coffeelover
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วิสัญญีแพทย์แม่ลูกหนึ่ง ที่พยายามทำหน้าที่ทั้ง "หมอ" และ "แม่" ที่ดีในเวลาเดียวกัน

รักการอ่าน ถ่ายภาพ และท่องเที่ยว และกำลังเริ่มจะรักการเขียนจากการเขียน blog นี่ล่ะ


Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add coffeelover's blog to your web]
Links
 

 
Boston หลั่นล้า >>> เที่ยว Harvard

Boston: 16-19 July 2010


สิ่งที่เป็น must see สำหรับครอบครัวเราในการไปบอสตันครั้งนี้ คือ การไปชมมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด...ก็ทั้งเก่าแก่และมีชื่อเสียง อยากเห็นจังว่าบรรยากาศเป็นยังไง


ปกติเราเปิดไกด์บุค กางแผนที่เที่ยวเองตลอด แต่รอบนี้พอหาข้อมูลแล้วเจอทัวร์ที่น่าสนใจมากๆ คือ The Unofficial Tour [http://www.unofficialtours.com/harvard] ซึ่งไกด์ทัวร์ก็คือนักศึกษาปัจจุบัน เรียกว่าเอาคนในมานำทัวร์เองเลย ใช้เวลาไม่มากไม่น้อยประมาณ 70 นาที ค่าทัวร์ไม่คิด...ถูกใจให้ give เอ๊ย ให้ tips ตอนจบเป็นพอ เลยจัดการจองผ่านหน้าเวปไป ระบุวัน เวลา และจำนวนคนที่ต้องการเข้าร่วมเป็นอันเสร็จ


เราขึ้นรถไฟใต้ดินที่เรียกว่า "T" จากที่พักแถว Back bay ลอดใต้แม่น้ำชาร์ลส์ไปลงสถานี Harvard ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โผล่ขึ้นมาก็อยู่กลาง Harvard Square เลย ทัวร์จะเริ่มเดินจากที่นี่ มีป้ายชัดเจนหาไม่ยาก มีแผนที่และสติกเกอร์ติดหน้าอกแจก..เชิญหยิบตามสบาย (แบบที่ติดหน้าอกน้องพราวนั่นแหละจ้ะ)Smiley


 





เราเดินเข้าสู่ฮาร์วาร์ด ทางด้านประตูใหญ่ชื่อ "Johnston Gate" ซึ่งตั้งชื่อตามผู้บริจาคเงินสร้างประตูนี้ นักศึกษาฮาร์วาร์ดมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ประตูนี้มีอาถรรพณ์ สามารถเดินผ่านเข้าได้เพียง 2 ครั้งตลอดเวลาที่เป็นนักศึกษา ครั้งแรกในปีที่เป็น freshman และอีกครั้งในปีที่เป็น senior มิฉะนั้นจะมีเหตุให้เรียนไม่จบ


หันหน้าเข้า Harvard Yard ขวามือจะเป็น "Massachusetts Hall" ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในฮาร์วาร์ด และเป็นอันดับสองในอเมริกา เดิมใช้เป็นหอพักนักศึกษา ผู้มีชื่อเสียงในสงครามประกาศอิสรภาพหลายท่านเคยพักที่นี่ ปัจจุบันเป็นสำนักงานอธิการบดี ส่วนซ้ายมือจะเป็น "Harvard Hall" ซึ่งเดิมเป็นห้องสมุด ปัจจุบันใช้เป็นห้องเรียน



Harvard Yard ร่มรื่นมาก ต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด ตรงกลางมีรูปปั้นของ John Harvard ..ไม่ได้ใหญ่โตอลังการ แต่รับรองว่าไม่ต้องหาก็เจอเพราะมีคนรอถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา รูปปั้นนี้ได้ชื่อว่าเป็น "The Statue of three lies" เนื่องจากรวมความ "ไม่จริง" ไว้ถึง 3 อย่าง ฐานรูปปั้นมีข้อความแกะสลักว่า "John Harvard, Founder, 1638"  ซึ่งในข้อความนี้ไม่ตรงกับความจริงอยู่สองเรื่อง คือ นั่นคือ John Harvard ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย และ เดิมฮาร์วาร์ดก่อตั้งขึ้นในปี 1636 โดยคณะผู้สอนศาสนาใช้ชื่อว่า "New College" ภายหลัง John Harvard ได้บริจาคหนังสือจำนวนมากเข้าห้องสมุด จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Harvard ส่วนเรื่องไม่จริงข้อสุดท้ายคือ รูปปั้นนี้ไม่ได้ปั้นโดยใช้ใบหน้าของ John Harvard เป็นแบบ มีข้อสันนิษฐานมากมายว่าแล้วเป็นใครล่ะ??? แต่ก็ยังไม่มีความจริงเด่นชัด (เออ คนปั้นก็ช่างทำไปได้เนอะ)Smiley




สังเกตที่เท้าซ้ายของรูปปั้นจะเป็นสีทองเงาวับ เนื่องจากเชื่อกันว่าถ้าจับแล้วจะโชคดี บ้างว่าจะได้กลับมาเรียนฮาร์วาร์ด แต่น้องไกด์บอกว่า อย่าจับเลยเพราะบางคืนนักศึกษาฮาร์วาร์ดที่พิเรนทร์หน่อยก็จะมาฉี่รดไว้ อีกอย่างคนจับกันวันนึงเป็นพันๆ คน อาจจะมีเชื้อโรค ตอนแรกเราก็คิดว่าจะไม่จับ แต่สุดท้ายห้ามความอยากไม่ไหว ก็ไปจับอยู่ดี Smiley(แล้วรีบเอาเบบี้ไวพ์เช็ดมือเป็นการใหญ่) สำหรับแม่..เท่าที่เรียนมาก็เยอะเหลือทน แต่สาธุ๊..ถ้าพราวได้เรียนฮาร์วาร์ด แม่จะกัดฟันส่งเต็มที่



จากตรงนี้ น้องไกด์สุดสวยพาเราเดินผ่าน Old Yard ออกประตูด้านข้างไปบนถนน Broadway เพื่อชม "Memorial Hall"  แล้วย้อนกลับมาเข้าประตูทางถนน Quincy Street ผ่าน "Sever Hall" ซึ่งถือเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์มาก เป็นสไตล์ที่เรียกว่า "Richardsonian Romanesque" (ซึ่งแม่เองก็ไม่เข้าใจว่ามันคือยังไง) ตั้งชื่อตามสถาปนิกคือ H.H Richardson ...ประตูโค้งด้านตะวันตก (West Facade Gate) เป็นประตูเสียงสะท้อน ถ้าเอาหูแนบประตูกันคนละฝั่งแล้วกระซิบ จะได้ยินชัดแจ๋ว (แต่อันนี้ไม่ได้ลอง ว่าจะจริงหรือเปล่า) 



ผ่าน Sever Hall ย้อนกลับเข้ามากลาง Harvard Yard อีกครั้งเพื่อชม "Memorial Church" โบสถ์ประจำสถาบัน สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงศิษย์เก่าที่เสียชีวิตที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ปัจจุบันใช้ในงานพิธีสำคัญเช่น รับปริญญา ศิษย์เก่ารวมทั้งคณาจารย์และครอบครัวสามารถขอใช้เพื่อประกอบพิธีแต่งงานได้ แต่เห็นว่าคิวยาวจองกันข้ามปีเลยทีเดียว...ตรงข้าม Memorial Church จะเป็น "Widener Library" ซึ่งปัจจุบันเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนหนังสือมากที่สุดในโลก และใหญ่เป็นอันดับสองในอเมริกา รองจาก Library of Congress ชื่อของห้องสมุดตั้งตามชื่อ Harry Elkins Widener ศิษย์เก่าซึ่งเสียชีวิตในโศกนาฎกรรมไททานิก ครอบครัวมหาเศรษฐีนี้จึงได้บริจาคเงิน 3.5 ล้านเหรียญเพื่อสร้างห้องสมุดเป็นอนุสรณ์ในปี 1915  และอีก 79 ล้านเหรียญในปี 2007 สำหรับการปรับปรุง (รวยได้ใจจริงๆ)



จบทัวร์อย่างประทับใจที่ร้านขายของที่ระลึก Harvard มีเสื้อตัวนึงน่ารักมากๆ ราคาก็ไม่เลว แต่ซื้อแล้วจะกล้าใส่หรือเปล่านี่สิ...แม่ขอถ่ายรูปกับพี่ไกด์สาวสุดสมาร์ทไว้ด้วย เผื่อวันหน้าวันหลังพราวจะได้มาเรียนแถวนี้...(ฝันไกลไปมั้ยเนี่ยเรา)Smiley





Create Date : 01 สิงหาคม 2553
Last Update : 2 กันยายน 2553 22:04:01 น. 0 comments
Counter : 455 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.