้าวทศราช และ  พระโอรสทั้ง 9  พระองค์  ที่มีใจฮึกเหิมเหี้ยมเกรียม  กระทำย่ำยีจิตใจมนุษย์ทั้งหลาย  ให้ตกอยู่บนกองทุกข์  ไม่เป็นอันที่จะทำมาหากิน  เพราะหมดกำลังใจ  ก่อนที่บ้านเมืองจะถึงกับความวิบัติล่มจมลงไป  เรื่องของเจ้ากรุงพาลีกลั่นแกล้งประชาชน  จึงร้อนไปถึงพระนารายณ์  เห็นท่าว่าขืนปล่อยเอาไว้  บ้านเมืองก็จะพินาศล่มจม  ด้วยความที่ใจสงสารประชาชน  พระนารายณ์จึงต้องหาทางแก้ไขเป็นการด่วน  คิดที่จะลงโทษและดัดสันดานของเจ้ากรุงพาลี  พระนารายณ์จึงปลอมแปลงรูปกาย  เป็นพราหมณ์ผู้มีศีล  เหาะตรงลงมายังกรุงพาลี  แล้วจึงเข้าเฝ้า  ท่านท้าวทศราช  ตามเจตนาที่คิดเอาไว้


          ส่วนเจ้ากรุงพาลี  ท้าวทศราชและพระนางสันทาทุก  เมื่อเห็นพราหมณ์มาเข้าเฝ้าก็มีความยินดี  โดยที่มิได้รู้กลลวงของพระนารายณ์  จึงทักทายปราศรัยด้วยไมตรี  ฝ่ายพราหมณ์ปลอมได้โอกาส  จึงกราบทูลขอ  ที่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยบำเพ็ญตบะ  จากท้าวทศราช  3 ก้าว  เจ้ากรุงพาลีมิได้ระแวงอะไร  จึงตอบตกลงอนุญาตให้กับพราหมณ์นั้น  เมื่อได้โอกาส



ที่มา :: หมอดูกรุงสยาม




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 17 กันยายน 2556 1:46:41 น.
Counter : 2212 Pageviews.  

เลือกสีรถให้ถูกโฉลกกับตัวคุณตามวันเกิด

คนเกิดวันอาทิตย์

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่าง ๆ

รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันจันทร์

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันอังคาร

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อย ๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน 06.01 - 18.00 น.)

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ

รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน 18.01 - 06.00 น.)

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพฤหัสบดี

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันศุกร์

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันเสาร์

ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต


ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 17 กันยายน 2556 1:44:57 น.
Counter : 711 Pageviews.  

นดี-ไม่ดี ของวันทั้ง 7 ใส่เสื้อผ้าใหม่ วันไหนถึงจะดี ลองอ่านดู

วันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ถือกันว่าเป็นวันที่ร้อน เป็นเทพเจ้าแห่งความร้อนแรง ก็พระอาทิตย์ให้ความร้อนยังไงล่ะ ห้ามทำการอะไรที่เป็นการเริ่มต้น ห้ามย้ายบ้าน เพราะจะทำให้ย้ายบ้าน บ่อยๆ คือ ย้ายแล้วย้ายอีกอยู่นั่นแหละ ลองสังเกตดูว่าทำไม บางทีก็ทำให้จัดบ้านไม่เสร็จสักที แต่ในหลักความจริงและความเป็นไปได้ วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เป็นวันที่สะดวกที่สุดแล้ว เหมาะแก่การขนย้ายใช่มั้ยล่ะ เราถือว่าอาทิตย์เนี่ยค่อนข้างยิ่งใหญ่ จะเป็นแหล่งพลังงานของการสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่

เราจึงยกวันอาทิตย์ให้เป็นเรื่องของเกียรติยศ ชื่อเสียง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

วันนี้จึงเหมาะแก่การเลี้ยงฉลองการเลื่อนตำแหน่ง แต่เมามากไม่ได้นะ เพราะวันจันทร์ต้องไปทำงานไง


วันจันทร์
วันจันทร์ หรือดวงจันทร์เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม และก็เป็นสิ่งที่คู่กันกับดวงอาทิตย์ด้วย เป็นเทพเจ้าแห่งความงาม ความรื่นรมย์ อ่อนหวาน และทรงเสน่ห์ จึงเหมาะกับการเริ่มต้นอะไรที่สวยงาม

* ในวันนี้เหมาะแก่การสวมใส่เสื้อใหม่ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ชีวิตก็จะรู้สึกดีแช่มชื่นไปด้วย เปิดร้านใหม่ หรือเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม

แต่ไม่เหมาะกับการมีกิ๊กใหม่นะคุณ เพราะมันคือ การลุ่มหลง มัวเมา เจ้าชู้ อันนี้เรื่องจริงตามตำรานะ เพราะดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อจิตใจความรัก มักจะวุ่นวายในเรื่องของความรัก ในด้านความอ่อนไหว ไม่แน่นอนในอารมณ์เปลี่ยนใจได้ง่ายๆ


วันอังคาร
วันอังคาร เป็นวันร้อนแรง เป็นเทพเจ้าของสงคราม พวกอัศวินต่อสู้ ความขยัน และกล้าหาญผจญภัย วันนี้ห้ามใส่เสื้อใหม่ จะเกิดเรื่องไม่ดี ห้ามโกนจุกเด็ก เพราะเป็นวันร้อน เด็กอาจเป็นคนใจร้อน หรือไม่สบาย ไม่ก้าวหน้า และยังก้าวร้าวอีกด้วย แต่ให้ถอยรถใหม่ดี หรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า มีด เหล็กลวด อาวุธดี

เพราะเป็นวันที่เหมาะกับการทำกิจกรรมที่เสียงอันตราย แต่ไม่ได้ให้ฤกษ์ดาวโจรนะ บางคนพอเห็นเป็นวันน่าทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตรายเลยมีใจฮึกเหิม แบบนั้นไม่ใช่ฤกษ์ดีแล้ว อย่าออกไป ตีรันฟันแทงกับใครๆ หรือแข็งขืน ดื้อดึง เอาแต่ใจก้าวร้าวแข็งกระด้างกับเจ้านายล่ะ ตัวใครตัวมันนะ


วันพุธ
“วันพุธห้ามตัดผม เราจะได้ยินมาตั้งแต่เด็กไม่ว่ารุ่นไหนก็ตาม แล้วบางทีเราจะเห็นว่า ร้านเสริมสวยมักชอบปิดวันพุธ

ความเป็นจริงโบราณบอกไว้ว่า วันพุธเป็นวันที่เจ้านายใหญ่ ชั้นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านมักจะตัดผมวันพุธ ก็เลยไม่อยากให้คนชั้นสามัญชน ไปตัดผมวันพุธเทียบเท่าเจ้านาย

ความจริงอีกประการหนึ่งก็คือ ดาวพุธมักเดินถอยหลังบ่อย เขาก็เลยไม่ให้ทำอะไรที่เป็นเรื่องของความยาวนาน เช่น เปิดร้านใหม่ ตัดผม หรือแต่งงาน เพราะมันจะกลายเป็นภาวะที่ถดถอยเหมือนดาวพุธที่ชอบถอยหลังอยู่เรื่อย

ดาวพุธนี้จริงๆ ดีนะ เป็นเรื่องของความเฉลียวฉลาด รอบรู้ ยุติธรรม จึงไม่อยากให้ทำเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาที่ยาวนาน เพราะเดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็เปลี่ยน ขืนแต่งงานหรือเปิดร้านใหม่ ไม่เท่าไหร่เบื่อก็เปลี่ยนอีกแล้ว


วันพฤหัสบดี
คนสมัยนี้ชอบบอกว่า วันพฤหัสบดีเป็นวันฤกษ์ดี แต่มักจะบอกว่า วันนี้สระผมไม่ดี วันพฤหัสบดีเป็นวันครู นิยมจะไหว้ครูกันก็วันนี้แหละ เป็นวันที่น่ายกย่อง

จึงควรสวมเสื้อใหม่ หรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่คนยกย่อง และมีแต่ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป เช่น งานบวชก็ดีนะ หรือวันที่ไปกราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เรานับถือ คนถึงนิยมทำพิธีไหว้ครูกันวันนี้ไง เปิดสถานที่ ที่เกี่ยวกับปัญญา เช่น เปิดสำนักงานทนายความ เปิดโรงเรียน หรือร้านหนังสือ เป็นต้น

เพราะดาวพฤหัสเป็นดาวดวงใหญ่ ที่เราเปรียบไว้เป็นเทพเจ้าแห่งปัญญาและความยุติธรรม ความสุข เงินทองและโชคลาภ

*** วันนี้เป็นวันที่ควรประจบประแจงเจ้านายหรือนำเสนองาน เอาใจเจ้านายเอาไว้จะดีนะ แต่ก็ต้องดูอารมณ์เจ้านายด้วย ถ้าเค้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วยก็ช่วยไม่ได้ วันดีแต่ไม่รู้จังหวะเวลาที่เหมาะสมก็ไม่มีประโยชน์อะไร


วันศุกร์
ดาวศุกร์ เกี่ยวข้องกับความรักและความสวยงาม ความดึงดูด เสน่ห์ ศิลปะบันเทิง ความร่วมมือและความสามัคคี จึงมีแต่ความแจ่มใสสุกสกาว หวานหอม เป็นเทพเจ้าของกิเลสและทรัพย์ด้วย คนโบราณก็เลยไม่อยากให้ใส่เสื้อผ้าสีดำ หรือมีงานเผาศพในวันนี้ หรือทำการอันใดก็ตามที่ทำให้เศร้าหมอง เพราะจะขาดความสุขรื่นรมย์ในชีวิต

ดาวศุกร์เป็นเทพีของความรักและความงาม จึงควรทำการหมั้น แต่งงาน ใส่เสื้อใหม่สีสันสดสวย เปิดร้านใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ เอาเงินเข้าไปเก็บไว้ในธนาคาร แบ่งปันทรัพย์สิน ตกลงธุรกิจดีนักหนา

เอาเป็นว่าอะไรที่ดีๆ ก็ทำไปเถอะถ้ามันเป็นความสุขของคุณในวันนี้ แต่ถ้าอยากมีแฟนใหม่อันนี้ก็ต้องจัดการของเก่าให้ดีๆ ซะก่อนนะเดี๋ยวเป็นเรื่อง จะมาโทษดวง คนดูดวง หรือวันไม่ได้นะ


วันเสาร์
วันเสาร์คนชอบบอกว่า ใครเกิดวันเสาร์มักจะเป็นคนดวงแข็ง ..ก็จริง เพราะทางโหราศาสตร์ มักทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์ เป็นเทพเจ้าแห่งความทุกข์ระทม คนที่เกิดวันเสาร์นี้ จึงมักเป็นคนที่ค่อนข้างต้องอดทนอย่างยิ่ง เพราะเจอแต่เรื่องไม่ดี เหน็ดเหนื่อย ลำบากตรากตรำ ดิ้นรน จึงแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ ไง

ดาวเสาร์เป็นดาวที่เคลื่อนตัวช้ามาก จึงไม่ควรใส่เสื้อใหม่ เพราะมักเกิดเหตุร้ายหรือไม่ดีไม่ค่อยสบายใจ ไม่ควรเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ

เพราะดาวเสาร์เขาถือว่า ให้โทษให้ทุกข์ ล่าช้า ไม่ดี ไม่เฮง จะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนก็ไม่ค่อยดี หรือพิธีมงคล เช่น การแต่งงาน การหมั้น งานบวช เป็นต้น แต่ด้วยความสะดวกและสถานภาพในปัจจุบัน คนเราจึงมักจัดงานมงคลหรืองานแต่งงานในวันเสาร์ เพื่อสะดวกต่อการมาร่วมงานของแขกรับเชิญ แต่ถ้าในวันเสาร์นั้น มีพิธีทางศาสนาก่อนล้วค่อยมีงานรื่นเริงก็จะดีและเป็นมงคล ถือเป็นการแก้เคล็ดด้วย

อ่านมาครบทั้ง 7 วัน สรุปได้สั้นๆ ว่า

1. จันทร์, พฤหัสบดี และวันศุกร์ ควรใส่เสื้อใหม่, วันศุกร์ีควรใส่เสื้อผ้าสีสันสวยงามสดใส
2. วันอังคาร กับวันเสาร์ ไม่ควรใส่เสื้อใหม่
3. วันพฤหัสฯ วันนี้เป็นวันที่ควรประจบประแจงเจ้านายหรือนำเสนองาน
4. เสาร์ กับ อาทิตย์ ไม่ควรเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ที่ยุ่งยาก ยาวนาน
ส่วนข้ออื่นๆ หาบทสรุปกันเอานะ แบบว่า เราสนใจแต่เรื่องเสื้อผ้า อิอิ

- ตารางสีเสื้อผ้าประจำวัน ใส่เสื้อผ้าเสริมดวง

ทำอะไร วันไหนดี ใส่เสื้อใหม่ ตัดเล็บ ตัดผมสระผม

วันนุ่งผ้าใหม่

วันอาทิตย์ ชนะศัตรู

วันจันทร์ เป็นที่รักของคนทั้งหลาย

วันอังคาร มีทุกข์ เกิดศัตรู โดนทำร้าย เสียเลือด เสียเนื้อ

วันพุธ มีความสุขมาก

วันพฤหัส เป็นสวัสดิ์มงคล

วันศุกร์ มีลาภ มีทรัพย์มาก

วันเสาร์ มีทุกข์ มีโศก เกิดโรค ภัยต่างๆ

วันตัดเล็บ

วันอาทิตย์ มีศัตรู

วันจันทร์ มีลาภ

วันอังคาร เสียทรัพย์

วันพุธ มีความเจริญสวัสดี

วันพฤหัส มีทุกข์

วันศุกร์ มีโภคทรัพย์

วันเสาร์ เกิดโรคภัยไข้เจ็บ

วันตัดผม

วันอาทิตย์ อายุยืน

วันจันทร์ มีลาภ

วันอังคาร เกิดศัตรู โดนทำร้าย เสียเลือด เสียเนื้อ

วันพุธ มีปากเสียง เกิดการทะเลาะวิวาท ผิดสัญญา

วันพฤหัส เทวดารักษา

วันศุกร์ มีลาภ

วันเสาร์ สรรพประสิทธิ์ ดีแล

วันสระผม

วันอาทิตย์ อายุยืน

วันจันทร์ มีลาภ

วันอังคาร ชนะศัตรู

วันพุธ มีปากเสียง เกิดการทะเลาะวิวาท ผิดสัญญา เป็นความ

วันพฤหัส เทวดารักษา

วันศุกร์ อยู่เย็นเป็นสุข

วันเสาร์ สรรพประสิทธิ์ ดีแล

เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาน by Yenta4.




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 17 กันยายน 2556 1:45:40 น.
Counter : 691 Pageviews.  

พิธีขึ้นบ้านใหม่ การเข้าบ้านใหม่

พิธีขึ้นบ้านใหม่ การเข้าบ้านใหม่
        บ้านเป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัว พิธีการขึ้นบ้านใหม่ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ อย่างหนึ่งของคนไทยเรา ถือเป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาอย่างหนึ่ง เพื่อความสบายใจในการเข้าอยู่อาศัย ในบ้านใหม่ ที่เรายังไม่เคยไปอยู่ ไม่เคยเข้าไปสัมผัส จิตใจเราจึงยังไม่มีความมั่นใจในการย้ายเข้าไปอยู่ เราจึงต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวหรือที่พึ่งทางใจ เพื่อความสบายใจไว้ก่อน ส่วนเรื่องว่า เมื่อย้ายเข้าอยู่แล้ว หรือทำพิธีแล้ว จะเกิดผลอย่างไรนั้น ก็อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องเข้าใจว่า ไม่ได้เกิดจากการกระทำพิธีเพียงอย่างเดียว การอยู่อาศัยที่จะมีความสุข สงบ สบาย หรือเจริญรุ่งเรืองนั้น ไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม หรือโชคลาภ เพียงอย่างเดียว (ถ้าพิจารณาในแง่นี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า มีส่วนมากน้อยเพียงใด หรือกี่เปอร์เซ็นต์ แบบทางวิทยาศาสตร์) มันอยู่ที่ตัวบ้านเอง และสิ่งแวดล้อม ที่บ้านนั้นตั้งอยู่ ซึ่งเราสามารถเลือก กำหนด หรือควบคุมมันได้มากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าบ้านคุณสร้างไว้ไม่ดี อยู่ไปก็ต้องซ่อมไป ก็อย่าไปโทษการทำพิธีกรรม หรือข้างบ้านเสียงดัง ทำสกปรก ต่างๆ ก็เป็นสาเหตุให้มีเรื่อง หรืออยู่แบบไม่เป็นสุขได้ ดังนั้นการจะทำพิธีเข้าบ้านใหม่ หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ผมขอให้คิดเป็นลักษณะของธรรมเนียมประเพณี มากกว่า ซึ่งบางอย่างก็มีเหตุมีผล ที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นการขึ้นบ้านใหม่ ก็เป็นการบอกให้เพื่อนบ้านรับรู้ ว่ามีเพื่อนบ้านใหม่ ทำความรู้จักกันไว้ก่อน สร้างไมตรีไว้ก่อน เลี้ยงพระ เลี้ยงอาหารก็เผื่อแผ่กันไว้ก่อน ต่อไปมีอะไร ก็จะพูดกันได้ เจรจากันได้ ไม่ทะเลาะกันเสียก่อน อย่างนี้เป็นต้น


การเข้าบ้านใหม่
พื่อความเป็นเป็นสิริมงคล เมื่อได้ฤกษ์ยามดีที่หาไว้ หัวหน้าครอบครัวก็อัญเชิญพระพุทธรูปประจำบ้าน ไปประดิษฐานไว้ที่บูชา จุดธูปเทียนบูชา อธิษฐานขอคุณพระคุ้มครองให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข หรือจะนิมนต์พระสักรูปหนึ่ง มาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ตามห้องต่างๆ ก่อนขนของเข้าไปอยู่ ก็จะสมบรูณ์ยิ่งขึ้น เพียงแค่นี้ก็ถือว่า เสร็จพิธีแล้ว หรือหากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้ๆบ้าน (เจ้าที่ใหญ่) ให้ไปไหว้แสดงความเคารพ และขอพรให้ท่านคุ้มครองดูแลให้มีความสุขความเจริญและให้ทำบุญสังฆทาน และอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของครอบครัว เจ้าที่ และวิญญาณที่อาศัยอยู่ในสถานนั้นด้วยก็ได้


การขึ้นบ้านใหม่
        นับเป็นประเพณีของชาวพุทธทีเดียว แต่จะจัดการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ใหญ่เล็กแค่ไหน ก็ว่ากันตามกำลังทรัพย์ และความสะดวก การทำแบบพอเป็นพิธีนั้นก็ทำเหมือนการเข้าบ้านใหม่ก็พอ ส่วนการทำแบบพิธีใหญ่ มีเลี้ยงพระ มีการเจริญพระพุทธมนต์ แล้วถวายภัตตาหารหรือ มีการตักบาตรด้วยก็ได้ ตามกำลังศรัทธา

        เมื่อการสร้างบ้านเรือนเสร็จแล้วก็จะต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ประกอบพิธีตามที่เชื่อถือกันว่าเป็นสิริมงคล นำความสุขความเจริญมาสู่คนในครอบครัว ในขั้นแรกผู้ที่จะอยู่อาศัยต้องเก็บกวาดทำความสะอาด ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงาม เพื่อให้เกิดสิริมงคลและเป็นการให้เกียรติแก่พระสงฆ์และแขกที่เชิญมาเป็นเกียรติ

        พิธีเริ่มเมื่อพระสงฆ์มาพร้อม หัวหน้าครอบครัวจุดธูปเทียนรับศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ หากมีตักบาตร เมื่อพระสงฆ์สวดถึงบท "พาหุ" ให้ตักบาตรแล้วถวายอาหาร ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ ฟังพระสงฆ์อนุโมทนา ต่อจากนั้นทุกคนในพิธีเจ้ารับพรมน้ำมนต์จากพระสงฆ์ผู้เป็นประธาน ขณะนั้นพระสงฆ์อื่นจะเจริญมงคลคาถา เสร็จแล้วให้ใครสัก 2 คน ช่วยอุ้มบาตรน้ำมนต์ และบาตรทรายพร้อมแป้งกระแจะสำหรับเจิม นำหน้าพระสงฆ์ 1 รูป ไปพรมน้ำมนต์ตามห้องต่าง ๆ ถ้ามีการเจิมประตูบ้าน ก็นิมนต์พระท่านให้ทำในโอกาสนี้ก่อนจะโปรยทรายรอบบริเวณพื้นบ้าน ถือเป็นมงคลว่า เป็นทรายเงิน ทรายทอง ให้อยู่เย็นเป็นสุข ขับไล่ภูตผีปีศาจ ถือเป็นอันเสร็จพิธี

        นอกจากนั้น ถ้าเจ้าบ้านมีความประสงค์ที่จะประกอบพิธีตามทางศาสนา มีการเชิญแขกให้มาร่วมด้วยก็มีหลักที่จะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ ต้องกำหนดวันการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ให้เป็นที่แน่นอนและการเลือกวันที่ว่านี้ ถ้าต้องการให้เป็นมงคลตามความเชื่อถือที่มีมาแต่โบราณแล้ว ก็ต้องไปหารือกับผู้ที่มีความรู้ทางโหราศาสตร์ให้กำหนดวันและเวลาให้ แล้วออกบัตรเชิญแขกให้มาร่วมในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และส่งบัตรนั้นออกไปในระยะเวลาก่อนถึงวันกำหนดพอสมควร ในบัตรนั้น ต้องบอกตำบลบ้านที่จะประกอบพิธี กำหนดวัน เวลาอย่างชัดเจน เรียกว่าถ้าเขียนเป็นแผนที่ได้ ก็จะดีที่สุด เมื่อใกล้กับวันที่กำหนดไว้ ต้องเตรียมตกแต่งบ้านเรือนที่จะทำบุญ ขึ้นบ้านใหม่นั้นให้เรียบร้อยงามตาตามสมควร และเตรียมสิ่งของที่จำเป็นใช้ในวันประกอบพิธีให้พร้อมเช่น

        อาราธนาพระสงฆ์ - เมื่อกำหนดวันงานแน่นอนแล้ว ไปอาราธนาพระตามจำนวนที่ต้องการ ก่อนถึงวันงานอย่างน้อย ๓ ถึง ๗ วัน การอาราธนานั้น ถ้าสามารถเขียนหรือพิมพ์เป็นฎีกานิมนต์ ได้เป็นการดีที่สุด โดยบอกกำหนด วัน เดือน ปี เวลา และงานให้ละเอียด ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระสงฆ์ ก็สามารถยืมของที่วัดมาใช้ได้ โดยไปเบิกมาก่อนพิธีสักวัน จะได้ไม่ฉุกละหุก

        จำนวนพระที่นิมนต์ ตามปกติจำนวนนี้คือ ๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป แต่ส่วนมากนิยมนิมนต์ ๙ รูป ถือกันว่าเลข ๙ เป็นเลขมงคลขลังดี งานนั้นจะได้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งสมัยนี้ขอแนะนำว่า ตามกำลังศรัทธาครับ

        การตั้งโต๊ะหมู่ - ควรจัดไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์ โดยให้พระพุทธผินพระพักตร์ไปด้านเดียวกับพระสงฆ์ ถ้าสถานที่อำนวยให้ผินพระพุทธรูปไปทางด้านทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ได้ก็ยิ่งดี ถ้าสถานที่ไม่พอก็ให้จัดตามความเหมาะสมกับสถานที่ (นี่ก็เป็นข้อจำกัดในการนิมนต์พระด้วย ว่าควรจะเป็นกี่รูป) พระพุทธรูปที่จะนำมาตั้งโต๊ะบูชานั้น ไม่ให้มีครอบและเล็กจนเกินไป หรือใหญ่เกินไป ถ้าโต๊ะบูชาใหญ่เล็ก ก็ให้จัดพระบูชาเหมาะสมตามส่วน มีแจกันดอกไม้ พานดอกไม้จัด ๓ หรือ ๕ พาน แจกันจะใช้ ๑ - ๒ คู่ก็ได้ แล้วแต่ขนาดของโต๊ะ กระถางธูปให้ปักไว้ ๓ ดอก เชิงเทียน ๑ คู่ พร้อมเทียน

        ขันน้ำมนต์ จะใช้ขัน หรือบาตรหม้อน้ำมนต์มีเชิงก็ได้ (ไม่มีก็ยืมพระท่านไว้เลย) ใส่น้ำสะอาดพอควร มีเทียนน้ำมนต์ ขี้ผึ้งอย่างดี ๑ - ๒ เล่ม ใบเงินใบทองอย่างละ ๕ ใบ มัดหญ้าคาหรือก้าน มะยม สำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ๑ มัด ถ้าใช้ใบมะยมใช้ก้านสด ๙ ก้าน ถ้ามีการเจิม ก็เตรียมแป้งกระแจะ ใส่น้ำหอมในผอบเจิมด้วย ถ้ามีการปิดทองด้วย ก็เตรียมทองคำเปลวไว้ ตามต้องการไว้ในพาน ตั้งไว้ข้างบาตรน้ำมนต์ด้วย

        ด้ายสายสิญจน์ - ใช้ด้ายดินจับ ๙ เส้น ๑ ม้วน โยงรอบบ้านหรือบริเวณพิธี เวียนจากซ้ายไป ขวา โยงเข้าหาพระประธานที่โต๊ะหมู่บูชา เวียนซ้ายไปขวาเช่นเดียวกัน แต่ไม่ควรเอาไปพันไว้ที่องค์พระประธาน เวียนรอบฐานพระโยงมาที่ขันหรือบาตรน้ำมนต์เวียนขวา แล้วนำด้ายสายสิญจน์วางไว้บนพานรอง ตั้งไว้ข้างโต๊ะบูชาใกล้กับพระเถระ องค์ประธานในสงฆ์ เรื่องด้ายสายสิญจน์นี้ มีข้อควรระวังเป็นพิเศษคือ ห้ามข้ามกรายเป็นเด็ดขาด แม้ที่สุดจะหยิบ ของข้ามหรือยื่นมือไปเขี่ยบุหรี่ บ้วนน้ำหมากน้ำลาย ก็ไม่ควรข้ามด้ายสายสิญจน์อย่างยิ่ง เพราะ นอกจากเป็นการแสดงความไม่เคารพในพระพุทธเจ้า หรือถ้าเป็นงานศพก็ไม่เป็นการเคารพในผู้ตาย และยังเป็นผู้ที่ถูกติเตียนด้วย หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ควรสอดมือไปทางใต้ด้ายสายสิญจน์

        การปูอาสนะสำหรับพระสงฆ์ - ควรใช้เสื่อหรือพรหมปูเสียชั้นหนึ่งก่อน นิยมใช้กัน ๒ วิธีคือ ยกพื้นอาสนะสงฆ์ให้สูงขึ้น โดยใช้เตียงหรือแคร่ม้ายาววางต่อกันให้พอจำนวนแก่สงฆ์ และอีก วิธีหนึ่ง ปูลาดอาสนะบนพื้นธรรมดา อาสนะสงฆ์ชนิดยกพื้นนิยมใช้ผ้าขาวปูลาด จะมีผ้านิสีทนะ ปูอีกชั้นหนึ่ง หรือไม่ก็ได้ โดยอาสน์สงฆ์ยกพื้นนี้ มักจัดในสถานที่ที่ฝ่ายเจ้าภาพนั่งเก้าอี้กัน ส่วนอาสนะชนิดที่ปูลาดบนพื้นธรรมดา จะใช้เสื่อหรือพรมผ้าที่สมควรก็สุดแท้แต่ที่จะหาได้ หลักคืออาสนะสงฆ์ ควรอยู่สูงกว่าคนธรรมดาขั้นหนึ่งเสมอ ดังนั้นควรระวังอย่าให้อาสนะพระสงฆ์กับที่นั่งของคฤหัสถ์ฝ่ายเจ้าภาพเป็นอันเดียวกัน ควรปูลาดให้แยกจากกัน ถ้าจะเป็นแยกกันไม่ได้โดยปูเสื่อหรือพรมไว้เต็มห้อง สำหรับอาสนะสงฆ์ ควรปูทับเสื่อหรือพรมอีกชั้นหนึ่งจึงจะเหมาะสม โดยใช้ผ้าขาวหรือผ้านิสีทนะก็ได้ ปูเรียงองค์เป็นระยะให้ห่างกันพอสมควร อย่าให้ชิดกันเกินไป มีหมอนอิงข้างหลังเรียงองค์เท่า จำนวนที่นิมนต์มาในงานนั้นๆ (สิ่งของเหล่านี้ก็ขอยืมที่วัดได้ทั้งหมด)

        เครื่องรับรองพระ ก็มีกระโถน, ภาชนะน้ำเย็น วางไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์เป็นรายรูป ถ้าของมีจำกัด ๒ รูปต่อ ๑ ที่ก็ได้ วางเรียงจากข้างในมาหาข้างนอก ตามลำดับ คือกระโถนไว้ในที่สุด ถัดมาภาชนะน้ำเย็น ส่วนน้ำชา หรือเครื่องดื่ม เมื่อพระสงฆ์เข้านั่งเรียบร้อยแล้ว ค่อยถวายก็ได้ การล้างเท้า - เช็ดเท้าพระสงฆ์ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยพบเห็น ซึ่งแต่ก่อนเมื่อพระสงฆ์มาถึงบ้าน ฝ่ายต้อนรับจะคอยล้างเท้าให้ท่าน จะให้ท่านล้างเท้าเองดูไม่เหมาะ เพราะน้ำอาจมีสัตว์ขัดกับพระวินัย ซึ่งมีพุทธบัญญัติว่า เราภิกษุไม่เป็นไข้ จักไม่สวมรองเท้าเข้าไปในบ้าน ถ้าภิกษุรูปใดฝ่าฝืนรับเป็นอาบัติทุกกฎ เสร็จแล้วคอยเช็ดเท้าให้ท่านด้วย สมัยนี้พอลงจากรถ ก็นิมนต์ขึ้นบ้านเลย (ที่หนักกว่านั้นคือ ไม่ไปรับท่านมาจากวัด ให้ท่านขึ้น taxi มาเองก็มี) จากนั้นจึงประเคนเครื่องรับรองพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว พึงเข้าประเคนของรับรองพระที่เตรียมไว้ปูแล้ว คือภาชนะน้ำเย็น พานหมากบุหรี่ (เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยถวายกันแล้ว) ประเคนของที่อยู่ข้างใน ก่อน เสร็จแล้วน้ำชาหรือน้ำอัดลมถวายทีละองค์จนครบ การประเคนต้องให้ได้หัตถบาศ คือต้องเข้าไปใกล้พระประมาณ ๑ ศอก จะเป็นชายหรือหญิง ก็ประเคนได้ทั้งนั้น ส่วนของที่ประเคนต้องไม่ใหญ่หรือหนักเกินไป ต้องเป็นของที่พอจะยกได้คนเดียว

การจุดธูปเทียนเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพไม่ควรให้ผู้อื่นจุดแทน ก่อนจุดเทียนให้กราบพระพุทธเสียก่อน แล้วใช้เทียนชนวนจุดเทียนบนที่บูชา ให้จุดเล่มขวาของพระพุทธรูปเสียก่อน แล้วจุดเล่มซ้าย จึงจุดธูป ๓ ดอก แล้วภาวนาว่า
อิมินา สกฺกาเร ตํ พุทฺธํ อภิปูชยาม
อิมินา สกฺกาเร ตํ ธมฺมํ อภิปูชยาม
อิมินา สกฺกาเร ตํ สงฺฆํ อภิปูชยาม
แล้วกราบ ๓ ครั้ง กราบครั้งที่ ๑ ว่า พุทฺธํ วนฺทามิ กราบครั้งที่ ๒ ว่า ธมฺมํ วนฺทามิ กราบ ครั้ง ๓ ว่า สงฺฆํ วนฺทามิ

ครั้นเมื่อบูชาและกราบพระเสร็จแล้วให้ถวายกลุ่มด้ายสายสิญจน์ ถวายก็ได้ ถวายเสร็จแล้วเริ่มอาราธนาศีลต่อไป ดังนี้
มยํ ภนฺเต ติสรเณน สห ปญฺจ สีลานิ ยาจาม (๓จบ) หรือจะเติม ทุติยมฺปิฯ ตติยมฺปิฯ ด้วยก็ได้
แล้วตั้งใจรับศีลต่อไป ซึ่งพระท่านจะให้ศีลจนจบ เมื่อรับศีลแล้วให้คุกเข่าประนมมือ อาราธนาพระปริตรดังนี้
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพทุกฺขวินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพภยวินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพโรควินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
อาราธนาจบแล้ว กราบลง ๓ ครั้ง แล้วนั่งราบตั้งใจฟังพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ต่อไป

จุดเทียนน้ำมนต์ตอนพระสวดถึงมงคลคาถาตอนขึ้น "อเสวนาฯ" ให้จุดเทียนชนวนแล้วไปจุดเทียนสำหรับหยดน้ำมนต์ที่ปักติดไว้กับภาชนะทำน้ำมนต์ จุดเสร็จก็ยกประเคน ถวายพระทำน้ำมนต์ต่อไป ไหว้หรือกราบหนึ่งครั้ง (จุดเทียนน้ำมนต์เป็นหน้าที่ของเจ้าภาพ)

        เมื่อพระสวดมนต์จวนจบ ถึงบท ส่งเทวดา คือ ทุกฺขปฺปตฺตา...ฯ ให้จัดเตรียมน้ำร้อน น้ำดื่มไว้ พอสวดจบก็เอาไปถวายพระท่าน แล้วเลี้ยงภัตตาหารพระ อย่าลืมจัดสำรับคาวหวานถวายพระพุทธ เจ้าภาพควรบูชาด้วยใจนึกดังนี้
อิมํ สูปพยญฺชนสมฺปนฺนํ สาลีนํ โภชนํ อุทกํ วรํ พุทฺธสฺส ปูเชมิ แล้วกราบ ๓ ครั้ง ครั้นได้เวลาพอสมควรก็กล่าวลาข้าวพระพุทธว่า เสสํ มงฺคลา ยาจามิ
พอพระฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ถวายไทยธรรม พระท่านจะขึ้น ยถาฯ เจ้าภาพเริ่มกรวดน้ำ ห้ามเอานิ้วรองน้ำ เพราะไม่ต้องการให้มีเครื่องกีดขวาง กรวดน้ำเสร็จก็นั่งประนมมือจนกว่าพระจะอนุโมทนาให้พรเสร็จ จากนั้นนิมนต์พระประพรมน้ำมนต์เจ้าภาพ แขกผู้มีเกียรติที่เชิญมาในงาน และประพรมบริเวณบ้านจนทั่ว ขณะพรมน้ำมนต์พระท่านจะสวดเจริญชัยมงคลคาถา สวดจบแล้วเป็นเสร็จพิธีทางพระ เจ้าภาพควรส่งพระกลับวัดแค่บันไดก็พอ เสร็จพิธีสงฆ์นี้แล้ว อย่างน้อยนับว่าคุณได้ทำบุญเลี้ยงพระไปแล้ว ได้บุญแน่นอน ตอนกรวดน้ำจึงควรอุทิศส่วนกุศลให้ทั่วถึง

        พอการทำบุญเลี้ยงพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ทำพิธีขึ้นบันไดตามลัทธิความเชื่อถือ (ตามแต่ศรัทธา ไม่ค่อยมีแพร่หลายนัก) ให้ขึ้นบ้านตามทิศที่เป็นมงคล ขึ้นทางทิศบูรพาให้เอาเงินขึ้นก่อนจะมีลาภ ถ้าขึ้นทางทิศอุดรให้เอาทองขึ้นก่อนจะได้สัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า และถ้าขึ้นทางทิศอีสานให้เอานมวัวและของขาวขึ้นก่อน การขึ้นบ้านตอนแรกท่านให้เอาหญ้าแพรก งา เหล็ก ขึ้นก่อน จะปราศจากทุกข์และอุปัทวันตรายทั้งปวง วันที่จะขึ้นบ้านใหม่ ที่จัดว่าเป็นวันดี ได้แก่ วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์

        พิธีพระเสร็จแล้วก็จะมีการเลี้ยงอาหารกัน เมื่อสมัยก่อนราว ๓๐-๔๐ ปี จะมีการเลี้ยงอาหารแก่วงศาคณาญาติมิตรสหายและแขกเหรื่อที่เชิญมาเป็นเกียรติในงาน พร้อมทั้งจัดให้มีมหรสพ การเล่นรื่นเริง เช่น โขน ละคร ลิเก ลำตัด ให้ชมอีกด้วย การเลี้ยงอาหารแขกแบบไทยๆ นั่งล้อมกันเป็นวงๆ หรือทำร้านมีกระดาน ๓-๔ แผ่นปูยาวสำหรับตั้งอาหาร ๒ ข้าง มีกระดานแผ่นเดียวลดต่ำลงมาปูยาวไปสำหรับแขกนั่งรับประทานอาหาร แต่ปัจจุบันนี้การเลี้ยงแขกนิยมใช้โต๊ะจีนอาหารจีนกันเป็นส่วนมาก มหรสพที่จัดให้ชมมักนิยมหาดนตรี นักร้องเพลงลูกทุ่งลูกกรุง หางเครื่องมาแสดงตอนแขกรับประทานอาหาร เพื่อให้งานครึกครื้นสนุกสนาน รื่นเริงบันเทิงใจไม่เงียบเหงา การจัดงานใหญ่งานเล็กก็แล้วแต่ฐานะและรสนิยมความต้องการของเจ้าภาพ แต่มหรสพเดี๋ยวนี้ไม่นิยมจัดกันแล้ว เพราะฟุ่มเฟือยเกินไป

        ถ้าต้องการให้มีการยกศาลพระภูมิในวันนั้นด้วย ก็ต้องเชิญผู้มีความรู้ในทางนี้มาเป็นผู้ทำหน้าที่ประกอบพิธีในวันนั้นด้วย ควรเตรียมต้อนรับรองแขกให้พร้อม และมีการนัดหมายกับผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้เป็นที่เข้าใจว่าใครมีหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างไร ถ้ามีการเลี้ยงอาหารแขกด้วย ก็ต้องเตรียมห้องอาหารและอาหารให้พร้อม

        จะเห็นว่าการทำบุญขึ้นบ้านใหม่แบบดั้งเดิม เต็มตามพิธีนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ จึงควรจัดตามความเหมาะสมพอดี และพิธีทางพระนี้ ก็เป็นสิ่งควรทำ ส่วนสิ่งที่เป็นความเชื่อ ทางโหราศาสตร์ หรือฮวงจุ้ย เกี่ยวกับการขึ้นบ้านใหม่นั้น จะทำหรือไม่ เชื่อหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่ก็นำมาลงให้อ่านกันให้ครบทุกด้านครับ


ส่วนการทำพิธีอย่างอื่น ที่ไม่ใช่พิธีสงฆ์ มีวิธีการดังนี้
สิ่งของที่ต้องเตรียมใช้ในพิธี
- ถุงเงิน , ถุงทอง อย่างละ 1 ถุง
- เงินเหรียญทุกประเภท รวมกันให้ได้ 108 บาท เช่น เหรียญ 10 บาท 5 บาท 1 บาท 50 สต. 25 สต.
- ธนบัตรทุกประเภท รวมกันให้ได้ 1,900 บาท
- ตะกร้า , ถังน้ำ 2 ใบ ( ต้องใช้ของใหม่ )
- ข้าวตอก , ถั่ว , งา
- ดอกกุหลาบแดง , เหลือง , ดอกดาวเรือง แกะเอาเฉพาะกลีบ
- ดอกบานไม่รู้โรย แกะเป็นดอก
- ดอกรัก แกะเป็นกลีบ
- เครื่องครัวทั้งหมด
- พระพุทธรูป ที่เป็นองค์ประธานของบ้าน
- สร้อย แหวน เครื่องประดับ ของมีค่า
- ธูป เทียน

ขั้นตอนการทำพิธี
- นำธนบัตร 1,900 บาท และเหรียญ 108 บาท ใส่ลงในถุงเงิน ก่อนใส่ถุงให้พูดเสียงดังๆ ว่า “ โอ้โฮ เงินทองร้อยแปดพันเก้าเลย “
- นำถุงเงิน และ สร้อย แหวน ทองของมีค่า ใส่ในถุงทอง
- ถังใหม่ที่เตรียมไว้ ใส่น้ำให้เต็มจนล้น 1 ถัง ส่วนอีกถัง ให้ใส่ข้าวสารให้ล้น
- ถั่ว งา ข้าวตอก ดอกไม้ คลุกรวมกัน ใส่ลงในตะกร้า โรยใส่ในถังที่เตรียมไว้ ทุกถัง
- นำเครื่องที่เตรียม ตั้งแต่ 1 - 7 เข้าบ้านก่อน โดยให้เพื่อนๆ ญาติๆ ที่พูดเก่งๆ ให้พูดจาสนุกสนาน และช่วยกันหิ้วเครื่องครัว เครื่องใช้ต่างๆ เข้าบ้าน
- หิ้วถังน้ำ ถังข้าวสารตาม โดยหิ้วให้หกเรี่ยราดตลอดทาง แล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะในครัว พูดดังๆ ว่า “ บ้านนี้มีความสุขจริง เงินทองเต็มบ้าน ข้าวของอุดมสมบรูณ์……” และพูดแต่ในสิ่งที่ดีๆ
- เจ้าของบ้าน อุ้มพระพุทธรูปองค์ประธาน เดินตามขบวนเข้าไป แล้วนำไปไว้ที่หิ้งพระ จุดธูป 9 ดอก ให้พูดถึงชื่อตนเองและทุกคนในครอบครัว ขอให้พระคุ้มครองให้มีความสุข ความเจริญ
-ทุกคนในครอบครัว ช่วยกันแบกตะกร้าที่ใส่ ข้าวตอก ดอกไม้ เงินทอง ของมีค่า เทคว่ำลงบนที่นอน แล้วให้ทุกคนนอนลงบนที่นอน และช่วยกันเก็บ ของที่เทไว้ใส่ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง
- เก็บกวาดข้าวของที่หกเรี่ยราด เอาไปให้นกกิน

พิธีนี้เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทำตามกันมามากกว่า ไม่เหมือนพิธีกรรมที่เป็นการทำบุญเลี้ยงพระ พิธีการนี้ เป็นเพียงความเชื่อโบราณซึ่งท่านถือเป็นคติสืบต่อกันมา อย่างไรก็ตามคนไทยกับความเชื่อในหลายๆ เรื่องก็ยังคงแยกกันไม่ขาดแม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ตาม


วันต้องห้ามตามคติโบราณ
        “ห้ามขึ้นบ้านวันเสาร์” เนื่องจากว่าวันเสาร์ตามหลักโหราศาสตร์แล้ว ถือกันว่าเป็นวันแห่งโทษทุกข์ และดาวเสาร์ยังจัดเป็นดาวแห่งบาปเคราะห์อีกด้วย แต่การขึ้นบ้านใหม่ ต้องการความร่มเย็น ความสุขและความมั่นคงถาวร ความเจริญ ดังนั้นคนโบราณจึงห้ามมิให้ประกอบพิธีเกี่ยวกับการปลูกสร้าง บ้านเรือน เช่น การยกเสาเอก วางศิลาฤกษ์ เปิดป้ายอาคาร หรือแม้กระทั่งการย้ายเข้าสู่บ้านใหม่

        ส่วนพิธี ขึ้นบ้านใหม่ / เข้าบ้านใหม่ แบบซินแสจีน ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังและกระแสต่างๆ ที่เรามองไม่เห็น ลองอ่านเป็นความรู้บ้างก็ดีครับ แต่ใครไม่ค่อยสนใจก็ผ่านไปเลยครับ ถือว่าจบพิธีทำบุญเลี้ยงพระแบบมาตรฐานแล้ว

        ในกรณีที่เป็นบ้านใหม่ หรือบ้านนั้นยังไม่เคยเข้าไปอยู่อาศัย ก่อนย้ายเข้า เราสามารถปรับสภาพกระแสภายในบ้านให้ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย
โดยการทำพิธี ล้างปรับสภาพ การทำพิธี ขึ้นบ้านใหม่ ต้องใช้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ให้ดับไฟในบ้าน ให้ทุกคนออกนอกบ้าน รวมตัวกันที่หน้าบ้าน เมื่อได้ฤกษ์ ขึ้นบ้านใหม่ ให้เดินเข้าบ้านใหม่ จัดตั้งองค์พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครองปกปักรักษา ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

        เราควรกำหนดจุดตั้ง และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า เพื่อสะดวกในวันทำพิธี และจะได้ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จทันในฤกษ์ หากต้องการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาก่อน ให้ใส่กล่องทึบและวางไว้โต๊ะกลางบ้าน เพื่อจะได้ไม่เกี่ยวข้องกับทิศทาง และหากอัญเชิญมาจากที่บ้านเก่าต้องดูฤกษ์อัญเชิญลง
การจัดของไหว้ถวาย ( ตามแต่ประเพณีและความนิยมของบุคคล ) ดีที่สุด ควรเป็นผลไม้ห้าอย่าง (ครบห้าธาตุ - ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ)

หมายเหต :
    ทั้ง 5 ธาตุนั้นมีพื้นฐานมาจากความสมดุลของ หยิน และ หยาง นั้นเอง ซึ่งสี ของผัก ผลไม้ ตามธาตุ มีดังนี้
      1. ธาตุ ดิน ได้แก่ สีส้ม สีเทา เช่น , ฟักทอง, ลูกพลับ, ส้ม
      2. ธาตุ ทอง ได้แก่ สีเหลืองทอง สีขาว เช่น ข้าว, งาขาว, ข้าวโพด, กล้วย
      3. ธาตุ น้ำ ได้แก่ สีน้ำเงิน สีดำ เช่น งาดำ, องุ่นดำ, สาหร่าย
      4. ธาตุ ไม้ ได้แก่ สีเขียว เช่น ผักใบเขียวต่างๆ, กีวีฟรุต, ถั่วเขียว, มะนาว
      5. ธาตุ ไฟ ได้แก่ สีแดง สีม่วง สีชมพู เช่น มะเขือเทศ, กระหล่ำม่วง, มะเขือม่วง, สตอเบอร์รี่, ทับทิม, แอ๊ปเปิ้ลแดง

ไม่ควรเป็นเนื้อสัตว์ เพราะเท่ากับเบียดเบียนชีวิตอื่น
วันแรกให้จุดธูปจริง เทียนจริง เพื่อให้เกิดควัน (ควันเป็นสื่อถึงแสดงออก ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชิญได้รับรู้) และขอพร (อย่าขอหลายอย่าง ให้ขอเท่าที่สำคัญและจำเป็น)
ก่อเตาหุงต้ม (จุดเตาแก๊ส) คือการเริ่มต้นอยู่กิน และหมายถึงมีกินมีใช้ (ในสมัยโบราณจะใช้วิธีการถือ เตาถ่าน เข้าบ้าน แต่ปัจจุบันสามารถใช้วิธีนี้แทน) แนะนำให้ต้มขนมอี๋เพื่อเป็นสิริมงคล
ตั้งเตียงและนอนค้างคืน หมายถึงมีที่นอน อยู่เย็นเป็นสุข (ในความเป็นจริงส่วนใหญ่จะตั้งเตียงอยู่แล้ว เราเพียงแต่ดันขยับสักเล็กน้อยพอเป็นพิธีเท่านั้น) การปูเตียง ก็เพียงยกหมอนขึ้นแล้ววางลง ตบฟูกเบา ๆ
หากที่บ้านทิ้งช่วงทำบุญมามากกว่า 1 ปี ควรดูฤกษ์ แต่หากทำต่อเนื่องทุกปีไม่ต้องดูฤกษ์
วิธีที่ง่ายกว่าคือ : ไปทำบุญสังฆทานที่วัด แล้วอุทิศให้เจ้าที่ และวิญญาณทั้งหลายที่อาศัยในบ้านหลังนี้ ขอให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข



มหาหมอดูดอทคอม




 

Create Date : 15 กันยายน 2555    
Last Update : 15 กันยายน 2555 16:46:39 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

พระคาถาชินบัญชร

๑.ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา
๒.ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฎฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฎฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา
๓.สีเส ปะติฎฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน สังโฆ ปะติฎฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
๔.หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฎฐิภาคัสมิง
โมคคัลลาโน จะวามะเก
๕.ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม
อุภาสุง วามโสตะเก
๖.เกสะโต ปิฎฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภีโต
มุนิ ปุงคะโว
๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง
ปะติฎฐาสิ คุณากะโร
๘.ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะอิเมชาตา นะลาเฎ
ติละกา มะมะ
๙.เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
๑0.ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุต ตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ
วาเม อังคุลิมาละกัง
๑๑.ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฎานาฎิยะ สุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
๑๒.ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา
พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
๑๓.อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
๑๔.ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสา สะภา
๑๕.อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิชินะปัญชะเรติ.



Free TextEditor




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 30 ธันวาคม 2552 17:52:00 น.
Counter : 450 Pageviews.  

1  2  

คนเมืองตำน้ำกิน
Location :
บุรีรัมย์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




รักป่ารักเขา รักธรรมชาติ รักเสียงเพลง
รักความสงบสุข รักประเทศไทย รักพ่อหลวง
ความหล่อไม่คอยมี แต่ความดีเต็มถังครับ
Custom Search
รักกันชอบกัน กดคนละคลิกสองคลิก ยังไงก้ขอให้มีความสุข ได้สาระกันทุกคนครับPravit M Kongsawut | 
online



ยินดีตอนรับสู่บ้านคนตำน้ำกินนะครับ ขอให้มีความสุขกับข้อมูล ขอให้มีความรู้กับการอ่านทุกๆคนครับ

Online Now
New Comments
Friends' blogs
[Add คนเมืองตำน้ำกิน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.