Group Blog
 
All Blogs
 

ชีซี เหวินจื่อ ยอดปราชญ์ยอมไร้ชื่อเสียง มิยอมอกตัญญู

ชีซี นามรองนั้นว่าเหวินจื่อ นามเดิมแต่เด็กนั้นตันฮก

ครั้นกาลต่อมา ตันฮกพลั้งมือฆ่าคนตายเสีย จึงหนีอาญาบ้านเมืองไป แลเปลี่ยนชื่อตัวเสียใหม่เป็น ชีซี แลไปร่ำเรียนในสำนักเดียวกับขงเบ้ง บังทอง ณ เกงจิ๋ว ซึ่งขงเบ้งกล่าวว่าตัวนั้นเสมอด้วยขวันต๋งแลงักเยครั้งแผ่นดินเลียดก๊กนั้น มีผู้เชื่อถือแต่สองคน หนึ่งเรียกว่าซุยเป๋ง อีกหนึ่งเรียกว่าตันฮกผู้นี้เอง

ครั้นเล่าปี่นั้นกำลังหลบหนีโจโฉมาเข้าอยู่ด้วยเล่าเปียว ชีซีทราบก็ต้องการทดสอบว่าเล่าปี่นั้นจิตใจเป็นเยี่ยงใด จะเป็นผู้ถือคุณธรรมแลคนอาสัตย์ประการใด

เวลานั้นเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ได้มอบให้เล่าปี่ยกกองทัพไปปราบขบถ เล่าปี่ครั้นเห็นม้าของหัวหน้าขบถก็ให้ชอบใจเป็นกำลัง จึงว่าแก่จูล่งว่าอยากได้ม้าตัวนั้นนัก จูล่งจึงขี่ม้ารำทวนออกรบแลฆ่าหัวหน้าขบถตาย ฝ่ายขบถทั้งปวงก็พ่ายแพ้ยับเยินไป ครั้นเล่าเปียวเห็นม้านั้นก็มีใจจะใคร่ได้มาเป็นของตัว เล่าปี่จึงนำม้าซึ่งนามเต๊กเลานั้นมอบให้เล่าเปียว แลมีขุนนางผู้หนึ่งว่าแก่เล่าเปียวว่าลักษณะม้านั้นเห็นเป็นกาลกิณี เกลือกจะเป็นโทษแลภัยแก่ผู้นายสืบไปข้างหน้า เล่าเปียวจึงมอบม้าเต๊กเลาคืนให้เล่าปี่ด้วยประการนี้เอง

ชีซีจึงแสร้งไปร้องทำเพลงเล่น ณ ตลาด แลเล่าปี่ก็ให้สนใจชีซี ขอให้ไปทำราชการด้วยตน ชีซีก็ไป ครั้นเห็นลักษณะเต๊กเลา จึงว่าแก่เล่าปี่ว่า ซึ่งท่านจะเอาม้าซึ่งชื่อเต๊กเลานี้มาขี่นั้น ข้าพเจ้าพินิจดูเห็นไม่ควร ด้วยเต๊กเลาเป็นแต่ม้าซึ่งหาการอันมงคลมิได้ ผู้ใดขี่ก็จะเป็นอันตรายเกิดอาเพศไปต่างๆ ชอบแต่จะนำไปให้คนซึ่งท่านระสงค์ให้ตายเสียก็จะพ้นภัยแก่ตัวท่าน

เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็โกรธแล้วว่า ท่านนี้พูดดังคนอันไร้คุณธรรม ซึ่งจะทำเช่นท่านว่านั้นเห็นผิดคุณธรรมไป ชีซีได้ฟังจึงชื่นชมว่าเล่าปี่นี้มีคุณธรรมควรแก่การนับถือ จึงเข้าเป็นกุนซือของเล่าปี่แต่บัดนั้น

กาลต่อมา โจโฉให้โจหยินนำทัพลงใต้กำจัดเล่าปี่เสีย แต่ชีซีได้คิดเอาเป็นกลศึกแลอุบายใช้คนอันน้อยตัวเอาชัยโจหยินซึ่งมีคนมากนั้นได้ง่าย โจหยินพ่ายทัพถอยกลับไป

โจโฉทราบเรื่องก็ถามเทียหยกว่าชีซีเป็นผู้ใด เทียหยกก็เล่าความของชีซีแต่ยังเป็นตันฮกจนถึงบัดนั้นให้ฟัง โจโฉยังทราบว่ามารดาของชีซีซึ่งแก่ชราแล้วนั้นอยู่ ณ ฮูโต๋ด้วย จึงไปขอให้มารดาชีซีส่งจดหมายไปขอให้ชีซีมาทำราชการด้วยโจโฉ มารดาชีซีก็โกรธพลางด่าว่าโจโฉเป็นข้อหยาบช้าว่า "ตัวเป็นศัตรูราชสมบัติวงศ์พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฉะนี้ ยังจะมาว่าให้เราเขียนจดหมายไปลวงลูกเราอีกเล่า ซึ่งลูกเราได้รับทำราชการด้วยเล่าปี่คนอันทรงคุณธรรมดังนี้ ก็เป็นการสมควรอยู่แล้ว เราจักมิทำการให้ตัวเป็นอันขาดทีเดียว"

โจโฉจึงให้เทียหยกปลอมลายมือมารดาชีซีเขียนจดหมายไปล่อลวงชีซี ชีซีหลงกลจึงอำลาเล่าปี่มาหาโจโฉ ก่อนจากไปชีซียังให้เล่าปี่ไปเชิญเอาตัวที่ปรึกษาซึ่งฝีมือเขามิอาจเสมอเหมือน ผู้นั้นคือ จูกัดเหลียง ขงเบ้ง...

ครั้นชีซีจากเล่าปี่มาจึงไปพบขงเบ้ง ณ เขาโงลังกั๋ง แลจึงว่าแก่ขงเบ้งขอให้ไปช่วยราชการเล่าปี่สืบไปในการข้างหน้า ขงเบ้งได้ฟังชีซีว่าดังนั้นก็โกรธพลางว่า "ท่านจะไปจากเล่าปี่ครานี้หาสิ่งกำนัลมิได้เจียวหรือ จึงใช้ตัวเราไปเป็นของกำนัลดั่งนี้" แลขับชีซีไปเสียจากบ้าน

(ครั้นต่อมาสุมาเต๊กโชมา ณ ที่อยู่เล่าปี่หวังจะเยือนชีซี จึงทราบความดั่งนี้ จึงหัวร่อขึ้นบนอากาศแล้วว่า "ชีซีไปครั้งนี้มิได้ไปแต่ตัวแล้วดอก จะพาให้ขงเบ้งทุกข์ตรมระทมกายรากเลือดตายในกาลภายหน้าเสียแล้ว" แล้วก็ว่า "ฮกหลงจะได้นายบัดนี้เราก็เห็นว่าเป็นการอันควรอยู่แล้ว แต่เรายังวิตกอยู่ ด้วยเป็นคนหาบุญมิได้" ว่าแต่เพียงนั้นสุมาเต๊กโชก็ออกจากที่อยู่เล่าปี่ แลกลับไป ณ บ้าน)

เมื่อชีซีมาพบมารดา มารดาเสียใจมากที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกชีซี นางจึงตวาดด่าเอาชีซีเป็นข้อหยาบช้า ว่าเสียแรงเรียนมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ หาได้รู้การผิดแลชอบประการใดไม่ แลวิ่งผลุนเข้า ณ ห้อง ฉวยเชือกผูกคอตัวแขวนแต่เพดานห้องนั้น จบชีวิตตัวเสีย

เพลาเมื่อโจโฉนำทัพลงใต้หวังปราบปรามเล่าปี่ ซุนกวน โจโฉจึงให้ชีซีไปเป็นผู้ส่งสารขอให้เล่าปี่สามิภักดิ์โจโฉแต่โดยดี เมื่อชีซีไปก็มิได้ทำราชการกล่อมเล่าปี่แต่ประการใดเลย แลเตือนเล่าปี่ให้ระวังโจโฉจงหนัก เล่าปี่จึงขอให้ชีซีกลับมาทำราชการกับตน ชีซีจึงว่า มีแต่ขงเบ้งคนเดียวนี้ก็มิจำเป็นจะต้องอาศัยตน แล้วจึงจากมา

เมื่อยุทธการลือลั่นแห่งสามก๊กซึ่งเรียกขานกันในหมู่ชนชั้นหลังว่า "ยุทธนาวีที่เซ็กเพ็ก" เริ่มต้นเปิดฉากขึ้น จิวยี่วางแผนให้เจียวก้านหลงกล พาบังทองไปแนะนำให้โจโฉเชื่อมเรือทั้งหมดของตัวติดกันสิ้น หวังจะให้เรือโจโฉทั้งปวงพินาศวอดวายสิ้นใต้แสงเพลิงของทัพเล่าปี่ ซุนกวน โจโฉได้ฟังบังทองแนะให้ก็หลงเชื่อหาสงสัยมิได้ จึงให้เชื่อมเรือทั้งปวงติดกันสิ้น บังทองจึงขอให้ตนกลับไปประสานงานภายในเป็นไส้ศึก ณ ค่ายจิวยี่ โจโฉก็ยอม

เมื่อบังทองจะลงเรือไปนั้นชีซีจึงว่า ท่านทำทั้งนี้จะเห็นคนทั้งปวงไร้ปัญญาเสียหมดกระมัง บังทองจึงว่า การครั้งนี้หาใช่การจิวยี่แต่คนเดียว ยังมีการของเล่าปี่นายเก่าตัวอีกเล่า ตัวมาทำทั้งนี้จะให้นายเก่าตัวพินาศวอดวายสิ้นใต้เงื้อมมือโจโฉหรือ ชีซีจึงว่า ซึ่งท่านเล่าปี่อุปการะข้านั้นคุณหาที่สุดมิได้ ข้ามาอยู่นี้ก็ด้วยจำใจดอก แลข้ายังกังวลอยู่แต่ซึ่งท่านจะเผาเรือนั้น เกลือกข้าก็จะไหม้วอดไปเสียด้วยเล่า บังทองจึงแนะนำแผนให้ชีซี มินานต่อมาชีซีจึงหาเหตุปลีกตัวจากสนามรบที่เซ็กเพ็กโดยอ้างไปปราบขบถ

หลังยุทธการเซ็กเพ็ก บทบาทของชีซีก็หายไปจากสามก๊กโดยสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะเขาไม่ยอมแสดงความสามารถช่วยราชการให้กับโจโฉผู้ซึ่งเขาถือว่าทำให้มารดาของเขาต้องตายอย่างเต็มกำลัง อาจทำเพียงให้เสร็จๆแบบขอไปที ทำให้ความสามารถและผลงานของเขาไม่เด่น อาจเป็นแค่ขุนนางชั้นผู้น้อยธรรมดาในหมู่ขุนนางโจโฉ และเล่าชวนหัวผู้เขียนหนังสือ สามก๊กฉบับคนเดินดิน ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ชีซีได้ตำแหน่งในสังกัดโจโฉเป็นเพียงขุนนางผู้น้อยเท่านั้น เขาจึงกลายเป็นกุนซือผู้มีความสามารถคนหนึ่ง แต่กลับถูกลืมและหายหน้าไปจากประวัติศาสตร์...ไม่มีบันทึกถึงการตายของเขาด้วย




 

Create Date : 02 กันยายน 2549    
Last Update : 27 กันยายน 2549 23:09:16 น.
Counter : 2568 Pageviews.  

สุมาสู จื่อเหยียน จอมกังฉินผู้คุกคามเยาวกษัตริย์

สุมาสูเป็นบุตรใหญ่ของสุมาอี้ ชื่อรองนั้นว่าจื่อเหยียน หน้ามีลักษณะกลม ปากสี่เหลี่ยมมีขน ริมฝีปากหนา ใต้ตาซ้ายมีปาน มีสติปัญญาชาญฉลาดนัก

สุมาสูได้ตามสุมาอี้ไปในการรบกับขงเบ้งหลายครั้ง และหลายครั้งก็เสนอความคิดดีๆเป็นอันมาก แต่สุมาอี้ก็ไม่ฟังอยู่หลายครั้ง เช่น กลอุบายครั้งขงเบ้งดีดพิณบนกำแพงเมือง เป็นต้น

ครั้นสุมาอี้ดับชีพด้วยวัยเจ็ดสิบสามปีถ้วน สุมาสูแลสุมาเจียวผู้น้องนั้นก็กุมอำนาจ ทำการคุกคามพระเจ้าโจฮองยุวกษัตริย์เป็นหลายครั้ง พระเจ้าโจฮองไม่พอพระทัยจึงได้สมคบด้วยเหล่าขุนนางซึ่งยังจงรักภักดีอยู่นั้น วางแผนจะถอดสุมาสูกับสุมาเจียวออกจากตำแหน่งที่ขุนนางเสีย แต่ความแตก ถูกจับได้ สุมาสูจึงถอดโจฮองออกจาก ตำแหน่งฮ่องเต้แทน แล้วจึงนำโจมอผู้หลานของพระเจ้าโจผีมานั่งบัลลังก์เป็นเจว็ดแทน ครั้นพระเจ้าโจมอเสวยราชย์แต่สองปี สุมาสูจึงล้มป่วยด้วยโรคต้อที่ตา*

ขณะที่สุมาสูป่วยอยู่ยังมิหายดีนั้น เกิดกบฏต่อต้านสุมาสู ฝ่ายสุมาสูนั้นให้จงโฮยทหารเอกไปจัดการแทนตัว เพราะหมอของตัวนั้นได้สั่งให้รักษาตัวอย่างดี แต่จงโฮยกลับว่าแก่สุมาสูว่า "ซึ่งท่านให้ข้าไปจัดการกับกบฏครั้งนี้นั้นเห็นหาควรไม่ ท่านพึงยกทัพไปเองจึงจะควร จะได้แสดงความเข้มแข็งให้ปรากฏต่อคนทั้งปวง" สุมาสูจึงยกทัพไป กบฏถูกปราบลงง่ายดาย แต่อาการสุมาสูนั้นเกิดกำเริบหนักลง จึงเสียชีวิตระหว่างทางกลับ ในปี ค.ศ.255

*สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)ได้แปลไว้ว่าสุมาสูป่วยตายด้วยโรคต้อที่ตา แต่ความจริงแล้วประวัติศาสตร์จีนบันทึกว่าเขาเป็นโรคเนื้องอกที่ตาต่างหาก




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2549    
Last Update : 24 สิงหาคม 2549 12:29:11 น.
Counter : 253 Pageviews.  

องโยย ซื่อจื้อ ขุนพลผู้พิชิตง่อก๊ก

องโยย

องโยย หรือหวางย่วย ชื่อรองว่าซื่อจื้อ แต่ยังเด็กนั้นมีชื่อเรียกเล่นอีกชื่อหนึ่งว่าย่าถง คำไทยว่าไอ้เด็กน้อย

องโยยนั้นแต่เดิมเป็นชาวอำเภอหู จังหวัดหงหลง (ทุกวันนี้อยู่ ณ อำเภอหลิงเป่าในมณฑลเหอหนานของประเทศจีน)


องโยยนั้นมาจากตระกูลขุนนางใหญ่ ตัวองโยยก็ได้รับการศึกษาชั้นดีมาแต่น้อย หากแต่กลับมีนิสัยชอบตีรันฟันแทงมาแต่หนุ่มเป็นอันมาก หากจนกระทั่งได้คบค้าสมาคมด้วยกัลยาณมิตรกลายคน จึงลดนิสัยด้านนี้ของตัวลงเสีย ในกัลยาณมิตรขององโยยนั้น มีผู้หนึ่งเรียกว่าเตาอี้ ซึ่งต่อมาเป็นผู้สานต่อนโยบายพิชิตง่อก๊กของเอียวเก๋า

เตาอี้มองออกถึงความสามารถในการศึกขององโยย จึงเสนอเขาต่อจิ้นหวู่ตี้(สุมาเอี๋ยน) จิ้นหวู่ตี้จึงตั้งองโยยเป็นแม่ทัพยกทัพจิ้นไปปราบง่อก๊กซึ่งยังเหลืออยู่แต่ก๊กเดียวนั้น แลตัวเตาอี้นั้นให้เป็นรองแม่ทัพยกไปด้วย

ฝ่ายพระเจ้าซุนโฮกษัตริย์ง่อทำตามคำแนะนำของขันทียิมหุนคนสนิท โดยได้นำเครื่องกีดขวางเป็นขวากเหล็กแลมีสายโซ่เหล็กมาขึงกั้นไว้ ณ ลำน้ำ หวังให้เรือซึ่งแล่นมาอย่างเร็วตามกำลังแรงของน้ำซึ่งเชี่ยวกรากนั้น

ฝ่ายองโยยได้ส่งทหารของตัวไปสอดแนม แลทราบการซึ่งยิมหุนแลซุนโฮคิดกันไว้ จึงสั่งให้ทหารนั้นไปตัดไม้ทำเป็นแพเป็นอันมาก เอาเชื้อเพลิงใส่บนแพแลปล่อยให้แพนั้นลอยลำไปติดขวากเหล็กซึ่งขึงไว้นั้น แลเผาแพนั้นเสีย ไฟก็เผาขวากเหล็กแลสายโซ่เหล็กละลายไปสิ้น เหล็กนั้นก็จมลงน้ำไป เรือรบจิ้นจึงลอยลำผ่านไปสะดวกดายยิ่ง

ซุนโฮกษัตริย์แห่งง่อเห็นการซึ่งคิดไว้นั้นล้มเหลวมิเป็นท่า จึงยอมสามิภักดิ์โดยดี แผ่นดินจีนจึงรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวอีกวาระหนึ่งภายใต้ราชวงศ์จิ้น(ไซจิ้น..จิ้นตะวันตก)

องโยยได้รับรางวัลจากความดีความชอบของเขามาก แต่เขากลับเริ่มหลงใหลในลาภยศสรรเสริญที่ได้มาจนหน้ามืดตามัว พวกกังฉินจึงได้หลอกใช้องโยยในการเพ็ดทูลให้ตัวได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ขึ้นอีก

ในบรรดาญาติๆของเขา มีผู้หนึ่งชื่อว่าฟ่านทง พยายามตักเตือนองโยยเกี่ยวกับเรื่องของเขา แต่องโยยหาฟังไม่ ยังคงประพฤติกักขฬะดังเดิมอยู่อีก

สุดท้ายองโยยก็สาบสูญไปจากประวัติศาสตร์สามก๊กเฉยๆ ไม่มีข้อมูลว่าเขาตายอย่างไร ปีไหน และชีวิตจักเป็นเช่นไรต่อไป...

คนเช่นองโยย ที่พอได้ลาภยศสรรเสริญความดีความชอบตัวแต่หน่อยหนึ่งก็หลงลืมตนนั้น..เปรียบดังสำนวนไทยที่เรียกว่า

"วัวลืมตีน"

..........


หมายเหตุ : การซึ่งว่าองโยยหลงใหลลาภยศจนลืมตัวนั้น ไม่มีเขียนไว้ในสามก๊กฉบับท่านเจ้าพระยาพระคลังแต่อย่างไร เพราะสามก๊กฉบับของท่านเจ้าพระยาฯ เขียนละเอียดแค่ถึงตอนที่ซุนโฮยอมจำนน ที่เหลือเขียนอย่างหยาบๆ เพียงแค่ว่า เล่าเสี้ยน โจฮวน แลซุนโฮนั้นตายเมื่อปีนั้นๆ คาดว่ารายละเอียดขององโยยอาจไปปรากฏอยู่ใน พงศาวดารไซจิ้น ซึ่งต่อเรื่องสามก๊กลงมา โดยถ้ามีเวลาคงได้ไปตรวจสอบดู




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2549    
Last Update : 24 สิงหาคม 2549 17:49:24 น.
Counter : 305 Pageviews.  


Chineseman
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Chineseman's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.