ลิซ จากโฮมเลส สู่ฮาร์วาร์ด
สัญญาไว้ว่าจะเล่าเรื่องของ "ลิซ" เพราะว่าผมมีลูกศิษย์กลุ่มเล็ก ๆ ที่เรียนชั้นมัธยม และกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย
แม่ของลิซเป็นคนเร่ร่อนอยู่ข้างถนน (โฮมเลส) และเป็นคนพิการทางสายตา (แต่ยังมองเห็นบ้าง ราง ๆ ) รัฐบาลอเมริกันจะให้เงินช่วยเหลือผู้พิการทุกเดือน แต่เงินจำนวนนี้ก็หมดไปกับ "ยาเสพติด" เพราะทั้งแม่และพ่อ ตกอยู่ในสภาวะ "ติดยา"
ลิซไม่ชอบไปโรงเรียนเพราะว่า เธอไม่มีเสื้อผ้าสะอาดใส่ และตัวเธอจะมีกลั่นเหม็นเป็นที่รังเกียจของเพื่อน ๆ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือที่เก็บได้จากถังขยะ แม้ว่าจะไม่เคยเข้าเรียน แต่เธอก็สอบได้คะแนนดีมาก อยู่เสมอ--อายุ 15 ปี เธอถูกส่งตัวเข้าไปอยู่บ้านพักชั่วคราวสำหรับเด็กมีปัญหา Group Home ส่วนแม่ของเธอ ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล หมอตรวจพบว่าติดเชื้อ HIV. พ่อถูกแยกไปอยู่บ้านพักคนจรจัดสำหรับผู้ชาย Shelter พี่สาวของเธอ ถูกส่งไปอยู่กับตา (ซึ่งตามักจะด่าพ่อ แม่ ให้หลานฟังอยู่เสมอ)
ลิซหนีออกจากบ้านพักของรัฐบาลมาใช้ชีวิตข้างถนนอีกครั้ง ปี 1996 แม่ของเธอ เสียชีวิต พิธีศพจัดขึ้นแบบคนอนาถา ไม่มีบาทหลวงมาทำพิธีให้ จากจุดนี้เองทำให้เธอเริ่มตระหนักถึงชีวิตที่แสนสั้นของคนเรา และเธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โดยการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนทางเลือก และต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ตลอดเวลาเธอยังคงนอนพักตามสถานีรถไฟฟ้า ตามใต้สะพาน เพราะต้องการประหยัดเงินค่าที่พัก
หลังจากจบไฮสคูล ลิซตัดสินใจเขียนจดหมายขอทุนส่งไปที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ และเธอก็สมัครเรียนต่อที่คณะจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ขณะที่พ่อของเธอป่วยเป็นระยะสุดท้าย (HIV) เธอตัดสินใจลาพักการเรียน และกลับมาดูแลพ่อ จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต เธอกลับมาเรียนต่อจนจบปริญญาเอกสาขาจิตวิทยา ---สิ่งที่เธอพูดย้ำเสมอ ๆ ในหลาย ๆ ที่ คือ "ฉันคงจะก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีน้ำใจของคนรอบข้าง ท่ามกลางความอดอยาก ความหิว ความอ้างว้าง ฉันมักจะได้รับน้ำใจและความช่วยเหลืออยู่เสมอ"



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2555 20:52:56 น.
Counter : 459 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เชฟโอ๋
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



No one is too old to learn. ไม่มีใครแก่เกินเรียน
เขียนบล็อคนี้ เพราะอยากเล่าให้พี่อู๊ดฟัง