Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังหักยุบ





การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังหักยุบ   VERTEBROPLASTY ( VP )

ดัดแปลงจาก http://www.kawin.co.th

กระดูกพรุน เป็นภาวะที่กระดูกสูญเสียมวลกระดูกไป ทำให้โครงสร้างของกระดูกไม่แข็งแรงและเป็นผลให้เกิดการแตกหักง่าย ตำแหน่งที่พบกระดูกหัก ได้บ่อย เช่น ข้อสะโพก ข้อมือ และ กระดูกสันหลัง

อัตราเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก
ในเพศหญิงมี 40% เพศชาย 13%

อัตราเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสันหลังยุบ
ในเพศหญิง 16% ชาย 5%
พบกระดูกสันหลังยุบอย่างน้อย 1 ครั้ง ในเพศหญิงอายุเกิน 50 ปี พบ 18% แต่ถ้าอายุมากกว่า 65 ปี จะพบถึง 27%

ในอดีต การรักษา กระดูกสันหลังยุบ คือ นอนพักนิ่งๆ ลดการเคลื่อนไหว ร่วมกับ ยาแก้ปวด (ชนิดฉีดหรือกิน แล้วแต่ความรุนแรงของความเจ็บปวด) ใส่เฝือกพยุงหลัง สุดท้ายคือรักษาด้วยการผ่าตัด


VERTEBROPLASTY (VP) คืออะไร

VP คือ วิธีฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกเข้าไปในตัวกระดูกสันหลังที่หักยุบ เพื่อเสริมกระดูกโดยตรง ช่วยลดอาการปวดหลังและป้องกันกระดูกสันหลังปล้องนั้นไม่ให้เกิดการหักยุบอีก

โดยทั่วไป 1 ปล้อง กระดูกสันหลังจะใช้ซีเมนต์ประมาณ 4-12 ซีซี



VP ให้ผลดีอย่างไร

ช่วยลดอาการปวดหลังและสามารถให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายได้ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีด

2-3 สัปดาห์ต่อมา ผู้ป่วย 65% สามารถหยุดการใช้ยาแก้ปวดได้ บางรายหายจากความเจ็บปวดหลังเลย

75% ของผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวและช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น

VP ไม่สามารถแก้ไขภาวะหลังค่อมจากกระดูกผุได้ แต่จะช่วยป้องกันไม่ให้หลังค่อมมากขึ้น

VP ใช้รักษากระดูกสันหลังปล้องที่หักยุบเท่านั้น ไม่ได้ป้องกันการหักยุบของปล้องอื่นในอนาคต


วิธีการทำ VP

VP เป็นวิธีการใช้เข็มขนาด 11-13 gauge แทงเข้าตัวกระดูกสันหลังที่หักยุบ อาจผ่านทางตัวกระดูกสันหลังโดยตรงหรือผ่านทางก้านของกระดูกสันหลัง ให้ปลายเข็มอยู่ที่ตำแหน่งด้านหน้า 1/3 ของตัวกระดูก ตำแหน่งของเข็มจะถูกกำหนดโดยเครื่องเอกซเรย์โดยให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยอาจได้รับยาชาเฉพาะที่ ยาฉีดให้หลับหรือยาสลบก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม

สารซีเมนต์ที่ใช้ยึดกระดูกมีคุณสมบัติคล้ายกาวหรือ epoxy หลังฉีด ซีเมนต์จะแข็งตัวภายในเวลา 10-20 นาที



อันตรายของการทำ VP

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ 1-3% ในรายกระดูกสันหลังยุบ และ 7-10% ในรายของมะเร็งกระดูกสันหลัง

1. เสียเลือด

2. การติดเชื้อ

3. ปวดรุนแรงมากขึ้น

4. การรั่วซึมของสารซีเมนต์ตามรอยแตกออกไปนอกตัวกระดูกสันหลัง เข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลังและหลอดเลือดหรือรากประสาท ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องทำการฝ่าตัดเอาซีเมนต์ออกแต่อย่างใด

5. กระดูกซี่โครงหรือกระดูกสันหลังหัก

6. ไข้



ผู้ป่วยที่เหมาะสมต่อการทำ VP

1. มีอาการปวดหลังเรื้อรังเกินกว่า 6 สัปดาห์ โดยมีสาเหตุจากกระดูกสันหลังหักยุบ

2. เมื่อให้การรักษาแบบอนุรักษ์มาแล้วไม่ได้ผล

3. เคลื่อนไหวลำบาก ปวดมาก ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ เช่น อาบน้ำ แต่งตัว หรือ ยืน เดิน นั่งนาน ไม่ได้

4. ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 70 ปี แต่ผู้ป่วยอายุน้อยที่มีภาวะกระดูกพรุน ก็อาจจำเป็นต้องใช้ VP ช่วย



ผู้ป่วยที่ไม่เหมาะต่อการทำ VP

1. กระดูกสันหลังยุบ และ กระดูกติดสนิทแล้ว ซึ่งมักจะไม่มีอาการปวด

2. หมอนรองกระดูกสันหลังแตกเคลื่อน

3. มีการอักเสบของข้อกระดูกสันหลัง

4. กระดูกสันหลังแตก และ มีการกดทับของไขสันหลังหรือเส้นประสาท



การดูแลหลังการทำ VP

- หลังทำ VP มักให้นอนหงายราบ 2-3 ชั่วโมง

- อาจทำ VP เป็นกรณีผู้ป่วยนอก ซึ่งผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังฉีด VP 2-3 ชั่วโมง ในกรณีที่บ้านใกล้หรือนอนพักในโรงพยาบาลเพียง 1 คืน การอยู่โรงพยาบาลเหมาะกับในรายสูงอายุมากๆ

- มักทำ CT scan ซ้ำ หลังทำ VP

- หลังทำ VP มักจะมีอาการปวดบริเวณบาดแผลรอบเข็มภายใน 24 ชั่วโมงแรก อาจใช้น้ำแข็งประคบหรือยาแก้ปวด พาราเซตตามอล หรือ ยาแก้ปวดลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ น้อยรายที่จะต้องใช้ยาแก้ปวดชนิดแรงๆ

- อาจมีอาการท้องอืด ถ้าท้องไม่อืดให้กินอาหารอ่อนได้ตามปกติ

- อาการเจ็บหลังจะหายไปทันทีหรือ 2-3 วัน หลังทำ VP หากเกิน 3 วันแล้ว ยังมีอาการเจ็บปวดอยู่ ให้ติดต่อแพทย์

- แพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำ เพื่อติดตามผลการรักษาในวันที่ 2 หรือ 7 หลังการฉีด




วิธีดูแลตนเอง วิธีบริหาร ..

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=13-06-2008&group=5&gblog=17




แถม ....

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย

http://www.topf.or.th

กระดูกพรุนกระดูกโปร่งบาง

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=27-02-2008&group=4&gblog=15

กระดูกพรุนกระดูกโปร่งบาง ... ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

http://taninnit-osteoporosis.blogspot.com/

แบบทดสอบปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน

http://www.topf.or.th/read_hotnews_detail.php?dID=21

การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก(BONEDENSITOMERY)

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-02-2008&group=4&gblog=16

ยาเม็ดแคลเซียม

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-02-2008&group=4&gblog=19

การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังหักยุบ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=21





 

Create Date : 24 มิถุนายน 2551   
Last Update : 8 พฤษภาคม 2558 15:17:47 น.   
Counter : 8700 Pageviews.  

กระดูกสันหลังเสื่อม

กระดูกสันหลังเสื่อม


แนวทางการวินิจฉัย

โดยส่วนใหญ่แล้วอาการปวดหลังมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรง แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยว่าเกิดจากอะไรได้จากการซักถามประวัติความเจ็บป่วยและการตรวจร่างกาย เท่านั้น โดยไม่ต้องถ่ายภาพรังสี(เอ๊กซเรย์) กระดูกสันหลัง

แต่ถ้าอาการปวดเป็นมากขึ้น หรือ หลังจากรักษาแล้วไม่ดีขึ้น ก็อาจจำเป็นต้องถ่ายภาพรังสี (เอ๊กซเรย์) ซึ่งการถ่ายภาพรังสีแบบปกติจะเห็นเฉพาะกระดูกเท่านั้น ไม่เห็นเนื้อเยื่อ เช่น กล้ามเนื้อ หรือ หมอนรองกระดูก บางกรณีจึงอาจต้องเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ ( ซีที ) เอ๊กซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (เอ็มอาร์ไอ) หรือ ฉีดสีเข้าในไขสันหลัง


อาการ และอาการแสดง ซึ่งอาจแบ่งอาการของกระดูกสันหลังเสื่อม เป็น

ระยะข้อต่อหลวม เมื่อข้อเสื่อมถึงจุดหนึ่ง ความแข็งแรงของเส้นเอ็นจะลดลง หมอนรองกระดูกสันหลังยุบลง ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวมากขึ้น (ข้อต่อหลวม) กล้ามเนื้อหลังก็จะต้องเกร็งตัวเพื่อไม่ให้กระดูกเคลื่อนไหวมากเกินไป เมื่อกล้ามเนื้อเกร็งตัวอยู่นาน ๆ ก็จะเกิดอาการปวดหลัง

ซึ่งในช่วงแรกมักจะมีอาการเวลาขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท เช่น นอนแล้วจะลุกขึ้น แต่ถ้าเป็นนานหรือข้อต่อหลวมมาก ก็จะมีอาการตลอดเวลาที่เคลื่อนไหว (แต่ถ้านอนนิ่ง ๆ จะไม่ปวด ) บางครั้งจะมี กระดูกสันหลังเคลื่อนไปด้านหน้า ร่วมด้วย ทำให้การรักษายากขึ้นและอาจต้องผ่าตัดใส่สกูรดามกระดูก

ระยะข้อติดแข็ง (กระดูกงอก) ซึ่งเกิดจากร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างหินปูนมายึดเกาะข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ข้อต่อหลวมก็จะหายไป

แต่ ถ้าหินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป จนกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการ ปวดร้าวลงไปที่ขา ขาชา ขาอ่อนแรง โดยมักมีอาการเมื่อเดินไปได้สักระยะหนึ่ง จะปวดและชาขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหวต้องหยุดเดินและเมื่อนั่งพักสักครู่อาการจึงจะดีขึ้น เดินต่อได้ ระยะทางที่เดินได้โดยไม่ปวดจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของโรค ถ้ายิ่งโรครุนแรงมาก ระยะทางที่เดินได้ก็จะสั้นลง


อ่านต่อเรื่อง การกดทับเส้นประสาท ได้ที หน้านี้นะครับ ทำเพิ่มเติม มีภาพให้ดูด้วยว่า เป็นอย่างไร ..
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=28-07-2008&group=5&gblog=36



แนวทางการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

ลดน้ำหนัก งดเหล้า งดบุหรี่ ปรับเปลี่ยนท่าทางในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เหมาะสม

ควรหยุดพักการใช้หลัง ในขณะที่มีอาการปวดมาก เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือ นอนพักในท่าที่สบาย แต่ไม่ควรนอนพักนานเกินกว่า 2–3 วัน เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้กลายเป็นปวดหลังเรื้อรังได้

ประคบบริเวณที่ปวดด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่น โดยใช้น้ำแข็งใส่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้า หรือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบประมาณ 10 - 15 นาที หรือ อาจจะประคบด้วยความร้อน 4 นาที สลับกับความเย็น 1 นาที ก็ได้
อาจใช้ ครีมนวดแก้ปวด ร่วมด้วยได้แต่ต้องระวังอย่านวดแรงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำมากขึ้น

รับประทานยา เช่น ยาแก้ปวดลดอาการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบี ยากระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อน

การทำกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น ดึงหลัง อบหลังโดยใช้ความร้อนลึก(อัลตร้าซาวน์) หรือ ใส่เฝือกอ่อนพยุงหลัง (เครื่องรัดหลัง) เป็นต้น การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง



แนวทางการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด

การผ่าตัดถือว่าเป็นวิธีรักษาวิธีสุดท้าย ซึ่งจะผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน เช่น ปวดมากและรักษาแล้วไม่ดีขึ้น เป็นต้น

ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ควรผ่าตัด เพราะ การผ่าตัดจะได้ผลดีในช่วงแรก ( โอกาสดีขึ้นประมาณ 60-80 %) แต่หลังจากผ่าตัด หลาย ๆ ปี อาจเกิดอาการปวดหลังขึ้นมาซ้ำอีก ซึ่งการรักษาจะยากมากและผลการรักษามักไม่ค่อยดีนัก



วิธีดูแลตนเอง วิธีบริหาร ..

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=13-06-2008&group=5&gblog=17





...............................

ปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=18

สาเหตุ ของอาการ ปวดหลังที่พบบ่อย

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=19

กระดูกสันหลังเสื่อม

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=20

กล้ามเนื้อหลัง อักเสบ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=23

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=22

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาทthaispine

http://www.thaispine.com/intervertebral_disc.htm

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=17

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-07-2008&group=5&gblog=36

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ??? Thaispine

http://www.thaispine.com/sciatica.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาบล๊อคเส้นประสาท

http://www.thaispine.com/SNRB.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาสเตียรอยด์

http://taninnit-backpain.blogspot.com/2013/10/vs.html

กระดูกสันหลัง ผ่าตัด

http://www.thaispine.com/Decision_point.htm

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามก่อนผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-spinal-surgery

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามหลังผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-and-post-after-spinal-surgery

กระดูกสันหลังคด เวบไทยสปาย

http://www.thaispine.com/Dent-scoliosis.html

กระดูกสันหลังคด เวบหาหมอ

http://haamor.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94/

ปวดก้นกบ ( CoccyxPain , coccydynia , coccygodynia )

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=04-01-2010&group=5&gblog=45

กระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( AS)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=24

ปวดหลัง .. ก็มีคะแนน ทำเองได้ง่ายมาก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-09-2013&group=5&gblog=48

เข็มขัดรัดหลัง :จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน? นักเขียนหมอชาวบ้าน: ผศ.ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

http://www.doctor.or.th/article/detail/1289





 

Create Date : 24 มิถุนายน 2551   
Last Update : 9 พฤษภาคม 2558 16:22:41 น.   
Counter : 13142 Pageviews.  

สาเหตุ ของอาการ ปวดหลัง ที่พบบ่อย


สาเหตุของอาการปวดหลัง ที่พบบ่อย

แนวทางการวินิจฉัย

โดยส่วนใหญ่แล้วอาการปวดหลังมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรง ซึ่งแพทย์สามารถให้การวินิจฉัยจากประวัติ และการตรวจร่างกาย เท่านั้น แพทย์ก็สามารถให้การรักษาได้เลย

แต่ถ้าหลังจากให้การรักษาไปช่วงเวลาหนึ่งแล้ว มีอาการปวดเป็นมากขึ้น หรือ อาการไม่ดีขึ้น ก็อาจจำเป็นต้องถ่ายภาพรังสี (เอ๊กซเรย์) ซึ่งการถ่ายภาพรังสีแบบปกติจะเห็นเฉพาะกระดูกเท่านั้น ไม่เห็นเนื้อเยื่อเช่น กล้ามเนื้อ หรือ หมอนรองกระดูก บางกรณีจึงอาจต้องเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ ( ซีที ) เอ๊กซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (เอ็มอาร์ไอ) หรือ ฉีดสีเข้าในไขสันหลัง จึงจะเห็นความผิดปกติ

สาเหตุ อาการปวดหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

1. ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

ความผิดปกติของกระดูกสันหลังตั้งแต่กำเนิด อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังตั้งแต่วัยเด็ก หรืออาจจะมาแสดงอาการในขณะที่อายุมากแล้วก็ได้ ซึ่งเป็นเพราะความเสื่อมสภาพที่เกิดขึ้นในภายหลัง

โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้ได้แก่โรคกระดูกสันหลังคด ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายจากมี หลังเอียง หลังคด กระดูกสะบักสองข้างสูงไม่เท่ากัน หน้าอกสองข้างนูนไม่เท่ากัน

การรักษาโรคหลังคดมีรายละเอียดมาก ขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เป็น อายุของผู้ป่วย โดยมีจุดประสงค์ในการรักษาเพื่อพยายาม ทำให้กระดูกสันหลังตรงหรือไม่คดเพิ่มขึ้น ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธี เช่น การออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ใส่เฝือกหลัง ผ่าตัดกระดูกสันหลัง การเลือกวิธีรักษาจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน



2. การใช้งานหลังที่ผิดวิธี

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังได้บ่อยที่สุด เกิดจากการทำงานที่ใช้หลังอย่างผิดวิธี เช่น การยกของหนักมาก ๆ ขึ้นจากพื้นในท่าก้มหลัง การดันของหนัก ๆ เช่น โต๊ะ ตู้เตียง การนั่งก้มหลังทำงานนาน ๆ การนั่งขับรถเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีหรือในวันสองวันหลังจากนั้น ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ

2.1 อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้อหลังเป็นส่วนที่ช่วยให้กำลังและความแข็งแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ยืน เดิน และ ยกของ กล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อทำงานหนักมากเกินไปหรือใช้งานผิดท่า ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น ได้แก่ การใช้งานไม่เหมาะสม อ้วน การสูบบุหรี่ เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบจะทำให้ ปวด หลังแข็งเกร็ง ขยับเขยื้อนหลังไม่ได้ อาจมีอาการตัวเอียง เดินลำบาก มีแนวทางรักษาดังนี้

- การนอนพัก ในท่าที่สบาย เช่น ท่านอนหงาย เข่างอเล็กน้อย โดยใช้หมอนใบเล็ก ๆ รองใต้เข่า หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเพราะทำให้หลังแอ่น และปวดมากขึ้น แต่ไม่ควรนอนพักนานเกินกว่า 2 – 4 วัน เพราะทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากขึ้น และ หายช้ากว่าปกติ ยิ่งลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้เร็วเท่าไร อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นเร็วเท่านั้น

- ให้ยารักษาตามอาการ ได้แก่ ยาลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ

- การทำกายภาพบำบัด


2.2 หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูก เป็นตัวทำให้เกิดความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และให้ความมั่นคงแข็งแรงกับสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนประกอบที่เป็นน้ำภายในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นลดลง

ถ้ามีแรงมากระทำต่อหมอนรองกระดูกในลักษณะเฉียง ๆ (ซึ่งมักจะเกิดในท่าก้มลงยกของหนัก) จะทำให้หมอนรองกระดูกแตก และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ปวดหลัง ในผู้ป่วยบางราย หมอนรองกระดูกที่แตกออกมาจะไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับมีอาการปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ร่วมด้วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีวิธีการรักษาคือ

- นอนพัก แต่ไม่ควรนอนพักนานเกิน 2-3 วัน

- รับประทานยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบีบำรุงเส้นประสาท

- ทำกายภาพบำบัด เช่น การดึงหลัง การอบหลังด้วยความร้อน หรือคลื่นเสียงอัลตร้า

- การออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง ให้แข็งแรง

การผ่าตัดถือว่าเป็นวิธีรักษาวิธีสุดท้าย ซึ่งจะผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น ปวดมากจนรบกวนต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น หรือ ไม่สามารถกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ (อุจาระราด ปัสสาวะราด)



3. การติดเชื้อ

ภาวะการติดเชื้อที่กระดูกสันหลังส่วนเอว มีสาเหตุคือเชื้อแบททีเรียกระจายมาตามกระแสเลือดแล้วไปที่กระดูกสันหลัง ทำให้มีไข้ขึ้น และมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง การรักษาจำเป็นต้องให้การรักษาอย่างรวดเร็ว

เชื้อที่พบบ่อยอีกชนิดหนึ่งคือ เชื้อวัณโรค ซึ่งอาการจะค่อยเป็นค่อยไป อาการปวดหลังเพิ่มขึ้นทีละน้อย มีไข้ต่ำ ๆ ในตอนบ่าย น้ำหนักลดลง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็จะทำให้หลังโก่ง และอาจจะเป็นอัมพาตได้ แต่ถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ทันก็จะหายเป็นปกติ



4. กระดูกสันหลังเสื่อม

เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกสันหลังก็จะเสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติ ซึ่งอาจแบ่งอาการของกระดูกสันหลังเสื่อม ได้เป็น ๒ ระยะ

ระยะข้อต่อหลวม เมื่อข้อเริ่มเสื่อมถึงจุดหนึ่งความแข็งแรงของข้อต่อกระดูกสันหลังจะลดลง ทำให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อมากขึ้น (ข้อต่อหลวม) ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ในช่วงเริ่มต้นมักจะมีอาการเวลาขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท เช่น นอนแล้วลุกขึ้นลำบาก แต่ถ้าข้อต่อหลวมมาก ก็จะมีอาการตลอดเวลา

ระยะข้อติดแข็ง (กระดูกงอก) ซึ่งเป็นระยะต่อมาที่ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างหินปูนมายึดเกาะข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ข้อต่อหลวมก็จะหายไป แต่ถ้าหินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป จนกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังอีก ซึ่งคราวนี้อาการปวดหลังมักจะเป็นเมื่อเริ่มออกเดินไปได้สักระยะหนึ่ง อาการปวดและชาที่ขาจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหวต้องหยุดเดินและนั่งพักอาการจึงจะดีขึ้น ระยะทางที่เดินได้โดยไม่ปวดจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของโรค



ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการปวดหลัง แนวทางการรักษา และวิธีบริหารกล้ามเนื้อ ให้สอบถามกับแพทย์ หรือ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ อีกครั้ง….


..............................

...............................

ปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=18

สาเหตุ ของอาการ ปวดหลังที่พบบ่อย

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=19

กระดูกสันหลังเสื่อม

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=20

กล้ามเนื้อหลัง อักเสบ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=23

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=22

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาทthaispine

http://www.thaispine.com/intervertebral_disc.htm

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=17

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-07-2008&group=5&gblog=36

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ??? Thaispine

http://www.thaispine.com/sciatica.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาบล๊อคเส้นประสาท

http://www.thaispine.com/SNRB.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาสเตียรอยด์

http://taninnit-backpain.blogspot.com/2013/10/vs.html

กระดูกสันหลัง ผ่าตัด

http://www.thaispine.com/Decision_point.htm

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามก่อนผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-spinal-surgery

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามหลังผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-and-post-after-spinal-surgery

กระดูกสันหลังคด เวบไทยสปาย

http://www.thaispine.com/Dent-scoliosis.html

กระดูกสันหลังคด เวบหาหมอ

http://haamor.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94/

ปวดก้นกบ ( CoccyxPain , coccydynia , coccygodynia )

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=04-01-2010&group=5&gblog=45

กระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( AS)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=24

ปวดหลัง .. ก็มีคะแนน ทำเองได้ง่ายมาก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-09-2013&group=5&gblog=48

เข็มขัดรัดหลัง :จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน? นักเขียนหมอชาวบ้าน: ผศ.ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

http://www.doctor.or.th/article/detail/1289




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2551   
Last Update : 9 พฤษภาคม 2558 16:28:26 น.   
Counter : 28151 Pageviews.  

ปวดหลัง

ปวดหลัง

อาการปวดหลังสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ และเป็นอาการที่ทำให้ต้องหยุดพักงานมากที่สุด เกือบทุกคนจะเคยมีอาการปวดหลังและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะป้องกัน รักษาอาการปวดหลังให้หายได้อย่างถาวร

อาการปวดหลัง จะพบได้ 3 แบบ ซึ่งอาจพบเพียงแบบใดแบบหนึ่ง หรือ พบร่วมกันหลาย ๆ แบบก็ได้ …

1. ปวดเฉพาะบริเวณแผ่นหลัง หรือ เฉพาะบริเวณสะโพก

2. ปวดร้าวลงไปที่ขา ร่วมกับอาการขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ซึ่งแสดงว่ามีการกดทับของเส้นประสาท

3. ปวดที่หลังหรือสะโพก ร่วมกับ อาการปวดร้าวลงไปที่ขา ขาชา และ ขาอ่อนแรง



อ่านต่อเรื่อง การกดทับเส้นประสาท ได้ที หน้านี้นะครับ ทำเพิ่มเติม มีภาพให้ดูด้วยว่า เป็นอย่างไร ..
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=28-07-2008&group=5&gblog=36





สาเหตุของอาการปวดหลังที่พบได้บ่อย

•    สาเหตุที่พบบ่อย

-    กล้ามเนื้อ(เส้นเอ็น)อักเสบ จากท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือ อ้วน มักจะเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ

-    กล้ามเนื้อเคล็ด(กล้ามเนื้อฉีกขาด) จากการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง หรือ อุบัติเหตุ มักจะเป็นเฉียบพลันทันที

-    พังผืดยึดกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท จะมีจุดกดเจ็บชัดเจนที่หลังหรือสะโพก และอาจมีร้าวลงขาร่วมด้วย

-    หมอนรองกระดูกแตก(เคลื่อน) มักพบในผู้ที่ก้มตัวยกของหนักมากเกินไป หรือ บิดเอี้ยวตัวขณะยกของ

-    กระดูกสันหลังเสื่อม มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี อาจมี กระดูกสันหลังเคลื่อน(เลื่อน) ร่วมด้วย

-    อวัยวะภายใน เช่น ไตอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ปอดติดเชื้อ หัวใจขาดเลือด เป็นต้น

-    สาเหตุอื่น เช่น ความเครียด โรครูมาทอยด์ เกาต์ ติดเชื้อในกระดูก เนื้องอกมะเร็งกระดูก กระดูกสันหลังคด

    กระดูกสันหลังแตกหัก กระดูกแตกยุบตัวจากโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกสันหลังยึดติด (AS)  เป็นต้น

•    แนวทางวินิจฉัย


ส่วนใหญ่วินิจฉัยได้จากการถามประวัติและตรวจร่างกาย ไม่ต้องถ่ายภาพรังสี(เอกซเรย์) ยกเว้น อาการมาก หรือ รักษาแล้วไม่ดีขึ้น แต่ เอกซเรย์ทั่วไป จะเห็นเฉพาะกระดูก ไม่เห็นกล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูก เส้นประสาท        บางกรณีจึงต้อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์(ซีที) เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(เอ็มอาร์ไอ) หรือ ฉีดสีเข้าสันหลัง (มัยอีโลแกรม)

•    แนวทางรักษา


ลดน้ำหนัก งดเหล้า งดบุหรี่ ปรับเปลี่ยนท่าทางในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เหมาะสม
หยุดพักการใช้หลัง หลีกเลี่ยงยกของหนัก นอนพักแต่ไม่ควรนานเกินกว่า 2–3 วัน เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้กลายเป็นปวดหลังเรื้อรังได้

ประคบด้วยความเย็นหรือความร้อน เช่น น้ำแข็งใส่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้า หรือ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบ 10 - 15 นาที หรือ ประคบร้อน 4 นาที สลับเย็น 1 นาที อาจใช้ ครีมนวด ร่วมด้วยได้แต่ต้องระวังอย่านวดแรง

ยา เช่น ยาบรรเทาปวดลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสร้างกระดูกอ่อน ยาชะลอความเสื่อม

กายภาพบำบัด เช่น นวด ดึงหลัง อบหลัง บริหารกล้ามเนื้อ เครื่องรัดหลัง(ไม่ควรใส่นานเพราะกล้ามเนื้อจะลีบ)

การผ่าตัด ถือว่า เป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้ใน ผู้ที่มีอาการมาก และ รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ดีขึ้น


•    อาการปวดหลังที่ควรไปพบแพทย์

1.    ปวดรุนแรง ปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  รับประทานยาและนอนพัก แล้วอาการไม่ดีขึ้น

2.    มีการกดทับเส้นประสาท ทำให้มี ปวดร้าวจากสะโพกลงไปที่ ขา ปวดแสบร้อน ขาชา ขาอ่อนแรง

3.    ไม่สามารถ กลั้นอุจจาระ กลั้นปัสสาวะ (อุจจาระราด ปัสสาวะราด)

4.    มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีก้อน ไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด คลื่นไส้อาเจียน ปวดบวมตามข้อ


...............................

ปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=18

สาเหตุ ของอาการ ปวดหลังที่พบบ่อย

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=19

กระดูกสันหลังเสื่อม

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=20

กล้ามเนื้อหลัง อักเสบ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=23

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=22

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาทthaispine

http://www.thaispine.com/intervertebral_disc.htm

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=17

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-07-2008&group=5&gblog=36

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ??? Thaispine

http://www.thaispine.com/sciatica.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาบล๊อคเส้นประสาท

http://www.thaispine.com/SNRB.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาสเตียรอยด์

http://taninnit-backpain.blogspot.com/2013/10/vs.html

กระดูกสันหลัง ผ่าตัด

http://www.thaispine.com/Decision_point.htm

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามก่อนผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-spinal-surgery

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามหลังผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-and-post-after-spinal-surgery

กระดูกสันหลังคด เวบไทยสปาย

http://www.thaispine.com/Dent-scoliosis.html

กระดูกสันหลังคด เวบหาหมอ

http://haamor.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94/

ปวดก้นกบ ( CoccyxPain , coccydynia , coccygodynia )

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=04-01-2010&group=5&gblog=45

กระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( AS)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=24

ปวดหลัง .. ก็มีคะแนน ทำเองได้ง่ายมาก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-09-2013&group=5&gblog=48

เข็มขัดรัดหลัง :จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน? นักเขียนหมอชาวบ้าน: ผศ.ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

http://www.doctor.or.th/article/detail/1289





 

Create Date : 13 มิถุนายน 2551   
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2559 21:35:11 น.   
Counter : 27266 Pageviews.  

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการ ปวดหลัง


ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อ ป้องกันและบรรเทาอาการ ปวดหลัง



การนอน
เตียงนอน ควรทำด้วยวัสดุที่แข็ง ผิวเรียบ และมีความสูงระดับข้อเข่า

ที่นอน ควรมีเนื้อแน่น มีความแข็งพอสมควร คือเมื่อนอนแล้วลุกขึ้น ที่นอนจะคืนรูปดังเดิม ไม่ยุบบุ๋มลงไปตาม น้ำหนักตัว หรือ ไม่ทำให้ลำตัว คดงอเมื่อนอนบนที่นอน

ท่านอน ควรนอนหงายแล้วใช้หมอนเล็ก ๆ หนุนใต้เข่า เพื่อให้สะโพกงอเล็กน้อย หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง โดยขาที่วางบนหมอนข้างให้งอสะโพกและเข่าเล็กน้อย ไม่ควรนอนคว่ำ

การลุกจากที่นอน ให้เลื่อนตัวมาใกล้ขอบเตียงนอน ตะแคงตัว งอเข่าและสะโพก ห้อยขาลงข้างเตียงพร้อมกับ ใช้มือยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วจึงค่อยลุกยืน ไม่ควรลุกขึ้นนั่งทันทีในขณะที่นอนหงายอยู่ เพราะจะต้องใช้กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อหน้าท้องมาก อาจทำให้ปวดหลังได้



การนั่ง

เก้าอี้ ควรมี

- ความสูง ระดับข้อเข่า เมื่อนั่งแล้วฝ่าเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี

- ส่วนรองนั่ง มีความลึกที่จะรองรับสะโพกและต้นขา ได้พอดี

- พนักพิง มีลักษณะเป็นแผ่นเรียบ และเอนไปข้างหลังเล็กน้อย ประมาณ 10-15 องศา

- ที่เท้าแขน เพื่อเป็นที่พักวางแขน และ ใช้ยันตัวเวลาจะนั่งลงหรือลุกยืนขึ้น
ท่านั่ง นั่งหลังตรงพิงกับพนักพิง น้ำหนักลงบริเวณตรงกลาง ไม่นั่งเอียง เท้าสองข้างวางราบกับพื้น เข่างอตั้งฉาก ต้นขาวางราบกับที่นั่ง ให้ข้อพับเข่าอยู่ห่างจากขอบที่นั่งของเก้าอี้ประมาณ 1 นิ้วเพื่อป้องกันการกดทับเส้นเลือดใต้เข่า

ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง เพราะทำให้น้ำหนักตัวลงข้างใดข้างหนึ่งและแนวกระดูกสันหลังเอียง ทำให้ปวดหลังได้

การนั่งขับรถ ควรขยับเบาะที่นั่งให้เอนไปข้างหลังเล็กน้อย ประมาณ 10-15 องศา และ ขยับเบาะให้ใกล้พอดี ซึ่งเมื่อเหยียบคันเร่งหรือเบรกเต็มที่แล้ว เข่าจะงอเล็กน้อยประมาณ 20-30 องศาและนั่งให้แผ่นหลังและสะโพกแนบกับเบาะ อาจจะใช้หมอนเล็ก ๆ หนาประมาณ 3-5 นิ้ว รองที่หลังบริเวณเอวด้วยก็ได้


การยืน

ยืนให้หลังตรงในท่าที่สบาย กางขาออกเล็กน้อย ให้น้ำหนักตัวลงค่อนมาทางส้นเท้าทั้งสองข้าง

ไม่ควรยืนในท่าเดียวนาน ๆ ควรขยับตัวเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ หรือ ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างใดข้างหนึ่งสลับกัน หรือ สลับเท้าวางพักเท้าบนโต๊ะเล็ก ๆ ที่สูงประมาณ 1 คืบ หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูงมากกว่า 1 นิ้ว



ขั้นตอนการยกของหรือหยิบของ ที่วางอยู่ต่ำกว่าระดับสะโพก

ต้องพยายามให้หลังตรงอยู่ตลอดเวลาที่ยกของไม่ควร ก้มหลังยกสิ่งของในท่าที่เข่าเหยียดตรง หรือ บิดเอี้ยวตัว

ขั้นที่ 1. ยืนหลังตรง ขากางออกเล็กน้อย งอเข่า ย่อตัวลงจนกระทั่งมาอยู่ในท่านั่งยอง ๆ

ขั้นที่ 2. หยิบสิ่งของที่ต้องการ ถ้าของนั้นหนักต้องอุ้มของชิ้นนั้นชิดแนบลำตัว

ขั้นที่ 3. ค่อย ๆ ลุกขึ้นด้วยกำลังขา โดยให้หลังตรงอยู่ตลอดเวลา



แพทย์เป็นเพียงผู้รักษาและให้คำแนะนำเท่านั้น แต่การป้องกันไม่ให้ปวดหลังนั้นขึ้นอยู่กับตัวท่านเองเป็นสำคัญ ซึ่งถ้าท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และดูแลตนเอง จะช่วยให้ท่านไม่ปวดหลัง หรือ ช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้






...............................

ปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=18

สาเหตุ ของอาการ ปวดหลังที่พบบ่อย

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=19

กระดูกสันหลังเสื่อม

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=20

กล้ามเนื้อหลัง อักเสบ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=23

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=22

หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาทthaispine

http://www.thaispine.com/intervertebral_disc.htm

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลัง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=17

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-07-2008&group=5&gblog=36

กระดูกทับเส้นหมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นอย่างไร ??? Thaispine

http://www.thaispine.com/sciatica.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาบล๊อคเส้นประสาท

http://www.thaispine.com/SNRB.htm

กระดูกสันหลัง ฉีดยาสเตียรอยด์

http://taninnit-backpain.blogspot.com/2013/10/vs.html

กระดูกสันหลัง ผ่าตัด

http://www.thaispine.com/Decision_point.htm

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามก่อนผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-spinal-surgery

กระดูกสันหลัง ผ่าตัดคำถามหลังผ่า

https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/dlif/pre-and-post-after-spinal-surgery

กระดูกสันหลังคด เวบไทยสปาย

http://www.thaispine.com/Dent-scoliosis.html

กระดูกสันหลังคด เวบหาหมอ

http://haamor.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94/

ปวดก้นกบ ( CoccyxPain , coccydynia , coccygodynia )

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=04-01-2010&group=5&gblog=45

กระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( AS)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2008&group=5&gblog=24

ปวดหลัง .. ก็มีคะแนน ทำเองได้ง่ายมาก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-09-2013&group=5&gblog=48

เข็มขัดรัดหลัง :จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน? นักเขียนหมอชาวบ้าน: ผศ.ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

http://www.doctor.or.th/article/detail/1289




........................

เข็มขัดรัดหลัง : จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน?
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 313  : พฤษภาคม 2548
นักเขียนหมอชาวบ้าน: ผศ.ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

http://www.doctor.or.th/article/detail/1289

เข็มขัดรัดหลัง : จำเป็นหรือไม่ในคนทำงาน?

ผู้เขียนได้ไปบรรยายหลายแห่งทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าคนงาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความปลอดภัยของโรงงาน หลายท่านได้เข้ามาคุยกับผู้เขียนว่า คนทำงานยกขนอยากจะใช้เข็มขัดรัดหลัง (Back belt) ในขณะทำงาน โอกาสผู้เขียนจึงขอเสนอความรู้เกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้เข็มขัดรัดหลังในงานยกขน

เข็มขัดรัดหลัง (Back belt) ที่ใช้ในคนทำงานดัดแปลงมาจากเฝือกพยุงเอว (Lumbo sacral Support) ที่ใช้ในทางการแพทย์ มีจุดประสงค์ในการใส่เพื่อประคองหลังในกรณีที่ปวดหลังมาก กระดูกสันหลังเคลื่อนหรือหลังผ่าตัดส่วนหลัง

การใส่มีผลให้บริเวณแผ่นหลังกระชับกระตุ้น การทำงานของเส้นประสาทที่รับความรู้สึกอื่นๆ นอกจากเส้นประสาทรับความเจ็บปวด ทำให้ผู้ใส่มีอาการปวดลดลง และที่สำคัญช่วยทำงานแทนกล้ามเนื้อหลังที่อ่อนแรงลงไปหลังผ่าตัดหรือมีอาการเจ็บมาก และทำให้มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเร็วขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวที่น้อยลง

เมื่อใส่เฝือกพยุงเอวจะรู้สึกแน่นกระชับที่หลังและสบายเหมือนกับกล้ามเนื้อหลังไม่ได้ทำงาน

ข้อเสียของการใส่เฝือกพยุงเอวระยะยาว คือ การที่มีกล้ามเนื้อรอบลำตัวทำงานลดลง และผู้ใส่ติดการใช้ไม่สามารถถอดออกได้ เพราะกลัวเจ็บมากขึ้น ในทางการแพทย์จะให้ผู้ป่วยเลิกใส่เฝือก พยุงเอวเร็วที่สุด เพราะมีผลเสียดังกล่าว

เข็มขัดรัดหลังมีมากกว่า ๗๐ ชนิดในท้องตลาด ส่วนใหญ่จะรัดบริเวณหน้าท้องและหลังส่วนล่าง มีความกว้างน้อยกว่าเฝือกพยุงเอว มีทั้งแบบแขวนกับไหล่เพื่อไม่ให้เลื่อนลง บางชนิดมีการเป่าลมเข้า ภายในตัวเข็มขัดเพื่อให้รัดได้กระชับยิ่งขึ้น เข็มขัดรัดหลังเป็นที่นิยมมากในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา คนงานในบางประเทศใส่เหมือนเป็นเครื่องป้องกันเช่นเดียวกับหมวกหรือรองเท้านิรภัยที่ใช้ขณะทำงาน

มีการศึกษาในหลายประเทศ พบว่า คนงานที่ใส่เข็มขัดรัดหลังไม่ได้มีปัญหาปวดหรือบาดเจ็บของหลังน้อยกว่าคนงานที่ไม่ได้ใส่ ซ้ำยังทำให้การบาดเจ็บรุนแรงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใส่เข็มขัดรัดหลังเสียอีก

ผู้ที่ใช้เข็มขัดรัดหลังเป็นประจำอ้างว่าการใส่เข็มขัดรัดหลังจะช่วยให้มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น มีผลทำให้กระดูกสันหลังมีความมั่นคงมากขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อลำตัวทำงานลดลง แต่การคำนวณทางชีวกลศาสตร์พบว่าแรงดันในช่องท้องกลับมีผลทำให้แรงกดที่กระดูกสันหลังมากขึ้นและอาจนำไปสู่อาการปวดหลังได้

การศึกษาโดยการวัดคลื่นกล้ามเนื้อไฟฟ้า พบว่า การทำงานของกล้ามเนื้อหลัง ขณะยกของแบบใส่และไม่ใส่เข็มขัดรัดหลังไม่แตกต่างกัน ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลังจะพอๆ กัน

การเคลื่อนไหวของลำตัวของผู้ที่ใส่เข็มขัดรัดหลังจะลดลงในทิศทางด้านข้างและการหมุนตัว แต่การบาดเจ็บของหลังขณะทำงานมักอยู่ในท่าก้มร่วมกับการหมุนตัว เข็มขัดรัดหลังไม่ได้ป้องกันให้ผู้ใส่ก้มตัวเลย

การใส่เข็มขัดรัดหลังมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
มีการทดลองใส่เข็มขัดรัดหลังในขณะยกของ นั่ง และทำงานเบา พบว่า การใส่เข็มขัดรัดหลังทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น การที่ความดันช่องท้องที่เพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณเลือดไหลกลับเข้าหัวใจเร็วขึ้น ทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น ดังนั้นความดันเลือดที่สูงอยู่แล้วในคนทำงานหนักจะยิ่งสูงขึ้น

ผลระยะยาวของการใส่เข็มขัดรัดหลังเป็นเวลานานๆ ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัด แต่การที่มีความดันในช่องท้องสูงอยู่นานๆ อาจมีผลทำให้เกิดไส้เลื่อน ริดสีดวงทวาร และมีหลอดเลือดขอดที่ขาและถุงอัณฑะได้ แต่ผลระยะยาวนี้ต้องมีการศึกษาต่อไปในอนาคต

คนทำงานจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อใส่เข็มขัดรัดหลังทำงาน แต่ความมั่นใจนี้มีผลเสีย เพราะคนทำงานจะรู้สึกว่าตัวเองมีความปลอดภัยแล้ว จะยกวัตถุโดยไม่ระมัดระวังเท่ากับช่วงที่ไม่ได้ใส่เข็มขัดรัดหลัง

มีการศึกษาพบว่า น้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ขณะใส่เข็มขัดรัดหลังจะเพิ่มประมาณร้อยละ ๑๙ ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เกินความสามารถของผู้ยก สอดคล้องกับสถิติที่พบว่าผู้ที่ใส่เข็มขัดรัดหลัง ถ้ามีอาการบาดเจ็บจากการทำงานจะบาดเจ็บรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ได้ใส่

ข้อแนะนำสำหรับการใส่เข็มขัดรัดหลัง
เข็มขัดรัดหลังมีประโยชน์ในคนทำงานที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังฟื้นฟูสภาพกลับเข้าทำงานเดิม การใส่จะมีประโยชน์มากในช่วงแรกของการได้รับการบาดเจ็บ หรือใส่เพื่อลดอาการเจ็บที่เกิดซ้ำ ควรจะใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้ใส่ต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการยกวัตถุที่ถูกต้องการจัดสภาพการทำงานที่เหมาะสม น้ำหนักวัตถุที่ควรจะยกได้ในขณะนั้น และชีวกลศาสตร์เบื้องต้นของการยกวัตถุ ในคนงานทั่วไปที่ไม่มีประวัติบาดเจ็บไม่จำเป็นต้องใส่เข็มขัดรัดหลัง นอกจากจะสิ้นเปลืองแล้วยังทำให้คนทำงานประมาทไม่ระวังเวลาทำงาน

การที่ผู้ประกอบการคิดว่าการให้คนทำงานใส่เข็มขัดรัดหลังแล้วจะป้องกันอาการปวดหลังที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนั้น เป็นความคิดที่ผิด เพราะการป้องกันอาการปวดหลังจากการทำงานนั้นต้องอาศัยการปรับปรุงสภาพงานเป็นสำคัญ ตราบใดที่คนทำงานจะต้องยกวัตถุหนักเกินกำลังของตัวเอง ต้องยกวัตถุหนักจากพื้น และต้องบิดตัวขณะยกไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เข็มขัดรัดหลังมีโอกาสปวดหลังได้เช่นเดียวกัน

กล้ามเนื้อลำตัวกับการป้องกันอาการปวดหลัง
ร่างกายจะมีกล้ามเนื้อที่เป็นเข็มขัดรัดหลังโดยธรรมชาติอยู่แล้ว กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะอยู่ลึกและเกาะกับกระดูกสันหลัง แรงหดตัวของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้เพียงร้อยละ ๒๐ ของแรงหดตัวสูงสุดจะช่วยทำให้กระดูกสันหลังมีความมั่นคงมากขึ้น ดังนั้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่การทำงานในช่วงที่ควรจะทำ เช่น หดตัวขณะที่กระดูกสันหลังมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในขณะยกวัตถุ พบว่า ในคนที่มีอาการปวดหลังอยู่นานๆ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะทำงานน้อยมากหรือไม่ทำงานเลยขณะทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ต้องมีการฝึกออกกำลังที่เรียกว่าการออกกำลังเพื่อความมั่นคงของลำตัว (trunk stabilization exercise) จึงจะทำให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำงานได้ตามปกติ การฝึกออกกำลังแบบนี้ในคนทำงานจะสามารถป้องกันการบาดเจ็บของหลังได้ดี และที่สำคัญไม่ต้องสิ้นเปลือง ซื้อเข็มขัดรัดหลังมาใช้เพราะธรรมชาติให้มาอยู่แล้ว

การออกกำลังกายเพื่อความมั่นคงของลำตัวเป็นการใช้การควบคุมทางกาย (motor control) มีจุดประสงค์เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อทำงานในขณะอยู่นิ่งก่อน แล้วจึงฝึกในขณะที่มีการเคลื่อนไหวของแขนขา จนในที่สุดกล้ามเนื้อนี้จะทำงานในขณะทำงาน เช่น การยกวัตถุ ดึง ดัน แบก หาม

อย่าลืมว่าถ้าไม่ปวดหลังก็ไม่ต้องใช้เข็มขัดรัดหลัง จัดสภาพงานให้เหมาะสม อย่าออกแรงเคลื่อนย้ายวัตถุหนักเกินกำลัง เท่านี้ท่านจะปลอดภัยจากการบาดเจ็บของหลัง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเข็มขัดรัดหลังเลย





 

Create Date : 13 มิถุนายน 2551   
Last Update : 9 พฤษภาคม 2558 16:25:00 น.   
Counter : 24750 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 678 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]