Chill up's Blog คร้าบบบบ ^^
Group Blog
 
All Blogs
 

"บ้านรักอัมพวา" บ้านของคนมีรักริมคลองอัมพวา

"บ้านรักอัมพวา" เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ในชุมชนโรงเจอัมพวา ริมคลองอัมพวา และห่างจากตลาดน้ำอัมพวาเพียง 300เมตร
(ที่มา: http://www.baanrak-amphawa.com)





มีห้องพักทั้งหมด 7 ห้อง แบ่งเป็น 2 แบบ
แบบแรก แอร์ ทีวี และก็ห้องน้ำในตัว ทั้งหมด 5 ห้อง
แบบสอง แอร์ ทีวี ไม่มีห้องน้ำในตัว จำนวน 2 ห้อง

แต่ห้องที่ดีที่สุด ซึ่งจะอยู่ติดคลองอัมพวาเลยจะมีอยู่2ห้องคือ ห้องชมตะวัน1 และ ห้องชมตะวัน2

ห้องที่จะพาไปชมคือห้องชมตะวัน2ครับ
ภายในห้องชมตะวัน2 จะถูกแบ่งออกเป็น3ส่วนคือ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และส่วนของห้องน้ำ

ภาพแรกนี้ คือตอนเปิดประตูห้องชมตะวัน2 จะมีส่วนห้องนั่งเล่น นอนดูทีวีได้
เลยไปจะเป็นส่วนห้องห้องนอน




ภายในห้องนอน



การตกแต่งดูหวานแหววมากๆ ^^







ห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องครับ



สิ่งที่ชอบที่สุดของห้องชมตะวันก็คือ หน้าห้อง จะเป็นระเบียงกว้างๆ ไว้นอนเล่น ดูวิวคลองอัมพวาได้เลย และข้อดีของบ้านรักอัมพวาก็คือ ไม่มีทางเดินริมคลองให้กวนใจ เราสามารถโดดน้ำจากระเบียงบ้านได้เลย







นั่งชิวๆริมน้ำ



มาเดินดูบรรยากาศรอบๆบ้าง
รูปนี้เป็นรูปพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้านรักอัมพวา





วันๆก็นั่งเล่นดูวิวริมแม่น้ำ





บรรยากาศริมน้ำหน้าบ้านรักอัมพวายามค่ำคืน
โรแมนติกได้อีก ^^







ตื่นมาใส่บาตรยามเช้าที่หน้าห้องนี่แหละ
พระท่านพายเรือมารับบินฑบาตร







หมดแล้วคร้าบบ
ขอลงรูปตลาดน้ำอัมพวา และตลาดน้ำท่าคาไว้ทื่ กลุ่ม"สถานที่ท่องเที่ยว"ครับ

สรุปข้อดีข้อด้อย
ข้อดี
- การบริการดีมากๆ เหมือนมานอนบ้านเพื่อนเลย (สามารถซื้ออาหารทะเล พี่ที่ดูแลจะค่อยปิ้งย่างให้เราด้วย)
- บ้านพักน่ารักมากๆ การตกแต่งออกแนว หวานๆดี
- วิวจากหน้าห้องชมตะวันสุดยอดไปเลย นั่งเล่นหน้าห้อง โดดน้ำจากหน้าห้อง หรือกินอาหารจากเรือต่างๆที่พายผ่านไปมา
- ที่ชอบที่สุดคือ ไม่มีทางเดินหน้าบ้าน(ทางเดินที่ติดกับคลอง) ทำให้เป็นส่วนตัว ไม่มีคนเดินผ่านไปมา
- อยู่ห่างจากตลาดน้ำอัมพวาประมาณ 300 เมตร ทำให้เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับนอนอ่านหนังสือเงียบๆ ถ้าอยากไปตลาดน้ำ ก็สามารถเดินไปได้
- มีที่จอดรถ (ตรงโรงเจ) เดินไปบ้านรักอัมพวานิดเดียวเอง (แต่ต้องเสียค่าจอด จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ เค้าคิดเหมาเป็นวัน)
- ราคาอาจดูสูงไปนิดสำหรับ อัมพวา (1,200บาท) แต่ผมว่า เหมาะสมแล้ว กับการได้วิวดีๆหน้าบ้าน และได้ความสะดวกสบายในการจอดรถ หรือเดินไปตลาดน้ำ

ข้อเสีย
- ห้องน้ำ ส่วนที่อาบน้ำกับโถส้วมไม่มีการกั้นส่วนเปียกและแห้ง
- ตอนที่ผมไป ห้องมีกลิ่นอับค่อนข้างแรง




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2553    
Last Update : 12 สิงหาคม 2553 16:43:52 น.  

หัวหิน: The Hen ที่พักสไตล์ วินเทจ สมัยรัชการที่ 7

ได้มีโอกาสไปพักที่บ้านพักตากอากาศสีขาวสไตล์วินเทจ ซึ่งเคยเป็นบ้านตากอากาศของตระกูลดิศกุลเมื่อต้นเดือนมิถุนาที่ผ่านมา

บ้านหลังนี้ในอดีต คนจะรู้จักกันในชื่อว่า "สำนักดิศกุล"
ซึ่งสร้างในสมัยรัชการที่7 โดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ครั้งนึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ทรงดนตรีของพระองค์ท่าน

ทำให้บ้านหลังนี้ดูมีมนต์ขลัง สง่างาม สวยงาม และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน



การเดินทางมา The Hen
มากจากกรุงเทพ ถึงตัวเมืองหัวหิน เห็นซอยหัวหิน 51 เลี้ยวเข้ามาได้เลยครับ
พอมาถึง4แยกเล็กๆ มองตรงไปจะเห็นร้านส้มตำถนนตกอันโด่งดัง
ให้เลี้ยวขวาแล้วจะพบกับ The Hen ครับ



ที่นี่จะไม่มีที่จอดรถนะครับ
ให้จอดริมถนนได้เลย จะมีรปภ ที่บริการดีมาก คอยเฝ้า 24ชม
จอดรถเสร็จยามจะวอบอกทาง front ให้มาช่วยยกกระเป๋าครับ

ส่วนพี่รปภ จะนำผ้ามาคลุมหน้ารถกันแดดให้ครับ



บริเวณทางเข้าครับ

มีตัวหนังสือด้านบนเขียนว่า "สำนักดิศกุล"

ทางเข้าจะเป็นทางเดินเล็กๆ โรยด้วยหิน
ดูสวยดี แต่เดินยากชะมัด :)





ชื่อที่พัก The Hen และชื่อห้องต่างๆ มีความหมายว่า "ไก่" ทั้งสิ้น
นั่นเป็นเพราะว่า "ไก่" คือชื่อของคุณแม่เจ้าของครับ
(ไม่ได้เป็นอะไรกับเสธไก่อูนะครับ ^^)



นอกจากคุณแม่เจ้าของที่ชื่อ "ไก่" แล้ว
ตัวเจ้าของเองยังชื่อ คุณไก่โต้ง และ คุณกุ๊กไก่

ห้องพักทั้งหมด (มี6 ห้อง) เลยเป็นชื่อเกี่ยวกับไก่หมดเลย ^^



เดินไปจนสุดทางเดินจะพบกับบริเวณ Lobby ครับ
(ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเดินยาวเข้าไปในตัวโรงแรม)



บริเวณ Lobby ครับ
การตกแต่ง ที่นี่จะใช้โทนสีขาว และใช้เฟอร์นิเจอร์ไสตล์วินเทจ ดูเก๋มากๆ
(ดูไม่เก่าจนน่ากลัว และก็ไม่ใหม่จนหมดความขลัง)



การตกแต่งน่ารักดี









Mail Box เก๋ๆ



เข้าไปดูในห้องพักกันก่อนนะครับ
รูปนี้เป็นทางเดินเข้าไปสู่ส่วนของห้องพัก



ห้องพักทั้ง 6 ห้องคือ (เรียงลำดับจากห้องที่ใกล้ทางเข้า ที่เราเห้นจากรูปด้านบนที่สุดครับ)
1. The Chicken (Pool Villa)
2. The Roster (Pool Villa) - ที่นี่มี Pool Villa 2 ห้อง
3. The Pullet (Pool View) - อยู่ใกล้ สระว่ายน้ำหลักที่สุด)
4. The Hen (Honeymoon Suite) - ห้องแพงที่สุด มีทางเดินลงทะเลส่วนตัว
3. The Pleiades (Sea view)
6. The Chick (Sea View)

ผมพักที่ห้อง The Chicken เป็นแบบ Pool Villa
อยู่ใกล้ Lobby ที่สุดเลย



เปิดประตูห้อง The Chicken ไปชมกันเลยครับ



เปิดประตูห้อง (ประตูบ้าน)
จะพบทางเดินไม้สีขาว
สุดทางเดินไกลๆ จะเป็นสระว่านน้ำเล็กๆ



เปิดประตูห้องจะพบกับภาพนี้ครับ

ห้องโทนสีขาว เฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค



จากรูปทางเข้าห้อง (รูปที่แล้ว)
จะมีประตูอยู่ทางขวา เป็นห้องอีก2ห้อง

ห้องแรกจะเป็นส่วนของห้องครัวแบบนี้



ส่วนห้องที่2 เปิดเข้าไปดู
จะเป็นส่วนห้องน้ำแบบนี้

(ขออนุญาต พาไปชมรูปห้องแบบรวมๆก่อนนะครับ
อยากให้เห็นแผนผังห้อง ก่อนที่เราจะเข้าไปชมรายละเอียดแต่ละห้อง)
^^



ออกมาจากห้องน้ำก็จะเห็นภาพนี้
มีฟูก หมอน ที่พื้นไว้นอนเล่น
เตียงที่นี่นอนสบายมากๆ



มองย้อนกลับมา
ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ
ซ้ายมือไกลๆจะเป็นทางเข้าห้องครับ
สุดทางเดินจะเป็นทางเข้าห้องที่เราเข้ามาครับ



หลังคาห้องนี้ค่อนข้างสูง เลยไม่รู้สึกแออัดเลยครับ


รูปนี้ถ่ายจากเตียงนอน ย้อนกลับมาอีกที
ด้านซ้ายหน้าห้องน้ำจะมีตู้โบราณ ไว้แขวนเสื้อผ้าครับ

ข้างๆตู้เสื้อผ้า จะมีประตูทางออกไปด้านนอกตัวห้อง



รูปนี้เปิดประตู ข้างๆตู้เสื้อผ้า ออกไปด้านนอกครับ



เมื่อเปิดประตูออกไป
มองไปทางซ้าย จะเป็นส่วนของ Rain Shower ด้านนอก
เพื่อคนที่เล่นน้ำในสระ จะได้เดินมาอาบน้ำตรงนี้
ไม่ต้องเดินเข้าไปทำให้ห้องเปียก





ถ้าเดินไปด้านขวา จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำส่วนตัวครับ



แต่จริงๆคือสระแช่มากกว่า ไม่ลึกและกว้างพอที่จะว่ายได้ครับ

แต่มีปุ่มให้น้ำพุ่งออกมาแบบ Jacuzzi
นอนนวดไปสบายมากๆ

แต่ถ้าใครคิดจะเลือกห้อง Pool Villa
แนะนำให้เลือกข้อง The Rooster ซึ่งเป็น Pool Villa ติดกันมากกว่า

เพราะสระว่ายน้ำใหญ่กว่ามาก
(เดี๋ยวจะพาไปชมครับ เพราะเพื่อนผมอยู่หลังนี่เอง)



พอนึก Layout ห้องทั้งหลังออกแล้วใช่ไม๊ครับ

คราวนี้ลองไปดูที่ละส่วนเลย



ข้อเสียของห้องนี้ก็คือว่า
ลองมองไปไกลๆนะครับ
ห้อง Pool Villa ทั้ง2 ห้องจะเป็นเหมือนกันเลยคือ
เค้าใช้ต้นไม้ทำเป็นรั้วกั้น
แต่ต้นไม้มันยังโตไม่พอ คนเดินผ่านไปมา มองเห็นเราลอยอืดในน้ำสบายๆเลย

(แต่ห้องพักเพียง 6 ห้อง ทำให้มีคนเดินผ่านไปมาน้อยมากครับ ผมลองสังเกต ถ้าเป็นพนักงานไม่ว่าชายหรือหญิง เดินผ่านไปมา แม้จะรู้ว่าลงเล่นน้ำอยู่ เค้าก็ไม่มองเข้ามาเลยครับ คงเทรนมาดี) ^^



เข้ามาดูภายในห้องนอนบ้างครับ







ผ้าเช็ดตัว ดัดเป็นรูปไก่ (มองไม่ค่อยเหมือนเนอะ)
และมีเป็ดน้อย วางอยู่บนเตียง





ชอบเก้าอี้ตัวนี้มากๆเลย
ดู Classic ดี :)



โต๊ะเล็กๆหน้าประตูทางเข้า
ดูโบราณดี





เปิดออกมา กลายเป็นโต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆได้ด้วยครับ
และมีสมุด สำหรับผู้ที่มาพัก เขียนความรู้สึกลงไปได้ด้วย



รูปภาพน่ารักๆ และโคมไฟดูอบอุ่น





มีกระเป่าเก๋ๆใส่ Magazine



ที่นี่จะมี LCD TV
DVD Player ให้ด้วย



ตู้เสื้อผ้า



ไปดูห้องน้ำบ้างครับ
ผมชอบห้องน้ำที่นี่มาก
ดูสวย Classic แปลกตามากๆ
(แม้ว่าอ่างน้ำโบราณแบบนี้อาบยากชะมัด กลัวน้ำกระเด็นเปียกพื้นหมด)



กระเบื้องในห้อง The Chicken จะใช้กระเบื่องแผ่นเล็ก สีขาว
(แต่ถ้าห้อง Rooster ที่เพื่อนผมอยู่จะเป็นสีดำ คนละอารมณ์กันครับ)



โถส้วมแบบมีสายชำระ
(ผมเคยอ่านกระทู้ที่เพื่อนๆบางคนบอกว่า ไม่รู้ว่าจะถ่ายรูปโถส้วมมาลงให้ดูทำไม แต่ผมคิดว่า มันจะได้เห็นภาพชัดเจนว่า แต่ละที่เป็นแบบไหน มีอะไรให้เราบ้าง)



กระจกที่นี่เทห์มากๆ



เครื่อง toilet ก็จะมีพวก
แปรงสีฟัน + ยาสีฟัน
Sewing kits
ชุดโกนหนวด
Cotton Bud
หวี ที่ตะไปเล็บ
Bath/Shower gel, Shampoo, Conditioner, Body Lotion

ลืมบอกไปครับว่า ตอนเช็คอิน จะมีพนักงาน นำกลิ่นของ set toilet มาให้ดม 4กลิ่น เลือกตามความชอบได้เลยครับ



ลงอ่างกันเถอะ :p









เข้าไปดูในครัวบ้างครับ

ตอนเข้ามาถึง พนักงานให้เข้าห้องแล้วมานั่งเช็คอิน เซ็นเอกสารที่นี่เลย
ไม่ต้องไปทำที่ Lobby

ภายในห้องครัวก็จะมี
โต๊ะ เก้าอี้ (ตอนเช้าสั่งให้มาเสริฟในห้องครัวได้เลย)
ตู้เย็น
มี iPod dock ให้ด้วย
welcome drink คือ ลอดช่องลุงดำเจ้าดัง เก๋มากๆ
welcome Fruit คือ แอปเปิ้ล 3ลูก
ชอบที่มีแก้งไวน์ จานชาม ช้อนส้อมให้เหลือเฟือ
มีน้ำยาและ ฟองน้ำล้างจานให้ด้วย



ชายี่ห้อ Jim Thomson
กาแฟยี่ห้อ Droste (Mocca)
Chocolate เป็นแบบซอง ของ Van Houten
(ทุกอย่างฟรีหมด)

มีน้ำแร่ให้ฟรี 3 ขวด
pepsi และ 7-Up ฟรีอย่างละ2 กระป๋อง
มีถั่วและ Lay's Stax ให้ฟรีอีก

ของในตู้เย็นที่จ่ายตัง
ราคาคร่าวๆคือ
Pepsi กระป๋องละ 80
Heineken กระป๋องละ 120



ที่นี่ถ้ามี Microwave ให้นะ แหล่มเลย



iPod dock







นั่งทานอาหารเช้าดูวิวสระว่ายน้ำได้



ไปเดินดูด้านนอกบ้าง



สระว่ายน้ำหลักของที่นี่
ยังคงกระเบื้องขาวดำดูฉงนดี



น้ำพุแนวอังกฤษ



ทางเดินไปยังห้องอาหารด้านหน้า และเป็นทางไปยังชายหาด



ต้นมะพร้าวต้องลม



ห้อง Type Sea View มี2 ห้องติดกัน



ลานนั่งเล่นยามเย็น
บางคนบอกว่าเป็นที่ๆ พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของเรา ทรงดนตรีตรงนี้







ส่วนของห้องอาหารริมทะเล
ซึ่งเป็นทีๆทานอาหารเช้าได้ด้วย



บริเวณห้องอาหาร









สบายใจเมื่อได้ใกล้ทะเล ^^





ชายหาดหน้า The Hen ครับ
สะอาดเป็นส่วนตัวดีครับ



บริเวณชายหาดตอนกลางคืน ก็จะมีพี่รปภ เฝ้าตลอด 24 ชม












มองย้อนกลับมาบ้าง



ใต้ร่มไม้อันร่มรื่น







ทางเดินจากห้อง Honeymoon Suite ลงทะเล
เค้าบอกว่าเป็นทางเดินส่วนตัว (เป็นรูปรอยเท้า)

แต่ผมว่ามันก็เดินผ่านสนามเหมือนๆกันแหละ













รูปนี้เป็นรูป สระว่ายน้ำภายในบ้าน Rooster ซึ่งเป็น Pool Villa อีกหลังที่อยู่ติดกันครับ

พอดีเพื่อนพักห้องนี้ ก็เลยมาเล่นน้ำที่ห้องนี้ เพราะกว้างกว่ามาก



คลังแสง ^^







ไปถ่ายห้องเพื่อนผม (ห้อง The Rooster)
จะมีเก้าอี้และโคมไฟที่ไม่เหมือนกัน



ใช้กระเบื้องสีดำ (ห้องผมสีขาว)
ก็เก๋ไปอีกแบบ





กระเบื้องและ furniture ของห้อง Pool Villa ทั้ง2 ห้อง ไม่เหมือนกัน
ขนาดของสระว่ายน้ำก็ไม่เท่ากัน

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ
ต้นไม้ที่ปลูกเป็นรั้วกั้นมันโตไม่พอ เห็นเป็นช่องๆเลย อิอิ



กลางคืนไปเดิน Cicada market ครับ



เดินเล่นชิวๆ



รวมๆผมเฉยๆกับที่นี่แฮะ
บางอย่างของแพงอะ














กลับมาเก็บภาพตอนกลางคืนที่ The Hen บ้าง







ห้อง Rooster





















ตอนเช้าผมให้พนักงานมาจัดอาหารเช้าในห้องทั้ง2วันเลยครับ



อาหารเช้าจะมีให้เลือกดังนี้

Main (ให้เลือก1อย่าง)
1. โจ๊กหมู + ปาท่องโก๋
2. เกาเหลาเลือดหมู + ข้าวสวยร้อนๆ
3. ข้าวมันไก่
4. Cereal + นม
5. American BF (Omlette+ Ham/Bacon/ไส้กรอก)
ข้อ1-3 จะมาจากร้านดังๆในตลาดนะครับ

ขนมปัง (เลือก 1อย่าง)
1. ขนมปังธรรมดา
2. Danish
3. ครัวซอง
แล้วเลือก แยมสตอเบอรี่หรือแยมส้มได้1อย่าง

น้ำ (เลือก 1อย่าง)
1. น้ำส้ม Sunquick (แต่ไม่คั้นสด)
2. นมสด
3. นมถั่งเหลือง

Drink (เลือก 1อย่าง)
1. ชา Twinning
2. กาแฟ
3. น้ำมะตูม
4. น้ำตะใคร้

เกือบลืม มีหนังสือพิมพ์ใหม่ๆให้ทุกวัน





นั่งทานอาหารเช้ามองวิวสระน้ำไป
สุขสุดๆ ^^





ลืมบอกไปว่า ตอนบ่ายๆจะมี ข้าวเหนียวมะม่วงร้านป้าเจอเจ้าดังมาเสริฟ ถึงห้องครับ
ไม่ต้องไปต่อคิว สบายเฮ :)



ลากันด้วยภาพนี้ละกันนะคับ
หมดละ ^^



สรุปราคาและข้อดีข้อด้อยนะครับ (คามคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

ราคา 7,461 บาท (สำหรับ 2คืน)
ผมว่าค่อนข้างคุ้มมากๆครับ
จริงๆราคานี้เป็นราคา ห้อง type Sea view แต่ที่นี่รับผิดชอบกับการทำ booking ซ้ำกับลูกค้าท่านอื่น โดยให้ผมเลือกห้องไหนก็ได้เลย ใช้วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ได้ เตียงเสริมฟรีพร้อมอาหารว่าง(ข้างเหนียวมะม่วง) และอาหารเช้าฟรี

ทำให้โดยรวมผมพอใจกับการบริการมากๆครับ

มาสรุปข้อดีบ้างครับ (โดยอิงจากห้อง Pool Villa เป็นหลักนะครับ)
- การตกแต่งดูน่ารัก อบอุ่น ไม่ดูเก่าจนน่ากลัว
- บรรยากาศเงียบสงบ เพราะมีห้องแค่ 6ห้อง
- ที่พักติดทะเล หาดด้านหน้าลงเล่นน้ำได้
- ห้อง Pool Villa ค่อนข้างใหญ่ และให้อุปกรณ์ต่างๆครบครัน
- เพดานห้อง Pool Villa ค่อนข้างสูง ทำให้ได้ความรู้สึกโปร่ง สบายไม่อึดอัด
- ชอบที่เอาอาหารเจ้าดังๆมาเสริฟให้ลูกค้าถึงห้อง (welcome drink เป็นลอดช่องลุงดำ ของว่างเป็นข้าวเหนียวมะม่วงป้าเจือ อาหารเช้ามาจากร้านอาหารที่ดังๆในตลาด) ทำแบบนี้ก็ง่ายสำหรับเค้าด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องคอย stock ของทีละมากๆ
- น้ำปล่าวที่เสริฟมาทุกครั้งจะหยดน้ำยาอุทัยทิพย์มาด้วย (ใครไม่รู้จักบ้างเอ่ย ^^) ผมว่ามันเป็นจุดเล็กๆน้อยๆ แต่ดูไทยๆดี
- การบริการเป็นอะไรที่ผม ประทับใจมากๆ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสทุกคน (ไปเดินเล่นด้านหน้าพนักงานเดินผ่านก็หยุดและไหว้ พี่รปภด้านหน้าดุแลเต็มที่ ซื้อของมา ก็วิ่งมาถือให้จนถึงห้อง พวกผมถือร่มตอนกลับแต่ไม่ได้กางเพราะฝนเพิ่งหยุด พี่รปภ ยังมาถือร่มให้เลย บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ยอม)
- ขอน้ำแข็งได้เรื่อยๆ ไม่ชาร์จเพิ่มด้วย ตอนกลางคืนพนักงานที่ front ยังอุตสาห์ออกไปซื้อน้ำแข็งมาให้อีก
- ตอนกลางคืน มา turn down ให้ คืนแรกมีดอกมะลิเสียบไม้วางให้ที่เตียง คืนที่สองเป็นพวงมาลัย หอมมากๆ กลิ่นฟุ้งไปทั้งห้องเลย

ข้อด้อยบ้างครับ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)
- ต้นไม้ที่ทำเป็นกำแพงกั้นยังโตไม่พอ คนเดินผ่านไปผ่านมามองเข้ามาได้
- จะดีมากๆถ้าน้ำส้มเป็น น้ำส้มคั้นสด (จริงๆผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ แต่ลึกๆรู้สึกว่าถ้าคั้นสดแล้วเหมือนใส่ใจมากกว่า)
- ไม่มีที่จอดรถ (แต่มีรปภ 24 ชมดูแลให้)
- ห้อง The Chicken สระเล็กไปหน่อย แนะนำไปห้อง The Rooster ดีกว่าครับ

รวมๆผมชอบที่นี่มากครับ The Hen เค้าดูไทยๆ แบบน่ารักๆ อบอุ่น ไม่ได้ดูเก่าๆน่ากลัวแต่อย่างได

ดูเค้าใส่ใจกับรายละเอียดและการบริการมากๆ

เป็นอีกที่ๆ ก่อนไปไม่ได้หวังอะไร แต่ขากลับ กลับได้ความอิ่มเอมมาเต็มกระบุงเลย ^^




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 13:16:37 น.  

ชะอำ: Cher Resort Huahin รีสอร์ทสไตล์ Modern-Nature

ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องจาก Villa Maroc (ปราณบุรี) เมื่อต้นเดือน พฤษภาที่ผ่านมา เพิ่งมีเวลาเอามาลงรีวิวครับ

Cher Resort จริงๆอยู่ที่อำเภอชะอำ (เลยแยกไฟแดง ชะอำมา 9กม และอยู่ก่อนถึง หัวหิน 14กม)

ตัว resort จะอยู่ใกล้ Marriot Courtyard และ ร้านอาหารปลาทูอันโด่งดัง

การตกแต่งของที่นี่ จะเป็นสไตล์ Modern-Nature คือมีการใช้สีเทา ดำให้ดู modern แต่การออกแบบจะเป็นแนวธรรมชาติ (โดยมี logo เป็นรูปต้นไม้)




ที่นี่ จะมีห้องพักอยู่ 36 ห้อง โดยแบ่งเป็น5 ประเภท (เรียงตามราคาจากน้อยไปมาก)

1. Panoramic Seaview เป็นห้องที่อยู่ที่ตัวตึก (ที่เห็นในรูปหนะครับ) อยู่ที่ชั้น 3 และชั้น 4 (มีทั้งหมด 14 ห้อง)
2. The Sea Spirit เป็นห้องพักที่อยู่ชั้น2 (ระดับเดียวกับ lobby ไม่ได้อยู่ที่ตัวตึก แต่ยื่นออกจา lobby ไปทางหน้าหาดเล็กน้อย ขนาดห้องจะใหญ่ขึ้นกว่าแบบแรก โดยมี Daybed เพิ่มมาให้ (มีทั้งหมด 6 ห้อง)
3. The Pool Paradise เป็นห้องที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่หน้าห้อง (ไม่ใช่เป็นสระว่ายน้ำนะครับ) มีทั้งหมด 6 ห้อง
4. Blissfully Green Villa (หรือบางคนเรียกว่า Garden Villa) จะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก จะมีสวนส่วนตัวโดยมีอ่าง Barthtub ขนาดใหญ่อยู่กลางสวน (ห้อง type นี้มี 8 ห้อง) ซึ่งอยู่ส่วนด้านหน้า ใกล้ชายหาด
5. Sky Jacuzzi Beach Front Villa เป็นห้องที่มีพื่นที่ใช้สอยใหญ่สุด และอยู่ด้านหน้าติดทะเลที่สุด มีน้ำตกส่วนตัวภายในสวน(ส่วนตัว) และมีอ่าง Jacuzzi ส่วนตัวอยู่บนชั้น2 ของห้องด้วย (outdoor) ห้องชนิดนี้มีแค่ 2 ห้องเท่านั้น


บริเวณ Lobby ที่มีการเล่นลายและไฟที่ฝ้าเพดาน สวยงามมากครับ


ตอนเช็คอินจะมี wecome drink เป็นน้ำ Fruit Punch และมีผ้าเย็นชื่นใจให้ครับ
(ถ่ายจากมือถือ ไม่ชัดหน่อยนะค้าบ)


บริเวณ Lobby ครับ






บริเวณ Lobby จะมีห้องสมุด (เล็ก) และมี เครื่องคอม(Mac) ให้ใช้ 1 เครื่องครับ


เปิดไปชมด้านในกันครับ :)


พวก facility อื่นๆยังมีไม่มากเท่าไหร่
(ที่นี่ไม่มี Spa นะครับ)
เห็นน้องพนักงานบอกว่าอนาคตจะมี


จากตัว Lobby (ซึ่งอยู่ชั้น2 ของตัวตึก)
โดยที่ชั้นที่1 ยังเป็นห้องว่างๆ ไม่ทราบเหมือกันครับว่าเค้าจะทำเป็นห้องอะไร

ชั้นที่ 3-4 จะเป็นห้อง Panoramic Seaview
(ที่นี่ไม่มีลิฟท์นะครับ เดินลูกเดียว)

จากตัว Lobby มองกลับออกไปด้านหน้าทะเล จะเป็นห้อง The Sea Spirit แบบนี้


ทางเข้าห้องThe Sea Spirit จะเดินจากตัว Lobby ไปสู่ตัวห้องได้เลย


ถ้าจะเดินไปที่ห้อง The Pool Paradise, ห้องBlissfully Green Villa, ห้องSky Jacuzzi Beach Front Villa, ร้านอาหาร Z-Weed, หรือ ทะเล
ต้องเดินลงด้านล่าง จาก Lobby แล้วจะผ่านทางเดินแบบนี้ครับ


ผมพักที่ห้อง G3
รูปนี้ทางเดินเข้าสู่หน้าห้อง


ประตูโทนสี เทาดำ ดูขรึมดี
มีลายประตูรูปใบไม้


เปิดประตูห้องไปดูกันเลยครับ

ขออนุญาตอธิบาย layout ของห้องคร่าวๆก่อนนะครับ

ที่เราเห็นด้านหน้าตอนเปิดประตูเข้าไป คือส่วนที่เป็น counter bar โดยมีตู้เย็นอยู่ที่ตู้ด้านล่าง และส่วนด้านหลังของ counter bar เข้าไปอีกคือ ส่วนห้องอาบน้ำ Rain shower

ถ้าเข้าห้องไปแล้ว เลี้ยวขวา จะเป็นส่งนของห้องน้ำ ซึ่งใหญ่เกือบเท่าห้องนอน จะมีอ่างอาบน้ำเพิ่มมาให้ด้วย

ถ้าเข้าห้องไปแล้ว เลี้ยวซ้าย จะเป็นส่วนของห้องนอน ซึ่งเลยจากห้องนอนออกไปจะเป็นสวนส่วนตัว ซึ่งใหญ่กว่าห้องนอนอีก มี bath tub ขนาดใหญ่อยู่กลางส่วน

พอนึกภาพออกไม๊ครับ

งั้นเราเข้าไปชมกัน ^^


ขอเริ่มจาก counter bar ด้านหน้าก่อน

- จะมีน้ำให้ฟรี 2ขวด
- เครื่องชงชา/ทำกาแฟ
- Coffee/Tea Sets
- กาน้ำร้อน
- Complimentary Fruits (กล้วย ส้ม ชมพู่)
- (ก่อนนอน จะมีของหวานแบบไทยๆมาว่างให้ด้วย)

ลืมบอกไปว่าตอนเช็คอิน พนักงานจะให้ key card มา2 ใบ (เผื่ออยากเปิดแอร์ตลอดทั้งวัน ตอนที่ออกไปข้างนอก)
และมี Wifi รอบตัว resort ครับ (แต่ไม่ค่อยเร็ว)


จะมีน้ำแร่จาก Norway มาวางล่อด้วย
ไม่ฟรีนะครับ ขวดเล็ก 120 ขวดใหญ่200บาท
แต่ขวดสวยดี


มองไปด้านขวาบ้าง
จะเป็นส่วนห้องน้ำครับ

มีตู้เสื้อผ้า และชักโครก (มีสายชำระ) อยู่ขวามือ
ด้านซ้ายจะเป็นอ่างอาบน้ำ

(ห้อง type นี้มี ที่อาบน้ำ 3 ที่ !!! คืออ่างอาบน้ำให้ห้องน้ำนี่, Rain shower ภายในห้องน้ำ, และ อ่าง bath tub ขนาดใหญ่ที่อยู่ในสวนส่วนตัว)


ภายในตู้เสื้อผ้า จะมี Safety box, ร่ม, ผ้าคลุม, ที่เป่าผม, ตะเกียงหลอดไฟHalogen ไว้สำหรับฉุกเฉินหรืออยากทำ romantic ที่สวน ^^

ด้านบนตู้เสื้อผ้าจะมีหมอนสำรองเพิ่มอีก 2ใบใหญ่


อ่างอาบน้ำ และอ่างล้างหน้า

จะมีรองเท้าแตะหรับใส่ในบ้านและนอกบ้านให้

ประตูกระจกด้านซ้ายจะเป็นส่วนของ Rain shower


ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ปกติทั่วไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ


เปิดประตูไปดูส่วนของ Rain shower ครับ


ที่เพดานเป็นกระจก
อาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ ^^



ไม่มีอะไรทำ
ถ่ายไปเรื่อย





ส่วนของ Rain shower
มีประตูอีกด้าน เปิดมาจากห้องนอน


ไปดูห้องนอนบ้างครับ




มีสวนส่วนตัวด้านนอกกระจกด้วยครับ


มี LCD TV และ ชุด Home Theatre ให้ด้วย


เปิดไปดูด้านนอกบ้างครับ
จะมีสวนส่วนตัว
มีโซฟายาว มีโตะนั่งเล่นด้านนอก
ด้านนอกจะมี่พัดลมบนเพดาน และมีลำโพงต่อออกมาด้านนอกให้ด้วย


ชอบอ่างอาบน้ำนี้มาก
เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของห้องนี้เลย

กำแพงทำจากไม้ซุงเหมือนกัน
เทห์มากๆ


กำแพงเท่ห์ๆ






โซฟานอนเล่นด้านนอก






ขอเสียเล็กๆคือ
กำแพงระหว่างห้อง Garden Villaจเป็นต้นไม้
ซึ่งยังโตไม่ทัน เลยมองเห็นห้องข้างๆได้ครับ

แต่เท่าที่อ่านรีวิวมา
ผมว่าห้องนี้ (G3) ดีที่สุด
เพราะถ้าเป็นห้อง G1-G2 จะอยู่ใกล้ Lobby ซึ่งห้องtype The Sea Spirit (ซึ่งอยู่ชั้น 2) จะมองเข้ามาเห็นส่วนของสวนได้

ส่วนห้อง G4 จะอยู่ใกล้ห้องอาหาร อาจมีเสียงลอดมาได้ (ความเห้นส่วนตัวนะครับ)


มองกลับเข้าไปตัวห้อง




ออกไปเดินเล่นด้านหน้าทะเลบ้างครับ


ทางเดินไปที่ชายหาด
จะผ่านทางเข้าห้อง Beach Front Villa


ก่อนถึงชายหาด จะพบกับส่วนห้องอาหาร Z-Weed ซึ่งเป็นที่ทานอาหารเช้า และอาหารทุกมื้อครับ






ถ่ายออกไปทางทะเลบ้าง


ควายน้อยริมสระว่ายน้ำ








ด้านหน้าทั้งซีกซ้านและขวา
จะเป็นที่ต้องของห้อง Beach Front Villa

แต่ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า มันดูไม่ค่อย private อะครับ
มีประตูที่เปิดมาเห็นทะเลเลย แต่คนทั่วไปเดินผ่านมามองเข้าไปด้านในได้ (แบบที่ถ่ายให้ดูอยู่นี่อะครับ) และอยู่ด้านข้างห้องอาหารเลยด้วย


โซฟาหน้าห้อง Beach front villa
(อันนี้เป็นโซฟาส่วนรวมนะครับ)


เดินมาถ่ายที่สระว่ายน้ำ


ลืมบอกไปว่าที่นี่ไม่มาชายหาดนะครับ
เพราะน้ำช่วงนี้จะอยู่ถึงกำแพงโรงแรมเลย
แต่มีที่ที่นั่งดื่มชิวๆ แบบนี้ได้
ห้อยขาลงทะเลได้เลย








ไปดูบรรยากาศยามค่ำกันบ้าง






Lobby














บันได้เดินไปที่ห้องPanoramic Seaview




เดินมาริมสระว่ายน้ำบ้าง






สระว่ายน้ำเปลี่ยนสี




มาถ่ายในห้องบ้าง






ตื่นมาทานอาหารเช้าบ้าง


อาหารเช้าก็ปกติ ธรรมดาครับ
มีให้เลือกหลากหลายเหมือนกัน


หันหน้าไปจ้องกับควายเผือก








หมดแล้วครับ

สรุปข้อดีข้อด้อยนะครับ (ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ)
ข้อดี
- โรงแรมโดยรวม และห้องที่พัก ตกแต่งสวยงาม และสภาพใหม่มากๆ เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน
- ห้องที่ผมไปพัก มีขนาดใหญ่มากๆ มีพื่นที่ใช้สอยได้เยอะ
- ชอบที่มีลำโพงด้านนอกในสวน (ในห้อง Garden villa) สามารถปรับระดับเสียงได้ด้วย
- ภายในห้องมี check list เพื่อให้ลูกค้าติ๊กได้ว่ามีอะไรเสีย หรือใช้งานได้ไม่ดี (เช่นห้องผมไฟหลักตรงที่นอนมันกระพริบ และน้ำอุ่นมันไม่ร้อนเลย ตอนออกไปทานข้างข้างนอกก็ทิ้งnote ไว้ให้แม่บ้านมาดู เมื่อกลับมาทุกอย่างก็เรียบร้อยใช้ได้ดี)
- ร้านอาหาร Z-Weed ลมเย็นตลอดทั้งวัน
- ราคาอาหาร ถ้าสั่งพวกผัดกระเพราะก็ประมาณ 160 จริงอยู่ว่าแพงกว่าข้างนอกมาก แต่ถ้านับว่าสั่งในโรงแรมหรูๆแบบนี้ ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ และปริมาณก็ให้เยอะมาก
- ขอเลทเช็คเอาท์ได้ถึง บ่ายโมงครึ่ง (ขึ้นอยู่กับว่ามีแขกมาต่อหรือเปล่า)
- มี 7-11 อยู่หน้าปากซอยทางเข้า (แต่ต้องขับรถออกมานะครับ)

ข้อด้อย
- ที่จอดรถในร่มมีน้อยมาก ไม่เพียงพอ
- ตอนขับรถไปถึง ไม่มีพนักงานออกมายกกระเป๋าเลย ผมต้องโทรไปเรียก
- การบริการก็นับว่าดีนะครับ แต่ผมกลับรู้สึกว่าไม่ค่อยอบอุ่นอะครับ คือพนังงานหลายๆคนเค้ากั๊กรอยยิ้มกันอะ (คือยิ้ม แต่ไม่สุดอะ อธิบายไม่ถูก)
- ไม่มีสปา
- ต้นไม้ที่ใช้เป็นกำแพงภายในห้อง ยังโตไม่มากพอ ยังมองเห็นข้ามห้องกันได้
- ตอนที่ไป น้ำไม่ร้อนเลยครับ แจ้งไปครั้งแรกแล้วก็แก้ไม่หาย ต้องมีช่างมาแก้2ครั้ง
- ผมว่าด้วยราคาห้องเท่านี้ น่าจะมี เครื่องไม้เครื่องมือให้มากกว่านี้ เช่นจานชามช้อนส้อม แม้แต่แก้ว (มีแค่แก้วน้ำและแก้วกาแฟให้ ไม่มีแก้วไวน์ แก้วเบียร์ หรือแก้วอื่นๆ) ... หรือผมไปติดกับการบริการและของใช้ภายในห้องที่ให้มา ตอนที่ไป Villa Maroc ก็ไม่รู้
- ความรู้สึกรวมๆกับที่นี่ มันดู modern ทันสมัยดี แต่มันขาดความอบอุ่นยังไงก็ไม่รู้ ดูแข็งๆ เย็นๆ ไปหน่อย

(ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 10:20:53 น.  

ปราณบุรี: Villa Maroc เหมือนอยู่อีกโลกนึงกับรีสอร์ตสไตล์โมรอคคัน

ได้มีโอกาสไปพักที่ Villa Maroc เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
(หลังจากเก็บตังมาตังนาน) ^^
เป็นหนึ่งในโรงแรมที่อยากไปเยือนมานานแล้ว
สมหวังซะที

เริ่มจากวันที่ไปดันเป็นวันหยุดยาว อุตสาห์ออกจากบ้านตั้งแต่ 9 โมงเช้า
รถติดมากๆครับ
ลืมไปว่าวันที่ไปตรงกับวันแรงงาน และที่สมุทรสงครามดันมีงานกินกุ้งแม่น้ำอีก รถติดมากโดยเฉพาะช่วงทางแยกที่จะเข้าอัมพวา และใกล้ตอนแยกเข้าชะอำ
จากแผนที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะไปเยื่อนสะพานปลา(ชะอำ) ร้าน Lucky Seafood (ไปชะอำ หรือหัวหินทีไรต้องแวะทานกั้งกระเทียมร้านนี้ทุกที)
แลยต้องเปลี่ยนแผนตรงไปปราณบุรีเลย
รวมใช้เวลาจากกรุงเทพถึงปราณบุรี 4ชมครึ่ง!!!!

เลยไปทานร้านประจำชื่อครัวแจ๋วแล้วเข้าที่พัก Villa Maroc เลย

ไปชมกันครับ
^^


ไปถึงก็ต้องเจอกับ welcome drink (น้ำมะนาว Mojito)
ชอบมากๆครับ เปรี๊ยวจี๊ด สะใจ หายเวียนหัวเลย ^^


ไปถึงเช็กอินปุ๊ป จะได้รับ iPod touch มาเป็นเพื่อนแก้เหงาครับ


มาในซองหนังอย่างดี
และมี wifi password ใช้ได้24ชม ที่ไหนก็ได้ภายใน Villa Maroc


พอเช็คอินเสร็จ พนักงานทักแฟนผมว่า 'นึกว่าคุณพอลล่าคะ เหมือนจังเลย'
หุ เราก็นึกในใจ เหมือนพรลาบอะดิ อิอิ
พนักงานยังขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระทึก เอ้ยย ที่ระลึก
แล้วบอกว่าอีกวัน2วัน จะส่งให้ทางemailนะคะ (แต่รอจนป่านนี้ ยังไม่ได้เรยคร้าบบบ ^^)

ผมพักที่ห้อง Pool court ซึ่งเป็นห้องที่ถูกที่สุดใน Villa Maroc (งบน้อย แต่หัวสูง ;p )

เปิดห้องเข้าไป พนักงานก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำหร้อมไว้แล้ว
ไม่ถึง5นาที พนักงานก็ยก afternoon tea เป็น Moroccan sweet mint tea และขนมอะไรซักอย่างเป็น style moroccan รสหวานๆมาให้ ชุด afternoon tea นี้เป็น complimentary ครับ


Villa Maroc มีห้องทั้งหมด 4 ประเภทคือ (ไล่จากห้องถูกสุดไปแพงสุดนะครับ)
1. Pool court เป็นตึก 2ชั้น มีห้องชั้นบนและล่างแยกกัน มี3ตึก (รวมทั้งหมด ห้องpool court มี 6 ห้อง ความใหญ่ของห้องคือประมาณ 50-55 ตรม
(ห้องชั้นบนใหญ่กว่านิดหน่อย เพราะมี ระเบียง แต่ห้องด้านล่างดีตรงที่มีโซฟาหน้าห้องด้วย) ชั้นดาดฟ้าของแต่ละตึกจะมี อ่างน้ำไว้แช่น้ำดูวิวทะเลหรือดูดาวตอนกลางคืนได้ (แต่อ่างน้ำนี้ใช้ร่วมกันระหว่างห้องด้านบนและห้องด้านล่างนะครับ ดูคิวกันดีๆนะครับ อิอิ)

ทั้ง3ตึกมีชื่อต่างกันคือ Grunful (Cloves), Nana (Mint) และ Zinjabeel (Ginger) ทั้ง6 ห้องจะตกแต่งต่างกัน
*(ในวงเล็บเป็นคำแปลภาษาอังกฤษ)

ผมพักที่ห้อง ใกล้สระน้ำที่สุด (ที่นี่จะมีสระว่ายน้ำหลักอยู่ 2สระ) ทำให้เปิดประตูบ้านมาจะ เดินลงสระได้เลย และเป็นห้องที่เป็นวิวทะเลได้ใกล้ที่สุดในประเภทห้อง pool court

2. Pool Villa มี4ห้อง 123 ตรม แต่ละห้องมี3ชั้น มีสระว่ายน้ำส่วนตัวติดหาดทุกห้อง
ห้องชื่อ Shammar (Fennel), Kammon (Cumin), Kuzba (Coriander), Quarfa (Cinnamon)

3. Villa มี 2 หลังคือ One bed room Villa (126 ตรม) ชื่อ Kurkum (Turmeric) และ Two bed room Villa (142 ตรม) ชื่อ Yanisoon (Aniseed)

4. Royal Villa มี2 หลังคือ Royal Villa 1 (144 ตรม) ชื่อ Za’atar (Thyme) และ Royal Villa 2 (269 ตรม) ชื่อ Za’faran (Saffron)
ห้องนี้เป็นห้องที่มี 3 ห้องนอน เป็นห้องที่เวลาคุณตัน โออิชิมา (เจ้าของ) คุณตันจะอยู่ห้องนี้ (เดี๋ยวมีพาไปดูห้องนี้ด้วยครับ)

รูปนี้ภายในห้อง Pool court ที่ผมพัก


ภายในห้องจะมี
- iPod dock ยี่ห้อ Bose
- LCD TV และ DVD Player (อยู่ที่ปลายเตียง ไอ้กล่องไม้ใหญ่ๆอะครับ)
- มี router wifi ห้องละตัว
- แก้วที่ให้มี 4 ประเภท (แก้ว Beer, Wine, Whisky, และแก้วน้ำ) ชอบมากครับ มีให้ครบ โดยไม่ต้องขอ
- Coffee/Tea Maker
- กาน้ำร้อน
- ชาถุงและกาแฟถุง (เป็น imported brands หมดเลย)
- มีผมไม้ด้วย วันละ 3 อย่าง เปลี่ยนไปในแต่ละวันแรกมีเงาะ ส้ม องุ่นแดง วันที่สองมีแอ๊ปเปิ้ล สาลี่ องุ่นแดง

ในตู้เย็น ทานได้ทุกอย่าง ฟรีหมด
- น้ำแร่ 4 ขวด (มีไม่กี่ที่ที่ให้น้ำแร่ฟรีด้วย)
- Oishi green tea, กาแฟกระป๋อง Coffio, Amino ok, Tipco, Pepsi (อย่างละ 2)


บนเตียงจะมี
- หมอนนอน4ใบให้เลือก มีหมอนแบบยาวๆด้วยครับ ชอบมาก
- หมอนอิงอีก 4ใบ

ในตู้เสื้อผ้าจะมี
- รองเท้าแตะในห้อง
- ใส่นอกห้อง อันนี้เอากลับบ้านได้นะครับ แต่ผมมะรู้ :(
- Safety box
- ที่เป่าผม
- Beach bag
- ยากันยุงไฟฟ้า แบบเสียบปลั๊ก
- แปรงขัดรองเท้า
- ร่ม
- ชุดคลุมสีส้มแปร๊ดด


ภายในห้องน้ำบ้างครับ
(ห้องน้ำไม่มีประตูนะครับ มีแต่ผ้าม่านกั้น ลุ้นกันเอาเองครับ อิอิ)

ของใช้ภายในห้องน้ำมีให้เยอะมาก
- Soap, Conditioner, Shampoo, Body lotion (ทั้งหมดมาเป็นขวดใหญ่เลย)
- แปรงสีฟัน ยาสีฟัน Sanitary bag, หมวกอาบน้ำ, cotton bud, cotton pad(แบบแผ่นสำหรับสุภาพสตรี)
- หวี, ชุดเข็มกับด้าย, ชุดโกนหนวด, ตะไปเล็บ!, ยังไม่พอ ยังมี ผงซักฟอกให้ด้วย !!
- ที่ชั้งน้ำหนัก
- โถถ่ายแบบมีสายช้ำระ
- ส่วนที่อาบน้ำ จะมี อ่าง Jacuzzi ภายในห้องน้ำ และ ส่วนที่เป็น Rain shower ด้านนอก มองเห็นท้องฟ้า


อ่าง Jacuzzi ในห้องน้ำ มีหน้าต่างเปิดมาจากส่วนหัวเตียงได้ด้วย ไว้แช่น้ำไป ดูทีวีไป


ลายฉลุน่ารักดี
^^


ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ดูมีคุณภาพมาก


เปิดประตูออกไป จะเป็นส่วนของ rain shower แบบ outdoor ครับ


หันกลับมาดู Jacuzziในห้องน้ำบ้าง


ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย
รูปกุญแจห้องครับ


ผ้าม่านน่ารัก


คลังแสง (เอาไปเองคร้าบบบ)
^^


ชาที่ให้เป็น complimentary ฟรีหมด


กระจกเก๋ๆ


โคมไฟน่ารัก


กล่องเครื่องใช้ในห้องน้ำ


ขนาดถุงผ้าใส่กระดาดชำระยังสวยเลยครับ




ขึ้นไปดูบนดาดฟ้าบ้าง
(ห้อง pool court แต่ละหลังจะมี อ่างและโซฟานั่งเล่นบนดาดฟ้า แต่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องด้านล่างและห้องข้างบนครับ)


ที่เห้นคือห้อง one bed room Villa จะอยู่ติดหาดมากกว่าห้อง pool court
(ห้อง pool court ที่ผมอยู่ แม้ว่าจะอยู่ใกล้หาดที่สุดใน pool court ทั้ง3หลัง แต่จะมีสระว่ายน้ำกั้นระหว่างห้องผมกับชาดหาด)


มองลงไปด้านล่างจะเห็นสระว่ายน้ำ และทะเล


รูปนี้ เปิดประตูห้องมา เห้นภาพนี้เลยครับ


สระว่ายน้ำไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่เล็ก


ห้อง pool court ชั้นล่าง จะมีที่นั่งเล่นแบบนี้ครับ


บันได เดินย้อนกลับไปที่ Lobby


มองจากด้านหน้าหาดเข้ามา
ห้องผมอยู่ชั้นล่างครับ


ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดบ้างครับ


ด้านขวามือ ตึกสีขาวคือ One bed room Villa
ส่วนตึกสีชมพูคือ Two bed room Villa
ตึกสีเหลืองด้านซ้ายสุดคือ Royal Villa 1 & 2 ครับ
(Pool Villa จะเลยด้านซ้ายยมือไปอีก)


ชายหาดหน้า Villa Maroc
จะมี security guard ประจำอยู่ตลอด 24 ชม ครับ




Two bed room Villa


Royal Villa แพงสุด !


กลับมาถ่ายในห้องแบบเปิดไฟห้องบ้าง
รูปนี้ เบาะนั่งครับ
(ขอเสีย นิดๆ ของที่นี่คือ ไฟในห้องมืดไปหน่อย คือมีไฟหลายดวงนะครับ แต่เปิดทุกดวงก็ยังไม่สว่างมาก สงสัยอยากให้ดู romantic )


iPod dock


ขอฉลองนิดนึง
ที่นี่โทรขอน้ำแข็งได้ตลอดเวลา และไม่ชาร์จเงินเพิ่มด้วยครับ




รองเท้าใส่ในห้อง
ชอบมาก สีสันสดใสมากๆ






ตู้ทีวีที่ปลายเตียงตอนเปิดขึ้นมาครับ


ห้องน้ำ






ด้านหน้าห้อง Pool court


ชอบตะเกียงเวลาจุดตอนกลางคืนมากครับ
สวย romantic มากๆ






ไปเดินดูส่วนอื่นๆบ้างครับ


เดินบันไดเมื่อกี๊นี้ ขึ้นมาจะเห็นลานน้ำพุ
ด้านซ้ายมือจะเห็น Two bed room Villa
ด้านหน้าจะเป็นห้องสมุด
ด้านขวาจะเป็นยิมครับ


หันซ้ายไปดู หน้าบ้าน Two bed room Villa บ้าง


บันไดทางขั้นไปชั้น2


หันไปดูยิม ที่ออกกำลังกายบ้าง


เข้าไปดูด้านในยิมครับ






บริเวณทางเดินหน้ายิม


รูปทางเข้าห้องสมุด


เดินเลยห้องสมุดมา มาถ่ายรูปตรงสระว่ายน้ำบ้าง
ด้านขวาสุดจะเป็น Two bed rom Villa
ตรงกลางจะเป็นห้องอาหารชื่อ Casablanca อยู่ถัดมาจากห้องสมุด


ถ่ายออกไปทางทะเลบ้าง




เดินถ่ายรูปเล่นตรง front ครับ (Lobby)










ลืมบอกไปครับ
ว่าตอนมา check in ที่ lobbyนี้จะอยู่ตรงกลางของตัวรีสอร์ตเลย
ด้านซ้ายของ lobby จะเป็น สระว่ายน้ำหลัก, ห้องอาหาร, ห้องสมุด, ยิม, One and Two Bed room Villa, และสุดท้ายก็มาสุดที่ ห้อง Pool court

ส่วนด้านขวามือของ lobby จะเป็น ส่วนของ Royal Villa ทั้ง 2หลัง, Spa, และ ไปสุดที่ส่วนของห้อง Pool Villa

รูปนี้ด้านซ้ายจะเป็น Royal Villa 2 (แพงที่สุด)
ด้านขวาจะเป็นห้อง Spa




ออกมาถ่ายรูปด้านหน้าบ้าง


ฝั่งตรงข้าม Villa Maroc จะมี Minimart ครับ
และข้างๆติดกับ villa maroc จะมีร้านอาหาร seafood ชื่อต้นโต สะดวก สด อร่อย ราคาโอเคครับ


ขึ้นไปด้านบนของห้องอาหาร Casablanca ครับ
ชื่อShisha Bar
สีสันจัดจ้านมากๆ




ของตกแต่งภายใน Shisha Bar
ไปลอง cocktail ที่นี่ อร่อยมากครับ
(แต่แก้วละ 300กว่าๆ และ ++อีก)


ไปนั่งดื่ม outdoor ด้านนอกของ Shisha Bar ครับ




วิวมองลงมาด้านล่าง


ลงมาดูห้องสมุดบ้าง

ตอนเข้าไป เจอคุณตันตามเข้ามา แล้วมาเปิดแอร์ให้
ก็เลยขอคุณตันถ่ายรูปห้อง
คุณตันบอกว่าเชิญตามสบายครับ
ถ่ายรูปไปเยอะๆนะครับ ^^






โต๊ะตัวนี้แหละครับ
ที่คุณตันบอกว่า ตัวละ 8-9แสน!!
ผมนึกว่าฟังผิด
เค้ายกมาจาก Morocco เลย มีกระดูกอูฐฝังอยู่ในเนื้อไม้ด้วย

ลูบแล้วลูบอีก!!








ชอบที่พนักงานจุดตะเกียงตามทางเดินมากๆ
สวย โรแมนติกมากครับ :)




รูปหน้าห้อง Pool court ที่ผมพัก
จะมีที่นั่งเล่นหน้าห้องด้วย
(แต่ห้องด้านบนจะมีระเบียงมาแทน)


มาดูรูปตอนเช้าบ้างครับ


ก่อนเดินไปทานอาหารเช้า
ก็ขอเดินถ่ายรูปนิดหน่อย




เดินไปห้องอาหาร Casablanca กันครับ
แวะหยุดถ่ายรูปสระว่ายน้ำก่อน


เข้าไปในห้องอาหาร Casablanca เพื่อทานอาหารเช้าครับ


ด้านในห้องอาหาร Casablanca



หิวแล้วว
พนักงานจะเดินมาถามก่อนเลยว่า
รับกาแฟอะไรดีคะ (เลือกได้ทั้งกาแฟธรรมดา, Espresso, Latte, Capuchino, etc)

สำหรับน้ำผลไม้คั้นสดจะมี น้ำส้ม น้ำแตงโม น้ำ สัปปะรด
(ยังมีน้ำผลไม้อื่นๆอีกมากมาย แต่เป็นกล่องนะครับ)


Line อาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกมากมาย (อาจได้ได้มากมายเหมือนโรงแรมใหญ่ๆที่มีหลายๆห้อง) แต่สำหรับผม มผว่ามากพอกำลังดีเลยครับ

มีทั้ง line อาหารเช้าแบบ American (ใส้กรอก แฮม เบคอน ซีรีล ต่างๆ), อาหารเช้าแบบไทย (ข้าวต้มหมูสับ ข้าวผัด หรือหมี่ซั่ว- แล้วแต่วัน, ผัดผัก, ไก่ผัดเม็ดมะม่วง), อาหาร Europe (ชีส สลัด และที่ผมชอบที่สุดคือมี Smoke salmon), มีขนมปัง ต่างๆ และแยมอร่อยๆมากมาย, ของหวานมี Panacotta ด้วย (และยีงมีอื่นๆอีกมากมาย), ชุดผลไม้

ของทุกอย่าง ดูมีคุณภาพ หลายๆอย่างเป็นอาหารที่ import เข้ามา
(ชีส, smoke salmon, แยม Apricot, etc ต่างๆ)




ที่ไม่ได้มีแค่ Omlette, Scrumble egg, หรือไข่ธรรมดาอื่นๆ
แต่สามารถสั่ง Egg Benedict ได้ด้วย
ผมชอบมากๆๆๆๆๆๆ


อิ่มแล้วก็ไปเดินย่อยกันครับ




ห้อง Royal Villa
หรูที่สุดใน Villa Maroc


ห้องแบบ Pool Villa




น้ำทะเลกำลังลงในตอนเช้า
เลยเดินออกไปถ่ายหน้าหาดได้ครับ


เตรียมไปดูภายในห้อง Royal Villa 2
ห้องที่แพงที่สุด (ห้องซ้ายมือ) ซึ่งเป้นห้องที่คุณตัน โออิชิมักมาพัก ยามเมื่อแวะมาที่นี่ครับ


หลังนี้แหละครับ
Royal Villa 2 มี3 ห้องนอน มี 4ชั้น (รวมชั้นใต้ดินและชั้นดาดฟ้า)
พื้นที่ทั้งหลังใหญ่ถึง 269 ตรม


เปิดประตูเข้าไปจะเจอภาพนี้ครับ
(ขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าไม่มีปัญญาพักห้องนี้หรอกครับ
พอดีพนักงานใจดีพาเข้าไปชม) ^^


ชอบโซฟานั่งเล่นอันนี้




ห้องนอนชั้นใต้ดิน


บันไดจากชั้นใต้ดิน ขึ้นไปชั้น1ครับ


ตามที่ได้ให้ในรายการทีวีและอ่านสัมภาษณ์ใน magazine
คุณตันมาเจอที่นี่แล้วก็หลงรัก ขอซื้อจากเจ้าของเดิมที่ยังสร้างไม่เสร็จ

แล้วคุณตันก็พาลูกสาวมา ถามว่าชอบไม๊ ลูกสาวบอกว่าชอบ
คุณตันเลยบอกว่า พ่อยกให้

หลังจากนั้งลูกสาวคุณตัน เลยเกินทางไป Morocco บ่อยมากเพื่อไปดู การตกแต่งของแท้ และเลือกซื้อ furniture ส่วนใหญ่จากที่นู้นแล้วขนกลับมาไว้เป็น ของตกแต่ง ที่ Villa Maroc

เคยเห็นคุณตันให้สัมภาษณ์ว่า เขาใช้ของทุกอย่างเป็นของแท้จาก Morocco เป็นของดีมีระดับ
เวลาแขกมาพัก เหมือนได้อยู่ในโรงแรมที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในพิพิธภัณท์ เหราะของทุกอย่างมีระดับจริงๆ โดยเฉพาะโต๊ะตัวละ 8-9แสนที่อยู่ในห้องสมุด

ราคาที่พักเลยแพงไปด้วย

สวยมากมาย


วิวจากห้อง Royal Villa 2 มองออกไปด้านนอก


ที่นั่งเล่นเก๋ ที่ชานด้านนอกห้อง Royal Villa








ฝั่งตรงข้ามของห้อง Royal Villa 2
จะเป็น Spa ชื่อ Sherazade Hammam and Spa


ลองเข้าไปดูที่Sherazade Hammam and Spa กันบ้างครับ
(ขอขอบคุณพนักงานมาณที่นี้ด้วยครับ อุตสาห์พาไปชม)


ด้านหน้า ทางเข้า Spa


สปากลิ่นต่างๆที่นำมาให้ลูกค้าได้เลือก




เข้าไปดูด้านในกันครับ


เตียงนวด
บรรยากาศน่านอนมากๆ
อยากให้เพื่อนๆได้กลิ่นภายใน Spa นี้จัง
หอมมาก
กลิ่น relax มากๆ


จริงๆ สิ่งที่อยากถ่ายรูปที่สุดใน Spa แห่งนี้คือ
ส่วนที่เป็นโดมหลังคาสูง มีช่องอบไปน้ำพ่นออกมาโดยรอบ
แต่ตอนที่ไปกำลังจะมีแขกในอีก 5นาที พนักงานเลยเปิดไอน้ำเต็มโดม
ทำให้ถ่ายไม่ได้ และที่สำคัญ ร้อนมากครับ ^^


ด้านนอกของ Spa


ทางเดินเข้าไปยังห้อง Pool Villa ครับ




สระว่ายน้ำหลัก (main pool)


ห้องอาหาร Casablanca
ด้านบนคือ Shisha Bar


บริเวณสระเด็กครับ






กลับเข้าไปดูภายในห้อง Pool court ครับ


คุณแฟนขอให้ถ่ายรูปที่เป่าผมให้หน่อย!!!
เค้าบอกว่าที่เป่าผมที่นี้ใช้ของแพงอันละ 3 พันกว่า
(ปกติที่อื่นที่เคยไปเห็นใช้อันละไม่ถึงพัน)

แสดงให้เห็นว่า ที่นี่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ


น้องพรลาบ ^^


ขึ้นไปดูวิวที่ดาดฟ้า


จะมีโซฟานั่งสังสรรค์กันได้ด้วย


เข้าห้องไปตีฟองที่อ่าง Jacuzziครับ




ฟองปุกปุย น่าแช่มากๆๆ ^^


ตื่นมาทานอาหารเช้าเสร็จ (วันนี้ไม่มีรูปอาหารเช้านะครับ แต่อร่อย มีให้เลือกหลากหลายเหมือนเดิม)

ก็ขอพนักงานขึ้นไปถ่ายรูปที่ Shisha Bar ครับ




เห็นภาพบรรยากาศ Shisha Bar ตอนกลางคืนไปแล้ว
ดูภาพตอนกลางวันบ้างครับ




ชอบสีสันใน Shisha Bar มาก
สดใสมากๆ


รูปสุดท้ายแล้วครับ


สรุปข้อดีข้อด้อยนะครับ (ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ)

ข้อดี
- พนักงานใช้เวลา check in และ check out เร็วมากๆ แทบไม่ต้องเสียเวลารอเลย
- ชอบที่มี iPod touch และ iPod dock (Bose) มาให้ด้วย เพลงที่อยู่ใน iPod ก็เพราะๆทั้งนั้นเลย (ส่วนใหญ่เป็นเพลงพวก Jazz, chill out, Bossanova, etc)
- ความรู้สึกเมื่ออยู่ที่นี่คือ เหมือนอยู่ในวัง การตกแต่งสวยงาม ข้าวของเครื่องใช้ ใช้ของดีมีคุณภาพ
- พนักงานดีที่สุดเท่าที่เคยไปเที่ยวมา ไม่ว่าจะเป็น พนักงานต้อนรับ พนักงานขับรถ Golf, Front staff, พนักงานทำความสะอาด, security guard, พนักงานที่ร้านอาหารและBar, พนักงานที่สปา ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส กระตื่อรือล้นที่จะให้บริการมาก ไม่ว่าคุณจะเดินไปที่ไหนใน Villa Maroc แล้วพบกับพนักงาน พนักงานทุกคนจะหยุดเดิน ยิ้มและกล่าวสวัสดี และปล่อยให้คุณเดินผ่านไปก่อน พนักงานขับรถกอล์ฟ จะขับรถไปส่งคุณ แม้ว่าคุณจะแค่ไปทานข้าวร้านต้นโต(ร้านข้างๆติดดับรีสอร์ต) และยังบอกอีกว่า ถ้าจะกลับให้ที่ร้านโทรไปบอก เค้าจะขับรถกอล์ฟมารับ (แต่ผมเดินกลับเอง นิดเดียวเอง เกรงใจครับ)
- อาหารทุกอย่างอร่อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า หรืออาหารเย็น รวมทั้ง cocktail ด้วย
- แอร์เย็นทั้งวัน แม้จะเปิดตลอด 24ชม
- น้ำดื่มทุกอย่างในตู้เย็น ฟรี ขอเพิ่มได้ตลอด ขอน้ำแข็งให้มาส่งได้ฟรี กี่ครั้งก็ได้
- เวลาโทรขออะไร พนักงานมาเร็วมาก รอไม่เกิน 1-2นาที
- line อาหารเช้า เยอะและหลากหลาย ใช้ของดีด้วย (ผมชอบ smoke salmon มากๆ, request ขอ Egg Benedict ได้ด้วย)
- ตอน check out พนักงานขอกุญแจรถ นำกระเป๋าไปเก็บให้ที่รถ พร้อมกับเปิดแอร์เย็นฉ่ำ และขับรถมารอรับที่ทางลงบันได้เลย

ข้อด้อย
- ราคาสูง (ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร เครื่องดื่ม) แต่มันก็แลกมาด้วยคุณภาพจริงๆ
- แสงไปในห้อง สลัวไปหน่อย (คือมีไปหลายดวงนะครับ แต่ยังดูมืด คงพยายามทำให้ดู romantic ไปหน่อย)
- สระที่อยู่ติดกับห้อง pool court ปิดตอน 1 ทุ่ม (อยากลงไปแช่ตอนกลางคืนบ้างอะ)
- ตอนไปวันแรก น้ำแอร์หยด ตามช่างมาซ่อม ก็ยังหยดอยู่ (แต่หยดน้อยลง)
- ชักโครกมีเสียงน้ำไหลตลอดเวลา (เหมือนวาล์วไม่แน่น ทำให้น้ำไหลตลอดเวลา ช่วงดึกๆเงียบ จะได้ยินด้วย)

รวมๆ แม้ว่าราคาสูง แต่ประทับใจมากๆครับ โดยเฉพาะการตกแต่งและบริการ

อยากให้มีส่วนลดสำหรับแขกที่เคยไปพักจังเลยครับคุณตัน อิอิ (แอบคิดดังๆ)
อยากไปอยู่ Pool Villa บ้าง

หวังว่ารีวิวนี้ คงมีประโยชน์ เป็นอีกทางเลือกในการตัดสินใจนะครับ

เจอกันรีวิวหน้านะครับ

Bye Bye ครับ ^^




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 17:08:14 น.  

เขาใหญ่: Sala ที่พักแนว Pool Villa บนยอดเขา

ขอออกตัวก่อนนะครับ ว่ายังไม่มีโอกาสไปพักที่นี่ (แพงเกิน)
แต่เห็นในรีวิวหลายทีแล้ว เลยอยากไปดูด้วยตาตัวเอง กับ Sala Khaoyai โดยเฉพาะห้อง Pool Villa
พนักงานน่ารักมาก พาไปชมห้องทุกแบบเลย
ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ลองไปชมกันนะครับ


ที่ตั้งของ Sala Khaoyai นี้
ให้ไปทาง Kirimaya (ถ้ามาจากถนนธนรัชต์ มุ่งหน้าไปด่านทางขึ้นอุทยานเขาใหญ่ จะมีซอยซ้ายมือก่อนถึงด่านทางขึ้น)
ขับไปเรื่อยๆซัก 20กิโล เลย Kirimaya, Chateau de Khaoyai, Toscana Valley ไปอีก

โรงแรมจะตั้งอยู่บนภูเขาลูกน้อยๆเลยครับ
เมื่อจอดรถแล้ว ก็เดินขึ้นลูกเดียว


ขึ้นไปที่ Lobby ด้านบนจะเห็นวิวมุมกว้างแบบนี้


มองกลับลงมาด้านล่างสู่ที่จอดรถแบบระทึก (ที่จอดรถเป็นถนนขึ้นเขา ค่อนข้างชัน)


ตึกที่เห็นนี้จะเป็นส่วน Lobby
มีห้องอาหาร ห้องสมุดซึ่งเป็นห้อง Karaoke ในตัว
ภายในตึกนี้ยังมีห้องพัก 3ห้อง
คือห้อง type 'Deluxe' (ห้อง Deluxe มี3ห้อง แต่จะมีห้องเดียวที่มี ระเบียงออกไปยืนชมมวิวด้านนอกได้)


ส่วนทานอาหารแบบ open air


บริเวณที่นั่งตรง Lobby


บริเวณสระว่ายน้ำหลัก ว่ายไป มองวิวไปน่าจะเพลินนน




ที่นี่จะมีห้องพักแค่ 7 ห้อง โดยแบ่งเป็น
1. Deluxe 3 ห้อง (แบบมีระเบียง 1 ห้อง)
2. Pool Villa 2 ห้อง ซึ่งมีขนาด 134 ตรม. มีห้องนอนและห้องนั่งเล่น อยู่ในห้องเดียวกัน มีสระว่ายน้ำส่วยตัว และ day bed ด้านนอก มีบริเวณดาดฟ้าที่มี day bed และที่ปิ้ง BBQ
3. Pool Villa Suite 2 ห้อง ซึ่งมีขนาด 164 ตรม. ซึ้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นจะแยกส่วนกัน ส่วนอื่นๆที่เหลือก็เหมือนกับห้องแบบ Pool Villa



ห้องที่จะพาไปชมกันคือห้องแบบ Pool Villa ครับ
(ขอย้ำว่า ขอพนักงานเค้าไปดูเฉยๆ ไม่ได้ไปพักนะครับ)


ห้อง Type Pool Villa จะมีชั้นดาดฟ้า (ส่วนที่มี Day bed และที่ปิ้ง BBQ) อยู่ในระดับเดียวกับส่วน Lobby หรือ main Pool ถ้าจะเข้าไปในส่วนห้องห้องนอนหรือ private pool ต้องเดินลงไปด้านล่างของแต่ละห้องครับ


สระว่ายน้ำรูปใข่ หน้าห้อง Pool Villa เก๋ไก๋มากๆ


หน้าห้อง Pool Villa
การตกแต่งจะเป็นแนวสี earth tone เป็นสีไม้อ่อนๆ ดูอบอุ่นดี
ไม่เหมือนห้อง Deluxe ที่แต่งแนวสี ดำขาว ดูเคร่งขรึม






วิวจากบริเวณหน้าห้อง pool villa








ข้อดี(ตามที่ได้มีโอกาสแวะไปชมนะครับ)
- วิวดีมากๆ เห็นแบบ360องศาได้มากว่า มองจากบ้านภูนรินทร์อีก
- อากาศดี มีลมพัดตลอด ไม่ร้อนเลย
- เงียบสงบ เหมาะกับการไปพักผ่อนจริง เพราะมีห้องพักแค่ 7 ห้อง

ข้อด้อย
- ออกไปเที่ยวหรือทานข้าวข้างนอกลำบาก (ไปกลับก็ 40กว่ากิโล แถมขากลับตอนกลางคืนคงมืดมากๆ)
- ราคาอาหารเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน (แอบดูในเมนู)
- ราคาห้องค่อนข้างแพง (ต่ำสุดก็ 5,000 กว่าๆแล้วครับ)

แต่เป็นที่ๆอยากไปลองนอนสักคืน สักครั้งในชีวิตดูบ้างครับ ^^




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 16:58:18 น.  

1  2  3  4  5  6  
Chill up
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add Chill up's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.