Cute Pretty Beautiful Gorgeous Fabulous Drama Queen 
   
  
This is so "Cherry Lala"

เปิดเก๊ะเครื่องสำอางค์

วันนี้ขอเปิดเก๊ะเครื่องสำอางค์ในครอบครองหน่อยนะคะ ในเก๊ะที่เห็นนี่เป็นส่วนนึง จริงๆ ยังมีที่เก็บไว้ตามตู้เย็น กระเป๋า และที่อื่นอีกมากมาย ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะซื้อมาทำไมเยอะแยะ หน้าก็มีอยู่หน้าเดียว ที่มีอยู่นี่ใช้ถึงตอนเกษียณก็ยังไม่น่าจะหมด แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดซื้อได้เลย ก็อย่างว่าแหละนะคะ เกิดเป็นผู้หญิง...อย่าหยุดสวย 55555

images by free.in.th

อีกซักมึมุมนะคะ
images by free.in.th




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 5 กันยายน 2554 14:46:17 น.
Counter : 386 Pageviews.  

My Anna Sui

วันนี้จะขอเสนอเครื่องสำอางค์ Anna Sui เนื่องจากก่อนที่เราจะเห่อซื้อ benefit นั้น เราก็กำลังบ้าซื้อป้าซุยสุดฤทธิ์ ซึ่งก็ได้รับอิทธิพลมาจากแก็งค์เพื่อนสาวที่ทำงาน ที่เริ่มจากการลองลิปสติกของเพื่อนก่อน แล้วเพื่อนอีกคนก็ไปซื้อตามพร้อมด้วยแป้งอีก 1 ตลับ พอเราได้ลองแป้งก็อยากได้มั่ง ประจวบกับมีญาติผู้ใหญ่ใจดีกำลังจะไปเมืองนอกเลยฝากซื้อซะ ขอแนะนำท่านที่คิดจะซื้อเครื่องสำอางค์ Anna Sui ไว้เลยนะคะว่าใน Duty Free ถูกกว่าซื้อห้างเยอะมากกกกกกก (โดยเฉพาะแป้ง)
images by free.in.th

เกริ่นมาเยอะแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ขอเริ่มจากแป้งก่อนเลยแล้วกัน Pressed Powder no.700 เป็นแป้งไม่ผสมรองพื้นที่บางสุดๆ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบลงรองพื้นหนาเหมือนเรา ดูเหมือนไม่ได้ทาแป้ง ธรรมชาติสุดๆ และที่พิเศษอีกอย่างคือ แป้งสีนี้ (no.700) สามารถใช้ได้กับทุกสีผิวจิงๆ อันนี้พิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง เนื่องจากเรา (ผิวสองสี) แม่เรา (ผิวคล้ำ) และเพื่อนเรา (ผิวขาว) ใช้แป้งเบอร์เดียวกันได้ เจ๋งสุดๆ แต่แป้งกับตลับต้องซื้อแยกกันนะ ถ้าซื้อตลับในห้างก็เกือบพันแล้ว ของเราประมาณ 400 ถูกกว่าเห็นๆ
images by free.in.th

ส่วนอย่างที่ 2 คือ Face Color Accent no. 301 เป็นบลัชออนสีสด แต่พอปัดจริงๆ สีก็ไม่ได้เข้มมากหรอก เอาจิงๆ เลยก็สีไม่ค่อยติดอ่ะ เราว่าไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ น้อยด้วย แพงด้วย รู้สึกเสียดายตังค์ แต่ชอบ packaging นะ ยอมรับเลยนะว่าเป็นคนซื้อเครื่องสำอางค์โดยดูจาก packaging (ดูไร้สาระเนอะ แต่มันห้ามใจไม่ได้จิงๆ ง่ะ) และ Anna Sui ก็เป็นหนึ่งในยี่ห้อที่ออกแบบได้น่ารักน่าใช้สุดๆ เราก็เลยต้องสอยมาเชยชมซะให้หายอยาก หุหุ
images by free.in.th

ต่อมา คือ ลิปสติก Sui Rouge no.400 อันนี้ประทับใจนะ ดูจากสีจริงอาจจะคิดว่าเป็นสีแดงสด แต่พอทาแล้วก็จะเป็นลิปสติกที่เหมือนลิปมันมีสีแดงเรื่อๆ เหมาะกับการแต่งหน้าสไตล์สาวญี่ปุ่นเกาหลีคิกขุแอ๊บแบ๊วสุดฤทธิ์
images by free.in.th

ซึ่งก็ต้องมาต่อกันที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ Sui Lip Gloss no.305 (ลืมถ่ายรูปให้ดูชัดๆ ไว้มาอัพเพิ่มอีกทีน้า) เราฝากเพื่อนคุณแม่ซื้อจากญี่ปุ่น สรุปคุณน้าที่น่ารักเลยซื้อมาให้เป็นของฝาก (ชอบๆ ของฟรี555) แต่ลองถามราคา น้าบอกว่าไม่ต่างจาก Duty Free เมืองไทยเท่าไหร่ แถมหาซื้อยากด้วย ทั้งที่เป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ในที่สุดก็ต้องซื้อที่ Duty free นาริตะ (อันนี้เราก็ฟังมาจากคำบอกเล่าอีกทีอ่ะนะ)
เข้าเรื่องดีก่า ตัวนี้เป็นลิปกลอสใสสีชมพูวาวระยับผสมด้วยกากเพชรวิบวับนิดๆ ยิ่งใช้คู่กับลิปสติกด้านบน ปากจะเด้งมาก สามารถเห็นปากได้ตั้งแต่ 200 เมตรก่อนถึงตัว 555 เริ่ดจิงๆ อันนี้ ทาครั้งเดียวปากเด้งทนนาน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบ อ้อ! ลืมบอกไป เครื่องสำอางค์ Anna Sui ทุกชนิดมีกลิ่นของดอกกุหลาบ ถ้าคนชอบก็โอเค แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบกลิ่นกุหลาบเหมือนเรา ก็จะแสลงใจทุกทีที่ใช้ แม่เรายังคิดว่าแป้งเราเหม็นหืนเลย T_T

หลังกลับจากมาเก๊าก็ได้สินค้าที่เป็น Wish List ของเรามานาน นั่นคือ Anna Sui Loose Powder กระปุกใหญ่เบิ้ม อันนี้แอบชอบ Package อีกแล้ว พอเอาไปวางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วดูหรูขึ้นมาในทันที และจากคำแนะนำของยัยชมพู่ บอกว่าใช้ดี ใช้ทน ใช้นาน บวกกับที่เคยใช้ Pressed Powder ก็ติดใจในความบางใสเป็นธรรมชาติ เลยเล็งๆ ไว้ว่าจะซื้อตุนเอาไว้ประดับบารมีคอนโดใหม่ เอาไว้ใช้ตอนเช้าแต่งหน้าก่อนมาทำงาน ซื้อสีเดิม No.700 เพราะใช้ได้ทุกวัน ไม่กล้าใช้ตัวมีวิ้ง กลัวหน้าวาวเกิน เรื่องราคาก็เหมือนเดิมต้องซื้อใน Duty free เท่านั้น เราได้ลด 20% เหลือประมาณ 1,100.- ถูกกว่าในห้างเป็นพัน สอยโลดไม่ต้องคิด

images by free.in.th

จิงๆ ก่อนหน้านี้เคยฝากน้องเพื่อนพี่ที่ทำงานซื้อ (งงได้อีก! 555) เค้าทำงานที่บริษัทนำเข้า Anna sui เลยสามารถซื้อได้ในราคาพนักงาน แต่จากที่เราดู List ที่เค้าส่งมาให้ เดาว่ามันคือ List ของงานเซลล์ดีๆ นี่เอง เพียงแต่ว่าพนักงานอาจจะมีสิทธิ์ซื้อได้ก่อนมั้ง? (เดาตลอด) ตอนแรกที่นั่งเลือกของในลิสต์ เราก็ว่าเราสั่งถูกนะ เพราะในใบมันเขียนว่า Loose Powder ราคาประมาณ 900.- เห็นปุ๊บตาลุกวาวกันเลยทีเดียว รีบเขียน Order แทบไม่ทัน เพราะอย่างที่บอกใน DF (ขอใช้ตัวย่อนะคะ ขี้เกียจพิมพ์) ลด 20% แล้วยังอยู่ประมาณพันกว่าๆ ราคานี้จึงถูกมากกก แต่พอได้ของที่สั่งมา งงมากมาย


เนื่องจากว่ากล่องมันเล็กมากผิดปกติ พอแกะกล่องดู ก็งงหนักกว่าเดิม เนื่องจากว่ามันกลายเป็น Refill ซะงั้น


เราก็เลยถามเค้าอีกทีเพื่อความชัวร์ ปรากฏว่ามันเป็นตัว Loose Compact Powder UV สำหรับตลับแบบพกพาตัวใหม่ นั่น! โดนเข้าไปหนึ่งดอก แล้วทำไมไม่เขียนให้มันละเอียดๆ ฟะ? ตอนแรกก็เลยกะว่าจะขายต่อ คิดไปคิดมา เก็บตุนไว้ใช้เองดีก่า (ตุนมันทั้งปีทั้งชาติ) สรุปก็เก็บไว้ แล้วยังต้องไปหาซื้อตลับเพิ่มอีก ลำบากต้องเสียตังค์เพิ่มเลย แต่ไม่เป็นไร ความสวยงามย่อมแลกมาด้วยความเจ็บปวด (หัวใจ)
แต่พอได้ตลับมาก็ไม่ผิดหวังนะ สวยงามทีเดียวเป็นตลับสีขาวมุกลายกุหลาบ ราคาใน DF ก็ประมาณ 400 กว่าๆ ไม่แพงเท่าไหร่
แต่หักคะแนนตรงความหนา ตลับใหญ่และหนาไปนิดนึง คงเป็นเพราะมันเป็นแป้งฝุ่นด้วยล่ะมั้งเลยต้องมีหลุมลึกหน่อย

เราชอบตลับแป้ง Press มากกว่า หนากำลังดี น้ำหนักเบา พกพาสะดวก แอบเอามาเปรียบเทียบให้เห็นกันจะจะ (สีดำตลับ Press Powder, สีขาวตลับ Loose Powder)



นี่ก็แอบไปเห็นตลับแป้งรุ่นล่าสุด Anna Sui Moisture Rich Powder Foundation ที่มีสาวสุดเก๋อย่าง Agyness Deyn เป็นพรีเซนเตอร์ให้


สวยงามดอกได้ใจมากๆ อยากได้แต่ไม่ชอบใช้แป้งผสมรองพื้นเติมระหว่างวัน กลัวหน้าโบ๊ะเกิน เลยต้องตัดใจ (แต่ก็ดี ไม่เสียตังค์ โฮะๆๆ )

ส่วนอันนี้ Anna Sui Deep Cleansing Oil ได้มาจาก Macao Trip เช่นกัน ด้วยความงก ต้องการกักตุนสินค้าไว้ในคลังแสงของเรา เผื่อบ้านเมืองเกิดกลียุคเราจะได้มี Oil เช็ดเครื่องสำอางค์ไว้ใช้ไม่ขาดแคลน ดีไม่ดีเอาไว้เก็งกำไรเวลาออกขายทอดตลาด น่าจะกำไรดี เหอๆๆๆๆ (คิดบ้าอะไรเนี่ย?)
images by free.in.th

สาเหตุที่ซื้อส่วนนึงมาจากแพคเกจอีกแล้ว ขวดเป็นพลาสติกสีม่วงพาสเทล ด้านบนเป็นหัวปั๊มสีดำสุดน่ารัก ดูเหมือนขวดน้ำหอมโบราณ วางไว้ในห้องคงจะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงในยุค Renaissance (เพ้อเจ้อได้อีก) แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้เปิดใช้เลย เพราะบอกแล้วว่าซื้อมาตุนๆๆๆๆ จนตอนนี้ห้องนอนกลายเป็นที่เก็บของไปแล้ว 55555

สำหรับใครที่คิดจะซื้อป้าซุยใช้ก็ลองเอาไปพิจารณาดูดีๆ เพราะบางอย่างก็ไม่แนะนำ แต่บางอย่างก็เริ่ดซะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้คราวหน้าจะมีผลิตภัณฑ์อะไรมาแนะนำกันอีก ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคร้าบบ...พี่น้องคร๊าบบบบ





 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 1 กันยายน 2554 11:54:08 น.
Counter : 3757 Pageviews.  

My Too Faced Make Up Palette

หลังจากหายไปนานไม่ได้อัพเดทเลย เนื่องจากยุ่งๆ อยู่กับหลายๆ เรื่อง ก็จะขออัพเดทกันต่อไป คราวนี้ขอพูดถึงพวก Palette ทั้งหลาย หนึ่งในสินค้าที่ชื่นชอบมากเป็นการส่วนตัว เพราะสะดวกแก่การพกพา ทำให้เราไม่ต้องขนเครื่องสำอางค์ไปหมดตู้ ก็พร้อมสวยทั้งตา แก้ม ปาก ในอันเดียว

ขอเริ่มจากอันแรก ที่หอบหิ้วมาจากอเมริกาและชอบมากมาย คือ The Beach Bunny จาก Too Faced ด้วยโทนสีน้ำตาลทองที่สวยดูเป็นธรรมชาติ และขนาดที่กระทัดรัด เหมาะแก่การพกพาซึ่งเราเองก็มักจะเอาเซ็ตนี้ไปเที่ยวทะเลอยู่บ่อยๆ เพราะทำให้เราดูเหมือนแม่สาวชาวเกาะ

ด้วยสีตาที่มีประกายสว่างกับแก้มประกายทอง และริมฝีปากที่มีให้เลือกทั้งแบบนู้ด และแบบมีประกาย แต่งออกมาน่ารักสุดๆ (ไม่มีใครชม ชมตัวเองก้อด้าย โฮะๆ) แต่เสียอย่างเดียว ไม่มีกระจกกับแปรงสำหรับแต่งหน้าให้เลย ทำให้เวลาแต่งค่อนข้างจะทุลักทุเลซักหน่อย ถ้ามีครบจะเวิร์คมาก

ส่วนอันถัดมา The Future Lovers ก็ยังเป็นของ Too Faced เหมือนเดิม เนื่องจาก Packaging น่ารักมาก (อีกแล้ว) แต่มีขนาดใหญ่และอลังการกว่าอันแรก และที่ดีกว่าคือมีแปรงทาตากับปากเพิ่มมาให้อีก 2 อัน แต่ก็ยังไม่มีกระจกเหมือนเดิม ภายในก็จะมี Eye Shadow 3 สี สุดเปรี้ยว ทั้ง เขียว ชมพู และน้ำเงิน ทาแล้วก็สีติดเห็นชัดดี กับ Blush on สำหรับไว้ไฮไลท์ให้ใบหน้าดูมีประกาย แต่ที่เห็นแล้วอยากจะกรี๊ดสุดๆ คือ ลิปสติก 4 สี พีช แดง ทอง และชมพู ที่มีกากเพชรแบบอลังการสุดๆ ครั้งแรกที่เปิดมาเห็น สายตาหยุดอยู่ที่ประกายของลิปก่อนเลย (อยากให้เห็นของจริงจัง...เพราะมันแว้บมาก) คือถ้าทาออกมานี่คงจะเว่อร์สุดๆ น่าจะเหมาะกับแต่งหน้าแนวแฟนซีน่ะ เลยทำให้ทุกวันนี้ลิปทั้ง 4 สี ยังอยู่ครบถ้วน เพราะไม่ได้ใช้เลย ไม่กล้าอ่ะ เขิน หุหุ


อันนี้ล่าสุดค่า Glamour Revolution ของ Too Faced เจ้าเก่า เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ พอดีฝากคุณแม่แฟนซื้อที่เมกา ไปๆ มาๆ กลายเป็นคุณแม่ซื้อมาฝาก เลยได้ฟรีไม่ต้องจ่ายตังค์ (เหอๆๆ เข้าทาง)
มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า ตอนแรกที่ดูในเว็บ Sephora คิดว่าตัวนี้คงจะเหมือนรุ่นก่อนๆ ที่เคยซื้อ Palette ไม่ใหญ่มาก กะว่าจะเอาไว้พกไปไหนมาไหนได้ แต่พอเห็นของจริง โอ้วแม่เจ้า! ใหญ่และหนักมากมาย (เกิดอาการเกรงใจคุณแม่แฟนขึ้นมาในบัดดล)

เป็นเหมือนโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ เลยทีเดียว เพราะมีลิ้นชักในตัวอีกด้วย อลังการสุดๆ


พอเปิด Palette มาก็จะเจอ Bronzer สีช็อคโกแลต Blush on สีชมพูกุหลาบแสนหวานมีประกายวิ้งๆ และ Lip Glass อีก 3 สี



พอเปิดลิ้นชักมาก็จะพบกับความอลังการกำลังสองกันต่อ เพราะมี Eye Shadow บรรจุอยู่ถึง 9 สีด้วยกัน ซึ่งแต่ละสีก็สวยเก๋กันอีกแล้ว

และยังมี Shadow Insurance ที่เป็นครีมสำหรับทาก่อนลง Eye Shadow ทำให้สีติดทนนาน และไม่ทำให้เปลือกตามันเยิ้มด้วย
สิ่งที่ชอบมากของแบรนด์นี้คือ แต่ละอย่างจะมีชื่อที่แสนเปรี้ยวโลกแตกมากมาย อย่างเช่น Party girl, Boy toy หรือ I’m perfect (บ่งบอกได้ถึงความกระแดะของผู้ใช้ 555)

ส่วนความเก๋อีกอย่างคือ กระจก เพราะนอกจากจะมีลวดลายอลังการเหมือนกรอบรูปหลุยส์ติดมากับ Palette แล้ว เราสามารถแงะออกมาถือ หรือจะเอาไว้พกไปส่องตรวจเช็คความงามได้


นอกจากนี้ยังมี card สอนแต่งหน้า 3 แบบ แนบมาให้ด้วย เอาไว้หัดแต่งเอง วันหลังจะได้ไม่ต้องไปจ้างช่างมาแต่งให้ (ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คงจะเป็นไปได้ยาก T_T)

สรุปแล้วเรื่องความอลังการให้เต็ม 10/10 ส่วนเรื่องประสิทธิภาพ ให้ 8/10 หักคะแนนที่ใหญ่และหนักเกิน พกพาลำบาก ส่วนคุณภาพขอให้คะแนนแบบเดาๆ ไปก่อนเพราะยังไม่ได้ลองใช้เลย คาดว่าไม่น่าจะต่างจากเดิม ให้ 8/10 โดยขอสารภาพตามตรงว่าซื้อของแบรนด์นี้เพราะ Packaging ล้วนๆ ค่า เหอๆๆๆๆๆ ไร้สาระจิงๆ




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 มกราคม 2553 10:17:16 น.
Counter : 734 Pageviews.  

My Lip Balm & Lip Gloss


วันนี้ จะขออุทิศให้กับ “ลิปบาล์ม & ลิปกลอส” อันนี้มีที่มาจากตัวของข้าพเจ้าเองเนื่องจากเป็นสาวกลิปบาล์ม กับลิปกลอสอย่างแรง ซึ่งหลายๆ คนก็คงจะเข้าใจเราอ่ะนะว่าลิปพวกนี้สำคัญยิ่งต่อชีวิตสาวๆ ปากแห้งอย่างเรา ดังนั้นเลยทำให้เรามีลิปอยู่ในครอบครองเป็นจำนวนมากมายใช้ไม่หมด แต่ก็ยังตัดใจเลิกซื้อไม่ได้ซะที ก็เลยอยากลองเอามาลงให้เพื่อนๆได้ดูกันอ่ะนะค๊า

อันแรกอิมพอร์ตจากออสเตรเลีย ยี่ห้อ Chi Chi เป็นยี่ห้อเด็กๆ ราคาไม่แพง แพคเกจจิ้งน่ารักสุดๆ มาในกล่องเหล็กขนาดกระทัดรัด ด้านในมีลิปบาล์ม 3 สี 3 กระปุก และลิปกลอสอีก 2 สี ทุกอันจะมีกลิ่นหอมต่างกัน แต่ละอันหอมน่าหม่ำมากๆ แถมชื่อของลิปกลอสก็เปรี้ยวได้ใจ สีก็สวยงามทาแล้วไม่หนักปาก แต่อาจจะติดไม่ทนเท่าไหร่เนื่องจากความหอมเย้ายวน ทำให้เราเผลอเลียปากแผล่บๆ อยู่บ่อยๆ มันก็เรยหมดเร็วไง หุหุ

ถัดมาก็ยังคงเป็นแบรนด์จากแดนจิงโจ้เหมือนเดิม Kit เป็นลิปกลอสยี่ห้อใหม่ที่จะเน้นกลิ่นมิ้นท์ พอทาไปแล้วนอกจากจะได้สีปากสวยหยาดเยิ้มอวบอิ่มแล้ว ก็ยังจะได้ความหอมสดชื่นเหมือนเพิ่งอมลูกอมมิ้นท์ดับกลิ่นปากมาหมาดๆ 555

ส่วนอันนี้ขอแนะนำ ลิปกลอสอิมพอร์ตจากอเมริกา ของ Victoria’s Secret ค่อนข้างโด่งดังในหมู่สาวๆ เมืองไทย เนื่องจากราคาที่ไม่แพง และคุณภาพสุดเริ่ด ด้วยเนื้อลิปกลอสที่เข้มข้น ไม่ซึมเลอะออกนอกขอบปาก สีสันน่ารักมีประกายวิ๊งๆ เล็กน้อย บวกกับกลิ่นหอมของผลไม้หลากชนิด รุ่นนี้เราใช้กลิ่น Cherry Bomb หมดไปแล้ว 1 อัน ตอนนี้กำลังใช้กลิ่น Pink Lemonade แล้วว่าจะต่อด้วยรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมากลิ่น Cherry Baby และกลิ่น Fuzzy Navel ลวดลายสีสันรวมทั้งกลิ่นหอมน่ารักสุดๆ

อีกยี่ห้อที่ฮิตไม่แพ้กันก็คือ Bath & Body Works อันนี้เป็นผลพลอยได้จากการไปซื้อพวกครีมกับโลชั่น ซึ่งเป็นอันที่ฮิตจริงๆ ของเค้า เราเห็นว่ามีหลากสีหลายกลิ่นก็เลยทนความเย้ายวนไม่ไหว ต้องถอยมาลองใช้ซักหน่อย เหอๆ แต่คาดว่าไม่น่าจะต่างจากของ Victoria’s Secret เท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าจะเป็นไลน์เดียวกันผลิต (เนื่องจากในร้าน BBW มีโลชั่นของ Victoria’s ขายอยู่ด้วย เลยเดาเอา หุหุ) ที่เราซื้อมาก็จะมีกลิ่น Fruit Punch (ไม่มีในรูป), Limeade และ Cotton Candy อันแรก ให้เพื่อนแอ้มเป็นของฝากไปแล้ว ส่วนสองอันหลังนี้ซื้อมา เนื่องจากตอนนี้กำลังอยากได้กลอสใสสีอ่อนๆ เอาไว้ใช้กับลิปสี (สีลิปสติกจะได้ไม่เพี้ยน) แต่ Limeade ยังไม่ได้แกะลอง เนื่องจากของเก่าก็ยังใช้ไม่หมดเรย แหะๆ แต่อันสุดท้ายก็แกะลองเรียบร้อยแร้ว สีสันและรสชาติโอเค แต่กลิ่นเค้าบอกไว้นี่นาว่าเป็น Cotton Candy แต่ทำไมลองทาแล้วกลายเป็นกลิ่นบ๊วยซะงั้น??? เดี๊ยนไม่เข้าจายยย...ย!!

อันต่อมาเป็นลิปบาล์มกลิ่นขนม 7 สี 7 กลิ่น ของ Maidenform จากอเมริกาเหมือนกัน (อันนี้ซื้อในร้านชุดชั้นใน งงอ่ะดิ หุหุ) น่าใช้สุดๆ เนื่องจากสามารถทาได้ตลอดทั้งก่อนแต่งหน้า และก่อนนอน จริงๆ มีอีกเซ็ตนึงจะเป็นกลิ่นขนม แต่แจกเป็นของฝากไปหมดแล้ว เลยไม่มีรูปให้ได้ยลกัน ส่วนเซ็ตนี้เป็นกลิ่นไอติมรสต่างๆ มายั่วให้เราหิวเล่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นไอติมรส Strawberry Shortcake, Caramel, Lemo Meringue, French Vanilla, Mint Chocolate, Blackberry แต่ละชื่อน่ากินขนาดไหนก็ดูเอาเองแร้วกันนะค๊าทุกท่าน

ยังค่ะ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เรายังขอนำเสนอลิปกลอสอันใหม่ล่าสุดที่เพิ่งไปถอยมาจากอเมริกา ยี่ห้อ Sugar (แค่ชื่อก็หวานแล้ว) อาจจะดูเป็นยี่ห้อเด็กๆ ก๊องแก๊งหน่อย แต่ราคาก็ไม่เด็กนะ อันนี้เป็นรุ่น Shellac สี Acrylic (อ่ะ ไม่ต้องงง นี่คือชื่อสีนะจ๊ะ อย่าเข้าใจผิด ว่าเป็นสีอะคริลิคแล้วเอามาทาปาก) ตอนแรกดูสีจากภายนอกออกจะน่ากลัวซักหน่อย แต่พอทาจริงๆ สีสวยมาก ดูใสๆ เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญสุดๆ กลิ่นหอมมากกกกกกก แค่ได้กลิ่นก็อยากจะเอากรอกปากกินแล้ว (เว่อร์ไปมั้ย?) เป็นกลิ่นแบบคาราเมล แล้วพอทาปุ๊บเราก็ลองลิ้มรสดู Oh my god! หวานอร่อยจิงๆ เราเลยตัดสินใจซื้อแบบชั่ววูบภายในเวลาไม่ถึง 2 วิ. ว่าชั้นต้องมีลิปกลอสอันนี้มาอยู่ในครอบครองให้ได้ ฮ่าๆๆ (บ้าไปแร้ว) แต่ก็ไม่ผิดหวังนะ เพราะสีสวยติดทนเงานาน ของเค้าดีจริงๆ

ส่วนอันนี้ ซื้อมาเพราะชื่อ (งงอ่ะดิ) คือชื่อมันแร่ดดีไง ชอบเลยซื้อแบบไม่คิดอีกแร้ว สงสัยกันล่ะสิ ก็ชื่อ “Total Bitch” ไง หุหุ ชอบๆ แรงดี ชื่อสี Sheer Madness จะเป็นสีแบบ tint ทั่วไป ทาแล้วก็จะปากแดงๆ ประมาณน้ำยาอุทัยน่ะแหละ อันนี้ไม่ขอเอ่ยสรรพคุณมาก เนื่องจากซื้อแบบไร้เหตุผล เหอๆๆ

ไหนๆ ก็ซื้อแบบไร้เหตุผลมาเยอะแล้ว ขออีกอันแล้วกัน นี่ก็ซื้อเพราะ packaging น่ารัก มันคือ Miso Lip Lacquer สี Iced cupcake ยังไม่กล้าแกะใช้เลย เสียดายแพคเกจจิ้ง ก็ไม่มีอะไรมากแค่ชอบเพราะน่ารัก แค่นั้นเอง จบข่าว!




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 มกราคม 2553 10:21:00 น.
Counter : 1475 Pageviews.  

My MAC

วันนี้ก็จะขอพูดถึงเครื่องสำอางค์ยอดนิยม นั่นก็คือ MAC นั่นเอง สำหรับยี่ห้อนี้คงไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงมากสาวๆ คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เนื่องจากสรรพคุณอันแสนเลิศเลอ หาใช่งามด้วยรูปลักษณ์ แต่จะว่าไปพักหลังเค้าก็มีวิวัฒนาการดีขึ้นนะ เห็นมีตลับสวยๆ เพียบ (แต่ก็ไม่ได้ซื้อ เนื่องจากของเก่ายังใช้ไม่หมดเรย T_T)

จากประสบการณ์ที่เคยได้ใช้มาก็จะมี Eye shadow สี Pink freeze frozt อันนี้ไปขอซื้อต่อจากเพื่อนสาวเจ้าแม่แมคเค้ามา ซึ่งก็เป็นอายแชโดว์สีชมพูประกายเงิน สวยงามเจิดจรัสดี พอทาบนเปลือกตาแค่สีเดียวก็เริ่ดแล้ว แต่จะบอกว่าสีอาจจะเพี้ยนได้ขึ้นอยู่กับความเพี๊ยนของคนที่ใช้อ่ะนะ เหอๆ ล้อเล่ง จิงๆ แล้วขึ้นอยู่กับสีผิวแต่ละคน เพราะขนาดเดี๊ยนทาเองยังสีเพี๊ยนเป็นออกฟ้าเงินๆ เลย (สงสัยเดี๊ยนจะเพี๊ยนจัด...จัดว่าสวย ฮิ้ววว) แต่ยังไงก็เริ่ดอยู่ดี
images by free.in.th

อันถัดมาคือ Fluidline สี Blacktrack ก็คือ อายไลน์เนอร์ สีดำนั่นแหละแต่เป็นแบบเจล อันนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ถึงปานกลาง (ก่อนที่จะไปใช้ไลน์เนอร์แบบน้ำ) เพราะเขียนได้ง่ายกว่าและอยู่คงทน ตั้งแต่เช้าเข้างานถึงไปแดนซ์กระจายต่อถึงตีสองก็ยังคงทนงดงามอยู่ ใช้คู่กับพู่กัน Eye liner brush เบอร์ 266 เป็นพู่กันหัวตัดเฉียงสำหรับเขียนขอบตาที่เริ่ด (อีกแล้ว) ตอนแรกๆ อาจจะยังใช้ไม่ถนัดนัก แต่พอเขียนบ่อยๆ เข้าจะเริ่มชิน และสามารถตวัดหางตาได้อย่างคมกริบ แต่ข้อเสียสำหรับ Fluidline คือ พอใช้ไปซักครึ่งกระปุก เนื้อเจลจะเริ่มแห้ง ทำให้เขียนไม่ค่อยติด แต่เราก็มีวิธีแก้อันแสนจะชาญฉลาด (เหอๆ) ด้วยวิธีการแสนง่าย เพียงแค่หยด Baby oil ลงไปนิดหน่อยเท่านั้น ก็สามารถทำให้เจลนั้นกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม แต่สีอาจจะจางลงหน่อย ถ้าไงก็ดัดแปลงกันเอาเองตามแต่สะดวกนะจ๊า


ต่อมาคือ Matt Lipstick สี Kinda sexy ที่เป็นลิปครีมเนื้อด้านสีออกโป๊เปลือย (นู้ดไงฮ้า) อันนี้ได้รับอิทธิพลมาจากลูกพี่ลูกน้องกระเทยสุดสวยของเดี๊ยนเอง หล่อนใช้มาพอลองทาแล้วรู้สึกเซ็กซี่ขึ้นมาทันที (เว่อร์ไปมั้ย?) เหมาะกับการแต่งแบบเปรี้ยวๆ ทาตาแบบ Smoky eyes ปัดแก้มสีพีช แล้วทาปากสีนี้นะ สุดยอดแห่งความเซ็กซี่! แต่มันยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เราสามารถเพิ่มความเซ็กซี่ขึ้นไปอีกด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นต่อไป นั่นคือ Lip gloss สี Of corset ที่มีสีใกล้เคียงกับลิปด้านบน แต่จะให้ความเงาวาวงดงาม ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มเซ็กซี่ ประหนึ่ง Angelena Jolie Pitt ก็ไม่ปาน โฮะๆๆๆ เหมาะกับการแต่งไปเริงร่ายามราตรีมาก ว่าแล้วก็อยากไปเที่ยว หุหุ


ส่วนเซ็ตนี้ไปสอยมาจากเมกา เป็น Limited Edition กระเป๋าในเซตแนวประมาณ Chanel ดูไฮโซทีเดียว ส่วนสีโดยรวมจะออกโทนส้มอมชมพู โดยในเซตจะมี Pigment, Blush และ Lip Glass งามมากกกก ชอบทุกอย่าง สุดๆ เลยอ่ะ คือเป็นเซตที่ใช้ได้ทุกวัน ไม่เวอร์เกิน หรือจะใช้เวลาไปงานก็ได้


เรามาดูตัวแรกเลย นั่นก็คือ Pigment สีชมพูอมส้มวิ้งๆ พอทาที่เปลือกตาจะได้วิ้งสวยใสไม่เวอร์ เราก็แต่งมาทำงานบ่อยเหมือนกันนะ ใช้ง่ายมากด้วย แค่เอานิ้วแตะๆ ผง Pigment แล้วปาดเบาๆ บนเปลือกตาได้เลย (อันนี้แนะนำเฉพาะสีอ่อนนะคะ) ไม่ต้องใช้แปรง เราเคยลองใช้แปรงแล้วไม่เวิร์ค เพราะเปลืองกว่า แถมประกายจะไม่วิ้งเท่าใช้นิ้วปาด เร็วดีด้วย เหอๆๆ


ส่วนตัวนี้ก็ออกสีเอิร์ทโทน ที่ปัดออกมาแล้วได้ลุคโบฮีเมียน เหมาะกับวันที่อยากได้อารมณ์เซอร์ๆ ไปเดินเล่น JJ อะไรประมาณนั้น แต่ส่วนตัวแล้วเราว่ามันออกน้ำตาลมากไปนิด ถ้าปัดสีนี้สีเดียวมันจะจืดไป ส่วนมากเราเลยปัดผสมกับ Blush on สีชมพู อย่าง Lola สี Teardrop ออกมาจะดูสีบ่มแดดกำลังดี ไม่แก่ไปด้วย



ลิปสีนี้เริ่ดมาก เพราะเป็นสีออกนู้ดๆ แต่จะมีเหลือบมุก แต่ไม่มีประกายวิ้งนะ ทาออกมาแล้วปากจะดูเหมือนมีหลายสีในปากเดียว (ดูน่ากัวเนอะ ) อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีแล้วกันนะคะ



ส่วนเซ็ทนี้ซื้อล่าสุด เป็น Eye Pencil Set ที่ออกมาช่วงปีใหม่ กับลิปชื่อสีอะไรจำไม่ได้ (เดี๋ยวขอกลับไปดูชื่อก่อน แล้วจะมาบอกอีกทีนะ) ออกสีส้มนู้ดๆ ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติดี เหมาะกับเวลาแต่งหน้าโทนส้ม
images by free.in.th

อันนี้เป็นอะไรที่ตั้งตาคอยมาก เพราะปกติเราเป็นคนชอบเขียน Eye liner เป็นชีวิตจิตใจ ตามประสาคนตาตี่ถึงตีมากอ่ะนะ แล้วไอ้กระบอกเนี้ยมันมีหลายสีดี ก็ไปลองมาหลายรอบ แล้วก็ตัดสินใจซื้อเคาน์เตอร์ห้างเลยนะ (ปกติจะชอบฝากเค้าหิ้ว เพราะถูกกว่าเยอะ)


แต่พอซื้อมาก็ รู้สึกเห่อได้ซักระยะ ลองมันทุกสี อาทิตย์แรกนี่ตาเปลี่ยนสีกันได้ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังๆ ก็เก็บเงียบ เพราะหลังจากใช้แล้วรู้สึกว่า มันไม่ค่อยเหมือน Eye liner ซักเท่าไหร่ เหมือน Eye Shadow มากกว่า อย่างสีดำสุดเบสิคเนี่ย พอทาแล้วมันจะดำเถิดเทิงมากเลย มันไม่ได้เป็นเส้นบางๆ มันจะเป็นปื้นๆ เหมือนต้องเอาแปรงมาไล้เกลี่ยๆ อีกที จากตอนแรกที่จะเขียนเป็นเส้น ไปๆมาๆ ก็กลายเป็น Smoky Eye ไปซะงั้น แต่สีอื่นๆ ก็พอถูไถ พวกสีที่มี Glitter ผสมก็จะสีอ่อนหน่อย สรุปพอใช้ ไม่ประทับใจเท่าที่ควรค่ะ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 1 กันยายน 2554 11:24:40 น.
Counter : 499 Pageviews.  

1  2  3  

Cherry Lala
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวัดดีค่า ชื่อ Cherry นะคะ อายุอานามก็เข้าสู่วัยกลางคนเต็มที พยายามจะแอ๊บเด็กทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่เป็นผลซักเท่าไหร่ T_T ตอนนี้ก็ทำงาน แล้ว เหนื่อยสาหัสมากมาย แต่ยังหาเวลามาอัพบล็อกได้ ที่จริง มีเรื่องอยากเขียนเยอะไปหมด ทั้งเรื่องเครื่องสำอางค์ ท่องเที่ยว กินดื่ม ยิ่งเรื่องไร้สาระนี่ขอให้บอก ถนัดยิ่งนัก แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี บวกกับขี้เกียจบ้างอะไรบ้าง เลยอาจจะอัพช้านิดนึง ยังไงก็ตามอ่านกันหน่อยนะค๊า ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cherry Lala's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.