Group Blog
 
All blogs
 

Working Woman Makeup Tutorial: 3 Styles with Jordana Cosmetics Thailand



Working Woman Makeup Tutorial: 3 Styles with Jordana Cosmetics Thailand






แต่งหน้าไปทำงานด้วยเครื่องสำอาง Jordana Cosmetics Thailand 3 แบบ 3 สไตล์

เลือกได้ในแบบที่คุณต้องการ เครื่องสำอาง
Jordana  มีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
 ผลิตในสหรัฐอเมริกา ราคาเหมาะสม คุณภาพสูง

พลอยเชื่อว่า หลายๆคนที่เพิ่งจบจากมหาลัย อาจจะยังแต่งหน้ากันไม่เป็นนะคะ
แล้วก็มีรีเควชเข้ามาเยอะ ว่าให้สอนแต่งหน้าไปงานหน่อย วันนี้ก็เลยทำรีวิวมาให้ดู 3 แบบ
ให้เหมาะกับบุคลิกสาวไทย ที่มีสไตล์ต่างกันจะได้เลือกแบบที่เป็นตัวเอง
นำไปลองแต่งตามหรือประยุกต์ เครื่องสำอางที่ใช้ราคาไม่แพง คุณภาพดี เหมาะอย่างยิ่ง
สำหรับคนที่เพิ่งหัดแต่งหน้า ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

ถ้าชอบก็แชร์กันได้เลยจ้า

Website http://www.jordanathailand.com

Facebook Fanpage ของแบรนด์ http://www.facebook.com/jordanacosmeticsthailand,
IG/SocialCam: Jordana Cosmetics Thailand

สถานที่จัดจำหน่ายหลักๆคือ ร้านวัตสันสาขา the mall บางแค และ Health club by wuttisak สาขา Future park รังสิต,
The Nine Center พระราม 9, Center One ชั้น2ตรงอนุสาวรีชัยสมรภูมิ และเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

Coco Psyche website : http://www.cocopsyche.com
Fanpage : http://www.facebook.com/cocopsyche
IG : Coco Psyche



Smart









Sweet







Confident
















ขอบคุณที่รับชมจ้า




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2556 21:20:30 น.  

[How to] Colors of the day แต่งหน้าสนุกๆ 7 สี 7 วัน ทำให้สีสันเป็นเรื่องสนุก

สวัสดีจ๊ะ ไม่ได้ลงฮาวทูนาน
วันก่อนทำฮาวทูเล่นๆแก้เบื่อตัวเอง เลยตั้งธีมให้ตัวเองว่าแต่ละวันจะแต่งหน้าตามสีวัน

7 วัน 7 สีไปเลย
ตอนแรกแอบคิดนะว่าจะทำได้ไหม กลัวขี้เกียจก่อน แต่เห็นมีคยชอบเยอะ
ก็เลยทำออกมาครบ 7 วันจนได้ ^3^





วันนี้เลยรวมฮาวทูทั้ง 7 วันมาให้ดูเป็นมินิฮาวทู ดูกันง่ายๆขำๆ
มีเครื่องสำอางหลายชิ้นที่เอามาใช้ในฮาวทูนี้ซื้อมานานแล้วอยากใช้บ้าง ออกแนวเก็บกด 555
บอกก่อนว่า พลอยค่อนข้างจะคุมโทนให้ทุกวันเป็นเฉดเดียว จะไม่ใช่สีอื่นเข้ามาแทรกมากนัก
จะมีก็แต่สีขาว สีดำที่นำมาช่วยตัดสีต่างๆ เพราะถ้าเปลี่ยนแค่สีตา หรือสีปากอย่างเดียวเลย
มันคงจำเจเกินไป เลยให้ทั้งตาปากเป็นสีเดียวเอาล่ะ มาดูกันเลยนะคะว่ามีลุ๊คไหนบ้าง
ชอบสีไหนคอมเมนท์กันได้ บางอันก็ใช้ได้ในชีวิตจริงนะ

แต่ลุ๊คไหนใช้แต่งเป็นลุ๊คปกติไม่ได้ก็ถือว่าเป็น Makeup inspire แล้วกันนะคะ ^^


มาดู look แรกกันเลยจ้า
วันจันทร์สีเหลือง







ขั้นตอนการแต่งหน้า

1. ทาครีมอายชาโดวส์สีเหลืองตามภาพ [makeup forever 12 flash color case]
2. เซ็ตอายชาโดวส์อีกครั้งด้วยอายชาโดวส์สีเหลืองแบบฝุ่นไม่มีประกายเพื่อความติดทน
    [sleek ultra matte brights palette]
3. ใช้อายชาโดวส์สีขาวลงใต้โหนกคิ้วให้ดวงตาดูสว่างสดใส
4. ภาพหลังจากทาอายชาโดวส์เสร็จ
5. กรีดอายไลเนอร์
6. ปัดขนตาบนล่าง
7. ใช้อายชาโดว์สีมุกเหลือบๆตาที่หัวขอบตาล่าง
8. ปัดแก้มสีส้มอ่อน [sleek by 3 blushon # pumpkin]
9. ทาปากสีเหลือง






วันอังคารสีชมพูวววววว






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ทาอายชาโดวส์ครีมสีชมพู
2. เบลนอายชาโดวส์สีน้ำตาลเข้มที่ปลายหางตาบนและล่าง [sleek ultra matte brights palette]
3. ใช้สีชมพูอ่อนทากลางเปลือกตา [sleek ultra matte brights palette]
4. ทาสีขาวแบบแมทใต้โหนกคิ้ว
5. ใช้อายไลเนอร์ดินสอวิงค์ๆทาที่ขอบตาล่าง  [Holika Holika Jewel-light Waterproof Eyeliner ]
6. กรีดอายไลเนอร์สีดำ ปัดมาสคาร่า
7. ติดขนตาปลอม
8. ทาลิปสีชมพูนม [Etude House VIP girl Lips #PK007]
9. ทากลอสสีชมพูเข้มด้านในริมฝีปาก [MAC Pink Poodle Lipglass]







วันพุธ สีเขียว




ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ทาอายไพร์เมอร์ทั่วเปลือกตา
2. ทาอายชาโดวส์ครีมสีขาวเป็นรูปครึ่งวงกลม [makeup forever 12 flash color case]
3. ทาอายชาโดวส์สีเขียว [sleek ultra matte brights palette]
4. ภาพตอนลืมตา
5. ถมช่องขนตาด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาล
6. กรีดอายไลเนอร์ด้วยอายไลเนอร์สีเขียวเปลือกแมงทับ
7. ปัดมาสคารร่าเบสให้ขนตายาว
8. ปัดมาสค่าสีเขียว [Barry M]
9. ทาปากด้วยสีเขียว ผสมสีเหลืองนิดๆผสมกัน[makeup forever 12 flash color case]









วันพฤหัสบดี สีส้ม







ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.ใช้สีเพนท์หน้าสีส้มทาเป็นอายไลเนอร์ที่ขอบตา
2.ใช้อายชาโดวส์สีขาวแมทไฮไลท์ใต้โหนกคิ้ว
3.ใช้อายชาโดวส์สีส้มทาทับอายสีอายไลเนอร์ให้ขอบตาไม่ไหลเลอะ [Manly palette]
4.ใช้อายชาโดวส์สีส้มมีชิมเมอร์ทากลางเปลือกตาให้ดูวาว
5.ทาอายชาโดวส์ผสมกลิตเตอร์ที่กลางของตาล่าง
6.กรีดอายไลเนอร์ด้วยอายชาโดวส์สีดำ
7.ปัดขนตาบนล่าง
8.ทาปากด้วยสีส้มแบบแมท [barry M  lipstick 117]
9.ทาทับด้วยกลอสสีส้ม [Etude]







วันศุกร์ สีฟ้า






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.รูปตาก่อนแต่ง
2.ใช้อายไลเนอร์สีฟ้าเขียนทับเส้นคิ้วเกลี่ยสวนไปมาจนกลบสีคิ้วได้ [barry M  Kohl Pencils kp19]
3.ติดสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้นให้ชัดขึ้น
4.ใช้ [makeup forever 12 flash color case] วาดเป็นเส้นอายไลเนอร์สีขาว
5. ทาทับด้วยอายชาโดวส์ฝุ่นสีขาว
6. ปัดมาสคาร่า
7. ทาอายชาโดวส์สีฟ้าเกลี่ยเหนือชั้นพับตา
8. ทาปาด้วยสีฟ้า ใช้ [makeup forever 12 flash color case] สีน้ำเงินผสมสีขาว
9.ทาทับด้วยอายชาโดวส์ฝุ่นสีฟ้า













วันเสาร์ สีม่วง



ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ติดสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้น
2. ลงอายชาโดวส์สีม่วงอ่อนเบลนไปใกล้ใต้คิ้ว
3.ทาอายชาโดวส์สีม่วงเข้มที่ชั้นพับตาเกลี่ยให้เนียน
4.ใช้อายชาโดวส์สีม่วงเข้มลงที่กลางหางตาไล่มาปลายหางตา
5.กรีดอายไลเนอร์สีดำ
6.ถมช่องขนตาด้วยอายชาโดวส์สีดำ
7.ปัดขนตาบนล่าง
8.ปัดแก้มด้วยสีชมพูอมม่วง
9. ทาลิปสติ๊ก ใช้ [makeup forever 12 flash color case] ผสมสีแดงน้ำเงิน น้ำตาล และขาวเข้าด้วยกัน













วันอาทิตย์สีแดง






ขั้นตอนการแต่งหน้า
1.ตาก่อนแต่ง
2.ทา  [makeup forever 12 flash color case] สีแดงแล้วเกลี่ยทั่วเปลือกตา
3. จากนั้นใช้นิ้วเกลี่ยให้ขอบฟุ้ง
4. ใช้ลิปกลอสใสทาทับอายชาดโดวส์สีแดงที่ลงไว้ ไม่ต้องกรีดอายไลเนอร์เดี๋ยวกลอสจะกลายเป็นตัวทำละลายไป
5.ปัดขนตา
6. ปัดแก้ม [illamasqua blush panic]
7. ทาปากด้านในให้เป็นสีแดงระเรื่อ [Mac Lipstick - Mac Red]
8. ใชินิ้วเกลี่ยให้ขอบปากฟุ้ง
9. ทากลอสสีขาวประกายทับด้านนอก
*การใช้กลอสทาตา มีมานานแล้ว แฟชั่น runway look จะแต่งบ่อย ส่วนมากจะเป็นโทนนู๊ด ส้ม ม่วง
ถ้าแต่งบนเบ้าตาคนยุโรปที่มีความลึกและกลมกว่าก็จะดูวาวสวยกว่า*







หมดแล้วจ้า
ขอบคุณที่ติดตามชมและทุกคอมเมนท์ล่วงหน้านะค๊าบบบ

ชอบลุ๊คไหนเอาไปประยุกต์ใช้ได้ ทุกๆวันจะได้ไม่เป็นวันที่น่าเบื่อ

รักนะจุ๊บๆๆ


ถ้าชอบก็แชร์กันได้น้า ^^




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2556    
Last Update : 10 ตุลาคม 2556 19:59:34 น.  

[How to] Sexy Green Glamour สวยเนียนและเซ็กซี่ด้วย MMU

 ฮัลโหลววววววว

แลดูจากกันนาน ต่อจากฮาวทูที่แล้ว

วันก่อนกลับมาจาก กทม นั่งเก็บห้องนอน เจอ MMU ของ  LaurEss
 เครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ เหมาะแก่ผิวแพ้ง่ายอย่างเดีียนมาก

ไป กทม มาเจอมลพิษ บลาๆๆ หน้าไม่เริสอย่างแรง แต่จะโบกเข้มก็กลัวจะสิวเห่อ เลยจับมาทำฮาวทูให้ดู

พลอยได้ยินมาว่า  MMU ของ  LaurEss  สามารถผสมกับครีมกันแดดที่เราใช้ๆอยู่แล้วกลายเป็นครีมรองพื้นเลย

เฮ๊ยยย!!! มันต้องลอง ว่าแล้วก็ลองเลย มาดูกันดีกว่าว่าลุ๊คนี้แต่งอะไรยังไงกันบ้าง






ขั้นตอนการแต่งหน้า




- หลังบำรุง ใช้ครีมกันแดด ผสมกับรองพื้นของ LaurEss ก็จะได้เป็นครีมรองพื้นนำมาทาหน้าอย่างง่ายดาย

พลอยเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าการเป็นแบบแป้งทำให้เกลี่ยยากกว่าการใช้แบบครีม

ดังนั้นเราประยุกต์ใช้ได้เริสๆเชิดๆ แถมปกปิดดีเด้งด้วย









- ใช้คอนซีลเลอร์ สี วนิลา ปิดแพนด้า และใช้ แป้งฝุ่นสำหรับผิวผสมของ
LaurEss ปัดทั่วใบหน้าเพื่อเซ็ตเมคอัพให้เนียนและอยู่ทน





- ใช้คอแร็คเตอร์ สีอมเขียวปัดกลางหน้าแก้มหน้าฝาก ที่ๆที่อยากให้ดูขาวขึ้น และมีรอยแดง จริงๆเขาปัดก่อนจะลงแป้งนะ แต่พลอย
เอามาอะเด๊บใช้ให้เป็นไฮไลท์ในตัว หน้าจะได้ดูขาวไม่หมองด้วย

จากนั้นเขียนคิ้วเชิดเล็กน้อยและปัดด้วยแปรงให้หัวคิ้วฟุ้ง






- ก่อนลงอายชาโดวส์ ใช้อายไพรืมเมอร์ ลงทั่วเปลือกตา สีตาจะได้ชัดแจ่มขึ้น ทำให้อายไลท์ของเราติดทน

ใช้สี wicked ที่หัวตาลากมาเกือบกึ่งกลางตา จากนั้นใช้สีที่สองเบลนให้เข้ากับสีแรก และเลยมาที่หางตาเล็กน้อย

เสร็จแล้วใช้สีเข้มสุดวาดตาให้เฉี่ยวไปเลย อายไลท์ของ
LaurEss ไม่ต้องใช้ในปริมาณมากนะคะ เพราะพิกเมนท์เข้มมากและติดทน



- เกลี่ยสีตาให้ดูเนียนขึ้นและเนี๊ยบขึ้นด้วยสีอ่อนลงใต้โหนกคิ้วและเบลนลงมา จากนั้นใช้สีเข้ม

 สีเดียวกับหางตาบน ลงมาที่ขอบตาล่างเพิ่มความกลมกลืน

เสร็จแล้วใช้ สีไลเนอร์อุดช่องขนตาให้ดูเนี๊ยบ






- ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าทั้งบนและล่างไม่ต้องติดขนตาปลอม เน้นที่สีตาแจ่มๆ ผิวเนียน และปากสีนู๊ดเซ็กซี่

ทีนี้ก็ปัดแก้มด้วยสีแมทชมพู เพิ่มประกายให้พวงแก้มด้วยบรัชเนื้อชิมเมอร์เฉพาะหน้าแก้ม










- ที่ห้ามลืม คือ ทากลอสเพิ่มความชุ่มชื่น พลอยใช้สีออกนุ๊ด และแต้มตรงกลางด้วยสี ชมพูประกายมุก เพิ่มมิติให้ริมฝีปาก


เสร็จแล้ว!!!


เห็นไหมคะแค่ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น จริงๆใช้ MMU ก็ไม่ได้เสียเวลาแต่งหน้านักนะ ไม่ได้อวย
พลอยลองจับเวลาดูแล้วก็ใช้เวลาพอๆกัน แถมได้ผิวเนียนๆแบบไม่ต้องพยายามมากด้วย


แค่นี้ก็เอ๊กอี้ได้แล้วน้า

หลายคนบอกว่า MMU ใช้ได้แต่ใสๆ จริง? .......





หลินหุ้ยยังอายเหอะ





ถ้าเบื่อสโมกกี้สีน้ำตาล สีเทา สีดำ ก็เขียวบ้าอะไรบ้างเนอะ













*** เพิ่มเติมเป็นทริคเล็กๆ สำหรับวิธีการใช้ MMU***


ใครที่มีกิจวัตรเร่งรีบสามารถ เอา MMU ผสมกับครีมกันแดดเก็บใส่กระปุกไว้ได้ 1 อาทิตย์นะจ๊ะ

เป็นวิธีที่เหมาะกับคนเวลาน้อยและไม่ชอบใช้แปรงให้บาดหน้าจ้า



วันนี้ลาไปก่อนนะจ๊ะ บ๊ายบาย


http://www.facebook.com/cocopsyche

ปล. เผื่อใครไม่เคลียร์ เครื่องสำอาง จาก
  LaurEss  พลอยได้มานานแล้วนะ

คนที่ติดตามมานานทราบดีเนอะ




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2556    
Last Update : 31 สิงหาคม 2556 21:48:07 น.  

[How to] สอนแต่งหน้ารับปริญญา + All about รับปริญญา ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำสวยในวันรับปริญญา

 สวัสดีค่ะทุกท่าน ทั้งที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นบัณฑิต และว่าที่บัณฑิตในปีต่อๆไปนะคะ

มีรีเควชเข้ามาเยอะเหลือเกินสำหรับการแต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเอง และการเตรียมตัวก่อนวันสำคัญ

เมื่อขอมาพลอยก็จัดให้ค่ะ  ทั้งวิธีทำสวย และเรื่องต่างๆที่ควรรู้ ก่อนวันรับปริญญาเตรียมตัวให้พร้อมค่ะพบกับ

All About เตรียมตัวรับปริญญาค่ะ




****คำเตือน****
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของพลอยเท่านั้น ห้ามดัดแปลง คัดลอก หรือนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต

-----------------------------

หลายๆคนก็อาจจะต้องแต่งหน้าเองนะคะ ด้วยอาจจะมีงบจำกัด หรือพ่อแม่ผู้ปกครองไม่อนุญาต
บางคนอาจจะมีเครื่องสำอางเยอะอยู่แล้ว อยากแต่งเอง พลอยเลยทำฮาวทูให้ สามารถทำตามได้
 พลอยอธิบายให้แบบไม่มีกั๊กค่ะ  คลิกเพื่อชมคลิปได้เลยค่ะ

[How to] สอนแต่งหน้ารับปริญญา





เสร็จแล้ว

ขนตาที่พลอยใช้ในคลิปเหมาะกับวันซ้อมนะคะ เพื่อให้ถ่ายรูปเห็นชัดวันจริงควรเลือกที่สั้นและบาง
กว่านี้นะคะ สีปากอ่อนลงเล็กน้อย หรือเป็นโทนชมพูก็ดูหวานไปอีกแบบนะคะ



เสื้อเพิ่งซื้อมาเพื่อการนี้เลย ชุดพลอยอยู่ กทม หมด ปกติจะสั่งตัดให้พอดีตัว ไม่ฟิตและพอดีแขน
ตัวนี้ฟิตไปหน่อย พลอยไม่ได้จบ มข. นะคะ ยืมกระดุมน้องมา พลอยจบประสานมิตรค่ะ




จริงๆไม่อยากจะบอก ว่าตอนพลอยรับปริญญานะอ้วนจนเหลือแต่หน้าออกมาจากครุยเลย



ควรจะละเว้นความวิงค์ไว้สักอย่ืาง ถ้าตาวิงค์แก้มวิงค์แล้ว ปากไม่ต้องวิงค์ก็ได้



บางมหาลัยห้ามทาอะไรวิงค์ๆเลยด้วยซ้ำไปนะคะ ต้องศึกษาให้ดี



หัดบ่อยๆนะคะ



อย่าลืมดูวิธีเตรียมตัวรับปริญญาด้านล่างนะคะ














>>สิ่งที่ควรรู้ และการเตรียมตัวก่อนรับปริญญา<<


  การสระผม

 ควรสระผมก่อนทำทรงผมรับปริญญา 1 - 2 วัน เนื่องจากเส้นผมที่เพิ่งสระมักจะลื่น นิ่ม ยีแล้วไม่อยู่ทรง รวบแล้วหลุด
บางครั้งต่อให้สเปรย์ดีเริสประเสริฐดี แต่หวังดีกลัวหัวเห็นหมักทรีตเมนท์ซะพริ้ว ถ้าใช้แชมพูดไม่ถูกประเภทผม หรือชุ่มชื่นเกินไป
ก็อาจทำให้ผมหลุดร่วงหลังจากทำทรงผมในวันรับปริญญาได้ถ้าสเปรย์ไม่แน่นพอ แถมเมื่อปลายผมที่หนักแล้วอยากจะม้วนลอน
ก็ยิ่งทำให้ผมลอนทิ้งตัวเร็วมากขึ้น แต่ถ้าใครหัวมันมาก เยิ้มสุดๆทุกวันก็สามารถสระได้เดี๋ยวเพื่อนที่นั่งด้านบนจะเป็นลมเอา



 ความยาวของผม


 จริงๆแล้ว สามารถทำได้หมดแต่ก็มีข้อยกเว้นบ้าง ซึ่งถ้าไม่เพิ่งช่างผมมืออาชีพ อาจจะลำบากนิดนึง
ถ้าคุณไม่มีสกิล ความชำนาญในการทำผมมาก่อน

ผู้ชาย : ใครผมยาวต้องตัดสั้น โกนหนวดเคราให้เรียบร้อย  ห้ามไว้จอน ต้องเอาออกด้วยนะจ๊ะ ทำทรงเรียบร้อย ห้ามเซอร์นะจ๊ะ
มหาลัยเอกชนอาจจะไม่เคร่งมากจอนก็พอไว้ได้ขึ้นอยู่กับกฏข้อบังคับแต่ละมหาลัย

ผู้หญิง : ถ้าใครผมสั้นมาก ก็ทำทรงผู้ชายได้ ตีกระบังนิดๆให้ดูเรียบร้อย ถ้ายาวครึ่งๆกลางๆแนะนำให้ไว้ผมสักนิดนึง
จะได้ทำทรงผมง่าย ความยาวที่ทำง่ายคือความยาวประดับอก จริงๆความยาวก็ไม่ใช่ปัญหากับการทำทรงมากนัก
แต่แนะนำว่าอย่าตัดหน้าม้าเต่อ เพราะบางมหาลัย ต้องเก็บผมด้านหน้าทั้งหมด จะตลกเอานะเธอ

*** ทรงต้องเปิดหน้าด้านซ้ายนะคะ ***



 สีผม

สีผมที่ถูกต้องที่สุดคือ "ดำสนิท" นักศึกษาส่วนมากจะย้อมผมเป็นสีน้ำตาลออก แต่ถ้าอยู่มหาลัยรัฐก็ต้องย้อมกลับเป็นดำอยู่ดี
หลายๆคนบอกให้ช่างผมทำสีน้ำตาลเข้ม เพราะกลัวจะย้อมใหม่ไม่ติดสีอ่อน แต่ถ้ายังเหลือสีออกแดงอยู่ บางครั้ง
ถ้ายังแดงๆอยู่ จะหลอกตัวเองว่าดำแล้วแค่ไหน อาจารย์ หรือ คนจากงานพิธี เขาไม่ได้สนใจ เนื่องจากสเปรยฉีดผมราคาแพง
เขาก็คงไม่ซื้อมาเผื่อเราเยอะมาก ดังนั้นบางคนจึงแจ็คพ็อตโดนกีวี่ขัดรองเท้าป้ายผมไปตามระเบียบไม่ได้พูดเล่น
เห็นมากับตา ดังนั้น ใครไม่อยากย้อมดำสนิท จึงตุนสเปรย์ฉีดผมสีดำไว้สำหรับจุดที่ย้อมดำแล้วยังดูแดงๆเหมือนกั๊กๆไว้

แต่บางมหาลัยถึงเป็นมหาลัยรัฐก็ไม่ซีเรียสเรื่องสีผมนะคะ ขอให้เป็นโทนสุภาพเช่นดำน้ำตาลเข้มเป็นใช้ได้ ไม่ใช่ทองมาทั้งหัว

ส่วนมหาลัยเอกชนก็ขึ้นอยู่กับกฏมหาลัยค่ะ ว่าอนุโลมไหมอย่างไร



อุปกรณ์ตกแต่งผม

อุปกรณ์แต่งผม ที่ใช้ได้ก็เช่น ยางมัดผม กิฟดำ กิฟฝอย สามารถติดบนผมได้เพื่เก็บความเรียบร้อย แต่บางครั้ง
ก็ต้องซ่อนกิฟต์ดำให้เรียบร้อย และหากถักเปียห้ามเห็นหนังศีรษะ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัยอีกหละ ว่ามีกฏอย่างไร

ส่วนดอกไม้ต่างๆ ห้ามประดับประดาบนเส้นผมนะจ๊ะ งานรับปริญญานะไม่ใช่งานแต่งงานนะที่รักกกกก





การเตรียมผิวหน้าก่อนวันงาน



- ถ้ารักษาสิวอยู่ ก็พยายามให้สิวยุบ หรือหายอักเสบ เพราะรอยดำสามารถกลบได้ แต่รอยนูนจะเห็นได้ชัดเวลาถ่ายรูป

- การสครับหน้าทำได้ก่อน 1-2 อาทิตย์ก่อนรับปริญญา ห้ามสครับภายใน 2-3 วันก่อนจะรับปริญญา เพราะหน้าจะไวแดด
เกิดอาการแพ้ สิวเห่อขึ้นมาได้ แถมอาจไหม้เกรียมเป็นฝ้า เพราะผิวใหม่ยังอ่อนอยู่ แสงแดดจะทำร้ายโดยง่าย

- ควรบำรุงให้หน้าชุ่มชื่นที่สุดก่อนแต่งหน้า ไม่แห้งแตกเป็นขุย

- ก่อนวันงานควรนอนให้พอ มาร์คหน้า ก่อนนอน และทาอายครีม ดื่มน้ำมากๆลดอาการผิวขาดน้ำ

-ความเครียดเป็นสาเหตุให้ผิวแย่ได้ จะทำให้แต่งหน้าไม่สวย

- การทายาหมอควรละเว้นในวันรับปริญญา เพราะทำให้เมคอัพไม่ติด พลอยเคยเป็นช่าง
เคยงงมาก ว่าทำไมแต่งหน้าแล้วรองพื้นไม่เกาะหน้าเลยลอง 10 ยี่ห้อแล้วก็ไม่ชวย เพราะนางทายาหมอมานั่นเอง
ต้องขอร้องให้ล้างหน้าออกก่อนจึงแต่งหน้าได้ ถ้าต้องทาจริงๆใช้แป้งผสมรองพื้นในการแต่งหน้าแทนการใช้แบบน้ำ

- ควรทากันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 30 ด้วยกันหน้าไหม้ จากการถ่ายภาพกลางแจ้ง



คอนแท็คเลนส์




- การเลือกคนแท็คเลนส์ สำหรับสาวๆที่ อยากตาโต สวยงาม สายตาสั้น แต่ไม่อยากใส่แว่น สามารถใส่คอนแท็คเลนส์ได้
ทั้งแบบใส อันนี้ไม่มีใครห้าม ส่วนคอนแท็คเลนส์ สี แฟชั่น ควรเป็นสีตาธรรมชาติ เช่น ดำ น้ำตาล เทาเข้มๆ
ไม่ควรเป็นสีสว่าง หรือเห็นได้ชัด ไม่ควรมีลายเพชรลายแฉกอะไร ควรธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้

ควรพกน้ำตาเทียมไปด้วย ติดไว้ที่เพื่อนพ้องก่อนเข้าห้องประชุมก็หยอดสักนิด เพราะมักจะอากาศหนาว
ตาจะแห้งมาก เป็นอันตรายต่อดวงตาได้



การแต่งหน้า สีสันของ Makeup




- ควรเลือก เครื่องสำอางชนิดที่ติดทนและกันน้ำ เพื่อให้เมคอัพอยู่ได้ทั้งวันถึงเย็น เผื่อออกมาถ่ายรูปอีก
แถมการรับปริญญาส่วนมาก อากาศนอกห้องประชุมมัก ร้อนมากกกกกกกกกก เหงื่อไหลเป็นสายน้ำ
ต้องเลือกที่เอาอยูจริงๆหากจะแต่งเอง ถ้ามีช่างมืออาชีพแต่งให้ไม่น่าห่วง ห่วงแค่จะสวยไม่สวยเท่านั้นเอง

- สีสัน ควรเป็นโทนสีสุภาพ เอิร์ธโทน(โทนน้ำตาล) โทน ส้ม พีช โทนชมพู ทองเบาๆ สโมกกี้ก็ควรแต่พ่องาม
อย่าบล็อคหนักจนพั้งค์ไป จะน่ากลัว แถมยังดูโทรมด้วย การเลือกสีก็ให้เหมาะกับสีผิว คนผิวขาวแต่งได้ทุกโทน
แต่ก็ไม่ควรใช้สีเข้มมาก จะดูแก่ อย่าทาปากแดงแจ๊ดนะจ๊ะไม่ได้ไปเดินแฟชั่น ทาได้เฉพาะเวลาถ่ายรูป
ซึ่งจริงๆก็ไม่ควรเท่าไหร่ ส่วนสาวผิวสองสีก็แต่งได้ทุกโทนเช่นเดียวกัน แต่มักจะสวยในโทนสีพีช


** วิธีการจัดไฟ สำหรับแต่งหน้าที่บ้าน**

เนื่องจากต้องแต่งหน้าก่อนรุ่งสางไม่มีแสงธรรมชาติ ทำอย่างไร?

ถ้าไฟห้องเหลือง ให้ซื้อขั้วไฟมาใส่หลอดขาว วางไว้ที่มุมห้อง ระนาบเดียวกับใบหน้าหันเข้าหาใบหน้า
ไม่ต้องกใกล้มาก เพื่อกลบแสงเหลือง

ใครห้องไฟขาวมาก ส่องกระจกแล้วซีด ให้ซื้อไฟเหลืองมาเพิ่ม แกนไฟแบบหมุนใส่ขั้วมีขายตามร้าน
ขายอุปกรณ์ก่อสร้างค่ะ หันเข้าใบหน้า แต่วางไกลๆเดี๋ยวตาจะพร่า



ขนตาปลอม



- ไม่ควรใช้ขนตาปลอม ยาว หนา เกินไป อาจจะโดนให้ถอดได้ ควรใช้ที่ดูเป็นธรรมชาติ หรือแค่พอแบ๊ว อย่าขนาดพริตตี้

- เลือกที่เกรดดีน้อยเพราะต้องติดทั้งวัน เลือกก้านนิ่มๆ น้ำหนักเบา วางบนตาแล้วรู้สึกไม่หนัก ไม่ควรมีเพชรหรือลูกเล่นอย่างอื่นประดับ






ชุดนักศึกษาควรมีขนาดและความยาว ถูกระเบียบ นั่งได้ เสื้อไม่รัดแน่นมากจนนั่งไม่ได้ กระโปรงยาว สีตามมหาลัยกำหนด
ผู้ชายต้องใส่สูตรด้านในด้วย อาจจะร้อน แต่ต้องอดทนเหนาะ ห้ามมีเหล็กเข้าไปด้วยนะจ๊ะ  ผู้หญิงต้องใส่ถุงน่องให้เรียบร้อย









ห้ามทาสี ต้องตัดให้สั้นไม่มีส่วนขาวๆออกมาค่ะ เป็นเหมือนกันทุกมหาลัย






รองเท้าต้องเป็นหนัง สีดำ ไม่เป็นหนังแก้วหรือหนังกลับ ความสูง 1-2.5 นิ้ว ส้นหนา เอาให้ชัวร์ว่าจะไม่หัก บางมหาลัยก็ให้แค่ 2 นิ้ว

หัวรองเท้าไม่ควรหัวแหลมเกินไป จะทำให้ปวดเท้าเวลาเดิน ควรเป็นหัวมน หรือหัวตัด หัวแหลมเล็กน้อย เลือกทรงที่ใส่แล้วเดินสบาย เพราะต้องเดินเยอะ

ถ้าเป็นคนไม่สูงให้ซื้อเผื่อไว้อีกคู่ 3 นิ้วขึ้น เอาไว้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ควรใส่เดินในบ้านให้นิ่มก่อน ที่กันลื่นที่กันกัด ติดให้เรียบร้อย



อุปกรณ์ข้าวของเหล่านี้ควรมีไว้ให้ใส่กระเป๋าให้เพื่อนพ่อแม่พี่น้องเก็บไว้

1.




กระดาษทิชชู่ อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ ให้พ่อแม่พี่น้องติดไว้ เพราะมันร้อน เหงื่อไหล ไว้ซับหน้า สารพัดนึง
ทั้งหน้าบัณฑิต หน้าพ่อแม่บัณฑิต เช็ดได้หมดพกไว้ไม่เสียหลาย



2.

กระดาษซับมัน เอาไว้ซับหน้า โดยเฉพาะคนที่หน้ามัน มากกกกกกกกกกกกกกก เอาไว้ซับเบาๆก่อนถ่ายรูปได้


3.


อีก 1 อุปกรณ์ที่ควรมีไว้ สเปร์ยน้ำแร่ ทำได้หลายอย่าง ฉีดแก้ร้อน แก้หน้าไหม้ ฉีดหลังซับหน้าก่อนเติมเมคอัพให้หน้าสดชื่น
เมคอัพอยู่ทน รีเฟรชหน้าได้ดี ทำให้หน้าไม่แห้งเวลาถ่ายรูป



4.

เมคอัพสำหรับเติม - แป้งเค้ก ที่ปัดแก้ม ลิปสติกเตรียมให้พร้อมเผื่อหลุดเผื่อลอก เพราะต่อให้แต่งหน้ามาแน่นแค่ไหน
ต้องไหลต้องหลุดบ้างเป็นธรรมดาเพราะการแต่งหน้าไม่ใช่ฉาบปูนนะจ๊ะจะอยู่ได้เป็นเดือนๆ
เมคอัพอาร์ททิสส่วนใหญ่จะแต่งหน้าให้อยู่ทนมากอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเลยจริงๆ ยืมลิปแม่ไว้เต็ม น่าจะไม่ได้หายาก
จะได้สวยเป๊ะตลอดวัน พร้อมถ่ายรูปตลอดเวย์





5.

กระจก แน่นอน จะเช็คว่าสวยเป๊ะไหมต้องมีกระจก คนพลาดมาเยอะแล้ว ผมหลุดหน้าลอกไม่รู้ตัว ตากล้องไม่ได้รีทัชให้ทุกคนนะจ๊ะ




6. 


อัมเบลล่า ร่ม นั่นเองที่รัก ควรมีไว้ เอาไว้ให้บัณฑิตและญาติเพื่อนพ้องกาง เพราะเราไม่รู้ว่าจะฝนตกแดดออกเมื่อไหร่
ไปซื้อหน้างานแพง 2- 3 เท่านะคะ



7.

เงิน - ควรมีติดตัวไว้ 1 ใบ ก่อนเข้าไปข้างใน สามารถซ่อนไว้ได้ตามจุดที่คุณคิดว่า ไม่มีหลุดชัวร์ๆๆ
ต้องไม่หล่นเท่านั้นนะ เหรียญเขาไม่ให้เอาเข้า สาเหตุที่ต้องพกเพราะว่า อาจจะพลัดหลงกับผู้ปกครอง อาจจะต้อง
โทรตู้ จ้างมอไซด์ไปส่งหน้ามอบ้างอะไรบ้างเพราะพลัดพรากกัน คนมันเยอะมาก

อีกกรณีคือ เอาใส่ซองไว้ให้น้องมาบูม เป็นพี่บัณฑิตใจดีแจกตังน้องๆ อย่าลืมนะเออ กันไว้สัก 2 ซอง
ใครคนรู้จักเยอะๆ ต้องหลายๆซอง อิ อิ



8.

เสบียง ... อาหารการกินนั่นเอง ขนมนมเนย เตรียมติดกระเป๋าเพื่อนพ้องพ่อแม่ไว้ เพราะบัณฑิตออกมาจะหิวมาก
ราวกับป็อบลอง หงุดหงิด เป็นอาการขาดน้ำ เพราะข้างในเขาไม่ให้ทานน้ำนะคะ แต่เข้าห้องน้ำได้
โดฟไปให้เต็มที่ ตอนออกมาเตรียมไว้ทาน โดยเฉพาะน้ำขาดไม่ได้ กว่าจะไปถึงร้านอาหาร หิวตายก่อนพอดี
ใครเป็นโรคกระเพาะจะงานเข้า ก่อนเข้าพิธีก็โดฟให้เต็มที่ก่อนเพราะจะหิวได้



9.

สมอลทอร์ค -  เวลารับโทรศัพท์หน้าจะเปื้อน ทำให้เมคอัพลอกได้ ใส่สมอลทอร์คไว้ เวลาคุยจะได้ยินเสียงชัดด้วย
ไม่งั้นเหงื่ออะไรทุกอย่างจะมาทาบลงบนมือถือ ไม่ดีหรอก


10.

เสื่อ - อุปกรณ์สุดทันสมัย ที่ เป็นประโยชน์กับครอบครัวมากโดยเฉพาะที่มาจากต่างจังหวัดอาจจะไม่มีที่นั่ง

บอกเลย ที่นั่งในมหาลัย ที่เคยเพียงพอ มันจะไม่เพียงพออีกต่อไป ถ้าไปช้า ไม่มีที่นั่ง ลุกก็เสียม้า

ดังนั้นถ้าที่บ้านจะรอบัณฑิตที่มหาลัย ควรแบกเสื่อใบเล็กๆไว้ด้วยเผื่อปูนั่ง ยิ่งถ้าฝนตก จะยิ่งไม่มีที่นั่งเข้าไปอีก

ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์นี่ สุดๆเลยหละค่ะ  แต่ถ้าบ้านในไฮโซวหน่อยก็นั่งรอในรถ หาเวลาออกไปเที่ยวระหว่างรอ

ก็ได้แต่ต้องกลับมาก่อนอย่างน้อย  1 ชั่วโมง ไม่งั้นรถจะติด บันฑิตจะรอจนเป็นลมได้








กองกำลังในที่นี้ไม่ต้องตกใจ ได้แก่ ญาติ พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนพ้องนั่งเอง พยายามขนไปเท่าที่จะขนได้
เพราะจะช่วยคุณได้มากทีเดียว นอกจากมาถ่ายรูปแล้ว เพื่อนจะช่วยถือของ ถือช่อดอกไม้ ของขวัญตางๆ
ที่มีคนเอามาให้ ดังนั้นควรเตรียมถุงมาเผื่อๆด้วย จะได้ไม่พะรุงพะรัง เวลาเพื่อนรับปริญญาก็ไปเป็นลูกหาบให้เพื่อน(ต่างมหาลัย)
สลับกัน เอาเพื่อนมัธยมก็ได้เก๋ๆ ยิ่งรู้จักคนเยอะยิ่งสบาย ให้พ่อแม่พากองกำลังไปเลี้ยงข้าวด้วยก่อนกลับบ้าน
พ่อแม่แก่แล้วเดินตามไม่ไหวหรอกบางที ให้ท่านนั่งพักบ้าง วิน วิน ทั้งสองฝ่าย




สิ่งที่ควรรู้ก่อนพบ เมคอัพอาร์ททิสมืออาชีพ


- การเลือกเมคอัพอาร์ททิส ควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง อยากได้หวาน อยากได้เปรี้ยว อยากได้เป๊ะ
ดูผลงานช่างแล้วตัดสินใจเองเลย ช่างเก่งๆ คิวเต็มเร็วมาก ดังนั้นควรหาล่วงหน้าหลายๆเดือน อย่ามาหาใกล้ๆ
จะได้คิวช่วงเที่ยงคืน หน้าจะไปก่อนเพื่อน ควรเลือกเวลาหรือคิวประมาณก่อนเวลาออกเดินทาง 3 ชั่วโมงกำลังดี
อย่าลืมว่าต้องทานอะไรด้วยก่อนเข้าพิธี


- ช่างมืออาชีพ มักมีสกิลที่ดีกว่าช่างตามร้านทำผมทั่วๆไป จะมีเทคนิคแพรวพราวกว่า จากประสบการณ์แล้ว
ราคาช่างตามร้านกับฟรีแลนซ์เก่งๆไม่ต่างกันมาก ห่างกัน 500- 1000 เท่าไหร่ สนนราคาช่างเก่งๆอยู่ที่ประมาณ 15000- 50000 บาท
ถ้าจะจ้างฟรีแลนซ์แล้วอยากแต่งกับเพื่อน ก็รวมตัวกับเพื่อนเลย ตามที่ช่างพอรับได้เป็นกลุ่ม จะได้มีแต่กลุ่มเพื่อน
แต่งคนเดียวอาจจะเกร็งๆ เขินๆ ไม่รู้จะทำยังไง หรือใคร เซเลป เจ้าบุญทุ่ม จ้างมาแต่งตัวเองเลยคนเดียวที่บ้าน ราคาเหมาๆก็หลายบาท
แต่ถ้ามีสตางค์มากก็สามารถจัดให้ตัวเองได้ ส่วนมากจะให้วางมัดจำก่อนหรือจ่ายเต็มแล้วแต่สะดวก

บัณฑิตชาย อาจจะราคาถูกกว่า 500 - 1000 บาท เพราะใช้เวลาแต่งน้อยกว่าผู้หญิงครึ่งนึง


- การวางคิวกับช่างต้องเลือกช่างที่เชื่อถือได้ เงินไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยถ้าเลือกคนที่มีตัวตนในโลกไซเบอร์ยิ่งน่ากลัวน้อยลง
เพราะโดยประสบการณ์ คนโดนเบี้ยวมีเยอะ เกิดจากหลายกรณี

1 ไม่ยอมวางมัดจำช่าง ช่างไม่มีหลักประกัน ดังนั้นช่างจะถือว่าไม่ได้จองคิว ดังนั้น ระแวงแต่พอดี

2. ช่างเบี้ยวเพราะป่วย ต้มตุ๋น ก็มีมากมาย ศึกษาก่อน ถามหาช่างเก่งๆจากรุ่นพี่ก็ได้ เพราะเป็นหลัประกันว่าช่างคนนี้เป็นช่างจริงๆ
ไม่ใช่มิจฉาชีพ

3. ช่างจำนัดผิด ดังนั้น ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ควรคอนเฟิร์มกับช่างอย่างน้อย 2 รอบ วันเวลา สถานที่นัด ก่อนวันงานก็โทรเช็คอีกที

-.สถานที่ในการแต่งหน้า ส่วนมากมักเป็นบ้านช่างเอง ไม่ก็เป็นโรงแรมใกล้มหาลัย เพื่อจะให้เดินทางไปยังสถานที่ได้สะดวก
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมค่าจ้างถึงแพงนัก คุณลองรวมค่าเดินทาง ค่าสถานที่ที่แต่งหน้า ค่าเครื่องสำอาง ค่าฝีมือ และค่าทำงานล่วงเวลา ตี 1 ตี 2
มันไม่มากเลย แถมเป็นงานที่ทำให้สุขภาพทรุดโทรมด้วย ดังนั้นควรไปให้ตรงเวลาที่เขานัด ไม่งั้นคิวจะถูกรันไปอยู่ท้ายสุด
หากเขารอคุณ ก็จะทำให้คนอื่นเสียเวลารอกันไปเป็นลูกโซ่

- ควรถามว่า ช่างมีอุปกรณ์เสริมให้ไหม เช่น ขนตาปลอม เพราะช่างแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเตรียมไว้ให้
 หากคุณแพ้เครื่องสำอางแบรนด์ใด  ควรแจ้งช่างก่อน เขาจะได้ไม่ใช้กับหน้าคุณ จะได้ไม่แพ้

- การเตรียมผิวหน้า ก่อนไปพบช่าง คือ มาร์คหน้าให้ชุ่มชื่น อย่านอนดึก อย่าทายาสิวที่หมอให้ทั้งหน้า จะทำให้เมคอัพไม่ติด
ช่างจะหงุดหงิดมาก แค่นั้นไม่พอ ทำให้คุณเสียเวลาล้างหน้าอีก  ทาลิปบาล์มด้วยก่อนนอน ทานน้ำเยอะๆ

-  เส้นผม ไม่ต้องสระผสมทรีตเมนท์จัดเต็ม ไม่ควนไม่ผม 1-2 วันกำลังดี จะทำผมเสร็จเร็ว อยู่ทรง
ถ้าไม่ไหวลงแต่แชมพูพอ ไม่ต้องลงทรีตเมนท์

- บอกสไตล์ที่ต้องการ แต่หากบอกว่า ใสๆ คุณจะไม่ได้สิ่งนั้น เพราะการแต่งใสๆ บางๆ ไม่เหมาะกับการแต่งหน้ารับปริญญา
ที่ต้องทนแดดทนฝน ทนร้อนน แถมไม่ใช่แนวที่เป็นแฟชั่นด้วยดังนั้น ช่างมักจะไม่เสี่ยง กับคำว่า ใสๆ แล้วให้ลูกค้า
ไปซีดๆๆๆ อยู่ที่งานแน่นอน แต่จะแต่งให้ดูเหมือนไม่แต่งได้หากช่างมีฝีมือและประสบการณ์พอและรูปหน้าของลูกค้า
ไม่ต้องแก้ไขรูปหน้า หมายถึงเบ้าหน้าดี แต่งใสๆแล้วโอ แต่ไม่เบาแน่นอนขอบอก





- ควรเลือกสไตล์ตากล้องที่ต้องการ ตากล้องไม่เหมือนช่างแต่งหน้านะคะ รับถ่ายได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ดังนั้นจะหมดเร็วมากกกกกกก โดยเฉพาะตากล้องเก่งๆ ราคา 2500- 10000 กว่า (ช่างแต่งหน้าดูราคาไม่แพงเลยใช่มะ)

ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการ ครึ่งวัน หรือเต็มวัน ออกต่างจังหวัดจะมีค่ารถเพิ่มด้วยส่วนมาก

- ต้องรอรูปสักพักหนึ่ง ต้องเข้าใจว่าช่างต้องรีทัชปรับแสงบ้างไม่ใช่วันเดียวได้เลย ใช้เวลาร่วมอาทิตย์ ร่วมเดือนถึงจะได้รูป

-  นัดเวลาสถานที่เจอให้ดี

- ไม่ควรถามว่าใช้กล้องอะไร ดูรูปที่เขาถ่ายออกมาสวยพอใจไหมก็พอ

- และแน่นอน ควรแต่งหน้าด้วย จากประสบการณ์ ยังไม่เคยเจอตากล้องคนไหนเลย บอกว่าไม่อยากให้บัณฑิต (หญิง) แต่งหน้า






พลอยขอตัวอย่างทรงผมและแบบแต่งหน้าของช่างหลายๆคนที่รู้จักมาเป็นแบบให้

เผื่อใครนำไปใช้ ให้ช่างที่จ้างดูว่าอยากได้แบบนี้นะ

 หรือสนใจ อยากจ้างแต่งรับปริญญาก็สามารถติดต่อไปได้ค่ะ


ผมสั้น














ผมยาวกลางหลัง















ผมยาว




















ผลงานบางส่วนของพลอยปีนี้ค่ะ ทำบ้างแก้หายคันมือ










ขอบคุณภาพจาก

puyfai makeup
Karajinan Makeup







- ไม่ใส่น้ำหอม [มีข้อห้ามในบางมหาวิทยาลัย]

- พกของไปกินในพิธี [ข้อห้าม]


- เหวี่ยง [อย่าอารมณ์เสีย ทุกคนที่มางานคุณล้วนเหนื่อย]




ยินดีด้วยกับว่าที่บัณฑิตทุกคนนะคะ พลอย เขียนกลั่นกรองมาจากประสบการณ์การรับปริญญาเอง
และเป็นเมคอัพอาร์ททิสมาในอดีตค่ะ


ถ้าชอบก็กดแชร์ คอมเมนท์ ถูกใจกันได้นะคะ
หรือติดตามพลอยที่แฟนเพจค่ะ

Coco Psyche




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 13:54:27 น.  

[How to] นางสาวศรีสยาม (ฉันต้องการหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาลนี้!! )

สวัสดีจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนาน ประมาณสองอาทิตย์
เกิดอาการบ้าละครไทยขึ้นมาแบบไม่เคยเป็น ปกติบ้าดงบังชินกิอย่างเดียว 555
มาตกหลุมรักพี่ชายภัทรตั้งแต่ตอนแรกที่ออกฉาย



หญิงพลอยเลยทนไม่ไหว ก่อนจบลุกขึ้นมาทำฮาวทู (หรือว่าฮาทู)


อยากเป็นนางสาวศรีสยาม หรือนางสาวศรีสยองก็ไม่รู้นะ
มาดูกันเลยจ๊ะ อยากให้พี่ชายภัทร ตะลึงตึงๆแบบนี้




เปิดเพลงด้วยนะ เพิ่มอถรรส การดูฮาวทู วินเทจๆ


โอเคมาดูกันเลยนะจ๊ะ อาจจะสะเทือนขวัญนิดนึง
ก่อนจะขึ้นประกวดแก้วขอแต่งหน้าก่อนนะคะ (ช่างกล้า)


1. หน้าเปลือยจ๊ะ ทาครีมบำรุงให้เรียบร้อย
2. ทากันแดด (Provamed sun face) ใครจะไม่ใช้กันแดดก็ได้ ใช้เบสแทนเพื่อผิวหน้าเรียบเนียน
3. ทาให้ทั่วใบหน้าจนเรียบเนียน

4. ลงรองพื้นให้ทั่วไปหน้า เลือกให้พอดีกับสีผิว (Naked skin foundation + Lancome : Tfint Miracle )
5. ใช้แปรงหรือนิ้วมือทาให้ทั่วหน้า
6. กลบแพนด้า และจุดด่างดำต่างๆด้วยคอนซีลเลอร์ (15 concealer palette )

7.ใช้ครีมบรัชสีกุหลาบแตะบางๆที่แก้ม เวลาโดนแสงแรงๆจะได้ดูไม่จืด เพราะเราต้องขึ้นเวทีนะเค๊อะ (Lancome : Flash Makeup Pro Travel Palette )
8. แตะให้ดูมีเลือดฟาด
9. เสร็จแล้วลงแป้งฝุ่น (MTI : feel perfect loose powder)


10. ลงแป้งเสร็จแล้วก็มาเขียนคิ้วค่ะ
11. นางงามต้องคิ้วโก่งๆ ปกติพลอยกันคิ้วตรงเพราะว่าเป็นคนตาตกอยู่แล้ว วาดก่อน ตวัดหางลงนิดนึง
12. เขียนให้เป็นเส้นตามภาพ เสร็จ(ล้อเล่น) ยังไม่เสร็จนะจ๊ะ



13. เสร็จแล้วใช้แปรงปัดคิ้วปัดหัวคิ้วให้ฟุ้งสวยไม่แข็งเกินไป
14. ใช้แปรงจุ่มอายชาโดวส์สีน้ำตาลเข้ม ลงที่หัวตาอีกที คิ้วต้องเข้มนิดนึงเพื่อให้เห็นในระยะไกล (Naked eyes shadow palette # Bunk)
15. ลงอายไพร์มเมอร์ให้อายชาโดวส์สีชัดติดทน (Urban decay eye primer)

16. ลงอายชาโดวส์สีน้ำตาลเข้ม สร้างมิติให้ดวงตา (Naked eyes shadow palette # smog)

17. ใช้สีทองแต้มกลางเปลือกตาให้ดวงตาดูกลมโต (Naked eyes shadow palette # Half Baked)

18.ใช้สีมุกสว่างลงที่หัวตา ให้ตาดูสว่างสดใส (Naked eyes shadow palette # Virgin)


16. ลงไฮไลท์สีชมพูมุกตรงถุงใต้ตา ตาจะได้ดูหวาน ดูเจ้าน้ำตา (Naked eyes shadow palette # sin)
17. คัดเบ้าด้วยสีดำเล็กน้อยเพื่อความคมเข้ม ดูเซ็กซี่เล็กๆ (Naked eyes shadow palette 2 # Black Out)
18.ใช้ไลเนอร์สีน้ำตาลหรือดำ เขียน 2/3 ของขอบตาล่าง ถ้าตาไม่ดุ เขียนรอบเลยก็ได้จ๊ะ (Beautilicious Magic Spell Auto Eyeliner #Brown)

19. เขียนไลเนอร์ถมช่องขนตาและเขียนเส้นด้านบนความหนาปานกลาง เน้นเส้นตรงกลางหนาตาจะได้ดูกลมๆ
(in2it waterproof gel liner)
20. ใช้ขนตาปลอม  ตามสะดวก พลอยใช้ (preciosa A116)
21. ติดขนตาปลอม  ถ้าใครจะประกวดนางงามจริงๆ แนะนำให้ใช้ขนตาหนากว่านี้นะคะ

22. ใช้อายชาโดวส์สีเนื้อลงใต้โหนกคิ้ว หรือจะใช้แบบชิมเมอร์ก็ได้นะพลอยใช้แบบแมท ทำให้เชพคิ้วชัดเจนยิ่งขึ้น
(Naked eyes shadow palette 2 # Foxy)
23. เสร็จแล้วสำหรับตา เรามาเพิ่มสีสันกันอีก
24. ปัดแก้มด้วยสีโอรสตามแบบที่เหมาะกับรูปหน้า เน้นโหนกแก้ม (Beautilicious : la vie en rose 1)

25. ปัดแก้มให้วาวเหลือบสวยด้วยสีชิมเมอร์ (Nars  blush #luster)
26. เป็นนางงาม สิ่งที่ลืมไม่ได้คือ ดั้ง!!! ตั้งเห็นชัดไม่งั้นเวลาแสงสาดมา ดั้งหายหมดเลย ใช้สีน้ำตาลอ่อนหรือเข้มก็ได้ เฉดดิ้งจมูกไล่ตั้งแต่หัวคิ้วลงมาถึงปลายจมูก (Naked eyes shadow palette # Bunk)
27.ถ้าคิดว่าเข้มเกินไปก็ให้ใช้แป้งฝุ่นลงทับอีกทีเพื่อความแนบเนียลลลลลลล

28. ลงคอนซีลเลอร์ที่ปากเล็กน้อยหรือตอนลงรองพื้นก็ลงทับไปเลยสีปากจะได้แจ่มๆ
29. ทาลิปสติกสีส้มอมสว่าง (Enesti #33)
30. ลงสีชมพูอมส้มทับเล็กน้อยเพิ่มความหวาน (Chanel : Rouge coco # 35)


วิธีการแต่งหน้าเป็นอันเสร็จพิธี
ตามแบบล่างนี่แล



แต่ยังไม่เสร็จนะคะคุณชายหมอ (>3<)
ต้องทำผมกันก่อน

พลอยผมสั้นประบ่า สไลด์เยอะด้วย เลยใช้แฮร์พีชเข้าช่วย
ดัดๆๆ ติดกิฟ ทรงผมอาจจะไม่เหมือนมาก
เพราะว่าผมสั้นนะจ๊ะไดร์ไม่ได้



เสร็จแล้ววววว
พร้อมประกวด






สวัสดีค่ะ ชื่อพลายแก้วค่ะ (พลายช้าง)




แก้วมาจากอยุธยา มาหาเงินไปรักษาพ่อ T^T



แต่แก้วไม่นึกเลยว่าแก้วจะถูกหลอก ให้ไปเป็นอนุท่านพินิจ



แต่ถึงกระนั้นแก้วก็ยังต้องชนะให้ได้ จะได้ได้เงินไปรักษาพ่อ



เป็นกำลังใจให้แก้วด้วยนะคะ
และแล้วแก้วก็ได้ตำแหน่ง



ที่พระนครนี้ไม่มีใครจริงใจกับเราเลย



แก้วไม่รู้จะทำยังไง
แก้วเลยแกล้ง ตกบันได



แขม่วสุดพลังแล้วนะ

แก้วต้องการหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาล!!!!!








คุณหมอช่วยแก้วด้วย T^T



แก้วเลยได้รักษาในโรงพยาบาล หนีจากอำนาจของท่านพินิจ




แล้วคุณหมอก็พาแก้วหนี มาที่วังเก่า



แล้วคุณหมอก็พาแก้วไปจดทะเบียนเป็นสามี ภรรยากัน

ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้แก้ว (เพ้อเยอะแล้วพอเหอะ)


ดูกันขำๆนะจ๊ะ วันนี้มาดูคุณชายหมอตอนจบกัน เพราะผู้ชายแสนดีแบบชายภัทรคงไม่มีจริง! 555

จริกหมอนนนนนนนนขาด!!!

ขอบคุณที่รับชมน้า จุ๊บๆ

ติดตามทุกการอัพเดทของพลอยได้ทาง


Coco Psyche Fanpage





 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2556 13:42:14 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  
coconutgirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




ชื่อพลอยจ้า คุยกันได้น้า ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ
Coco Psyche

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ
size=25
add herbal supplement
Friends' blogs
[Add coconutgirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.