Group Blog
 
All blogs
 

ยาย้อมผม อันตรายที่ใกล้ตัว

ปัจจุบันมี ผลิตภัณฑ์สำหรับเปลี่ยนสีผม จำหน่ายหลายประเภท เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ยาเปลี่ยนสีผมชนิดติดถาวร ซึ่งในน้ำยาจะมีส่วนผสมของสารเคมี PARAPHENYLENEDIAMINE (PPD) เมื่อย้อมแล้ว จะทำให้ติดทนนาน แม้สระแล้วก็ไม่หลุดออก จนกว่าผมจะงอก ขึ้นมาใหม่ ในทางตรงกันข้าม PPD อาจทำอันตรายกับหนังศีรษะหรือผิวหนังของผู้ใช้บางรายได้

กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง ที่ซื้อน้ำยาเปลี่ยนสีผมยี่ห้อดังมาจากห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน หวังใช้เปลี่ยนสีผมก่อนถึงวันแข่งขันเต้นรำที่โรงเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ เธอเคยเปลี่ยนสีผมด้วยน้ำยายี่ห้อดังกล่าวมาแล้ว แถมยังเป็นชนิดและสีเดียวกันอีกด้วย แม้ว่าประสบการณ์เปลี่ยนสีผมในครั้งแรกจะผ่านไปได้ด้วยดี เธอก็ยังปฏิบัติตามคำแนะนำข้างกล่องหรือคู่มือการใช้อย่างเคร่งครัด แต่เรื่องราวที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

การเปลี่ยนสีผมครั้งนี้เธอได้ทำการทดสอบ อาการแพ้ตามคำแนะนำเช่นเคย ที่ให้ใช้น้ำยาบางส่วนทดสอบกับผิวหนังและทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแพ้ เช่น มีผืนแดง มีอาการคัน ก็เป็นอันใช้ได้ จากการทดสอบได้ผลเป็นที่เรียบร้อยดี คือ ไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้น เธอจึงจัดการย้อมผมตามขั้นตอน เมื่อเธอเริ่มใส่น้ำยาย้อมลงไปที่เส้นผม และสัมผัสกับหนังศีรษะ เธอเริ่มมีอาการคัน และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อาการคันยิ่งทวีความรุนแรง ลุกลามไปทั่วบริเวณ หนังศีรษะ ใบหน้า และเปลือกตาของเธอเริ่มมีอาการบวมจนพับปิดดวงตาจนมองไม่เห็น ทั้งอาการยังลุกลามลงไปถึงบริเวณลำคอ และเธอรู้สึกหายใจไม่ออก

สาเหตุของอาการแพ้เกิดจากสารเคมีที่เป็น ส่วนประกอบสำคัญในน้ำยาเปลี่ยนสีผม ที่มีสาร PPD โดยสารเคมีชนิดนี้ถูกพบว่ามีอยู่ในส่วนผสมของน้ำยาที่ใช้เพ้นท์ร่างกาย (แบบชั่ว คราว), น้ำยาล้างภาพภ่าย, น้ำหมึกในการถ่ายเอกสาร รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตือนว่า การใช้สาร PPD สามารถใช้ได้เฉพาะในผลิตภัณฑ์ย้อมผมเท่านั้น อัตราส่วนสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้คือ 6% ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท

นอกจากนี้ ที่ฉลากของผลิตภัณฑ์จะต้องแสดงคำเตือน ซึ่งเน้นว่าออกฤทธิ์ระคายเคืองผิวหนังและก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ แถมยังต้องทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ และที่สำคัญคือห้ามนำไปย้อมขนคิ้วหรือขนตาเด็ดขาดเพราะหากเข้าตาอาจเป็น อันตรายถึงขั้นตาบอด

ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญต่อการเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ที่สำคัญควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ตามฉลากทุกครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการทดสอบอาการแพ้ ระหว่างการย้อมสีหรือหลังย้อมสีให้รีบล้างออก แล้วไปพบแพทย์ทันที

ที่มา เดลินิวส์




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 19:19:09 น.
Counter : 866 Pageviews.  

อันตรายจากบิ๊กอายส์

คอนแท็กต์เลนส์เมื่อก่อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อปรับสายตาสำหรับผู้ที่สายตามีปัญหาเท่านั้น แต่ในปัจจุบันคอนแท็กต์เลนส์กลายเป็นเรื่องแฟชั่นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น มีหลายประเภททั้งบิ๊กอายส์ที่ทำให้ดวงตากลมโต หรือคอนแท็กต์เลนส์หลากสีสันเพื่อเปลี่ยนสีตา มีหลายราคาให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปนถึงหลักพัน หาซื้อได้ง่ายตามแผงลอยแหล่งแฟชั่นทั่วไป หรือแม้กระทั่งสั่งซื้อทางอินเตอร์เนต

ความจริงแล้วเป็นเรื่องอันตรายมาก ที่ถูกควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสภาพสายตาว่ามีปัญหาเพียงใด ไม่ควรหามาใส่เอง แพทย์เตือนคนสายตาปกติว่าไม่ควรใช้คอนแท็กต์เลนส์ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามควรคำนึงว่า คอนแท็กต์เลนส์นั้นต้องสัมผัสกับดวงตาของเราโดยตรง ดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเคืองตา คันตา เกิดรอยแผล อาจถึงขั้นติดเชื้อหากไม่รักษาความสะอาดดีพอ หรืออาจสูญเสียกระจกตาถาวรเลยก็เป็นได้

การรักษาความสะอาดก็สำคัญ ต้องถอดล้างทำความสะอาดอย่างดีรวมถึงต้องล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนสัมผัสเลนส์ ภาชนะที่เก็บเลนส์ต้องสะอาดอยู่เสมอเปลี่ยนเลนส์ตามระยะที่กำหนด และห้ามใส่คอนแท็กต์เลนส์นอน แม้ผู้ผลิตจะบอกว่าใสได้นานต่อเนื่องก็ตามและที่สำคัญห้ามใช้คอนแท็กต์เลนส์ร่วมกับผู้อื่น หากเกิดปัญหาค่ารักษาตาแพงกว่าราคาเลนส์หลายเท่านัก แลกกับความสวยงามเพียงชั่วครู่ เสี่ยงกับการสูญเสียดวงตาถาวร มันไม่คุ้ม

ขอขอบคุณ Image




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 0:05:38 น.
Counter : 290 Pageviews.  

บุคลิกภาพที่อาจนำไปสู่โรคร้าย

บุคลิกลักษณะ ที่แตกต่างกันมีผลกระทบต่อสุขภาพของคนเรา หลาย ๆ คนทราบดีอยู่แล้วว่า ใครที่มีบุคลิกภาพในเชิงลบ หรือ มองโลกในแง่ร้าย ก็จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ไม่เพียงเท่านั้น คนที่มีบุคลิกที่ต่างออกไป ก็เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างชนิดเช่นกัน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย แวนเดอร์บิลท์ สหรัฐอเมริกา ได้แยกบุคลิกภาพของคนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคร้ายออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเอ บี และซี

กลุ่มเอ คือคนที่มีนิสัยขี้โมโห เห็นแก่ตัว ชอบเยอะเย้ยถากถาง ชอบความรุนแรง หาเรื่อง ไม่ไว้ใจผู้อื่น และชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก คนประเภทนี้ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ มากกว่าคนที่ทำตัวเรื่อยเปื่อย เพราะคนกลุ่ม เอ นี้ มีอารมณ์ที่ปรวนแปรง่าย

แต่ก็ไม่ใช่ว่า คนที่สงบเสงี่ยม เจียมตัว ขี้อาย ซึ่งจัดว่าเป็น กลุ่มบี นั้นจะปลอดภัย ถ้าคิดเช่นนั้น ต้องคิดใหม่ เพราะคนกลุ่มนี้ จะมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำซึ่งเป็นผลจากระดับฮอร์โมนคอลติซอลสูง ส่งผลให้เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย

ส่วนบุคลิกภาพ กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่ม ซี นั้น เป็นพวกที่ชอบเก็บอารมณ์ ข่มความรู้สึก อดทน อดกลั้น ไม่ชอบความขัดแย้ง กลุ่มนี้ มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เพราะความพยายามในการควบคุมอารมณ์ จะทำให้ร่างกายมีระดับ Stress ฮอร์โมนสูง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดการแข็งตัวของผนังเซล หรือเนื้อเยื่อ รวมไปถึงรูมาตอยด์ ไขข้ออักเสบ และโรคผิวหนังเรื้อรัง

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราสามารถจะเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของเราได้หรือไม่ เพื่อจะลดความเสี่ยงของโรคร้ายเหล่านี้ คำตอบคือ บุคลิกภาพของเรา ถูกกำหนดโดยยีน แต่ในเรื่องของอารมณ์นั้น เราจะได้รับอิทธิพลจากหลายด้าน ทั้งพ่อแม่ การเลี้ยงดู และเพื่อน ดังนั้น จึงเป็นที่น่ายินดีว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้ หากรู้จักวิธีการในการโต้ตอบสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความสงบและใจเย็น





 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 19:49:02 น.
Counter : 218 Pageviews.  

ทานเนื้อแดง อายุสั้น!!

ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่การศึกษาครั้งแรกและใหญ่สุดยืนยันแล้วว่า ทานแค่เท่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 อันต่อวันเสี่ยงอายุสั้นกว่าปกติ 30%

บ้างก็ว่ารับประทานเนื้อมากๆ ไม่ดี อาจเป็นมะเร็งได้ บางคนก็ว่าทานสัตว์ใหญ่ เป็นกรรมเยอะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีการกล่าวอ้างถึงผลการวิจัยที่บอกกันชัดๆ ไปเลยว่าตกลงแล้วการรับประทานเนื้อสัตว์อย่างเช่นเนื้อวัว ซึ่งฝรั่งเรียกกันว่าเนื้อแดงเป็นประจำจะก่อผลเสียต่อปัญหาสุขภาพจริงอย่างว่าหรือเปล่า จนล่าสุดมีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการออกมาเป็นครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดซึ่งมีคำตอบให้กับคำถามนี้

การศึกษานี้ทำในผู้สูงอายุรุ่นกลางมากกว่า 500,000 คน ในสหรัฐอเมริกาโดยทำการติดตามผลกันนานถึง 10 ปี โดยระบุว่าคนที่รับประทานเนื้อแดงเป็นประจำทุกวันประมาณ 4 ออนซ์ หรือเทียบได้กับการทานแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวันละ 1 ชิ้น มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติเฉลี่ย 30%

โดยสาเหตุของการเสียชีวิตมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ ได้แก่ โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ไม่เพียงแต่เนื้อแดงที่ปรุงสดๆ เท่านั้น แต่การรับประทานเนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูปแล้วก็มีความสัมพันธ์กับการตายเร็วกว่าปกติด้วยเช่นกัน โดยผลการวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอายุรเวชศาสตร์ Archives of Internal Medicine

การวิจัยยังพบด้วยว่าการรับประทานเนื้อขาว เป็นต้นว่า เนื้อปลา ไก่ ไก่งวง และสัตว์ปีก อื่นๆ กลับทำให้ความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยสาเหตุแบบเดียวกันนี้ น้อยลงถึงแม้ว่าจะเพียงแค่นิดหน่อยก็ตามที

"ความเป็นหนึ่งเดียวของการศึกษาอันนี้คือจำนวนประชากรที่ศึกษาที่มากและระยะเวลาการติดตามผลที่นาน ซึ่งทำให้ผลการวิจัยนี้เป็นการตอบที่ชัดเจนและแน่นหนักว่า ใช่แล้วถ้าใครอย่างมีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นต้องทานเนื้อแดงให้น้อยลง" ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ แบร์รี่ เอ็ม ป๊อปคิน จากมหาวิทยาลัยแห่งนอร์ธ แคโรไลน่า ผู้เขียนบทบรรณาธิการนำผลการวิจัยเรื่องนี้กล่าว

สำหรับคำอธิบายที่ว่าทำไมการรับประทานเนื้อจึงมีผลเสียต่อสุขภาพได้มากถึงเพียงนี้ นักวิจัยบอกว่า มีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน เป็นต้นว่า การปรุงอาหารจากเนื้อแดงจะทำให้เกิดสารประกอบที่เป็นสารก่อมะเร็งบางชนิด และยิ่งไปกว่านั้นเนื้อแดงคือเนื้อที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันประเภทนี้มีความสัมพันธ์กันกับการป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ ทวารหนัก และอีกทฤษฏีหนึ่งคือ เนื้อแดงมีปริมาณธาตุเหล็กที่สูง ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนทำให้กระตุ้นการเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย

ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งที่การวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ไว้คือ การรับประทานเนื้อหมูที่มักถูกโปรโมทว่าเป็นเนื้อขาวไม่ใช่เนื้อแดงนั้นพบว่า ทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วขึ้นด้วย ทั้งนี้นักวิจัยเชื่อว่าอาจเป็นเพราะธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเนื้อหมูด้วยเช่นกัน

แม้การวิจัยครั้งนี้จะไม่ได้อธิบายลงลึกไปถึงกลไกที่ทำให้คนที่รับประทานเนื้อแดง หรือเนื้อแปรรูป มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ แต่ก็ได้ตอกย้ำถึงคำแนะนำ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีการกล่าวถึงมายาวนานว่าควรรับประทานเนื้อให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนคำนิยามของเนื้อแปรรูปที่การวิจัยนี้พบว่า ทำให้คนกินเสี่ยงตายเร็วขึ้นด้วย ได้แก่ ไส้กรอกทุกชนิด เนื้อแผ่นสไลด์ชนิดแช่เย็น เบคอน ซึ่งการวิจัยนี้พบว่า ในกลุ่มประชากรตัวอย่างหญิง คนที่รับประทานเนื้อแปรรูปมากที่สุด มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ สาเหตุโดยรวมเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่รับประทานน้อยที่สุดอยู่ที่ 11% และหากจะจำแนกตามสาเหตุการตายจะพบว่าผู้หญิงกลุ่มทานเนื้อแปรรูปเยอะเสี่ยงตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 11% และด้วยโรคหัวใจ 38% ส่วนในกลุ่มประชากรผู้ชายนั้นพบว่า กลุ่มทานเนื้อแปรรูปมากเสี่ยงตายด้วยสาเหตุทั่วไปสูงกว่าปกติที่ 16% และความเสี่ยงในการตายจากโรคมะเร็ง 12% ขณะที่ความเสี่ยงในการตายเร็วด้วยโรคหัวใจอยู่ที่ 9%

ทั้งนี้และทั้งนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายรายย้ำทิ้งท้ายว่า ผลการวิจัยนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเราต้องตัดเนื้อแดงออกจากเมนูอาหารของตัวเองไปเลยโดยสิ้นเชิง แต่ควรจะเลี่ยงการรับประทานเนื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะดีกว่า


ที่มา อ.ส.ม.ท.




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 15:59:37 น.
Counter : 196 Pageviews.  

วิธีแบกเป้ไปโรงเรียนอย่างปลอดภัย

ข้อดีของกระเป๋าเป้หลังนั้นอยู่ที่บรรจุของจำนวนมากได้ และสะพายไปไหนต่อไหนได้ สะดวก (หากไม่ใส่สิ่งของมากมายเกินความจำเป็นจนเกินตัว)

การแบกเป้อย่างไม่ถูกท่า หรือว่าน้ำหนักเกินมากไปจะทำให้เพิ่มความเสี่ยง ในการบาดเจ็บเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและโครงกระดูกได้

แมรี่ แอนน์ วิลมาร์ธ มหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิรน์ ยูนิเวอร์ซิตี ในบอสตัน กล่าวสรุปหลังจากศึกษาเกี่ยวกับการแบกเป้หลังของนักเรียน

อาการบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นเมื่อตั้งท่าผิด เช่น หลังโค้งงอ เอียงตัวไปข้างหน้า เอียงตัวไปข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อพยายามแบกน้ำหนักที่มากจนเกินไป เมื่อเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้กล้ามเนื้อต้องแบกภาระมากขึ้นเป็นพิเศษ เป็นสาเหตุให้เหนื่อยล้า ตึงที่คอ ไหล่ และเจ็บหลัง

อาจารย์วิลมาร์ธ ให้คำแนะนำในการแบกเป้หลังไว้ว่า เมื่อต้องใช้เป้ให้ดึงสายให้แนบกระชับกับตัวเพื่อกระจายน้ำหนักไปให้ทั่ว กับต้อง จัดท่าให้สมดุล ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง การสะพายเป้ด้วยไหล่ข้างเดียวเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง

เป้หลังควรแนบกับตัวไม่แกว่งไปมา ให้อยู่ตำแหน่งประมาณกลางหลัง อย่าห้อยต่ำลงมากจนเกินไป สำหรับ น้ำหนักกระเป๋าควรอยู่ที่ประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก หรือน้อยกว่านั้นก็ได้

เวลาจัดกระเป๋าควรนำสิ่งของไปเท่าที่จำเป็น ของหนักให้ไว้ข้างล่าง และควรจะต้องทำตัวให้แอคทีฟเข้าไว้ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นพอ ที่จะแบกรับเป้หลังไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย


ที่มา sanook.com




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2552 14:42:55 น.
Counter : 167 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

icy_cute
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







CO.CC:Free Domain
Friends' blogs
[Add icy_cute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.