Group Blog
 
All blogs
 

[How to] Glisten and Red Fancy look with Aery Jo Korea Makeup

สวัสดีปีใหม่ 57 ล่วงเลยมาแล้ว 6 วัน

ก็เลยได้โอกาสลงฮาวทูใหม่ซะทีหลังจากไม่ได้ลงมาสักพักใหญ่ๆ

แน่นอนว่า หายไปนานก็เลยต้องฮาวทู เลือกลุ๊คกันแบบไม่ธรรมดานิสนึง

เอาแบบเต็มที่แบบแข่งกับมาดามมดเลย เพราะว่าขนตาที่ใช้และเครื่องสำอางในวันนี้นั้น...

เป็นแบรนด์ที่มาจากเกาหลี สำหรับโรงเรียนสอนแต่งหน้าแบบ Academy เลย

ดังนั้นเครื่องสำอางของเขา ไม่ธรรมดาแน่นอนแม้กระทั่งขนตาแฟนซี อลังค์การโดดเด่นไม่เหมือนใคร

พลอยเลยครีเอทลุ๊คแฟนซีมาให้ 1 ลุ๊ค พร้อมกับทริคเล็กๆที่จะช่วยให้การแต่งหน้าแฟนซีของคุณ

น่าสนใจขึ้นอีกค่ะ โดยแรงบันดาลใจมาจากอากาศตอนนี้ ที่เป็นฤดูหนาวและฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง




เอาหละค่ะ มาเริ่มกันเลย













มาถึงจุดเด่นของเมคอัพลุ๊คนี้






เท่านี้ก็เสร็จแล้วหละค่ะ ไปปาร์ตี้แฟนซีกันแบบเริสๆเชิดๆได้เลย ไม่มากไม่น้อย
มีประกายและดึงดูดความสนใจทั้งเวลาลืมตาและหลับตาท้าแสงไฟ


ทีนี้มาดูรูปที่แต่งเสร็จกันค่ะ

















ถ่ายแฟลชก็ไม่ทะลุผิว เพราะรองพื้นที่เราใช้ปกปิดสูง เหมาะแก่การถ่ายรูปค่ะ










แถมท้ายด้วยทริคการใช้ลิปสติกและ พิกเมนท์ให้ดูเก๋ไก๋

โดยการแตะพิกเมนท์ที่กลางริมฝีปาก ทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

แอบแฟนซีเล็กๆสำหรับคนที่ไม่กล้าแต่งลุ๊คแฟนซีแบบจัดเต็ม





ใช้ลิปสีแดงเข้มเลือดนก กับ Shining Powder สีทอง

ภาพนี้ใช้ Aery Jo Platinum Lipstick No. 4 Tango + Aery Jo Shining Powder No.3 Gold




ใช้ลิปสีชมพู ผสมกับ
Shining Powder สีส้มแดงอมทอง

ภาพนี้ใช้ 
Aery Jo Platinum Lipstick No. 1 GlossipGirl + Aery Jo Shining Powder No.16 Amber Red



แค่นี้ก็เฉิดฉายได้ไม่ซ้ำใครแล้ว



ขอบคุณเครื่องสำอางจาก Aery Jo ค่ะ
สำหรับคนที่สนใจ  เครื่องสำอาง Aery Jo สามารถหาซื้อและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

Aery jo จากร้าน PJ Makeup House
fb fanpage : PJ Makeup House (Peach Makeup)

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.515943358520638.1073741833.405643962883912&type=3

เป็นผู้นำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์นี้ค่ะ
และเร็วๆนี้ที่ห้างสรรพสินค้า แต่จะเป็นที่ไหน เดี๋ยวพลอยจะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกทีนะคะ

ยั่วไว้ก่อน เป็นเครื่องสำอางราคากลางๆที่คุณภาพดีและใช้ได้จริงค่ะ ^^




 

Create Date : 06 มกราคม 2557    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2557 17:07:59 น.  

Working Woman Makeup Tutorial: 3 Styles with Jordana Cosmetics Thailand



Working Woman Makeup Tutorial: 3 Styles with Jordana Cosmetics Thailand






แต่งหน้าไปทำงานด้วยเครื่องสำอาง Jordana Cosmetics Thailand 3 แบบ 3 สไตล์

เลือกได้ในแบบที่คุณต้องการ เครื่องสำอาง
Jordana  มีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
 ผลิตในสหรัฐอเมริกา ราคาเหมาะสม คุณภาพสูง

พลอยเชื่อว่า หลายๆคนที่เพิ่งจบจากมหาลัย อาจจะยังแต่งหน้ากันไม่เป็นนะคะ
แล้วก็มีรีเควชเข้ามาเยอะ ว่าให้สอนแต่งหน้าไปงานหน่อย วันนี้ก็เลยทำรีวิวมาให้ดู 3 แบบ
ให้เหมาะกับบุคลิกสาวไทย ที่มีสไตล์ต่างกันจะได้เลือกแบบที่เป็นตัวเอง
นำไปลองแต่งตามหรือประยุกต์ เครื่องสำอางที่ใช้ราคาไม่แพง คุณภาพดี เหมาะอย่างยิ่ง
สำหรับคนที่เพิ่งหัดแต่งหน้า ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

ถ้าชอบก็แชร์กันได้เลยจ้า

Website http://www.jordanathailand.com

Facebook Fanpage ของแบรนด์ http://www.facebook.com/jordanacosmeticsthailand,
IG/SocialCam: Jordana Cosmetics Thailand

สถานที่จัดจำหน่ายหลักๆคือ ร้านวัตสันสาขา the mall บางแค และ Health club by wuttisak สาขา Future park รังสิต,
The Nine Center พระราม 9, Center One ชั้น2ตรงอนุสาวรีชัยสมรภูมิ และเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

Coco Psyche website : http://www.cocopsyche.com
Fanpage : http://www.facebook.com/cocopsyche
IG : Coco Psyche



Smart









Sweet







Confident
















ขอบคุณที่รับชมจ้า




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2556 21:20:30 น.  

[How to] Colors of the day แต่งหน้าสนุกๆ 7 สี 7 วัน ทำให้สีสันเป็นเรื่องสนุก

สวัสดีจ๊ะ ไม่ได้ลงฮาวทูนาน
วันก่อนทำฮาวทูเล่นๆแก้เบื่อตัวเอง เลยตั้งธีมให้ตัวเองว่าแต่ละวันจะแต่งหน้าตามสีวัน

7 วัน 7 สีไปเลย
ตอนแรกแอบคิดนะว่าจะทำได้ไหม กลัวขี้เกียจก่อน แต่เห็นมีคยชอบเยอะ
ก็เลยทำออกมาครบ 7 วันจนได้ ^3^





วันนี้เลยรวมฮาวทูทั้ง 7 วันมาให้ดูเป็นมินิฮาวทู ดูกันง่ายๆขำๆ
มีเครื่องสำอางหลายชิ้นที่เอามาใช้ในฮาวทูนี้ซื้อมานานแล้วอยากใช้บ้าง ออกแนวเก็บกด 555
บอกก่อนว่า พลอยค่อนข้างจะคุมโทนให้ทุกวันเป็นเฉดเดียว จะไม่ใช่สีอื่นเข้ามาแทรกมากนัก
จะมีก็แต่สีขาว สีดำที่นำมาช่วยตัดสีต่างๆ เพราะถ้าเปลี่ยนแค่สีตา หรือสีปากอย่างเดียวเลย
มันคงจำเจเกินไป เลยให้ทั้งตาปากเป็นสีเดียวเอาล่ะ มาดูกันเลยนะคะว่ามีลุ๊คไหนบ้าง
ชอบสีไหนคอมเมนท์กันได้ บางอันก็ใช้ได้ในชีวิตจริงนะ

แต่ลุ๊คไหนใช้แต่งเป็นลุ๊คปกติไม่ได้ก็ถือว่าเป็น Makeup inspire แล้วกันนะคะ ^^


มาดู look แรกกันเลยจ้า
วันจันทร์สีเหลือง







ขั้นตอนการแต่งหน้า

1. ทาครีมอายชาโดวส์สีเหลืองตามภาพ [makeup forever 12 flash color case]
2. เซ็ตอายชาโดวส์อีกครั้งด้วยอายชาโดวส์สีเหลืองแบบฝุ่นไม่มีประกายเพื่อความติดทน
    [sleek ultra matte brights palette]
3. ใช้อายชาโดวส์สีขาวลงใต้โหนกคิ้วให้ดวงตาดูสว่างสดใส
4. ภาพหลังจากทาอายชาโดวส์เสร็จ
5. กรีดอายไลเนอร์
6. ปัดขนตาบนล่าง
7. ใช้อายชาโดว์สีมุกเหลือบๆตาที่หัวขอบตาล่าง
8. ปัดแก้มสีส้มอ่อน [sleek by 3 blushon # pumpkin]
9. ทาปากสีเหลือง






วันอังคารสีชมพูวววววว






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ทาอายชาโดวส์ครีมสีชมพู
2. เบลนอายชาโดวส์สีน้ำตาลเข้มที่ปลายหางตาบนและล่าง [sleek ultra matte brights palette]
3. ใช้สีชมพูอ่อนทากลางเปลือกตา [sleek ultra matte brights palette]
4. ทาสีขาวแบบแมทใต้โหนกคิ้ว
5. ใช้อายไลเนอร์ดินสอวิงค์ๆทาที่ขอบตาล่าง  [Holika Holika Jewel-light Waterproof Eyeliner ]
6. กรีดอายไลเนอร์สีดำ ปัดมาสคาร่า
7. ติดขนตาปลอม
8. ทาลิปสีชมพูนม [Etude House VIP girl Lips #PK007]
9. ทากลอสสีชมพูเข้มด้านในริมฝีปาก [MAC Pink Poodle Lipglass]







วันพุธ สีเขียว




ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ทาอายไพร์เมอร์ทั่วเปลือกตา
2. ทาอายชาโดวส์ครีมสีขาวเป็นรูปครึ่งวงกลม [makeup forever 12 flash color case]
3. ทาอายชาโดวส์สีเขียว [sleek ultra matte brights palette]
4. ภาพตอนลืมตา
5. ถมช่องขนตาด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาล
6. กรีดอายไลเนอร์ด้วยอายไลเนอร์สีเขียวเปลือกแมงทับ
7. ปัดมาสคารร่าเบสให้ขนตายาว
8. ปัดมาสค่าสีเขียว [Barry M]
9. ทาปากด้วยสีเขียว ผสมสีเหลืองนิดๆผสมกัน[makeup forever 12 flash color case]









วันพฤหัสบดี สีส้ม







ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.ใช้สีเพนท์หน้าสีส้มทาเป็นอายไลเนอร์ที่ขอบตา
2.ใช้อายชาโดวส์สีขาวแมทไฮไลท์ใต้โหนกคิ้ว
3.ใช้อายชาโดวส์สีส้มทาทับอายสีอายไลเนอร์ให้ขอบตาไม่ไหลเลอะ [Manly palette]
4.ใช้อายชาโดวส์สีส้มมีชิมเมอร์ทากลางเปลือกตาให้ดูวาว
5.ทาอายชาโดวส์ผสมกลิตเตอร์ที่กลางของตาล่าง
6.กรีดอายไลเนอร์ด้วยอายชาโดวส์สีดำ
7.ปัดขนตาบนล่าง
8.ทาปากด้วยสีส้มแบบแมท [barry M  lipstick 117]
9.ทาทับด้วยกลอสสีส้ม [Etude]







วันศุกร์ สีฟ้า






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.รูปตาก่อนแต่ง
2.ใช้อายไลเนอร์สีฟ้าเขียนทับเส้นคิ้วเกลี่ยสวนไปมาจนกลบสีคิ้วได้ [barry M  Kohl Pencils kp19]
3.ติดสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้นให้ชัดขึ้น
4.ใช้ [makeup forever 12 flash color case] วาดเป็นเส้นอายไลเนอร์สีขาว
5. ทาทับด้วยอายชาโดวส์ฝุ่นสีขาว
6. ปัดมาสคาร่า
7. ทาอายชาโดวส์สีฟ้าเกลี่ยเหนือชั้นพับตา
8. ทาปาด้วยสีฟ้า ใช้ [makeup forever 12 flash color case] สีน้ำเงินผสมสีขาว
9.ทาทับด้วยอายชาโดวส์ฝุ่นสีฟ้า













วันเสาร์ สีม่วง



ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ติดสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้น
2. ลงอายชาโดวส์สีม่วงอ่อนเบลนไปใกล้ใต้คิ้ว
3.ทาอายชาโดวส์สีม่วงเข้มที่ชั้นพับตาเกลี่ยให้เนียน
4.ใช้อายชาโดวส์สีม่วงเข้มลงที่กลางหางตาไล่มาปลายหางตา
5.กรีดอายไลเนอร์สีดำ
6.ถมช่องขนตาด้วยอายชาโดวส์สีดำ
7.ปัดขนตาบนล่าง
8.ปัดแก้มด้วยสีชมพูอมม่วง
9. ทาลิปสติ๊ก ใช้ [makeup forever 12 flash color case] ผสมสีแดงน้ำเงิน น้ำตาล และขาวเข้าด้วยกัน













วันอาทิตย์สีแดง






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.ตาก่อนแต่ง
2.ทา  [makeup forever 12 flash color case] สีแดงแล้วเกลี่ยทั่วเปลือกตา
3. จากนั้นใช้นิ้วเกลี่ยให้ขอบฟุ้ง
4. ใช้ลิปกลอสใสทาทับอายชาดโดวส์สีแดงที่ลงไว้ ไม่ต้องกรีดอายไลเนอร์เดี๋ยวกลอสจะกลายเป็นตัวทำละลายไป
5.ปัดขนตา
6. ปัดแก้ม [illamasqua blush panic]
7. ทาปากด้านในให้เป็นสีแดงระเรื่อ [Mac Lipstick - Mac Red]
8. ใชินิ้วเกลี่ยให้ขอบปากฟุ้ง
9. ทากลอสสีขาวประกายทับด้านนอก
*การใช้กลอสทาตา มีมานานแล้ว แฟชั่น runway look จะแต่งบ่อย ส่วนมากจะเป็นโทนนู๊ด ส้ม ม่วง
ถ้าแต่งบนเบ้าตาคนยุโรปที่มีความลึกและกลมกว่าก็จะดูวาวสวยกว่า*







หมดแล้วจ้า
ขอบคุณที่ติดตามชมและทุกคอมเมนท์ล่วงหน้านะค๊าบบบ

ชอบลุ๊คไหนเอาไปประยุกต์ใช้ได้ ทุกๆวันจะได้ไม่เป็นวันที่น่าเบื่อ

รักนะจุ๊บๆๆ


ถ้าชอบก็แชร์กันได้น้า ^^




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2556    
Last Update : 10 ตุลาคม 2556 19:59:34 น.  

[How to] Sexy Green Glamour สวยเนียนและเซ็กซี่ด้วย MMU

 ฮัลโหลววววววว

แลดูจากกันนาน ต่อจากฮาวทูที่แล้ว

วันก่อนกลับมาจาก กทม นั่งเก็บห้องนอน เจอ MMU ของ  LaurEss
 เครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ เหมาะแก่ผิวแพ้ง่ายอย่างเดีียนมาก

ไป กทม มาเจอมลพิษ บลาๆๆ หน้าไม่เริสอย่างแรง แต่จะโบกเข้มก็กลัวจะสิวเห่อ เลยจับมาทำฮาวทูให้ดู

พลอยได้ยินมาว่า  MMU ของ  LaurEss  สามารถผสมกับครีมกันแดดที่เราใช้ๆอยู่แล้วกลายเป็นครีมรองพื้นเลย

เฮ๊ยยย!!! มันต้องลอง ว่าแล้วก็ลองเลย มาดูกันดีกว่าว่าลุ๊คนี้แต่งอะไรยังไงกันบ้าง






ขั้นตอนการแต่งหน้า




- หลังบำรุง ใช้ครีมกันแดด ผสมกับรองพื้นของ LaurEss ก็จะได้เป็นครีมรองพื้นนำมาทาหน้าอย่างง่ายดาย

พลอยเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าการเป็นแบบแป้งทำให้เกลี่ยยากกว่าการใช้แบบครีม

ดังนั้นเราประยุกต์ใช้ได้เริสๆเชิดๆ แถมปกปิดดีเด้งด้วย









- ใช้คอนซีลเลอร์ สี วนิลา ปิดแพนด้า และใช้ แป้งฝุ่นสำหรับผิวผสมของ
LaurEss ปัดทั่วใบหน้าเพื่อเซ็ตเมคอัพให้เนียนและอยู่ทน





- ใช้คอแร็คเตอร์ สีอมเขียวปัดกลางหน้าแก้มหน้าฝาก ที่ๆที่อยากให้ดูขาวขึ้น และมีรอยแดง จริงๆเขาปัดก่อนจะลงแป้งนะ แต่พลอย
เอามาอะเด๊บใช้ให้เป็นไฮไลท์ในตัว หน้าจะได้ดูขาวไม่หมองด้วย

จากนั้นเขียนคิ้วเชิดเล็กน้อยและปัดด้วยแปรงให้หัวคิ้วฟุ้ง






- ก่อนลงอายชาโดวส์ ใช้อายไพรืมเมอร์ ลงทั่วเปลือกตา สีตาจะได้ชัดแจ่มขึ้น ทำให้อายไลท์ของเราติดทน

ใช้สี wicked ที่หัวตาลากมาเกือบกึ่งกลางตา จากนั้นใช้สีที่สองเบลนให้เข้ากับสีแรก และเลยมาที่หางตาเล็กน้อย

เสร็จแล้วใช้สีเข้มสุดวาดตาให้เฉี่ยวไปเลย อายไลท์ของ
LaurEss ไม่ต้องใช้ในปริมาณมากนะคะ เพราะพิกเมนท์เข้มมากและติดทน



- เกลี่ยสีตาให้ดูเนียนขึ้นและเนี๊ยบขึ้นด้วยสีอ่อนลงใต้โหนกคิ้วและเบลนลงมา จากนั้นใช้สีเข้ม

 สีเดียวกับหางตาบน ลงมาที่ขอบตาล่างเพิ่มความกลมกลืน

เสร็จแล้วใช้ สีไลเนอร์อุดช่องขนตาให้ดูเนี๊ยบ






- ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าทั้งบนและล่างไม่ต้องติดขนตาปลอม เน้นที่สีตาแจ่มๆ ผิวเนียน และปากสีนู๊ดเซ็กซี่

ทีนี้ก็ปัดแก้มด้วยสีแมทชมพู เพิ่มประกายให้พวงแก้มด้วยบรัชเนื้อชิมเมอร์เฉพาะหน้าแก้ม










- ที่ห้ามลืม คือ ทากลอสเพิ่มความชุ่มชื่น พลอยใช้สีออกนุ๊ด และแต้มตรงกลางด้วยสี ชมพูประกายมุก เพิ่มมิติให้ริมฝีปาก


เสร็จแล้ว!!!


เห็นไหมคะแค่ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น จริงๆใช้ MMU ก็ไม่ได้เสียเวลาแต่งหน้านักนะ ไม่ได้อวย
พลอยลองจับเวลาดูแล้วก็ใช้เวลาพอๆกัน แถมได้ผิวเนียนๆแบบไม่ต้องพยายามมากด้วย


แค่นี้ก็เอ๊กอี้ได้แล้วน้า

หลายคนบอกว่า MMU ใช้ได้แต่ใสๆ จริง? .......





หลินหุ้ยยังอายเหอะ





ถ้าเบื่อสโมกกี้สีน้ำตาล สีเทา สีดำ ก็เขียวบ้าอะไรบ้างเนอะ













*** เพิ่มเติมเป็นทริคเล็กๆ สำหรับวิธีการใช้ MMU***


ใครที่มีกิจวัตรเร่งรีบสามารถ เอา MMU ผสมกับครีมกันแดดเก็บใส่กระปุกไว้ได้ 1 อาทิตย์นะจ๊ะ

เป็นวิธีที่เหมาะกับคนเวลาน้อยและไม่ชอบใช้แปรงให้บาดหน้าจ้า



วันนี้ลาไปก่อนนะจ๊ะ บ๊ายบาย


http://www.facebook.com/cocopsyche

ปล. เผื่อใครไม่เคลียร์ เครื่องสำอาง จาก
  LaurEss  พลอยได้มานานแล้วนะ

คนที่ติดตามมานานทราบดีเนอะ




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2556    
Last Update : 31 สิงหาคม 2556 21:48:07 น.  

[How to] สอนแต่งหน้ารับปริญญา + All about รับปริญญา ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำสวยในวันรับปริญญา

 สวัสดีค่ะทุกท่าน ทั้งที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นบัณฑิต และว่าที่บัณฑิตในปีต่อๆไปนะคะ

มีรีเควชเข้ามาเยอะเหลือเกินสำหรับการแต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเอง และการเตรียมตัวก่อนวันสำคัญ

เมื่อขอมาพลอยก็จัดให้ค่ะ  ทั้งวิธีทำสวย และเรื่องต่างๆที่ควรรู้ ก่อนวันรับปริญญาเตรียมตัวให้พร้อมค่ะพบกับ

All About เตรียมตัวรับปริญญาค่ะ




****คำเตือน****
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของพลอยเท่านั้น ห้ามดัดแปลง คัดลอก หรือนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต

-----------------------------

หลายๆคนก็อาจจะต้องแต่งหน้าเองนะคะ ด้วยอาจจะมีงบจำกัด หรือพ่อแม่ผู้ปกครองไม่อนุญาต
บางคนอาจจะมีเครื่องสำอางเยอะอยู่แล้ว อยากแต่งเอง พลอยเลยทำฮาวทูให้ สามารถทำตามได้
 พลอยอธิบายให้แบบไม่มีกั๊กค่ะ  คลิกเพื่อชมคลิปได้เลยค่ะ

[How to] สอนแต่งหน้ารับปริญญา





เสร็จแล้ว

ขนตาที่พลอยใช้ในคลิปเหมาะกับวันซ้อมนะคะ เพื่อให้ถ่ายรูปเห็นชัดวันจริงควรเลือกที่สั้นและบาง
กว่านี้นะคะ สีปากอ่อนลงเล็กน้อย หรือเป็นโทนชมพูก็ดูหวานไปอีกแบบนะคะ



เสื้อเพิ่งซื้อมาเพื่อการนี้เลย ชุดพลอยอยู่ กทม หมด ปกติจะสั่งตัดให้พอดีตัว ไม่ฟิตและพอดีแขน
ตัวนี้ฟิตไปหน่อย พลอยไม่ได้จบ มข. นะคะ ยืมกระดุมน้องมา พลอยจบประสานมิตรค่ะ




จริงๆไม่อยากจะบอก ว่าตอนพลอยรับปริญญานะอ้วนจนเหลือแต่หน้าออกมาจากครุยเลย



ควรจะละเว้นความวิงค์ไว้สักอย่ืาง ถ้าตาวิงค์แก้มวิงค์แล้ว ปากไม่ต้องวิงค์ก็ได้



บางมหาลัยห้ามทาอะไรวิงค์ๆเลยด้วยซ้ำไปนะคะ ต้องศึกษาให้ดี



หัดบ่อยๆนะคะ



อย่าลืมดูวิธีเตรียมตัวรับปริญญาด้านล่างนะคะ














>>สิ่งที่ควรรู้ และการเตรียมตัวก่อนรับปริญญา<<


  การสระผม

 ควรสระผมก่อนทำทรงผมรับปริญญา 1 - 2 วัน เนื่องจากเส้นผมที่เพิ่งสระมักจะลื่น นิ่ม ยีแล้วไม่อยู่ทรง รวบแล้วหลุด
บางครั้งต่อให้สเปรย์ดีเริสประเสริฐดี แต่หวังดีกลัวหัวเห็นหมักทรีตเมนท์ซะพริ้ว ถ้าใช้แชมพูดไม่ถูกประเภทผม หรือชุ่มชื่นเกินไป
ก็อาจทำให้ผมหลุดร่วงหลังจากทำทรงผมในวันรับปริญญาได้ถ้าสเปรย์ไม่แน่นพอ แถมเมื่อปลายผมที่หนักแล้วอยากจะม้วนลอน
ก็ยิ่งทำให้ผมลอนทิ้งตัวเร็วมากขึ้น แต่ถ้าใครหัวมันมาก เยิ้มสุดๆทุกวันก็สามารถสระได้เดี๋ยวเพื่อนที่นั่งด้านบนจะเป็นลมเอา



 ความยาวของผม


 จริงๆแล้ว สามารถทำได้หมดแต่ก็มีข้อยกเว้นบ้าง ซึ่งถ้าไม่เพิ่งช่างผมมืออาชีพ อาจจะลำบากนิดนึง
ถ้าคุณไม่มีสกิล ความชำนาญในการทำผมมาก่อน

ผู้ชาย : ใครผมยาวต้องตัดสั้น โกนหนวดเคราให้เรียบร้อย  ห้ามไว้จอน ต้องเอาออกด้วยนะจ๊ะ ทำทรงเรียบร้อย ห้ามเซอร์นะจ๊ะ
มหาลัยเอกชนอาจจะไม่เคร่งมากจอนก็พอไว้ได้ขึ้นอยู่กับกฏข้อบังคับแต่ละมหาลัย

ผู้หญิง : ถ้าใครผมสั้นมาก ก็ทำทรงผู้ชายได้ ตีกระบังนิดๆให้ดูเรียบร้อย ถ้ายาวครึ่งๆกลางๆแนะนำให้ไว้ผมสักนิดนึง
จะได้ทำทรงผมง่าย ความยาวที่ทำง่ายคือความยาวประดับอก จริงๆความยาวก็ไม่ใช่ปัญหากับการทำทรงมากนัก
แต่แนะนำว่าอย่าตัดหน้าม้าเต่อ เพราะบางมหาลัย ต้องเก็บผมด้านหน้าทั้งหมด จะตลกเอานะเธอ

*** ทรงต้องเปิดหน้าด้านซ้ายนะคะ ***



 สีผม

สีผมที่ถูกต้องที่สุดคือ "ดำสนิท" นักศึกษาส่วนมากจะย้อมผมเป็นสีน้ำตาลออก แต่ถ้าอยู่มหาลัยรัฐก็ต้องย้อมกลับเป็นดำอยู่ดี
หลายๆคนบอกให้ช่างผมทำสีน้ำตาลเข้ม เพราะกลัวจะย้อมใหม่ไม่ติดสีอ่อน แต่ถ้ายังเหลือสีออกแดงอยู่ บางครั้ง
ถ้ายังแดงๆอยู่ จะหลอกตัวเองว่าดำแล้วแค่ไหน อาจารย์ หรือ คนจากงานพิธี เขาไม่ได้สนใจ เนื่องจากสเปรยฉีดผมราคาแพง
เขาก็คงไม่ซื้อมาเผื่อเราเยอะมาก ดังนั้นบางคนจึงแจ็คพ็อตโดนกีวี่ขัดรองเท้าป้ายผมไปตามระเบียบไม่ได้พูดเล่น
เห็นมากับตา ดังนั้น ใครไม่อยากย้อมดำสนิท จึงตุนสเปรย์ฉีดผมสีดำไว้สำหรับจุดที่ย้อมดำแล้วยังดูแดงๆเหมือนกั๊กๆไว้

แต่บางมหาลัยถึงเป็นมหาลัยรัฐก็ไม่ซีเรียสเรื่องสีผมนะคะ ขอให้เป็นโทนสุภาพเช่นดำน้ำตาลเข้มเป็นใช้ได้ ไม่ใช่ทองมาทั้งหัว

ส่วนมหาลัยเอกชนก็ขึ้นอยู่กับกฏมหาลัยค่ะ ว่าอนุโลมไหมอย่างไร



อุปกรณ์ตกแต่งผม

อุปกรณ์แต่งผม ที่ใช้ได้ก็เช่น ยางมัดผม กิฟดำ กิฟฝอย สามารถติดบนผมได้เพื่เก็บความเรียบร้อย แต่บางครั้ง
ก็ต้องซ่อนกิฟต์ดำให้เรียบร้อย และหากถักเปียห้ามเห็นหนังศีรษะ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัยอีกหละ ว่ามีกฏอย่างไร

ส่วนดอกไม้ต่างๆ ห้ามประดับประดาบนเส้นผมนะจ๊ะ งานรับปริญญานะไม่ใช่งานแต่งงานนะที่รักกกกก





การเตรียมผิวหน้าก่อนวันงาน



- ถ้ารักษาสิวอยู่ ก็พยายามให้สิวยุบ หรือหายอักเสบ เพราะรอยดำสามารถกลบได้ แต่รอยนูนจะเห็นได้ชัดเวลาถ่ายรูป

- การสครับหน้าทำได้ก่อน 1-2 อาทิตย์ก่อนรับปริญญา ห้ามสครับภายใน 2-3 วันก่อนจะรับปริญญา เพราะหน้าจะไวแดด
เกิดอาการแพ้ สิวเห่อขึ้นมาได้ แถมอาจไหม้เกรียมเป็นฝ้า เพราะผิวใหม่ยังอ่อนอยู่ แสงแดดจะทำร้ายโดยง่าย

- ควรบำรุงให้หน้าชุ่มชื่นที่สุดก่อนแต่งหน้า ไม่แห้งแตกเป็นขุย

- ก่อนวันงานควรนอนให้พอ มาร์คหน้า ก่อนนอน และทาอายครีม ดื่มน้ำมากๆลดอาการผิวขาดน้ำ

-ความเครียดเป็นสาเหตุให้ผิวแย่ได้ จะทำให้แต่งหน้าไม่สวย

- การทายาหมอควรละเว้นในวันรับปริญญา เพราะทำให้เมคอัพไม่ติด พลอยเคยเป็นช่าง
เคยงงมาก ว่าทำไมแต่งหน้าแล้วรองพื้นไม่เกาะหน้าเลยลอง 10 ยี่ห้อแล้วก็ไม่ชวย เพราะนางทายาหมอมานั่นเอง
ต้องขอร้องให้ล้างหน้าออกก่อนจึงแต่งหน้าได้ ถ้าต้องทาจริงๆใช้แป้งผสมรองพื้นในการแต่งหน้าแทนการใช้แบบน้ำ

- ควรทากันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 30 ด้วยกันหน้าไหม้ จากการถ่ายภาพกลางแจ้ง



คอนแท็คเลนส์




- การเลือกคนแท็คเลนส์ สำหรับสาวๆที่ อยากตาโต สวยงาม สายตาสั้น แต่ไม่อยากใส่แว่น สามารถใส่คอนแท็คเลนส์ได้
ทั้งแบบใส อันนี้ไม่มีใครห้าม ส่วนคอนแท็คเลนส์ สี แฟชั่น ควรเป็นสีตาธรรมชาติ เช่น ดำ น้ำตาล เทาเข้มๆ
ไม่ควรเป็นสีสว่าง หรือเห็นได้ชัด ไม่ควรมีลายเพชรลายแฉกอะไร ควรธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้

ควรพกน้ำตาเทียมไปด้วย ติดไว้ที่เพื่อนพ้องก่อนเข้าห้องประชุมก็หยอดสักนิด เพราะมักจะอากาศหนาว
ตาจะแห้งมาก เป็นอันตรายต่อดวงตาได้



การแต่งหน้า สีสันของ Makeup




- ควรเลือก เครื่องสำอางชนิดที่ติดทนและกันน้ำ เพื่อให้เมคอัพอยู่ได้ทั้งวันถึงเย็น เผื่อออกมาถ่ายรูปอีก
แถมการรับปริญญาส่วนมาก อากาศนอกห้องประชุมมัก ร้อนมากกกกกกกกกก เหงื่อไหลเป็นสายน้ำ
ต้องเลือกที่เอาอยูจริงๆหากจะแต่งเอง ถ้ามีช่างมืออาชีพแต่งให้ไม่น่าห่วง ห่วงแค่จะสวยไม่สวยเท่านั้นเอง

- สีสัน ควรเป็นโทนสีสุภาพ เอิร์ธโทน(โทนน้ำตาล) โทน ส้ม พีช โทนชมพู ทองเบาๆ สโมกกี้ก็ควรแต่พ่องาม
อย่าบล็อคหนักจนพั้งค์ไป จะน่ากลัว แถมยังดูโทรมด้วย การเลือกสีก็ให้เหมาะกับสีผิว คนผิวขาวแต่งได้ทุกโทน
แต่ก็ไม่ควรใช้สีเข้มมาก จะดูแก่ อย่าทาปากแดงแจ๊ดนะจ๊ะไม่ได้ไปเดินแฟชั่น ทาได้เฉพาะเวลาถ่ายรูป
ซึ่งจริงๆก็ไม่ควรเท่าไหร่ ส่วนสาวผิวสองสีก็แต่งได้ทุกโทนเช่นเดียวกัน แต่มักจะสวยในโทนสีพีช


** วิธีการจัดไฟ สำหรับแต่งหน้าที่บ้าน**

เนื่องจากต้องแต่งหน้าก่อนรุ่งสางไม่มีแสงธรรมชาติ ทำอย่างไร?

ถ้าไฟห้องเหลือง ให้ซื้อขั้วไฟมาใส่หลอดขาว วางไว้ที่มุมห้อง ระนาบเดียวกับใบหน้าหันเข้าหาใบหน้า
ไม่ต้องกใกล้มาก เพื่อกลบแสงเหลือง

ใครห้องไฟขาวมาก ส่องกระจกแล้วซีด ให้ซื้อไฟเหลืองมาเพิ่ม แกนไฟแบบหมุนใส่ขั้วมีขายตามร้าน
ขายอุปกรณ์ก่อสร้างค่ะ หันเข้าใบหน้า แต่วางไกลๆเดี๋ยวตาจะพร่า



ขนตาปลอม



- ไม่ควรใช้ขนตาปลอม ยาว หนา เกินไป อาจจะโดนให้ถอดได้ ควรใช้ที่ดูเป็นธรรมชาติ หรือแค่พอแบ๊ว อย่าขนาดพริตตี้

- เลือกที่เกรดดีน้อยเพราะต้องติดทั้งวัน เลือกก้านนิ่มๆ น้ำหนักเบา วางบนตาแล้วรู้สึกไม่หนัก ไม่ควรมีเพชรหรือลูกเล่นอย่างอื่นประดับ






ชุดนักศึกษาควรมีขนาดและความยาว ถูกระเบียบ นั่งได้ เสื้อไม่รัดแน่นมากจนนั่งไม่ได้ กระโปรงยาว สีตามมหาลัยกำหนด
ผู้ชายต้องใส่สูตรด้านในด้วย อาจจะร้อน แต่ต้องอดทนเหนาะ ห้ามมีเหล็กเข้าไปด้วยนะจ๊ะ  ผู้หญิงต้องใส่ถุงน่องให้เรียบร้อย









ห้ามทาสี ต้องตัดให้สั้นไม่มีส่วนขาวๆออกมาค่ะ เป็นเหมือนกันทุกมหาลัย






รองเท้าต้องเป็นหนัง สีดำ ไม่เป็นหนังแก้วหรือหนังกลับ ความสูง 1-2.5 นิ้ว ส้นหนา เอาให้ชัวร์ว่าจะไม่หัก บางมหาลัยก็ให้แค่ 2 นิ้ว

หัวรองเท้าไม่ควรหัวแหลมเกินไป จะทำให้ปวดเท้าเวลาเดิน ควรเป็นหัวมน หรือหัวตัด หัวแหลมเล็กน้อย เลือกทรงที่ใส่แล้วเดินสบาย เพราะต้องเดินเยอะ

ถ้าเป็นคนไม่สูงให้ซื้อเผื่อไว้อีกคู่ 3 นิ้วขึ้น เอาไว้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ควรใส่เดินในบ้านให้นิ่มก่อน ที่กันลื่นที่กันกัด ติดให้เรียบร้อย



อุปกรณ์ข้าวของเหล่านี้ควรมีไว้ให้ใส่กระเป๋าให้เพื่อนพ่อแม่พี่น้องเก็บไว้

1.




กระดาษทิชชู่ อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ ให้พ่อแม่พี่น้องติดไว้ เพราะมันร้อน เหงื่อไหล ไว้ซับหน้า สารพัดนึง
ทั้งหน้าบัณฑิต หน้าพ่อแม่บัณฑิต เช็ดได้หมดพกไว้ไม่เสียหลาย



2.

กระดาษซับมัน เอาไว้ซับหน้า โดยเฉพาะคนที่หน้ามัน มากกกกกกกกกกกกกกก เอาไว้ซับเบาๆก่อนถ่ายรูปได้


3.


อีก 1 อุปกรณ์ที่ควรมีไว้ สเปร์ยน้ำแร่ ทำได้หลายอย่าง ฉีดแก้ร้อน แก้หน้าไหม้ ฉีดหลังซับหน้าก่อนเติมเมคอัพให้หน้าสดชื่น
เมคอัพอยู่ทน รีเฟรชหน้าได้ดี ทำให้หน้าไม่แห้งเวลาถ่ายรูป



4.

เมคอัพสำหรับเติม - แป้งเค้ก ที่ปัดแก้ม ลิปสติกเตรียมให้พร้อมเผื่อหลุดเผื่อลอก เพราะต่อให้แต่งหน้ามาแน่นแค่ไหน
ต้องไหลต้องหลุดบ้างเป็นธรรมดาเพราะการแต่งหน้าไม่ใช่ฉาบปูนนะจ๊ะจะอยู่ได้เป็นเดือนๆ
เมคอัพอาร์ททิสส่วนใหญ่จะแต่งหน้าให้อยู่ทนมากอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเลยจริงๆ ยืมลิปแม่ไว้เต็ม น่าจะไม่ได้หายาก
จะได้สวยเป๊ะตลอดวัน พร้อมถ่ายรูปตลอดเวย์





5.

กระจก แน่นอน จะเช็คว่าสวยเป๊ะไหมต้องมีกระจก คนพลาดมาเยอะแล้ว ผมหลุดหน้าลอกไม่รู้ตัว ตากล้องไม่ได้รีทัชให้ทุกคนนะจ๊ะ




6. 


อัมเบลล่า ร่ม นั่นเองที่รัก ควรมีไว้ เอาไว้ให้บัณฑิตและญาติเพื่อนพ้องกาง เพราะเราไม่รู้ว่าจะฝนตกแดดออกเมื่อไหร่
ไปซื้อหน้างานแพง 2- 3 เท่านะคะ



7.

เงิน - ควรมีติดตัวไว้ 1 ใบ ก่อนเข้าไปข้างใน สามารถซ่อนไว้ได้ตามจุดที่คุณคิดว่า ไม่มีหลุดชัวร์ๆๆ
ต้องไม่หล่นเท่านั้นนะ เหรียญเขาไม่ให้เอาเข้า สาเหตุที่ต้องพกเพราะว่า อาจจะพลัดหลงกับผู้ปกครอง อาจจะต้อง
โทรตู้ จ้างมอไซด์ไปส่งหน้ามอบ้างอะไรบ้างเพราะพลัดพรากกัน คนมันเยอะมาก

อีกกรณีคือ เอาใส่ซองไว้ให้น้องมาบูม เป็นพี่บัณฑิตใจดีแจกตังน้องๆ อย่าลืมนะเออ กันไว้สัก 2 ซอง
ใครคนรู้จักเยอะๆ ต้องหลายๆซอง อิ อิ



8.

เสบียง ... อาหารการกินนั่นเอง ขนมนมเนย เตรียมติดกระเป๋าเพื่อนพ้องพ่อแม่ไว้ เพราะบัณฑิตออกมาจะหิวมาก
ราวกับป็อบลอง หงุดหงิด เป็นอาการขาดน้ำ เพราะข้างในเขาไม่ให้ทานน้ำนะคะ แต่เข้าห้องน้ำได้
โดฟไปให้เต็มที่ ตอนออกมาเตรียมไว้ทาน โดยเฉพาะน้ำขาดไม่ได้ กว่าจะไปถึงร้านอาหาร หิวตายก่อนพอดี
ใครเป็นโรคกระเพาะจะงานเข้า ก่อนเข้าพิธีก็โดฟให้เต็มที่ก่อนเพราะจะหิวได้



9.

สมอลทอร์ค -  เวลารับโทรศัพท์หน้าจะเปื้อน ทำให้เมคอัพลอกได้ ใส่สมอลทอร์คไว้ เวลาคุยจะได้ยินเสียงชัดด้วย
ไม่งั้นเหงื่ออะไรทุกอย่างจะมาทาบลงบนมือถือ ไม่ดีหรอก


10.

เสื่อ - อุปกรณ์สุดทันสมัย ที่ เป็นประโยชน์กับครอบครัวมากโดยเฉพาะที่มาจากต่างจังหวัดอาจจะไม่มีที่นั่ง

บอกเลย ที่นั่งในมหาลัย ที่เคยเพียงพอ มันจะไม่เพียงพออีกต่อไป ถ้าไปช้า ไม่มีที่นั่ง ลุกก็เสียม้า

ดังนั้นถ้าที่บ้านจะรอบัณฑิตที่มหาลัย ควรแบกเสื่อใบเล็กๆไว้ด้วยเผื่อปูนั่ง ยิ่งถ้าฝนตก จะยิ่งไม่มีที่นั่งเข้าไปอีก

ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์นี่ สุดๆเลยหละค่ะ  แต่ถ้าบ้านในไฮโซวหน่อยก็นั่งรอในรถ หาเวลาออกไปเที่ยวระหว่างรอ

ก็ได้แต่ต้องกลับมาก่อนอย่างน้อย  1 ชั่วโมง ไม่งั้นรถจะติด บันฑิตจะรอจนเป็นลมได้








กองกำลังในที่นี้ไม่ต้องตกใจ ได้แก่ ญาติ พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนพ้องนั่งเอง พยายามขนไปเท่าที่จะขนได้
เพราะจะช่วยคุณได้มากทีเดียว นอกจากมาถ่ายรูปแล้ว เพื่อนจะช่วยถือของ ถือช่อดอกไม้ ของขวัญตางๆ
ที่มีคนเอามาให้ ดังนั้นควรเตรียมถุงมาเผื่อๆด้วย จะได้ไม่พะรุงพะรัง เวลาเพื่อนรับปริญญาก็ไปเป็นลูกหาบให้เพื่อน(ต่างมหาลัย)
สลับกัน เอาเพื่อนมัธยมก็ได้เก๋ๆ ยิ่งรู้จักคนเยอะยิ่งสบาย ให้พ่อแม่พากองกำลังไปเลี้ยงข้าวด้วยก่อนกลับบ้าน
พ่อแม่แก่แล้วเดินตามไม่ไหวหรอกบางที ให้ท่านนั่งพักบ้าง วิน วิน ทั้งสองฝ่าย




สิ่งที่ควรรู้ก่อนพบ เมคอัพอาร์ททิสมืออาชีพ


- การเลือกเมคอัพอาร์ททิส ควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง อยากได้หวาน อยากได้เปรี้ยว อยากได้เป๊ะ
ดูผลงานช่างแล้วตัดสินใจเองเลย ช่างเก่งๆ คิวเต็มเร็วมาก ดังนั้นควรหาล่วงหน้าหลายๆเดือน อย่ามาหาใกล้ๆ
จะได้คิวช่วงเที่ยงคืน หน้าจะไปก่อนเพื่อน ควรเลือกเวลาหรือคิวประมาณก่อนเวลาออกเดินทาง 3 ชั่วโมงกำลังดี
อย่าลืมว่าต้องทานอะไรด้วยก่อนเข้าพิธี


- ช่างมืออาชีพ มักมีสกิลที่ดีกว่าช่างตามร้านทำผมทั่วๆไป จะมีเทคนิคแพรวพราวกว่า จากประสบการณ์แล้ว
ราคาช่างตามร้านกับฟรีแลนซ์เก่งๆไม่ต่างกันมาก ห่างกัน 500- 1000 เท่าไหร่ สนนราคาช่างเก่งๆอยู่ที่ประมาณ 15000- 50000 บาท
ถ้าจะจ้างฟรีแลนซ์แล้วอยากแต่งกับเพื่อน ก็รวมตัวกับเพื่อนเลย ตามที่ช่างพอรับได้เป็นกลุ่ม จะได้มีแต่กลุ่มเพื่อน
แต่งคนเดียวอาจจะเกร็งๆ เขินๆ ไม่รู้จะทำยังไง หรือใคร เซเลป เจ้าบุญทุ่ม จ้างมาแต่งตัวเองเลยคนเดียวที่บ้าน ราคาเหมาๆก็หลายบาท
แต่ถ้ามีสตางค์มากก็สามารถจัดให้ตัวเองได้ ส่วนมากจะให้วางมัดจำก่อนหรือจ่ายเต็มแล้วแต่สะดวก

บัณฑิตชาย อาจจะราคาถูกกว่า 500 - 1000 บาท เพราะใช้เวลาแต่งน้อยกว่าผู้หญิงครึ่งนึง


- การวางคิวกับช่างต้องเลือกช่างที่เชื่อถือได้ เงินไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยถ้าเลือกคนที่มีตัวตนในโลกไซเบอร์ยิ่งน่ากลัวน้อยลง
เพราะโดยประสบการณ์ คนโดนเบี้ยวมีเยอะ เกิดจากหลายกรณี

1 ไม่ยอมวางมัดจำช่าง ช่างไม่มีหลักประกัน ดังนั้นช่างจะถือว่าไม่ได้จองคิว ดังนั้น ระแวงแต่พอดี

2. ช่างเบี้ยวเพราะป่วย ต้มตุ๋น ก็มีมากมาย ศึกษาก่อน ถามหาช่างเก่งๆจากรุ่นพี่ก็ได้ เพราะเป็นหลัประกันว่าช่างคนนี้เป็นช่างจริงๆ
ไม่ใช่มิจฉาชีพ

3. ช่างจำนัดผิด ดังนั้น ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ควรคอนเฟิร์มกับช่างอย่างน้อย 2 รอบ วันเวลา สถานที่นัด ก่อนวันงานก็โทรเช็คอีกที

-.สถานที่ในการแต่งหน้า ส่วนมากมักเป็นบ้านช่างเอง ไม่ก็เป็นโรงแรมใกล้มหาลัย เพื่อจะให้เดินทางไปยังสถานที่ได้สะดวก
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมค่าจ้างถึงแพงนัก คุณลองรวมค่าเดินทาง ค่าสถานที่ที่แต่งหน้า ค่าเครื่องสำอาง ค่าฝีมือ และค่าทำงานล่วงเวลา ตี 1 ตี 2
มันไม่มากเลย แถมเป็นงานที่ทำให้สุขภาพทรุดโทรมด้วย ดังนั้นควรไปให้ตรงเวลาที่เขานัด ไม่งั้นคิวจะถูกรันไปอยู่ท้ายสุด
หากเขารอคุณ ก็จะทำให้คนอื่นเสียเวลารอกันไปเป็นลูกโซ่

- ควรถามว่า ช่างมีอุปกรณ์เสริมให้ไหม เช่น ขนตาปลอม เพราะช่างแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเตรียมไว้ให้
 หากคุณแพ้เครื่องสำอางแบรนด์ใด  ควรแจ้งช่างก่อน เขาจะได้ไม่ใช้กับหน้าคุณ จะได้ไม่แพ้

- การเตรียมผิวหน้า ก่อนไปพบช่าง คือ มาร์คหน้าให้ชุ่มชื่น อย่านอนดึก อย่าทายาสิวที่หมอให้ทั้งหน้า จะทำให้เมคอัพไม่ติด
ช่างจะหงุดหงิดมาก แค่นั้นไม่พอ ทำให้คุณเสียเวลาล้างหน้าอีก  ทาลิปบาล์มด้วยก่อนนอน ทานน้ำเยอะๆ

-  เส้นผม ไม่ต้องสระผสมทรีตเมนท์จัดเต็ม ไม่ควนไม่ผม 1-2 วันกำลังดี จะทำผมเสร็จเร็ว อยู่ทรง
ถ้าไม่ไหวลงแต่แชมพูพอ ไม่ต้องลงทรีตเมนท์

- บอกสไตล์ที่ต้องการ แต่หากบอกว่า ใสๆ คุณจะไม่ได้สิ่งนั้น เพราะการแต่งใสๆ บางๆ ไม่เหมาะกับการแต่งหน้ารับปริญญา
ที่ต้องทนแดดทนฝน ทนร้อนน แถมไม่ใช่แนวที่เป็นแฟชั่นด้วยดังนั้น ช่างมักจะไม่เสี่ยง กับคำว่า ใสๆ แล้วให้ลูกค้า
ไปซีดๆๆๆ อยู่ที่งานแน่นอน แต่จะแต่งให้ดูเหมือนไม่แต่งได้หากช่างมีฝีมือและประสบการณ์พอและรูปหน้าของลูกค้า
ไม่ต้องแก้ไขรูปหน้า หมายถึงเบ้าหน้าดี แต่งใสๆแล้วโอ แต่ไม่เบาแน่นอนขอบอก





- ควรเลือกสไตล์ตากล้องที่ต้องการ ตากล้องไม่เหมือนช่างแต่งหน้านะคะ รับถ่ายได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ดังนั้นจะหมดเร็วมากกกกกกก โดยเฉพาะตากล้องเก่งๆ ราคา 2500- 10000 กว่า (ช่างแต่งหน้าดูราคาไม่แพงเลยใช่มะ)

ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการ ครึ่งวัน หรือเต็มวัน ออกต่างจังหวัดจะมีค่ารถเพิ่มด้วยส่วนมาก

- ต้องรอรูปสักพักหนึ่ง ต้องเข้าใจว่าช่างต้องรีทัชปรับแสงบ้างไม่ใช่วันเดียวได้เลย ใช้เวลาร่วมอาทิตย์ ร่วมเดือนถึงจะได้รูป

-  นัดเวลาสถานที่เจอให้ดี

- ไม่ควรถามว่าใช้กล้องอะไร ดูรูปที่เขาถ่ายออกมาสวยพอใจไหมก็พอ

- และแน่นอน ควรแต่งหน้าด้วย จากประสบการณ์ ยังไม่เคยเจอตากล้องคนไหนเลย บอกว่าไม่อยากให้บัณฑิต (หญิง) แต่งหน้า






พลอยขอตัวอย่างทรงผมและแบบแต่งหน้าของช่างหลายๆคนที่รู้จักมาเป็นแบบให้

เผื่อใครนำไปใช้ ให้ช่างที่จ้างดูว่าอยากได้แบบนี้นะ

 หรือสนใจ อยากจ้างแต่งรับปริญญาก็สามารถติดต่อไปได้ค่ะ


ผมสั้น














ผมยาวกลางหลัง















ผมยาว




















ผลงานบางส่วนของพลอยปีนี้ค่ะ ทำบ้างแก้หายคันมือ










ขอบคุณภาพจาก

puyfai makeup
Karajinan Makeup







- ไม่ใส่น้ำหอม [มีข้อห้ามในบางมหาวิทยาลัย]

- พกของไปกินในพิธี [ข้อห้าม]


- เหวี่ยง [อย่าอารมณ์เสีย ทุกคนที่มางานคุณล้วนเหนื่อย]




ยินดีด้วยกับว่าที่บัณฑิตทุกคนนะคะ พลอย เขียนกลั่นกรองมาจากประสบการณ์การรับปริญญาเอง
และเป็นเมคอัพอาร์ททิสมาในอดีตค่ะ


ถ้าชอบก็กดแชร์ คอมเมนท์ ถูกใจกันได้นะคะ
หรือติดตามพลอยที่แฟนเพจค่ะ

Coco Psyche




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 13:54:27 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  
BlogGang Popular Award#10


 
coconutgirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




ชื่อพลอยจ้า คุยกันได้น้า ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ
Coco Psyche

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ
size=25
add herbal supplement
Friends' blogs
[Add coconutgirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.