วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย)


วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย) อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด



สถานที่ตั้ง

บ้านโคกกลาง ถนนทางหลวงหมายเลข 2136 ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210


ประวัติความเป็นมา "วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย)"

เดิมชื่อ วัดผาน้ำย้อย เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัดแต่ก่อนเป็นป่าดงดิบที่สวยงามตามธรรมชาติ มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ มีหน้าผาสูงชัน และมีน้ำตกไหลหยดย้อยตลอดเวลาทั้งปีคล้ายกับน้ำตกจากชายคา เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยก็จะนำน้ำนี้ไปดื่มกินเพื่อรักษาโรคตามความเชื่อ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ได้ชื่อวัดโดยสมบูรณ์ว่า "วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม"

       ต่อมาสภาพป่าถูกทำลาย มีผู้ลักลอบตัดไม้ขาย บางกลุ่มก็เข้าไปทำลายเพื่อเข้าไปอาศัยอยู่ ทางราชการได้พยายาม หาวิธีปราบปรามด้วยวิธีต่างๆ ต่อมาได้พิจารณาเห็นความสำคัญของพุทธศาสนาว่า เป็นที่รวมจิตใจของประชาชนได้ สอนให้คนเป็นคนดี มีความรักหมู่รักคณะ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอัน จะนำความสงบมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ บ้านเมืองได้ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2517 น.อ.ประสิทธิ์ ทองใบใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในสมัยนั้น จึงได้กราบนิมนต์ท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้ท่านพิจารณาตั้งวัดเป็นการถาวรขึ้น ซึ่งตามแนวปฏิบัติของท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร ท่านได้ปฏิบัติเคร่งครัดในธุดงควัตร และการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นเหตุผลให้ความตรึงเครียดทางด้านการเมือง การก่อการร้ายลดลง และหมดไปในที่สุด

ข้อมูลทั่วไป


วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย) ตั้งอยู่ที่ บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด มีเนื้อที่กว่า 28,00 ไร่  เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชัยมงคล อันเป็นพระมหาเจดีย์ใหญ่และมีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย

จุดเด่นที่หน้าสนใจ


พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่สูง 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ มีความกว้าง ยาว และ สูงอย่างละ 101 เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียวสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม เป็นศูนย์รวมจิตใจและพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวร้อยเอ็ด องค์พระมหาเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างแบบขององค์พระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม แต่ละชั้นของพระมหาเจดีย์ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นแหล่งประดิษฐานรูปเหมือนสลักด้วยหินทรายของพระคณาจารย์ ปราชญ์อีสานในอดีต และ พระสุปฏิปันโนจำนวน 101 องค์ รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานซึ่งเก็บรวบรวมอัฏฐะบริขารของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้ดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์อีกด้วย

ภายในพระมหาเจดีย์มีทั้งหมด 6 ชั้น

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่โออ่า ใช้เป็นห้องเอนกประสงค์ และประชุมบำเพ็ญบุญ
  • ชั้นที่ 2 เป็นศาลาประชุมสงฆ์ ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ
  • ชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถ และประดิษฐานรูปพระคณาจารย์ปราชญ์อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
  • ชั้นที่ 4 เป็นชั้นชมวิว ชมทัศนียภาพรอบภูเขาเขียว
  • ชั้นที่ 5 เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์
  • ชั้นที่ 6 เป็นชั้นสูงสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

















ที่มา http://www.teeteawthai.com



Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 25 ธันวาคม 2559 11:13:39 น.
Counter : 785 Pageviews.

1 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:4:02:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2207879
Location :
ร้อยเอ็ด  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments