อดไปเที่ยวลาวใต้
อุตส่าห์จองตั๋วล่วงหน้าไปลาวใต้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

วางแผนเที่ยวซะดิบดี สุดท้าย .....

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับเมสเซจจากแอร์เอเชียว่ายกเลิกไฟล์ท

เป็นอันว่า แผนการท่องเที่ยวของเราูถูกยกเลิกอย่างกระทันหัน

อดไปเลยง่ะ แต่อาการชีพจรลงเท้าของเราไม่ได้ห่างหายไปไหน

เพราะเปลี่ยนแผนเที่ยวจากทริปลาวใต้ กลายเป็นเที่ยวอัมพวาแทนก้อได้

ยังงัยก้อได้เที่ยวเหมือนกัน ^^




Create Date : 29 กรกฎาคม 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 17:08:37 น.
Counter : 262 Pageviews.

0 comment
โปรแกรมทัวร์ไปลาวใต้
หลังจากที่ได้จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลในราคาโปรโมชั่นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ตามกำหนดการ คือ เราจะไปเที่ยวลาวใต้ช่วงเดือนสิงหา (ตรงกับวันเกิดเราพอดี วีดวิ้วววว)

หาข้อมูลเที่ยว เพื่อเขียนโปรแกรมเที่ยวจากห้องบลูมาพอสมควร

สุดท้ายก้อลงตัวตามนี้ค่ะ ........

วันศุกร์ที่ 26 สิงหา

- 7.25 น. เดินทางจากสุวรรณภูมิไป จ.อุบล

- 8.30 น. ถึงสนามบิน จ.อุบล รถตู้เช่ามารับที่สนามบิน

- 9.00 น. เดินทางจากสนามบินอุบล ไปกินมื้อเช้าที่ร้านสามชัย (กาแฟ + ไข่กระทะ)

- 10.00 น. แวะซื้อเสบียง ของกินมื้อเที่ยง + ขนมขบเคี้ยวก่อนทำเรื่องข้ามแดน

- 11.00 น. จากด่านช่องเม็ก นั่งรถตู้เช่าไปที่ปราสาทวัดภู

- 12.00 น. ถึงปราสาทวัดภู เดินเที่ยวถ่ายรูป

- 14.00 น. จากปราสาทวัดภู เดินทางต่อไปที่น้ำตกคอนพะเพ็ง

- 15.00 น. ถึงน้ำตกคอนพะเพ็ง เดินเที่ยวถ่ายรูป

- 16.00 น. จากน้ำตกคอนพะเพ็ง เดินทางต่อไปที่คอนพะเพ็งรีสอร์ท

- 17.00 น. เช็คอินที่พัก

- 18.00 น. กินมื้อเย็นในคอนพะเพ็งรีสอร์ท ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อน

วันเสาร์ที่ 27 สิงหา

- 8.00 น. กินมื้อเช้าที่คอนพะเพ็งรีสอร์ท (ค่าที่พักรวมอาหารเช้าแล้ว)

- 9.00 น. เช็คเอ้าท์ที่พัก เดินทางต่อไปที่น้ำตกหลี่ผี

- 10.00 น. ถึงน้ำตกหลี่ผี เดินเที่ยวถ่ายรูป

- 11.00 น. จากน้ำตกหลี่ผี เดินทางต่อไปเที่ยวน้ำตกตาดเยือง

- 12.00 น. ถึงน้ำตกตาดเยือง กินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารในรีสอร์ท + เดินเที่ยวน้ำตกตาดเยือง

- 14.00 น. จากน้ำตกตาดเยือง เดินทางต่อไปที่น้ำตกตาดฟาน

- 15.00 น. ถึงน้ำตกตาดฟาน เดินเที่ยวถ่ายรูป

- 16.00 น. จากน้ำตกตาดฟาน เดินทางต่อไปที่รีสอร์ทตาดผาส้วม

- 17.00 น. เช็คอินที่พักรีสอร์ทตาดผาส้วม

- 18.00 น. กินมื้อเย็นในรีสอร์ทตาดผาส้วม ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อน

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหา

- 8.00 น. กินมื้อเช้าที่รีสอร์ท + เดินเที่ยวในรีสอร์ท + เที่ยวพิพิธภัณฑ์อุทยานบาเจียง

- 10.00 น. เช็คเอ้าท์ที่พัก เดินทางกลับไปที่ด่านช่องเม็ก

- 11.00 น. แวะช้อปปิ้งของฝากที่ตลาดบริเวณชายแดนก่อนข้ามกลับมาที่ จ.อุบล

- 12.00 น. กินมื้อเที่ยงก๋วยจั๊บญวน ที่ จ.อุบล

- 13.00 น. เดินทางต่อไปไหว้พระวัดถ้ำคูหาสวรรค์ + เที่ยวน้ำตกแสงจันทร์

- 16.00 น. เดินทางกลับมาที่ตัวเมืองอุบล แวะซื้อหมูยอที่ร้านดาวทอง

- 17.00 น. กินมื้อเย็น อาหารเวียดนามที่ร้านกอล์ฟเฟอร์เฮาส์

- 19.00 น. รถตู้มาส่งที่สนามบินเพื่อเช็คอินตั๋วเครื่องบิน

- 20.30 น. เดินทางจากสนามบินอุบล

- 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

...................................................................

โปรแกรมเที่ยวที่คิดไว้จากการรวบรวมข้อมูลประมาณนี้เลย

ไม่รู้ว่าตอนเที่ยวจริงๆ จะเป็นไปตามนี้หรือเปล่า

ยังงัยก้อขอให้ทริปนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร

เพราะเป็นทริปครอบครัว และที่สำคัญ ..... เป็นทริปที่ตรงกับวันเกิดของเราพอดิบพอดี



Create Date : 23 มิถุนายน 2554
Last Update : 23 มิถุนายน 2554 19:33:53 น.
Counter : 362 Pageviews.

1 comment
เตรียมตัวไปลาวใต้
เมื่อคืนก่อน Airasia ปล่อยโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินถูกมาอีกแล้ว

อุตส่าห์ตั้งใจอย่างเป็นมั่นป็นเหมาะว่าจะไม่แวะเข้าไป

เพราะเดี๋ยวอดใจไม่ไหว.....กวาดซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาอีก

และแล้วก้อนะ.....เข้าไปจองตั๋วให้เพื่อน เพราะเพื่อนโทรมาบอกว่า

จองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านให้ชั้นหน่อยนะแก

เราก้อเลยได้เข้าเวบแอร์เอเชียเข้าจนได้

คลิ๊กไป คลิ๊กมา ...... ดั๊นไปเจอตั๋วเครื่องบินไปอุบลถูกมากก

คือโปรโมชั่น 0 บาท พอสั่งบวกราคาภาษีสนามบิน บวกค่าจองที่นั่ง

บวกค่านู่น นี่ นัน จิปาถะของแอร์เอเชีย ได้ตั๋วมาในราคาประมาณ 500 บาท

.......จะเหลือเหรอคะ ราคาถูกขนาดนี้ โปรแกรมเที่ยวในหัวสมองเกิดขึ้นทันที

ไปอุบล......ไปเที่ยวลาวใต้ดีกว่า

ว่าแล้วก้อโทรไปหาคุณนายแม่ แม่อยากไปกับน้าๆ

โทรไปหาน้าๆ น้าๆ อยากพาตากับยายไปด้วย

........ สุดท้าย รวมตัวกันได้ 9 คน จองตั๋วนี้ได้ทั้ง 9 คนรวด

และแล้ว ทริปครอบครัวก้อเกิดขึ้นอีกครั้ง

แต่กว่าจะได้ไปจริงๆ ก้อเดือนสิงหาปีหน้าโน่นแน่ะ

ช่วงนี้เราก้อเลยอ่านกระทู้คนที่ไปลาวใต้มาแล้ว เก็บเป็นข้อมูลก่อนไปเที่ยวจริง

ได้เรื่องยังงัยจะมาอัพบลอคเป็นระยะๆ จ้า



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2553 11:24:10 น.
Counter : 267 Pageviews.

5 comment
ซินจ่าว ฮานอย ปี 53 (วันที่ 3-สุสานลุงโฮ)
วันอังคารที่ 5 มกราคม 2553

วันนี้ตื่นสายกว่าทุกวันค่ะ กว่าจะทำธุระส่วนตัวเสร็จ

ขึ้นไปกินมื้อเช้าที่ชั้น 7 เหมือนเดิมเวลาประมาณ 8 โมงเช้า

เสร็จแล้วเราก็เดินไปเที่ยวที่ทะเลสาปคืนดาบกันค่ะ

เดินข้ามมาที่สะพานแดง อากาศตอนเช้า เย็นๆ ดีค่ะ

ซื้อตั๋วก่อนค่ะ ราคา 10,000 ดอง (20 บาท)






เดินอยู่ในวัดนี้ซักพักเราก็เดินข้ามสะพานแดงกลับมาขึ้นแท็กซี่

ไปที่สุสานลุงโฮกันต่อค่ะ นั่งแท็กซี่มาราคา 80,000 ดอง (160 บาท)

มาถึงที่นี่ก็จะสิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่ให้ฝากกระเป๋าและกล้องไว้ที่ด้านหน้า

แล้วเราก็เข้าแถวเดินเข้าไปทำความเคารพลุงโฮกันค่ะ

ภายในตัวอาคารดูขลัง บรรยากาศภายในเงียบมากๆ

ทุกคนเดินแถวเข้าไป ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยค่ะ

ต่างคนต่างรู้ในหน้าที่ว่า เราควรเคารพสถานที่ด้วย

จนเดินออกมาภายนอก กล้องของเราฝากไว้ที่ด้านหน้าก่อนเข้ามาอีก

เราก็เลยไม่มีกล้องถ่ายรูปบ้านพักลุงโฮ เหมือนกระทู้ฮานอยอื่นๆ ที่เคยโพสท์มาแล้ว

ภายในสวย เรียบ ง่ายดีนะคะ ต้นไม้ครึ้มร่มรื่นเชียว

เดินตามขบวนคนที่เข้าไปเที่ยวภายในสุสานลุงโฮเรื่อยจนถึงทางออก

แล้วกลุ่มเราก็ไปนั่งพักกันที่สนามหญ้าด้านหน้าค่ะ






กางแผนที่แล้วเราก็เริ่มลุยต่อ จากสุสานลุงโฮที่จุด 11 เราจะเดินไปที่จุด 12 กันค่ะ

จากนั้นเราก้อเริ่มเดินชิวๆ ไปเรื่อยๆ อากาศเย็นๆ ค่ะ ไม่มีแดด

เดินได้สบายๆ ตรงไปเรื่อยๆ จนเห็นทะเลสาปอยู่ข้างหน้า

เดินตรงต่อไปอีกค่ะ ถนนเส้นนี้จะตัดผ่านทะเลสาปแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

จำชื่อไม่ได้แล้วเหมือนกันค่ะ เดินมาเรื่อยๆ จนถึงวัดนี้.....จุดหมายของเราค่ะ

วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ ดูจากภายนอกเหมือนจะเป็นวัดจีน

วัดกำลังก่อสร้างค่ะ เลยเข้าไม่ได้ น่าเสียดายมาก

ได้แต่พนมมือยืนไหว้พระที่ด้านหน้า






กลับมาถึงโรงแรม พักให้หายเมือยขากันก่อน

ทริปนี้ผู้สูงวัยเยอะค่ะ แต่เห็นขนาดสูงวัยอย่างนี้เถอะ

สู้ไม่ถอยกันเลย เดินไกลแค่ไหน ไม่เคยมีบ่นกันเลยซักคำ

จนเวลาบ่าย เริ่มหิวค่ะ คราวนี้เราไปกินบุ๋นชากันอีกรอบ

เจ๊ที่ร้านบุ๋นชาจำหน้าได้ด้วย เข้ามาทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส

คราวนี้เราสั่งกัน 3 ชุดพอแล้วค่ะ จะได้ไม่เหลือ เสียดายของ

อิ่มกำลังดีเลย ค่าเสียหายมื้อนี้หมดไป 255,000 ดอง (510 บาท)

จากนั้นเราก็เดินกันต่อค่ะ จะไปช้อปปิ้งที่ตลาดดองซ่วน

เดินจากจุดที่ 4 ถนน H.Quat ไปจุดที่ 14 ถนน H.Dao

ไกลพอสมควรเหมือนกันค่ะ ตอนบ่ายๆ คนก็เยอะด้วย

ไปถึงตลาดดองซ่วน ไม่ประทับใจเลย คนเยอะมาก

แลดูวุ่นวาย ของที่ขายดูเกรดไม่ค่อยจะดี

เราก็เลยเปลี่ยนใจไปบริเวณถนน 36 สายดีกว่าค่ะ

แม่อยากได้ของฝากเป็นผ้าไหมเพิ่มเติมเดิม (จุดที่ 8)

ไกลพอดู แต่ผู้ร่วมทริปสู้ไม่ถอยค่ะ เพื่อการช้อปปิ้งแม่บอกว่า ไฟท์ติ้ง!!

เดินเรื่อยๆ ชิวๆ สุดท้ายทั้งแม่กับน้าๆ ได้ช้อปปิ้งกันกระจาย

ส่วนคุณแฟนของเราก็ใช่จะน้อยหน้าทั้งรองเท้า เสื้อกันหนาว ตรึมค่ะ

จนเย็นๆ เดินมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณหน้าโรงละครหุ่นกระบอก

แถวนี้เป็นแหล่งขายเป้ค่ะ เรามาซื้อเป้กันต่อ

เจอร้านๆ นึง คนขายน่ารักมากก ต่อราคากันสนุกเลยค่ะ

ครอบครัวเราซื้อรวมกัน 10 ใบแน่ะ






ช้อปปิ้งกันถึงขนาดหมดเนื้อหมดตัว ต้องแลกเงินเพิ่มกันอีก

พอดีใกล้ๆ แถวนั้นเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวพอดี

เปิดให้แลกเงินจนถึงสามทุ่มค่ะ หายห่วงได้ ^^

จากนั้นเราก็เอาของไปเก็บที่โรงแรม

แล้วก็ออกมากินมื้อเย็นกันที่ร้านเฝอร้านเดิม หลังโรงละครหุ่นกระบอก

จานนี้ข้าวซี่โครงหมูอบค่ะ มีผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยวเป็นเครื่องเคียง

ข้าวซี่โครงหมูอบ มีเครื่องเคียงเป็นหน่อไม้ลวก

จานนี้ตอนที่น้าสั่งบอกว่าข้าวหน้าหมู

พอเค้าเอามาเสิร์ฟกลายเป็นก้อนๆ สุดท้ายเลยรู้ว่า

ถ้าสั่งหมูของร้านนี้จะหมายถึงหมูยอค่ะ

จานของแม่เสิร์ฟมาเป็นจานสุดท้าย

แม่สั่งข้าวผัดหมู ออกมาเป็นข้าวผัดหมูยอเป็นเส้นๆ

พอตักชิมของแม่มีอึ้งค่ะ อร่อยสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ

หอมกระทะมากมาย เหมือนข้าวผัดอาหารจีนในเยาวราชบ้านเราเลยอ่ะ

มันหอมควันอย่างบอกไม่ถูก ข้าวเมล็ดสวย ผัดกำลังดี

รสชาติกลมกล่อมมากๆ

ค่าเสียหายมื้อนี้ 280,000 ดอง (560 บาท)






จากนั้นเราก็เดินกลับโรงแรม แวะกินขนมตามเคย

คนอื่นๆ กินผลไม้ราดนมข้นเหมือนเดิม อร่อยจริงๆ

เจอคนไทยด้วยค่ะ ระหว่างที่เรากำลังนั่งกินขนมกันอยู่

มีคนไทยมาทักว่า Where are you come from?

เรายังไม่ทันตอบ แม่ก็พูดกับน้าว่า บัวลอยน้ำขิงอร่อยอ่ะ

เท่านั้นแหล่ะ กลุ่มนั้นถามเลยว่า คนไทยเหรอ ว้าวๆๆ

คราวนี้นั่งร่วมวงแบ่งของกินกันใหญ่เลยค่ะ

จากบ้านจากเมืองมาแค่ 3 วัน แต่พอเจอคนไทยด้วยกันแล้วดีใจขนาด

เสร็จแล้วก็กลับโรงแรม เก็บของเตรียมตัวเช็คเอ้าท์ในวันพรุ่งนี้ได้เลย

เพราะวันรุ่งขึ้นเราต้องกลับกันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

เช็คเอ้าท์เรียบร้อยแล้ว รถแท็กซี่ของโรงแรม Golden Sun มารอแล้วค่ะ

ติดต่อไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้วให้นัดรถมารอในราคา $18






เช้านี้ฝนตกที่ฮานอยแต่เช้า อากาศเย็นกว่าปกติ

ถึงสนามบินนอยไบ คนเยอะเหมือนกันค่ะ

ที่นี่ไม่มีการสแกนตัวและของเหมือนสนามบินบ้านเราที่สแกนตั้งแต่หน้าประตู






เราเดินทางไฟล์ท 9.10 น. ค่ะ

ไปถึงสนามบินเกือบจะแปดโมงเช้า

ที่เค้าท์เตอร์แอร์เอเชียมีพนักงานทำงานคนเดียวค่ะ

เก่งนะคะ ดูท่าทางเค้าจะยุ่งๆ แต่หน้าตายิ้มแย้มอยู่เลย






กว่าจะทำอะไรเสร็จ เข้าไปรอที่ gate ก็ใกล้เวลาพอดีค่ะ

เครื่องไม่เลท บินตามเวลาเป๊ะๆ

บ๊ายบาย ฮานอย.....

สัญญาว่าเราจะมาใหม่ค่ะ (มีนัดล้างตากับน้าๆ ที่ซาปาและเกาะ catba) ^^




Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 16 มิถุนายน 2554 17:31:18 น.
Counter : 467 Pageviews.

4 comment
ซินจ่าว ฮานอย ปี 53 (วันที่ 2-ฮาลองเบ)
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2553

ตั้งนาฬิกาตื่นนอนตอนหกโมงเช้า เวลาที่ฮานอยเท่าๆ กับเวลาที่บ้านเราเลยค่ะ

เสร็จธุระส่วนตัวก็เดินขึ้นลิฟต์ไปชั้น 6 แล้วขึ้นบันไดต่อไปที่ชั้น 7

ไปทานมื้อเช้ากันค่ะ

ห้องอาหารที่นี่เห็นวิวทะเลสาปด้วย หมอกลงเยอะเหมือนกันค่ะ

อาหารเช้าจะมีเมนูมาให้เราเลือกสั่งว่าจะเอาอะไร มี

เฝอไก่ เฝอเนื้อ บะหมี่สำเร็จรูป บะหมี่ผัด

ออมเล็ต แซนวิชเบคอน

ส่วนเครื่องดื่มก็มี ชา กาแฟ นมสด น้ำสด น้ำแร่ ให้เราเลือกค่ะ

เสิร์ฟแตงโมมาให้ก่อนอาหารหลักจะตามมาค่ะ

เราสั่งบะหมี่ผัด ออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

คือ มาม่าผัดซอสเปรี้ยวหวานนั่นเอง อร่อยดีอ่ะ

กาแฟรสชาติมันอย่างเดียว ไม่มีหวาน ^^

คุณแฟนสั่งเฝอเนื้อ รสชาติดีมากกกกก

น้ำซุปกลมกล่อมสุดๆ ถ่ายรูปไม่ทันค่ะ หันมาอีกที คุณแฟนกินหมดไปแว้วว






ได้เวลาแปดโมงตรง ทัวร์มารับที่หน้าโรงแรมเลยค่ะ

ไกด์พากลุ่มเราขึ้นรถบัสคันเล็ก

รถขับวนๆ ไปรับนักท่องเที่ยวอีก 2-3 โรงแรม

รวมแล้วไปเที่ยวด้วยกันประมาณ 15 คนค่ะ

รถพาออกนอกเมืองเวลาแปดโมงครึ่งเป๊ะๆ

ไกด์เริ่มแนะนำตัว พูดคุยกันซักพักแล้วเราก็หลับต่อ ^^

ตื่นมาอีกทีประมาณ 9.30 น. คุณไกด์ (กลุ่มเราเรียกว่าพ่อเป็ด

เพราะเราเดินตามเหมือนทัวร์ลูกเป็ดกันทีเดียวเชียว) ให้แวะเข้าห้องน้ำ

และช้อปปิ้งโรงงานภาพปักค่ะ มีเวลาที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมง

ภาพปักสวยมากก เป็นงานปักทั้งผืน






ประมาณสิบโมง พ่อเป็ดเรียกขึ้นรถแล้วค่ะ

ส่วนเราก็หลับต่อ ยาวเลย ตื่นอีกทีถึงท่าเรือแล้ว คนเยอะมากกกก ขนาดวันจันทร์นะนี่

รอเวลาเรือพร้อมประมาณครึ่งชั่วโมง เราไปเรือหัวมังกรกันค่ะ

กลุ่มเราเหลือ 13 คน เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติแยกไป 2 คน

เห็นว่าเค้าซื้อกรุ๊ปทัวร์แบบค้างคืนนะคะ ก็เลยแยกออกไป

ในขณะที่พวกเราเป็นแบบ One Day Trip






ภายในเรือกว้างดีค่ะ มีกันแค่ 13 คน สบายดี

เรือออกจากท่าได้ซักพัก พ่อเป็ดและคณะเริ่มจัดโต๊ะอาหารกันค่ะ

เวลาใกล้บ่ายแล้ว เราก็เริ่มหิวแว้วววว

อาหารจานแรกถูกเสิร์ฟมาก่อนเลย ปลาทอด

ตามด้วยปอเปี๊ยะทอด รสชาติดีมาก หอมกระเทียมพริกไทยสุดๆ

ผัดเต้าหู้ค่ะ มีรสเผ็ดนิดๆ อร่อยดี

เฟรนฟรายทอดร้อนๆ อร่อยดีนะ

ผัดปลาหมึกกับผักรวมมิตร

กะหล่ำปลีหั่นฝอยผัดน้ำมันงา น้าๆ ชอบมาก บอกว่าได้รสชาติหวานๆ จากผักเลย

อันนี้จานโปรดคุณแฟนค่ะ หอมใหญ่ผัดไข่

แป๊บเดียวว กลุ่มครอบครัวเรากินเรียบบบ

ที่นี่ไม่เสิร์ฟน้ำให้นะคะ มีแต่อาหาร ถ้าเป็นน้ำดื่มเค้าขายเพิ่มค่ะ

น้ำเปล่าขวดขนาดกลางบ้านเราขายขวดละ 7-8 บาท

บนเรือขาย $1 แต่ไม่มีเสียล่ะที่เราจะยอมเสียเงิน

เพราะหาข้อมูลจากห้อง BP มาก่อนแล้วเลยทันมุขนี้ของพี่เวียด

เราซื้อน้ำขวดใหญ่พกไปเองค่ะ 2 ขวดเบ้อเริ่มเลย






อิ่มท้องแล้ว ไปเดินเล่นชมวิวที่ดาดฟ้าบนเรือกันค่ะ

อากาศหนาวจริงๆ ลมเย็นๆ เหนือทะเลมีหมอกตลอดเวลา

เรือไปจอดที่หมู่บ้านชาวประมงค่ะ ที่นี่มีโรงเรียนบนแพด้วย

น้องหมาที่แพ มีเรือพายมาขายผลไม้ค่ะ

พ่อเป็ดมาถามว่า เราจะนั่งเรือเล็กไปเที่ยวชมเกาะมั๊ย

เสียตังค์อีกคนละ $3 ครอบครัวเราตกลงเพราะขี้เกียจเดินไปเดินมาอยู่ในเรือ

ระหว่างที่พ่อเป็ดกำลังดูแลนักท่องเที่ยวคนอื่น

เจ้าของเรือเล็กชาวเวียดนามเดินมาเก็บตังค์

กลุ่มเรา 6 คน คนละ $3 ต้องเป็น $18

แต่พี่ท่านจะเก็บเรา $20 เราก็มีโวยเลยจิ ยังงัยๆ ก็ไม่ยอม

จริงๆ แค่ $2 มันไม่ได้เยอะหรอก แต่เราไม่ชอบที่เค้าใช้วิธีนี้

ก็เลยโวยวาย พ่อเป็ดหันมาเพราะได้ยินเสียงเราโวยวายเถียงกับเจ้าของเรืออยู่

เค้ามาถามว่าเกิดไรขึ้น เราก็เล่าให้พ่อเป็ดฟัง

คราวนี้พ่อเป็ดเลยเถียงแทนเรา แล้วให้เราจ่ายตังค์ไป $18

ถ้าเรือเล็กไม่ยอม พ่อเป็ดบอกเราว่า ไม่ต้องไปเรือลำนี้แล้วกัน

สุดท้ายเรือเล็กเลยยอมค่ะ เพราะดีกว่าเสียกรุ๊ปเราไปเลย






เรือเล็กพาเราลอดถ้ำเล็กๆ เข้ามา ทางเข้าค่ะ

พอเรือแล่นข้ามาภายใน คล้ายเกาะห้องบ้านเราเลย

เรือแล่นช้าๆ ดูเกาะด้านในเรื่อยๆ วนเป็นวงกลม จนถึงทางออกค่ะ

และไปอีกถ้ำนึง คล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน เรือเล็กพาไปดูตามเกาะต่างๆ

ส่วนใหญ่เป็นเกาะหินปูน คล้ายเกาะทางใต้ของบ้านเรานะคะ






ซักพักก็ขึ้นเรือใหญ่ต่อค่ะ นั่งเรือชมวิวไปอีกแป๊บนึง

ไปถึงถ้ำ.....ชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้วค่ะ ชื่อเรียกยากอ่ะ ^^

เดินไปเที่ยวถ้ำกันค่ะ

พ่อเป็ดเรียกกรุ๊ปเราให้เดินไปด้วยกัน ไม่ให้แยกกันเดินทั้ง 13 คน

ถ้ำนี้ต้องเดินขึ้นบันไดไปสูงพอสมควร

เล่นเอาเหนื่อยพอดู แล้วคุณพ่อเป็ดก็เดินไวขนาด

อ้ายเราก็มัวแต่ถ่ายรูป ชื่นชมถ้ำขนาดใหญ่ สวยนะคะ

ภายในใหญ่ด้วย ไม่อึดอัดเลย มีหินงอกหินย้อยหน้าตาแปลกๆ

ระหว่างที่เราถ่ายรูป พ่อเป็ดก็อธิบายที่มาที่ไปของถ้ำนี้

แล้วก็หันมาเรียกเราเป็นระยะๆๆ เพราะรั้งท้ายกลุ่มเลย มัวแต่ถ่ายรูป ^^

พ่อเป็ดเรียกเราแต่ quick, quick, quick

จนเราแอบบ่นกับคุณแฟนว่าเร่งอยู่นั่นแหล่ะ

ร้องแต่ควิก ควิก ควิก เดี๋ยวแม่ก็เต้นสกาให้ดูซะเรย ^^

คุณแฟนเลยยืนขำอยู่กับเรา คุณพ่อเป็ดรอจนเราเดินไปถึงกลุ่ม

มีการมาถามด้วยน่ะว่าหัวเราะอะไรกัน ทำไมคนไทยยิ้มง่ายจัง

เอ๋า ปั๊ดติโธ่....






จากนั้นเราก็ลงเรือกันต่อค่ะ

บนเรือมีแม่ค้ามาขายไข่มุก งานนี้บันเทิงเริงใจคุณนายแม่กับน้าๆ เลยค่ะ

คนละเส้น สองเส้น ราคาชิ้นละ $8 (ต่อแล้วนะคะจาก $15)

นั่งเรือชมวิวได้อีกนิดเดียว ขึ้นฝั่งพอดีกับเวลา 4 โมงเย็น






รอรถบัสมารับแถวๆ ท่าเรือ มีโรงแรมตรงท่าเรือด้วยค่ะ

ซักพักมีแม่ค้าขายสร้อยมุกเดินมาขายกลุ่มเราต่อ

เค้าคงเล็งเห็นแม่กับน้าๆ แหง เดินตามมาตื้อกันหลายคนเลย

พูดภาษาไทยได้ด้วยนะคะแม่ค้าแถวนี้ รับเงินบาทด้วย

ตื้อเก่งมากมาย เดินหนีแล้วก็ยังเดินตาม

สุดท้ายเลยได้สร้อยข้อมือมาอีก 9 เส้น เอามาฝากสาวๆ ที่ทำงานค่ะ

ซื้อไปหลายชิ้นแล้ว แม่ค้ายังคงตื้อเรากันอีก

เราทำอะไรไม่ถูก เลยเอามือปิดหน้า ส่ายหัวดุกดิกลูกเดียว

แอบมองแม่ค้าว่าไปกันหรือยัง เค้ายังมายืนขำเราอีกแน่ะ ชิๆๆ

พอรถมา เราก็ขึ้นรถบัสเข้าเมืองกันค่ะ หลับยาวจนถึงฮานอยเลย

ถึงโรงแรมประมาณทุ่มนึงได้ คุณแฟนจ่ายทิปพ่อเป็ดไป $10

แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันพักก่อนจะออกไปหาไรกินกัน ^^






ก่อนมาฮานอย น้าได้ข้อมูล (จากไหนไม่รู้) มาว่า

เฝอเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ใส่กะปิ ซึ่งพวกเราก็คิดกันว่า รสชาติมันคงแหม่งๆ

แต่พอเมื่อเช้าได้กินเฝอที่โรงแรมแล้วเกิดอาการติดอกติดใจกันใหญ่

มื้อเย็นเราเลยออกตามล่าหาเฝอกินกันต่อค่ะ

เดินออกมาจากโรงแรม ไปทางโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ (จุดที่ 7)

หลังโรงละคร ใกล้ๆ สี่แยกที่มีร้านขายรองเท้ากันเยอะๆ

มองตรงไปเห็นร้านเฝอใหญ่พอสมควร เดินเข้าร้านไปพนักงานที่นี่พูดไทยได้ด้วยค่ะ

แม่กับน้าเลยสนุกกันใหญ่ ตอบโต้กับเค้าเป็นภาษาไทย

สุดท้ายเลยสั่งเฝอมากินกันค่ะ อร่อยสู้ที่โรงแรมไม่ได้ แต่ก็พอโอเค

น้องชายสั่งะหมี่ผัด ได้มาหน้าตาแบบนี้ ส่วนของคุณแฟนเป็นข้าวอะไรซักอย่าง

ค่าเสียหายมื้อนี้ 240,000 ดองค่ะ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 480 บาท/ 6 คน






จากนั้นเราก็ไปเดินเล่นกันต่อ คืนนี้ไม่มีถนนคนเดินแล้ว

เราก็เดินดูของตามร้านค้าแถวๆ หลังโรงละครหุ่นกระบอก

ที่เค้าเรียกกันว่า ถนน 36 สาย

แม่กับน้าๆ เจอร้านที่ถูกใจจนได้ ร้านขายผ้าไหมค่ะ

คนขายน่ารักดี ยิ้มแย้มแจ่มใส อายุรุ่นแม่เราแล้ว

คุยกันเพลินเลย สุดท้ายแม่ช้อปกระเป๋าผ้าไหมไปหลายใบ

ส่วนเราเองก็ได้กระเป๋าสตางค์ไปฝากแม่คุณแฟน ราคา 25,000 ดอง (50 บาท)

ผ้าพันคอฝากลูกค้าและเจ้านายน้อย ราคาผืนละ 50,000 ดอง (100 บาท)

ภาพปักทั้งผืนฝากเจ้านายใหญ่ ราคาผืนละ $13

ช้อปปิ้งกันเสร็จเราก็เดินกลับโรงแรมค่ะ

จากร้านขายผ้าไหม (จุดที่ 8) เดินกลับมาที่โรงแรม (จุดที่ 9) ใช้เวลาเดินไม่นานค่ะ






จุดที่ 9 ที่แวะก่อนเข้าโรงแรม คือ ร้านขายขนมหวาน

ขนมหวานร้านนี้มีบัวลอยน้ำขิง อยู่ในหม้อที่ตั้งไฟอยู่ค่ะ

และผลไม้ราดนมข้นโปะน้ำแข็งไส

ผลไม้หลากชนิดนอนรออยู่ในแก้ว

เราว่าอร่อยดีนะ หวานๆ เย็นๆ ชื่นใจดี

คุณแฟนบอกว่า มันคือ ไอซ์มอนสเตอร์ บ้านเรานั่นเอง อิอิ






ของหวานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับโรงแรมกัน

เราเกิดอยากกินกาแฟก่อนนอนขึ้นมาอีก (เป็นโรคติดกาแฟค่ะ)

น้าพกกาแฟซองๆ มาด้วย เราก็เลยไปขอน้ำร้อนที่ล็อบบี้ข้างล่างค่ะ

ได้มา 1 กระติกในราคา $1 โอเคๆๆ รับได้ มะมีปัญหา






แก้วน้ำที่นี่หนาพอสมควร ใส่น้ำร้อนได้

ช้อนคนกาแฟไม่มี ทำงัยดี หันรีหันขวาง

เปิดตู้เย็นเห็นทางโรงแรมเตรียมมีดปอกผลไม้ไว้ให้ในตู้เย็น

เราก็เลยจัดการเอามาเป็นช้อนกาแฟฉุกเฉินซะเรย เอิ๊กก

รอดตายแว้ววว ชงกาแฟกินกับขนมเค้กที่ซื้อจากเมื่อวานนี้ค่ะ ^^

กินเสร็จ อาบน้ำนอนเลย เก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้ต่อ




Create Date : 11 มกราคม 2553
Last Update : 16 มิถุนายน 2554 17:30:52 น.
Counter : 488 Pageviews.

0 comment
1  2  

chicken demon
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



Friends Blog
[Add chicken demon's blog to your weblog]