The only thing I can do for you is stand by you even you've never known
Group Blog
 
All blogs
 

☺mini reveiw☺ Lips & Gloss

หลังจากเห็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ รีวิวกันไปเยอะแยะแล้ว ไอ้เราก็เกิดอากายุบยิ๊บ อยากรีวิวมั่งอ่า แต่... ของเรามันน้อยนิด ชนิดมิบังอาจไปเทียบกะใครเค้าได้เล้ย แต่ก็เอาวะ เนื่องจากต่อยอยากอวดทำงานแล้ว ขอหนูรีวิวหน่อยเต๊อะ

วันนี้เลยมาริวิวพวกลิปทั้งหลายแหล่ นะคะ
เริ่มด้วย ถ่ายรูปหมู่เรียงแถวหน้ากระดานก่อนเลย อิอิ
เอ้า อิหนูทั้งหลาย มาเข้าแถวเร้ว

opps! ข้างหลังแอบรกแฮะ ช่างมันๆ มองข้ามๆไปนะคะ
จะเห็นได้ว่า เรามีลิปอยู่แค่ไม่กี่แท่งเอง อาจจะเพราเราไม่ชอบทาลิปอ่ะค่ะ ส่วนใหญ่มักจะลืมทา ลืมเติมระหว่างวัน ตัวลิปมันเลยไม่ค่อยพร่อง เลยไม่ค่อยได้ซื้อใหม่กะเค้าซักเท่าไหร่อ่ะค่ะ

ต่อไปจะมาแนะนำตัวทีละคน(แท่ง)นะคะ

เริ่มจาก boujourก่อนเลย
1. boujour รุ่น lovely brille สี 05 corail des mers

จากรูปจะเห็นว่า คงต้องร้องเพลง ปากแดงๆจะไว้ใจได้กา กันเลยทีเดียว แต่ความจิงแล้ว มันไม่ได้แดงเถือกเลือดกลบปากขนาดนั้นหรอกค่ะ ออกแนวใสๆ บางๆ ทาแล้วแดงกำลังดี แต่ถ้าทาแรงๆก็จะดูเหมือนเลือดกลบปากได้อยู่อ่ะนะ เนื้อไม่แห้ง แต่ก็ไม่นุ่มมากนัก เพราะไม่ใช่รุ่นmoisture แต่ก็ยังให้ความรู้สึกว่าทาง่ายอยู่ คือทาแล้วลื่นไปเลย ไม่รู้สึกถึงการเสียดสีระหว่างปาก(อันแห้งๆขุยๆ)ของเรากะเนื้อลิป แต่สีติดไม่ทนนะคะ ซึ่งก็เข้าใจง่า เพราะ เนื้อมันsheer จะให้ติดทนก็กะไรอยู่
ถ้าถามว่าซื้อต่อมั๊ย? คงซื้ออ่ะคะ แต่คงซื้อซื้ออื่นอ่ะนะ เพราะแท่งนี้คงอีกนานกว่าจะหมด
ปล. อีกอย่างที่ชอบคือ มันมี กระจกติดมาให้ด้วยอ่ะค่ะ ตรงหัวปลอกลิปมันอ่ะ เวิร์คมากในกรณีที่เติมลิปอย่างเดียว ไม่ต้องเอากระจกออกมากเพิ่มเลย

2. Lip smacker รุ่น pinky

สีชมพู ชมพูนมๆซีดๆ แต่เจือกแอบวิ้งๆ เป็นสีที่ทาแล้วไม่ค่อยเวิร์คกะเรา เพราะหน้าเรามันเหลืองๆ แต่ถ้าทาบางๆมันก็โอเค พอไหวๆ แต่เรื่องกลิ่นที่ชนะเลิศ กลิ่นูกกวาดผลไม้มากๆ ส่วนเรื่องmoistureก็โอเคในระดับนึง คือทาแล้วกว่าปากจะแห้ง ก็นานใช้ได้ ไม่ใช่ว่า ทาปุ๊ปแห้งปั๊ป ซึ่งทำให้ไม่ต้องเติมบ่อยๆ
จิงๆแล้วเรามีอีกแท่งเป็นแบบไม่มีสีน่ะค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายมาด้วย แต่เนื้อลิปก็เหมือนๆกัน
สรุปคือ ชอบแบบไม่มีสีมากกว่าอ่ะค่ะ แต่เรื่องกลิ่น เรื่องเนื้อลิปนี้ คุ้มค่าอย่างแรง เพราะมันแท่งละ $3 กว่าๆเอง

3. Prestige สี champagne

ลิปสีนู๊ดดด ที่ทาแล้วเหมือนไม่ได้ทาเลย (แล้วจะทาทำมายฟะ ถ้าทาแล้วเป็นอย่างงั้นน่ะ) เป็นลิปอีกแท่งที่ชอบทา เพราะทาแล้วเหมือนไม่ได้ทา 555 อย่างพึ่งงงนะคะ ก็แบบว่า ทาเอาปากนุ่มๆ กะสีเนียนๆ ไม่จัดมาก มันก็โอเคอยู่ เหมาะมากเวลาแต่งตาเข้มๆ แต่ไม่เหมาะเลยเวลาไม่ได้แต่งหน้า เพราะท่านจะดูป่วยลงในทันที สนนราคาก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร เนื้อลิปดีใช้ได้เลย ไม่แห้ง ไม่ขุย สีก้อเนียนดี ก็ว่าอยู่ว่าจะไปสอยสีอื่นมาด้วย แต่มันยังไม่มีเวลานี่น่ะสิ

4. Kate สี PK-13

เป็นลิปแท่งที่ซื้อมานานมากแล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้ทาเลย เพราะความวิ้งของมัน ที่วิ้งมาก(เกินไปสำหรับเรา) แล้วก็ทาแล้วรู้สึกว่ามีเกล็ดวิ้งๆติดปากเสมอๆ ถึงสีจะสวย แต่ทาแล้วหงุดหงิดปาก 555 เลยไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ซักเท่าไหร่ เนื้อลิปก็แห้งๆอ่ะค่ะ ไม่ค่อยนุ่มเลย
สรุปคือ ไม่ซื้อแล้วค่า สำหรับรุ่นนี้ ไว้ไปลงรุ่นอื่นดีกว่า

5. Kate lip gloss สี RD-1

ซื้อมาพร้อมๆกะไอ้แท่งข้างบนน่ะแหล่ะ แต่ดูปริมาณต่างกันลิบลับ กลอสสอันนี้ สีแดงเรื่อๆ ทาแล้วดูปากแดงแบบธรรมชาติ(ลงโทษ)ดี แต่สงสัยkateคงกลัวเรื่องลิปหลุดง่าย เลยทำมาซะเหนียวหนืดได้ใจเลย เดินๆอยู่ผมปลิวมาแปะที่ปากประจำ ยิ่งถ้าลมแรงๆนี่ น่าเกลียดได้ใจเลย ผมพร้อมใจกันมาแปะตรงปาก พอเอาออก ผมก็เหนียวๆตามไปด้วย ตอนนี้ก็พยายามใช้ให้มันหมดซะที จิงๆจะทิ้งไปเลย ก็คงไม่มีใครว่า แต่เห็นว่าใช้มาจนจะค่อนหลอดแล้ว เลยอยากจะใช้ให้มันหมดๆไปเลย เพราะเกิดมาไม่เคยใช้กลอสหมดหลอดเลย ให้ตายเหอะ

6. Playboy gloss สี sex kitten

แปลเป็นไทยก็ ลูกแมวยั่วสวาทนี่เอง 555 ตอนแรกไปเดินๆดุ่มๆด้อมๆมองๆ โอ๊ะ playboyมาแว้ว ไม่พลาดค่ะ ขอซื้อซักหน่อย ดูลิปกลอสแล้ว ว้าว สีนี่แหล่ะที่หามาน้านนาน แดงๆส้มๆ แบบนี้ใช่เลย พอหยิบมาก็เหลือบดูชื่อสี โห ชื่อแต่ละชื่อ ก้อสมกะแบรนด์เค้าดีอ่ะนะ อันนี้พึ่งซื้อมานะคะ เลยยังไม่ได้ใช้ แต่แค่เอาสีมาให้เบิ่งกันเฉยๆ

7. Oreintal Princess สี red wine

อีกยี่ห้อของคนไทยที่คุณภาพดีสมราคา ที่ซื้อสีนี้เพราะเห็นพี่ที่ทำงานเค้าใช้ แล้วสีมันสวยดี เลยไปซื้อตามมามั่ง แต่ปรากฏว่าซื้อผิดอ่ะค่ะ ของพี่เค้าออกแดงๆส้มๆ แต่เราออก แดงๆม่วงๆแทนซะงั้น แต่ไม่เป็นไร สีนี้ก็สวยดี เนื้อกลอสก็ติดทนดี เหนียวน้อยกว่ากลอสของ kate อีกด้วย แต่กลิ่นไม่ไหวค่ะ กลิ่นแปลกๆ แต่ขนาดกลิ่นแปลกๆก็ยังใช้มาได้ค่อนขวดนะเนี่ย หุหุ ก็ถ้ามีโอกาสก็อาจจะซื้ออีก แล้วแต่อารมณ์ เพราะตอนนี้มีแบรนด์ใหม่ๆมาให้เลือกเล่นเพิ่มขึ้นเยอะเลย แต่ก็ไม่เคยรังกียจแบรนด์ไทยนะคะ

8. Sugar Baby pink ink สีม่วงงงง

tintของ sugar babyนั่นเอง ของถูกราคาดี ที่ไปอัพเกรดชุบตัวที่เมืองไทย กลายเป็นแบรนด์ฮายโซไปซะงั้น อยู่ที่นี่ราคาถูกกว่าครึ่งๆ เลยซื้อมาแบบไม่เสียดายเลย(ค่าข้าวมื้อเดียวงเอ๊งงง) ไม่รู้เหมือนกันว่าอารมณ์ไหนถึงได้ซื้อมา เพราะสีมันม๊วงม่วง ทาปากแล้วเหมือนคนพึ่งกินไวน์แดงแล้วคราบไวน์มันติดปากอ่ะค่ะ อารมณ์ประมาณนั้นเลย พอเอามาทาแก้มก็พอถูพอไถ แต่เพราะปกติใช้บลัชแบบฝุ่น เลยไม่ถนัดใช้แบบทิ้นท์ซัก้ท่าไหร่ สรุปคือ อีหนูsugarbaby ถูกเราลืมอยู่ได้กรุไปแล้ว อิอิ ไม่ต้องถามว่าจะซื้อใหม่มั๊ย ตอบแบบฉะฉานเลยว่า คงซื้อไม่ได้แล้ว เพราะที่นี่(ออส)เหมือนว่าอิหนูsugarbabyจะโดนโละออกหมดแล้ว คงจะหาซื้อไม่ได้อีกแล้วล่ะค่า

ภาพรวมๆ




 

Create Date : 20 เมษายน 2550    
Last Update : 20 เมษายน 2550 9:55:12 น.
Counter : 338 Pageviews.  


ก็แค่ไวรัสบนโลกนี้
Location :
Melbourne Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กตาดำๆเฉื่อยๆแฉะๆ อะไรก้อได้ ง่ายๆ(แต่ไม่ใจง่ายนะเออ) ปฏิเสธคนไม่เก่ง รักบ้านรักหมา แต่กลับถูกส่งมาเรียนต่อในที่ห่างไกล(9ชม.บินเอ๊ง)
ใฝ่ฝันจะมีร้านชอคโกแลตเป็นของตัวเอง ทำงานในสิ่งที่ชอบ มีความสุขจะชีวิต แค่นั้นเป็นพอ
Friends' blogs
[Add ก็แค่ไวรัสบนโลกนี้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.