เขียน Blog ให้น้องออม ครับ
ผมตั้งใจจะเขียน เล่าภาษาอังกฤษ (แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ) ให้น้องออม (ข้างบ้าน) เป็นการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณแม่และคุณพ่อของน้องออม และพี่ต่อมเมตตาผมมาก เหมือนครอบครัวเดียวกัน

นอนหลับ นอกเหนือจาก sleep. ยังมีอีกหลายคำที่สนุก ๆ น่าใช้ครับ (จะช่วยให้การฝึกภาษาอังกฤษของเรา ไม่น่าเบื่อ)
take a nap.
Ex. The lecture was so boring I took a nap.
(เลคเชอร์) การบรรยายน่าเบื่อ จนผมงีบหลับ.
doze off = go to sleep.
Ex. I watched TV for an hour and then dozed off.
ผมดูทีวี 1 ชั่วโมง แล้วค่อย ๆ หลับไป
Ex. I can't remember what time I dozed off last night.
------------------------------------------------------------
I'm hitting the sack.
ไปนอนแล้วนะ
Please do the dishes before you hit the sack.
กรุณาล้างจาน ก่อนเข้านอน
นอนตื่นสายคือ sleep in (sleep late.)
Ex. Sorry I'm late. I slept in. (ใช้เวิร์บช่อง 2)
Ex. Tomorrow's Sunday ! I can sleep in?
พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตยื ฉันนอนตื่นสายได้ไหม
คำต่อมาที่จำง่าย ๆ ครับ การนอนค้างบ้านคนอื่น คือ sleep over
Ex. I'm going to Dang's place. I'll probably Sleep over.
ผมจะไปบ้านแดง เป็นไปได้ที่ผมจะนอนค้างที่นั่น

มันไม่เกี่ยวกับการนอนครับ แต่ถ้าเราต้องคิดอะไรหนัก ๆ เยอะ ๆ ประมาณขอนอนคิดสักคืน ต้องใช้คำนี้ Sleep on it.
(หรือเวลามีปัญหาอะไร ฝรั่งเขาจะพูดสำนวนนี้ เพราะหมายถึง คืนนี้เวลานอนฉันจะหาวิธีแก้ หรือ หาคำตอบ)

Will you marry me? (ขอแต่งงาน)
ผู้หญิงเขาอาจจะบอกว่า
Let me sleep on it. (ขอนอนคิดดูก่อน...)
อยากให้กำลังใจเด็ก ๆ ในเรื่องของการเรียน
Success isn't a result of spontaneous combustion. You must set yourself on fire.ความสำเร็จไม่ใช่ผลลัพท์ของเรื่องที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เราต้องมีแรงบันดาลใจเสียก่อน.
fire คือเชื้อเพลิง ในที่นี้หมายถึง "แรงบันดาลใจ"

มัธยมต้น เราก็ค่อย ๆ ค้นหาตัวเองว่าชอบวิชาการแบบไหน หรือสนใจอาชีพอะไร สายงานไหน ....







Create Date : 21 พฤษภาคม 2555
Last Update : 21 พฤษภาคม 2555 1:53:06 น.
Counter : 537 Pageviews.

2 comment
เทรนด์ธุรกิจ ฟู้ดเซอร์วิส
มีเชฟจากเพนนินซูล่า เมล์มาถามเรื่อง "เทรนด์ธุรกิจอาหาร" ในอีก 12 เดือนข้างหน้า กระแสเป็นอย่างไร (น้องเขาบอกว่า ให้ช่วยรีบตอบ จะเอาไปใช้งาน)
การวิเคราะห์เรื่องนี้ มาจากเชฟอาวุสโส ชื่อ Freeman Moser.

Markets of one. เน้นปรับแต่งสินค้าหรือบริการแก่ลูกค้า โดยให้ลูกค้ารู้สึกว่า เขาหรือเธอนั้นเป็นคนพิเศษเหนือกว่าลูกค้ารายใด ๆ
การสร้างความประทับใจ ทำได้ตั้งแต่ การให้ลูกค้าชิม ไปจนเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกเทคนิคการปรุงอาหารเอง เช่น พนักงานบริการ อาจจะถามลูกค้าว่า ต้องการเลือกปลาชนิดไหน เลือกวิธีการเตรียม ไม่ว่าจะเป็นแบบย่างหรือแบบทอด อย่างไรก็ตาม เชฟหรือพนักงานบริการยังคงมีหน้าที่ในการให้คำแนะนำลูกค้า ในรายละเอียดที่เหมาะสม (เนื่องจากวัตถุดิบ บางชนิดอาจจะเหมาะกับการทอด หรือ การย่าง)
Ethnic Desserts. ขนมหวานย้อนยุค กำลังมาแรง ไอศครีมรสคาราเมล แอปเปิ้ล ,มอลต์ มิลค์เชค ,พายแฮนด์เมด รสชาติแบบดั้งเดิมของอาหารท้องถิ่น กำลังมีอิทธิพลต่อสูตรขนมหวานด้วย เช่น ซีรัปตะไคร้ เครื่องเทศสไตล์เวียดนาม ทาร์ตผลไม้ (Flan)
การจับคู่อาหาร หรือ เทรนด์ Fusion 2.0 ที่รัฐฟลอริด้า เราจะเห็นอาหารสไตล์ ฟลอริบเบียน (Floribbean) หรือการหลอมรวมระหว่างอาหารฝรั่งเศสและเวียดนาม, อาหรลูกครึ่งญี่ปุ่น-เปรู อีกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ การผสมผสานอาหารสไตล์เกาหลีและเม็กซิกันเข้าด้วยกัน
โดยเชฟจะมีบทบาทในการเลือกตำราอาหารจากทั่วโลกมาจับคู่ผสมผสานให้ลงตัว ซึ่งคงจะได้เห็นกันมากขึ้นในอีก 12 เดือน ข้างหน้า
เกลือ กำลังเป็นประเด็นร้อนของปีนี้ การลดปริมาณโซเดียม กลับมาสรรหาแหล่งของเกลือระดับพรีเมี่ยม เช่น Hawaiian black lava และ Himalayan pink รวมไปถึงการนำเสนอแบบมีระดับด้วยเกลือสำหรับตกแต่ง
Food as Experience. อาหารเป็นประสบการณ์
ทุกวันนี้เราจะได้เห็นการเตรียมและการปรุงอาหาร ในรูปแบบของครัวเปิด เหมือนการชมบัลเล่ต์ อย่างไร อย่างนั้น เทรนด์นี้ยังคงมาแรง และถือเป็นการมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้บริโภค
Better better-for-you. เลือกสรรสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวคุณ
ผู้บริโภคจะเลือกรับประธานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และฟู้ดเซอร์วิสจะมาดูแลในเรื่องนี้ได้ โดยการนำเสนออาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นทางเลือก อาจจะเพิ่ม เนื้อความบนเมนู เพื่อเป็นแรงจูงใจ



Create Date : 15 พฤษภาคม 2555
Last Update : 15 พฤษภาคม 2555 21:13:59 น.
Counter : 749 Pageviews.

3 comment
ครูของผม
ผลพวงจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา ทำให้โรงละครภัทราวดี เธียรเตอร์ ซึ่งเปิดดำเนินการมา 20 กว่าปี ต้องปิดตัวลง เพราะโดนน้ำท่วมหนักและอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งเสียหายมาก ถ้าหากซ่อมแซม ครูเล็กบอกว่าไม่คุ้มค่า และจะยกพื้นที่บริเวณโรงละครให้คูณโม (แวววดี) ซึ่งอาจจะสร้างโรงแรม

ผมเคยทำงานในส่วนของร้านอาหารของโรงละคร และเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญ มีโอกาสทำอาหารให้ครูเล็กและแขก VIP ของท่าน รับประธานบ่อย ๆ

ครูเล็กชอบน้ำสลัดมิ้นท์ของผม ความจริง ครูคือ "เจ้านาย" แต่ครูไม่เหมือนเจ้านาย เพราะครูคือ "ครู" จริง ๆ
วิธีการของครูคือ เวลาหิวข้าว ท่านจะเป็นกันเองมาก "มีอะไรให้ท่านบ้าง หิวข้าวแล้ว..."
ส่วนผมมีหน้าที่คิดเมนู รายการอาหารใหม่ ๆ (วัตถุดิบที่ผมใช้ พี่สาวเป็นอัยการช่วยซื้อของโครงการหลวงส่งมาให้ เป็นประจำ)
ไม่ว่าจะทำอะไร ครูทานหมดทุกครั้ง ถ้ามีหลาน ๆ มาอยู่ด้วย ก็จะเพิ่มเมนูเยอะหน่อย ครั้งหนึ่งเคยทำ ไก่หมักลูกพีช ทุกคนชอบมาก
ตื่นเช้าไปทำงาน เหมือนไปโรงเรียนมากกว่า คือทุก ๆ วันจะได้คิดค้นเมนูใหม่ ๆ และผมได้ออกรายการทีวีครั้งแรกที่นี่คือ รายการสยามทูเดย์มาถ่ายทำ ผมทำผัดไทย สตูว์ไก่
ปัจจุบันครูเล็กย้ายไปอยู่ที่หัวหิน ท่านสร้าง โรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา (หัวหิน)Patravadi High School (Hua Hin)
62/63 ซอยหมู่บ้านหัวนา ต.หนองแก อ.หัวหิน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

ไม่แปลกใจว่าทำไมครูย้ายไปอยู่ที่ไหน ลูกศิษย์จะต้องตามไปเยี่ยมเยียน (บางครั้งก็ปรึกษางาน) เพราะ "ครู" เป็นผู้สร้างจริง ๆ ครับ



Create Date : 05 พฤษภาคม 2555
Last Update : 5 พฤษภาคม 2555 17:51:21 น.
Counter : 586 Pageviews.

0 comment
อาหารในชีวิต คือ การเรียน (ตอนที่1)
 ผมหายเงียบไประยะหนึ่งเพราะว่า ผมเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ ครับ ล้ม และเลือดออกเยอะเลย สำหรับ คำถามด้านอาหารที่หลาย ๆ ท่านถามมา ผมจะทยอยตอบนะครับ
วันนี้ รู้สึกอยากเขียนเรื่อง "การเรียน" ของเด็กไทย ด้วยความบังเอิยได้อ่านบทความจาก เนชั่น [The Nation ] เกี่ยวกับชีวิตการเรียนรู้ของเด็กคนหนึ่ง
น้องคนนี้ชื่อ ชยา ชาญสมิธมาส (นามสกุลภาษาไทยอาจไม่ตรง) จบจากรร.นานาชาติร่วมฤดีและมาต่อป.ตรีที่วิศวะ จุฬา ภาคอินเตอร์ เขาไม่รู้มาก่อนว่า เส้นทางการศึกษาจะดำเนินไปอย่างไร แต่จากผลการเรียนที่ดี (คะแนนดี) และความตั้งใจมุ่งมั้นในการเรียน ทำให้เขาก้าวไปสู่จุดสูงสุด โดยได้รับการตอบรับเข้าเรียน (ในระดับป.โท)ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด

น้องเขาให้สัมภาษณ์ว่า "ในทุกขั้นตอนของชีวิต ผมได้รับแรงกระตุ้นจากคนรอบๆข้าง ความมุ่งมั่นของผม ได้มาจากการศึกษาเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และจากไปแล้ว หากมีช่วงไหนที่ผมรู้สึกท้อแท้ ผมจะไปหาหรือมองไปที่คนที่ด้อยโอกาส เพื่อเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า มันน่าอายที่จะเลิกล้มความพยายาม และครั้งใดที่ผมเกิดความคับข้องใจ ผมจะไปหาคนที่คอยให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวผม เพื่อขอคำแนะนำและแนวทางต่อไป"
จากการเป็นลูกชายคนเดียว ชยาได้รับแรงสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่โดยตลอด ทั้งคู่ได้ส่งเสริมให้น้องได้ทำและต่อยอดในสิ่งที่ชอบ ซึ่งในที่สุด เขาก็ไม่ทำให้พ่อและแม่ผิดหวัง หนุ่มน้อยคนนี้ ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยจุดประสงค์อันแน่วแน่ สามารถจบการศึกษาระดับป.ตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาข้อมูลและการสื่อสาร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชานานาชาติ ในปี 2553 ด้วยทุนการศึกษา (จากมหาวิทยาลัย) เต็มจำนวน ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.98
ถ้าหากเรามองผิวเผิญจะดูเหมือน เขามาจากครอบครัวที่มีโอกาสทางการศึกษา และถือว่าเป็นเด็กเรียนดี แต่ถ้ามองอย่างชนิดที่เก็บรายละเอียด ผมคิดว่า เขาเป็นคนมุ่งมั่น และฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง และเป็นคนที่มีอัตตาน้อยมาก จากทัศนคติที่เขาเล่าว่า เขาได้รับแรงกระตุ้นจากคนรอบข้าง และครอบครัวสนับสนุนให้ทำงานด้านจิตอาสา อยู่ตลอดเวลา
ประเทศของเรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลาย ๆ องค์กรให้ความสำคัญกับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" อย่างมาก แต่ผมสังเกตุว่า บรรยากาศการเรียนภาษาอังกฤษ มันค่อนข้าง "บีบคั้น" คือ เรียนเพราะเป็นคำสั่งจากผู้บริหาร และเรียนเพราะต้องสอบบรรจุในองค์กรฯ
เราไม่ได้เรียนเพราะความประทับใจในตัวความรู้ และไม่ได้เรียนเพราะความอยากรู้ มันยิ่งยากที่จะเร่งให้เกิดผลสัมฤทธิในทางปฏิบัติ
ปัญหาเรื่อง กระบวนการสร้างพลังในการเรียนรู้ ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับผู้ใหญ่ แต่ยังเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนในยุคนี้ เป็นอย่างมาก และรุนแรงขึ้น ผมจะเล่าในตอนต่อไป
Thailand's Harvard whiz kid, with a heart
By Achara Deboonme
Nation


Chula graduate realises leaders must be different and work hard

While attending Ruamrudee International School and Chulalongkorn University's Faculty of Engineering, Chaya Chansmitmas did not know where his new knowledge would take him. But good grades after years of concentration solidified his future, culminating in his recruitment into Harvard Business School and a successful start in the business world.

"At every stage of my life, I am motivated by the people around me. My determination comes from looking at those who are successful, both alive and dead," he said. "When I am down, I visit those who are less fortunate to remind myself why it is a shame to give up. And when in doubt, I turn to those who support and believe in me for guidance and wisdom."

An only son, Chaya always had his parents' support. They motivated him to pursue whatever he enjoyed, and in return he did not disappoint his parents. The young man, full of purpose, graduated with a bachelor's degree in information and communication engineering from Chulalongkorn University's International School of Engineering in 2010 on a full scholarship with a GPA of 3.98.

Indeed, Chaya admits that he was not a bookworm. During his school years, his field of interest was extensive. He never rested during summers. In 2008, he was a creative/customer relations intern at Virgin Radio Thailand and a year later, he was the information technology/ corporate social responsibility intern at Standard Chartered Bank (Thai).

A year before his graduation, he founded and became the president of IEEE Computer Society Student Chapter at Chulalongkorn. He appeared in TV commercials and teenage magazines.

Importantly, he put his computer knowledge to social benefit, with the design of a Microsoft Word course for 17 underprivileged children at the Rajvithi Children's Home. But he was more proud of his software that teaches visually disabled users to write using sound variation. Pending for a patent, the programme in 2009 won him a special award from HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn's Ratchasuda Foundation for Disabilities and fourth place in the category of Assistive Technology for the Handicapped.

"I am fortunate to have such a great network of people supporting me and I always feel responsible for giving back to society. The drive behind all of my social activities and endeavours is my desire to improve the lives of others with what I have. It can be as simple as educating children at an orphanage or more complex tasks such as developing VirtualStroke, innovative software that helps the blind to communicate better with the general population," he said.

The writingassistance programme was designed when he decided to enrol at Harvard, one of the most prestigious business schools. In his junior year, he learnt about Harvard's Master's "2+2" programme for rising and current college seniors. It is made up of two years of professional work experience followed by two years in the HBS MBA programme. Upon graduating from college, 2+2 students spend two years working in a professional, HBS-approved position in the public, private or nonprofit sector. Among 100 accepted from 250 applicants worldwide granted interviews, Chaya was the first Thai citizen selected for the programme. And he was one of five who are not US citizens. Notably, his software satisfied one of the admissions criteria, requiring applicants to be engaged community citizens.

"GPA alone won't help if you really want to join the institution," Chaya recalled. "Harvard's slogan 'Leaders make difference' guided me. To qualify, we need to be leaders and we must be different from others."

Aside from good grades and social work, he also sought help from foreign lecturers for interview preparation. A onesemester experience at Tuffs University as part of the Chulalongkorn University internship programme helped, as he had to fly to Boston for the interview. On extensive preparation, he realised that compared to foreign students, Thais are considered shy, and no matter how good they are at thinking, they are not good at presentation.

Chaya expects three main benefits from the MBA programme. First, essential skills needed to succeed in the business world. Second, to be part of a strong global network that lends support to one another. Lastly, all the possibilities out there that he might otherwise never know of.

"In doing business today, no matter how good you are, you can't thrive without knowing the right people," he noted. "Listening to different views of wouldbe CEOs should give me diverse perspectives on various issues."

While waiting for the school to start in autumn, 2012, he is reading business articles to prepare for the 500+ cases that he will study over the course of two years. During these two years, he also sees himself involved in design, implementation, analysis and adoption of customer relationship management projects in various industries like banking, food and hotels. With friends, he is also involved in IT-related marketing exhibitions while keeping on his social projects for the underprivileged, something he vows to keep doing.

"At the age of 50, I see myself at the helm of an organisation, steering the business through various situations. I will still be learning new things to compete in the everevolving business landscape. Should I become successful, I would like to mentor others to become successful as well. For me, the joy of being able to help others is the most rewarding sensation one can ever feel."
END.

หมายเหตุ รูปภาพ น้องชยาคือ ผู้ชายสวมแจ็คเก็ตสีดำ ครับ



Create Date : 03 พฤษภาคม 2555
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 20:30:57 น.
Counter : 845 Pageviews.

3 comment
สอนทำอาหารน้องตุ๊กตา
การสอนทำอาหารให้ "ตุ๊กตา" ควงแขนมาเรียนกับพี่สาวชื่อ "อาหลิน" ถือว่าเป็นชั่วโมงที่บันเทิงมากจริง ๆ เพราะว่า มีสมาชิกในครอบครัวแวะเวียนเข้ามาดูเยอะครับ
ด้วยเหตุที่ ลูกศิษย์คนนี้เป็นน้องคนสุดท้องของ "พี่ฟา" และมีพี่สาวชื่อ"อาฉิ่ง" (เป็นครอบครัวคนจีนอยู่ที่เชียงราย) ญาติ พี่น้อง เยอะครับ
อาฉิ่งแต่งงานกับพี่วุฒิ เปิดร้านขายของอยู่ในหมู่บ้านที่ผมอยู่ ซึ่งจริง ๆ ผมไปซื้อของใช้ที่บ้านอาฉิ่งบ่อยมาก แต่ในช่วงนั้นไม่มีใครทราบว่า ผมเป็นเชฟ และเปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร
ต้องเล่าตั้งแต่ต้นว่า ผมมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้ประมาณ 1 ปี ส่วนมากจะสนิทกับเพื่อนบ้านในซอย 5/4 ยังไม่ได้ทำความรู้จักคนอื่น ๆ เลย
ตุ๊กตาเรียนคอร์สอาหารไทย และวันรุ่งขึ้นก็เรียนทำซูชิ ,ปอเปี๊ยะ ---ผมถามว่าเรียนไปเปิดร้าน หรือเปล่า เธอตอบว่า "ยังไม่แน่ค่ะ อาจจะเปิดร้าน"
"ตุ๊กตา" ทำอาหารเก่งอยู่แล้ว ดูภาพที่ผมลงประกอบบทความ คือฝีมือลูกศิษย์นะครับ ส่วนอาหลิน เธอชอบกินผัดไทยมาก ตั้งใจเรียนเพื่อไปทำอาหารเลี้ยงกันเองในครอบครัว
และตอนนี้ตุ๊กตาก็เปิดร้านอาหารที่เชียงราย "ไออุ่น สุกี้ยูนาน" ครับ
หลังจากนั้นไม่นาน "น้ำท่วม" ครับ บอกตรง ๆ ว่า ผมงง!! ผมไม่คิดว่าน้ำจะท่วมเยอะ หรือท่วมนาน---แต่ที่ไม่ได้ย้ายไปไหน เพราะมีหมาพันธุ์ปั๊ก 2 ตัว มันซนมาก (ไฮเปอร์) โทร.ติดต่อจะเช่าอพาร์ทเม้น ห้องเช่า ไม่มีใครอนุญาตให้น้องหมาอยู่ด้วยสักราย โชคดีที่พี่นันเอาเรือมาให้ใช้ ----ก่อนที่เพื่อนบ้านจะย้ายออก ทุกคนจะขนสเบียงในตู้เย็นมาไว้ให้ผม บ้านน้องแอน บ้านพี่ต่อม บ้านแม่น้องออมให้กุญแจไว้เลย โดยเฉพาะญาติบ้านตุ๊กตา ทั้งข้าวสาร น้ำดื่ม ไข่ ขนม ผลไม้ ฯลฯ
เวลามีคนพายเรือผ่านหน้าบ้านผม ผมจะตะโกนเรียก และแบ่งสเบียงในตู้เย็นไปให้แทบทุกราย ---จากคนที่ไม่ค่อยรู้จักใคร ---กลายเป็นทุกคนมีเบอร์ผมกันหมด
พอระบบต่าง ๆ เริ่มเซ็ทตัวเองขึ้นมา คือมีเรือรับจ้าง มีรถใหญ่ สามารถไปตลาดไทได้ ก็ค่อย ๆ หายใจหายคอสะดวกขึ้น บ้านของผมก็กลายเป็นโรงครัวประจำซอย ถ้ามีใครแวะมาดูบ้านผมก็จะทำกับข้าวเผื่อด้วย
ผมสารภาพตรง ๆ ว่าตั้งแต่เป็นเชฟมา เคยทำอาหารให้นักการทูต คนดังระดับประเทศ นักธุรกิจพันล้าน ผมก็ทำมาแล้ว แต่ไม่เคยภูมิใจมากเท่ากับเป็นเชฟประจำการช่วงน้ำท่วม เพราะว่า "ครัว" ของทุกบ้าน เลอะเทอะใช้ไม่ได้ สภาพบ้านที่จมน้ำอยู่เดือนกว่า ทุกคนคงจะคิดออกนะครับ ....
พอระดับน้ำเริ่มลด หลาย ๆ ครอบครัวก็ทยอยกลับมา บ้านผมทำความสะอาดง่ายกว่าบ้านคนอื่น ๆ เพราะผมทยอยทำทุกวัน ผมอยู่เฝ้าตลอด จึงง่ายที่จะเก็บของ และขัดฝาผนัง ขัดพื้น จิปาถะครับ---จากประสบการณ์ที่ทำความสะอาดบ้านล่วงหน้าใคร ๆ ผมก็เลยจัดลำดับงานได้ค่อนข้างคล่องแคล่ว ก็เลยกลายเป็น "มือโปร" ในการช่วยรื้อบ้านคนอื่น ๆ
ในสถานการณ์ที่แย่แสนแย่ ท่ามกลางความเสียหายของสภาพบ้านเรือน น้ำท่วม ได้เข้ามาช่วยพัฒนา ความเป็นมนุษย์ให้ดีขึ้น---พวกเราร่วมมือร่วมใจกันมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เอาใจใส่ต่อกันมากขึ้น กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน สัมผัสได้ถึงความเป็น Community จริง ๆ



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2555 21:31:13 น.
Counter : 793 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  

เชฟโอ๋
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



No one is too old to learn. ไม่มีใครแก่เกินเรียน
เขียนบล็อคนี้ เพราะอยากเล่าให้พี่อู๊ดฟัง