Group Blog
 
All blogs
 

แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ โสโครกยิ่งกว่าที่นั่งของโถส้วม

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอลเลจ โรงพยาบาลลอนดอน ศึกษาพบด้วยความสะอิดสะเอียนว่าแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์บางเครื่อง โสโครกยิ่งกว่าที่นั่งของโถส้วมเสียอีก

คณะนักวิจัยได้ตรวจความสะอาดของแป้นพิมพ์ โดยใช้ไม้พันสำลีเช็ดๆ ตามพื้นผิว แล้วเอาไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์พบว่า ล้วนแต่มีเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษขึ้นได้ โดยเฉพาะแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง ในจำนวนที่ตรวจ 33 เครื่อง ถือได้ว่าถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากกว่าที่พบตามที่นั่งของโถส้วมกว่ากันถึง 4 เท่า นักจุลชีพวิทยาถึงกับต้องสั่งให้กำจัดแป้นพิมพ์ชุดที่พบว่าโสโครกที่สุด โดยให้ถอนออก และกักเก็บเอาไว้ชั่วเวลาหนึ่ง ก่อนจะนำไปทำความสะอาดให้หมดจด

ดร.วิลสัน นักจุลชีพวิทยาที่ปรึกษามหาวิทยาลัย กล่าวว่า แป้นพิมพ์ที่สกปรกเหล่านี้ หากว่ายืมกันใช้ก็อาจจะเป็นตัวแพร่เชื้อโรคให้กับบรรดาพนักงานสำนักงานได้ "หากว่าได้เห็นสิ่งที่เจริญงอกงามอยู่ตามแป้นพิมพ์ เชื่อได้ว่าก็อาจจะพบมันอยู่ในจมูกและลำไส้ของผู้ใช้ด้วย เกิดใครในสำนักงานเป็นหวัดหรือเป็นโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ก็จะติดต่อกันได้จากแป้นพิมพ์"

พร้อมกันนั้นบรรณาธิการของนิตยสารคอมพิวเตอร์ผู้หนึ่ง ก็ได้แนะนำผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า "ควรจะรักษาแป้นพิมพ์ให้สะอาดเอี่ยม เป็นของไม่ยาก และยังจะป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องบ่อนทำลายสุขภาพด้วย"




 

Create Date : 27 มีนาคม 2552    
Last Update : 27 มีนาคม 2552 21:12:14 น.
Counter : 159 Pageviews.  

เตือนกินแมลงทอด อันตรายถึงตาย คลื่นไส้ - พูดไม่ได้

กระทรวงสาธารณสุขเตือนพวกชอบเปิบพิศดาร กินแมลงทอดสุ่มเสี่ยงรับสารฮีสตามีน คนเป็นโรคหืดหอบ อาจแพ้รุนแรงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต พบผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัวรุนแรง พูดไม่ได้ เผยดักแด้หนอนไหมทอดยอดฮิตอันดับ 1

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ว่า กระแสความนิยมบริโภคแมลงประเภทต่างๆ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ชาวชนบทนิยมนำมาปรุงเป็นกับข้าว ด้วยวิธีทอด ปิ้ง ย่าง คั่ว หมก อ่อม แกง ยำ และตำน้ำพริก แต่ขณะนี้กลายเป็นการบริโภคเป็นอาหารว่าง ปริมาณการบริโภคแมลงทุกชนิดปีละประมาณ 2 ตัน แม้อาหารประเภทนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากมีโปรตีนสูง แต่ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารอันตราย เช่น สารกำจัดศัตรูพืช

นพ.สุพรรณ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบเฝ้าระวังติดตามผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2551 ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการกินแมลงทอด เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 118 ราย จาก 7 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา สุราษฎร์ธานี ชัยนาท และนครราชสีมา ส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะรุนแรง พูดไม่ได้ ตัวสั่น เหงื่อออก ใจสั่น บางรายมีอาการชา ในจำนวนนี้มี 78 ราย หรือร้อยละ 66 จำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

นพ.สุพรรณ กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยจะมีอาการภายหลังกินแมลงทอดเฉลี่ย 4 ชั่วโมง โดยแมลงทอดที่นิยมกินมี 7 ชนิด ได้แก่ ดักแด้หนอนไหม หนอนไม้ไผ่ แมงดานา ตั๊กแตนแคระ แมลงกระชอน จิ้งโกร่ง และจิ้งหรีด แต่ที่กินมากเป็นอันดับ 1 หรือประมาณร้อยละ 90 คือ ดักแด้หนอนไหมทอด รองลงมาคือ ตั๊กแตนทอด ร้อยละ 14 ซึ่งมีแหล่งรับซื้อแมลงมาจากตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยผู้ป่วยทุกรายอาการหายอย่างรวดเร็ว หลังจากที่แพทย์ให้การรักษาด้วยยาแก้แพ้ และสารน้ำเกลือแร่และน้ำเกลือ

"กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการตรวจสอบตัวอย่างดักแด้หนอนไหมทอด จ.สุราษฎร์ธานี พบสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ตกค้างอยู่ในร่างกาย โดยพบสูงถึง 875 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม มาตรฐานกำหนดปริมาณฮีสตามีนในอาหารระดับสูงสุดของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร โดยมีได้ตั้งแต่ 100-200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ของประเทศไทยกำหนดให้มีได้น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม" นพ.สุพรรณ กล่าว และว่า อาการภายหลังรับสารฮีสตามีนจะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไป แต่ในกลุ่มที่มีประวัติภูมิแพ้หรือหอบหืด จะตอบสนองได้เร็วกว่ากลุ่มอื่นๆ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงกินดักแด้หนอนไหมและหนอนของตัวต่อ เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงขั้นเสียชีวิตได้

ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการสอบสวนเส้นทางของแมลงทอดที่มีรายงานผู้ป่วย 7 จังหวัด พบว่ารับดักแด้หนอนไหมมาจากแหล่งเดียวกันคือ ตลาดโรงเกลือ ทั้งนี้ คนไทยและประเทศเพื่อนบ้านนิยมกินแมลงทอด และมีการป่วยอยู่เนืองๆ แต่ไม่ทราบสาเหตุ สำหรับประเทศไทยเริ่มมีรายงานการแพ้สารชนิดนี้ในปี 2550 ในกลุ่มที่ทำงานในโรงงานปลากระป๋อง จ.สมุทรปราการ ซึ่งนำปลาทูน่ามาทิ้งในอุณหภูมิห้อง ก่อนจะนำมาทำเป็นอาหาร โดยอาหารจำพวกปลาจะมีสารฮีสตามีน เมื่ออยู่ในอุณหภูมิระหว่าง 5-60 องศาเซลเซียส แบคทีเรียจะเปลี่ยนกรดอะมิโนฮีสตาดีน (Histadine) เป็นฮีสตามีน และพบในแมลงเกือบทุกชนิดที่คนไทยกิน แต่พบมากในหนอนตัวต่อ มีมากถึง 5,221 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และดักแด้หนอนไหม 5,197 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งความร้อนไม่สามารถทำลายสารฮีสตามีนได้

ที่มา : มติชนออนไลน์




 

Create Date : 25 มีนาคม 2552    
Last Update : 25 มีนาคม 2552 10:25:11 น.
Counter : 328 Pageviews.  

ภัยผู้หญิงของนักศึกษาฝึกงาน

ภัยผู้หญิงของนักศึกษาฝึกงาน (Lisa)

จากข่าวดังที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ กับนายจ้างและรุ่นพี่ที่ร่วมงานด้วยกัน ทำพฤติกรรมหัวงู พยายามจีบหรือเอาใจนักศึกษาฝึกงานเกินขนาด หรือแม้แต่บางคนโชคร้ายโดนหลอกลวงจนเสียใจมาแล้วมากมาย ทางที่ดีน้องๆ นักศึกษาฝึกงานทั้งหลายต้องระวังและเตรียมตัวไว้ดังนี้

แต่งกายรัดกุม

แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาที่รัดกุม ใส่เสื้อพอดีตัว และใส่กระโปรงยาวพอสมควร อย่าแต่งกายแบบเน้นทรวดทรงรูปร่างมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิริยาท่าทางไม่ควรนั่งไขว่ห้าง จนสามารถมองเห็นช่องว่างระหว่างกระโปรงหรือเวลาก้มให้ปิดช่วงคอเสื้อไว้ จะทำให้น้องๆ ปลอดภัยจากสายตาบ้ากามมากขึ้น

อย่ามองโลกในแง่ดี

อย่าคิดว่าการแตะเนื้อต้องตัว คุยเล่นหยอกล้อ ตีสนิทหรือการที่มีพี่ๆ บางคนบริการพิเศษให้เป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะธรรมชาติของผู้ชายหว่านพืชมักหวังผล อย่าหลงให้พวกพี่ๆ ไปส่งบ้าน หรือไปกินเลี้ยงบริษัทในตอนกลางคืนโดยไม่มีพี่ๆ ผู้หญิงไปด้วย หรือควรปลีกตัวกลับก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก

เว้นการทำงานสองต่อสอง

ห้ามน้องๆ อยู่ทำงานสองต่อสองกับรุ่นพี่ชายเด็ดขาดโดยให้เลี่ยงหรือชวนเพื่อนเข้าไปนั่งด้วย หากจำเป็นจริงๆ ให้เปิดประตูห้องไว้ และอยู่ใกล้ประตูให้มากที่สุด ที่สำคัญถ้าต้องไปทำงานต่างจังหวัด แล้วไม่มีพี่ๆ ผู้หญิงร่วมงานหรือเพื่อนๆ ที่ฝึกงานด้วยกันให้หลีกเลี่ยงดีกว่า

ให้พี่ชายมารับ

น้องๆ อาจจะต้องเล่นละครสักนิดว่ามีเพื่อนชายแล้วอาจจะสมมติเป็นตำรวจหรือทหารที่สามารถเล่นงานพวกรุ่นพี่หัวงูได้ เพื่อปกป้องตัวเองไปในตัว หรืออาจจะให้น้องชายหรือพี่ชายมารับกลับบ้านบ้างเป็นบางครั้ง แสดงให้รู้ว่าเราระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

หากถูกลวนลามควรแจ้งมหาวิทยาลัย

ทางมหาวิทยาลัยและอาจารย์ที่ปรึกษา มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลนักศึกษาที่เข้าฝึกงานในแต่ละสถานที่อยู่แล้ว ดังนั้น หากเกิดอะไรที่ไม่ชอบมาพากล น้องๆ ควรให้เพื่อนๆ แอบถ่ายคลิปหรืออัดเสียงระหว่างที่ถูกบรรดาพี่ๆ หัวงูพยายามจะลวนลาม ให้เป็นหลักฐานเอาผิดและทำเรื่องย้ายสถานที่ฝึกงานทันที




 

Create Date : 23 มีนาคม 2552    
Last Update : 23 มีนาคม 2552 23:55:50 น.
Counter : 460 Pageviews.  

อันตรายจากการฟังเพลงดังเกินไป

ผู้ที่ชอบฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น MP3 MP4 เครื่องเล่นซีดี ซาวน์อะเบ้าท์ หรือเครื่องเล่นชนิดที่ต้องเสียบหูฟังไว้ที่หูของเรา แล้วชอบเปิดเพลงเสียงดัง ควรฟังทางนี้ เพราะผลวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่อายุระหว่าง 23-25 ปี ออกมาแล้วว่า การฟังเพลงด้วยความดัง 80 เปอร์เซ็นต์ของความสามารถของตัวเครื่องนานเป็นเวลา 90 นาทีต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบโสตประสาทอย่างแน่นอน

ไบรอัน ฟลิกเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตประสาท โรงพยาบาลเด็ก เมืองบอสตัน ผู้ทำวิจัยเปิดเผยว่า ในกรณีที่การฟังเพลงนั้น มีการหยุดพัก หรือฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ก็จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหูเร็วนัก แต่ผลการศึกษาชิ้นนี้กำลังพูดถึงคนที่ฟังเพลงดัง ๆ ติดต่อกันนานหลายเดือน หรืออาจเป็นปี จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่างมาก

ผลการศึกษายังระบุอีกว่า ผู้ที่ฟังเพลงด้วยระดับเสียงประมาณ 10 - 50 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงสูงสุดที่เครื่องจะเล่นได้นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพียงพอ ในขณะที่การฟังเพลงด้วยเสียงดัง 100 เปอร์เซ็นต์นานเกิน 5 นาที อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียโสตประสาทการฟังเลยทีเดียว

ใครที่ชอบฟังเพลงดัง ๆ เพราะว่ามันเร้าใจแล้วล่ะก็ ่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังซะใหม่นะคะ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายต่อโสตประสาทได้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน...




 

Create Date : 19 มีนาคม 2552    
Last Update : 19 มีนาคม 2552 17:39:50 น.
Counter : 432 Pageviews.  

มือถือกับมะเร็งในดวงตา

ใครบางคนกล่าวไว้ว่า อนุภาครังสีจากโทรศัพท์มือถืออาจส่งผลให้เกิดมะเร็งนัยน์ตาหรือเมลาโนมา

แต่ล่าสุดทีมแพทย์ชาวเยอรมันออกมาปฏิเสธความเชื่อนี้

เมลาโนมา (Melanoma) คือมะเร็งชนิดหนึ่งที่ขยายตัวได้รวดเร็ว เกิดจากกระบวนการสร้างเม็ดสีหรือเมลานินที่ผิดปกติ ส่วนใหญ่พบในเซลล์ผิวหนังและไม่บ่อยนักที่จะพบในดวงตา จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,600 คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือนานกว่า 10 ปี พบว่า การเกิดมะเร็งในดวงตานั้นไม่เกี่ยวข้องกับคลื่นรังสีของโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด รวมทั้งมะเร็งสมองที่เชื่อกันว่าเกิดจากโทรศัพท์มือถือด้วย ได้ยินอย่างนี้ คนที่ใช้มือถือเป็นประจำคงจะหายห่วงไปได้ระดับหนึ่ง


ขอบคุณข้อมูล : health&cuisine





 

Create Date : 19 มีนาคม 2552    
Last Update : 19 มีนาคม 2552 7:51:02 น.
Counter : 161 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

icy_cute
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







CO.CC:Free Domain
Friends' blogs
[Add icy_cute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.