วันซ้อมรับปริญญาของคนใกล้ตัว ที่ ม.กรุงเทพ
..... เมื่อหลายปีก่อน

เรากับคุณแฟนเรียนต่อปริญญาโท ที่ ม.กรุงเทพด้วยกัน (แต่คนละคณะ)

เราจบมาได้หลายปีแล้ว ในขณะที่คุณแฟนขอใช้สิทธิเรียน ป.โทเต็มที่ 5 ปีจบ

เหตุเพราะงานเข้าตลอดเวลา เรียนน่ะ จบหลักสูตรไปตั้งแต่สองปีแรกแล้ว

แต่งานวิจัยนี่สิ พี่ท่านเล่นทำเต็มที่ ใช้เวลา 3 ปี .... นานขนาด

และในที่สุด เมื่อถึงเวลา (เพราะอาจารย์ไล่บี้ชนิดที่ว่า ส่งงานวิจัยได้แล้วววว

จะหมดเวลาแล้วววว ถ้าไม่ส่งจะตัดชื่อออกจากทะเบียนแล้วนะเฟ้ย)

คุณแฟนของอะฮั้น ก้อสามารถเรียนจนจบจนได้ค่ะ

ณ มหาวิทยาลัยที่คุ้นเคย (ของเรา เพราะเรียนที่นี่ตั้งแต่ ป.ตรียัน ป.โท

ในขณะที่คุณแฟนจบ ป.ตรีมาจาก คณะวารสาร ม.ธรรมศาสตร์

แต่มาต่อโท ที่เดียวกับเรา ชิๆ เรียนตามเรานั่นเอง โฮะ โฮะ )






วันนี้เป็นเพียงวันซ้อม ต้องมาที่กล้วยน้ำไท เราสองคนมาถึงมหาลัยกันแต่เช้า

มาถึงเราก้อจับคุณแฟนทาแป้งซักนิดกันหน้ามัน






หน้าพร้อมแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ครุยให้เรียบร้อย






ได้เวลาเข้าหอประชุมไปซ้อมรับพอดี เราก้อนั่งเม้าท์แตกกับเพื่อนเค้าที่จบไปก่อน

จนได้เวลา ก้อทยอยกันลงมาเป็นกลุ่ม

MACA-EM รุ่นที่ 1 ของ ม.กรุงเทพที่ยังคงค้างปีแบบคุณแฟนของเรา

มาจบพร้อมกันในปีนี้ (เพราะเป็นปีสุดท้ายแล้ว มหาลัยจะคัดชื่อออกแล้วถ้าไม่ส่งวิจัย)






ลัลล้ากันสุดฤทธิ์ จบซักทีจ้า






สามทหารเสือที่มี advisor ท่านเดียวกัน มาจบพร้อมๆ กันเลย ^^












ไม่ได้ถ่ายรูปกันเยอะ เพราะรับใบที่สองแล้ว






บ่ายๆ ก้อชวนกันกลับ ไปหาอะไรกินแถวมหาลัยก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน






และในที่สุด ..... น้องหมีครุยปกแดง (ตัวแทนของเราที่จบปี 52 MBA)

วางอยู่ที่บ้านมาเนิ่นนาน ก้อได้เจอคู่ซะที หลังจากที่รอมาหลายปีดีดัก

..... น้องหมีครุยน้ำเงิน (ตัวแทนของคุณแฟน MACA-EM) ได้มาอยู่บ้านแล้วจ้า ^^





Create Date : 30 มกราคม 2555
Last Update : 30 มกราคม 2555 0:51:30 น.
Counter : 862 Pageviews.

0 comment
ปีใหม่ ..... ทำอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเอง (ตอน อาหารมื้อเช้า โจ๊กข้าวโอ๊ต)
ปีใหม่ทั้งที ในปีนี้ตั้งใจว่าจะทำอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองบ้าง

เช่นว่า ดูแลใส่ใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม รักตัวเองให้มากกว่าเดิม

สนใจอาหารการกิน การพักผ่อน การออกกำลังกาย เรื่องของตัวเราเอง

จริงๆ มันก้อเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนดูแลตัวเองเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว

แต่เราละเลย ไม่ได้สนใจ ใส่ใจตัวเองจริงจัง

และเมื่อปีที่แล้วได้ไปตรวจสุขภาพ เริ่มรู้สึกตัวว่า เราไม่ดูแลตัวเองบ้างเลย

พอมาปีนี้ ไม่ได้การแระ ควรเริ่มก่อนที่จะสายเกินไป

เริ่มจากอาหารการกินก่อนแระกัน ^^

แต่ก่อนตามใจปากมากๆๆ อยากกินอะไรก้อกินเลย

น้ำหนักจะขึ้น แคลลอรีจะมากแค่ไหนไม่เคยใส่ใจ

แต่ ณ วันนี้คงทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราเลยตั้งใจที่

จะเลือกอาหารการกินเพื่อสุขภาพตัวเองมากขึ้น เช่น

กินอาหารมื้อเช้า (ซึ่งเราไม่กินมื้อเช้ามาสิบกว่าปีแล้ว)

เริ่มทำอาหารมื้อเช้ากินเองง่ายๆ คือ โจ๊กข้าวโอ๊ต

เริ่มจากวันหยุด คืนวันอาทิตย์ก่อนนอน ต้มน้ำซุปเตรียมไว้ก่อนเลย






ได้น้ำซุปใส่หมูสับ แบ่งได้ 3 กล่อง






เอากล่องน้ำซุปเก็บไว้ในตู้เย็น แบ่งมาใช้วันละกล่อง

เช้ามาทำงานก้ออุ่นน้ำซุปในไมโครเวฟ






พระเอกของเรา ข้าวโอ๊ตค่ะ






ตักข้าวโอ๊ตใส่ลงไปในน้ำซุป 2 ช้อน






ตามด้วยออฟชั่นเสริม งาดำคั่ว





โรยหน้าด้วยงาดำ






คนให้เข้ากัน อาหารมื้อเช้าเพื่อสุขภาพพร้อมแล้วค่ะ ^^




Create Date : 11 มกราคม 2555
Last Update : 11 มกราคม 2555 17:20:10 น.
Counter : 811 Pageviews.

4 comment
กิจกรรมส่งท้ายปี 54 ต้อนรับปี 55
เผลอแป๊บๆ ใกล้จะหมดปีอีกแล้ว กิจกรรมที่เราทำเป็นประจำทุกปีในวันสิ้นปี

เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก้อเหมือนเดิมๆ กับปีที่ผ่านมา

ไปสวดมนต์ข้ามปีกับแม่ที่วัดสระเกศค่ะ




ไปหาแม่เช้าวันเสาร์ที่ 31/12/54 หอบขนมเค้กตามออเดอร์ของคุณนายไปด้วยค่ะ

แม่โทรมาบอกให้ทำขนมเค้กไปแจกเพื่อนบ้าน






ทั้งบัตเตอร์เค้ก มาเบิลเค้ก เค้กกาแฟและเค้กส้ม ..... บ้าพลังจริงๆ เลยช้านน ^^










เอาขนมให้แม่เดินไปสวัสดีปีใหม่เพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว

เราก้อออกเดินทาง ออกจากบ้านแม่เวลา 9 โมงเช้า

แหม ยังกับดูฤกษ์เดินทางเชียว อิอิ ..... วัดแรก วัดบวรค่ะ เอารถมาจอดไว้ที่นี่ด้วย






เข้าไปไหว้พระในโบสถ์กันก่อน หลังจากนั้นแม่กับน้าก้อเดินต่อไปวัดที่สองเลย






วัดที่ 2. ที่เราเดินไปกัน คือ วัดชนะสงครามค่ะ






ไหว้พระด้านหน้าวัดแล้วเดินไปไหว้ในโบสถ์

แม่กับน้าตั้งใจมาไหว้เจ้าอาวาสที่มรณะภาพไปได้ไม่นานนี้เองด้วยค่ะ






หลังจากนั้นเราก้อนั่งรถตุ๊ก ตุ๊กไปสนามหลวงกันค่ะ

ไปไหว้ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล






จากศาลหลักเมือง เดินข้ามถนนเพื่อไปวัดที่ 3. วัดพระแก้วค่ะ








ในช่วงวันสิ้นปีและวันปีใหม่ คนจะเยอะมากภายในวัดพระแก้ว

ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ต่างพากันมาไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของเรา

ที่สัดพระแก้วห้ามถ่ายภาพภายในโบสถ์นะคะ ถ่ายรูปได้แต่ภายนอกเท่านั้น






ไหว้พระแก้วมรกตเสร็จแล้ว ก้อเดินกันต่อไปวัดที่ 4. วัดโพธ์ค่ะ






แม่เกิดวันอังคารเลยได้มาไหว้พระนอน ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของแม่ที่วัดโพธ์

เป็นประจำทุกปี และได้บริจาคเงินซื้อกระเบื้องสร้างโบสถ์กันด้วยค่ะ

จากนั้นเราก้อเดินข้ามถนนกลับไปที่ท่าเตียน เจอของขายข้างทางน่ารักๆ








นั่งเรือที่ท่าเตียนคนละ 3 บาท ไปไหว้พระวัดที่ 5. วัดอรุณ หรือวัดแจ้งค่ะ






เดินเข้าไปไหว้พระในโบสถ์วัดอรุณกันค่ะ






ปกติถ้ามาช่วงเย็นๆ แม่จะชวนเดินขึ้นไปบนพระปรางค์

แต่นาทีนี้ ..... หน้าหนาว ฟ้าใส แดดเปรี้ยงขนาดนี้ ไม่ไหวค่ะ

ขอนั่งกินกาแฟให้ชื่นใจที่ด้านล่างดีกว่า






กินกาแฟให้หายร้อนเรียบร้อยแล้ว เราก้อเดินต่อไปที่ท่าน้ำของวัดอรุณ

ซื้อตั๋วเรือไปไหว้พระที่วัดกัลยาและวัดระฆัง รวดเดียวในราคาคนละ 30 บาทค่ะ






นั่งเรือมาไหว้พระวัดที่ 6. วัดกัลยาค่ะ






เดินผ่านซุ้มประตูก่อนเข้าไปไหว้พระในโบสถ์กันค่ะ






หลังจากนั้นก้อลงเรือที่หน้าวัดกัลยาอีกครั้งค่ะ






ไหว้พระวัดที่ 7. วัดระฆัง






แล้วแม่ก้อพาเดินไปที่ตลาดวังหลังค่ะ ไปหาของอร่อยๆ กินกันที่นั่น

ก่อนจะเดินเข้าไปใน รพ.ศิริราช เพราะอยากไปลงนามถวายพระพร

แต่วันนี้ถ้าโรงพยาบาลประกาศงดหนึ่งวัน อดเลย






นั่งเรือจากท่าวังหลังคนละ 3 บาทเหมือนเดิม มาขึ้นที่ท่าช้างค่ะ






นั่งรถตุ๊ก ตุ๊ก จากท่าช้างไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย






ไหว้พระวัดที่ 8 คือ วัดราชนัดดาวรวิหารค่ะ






เดินข้ามสะพานจากวัดราชนัดดาไปไหว้พระวัดที่ 9. วัดสระเกศ






ขึ้นภูเขาทอง เวลาประมาณ 3 โมงเย็น






ไหว้พระและพระบรมสารีริกธาตุในภูเขาทองกันค่ะ






แล้วเดินขึ้นไปเวียนเทียนรอบองค์ภูเขาทองด้านบน






เขียนชื่อลงในแผ่นกระดาษสีทอง แล้วใส่ลงในบาตรพระสะดือเมืองเพื่อเป็นสิริมงคล






พาแม่กับน้าไปไหว้พระเก้าวัดครบแล้วค่ะ ภายในเวลาประมาณสี่โมงเย็น

เดินลงจากภูเขาทองไปที่โบสถ์ เตรียมตัวไปหาที่นั่งสวดมนต์ข้ามปีกันค่ะ






นั่งรอเวลาที่ข้างโบสถ์กันค่ะ






จนพลบค่ำ จะได้เวลาแล้ว






เวลาประมาณสองทุ่ม พระเริ่มทำพิธีเวียนเทียนบนภูเขาทองค่ะ






เวลาประมาณสี่ทุ่ม พระเริ่มสวดมนต์ข้ามปี






และเมื่อเลยเที่ยงคืน ก้อเสร็จสิ้นพิธีสวดมนต์ข้ามปี

เราเดินกลับไปที่วัดบวรเพื่อเอารถกันค่ะ ถึงบ้านเวลาประมาณตีสอง

เสร็จสิ้นกิจกรรมส่งท้ายปี 54 ต้อนรับปี 55 กับแม่และน้าค่ะ ^^




Create Date : 01 มกราคม 2555
Last Update : 4 มกราคม 2555 16:14:44 น.
Counter : 617 Pageviews.

0 comment
วันอพยพหนีน้ำ ...... 30 ตุลาคม 2554
ณ วันที่ 30/10/54 เราอพยพมาแล้วเรียบร้อยค่ะ มีเพื่อนบ้านพายเรือมารับ

แต่เราก็ยังออกไปไม่ได้อยู่ดีเพราะเกรงว่าเรือจะจม - -"

เพื่อนบ้านเลยพายเรือไปที่หน้าหมู่บ้าน แล้วติดต่อเรือรับจ้างให้มารับเราแทน

ส่วนตัวเค้าเองต้องพายเรือกลับไปที่จอดรถตรงถนนมอเตอร์เวย์

(พายเรือผ่านทุ่งนาไปทางหลังโรงเรียนแย้มสอาด) เห็นว่าใช้เวลาพายประมาณ 3 ชม. แม่จ้าวว

........ ฮีโร่ของเราค่ะ เพื่อนบ้านผู้มีน้ำใจ ซึ้งจริงๆ เลย เห็นใจกันในยามยากจริงๆ






สภาพบ้านในวันที่อพยพ

ต้นไม้ที่ปลูกเองกับมือแทบทุกต้นกลายเป็นไม้ใต้น้ำ

ต้นไม้ที่คิดว่าจะรอด คือ ดอกบัว ยังมีการออกดอก ณ เวลานี้อีกแน่ะ ^^






สัมภาระเตรียมตัวอพยพ กล่องเสื้อผ้าและกล่องโน๊ตบุค

ระหว่างรอเรือมารับ คนที่บ้านเดินดูปลานิล ปลาทับทิมที่ว่ายเข้ามาในบ้านเราค่ะ

ไม่รู้มาจากไหน เป็นฝูงเลย






และในที่สุด เรือรับจ้างก็มารับเราแล้ว ^^

นั่งเรือรับจ้างที่ติดเครื่องยนต์ นั่งได้ประมาณ 6 คนค่ะ

....... สภาพในหมู่บ้าน ณ เวลานั้น






บริเวณหน้าหมู่บ้านค่ะ






ทุ่งนากลายเป็นทะเลสาป






น้ำท่วมที่ถนนคลองสี่ จนรถเล็กวิ่งไม่ได้

ระหว่างทางเจอคนกำลังอพยพตลอดทาง

อาศัยรถใหญ่บ้าง นั่งเรือยนต์รับจ้างบ้าง เดินลุยน้ำบ้างและบางทีก้อจูงๆ ลากๆ กันไป ^^






นั่งเรือมาเกือบชั่วโมงค่ะ ถึงแม้จะเป็นเรือยนต์แต่ขับเร็วไม่ได้

เกรงใจชาวบ้านเดี๋ยวมีคลื่นน้ำกระทบกัน ในที่สุดก็เห็นทางออกลำลูกกาแล้วค่ะ

เรือเลี้ยวไปส่งในบิ๊กซีเอ็กตร้า หรือคาร์ฟูร์เก่า

น้องชายมาจอดรถรออยู่แล้ว

ช่วยกันขนของขึ้นรถ มีทั้งกล่องเสื้อผ้า กล่องโน๊ตบุค

และกล่องใส่ปลาคาร์ฟ (ฝาสีเขียว) ที่เราพาอพยพมาด้วยกันค่ะ

เพื่อนข้างบ้านซื้อออกซิเจนผงมาฝากตอนที่พายเรือเข้ามารับเรา

เลยช่วยชีวิตน้องปลาของเราทั้ง 8 ตัวได้

ตอนที่นั่งเรือออกมาจากหมู่บ้าน เห็นปลาคาร์ฟของบ้านอื่นๆ

หลุดบ่อมาลอยเท้งเต้งตายหลายตัวเลย คาดว่าจะเจอน้ำเสียเข้าไปปลาเลยตาย น่าสงสารอ่ะ






จากนั้นเราก็นั่งรถลุยน้ำกันออกมาที่ถนนลำลูกกาค่ะ

ปากทางคลองสี่ที่ถนนลำลูกกา หน้าปากซอยวัชรพล ระดับน้ำสูงมาก

ระดับน้ำที่ถนนสูงจนน้ำซึมเข้ามาในรถเลย เรานั่งๆ อยู่พอเห็นน้ำท่วมขาร้องเลยอ่ะ

น้องชายบอกว่า ไม่เป็นไร ลุยเลยเจ๊ ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว

ขับมาเรื่อยๆ เจอคนที่เดินลุยน้ำข้างทางก็เปิดหน้าต่างตะโกนบอกไปเรื่อยว่า

ไปบางนา ใครจะไปกระโดดขึ้นกระบะมาเลย แป๊บเดียว เต็มรถเลยค่ะ ^^

ฝั่งถนนด้านขาออกไปทางลำลูกกา ระดับน้ำสูงมาก

น้องชายเลยต้องขับรถสวนเลนมาอีกฝั่งนึงแทน

จนถึงทางออกวงแหวนมอเตอร์เวย์ ถึงเห็นภาพถนนแห้ง

คนละเรื่องกับที่ผ่านมา เพราะเห็นภาพคลองมาตลอดเป็นสัปดาห์

มาอยู่บ้านแม่ที่บางนาแ้ห้งสนิทอย่างกับอยู่คนละโลกจริงๆ ค่ะ

ปล. ณ วันนี้ (วันเสาร์ที่ 5/11/54) เราโทรถาม รปภ.ที่หมู่บ้านแล้วนะคะ

ระดับน้ำในหมู่บ้านลดลงไปแล้วประมาณ 5 เซนต์

แต่ไม่รู้ว่าจะลดลงอีกมั๊ย หรือจะเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า จากข่าวที่ได้รัยในวัน - 2 วันนี้

ทั้งเรื่องบิ๊คแบ็ก ทั้งเรื่องปิดประตูน้ำ ทั้งเรื่องน้ำเหนือกำลังลงมาหาลำลูกกา

จะเป็นยังงัยต่อ ..... ไม่รู้เลยจริงๆ - -"






ตอนนี้เราเลิกเครียดแล้ว

จริงๆ ช่วงที่เครียด คือ ช่วงที่ "เฝ้าระวัง" น่ะค่ะ

นอนชั้นล่าง คอยดูน้ำที่หน้าบ้าน นอนไม่ค่อยหลับเลย

พอน้ำมาท่วมหมด ย้ายของขึ้นชั้นสอง นอนเปิดแอร์หลับสนิทอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ

ว่าน้ำมาแล้ว ท่วมแล้วเรียบร้อย เอิ๊กกกกก

นี่ติดที่ว่า ต้องออกมาทำงาน ไม่งั้นเราก็ไม่ย้ายออกมาหรอกค่ะ

เพราะอยู่ชั้นสองได้ ห้องน้ำก็ยังใช้ได้ น้ำยังมี ไฟยังมี ไม่โดนตัดน้ำ ตัดไฟ

ติดอยู่เรื่องเดียว คือ ไปไหน มาไหน ไม่สะดวก

หลังน้ำลดแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าจะปีหน้าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกมั๊ย

จะได้ไม่ซื้อแล้ว รถคันที่สองของบ้าน เปลี่ยนไปซื้อเรือดีกว่า

พูดจากใจจริงไม่ได้ประชดเลยนะคะ เพราะจะได้ปรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

ถ้าน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แบบถึงฤดูน้ำหลากก็เอารถเก็บ เอาเรือออกมาใช้แทน

ถ้ารู้ล่วงหน้าแบบนี้จะได้ปรับตัวปรับใจ ไม่วุ่นวายกับชีวิตเลยจริงๆ เนาะ ^^



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2554 17:28:04 น.
Counter : 528 Pageviews.

4 comment
ชีวิตติดเกาะ ..... 28 ตุลาคม 2554
เมื่อคืนวันก่อน

ได้รับโทรศัพท์จากทาง ม.นอร์ท ที่คลอง 4 ให้ไปดูรถค่ะ เพราะน้ำเริ่มซึมมาแล้ว

เมื่อวานนี้เรากับคนที่บ้านเลยตัดสินใจเดินลุยน้ำไปหน้าหมู่บ้าน เพื่อไปหารถต่อเข้า ม.นอร์ทค่ะ

..... สภาพหน้าบ้าน ณ หมู่บ้านพฤกษ์ลดา 2 รังสิต คลอง 4 เมื่อวานนี้ช่วงเช้า






เดินลุยน้ำไป ระดับน้ำยังอยู่ไม่ถึงหัวเข่า

(คนใกล้ตัวที่บ้านงัดเอากระเป๋ากันน้ำเวลาไปเที่ยวทะเลออกมาใช้ซะเลย ^^)






ค่อยๆ เดินลุยน้ำกันไป ผ่านวงเวียนที่อยู่ปากซอยบ้านเรา

ณ ที่ตรงนี้ เคยเป็นสวนสาธารณะ มีสนามหญ้าสวยๆ

แต่ตอนนี้กลายเป็นทะเลสาปย่อมๆ ไปแล้ววววว






ใช้เวลาเดินลุยน้ำกันนานมาก กว่าจะมาถึงทะเลสาปของจริงที่อยู่กลางหมู่บ้านเล่นเอาเหนื่อยเลยค่ะ






ทะเลสาปของจริงกับถนนในหมู่บ้านรวมกันเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว

ถ้าเดินไม่ระวัง หรือไม่คุ้นทางมีสิทธิเดินอยู่ดีๆ ตกบ่อน้ำทะเลสาปของจริงไปเลยนะนั่น - -"

........ ฝูงเป็ดกลางทะเลสาป ..... เพิ่งสังเกตุตัวสุดท้าย เป็ดจมน้ำ






เหลือแต่หัวโผล่พ้นน้ำมาจึ๋งเดียว (ณ เวลานี้ คาดว่าเป็ดจะดำน้ำไปแล้วแน่ๆ)






ทางเดินอีกยาวไกล ไปหน้าหมู่บ้านค่ะ

กว่าจะเดินมาถึง เล่นเอาเหนื่อยเลยค่ะ เป็นชั่วโมงได้






มองไปทางซ้ายมือ ทางไปถนนองครักษ์ รอเรือรับจ้างค่ะ แต่รอนานมากกกกกก

สุดท้ายเลยตัดสินใจโทรไปคุยกับทางมหาลัยถึงสถานการณ์น้ำ

และก็ได้คำตอบว่า แม้ว่าจะไปถึงมหาลัยก็เอารถออกไม่ได้อยู่ดี เพราะทางออกเส้นรังสิต-นครนายก

รถเล็กวิ่งไม่ได้แล้ว ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรดี คิดไม่ตก

เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า จะหาอิฐและแม่แรงมาช่วยยกหนุนรถให้ก่อน แต่คงไม่สูงมากนัก

แค่ให้พอสูงขึ้นบ้างซักนิดก็ยังดีเนาะ ...... ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ ม.นอร์ท มากๆ เลยค่ะ






ตัดสินใจเดินลุยน้ำกลับบ้านดีกว่าค่ะ หันกลับมา .... โอ้วว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นนะเนี่ย

สมาชิกในหมู่บ้านบางคนเริ่มเอาเรือออกมาใช้ภายในหมู่บ้านแล้วค่ะ






กว่าจะมาถึงบ้าน ใช้เวลาเป็นชั่วโมงค่ะ

ช่วงเย็นๆ ออกมาดูที่หน้าบ้านตัวเอง น้ำเพิ่มสูงขึ้นที่ความสูงครึ่งถังขยะแล้วค่ะ






ภาพในสวนหน้าบ้าน .... เห็นแล้วคอตกทันที






ระดับน้ำ ณ วันนี้ (28/10/54) ..... สูงขึ้นจนเริ่มซึมเข้าตัวบ้านแล้วค่ะ






จนถึงเวลานี้ ..... ชั้นล่างของบ้านเรา น้องน้ำกระชับพื้นที่ยึดไปเรียบร้อยแล้วค่ะ - -"






ส่วนในครัวไม่ต้องพูดถึงเลย น้องน้ำซึมเข้ามาแต่เช้าเป็นที่แรกของบ้าน

เข้ามาทางท่อน้ำที่เคยต่อกับเครื่องซักผ้า ทั้งๆ ที่เราป้องกันแล้วนะคะแต่เอาไม่อยู่

คนที่บ้านแกะเอาหน้าบานบิ้วอินครัวออกไว้ก่อน ส่วนที่เหลือที่ต้องแช่น้ำก็ได้แต่ทำใจค่ะ ^^






คนที่บ้านยังขนของไม่เลิกค่ะ ทั้งๆ ที่เป็นบิ้วอิน แต่พี่ท่านก็งัดแงะถอดออกเอาจนได้






เริ่มเป็นห่วงน้องปลาคาร์ฟที่เลี้ยงไว้ค่ะ ถึงจะมีตาข่ายกั้นบ่อ

แต่ถ้าน้ำเสียไหลลงบ่อเค้าก็ตายกันอยู่ดี

คนที่บ้านเลย DIY เท่าที่จะทำได้ในเวลานั้น ช่วยชีวิตปลาก่อนค่ะ

ห้องน้ำชั้นบนกลายเป็นศูนย์อพยพน้องปลา กล่องใส่เสื้อผ้าของเรากลายเป็นบ้านชั่วคราว

คนที่บ้านถอดเอาผ้าม่านในห้องน้ำรองบ่อกันรั่วซึม แล้วถอดน้ำพุอันน้อยๆ ที่ประตูทางเข้าบ้าน

ใส่ลงในบ่อปลาชั่วคราว เป็นออกซิเจนให้ปลาชั่วคราวค่ะ






แล้วค่อยไปช้อนปลาจากบ่อมาไว้ที่นี่แทน ดูไปดูมา เหมือนร้านขายปลาเลย - -"

น้องปลาทั้งแปด ร่าเริงแข็งแรงดีค่ะ อยู่ในบ่อชั่วคราวแบบนี้มาคืนนึงแล้ว ก็ยังโอเคดีอยู่






ประตูหน้าบ้านของเรามีทั้งเทปและซิลิโคนยังเอาไม่อยู่เลย น้องน้ำยังแทรกซึมเข้าตัวบ้านจนได้

ส่วนเทอเรสหน้าบ้านที่มีกระสอบทรายกั้นเป็นเมืองหน้าด่านก่อนก็ไม่สามารถ

น้ำสามารถทะลุแทรกตัวมาได้ เทอเรสบ้านเราเลยกลายเป็นบ่อน้อยๆ ซะงั้น

เห็นแล้ว งงๆ บ่อปลาคาร์ฟของช้านอยู่ข้างบ้านไม่ใช่เรอะ ไหงมามีบ่อน้ำหน้าบ้านแทนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย - -"






หลังจากที่น้ำท่วมบ้านชั้นหนึ่งไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ย้ายข้าวของขึ้นชั้นสองไปแล้ว

เลยทำอาหารเท่าที่มีในช่วงนี้ไปก่อน

เตาแก๊สปิคนิคที่มีเตรียมสำรองไว้ในเวลาที่โดนตัดไฟ

ตอนนี้ไฟยังไม่ถูกตัด เราเลยทำอาหารด้วยไมโครเวฟ ..... ไข่กระทะ ค่ะ

ดาวไข่ด้วยน้ำในไมโครเวฟ






ไข่ดาวเสร็จแล้ว ใส่จานรอเลยค่ะ






หั่นหมูยอที่มีในตู้เย็นเตรียมไว้ แล้วเอาไปเวฟให้สุก






กุนเชียงก็เหมือนกันค่ะ เอามาหั่นใส่เวฟให้สุก






เวฟทุกอย่างสุกแล้ว เอาลงจานเลยค่ะ มีของแค่นี้เลยเป็นไข่กระทะเฉพาะกิจค่ะ






มีซุปกระป๋อง ซื้อติดครัวไว้นานแล้ว เอาไว้อุ่นกินเวลาที่ทำงานดึกๆ

นาทีนี้ ซุปกระป๋องพวกนี้มีประโยชน์ขึ้นมาทันที

เปิดฝาพลาสติก จะเจอช้อนซุปด้วยค่ะ






เปิดฝากระป๋องออก เอาเข้าไมโครเวฟได้เลยประมาณ 1 นาที ซุปก็พร้อมแล้ว






เครื่องดื่มมื้อเช้า ชาสำเร็จรูปและกาแฟสำเร็จรูปค่ะ

เสียบกระติกน้ำร้อน ชงกาแฟคาปูชิโน แบบสำเร็จรูป ^^






เสร็จแล้ว สำหรับอาหารเช้า ..... ชีวิตติดเกาะ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2554 15:34:31 น.
Counter : 1145 Pageviews.

5 comment
1  2  3  

chicken demon
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



All Blog
Friends Blog
[Add chicken demon's blog to your weblog]