ชีวิตคือความไม่แน่นอนแต่ในความไม่แน่นอนของชีวิตเรากลับพบความสวยงามของชีวิต
Group Blog
 
All Blogs
 

หนึ่งวันที่กาญจนบุรี

ผมได้รับหนังสือธรรมะของพระอาจารย์มิตสุโอะ ชิบาซาชิ (คเวสโก) จากรุ่นพี่รายหนึ่งตอนสมัยเรียนหนังสือในญี่ปุ่น

ทันทีที่ได้อ่านหนังสือของอาจารย์มิตสุโอะในขณะที่นั่งรถไฟ....ผมได้ความสงบ ได้สติ ได้ข้อคิดดีๆ เกิดปีติ หนังสือธรรมะของพระอาจารย์มิตสุโอะเขียนด้วยถ้อยคำที่ง่ายต่อความเข้าใจ มีคนช่วยเขียนการ์ตูนส์ลายเส้นประกอบทำให้การอ่านเกิดความเพลิดเพลิน

มีโอกาสได้เจอพระอาจารย์มิตสุโอะครั้งแรกในงานไทยฟู้ดแฟร์ที่ฉิบูย่า (渋谷)ได้สนทนากันหลายๆเรื่อง หลังจากนั้นอีก ๒ ปีผมได้แวะเข้าไปที่มูลนิธิมายาโคตมีที่ซอยเซ็นต์หลุยส์ก็มีโอกาสได้พบกับพระอาจารย์มิตสุโอะโดยบังเอิญ วันนั้นได้สนทนากันเรื่องทั่วๆไป

เคยมีความตั้งใจจะไปวัดสุนันทวราราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี....อยากเห็นสภาพภายในวัดว่าเป็นอย่างไร?

แต่ด้วยเหตุยังไม่ถึงพร้อม...จึงมีแต่ความอยากไปแต่ยังไม่มีผลลัพธ์ให้ได้ไปเยือนวัดสุนันทวรารามเสียที

สมัยทำงานธนาคารปีแรก....ทอดกฐินของธนาคารเขาก็ไปทอดกันที่วัดสุนันทวราราม แต่ด้วยเหตุผลของเรื่องการเตรียมงานที่ยุ่งๆ ผลสุดท้ายก็คือได้แค่ร่วมทำบุญด้วยเท่านั้นไม่ได้ไปร่วมงานด้วย

ด้วยเหตุผลบางประการทำให้มีเหตุเดินทางมาทำธุระในกรุงเทพฯ นานพอที่จะแบ่งเวลาไปเมืองกาญจน์ได้ จึงตัดสินใจแวะไปวัดสุนันทวราราม เพราะถ้าผัดผ่อนไป...ก็คงอีกนานกว่าจะได้แวะไปวัดเสียที

แวะไปทักทายเพื่อนที่ทำงานในเขตไทรโยคก่อนจะเดินทางไปวัดตอนบ่าย เส้นทางไปวัดเป็นเส้นทางคุ้นเคยเพราะเคยไปทองผาภูมิในอดีต จำได้ว่าสมัยไปทองผาภูมิตอนนั้นสิบกว่าปีก่อน...นั่งรถบัสจากกรุงเทพฯมาถึงเขตอำเภอทองผาภูมิก็ค่ำแล้ว อากาศยามดึกของทองผาภูมิหนาวเอาเรื่อง

ผ่านมาเมืองกาญจน์ก็หลายครั้ง...แต่คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ขับรถมาเอง เส้นทางรถคดเคี้ยวเป็นระยะๆแม้จะไม่บ่อยนักเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางอื่นที่เคยขับขี่มา

ขับผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย...ปากทางเข้าน้ำตกไทรโยคใหญ่ ทั้งสองที่ต่างเป็นบริเวณที่เคยนั่งรถผ่านหลายครั้งแต่ไม่เคยมีโอกาสได้แวะลงไปชมความงามเลย

ที่กม.๙๐ เลยไปไม่ไกลก็มีป้ายบอกทางเข้าวัดสุนันทวรารามทางขวามือ ทางเข้าวัดเป็นถนนราดยาง ขึ้นเนินเข้าไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร พยายามจินตนาการภาพยามเช้าที่พระเดินออกมาบิณฑบาตผ่านเส้นทางนี้....

พอผ่านประตูวัดเข้าไป....ผมลองปิดวิทยุและเครื่องปรับอากาศ แล้วขับรถช้าๆ ฟังเสียงสรรพสิ่งต่างๆ ความสงบและธรรมชาติแบบนี้ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว

จอดรถแล้วเดินเข้าไปที่ศาลารับรอง.... บริเวณรอบๆมีป้ายข้อคิดธรรมะที่อ่านแล้วสะกิดใจ บางครั้งการเงียบและตั้งใจฟัง....ก็ทำให้เราสัมผัสสิ่งต่างๆอย่างที่มันเป็นแท้จริง ไม่ใช่จากการสมมติหรือคิดเอาเอง

เจอคุณซาโต้ที่มาจากจังหวัดอาโอโมริ บังเอิญคุณซาโต้มีโอกาสได้ไปอบรมการนั่งสมาธิที่จังหวัดอากิตะที่เป็นจังหวัดข้างเคียง เลยได้รู้จักพระอาจารย์มิตสุโอะ คุณซาโต้สนใจและแวะเข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัดสุนันทวรารามหลายครั้งแล้ว

เดินสำรวจสถานที่ต่างๆภายในวัด ที่นี่ช่วงที่พระอาจารย์มิตสุโอะไม่อยู่ บรรดาอุบาสก, อุบาสิกา เขาก็ปฏิบัติธรรมกันเอง แต่ถ้าอาจารย์อยู่ก็จะมีโอกาสได้ฟังการบรรยายธรรม หรือฝึกการเจริญอานาปนสติ

ระหว่างที่เดินช้าๆภายในวัด...
จิตเริ่มสงบ...
ได้สัมผัสความสงบของธรรมชาติ...ที่ทำให้เรามีโอกาสสะท้อนตัวเรา
ได้หยุดนิ่ง
ได้เห็นความคิดของตัวเรา
นานมากแล้ว...ที่ไม่ได้สัมผัสความสงบของธรรมชาติแบบนี้
ความสงบก่อให้เกิดความสุขภายใน...
ธรรมชาติสอนอะไรหลายๆอย่างให้แก่มนุษย์
ยิ่งเข้าใกล้ธรรมชาติมากเท่าไหร่
มนุษย์ยิ่งเข้าใจชีวิตมากขึ้น
เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ


ในความสงบภายในวัด..ความสงบของคนอื่น
ผู้มาเยือนไม่ควรไปรบกวนและทำลายความสงบของคนอื่น

ภายในวัดมีต้นไม้หลากหลายพรรณ
แต่ละต้นต่างมีชื่อเขียนเอาไว้
ทั้งชื่อไทยและชื่อทางพฤกษศาสตร์

มีโอกาสไปบริเวณพระอุโบสถของวัด
พระอุโบสถไม่ได้ประดับด้วยช่อฟ้าหรือหลังคากระเบื้อง
อย่างที่เห็นวัดทั่วๆไปทำกัน
แต่เป็นหลังคาไม้
มีพระประธานอยู่ภายใน





บริเวณเลยไปหน่อยมีพระเจดีย์ที่กำลังก่อสร้างอยู่




ในศาลาหลังใหญ่ มีพระพุทธรูปและรูปภาพของหลวงพ่อชาอยู่ มีอุบาสิกากำลังเจริญภาวนาอยู่ ผมพยายามไม่สร้างเสียงรบกวนการเจริญภาวนา




ขับรถผ่านความเงียบสงบของธรรมชาติสองข้างทางออกจากวัดมุ่งหน้าไปเยือนน้ำตกไทรโยคใหญ่

ภาพน้ำตกไทรโยคใหญ่ที่เคยเห็นตามนิตยสารต่างๆเป็นอย่างไรพอจะนึกภาพออก แต่ยังไม่เคยเห็นของจริงต่อหน้า วันนี้มีโอกาสได้มาเห็นของจริงต่อหน้า...

แม่น้ำแควน้อย...ยังคงเป็นลำน้ำสีเขียวดูสะอาด ไหลเรื่อยๆ มีแพที่เรือลากให้แขกที่อยู่บนแพเข้าไปดูน้ำตกไทรโยคใหญ่ที่น้ำตกลงสู่แม่น้ำแควน้อย




กล้องคอมแพ็คตัวนี้ฟังก์ชั่นเซ็ทให้สปีดช้าไม่ได้...จึงไม่สามารถทำให้ลำน้ำที่ตกลงมาเป็นสายได้ ทำได้แค่ภาพแบบนี้เก็บไว้เป็นที่ระลึก




ถัดไปอีก ๑๐ กว่ากิโลเมตรก็เป็นน้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกไทรโยคน้อยรูปร่างเป็นอย่างไรนึกไม่ออก...เพราะไม่เคยเห็นภาพ ทุกทีที่นั่งรถผ่านก็จะเห็นรถจำนวนหลายคันจอดข้างหน้าทางขึ้นแต่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปชมความงามเลย วันนี้ยังมีแสงแดดพอจะได้เห็นน้ำตก....ตัดสินใจแวะและเดินขึ้นไปชมความงาม น้ำตกไทรโยคน้อยแม้น้ำจะน้อยกว่าน้ำตกไทรโยคใหญ่แต่ก็มีความสวยในตัวเอง




สิ่งที่เรียนรู้จากการมาชมน้ำตกไทรโยคใหญ่และน้ำตกไทรโยคน้อยก็คือ... ทุกอย่างมีจังหวะของมัน แม้ว่าเราจะปรารถนาขนาดไหน ถ้ายังไม่ถึงเวลา...เราก็ต้องรอคอยต่อไป แต่เมื่อจังหวะที่เหมาะสมมาถึงตอนนั้นเราก็จะได้พบเห็นสิ่งที่เราคอยรอ แต่ก็คุ้มค่ากับการคอยรอ

แสงแดดเริ่มหายไปจากท้องฟ้าแล้ว...คิดในใจว่าน่าจะแวะกินอะไรก่อนกลับไปกรุงเทพฯ

ตอนเที่ยงที่เจอเพื่อนที่ไทรโยค..ได้พูดถึงร้านอาหารที่รสชาติใช้ได้ในย่านไทรโยคสามสี่ร้าน บังเอิญขับรถผ่านแล้วเห็นป้ายชื่อร้านอาหาร "ครัวท้องถิ่น" เป็นร้านหนึ่งในสี่ร้านที่เพื่อนผมแนะนำ ลองแวะเข้าไปทานดู

ร้าน "ครัวท้องถิ่น" อยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยมหิดล กาญจนบุรี ในเขตอำเภอไทรโยค





เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ชวนคุย แล้วก็บริการต้อนรับขับสู้ลูกค้าดี ในร้านมีรูปเชฟของร้านที่ได้รางวัลจากการแข่งขันการประกอบอาหารในระดับประเทศ เชฟเป็นคนไทรโยค ไปร่ำเรียนวิชาการทำอาหารและเคยทำงานในโรงแรมที่กรุงเทพฯ แข่งขันจนชนะรายการประกอบอาหาร หลังจากใช้ชีวิตการเป็นเชฟในกรุงเทพฯมานาน เชฟรัตมนีก็กลับมาใช้ชีวิตในไทรโยค เปิดร้านอาหาร ได้ทำในสิ่งที่ชอบคือ การทำอาหาร

ไม่บ่อยนักที่จะเจอเชฟเก่งๆกลับมาเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารในต่างจังหวัด ได้คุยกับเชฟ ข้อสรุปที่เหมือนกันสำหรับคนชอบทำอาหารคือทุกครั้งที่ได้ทำอาหารมีความสุข ไม่เบื่อ มีความสนุกที่ได้คิดค้นเมนูใหม่ๆ ตกแต่งให้มันดูน่ากิน แล้วรู้สึกดีใจตอนที่คนมาทานอาหารที่เราทำ เขารู้สึกอร่อยและมีความสุขกลับไปหลังจากทานอาหาร

ตรงกันข้ามสำหรับคนไม่ชอบทำอาหาร...มักมีข้ออ้างได้ร้อยแปดเช่น เสียเวลาล้างผัก หั่นผัก มือเปื้อน เสียเวลาล้างจาน ล้างกระทะ มือเหม็น ฯลฯ

จึงไม่แปลกที่นับวันจะมีคนชอบกินมากกว่าชอบทำอาหาร คนเหล่านี้เอาข้ออ้างมาเป็นข้อแก้ตัวในการที่อธิบายว่าทำไมไม่ชอบทำอาหารได้มากมาย


ครอบครัวของเชฟเคยทำร้านค้าขายของชำมาก่อน แต่ก็เลิกกิจการมานานแล้ว แต่เขาก็ยังเก็บป้ายชื่อร้านเอาไว้...เป็นเครื่องหมาย เป็นของที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในอดีตเคยมีร้านขายของชื่อนี้อยู่ในกาญจนบุรี ผมขออนุญาตเชฟมาช่วยเป็นนางแบบประกอบเรื่องราวของบล็อกให้หน่อย




น่าภูมิใจที่ยังมีคนต่างจังหวัดที่ไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ภายหลังประสบความสำเร็จแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิด รังสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น ความจริงร้านอาหาร "ครัวท้องถิ่น" มีสาขาในกรุงเทพฯย่านบางเขนด้วย แต่สำหรับสาขาที่ไทรโยคนี้ถือเป็นธุรกิจท้องถิ่นที่ในอนาคตอาจจะช่วยเพิ่มการจ้างงานในท้องถิ่น ลดการอพยพผู้คนเข้าไปใช้ชีวิตแออัดในกรุงเทพฯ แล้วก็เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนในท้องถิ่น


รสชาติอาหารที่เชฟรัตมนีทำใช้ได้ทีเดียว อาหารง่ายๆอย่างข้าวผัดบ่งบอกถึงความประณีตในฝีมือการทำของแม่ครัว เพราะร้านอาหารหลายๆร้านฝีมือการผัดข้าวให้ร่วน อร่อย ยังทำได้ไม่ถึงขั้น อาหารที่ร้าน "ครัวท้องถิ่น" ไม่แพง ปริมาณกับราคาสมเหตุสมผล รสชาติอร่อยใช้ได้ สามีของเชฟรัตมนีและครอบครัวของเชฟพูดคุยเป็นกันเองกับลูกค้า

เสน่ห์ของร้านอาหารที่จะเรียกลูกค้าเข้าร้านมากๆคงไม่ได้อยู่แค่รสชาติอาหารอย่างเดียว อัธยาศัยของพนักงานต้อนรับ เจ้าของร้าน ความสะอาด และความรวดเร็วในการให้บริการ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก

ไม่บ่อยนักที่จะเกิดเรื่องราวประทับใจระหว่างการเดินทาง การได้เข้ามาทานอาหารร้าน "ท้องถิ่น" ถือเป็นความบังเอิญ ยิ่งได้พูดได้คุยกับเจ้าของร้านแล้วยิ่งชื่นชม อยากให้คอนเซ็ปท์การที่คนท้องถิ่นที่ไปประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้วกลับมาสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะมันมีส่วนช่วยสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น


ส่วนผสมของการเดินทางที่ดีคือ การได้ชมความงามของธรรมชาติ ได้แวะสถานที่สำคัญของสถานที่นั้น ได้ลิ้มลองอาหารอร่อยของท้องถิ่น ได้พูดคุยกับผู้คน

ทริปหนึ่งวันในเมืองกาญจน์เที่ยวนี้เป็นอันว่าสมบูรณ์แบบ...แล้วคงมีโอกาสได้แวะเข้ามาท่องเที่ยวเมืองกาญจน์อีก...ในเวลาที่เหมาะสม




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2552    
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 1:12:04 น.  

Reunion on Board Fuji Maru 2009

My friends who had ever participated the Ship for the Southeast Asian Youth Program sent information about Reunion on Board new ship "Fuji Maru" to me. At the time, I was not sure whether I could attend. However, there were some reasons for me to visit Bangkok this week. As a result, I had a chance to get on board "Fuji Maru".

Fuji Maru replaced the former one "Nippon Maru" to bring youths from ASEAN and Japan to build mutual understanding and friendship during the Ship for the Southeast Asian Youth Program.


I went to Klongtoey Port in the evening.

Oh It's she...Fuji Maru!




Ex-Participants batch 34 welcomed all guests. I registered at reception before I got a boarding pass to get on the ship.







We (Ex-Participants) attended at Theater where MCs informed us about activities which alumni will hold. There will be reunion for all Ex-participants in Thailand next year. Ayutthaya is selected as the place for reunion next year.




Alumni batch 1 invited all of us to help victims of disasters in ASEAN countries by donation. Our donation will be contributed to victims of flood in the Philippines and victims of the earthquake in Indonesia. As human being in the same world, if we can help each other...it will make the world better to live.





Dinner Party on board was started around 7 pm., when you look at these menus....Don't you want to try?















Kayoko, my Japanese friend the same batch with me become Administrative staff this year again.





I talked with Captain Shirokawa. Last year, Captain Shirokawa came to Thailand by Nippon Maru. Captain told me that Fuji Maru was renovated and operated for The Ship for the Southeast Asian Youth Program this year.




Number of my friends with the same batch with me who attended Reunion on Board this year is 8.





One who attended later is P'Juju!




Photo session is a moment which all participants hardly miss


Ex-Participants from batch 2-6.




Ex-Participants from batch 21-25.




There are a lot of photographers!!!!




I knew P' Siriphong by chance on board last year. I met him again this year.





Jane attended reunion this year. She knew Mathong who is another batch.





I met P'Ittipat last year on board and I did not see P'Nai for long time.




Souvenir corner...








Here is souvenir from Reunion on Board for all guests





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2552    
Last Update : 5 ธันวาคม 2552 21:36:09 น.  

แวะไปเยี่ยมโครงการธรรมรักษ์ ๒ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

คราวที่แล้วตอนไปบริจาคเงินร่วมกับเพื่อนกลุ่ม BCL 16 และเพื่อนที่รู้จักกันเพื่อสร้างบ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ให้วัดพระบาทน้ำพุเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของวัดอธิบายให้พวกเราฟังว่า บ้านพักผู้ป่วยถูกสร้างที่โครงการธรรมรักษ์ ๒ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย อีกราวๆ ๒ เดือนก็จะเรียบร้อยและจะนำป้ายชื่อกลุ่ม BCL 16 ไปปิดไว้ที่บ้าน....

(อ่านเรื่องราว "ข้อคิดดีๆจากการไปร่วมทำบุญวัดพระบาทน้ำพุ" โดยการคลิกลิงก์ข้างล่างนี้ครับ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cheevaprapha&month=13-09-2009&group=2&gblog=28' )


ผ่านไปสองเดือน...

ผมมีโอกาสเดินทางไปโครงการธรรมรักษ์ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี เส้นทางเข้าไปยังโครงการธรรมรักษ์ ๒ ขับรถไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3353 สองข้างทางมีแต่ทุ่งนา ไร่ ของชาวบ้าน

ปากทางเข้าไปยังโครงการธรรมรักษ์ ๒ จะเห็นเสาถ่ายทอดสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ของดีแทค และมีรูปโปสเตอร์ขนาดใหญ่ของโครงการ






ติดต่อเจ้าหน้าที่ของโครงการธรรมรักษ์ ๒ ให้ช่วยพาไปดูบ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ที่พวกเราร่วมกันบริจาคซึ่งทราบว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว

สภาพบ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ที่พวกเราร่วมกันบริจาคที่เสร็จเรียบร้อยแล้วหน้าตาแบบนี้ครับ










จากการสนทนากับเจ้าหน้าที่ของโครงการธรรมรักษ์ ๒ บ้านพักเหล่านี้เป็นบ้านให้แก่คนชราที่ลูกหลานเสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ ดังนั้นคนชราเหล่านั้นจึงไม่มีคนคอยดูแล ปล่อยให้ใช้ชีวิตตามลำพัง คนชราเหล่านั้นจึงมาขอทางวัดพึ่งพิง ขณะเดียวกัน...บ้านพักเหล่านี้ตอนนี้...บางหลังก็มีคนที่มาช่วยงานของวัดที่เป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ก็มาขออาศัยในบ้านพักเหล่านี้ บ้านพักเหล่านี้มีการสร้างเสร็จแล้วจำนวนร้อยกว่าหลัง





เจ้าหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซด์นำชมสถานที่ต่างๆภายในโครงการธรรมรักษ์ ๒


โครงการธรรมรักษ์ ๒ กำลังก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด ๔๐๐ เตียงเพื่อรองรับคนไข้ที่เป็นคนป่วยโรคเอดส์ คนชรา หรือเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์หรือเด็กปกติที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ที่ใช้ชีวิตภายในบ้านเด็กธรรมรักษ์






บริเวณใกล้ๆกับกลุ่มบ้านพักมีอาคารอเนกประสงค์ที่กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนฮอนด้าสร้างให้โครงการธรรมรักษ์ ๒ เพื่อใช้เป็นสนามออกกำลังกายและจัดกิจกรรมต่างๆ






มีอาคารปฏิบัติธรรมที่กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนฮอนด้าร่วมกันสร้างขึ้น อาคารนี้เด็กๆจะมาสวดมนต์ทำวัตรกันที่นี่ หรือคนที่อาศัยภายในโครงการธรรมรักษ์ ๒ ใช้เป็นที่ฝึกปฎิบัติธรรม






มีเมรุสำหรับเผาศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์และศาลาสำหรับประกอบพิธีสงฆ์ก่อนทำพิธีฌาปนกิจศพ แต่ตอนนี้สภาพเมรุยังไม่เรียบร้อยจึงยังไม่มีการประกอบพิธีฌาปนกิจใคร และโดยมากผู้ป่วยที่อยู่ภายในโครงการธรรมรักษ์ ๒ อาการยังไม่รุนแรง มีการดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดี ภูมิคุ้มกันยังมากพอ





บริเวณบ้านเด็กธรรมรักษ์ เด็กๆที่พ่อแม่เสียชีวิตเพราะโรคเอดส์หรือตัวน้องๆที่ติดเชื้อเอดส์ก็มาใช้ชีวิตร่วมกันภายในอาคารนี้ มีการเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆ หลวงพ่ออลงกตจัดกิจกรรมให้เด็กๆเหล่านี้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เด็กๆจะเข้าแถวแล้วไปสวดมนต์เย็นทีศาลาปฎิบัติธรรมพร้อมเพรียงกัน





เคยได้ยินรายการวิทยุคลื่นกรีนเวฟพูดถึงกิจกรรมดีๆที่ร่วมกันทำแล้วรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้กับมูลนิธิสิทธิเด็กบ้านแกร์ด้า วันนี้ผมพึ่งทราบว่ามูลนิธิสิทธิเด็กบ้านแกร์ด้าอยู่ภายในเนื้อที่ของโครงการธรรมรักษ์ ๒ นี้เอง เนื้อที่ของบ้านแกร์ด้านี้มีกลุ่มบ้าน ๔-๕ หลัง ซึ่งได้รับบริจาคจากกลุ่มมูลนิธิสิทธิเด็กที่เกิดจากการร่วมกลุ่มกันของชาวเยอรมันที่อาศัยในประเทศไทย พวกเขาสร้างบ้านเหล่านี้ไว้ ให้เป็นที่พักอาศัย ให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆที่ติดเชื้อเฮชไอวี โดยบ้านแต่ละหลังจะมีเด็กอาศัยราวๆ ๑๐ คนโดยมีพี่เลี้ยงที่คอยดูแลบ้านละ ๒ หลัง น้องๆที่อาศัยในบ้านเหล่านี้พอเจอผมเขาก็ยกมือไหว้ ยิ้มทักทาย มีโอกาสได้พูดคุยกับน้องๆเหล่านี้ที่กำลังเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้ สภาพชีวิตของเด็กที่มีโลกบริสุทธิ์ไม่สำคัญว่าเขากำลังติดเชื้อเอดส์อยู่หรือไม่ บรรยากาศภายในดูร่มรื่น มีต้นไม้ ดอกไม้ชนิดต่างๆที่เขาปลูกเอาไว้ให้ความร่มรื่นแก่คนพักอาศัย





ตอนขับรถออกมาปากทางโครงการธรรมรักษ์ ๒ แวะจอดรถด้านหน้าแล้วแวะเข้าไปพูดคุยกับน้องๆที่เขาเอาอาหารและหัตถกรรมนำมาขายให้แก่คนข้างนอกโครงการ เด็กๆที่นำอาหารที่ประกอบเองหรือหัตถกรรมมาขายเป็นนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๓ ลพบุรีซึ่งเป็นเด็กที่ด้อยโอกาส โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนอยู่ภายในเนื้อที่ของโครงการธรรมรักษ์ ๒ ครูสอนให้เด็กๆทำกิจกรรมเสริมรายได้ในระหว่างศึกษาเล่าเรียน น้องๆเขาทำอาหาร ขนม มาขายทุกวันเสาร์ช่วงบ่ายด้านหน้าโครงการธรรมรักษ์ ๒ มีชาวบ้านในละแวกนั้นมาเป็นลูกค้าประจำของน้องๆเขา





บรรยากาศหนึ่งวันตอนบ่ายๆของวันเสาร์ผ่านพ้นไป ผมได้เห็นสภาพบ้านพักที่พวกเราช่วยกันบริจาคให้วัดซึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วย

โครงการธรรมรักษ์ ๒ ที่เราเห็นในแบบจำลองที่วัดพระบาทน้ำพุตอนไปบริจาคเงินกันกับสภาพจริงที่วันนี้มาเห็นสภาพมันเป็นอย่างไร วันนี้ก็ได้เห็นจริงๆแล้ว สภาพภายในโครงการธรรมรักษ์กำลังมีสิ่งก่อสร้างต่างๆค่อยๆปลูกสร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่พักพิงให้แก่คนที่ขอความช่วยเหลือในสังคมไทยนี้ ในสังคมไทยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกันยังคงมีอยู่...และความปรารถนาดีแบบนี้ช่วยทำให้สังคมไทยเรานี้ยังคงน่าอยู่ต่อไป








 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2552 23:35:06 น.  

ปรากฏการณ์ "ดาวเคียงเดือน" เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

วันนี้มีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์ "ดาวเคียงเดือน" โดยบังเอิญ บันทึกภาพถ่ายเก็บเอาไว้เพราะนานๆจะมีสิ่งแบบนี้ให้เราเห็น กล้องคอมแพ็คเก็บรายละเอียดได้ไม่มากเท่ากับกล้องโปรแฟชชั่นแนล แต่อย่างน้อยก็ช่วยทำให้มีสิ่งที่ระลึกสำหรับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยเก็บเอาไว้ดูกันนานๆ





ดวงจันทร์ยิ้มแฉ่งแถมหลับตาข้างนึงให้มนุษย์โลก





เมื่อเปิดใจรับสิ่งดีๆในชีวิต...ชีวิตของคุณก็จะมีสิ่งสวยงามต่างๆผ่านเข้ามา




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 22:01:26 น.  

ปรากฏการณ์ฝนดาวหางลีโอนิกส์เช้ามืดวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับปรากฏการณ์ฝนดาวหางลีโอนิกส์มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว รายงานข่าวเมื่อเดือนที่แล้วสรุปสั้นๆว่าคืนวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนคนไทยจะมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์ดาวหาง...

พอใกล้วันที่ ๑๗ พฤศจิกายนเข้ามา สื่อต่างๆก็รายงานว่าปรากฏการณ์ฝนดาวหางลีโอนิกส์จะเกิดขึ้นให้คนไทยได้เห็นกัน โดยช่วงเวลาที่สามารถมองเห็นตรงกับช่วงเวลา ๑ นาฬิกาของวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนเป็นต้นไป

เมื่อวานนี้พยายามติดตามข่าว...สื่อมวลชนไทยรายงานว่าจะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวหางลีโอนิกส์ในประเทศไทยช่วงระหว่างเวลา ตีหนึ่งสามสิบนาทีของคืนวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนไปจนถึงเวลาตี ๕ พยายามฟังรายละเอียดว่าตำแหน่งพิกัดที่จะสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางได้ชัดเจนอยู่ตำแหน่งไหน? แต่ดูเหมือนได้ยินเพียงบอกแค่ตำแหน่งทิศตะวันออก

ผมเคยเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางครั้งแรกตอนเรียนหนังสือในญี่ปุ่นเมื่อห้าปีก่อน ความจริงคืนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะดูหรอกแต่สื่อมวลชนญี่ปุ่นเขารายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง เขาแจ้งพิกัดที่จะมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางว่าจะเกิดในตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปกี่องศา การแจ้งพิกัดแบบนี้จะช่วยทำให้ชาวบ้านๆที่อยากจะดูฝนดาวหางสามารถค้นหาตำแหน่งได้ง่ายขึ้น ดีกว่าไปแหงนคอสังเกตเอาเอง แหงนคอดูดาวนานๆ...ก็ทำให้เมื่อยคอได้ง่ายๆ

คืนนั้นเมื่อห้าปีก่อนบังเอิญโทรศัพท์คุยกับโอก้าซัง(お母さん)(คุณแม่ของครอบครัวอุปถัมภ์ในญี่ปุ่นที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยไปโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์เมื่อปี ๑๙๙๔) วันนั้นตรงกับวันที่เรามีโอกาสได้รู้จักกับครอบครัวนี้เป็นครั้งแรก โอก้าซังบอกว่าคืนนี้เขาจะตั้งใจดูปรากฏการณ์ฝนดาวหางแม้ว่าจะดึกอยู่สักหน่อย คืนนั้นผมนั่งทำงานจนถึงดึก พอถึงเวลาที่มีปรากฏการณ์ฝนดาวหาง....อากาศช่วงฤดูใบไม้รวงหนาวเอาเรื่อง สวมเสื้อกันหนาวแล้วเอาผ้าขาวม้าพันศีรษะลดอาการหนาวเย็นขึ้นไปชั้นบนสุดของอพาร์ทเมนท์ดูฝนดาวหาง

มองไปที่ตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ.... เห็นดาวหางวิ่งเป็นแสงสว่างแวบขึ้นมาบนท้องฟ้าก่อนจะหายไป ความถี่ประมาณ ๒-๓ ดวงต่อนาทีได้ ลมพัดตอนกลางคืนเย็นทีเดียว ยืนดูปรากฏการณ์ฝนดาวหางตามลำพังแบบนั้นจนพอใจ.. ถามเพื่อนคนญี่ปุ่นในชั้นเรียนสัมมนาวันรุ่งขึ้นว่าปรากฏการณ์แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรในภาษาญี่ปุ่น เพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่า 流れ星 (นากาเรโบชี่)

มีโอกาสเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางอีกทีในเมืองไทยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วช่วงต้นเดือน อุตส่าห์เฝ้ารอแต่จำนวนดาวหางที่ปรากฏน้อยมากๆ แหงนหน้าจนเมื่อยคอ...เห็นแค่ ๒-๓ ดวง ในระยะเวลาเกือบ ๔๕ นาทีที่ยืนรอดู

เมื่อคืนนี้พยายามติดตามข่าวเพื่อฟังว่าเวลาที่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางตรงกับช่วงเวลากี่นาฬิกา?

ข่าวรายงานตรงกันว่าเวลาที่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางได้มากที่สุดตรงกับช่วงเวลาตี ๔ ถึง ตี ๔ กับ ๔๐ นาที แต่ข่าวตอน ๑ทุ่มกว่าช่องทีวีไทยรายงานว่าสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางตั้งแต่เวลา ๔ ทุ่มของคืนวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนเป็นต้นไป การให้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันแก่ผู้ฟัง...อันนี้ไม่ดีนัก เพราะตอนต้นได้ยินแต่สื่อรายงานว่าจะมีโอกาสเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางตั้งแต่ตี ๑ เป็นต้นไป

ข่าวตอนหัวค่ำรายงานว่าในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าฟ้าปิดเป็นระยะๆ อากาศหนาวเย็น ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานธนาคารตอนหัวค่ำ...ดูเหมือนคนกรุงเทพฯโชคไม่ดีท้องฟ้าปิดเช่นกัน โอกาสที่จะเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางค่อนข้างยาก

ตัดสินใจเข้านอนตอนสี่ทุ่ม (ซึ่งเป็นเวลาเช้ากว่าปกติ) คุณพ่อและคุณแม่ผมปกติตื่นนอนแต่เช้ามากๆ เพื่อไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะแต่เช้ามืด แม่บอกว่าจะมาปลุกตอนตีสามเพื่อผมจะได้ไปดูปรากฏการณ์ฝนดาวหาง...

คงสื่อสารอะไรกันผิด เพราะตอนหัวค่ำบอกแม่ว่า ข่าวรายงานว่าสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางตั้งแต่สี่ทุ่ม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมาตื่นกลางดึกเพื่อดูฝนดาวหาง

ผมตื่นขึ้นมาเองตอนเช้าเพราะได้ยินเสียงไก่ข้างๆบ้านขัน แสดงว่าเกือบตีห้าแล้ว ตื่นมาดูนาฬิกา...มันเป็นเวลาตี ๔ กับ ๔๐ นาทีแล้ว รีบขึ้นไปดูท้องฟ้าข้างบน เห็นพ่อกำลังเดินออกกำลังกายเบาๆบนดาดฟ้าที่แม่ให้คนงานทำความสะอาดพื้นเพื่อพวกเราจะได้ดูปรากฏการณ์ฝนดาวหางกัน พ่อบอกว่าฟ้าปิด มีเมฆมาก มองไม่เห็นปรากฏการณ์ฝนดาวหางเท่าไหร่....

ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบตีห้าแล้ว ท้องฟ้ามีเมฆมาก นานๆจะเห็นดาวบนท้องฟ้าเสียที ลมพัดจนอากาศเย็นตั้งแต่เมื่อคืน อุณหภูมิจากนาฬิกา Casio แสดงผลว่าอุณหภูมิอยู่ที่ ๒๓ องศาเซลเซียส

นั่งรอปรากฏการณ์ฝนดาวหางบนเก้าอี้ที่มีพนักช่วยทำให้ไม่เมื่อยคอ เมฆมากจน...ไม่คาดว่าจะมีโอกาสได้เห็นดาวหางมากนัก เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ฟ้าค่อยๆเริ่มเปิดออก ใช้กล้องคอมแพ็ค Pentax Optio W60 บันทึกภาพบรรยากาศเป็นวิดีโอเพราะคิดว่าความมืดขนาดนั้นและความไวที่ดาวหางพุ่งออกมา..โอกาสที่จะบันทึกภาพนิ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก บันทึกเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนที่จะมีโอกาสได้เห็นฝนดาวหางตอนตีห้ายี่สิบนาที....

ระหว่างที่เวลาผ่านไป ๑๐ นาทีก็ไม่มีวี่แววฝนดาวหาง.....

บันทึกภาพดาวบนท้องฟ้า...รายงานสถานการณ์ว่ายังไม่พบฝนดาวหาง พอเอามือออกจากปุ่่มบันทึกภาพ...สองนาทีต่อมา...มีกลุ่มฝนดาวหางวิ่งผ่านสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยความเร็วที่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ทัน แล้วอีกสองนาทีก็เห็นดาวหางวิ่งผ่านหางเป็นลำสีแดง วิ่งจากขอบฟ้าทิศตะวันออกมุ่งไปทางทิศเหนือ เห็นดาวหางสว่างขึ้นมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้วิ่งไปทางทิศเหนืออีกสองสามดวง

ถึงแม้จะใช้เวลารอคอยนานอยู่สักหน่อยที่จะได้เห็นฝนดาวหาง...แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย

ฟ้าเริ่มสางแสงอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาจากทางทิศตะวันออก ฟ้าเริ่มมีเมฆมากขึ้น ตอนนั้นเวลาเกือบหกโมงเช้าแล้ว....


ตัดสินใจว่าไม่รอบันทึกภาพแล้ว สิ่งสวยงามเก็บเอาไว้ในความทรงจำดีกว่า

เวลามองดาวบนท้องฟ้า...มักจะนึกถึงเพลง When you wish upon a star เป็นเพลงประกอบของวอลซ์ดีสนีย์

คนเรามีความฝัน...เพียงแต่เรากล้าที่จะฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงโดยที่ไม่กลัวคำเย้ยหยันของผู้คนไหม? เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบดูดาวมาตั้งแต่เด็กและมีความฝันที่จะสร้างเครื่องมือสร้างท้องฟ้าจำลองขึ้นมา เขาไม่เคยทิ้งความฝัน ทำงานชิ้นนี้ด้วยใจรักเป็นงานอดิเรก ทำจนกระทั่งเครื่องมือสร้างท้องฟ้าจำลองประสบความสำเร็จเพียงเพราะงานชิ้นนี้เป็นงานอดิเรก

ตอนทีวีในญี่ปุ่นนำเรื่องจริงของเขามาสร้างเป็นละครสั้นแล้วนำเพลง When you wish upon a star มาเป็นเพลงประกอบละครยิ่งทำให้ผมชื่นชอบเพลงนี้มากขึ้นไปอีก

วันนี้นำเพลงนี้มาให้ฟังเข้ากับบรรยากาศปรากฏการณ์ฝนดาวหาง


MusicPlaylistRingtones
Create a MySpace Playlist at MixPod.com




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 7:16:08 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  
BlogGang Popular Award#10


 
ชีวประภา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ชีวประภา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.